แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ หนังเอาชีวิตรอด แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ หนังเอาชีวิตรอด แสดงบทความทั้งหมด

วันศุกร์ที่ 6 พฤศจิกายน พ.ศ. 2569

รีวิวหนัง Chum (2026)

 



            รีวิวหนัง Chum (2026) เป็นภาพยนตร์สยองขวัญระทึกขวัญอเมริกันที่กำกับโดย Jonathan Zuck นำแสดงโดย Alice Eve, Eric Michael Cole, Elle Haymond, Sarah Siadat และ Jim Klock โดยมีกำหนดเข้าฉายพร้อมกันทั้งในโรงภาพยนตร์และบนแพลตฟอร์มดิจิทัลโดย IFC Films วันที่ 5 มิถุนายน 2026

           เรื่องราวของ ทีน่า กับ ทอม ที่เข้าพิธีแต่งงานใหม่หมาด ๆ บนเกาะ ได้ถูกเพื่อนอย่าง ริค, ซาดี, บริทนีย์ และ รจินดา ชวนไปทัวร์ล่องเรือสามชั่วโมงเป็นของขวัญวันแต่งงาน ซึ่งไม่เคยมีฉลามโจมตีในน่านน้ำแห่งนี้ แต่แล้วไม่นานก็มีฉลามจู่โจมเรือของพวกเขาและมีคนได้รับบาดเจ็บ จึงต้องรีบออกไปจากที่นี่

           เปิดเรื่องฉายถึงเหยื่อที่ลงเล่นน้ำและโดนฉลามกิน จากนั้นก็ตัดมาฉายถึงตัวละครหลัก ๆ ในเรื่อง ซึ่งตัวละครแต่ละคนถือว่าไม่ค่อยผ่าน ทั้งหน้าตาและการแสดง โดยเป็นช่วงก่อนที่จะเดินทาง ซึ่งหลังจากนั้นก็ฉายถึงละครที่ล่องเรือเล่นน้ำไปเรื่อย พร้อมกับฉายถึงใต้น้ำไปด้วย ซึ่งช่วงนี้ค่อนข้างน่าเบื่อไปหน่อย จากนั้นก็เริ่มฉายถึงฉลามที่เล่นงานเหยื่อและมีเหตุทำให้เรือไฟไหม้ ซึ่งฉลามพอจะดูสมจริงอยู่ แต่ฉากกินเหยื่อดูแปลก ๆ ไม่ค่อยสมจริงเท่าไหร่ และไม่ค่อยมีฉากลุ้นมากนัก ซึ่งจะเน้นอยู่บนเรือกันมากกว่า จากนั้นก็เริ่มฉายถึงตัวละครที่มีอาการแปลก ๆ ซึ่งก็มีหักมุมบ้างและได้เปิดเผยเรื่องราวเล็กน้อย แต่ก็ไม่ได้แปลกใจเท่าไหร่ ช่วงท้ายเหมือนจะชวนลุ้นเอาใจช่วยตัวละครขึ้นมาหน่อย แต่กลับดูขัดใจการกระทำของตัวละครแต่ละคนสุด ๆ พล็อตเรื่องก็ไม่ได้แปลกใหม่มาแนวเดิม ๆ เดาเรื่องได้ไม่ยาก

คะแนนส่วนตัว 2.5/10

ตัวอย่าง


ขอบคุณภาพจาก IMDb เครดิต KCD Media รูปหน้าปกที่ 1 / รูปหน้าปกที่ 2 / รูปหน้าปกที่ 3

วันอาทิตย์ที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2569

รีวิวหนัง Deep Water (2026)

 



            Deep Water (2026) เป็นภาพยนตร์แนวเอาชีวิตรอดที่กำกับโดย Renny Harlin นำแสดงโดย Aaron Eckhart และ Ben Kingsley

           โดยได้เปิดฉายรอบปฐมทัศน์ที่เทศกาลภาพยนตร์ซาราโซตา (Sarasota Film Festival) เมื่อวันที่ 10 เมษายน ค.ศ. 2026 และเข้าฉายในโรงภาพยนตร์เมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม ค.ศ. 2026

          เรื่องราวของ กลุ่มคนหลายเชื้อชาติ ที่กำลังเดินทางจากสายการบินนอร์ทอีสเทิร์นแอร์ไลน์ (N-140) ไปเซี่ยงไฮ้ แต่แล้วขณะบินได้เกิดเหตุเพลิงไหม้ที่เก็บสินค้า จึงตัดสินใจลงจอดฉุกเฉินที่สนามบินนานาชาติกวม ซึ่งใกล้ที่สุด แต่ไม่ทันกาลจึงต้องลงที่มหาสมุทรแทน ซึ่งการลงจอดนี้ทำให้มีคนเสียชีวิตจำนวนมาก แถมยังต้องเอาชีวิตรอดจากฉลามอีก

          เปิดเรื่องค่อย ๆ ฉายถึงตัวละครหลัก ๆ ในเรื่องก่อนที่จะเดินทางขึ้นเครื่อง ซึ่งใช้ตัวละครเยอะดี แต่ช่วงอยู่บนเครื่องค่อนข้างน่าเบื่อมาก โดยฉายแต่ละคนพูดคุยกัน ซึ่งยืดเยื้อเกินความจำเป็น จากนั้นก็ค่อย ๆ ฉายถึงเหตุการณ์บางอย่างที่ทำให้เกิดประกายไฟจนค่อย ๆ รุกรามมากขึ้นเรื่อย ๆ แต่แทนที่ตัวละครจะรีบไปดับไฟ กลับอืดอาดไม่ได้รีบร้อนเลยและไม่ได้สนใจผู้โดยสารเท่าไหร่ แต่ก็เริ่มน่าสนใจขึ้นเมื่อเครื่องระเบิดและเริ่มมีคนตาย ซึ่งจุดนี้ให้อารมณ์เหมือนดูหนังเรื่องโกงความตายเลย โดยเมื่อลงจอดที่มหาสมุทรแล้วก็ค่อย ๆ ฉายถึงคนที่รอดชีวิตและคนที่ไม่รอด ซึ่งก็พอจะเดาเรื่องได้บ้าง จากนั้นก็เริ่มฉายถึงบางอย่างในน้ำ ซึ่งก็ชวนลุ้นดีในช่วงนี้ จนได้ฉายถึงฉลามที่เล่นงานเหยื่อ ซึ่งการเล่นกับฉากสถานที่แบบนี้น่าสนใจเลย แต่เสียดายที่หนังกลับไม่ค่อยเน้นเท่าไหร่ ฉากลุ้นระทึกก็น้อยมาก ฉลามกลายเป็นตัวประกอบซะมากกว่า แถมก็ยังมีฉากพูดคุยกันเกินความจำเป็นและค่อนข้างยืดเยื้อตามเคย

คะแนนส่วนตัว 5/10

ตัวอย่าง


ขอบคุณภาพจาก Magenta Light Studios รูปหน้าปกที่ 1

ขอบคุณภาพจาก IMDb เครดิต Magenta Light Studios รูปหน้าปกที่ 2 / รูปหน้าปกที่ 3

วันศุกร์ที่ 16 ตุลาคม พ.ศ. 2569

รีวิวหนัง The Devil's Mouth (2026) ปากปีศาจ

 


           The Devil's Mouth (2026) ปากปีศาจ เป็นภาพยนตร์ระทึกขวัญเอาชีวิตรอดอเมริกัน กำกับโดย Jeff Wadlow นำแสดงโดย Kathryn Newton, Lana Condor, Gavin Casalegno และ Nico Hiraga ออกฉายเมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม 2026 บน Amazon Prime Video

           เรื่องราวของ ซาร่า, แมกซ์, เจมส์, เกล็ก และ เอเดี่ยน ที่ชวนกันไปเที่ยวถ้ำในประเทศไทยในวันหยุดที่เรียกกันว่า ปากปีศาจ ซึ่งเคยปิดไปครั้งหนึ่งช่วงพายุหมุน โดยเมื่อพวกเขามาถึงก็ได้รับการต้อนรับจาก วัด คนพาเที่ยว ซึ่งจะพาพวกเขาไปตามทางเส้นสีเขียวตามความต้องการของซาร่า แต่คนอื่นกลับอยากไปเส้นสีแดง ซึ่งเป็นเส้นที่น้ำท่วมหมด เนื่องจากเจอมรสุม แต่เพราะเสียงส่วนใหญ่อยากไปเส้นทางสีแดง จึงทำให้ซาร่าต้องยอมไปเส้นสีแดง และเมื่อพวกเขาเดินสำรวจลึกเข้าไปก็ได้เจอกับฉลาม ปีศาจที่รอกินพวกเขาอยู่

           เปิดเรื่องฉายถึงตัวละครหลักที่กำลังเดินทางไปเที่ยว ก่อนตัดเข้าเรื่อง โดยช่วงนี้ก็ฉายถึงตัวละครที่เที่ยวระหว่างทางไปเรื่อย ซึ่งค่อนข้างน่าเบื่อและนานไปหน่อยกว่าตัวละครจะไปยังปากปีศาจ โดยเมื่อมาถึงก็ได้ฉายถ้ำที่มีรูปร่างคล้ายปากปีศาจตามที่เรียกกัน ซึ่งจะค่อย ๆ พาสำรวจถ้ำไปเรื่อยพร้อมกับการอธิบายสิ่งต่าง ๆ ในถ้ำ โดยฉายถึงแผนที่ไปด้วย ซึ่งสถานที่ถือว่าน่าสนใจและน่าเที่ยวดี โดยให้อารมณ์เหมือนกำลังเดินสำรวจไปพร้อมกับตัวละครด้วย ซึ่งในระหว่างเดินสำรวจก็ค่อย ๆ ฉายถึงบางอย่างแปลก ๆ ก่อนที่จะเริ่มฉายถึงฉลาม แต่ในถ้ำค่อนข้างมืดไปหน่อย มีเพียงแสงไฟจากไฟฉายกับโคมไฟที่ตัวละครถือ เลยมองเห็นไม่ค่อยชัดเท่าไหร่ จากนั้นก็เริ่มฉายถึงฉลามที่เล่นงานเหยื่อ ซึ่งชวนลุ้นเอาใจช่วยตัวละครดี ดูแล้วอึดอัดตามไปด้วย แต่เดาเรื่องได้ง่ายไปหน่อย

คะแนนส่วนตัว 5.5/10

ตัวอย่าง


ขอบคุณภาพจาก IMDb เครดิต Lionsgate รูปหน้าปกที่ 1 / รูปหน้าปกที่ 2 / รูปหน้าปกที่ 3 / รูปหน้าปกที่ 4

วันเสาร์ที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2569

รีวิวหนัง Resident Evil (2026) เรสซิเดนท์ อีวิล

 



           Resident Evil (2026) เรสซิเดนท์ อีวิล เป็นภาพยนตร์สยองขวัญที่กำกับโดย Zach Cregger และเขียนบทโดย Cregger กับ Shay Hatten ดัดแปลงมาจากแฟรนไชส์วิดีโอเกม Resident Evil ของ Capcom นำแสดงโดย Austin Abrams, Zach Cherry, Kali Reis และ Paul Walter Hauser

           โดย Constantin Film เริ่มวางแผนรีบูตซีรีส์ภาพยนตร์ Resident Evil ตั้งแต่ต้นปี 2022 หลังจากที่ Resident Evil: Welcome to Raccoon City (2021) ล้มเหลว และการยกเลิกซีรีส์ทีวีของ Netflix ในปี 2022 Cregger ถูกจ้างในเดือนมกราคม 2025 และ Sony Pictures' PlayStation Productions เข้าร่วมการผลิต มีสตูดิโอสี่แห่ง รวมถึง Warner Bros. Pictures และ Netflix ยื่นประมูลสิทธิ์ภาพยนตร์ โดย Sony ชนะในเดือนมีนาคม การถ่ายทำเริ่มในเดือนตุลาคม 2025 ที่ปราก

           ออกฉายรอบปฐมทัศน์ที่ลอสแอนเจลิสเมื่อวันที่ 15 กันยายน และเข้าฉายในสหรัฐอเมริกาเมื่อวันที่ 18 กันยายน 2026 โดย Sony Pictures Releasing 

          เรื่องราวของ ไบรอัน โฮดูกาวิช ไปรษณีย์เวชภัณฑ์ที่ยอมรับงานส่งพัสดุด่วนไปยังโรงพยาบาลแรคคูนซิตี้ในภูเขาที่มีหิมะปกคลุมของโคโลราโด เนื่องจากค่าจ้างที่สูงขึ้น ซึ่งเขาคิดว่ามันคืองานง่าย ๆ แต่เขากลับคิดผิด เมื่อการไปส่งพัสดุที่นั่นไม่ได้ง่ายอย่างที่คิด เนื่องจากระหว่างทางที่เขาไปต้องเอาชีวิตรอดจากซอมบี้ที่มาในหลายรูปแบบ

          เปิดเรื่องฉายถึงตัวละครหลักที่มาทำงานส่งของให้กับโรงพยาบาลก่อนที่จะมีเหตุให้ต้องรับงานส่งของอีกชิ้นไปยังโรงพยาบาลแรคคูนซิตี้ ซึ่งเป็นสถานที่ทดลองต้นเหตุของเรื่อง โดยหนังดำเนินเรื่องได้ไวมากและไม่มีช่วงที่น่าเบื่อเลย ไม่ต้องปูเรื่องอะไรมากก็เข้าเรื่องเลย ถึงแม้เรื่องราวจะไม่ค่อยมีอะไรเท่าไหร่ ซึ่งไม่นานก็ฉายถึงซอมบี้ ซึ่งซอมบี้ตัวแรกก็ทำได้หลอนและฮาดี โดยหนังได้ใส่ฉากตลกตั้งแต่ช่วงแรกและสอดแทรกเป็นช่วง ๆ ให้หัวเราะไปด้วย พร้อมทั้งใส่ฉากลุ้นระทึกตลอดทั้งเรื่อง ให้ชวนลุ้นไปกับตัวละครด้วยว่าจะเจออะไรต่อไป ซึ่งฉากสถานที่แต่ละที่ทำได้น่าสนใจดี โดยตัวละครเป็นคนธรรมดาไม่ได้มีฝีมือเหมือนภาคก่อน ๆ แถมก็ไม่ค่อยเกี่ยวข้องกันเท่าไหร่ แต่ก็ทำให้ชวนลุ้นเอาใจช่วยได้ตลอดเวลา โดยบางช่วงทำได้เหมือนกำลังเล่นเกมไปในตัวและเหมือนในอนิเมชั่นกับภาพยนตร์บางส่วน ซอมบี้บางจุดก็มาแนวเดียวกัน แต่บางจุดก็แปลกไปอีกแบบ แต่แอบเสียดายที่หนังจบเร็วไปหน่อย แต่ก็ได้ทิ้งท้ายเหมือนมีต่อ

คะแนนส่วนตัว 7.5/10

ตัวอย่าง 


ขอบคุณภาพจาก IMDb เครดิต Columbia Pictures รูปหน้าปกที่ 1 / รูปหน้าปกที่ 2 / รูปหน้าปกที่ 3

วันเสาร์ที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2569

รีวิวหนัง The end of Oak street (2026) มหาภัยสุดถนนโอ๊ค



           The end of Oak street (2026) มหาภัยสุดถนนโอ๊ค เป็นภาพยนตร์เอาชีวิตรอดแนววิทยาศาสตร์อเมริกันที่เขียนบท ร่วมผลิต และกำกับโดย David Robert Mitchell นำแสดงโดย Anne Hathaway, Ewan McGregor, Maisy Stella และ Christian Convery มีกำหนดฉายในสหรัฐอเมริกาโดย Warner Bros. Pictures ในวันที่ 14 สิงหาคม 2026 

"เป็นหนังไดโนเสาร์ที่เล่นประเด็นเรื่องเวลา และมีความซีเรียส และตอบโจทย์ความลุ้นระทึกกันได้ทั้งเรื่อง"

          ใครที่ชื่นชอบหนังแนวไดโนเสาร์ แล้วอยากเห็นความสนุก ความโหด ความลุ้นระทึก ที่ไม่ได้เห็นมาจากหนังไดโนเสาร์มานานแล้ว คุณจะได้เห็นในเรื่องนี้

          หนังใช้พล็อตไอเดียสุดบรรเจิดเกี่ยวกับเวลา การวาป ซึ่งเอามาผสมผสานกับเหล่าไดโนเสาร์สุดโหด ที่สามารถออกมาวิ่งไล่ล่าในเมืองได้ หนังมีสอดแทรกประเด็นเรื่องครอบครัวเข้ามาช่วยขับเคลื่อนและสร้างดราม่า และจากพล็อตสุดล้ำนี้ ทำให้เราได้ลุ้นระทึกไปกับเหล่าไดโนเสาร์มากมายที่มี Location เป็นเมือง ที่ดูแปลกตาและดูไม่ซ้ำใครดี และสุดท้ายหนังก็สามารถหาบทสรุปออกมาได้อย่างลงตัวอีกด้วย

         การออกแบบไดโนเสาร์ และการใช้ CG ก็ทำออกมาใช้ได้ รวมถึงทำให้เรามีความรู้สึกอินกับการเอาใจช่วยทุกตัวละครที่หนังใส่เข้ามา

ภาพรวมไปดูเถอะครับ หนังสนุกมาก ขอแนะนำหนังไดโนเสาร์ดีๆ เรื่องนี้ครับ

คะแนนส่วนตัว 9/10

รีวิวโดย A.L. Lucky


          เรื่องราวของครอบครัวหนึ่งได้แก่ เดนิส แพลตต์, เกร็ก, ออเดรย์ และ ไบรอัน ที่อาศัยอยู่บนถนนโอ๊คในชานเมืองฟลาวเวอร์เวล มลรัฐมิชิแกน ต้องเผชิญหน้ากับสัตว์สูญพันธุ์หลายล้านปี เมื่อแสงขาวบางอย่างได้พาถนนสายนี้ย้อนมาสู่ยุคอดีตในสมัยนั้น โดยพวกเขาต้องหาทางเอาชีวิตรอดออกไปจากที่นี่ให้ได้

          เปิดเรื่องด้วยการปูที่มาที่ไปของตัวละครครอบครัว ซึ่งตลอดทั้งเรื่องจะสอดแทรกความสัมพันธ์ครอบครัวมาเป็นช่วง ๆ โดยมีช่วงดราม่าบ้าง จากนั้นก็เริ่มฉายถึงต้นไม้ลึกลับที่สูญพันธ์ุไปหลายล้านปี ซึ่งจุดนี้เป็นไปไม่ได้ เพราะยังไม่เกิดแสงที่พากลับไปสู่อดีต ก่อนที่จะเกิดเหตุแสงไฟสีขาวที่เมื่อเกิดขึ้นแล้วเริ่มทำให้ถนนสายนี้เหมือนอยู่ในยุคอดีต ซึ่งจุดนี้หนังทำได้น่าสนใจดี โดยหนังจะค่อย ๆ ดำเนินเรื่องเรื่อย ๆ ค่อย ๆ ฉายถึงสัตว์สูญพันธุ์ที่ปรากฎตัวทีละตัว ซึ่งก็ทำได้สมจริงดี แต่เสียดายที่ฉายถึงสัตว์พวกนี้น้อยไปหน่อย น่าจะเปิดตัวให้หลากหลายกว่านี้ บางตัวบทน้อยไป บางตัวดูน่ารักมากกว่าน่ากลัว แต่ก็ชวนลุ้นเอาใจช่วยตัวละครดี ถึงแม้บางช่วงจะง่ายไปหน่อย ไม่ได้เผชิญหน้ากับสัตว์ประหลาดเลยและเดาเรื่องได้ไม่ยาก

คะแนนส่วนตัว 5.5/10

รีวิวโดย 刘心爱

ตัวอย่าง


ขอบคุณภาพจาก Warner Bros. Pictures รูปหน้าปกที่ 1

ขอบคุณภาพจาก IMDb เครดิต Warner Bros. Pictures รูปหน้าปกที่ 2 / รูปหน้าปกที่ 3

วันศุกร์ที่ 5 กันยายน พ.ศ. 2568

รีวิวหนัง River of Blood (2024)

 


            River of Blood (2024) เป็นภาพยนตร์ระทึกขวัญที่กำกับโดย Howard J. Ford เขียนโดย Tom Boyle นำแสดงโดย Joseph Millson, Sarah Alexandra Marks และ Louis James

           เรื่องราวของ ริชชี ที่ชวน มายา แฟนของเอเจ, เอเจ เพื่อนสมัยเรียนและ จัสมิน แฟนของเขาไปทัวร์พายเรือพายัคบนแม่น้ำ โดยมี นิค เป็นไกด์นำเที่ยว ซึ่งพ่อของเขาเป็นไกด์นำเที่ยวมาสี่สิบปี แต่ปู่ของเขาและปู่ทวดได้หายตัวไป หลังจากค้นพบชนเผ่าที่นี่ แต่จะไม่เข้าใกล้สถานที่ที่พวกเขาอยู่ แต่แล้วหลังจากที่พวกเขาตื่นมีคนหายไปพร้อมกับเรือลำหนึ่งที่มีโทรศัพท์ของพวกเขา พวกเขาจึงต้องออกตามหาเพื่อนที่หายตัวไปและได้เจอกับคนป่าที่ตามไล่ฆ่าพวกเขา

           เปิดเรื่องฉายถึงตัวละครที่เจอกับคนป่าในเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ก่อนตัดเข้าเรื่องด้วยการฉายถึงตัวละครหลักก่อนที่จะไปเที่ยว ซึ่งเมื่อเริ่มทริปก็ฉายถึงไกด์ที่สอนพายเรือคายัคก่อนที่จะเริ่มพายเที่ยวไปเรื่อย จากนั้นก็เริ่มพูดถึงชนเผ่าและเริ่มฉายเหมือนมีใครบางคนกำลังแอบดูอยู่ รวมทั้งป้ายห้ามเข้าที่ก็มีคนท้าทายเข้าไป ซึ่งช่วงนี้ก็ฉายสลับกับตัวละครหลักที่กำลังพายเรือเที่ยว จากนั้นก็ได้มีการเล่าเรื่องที่พูดไว้ต่อ ซึ่งเกี่ยวข้องกับตัวละครในช่วงเปิดเรื่อง โดยได้ฉายเหมือนมีคนแอบดูอีกครั้ง แต่กลับมีเรื่องความสัมพันธ์เพื่อนและความรักสอดแทรกที่ดูน่าเบื่อไปหน่อย ซึ่งก็มีบางช่วงที่ดูน่าเบื่อด้วย โดยชวนติดตามว่าตัวละครอีกคนหายไปไหน ซึ่งช่วงกลางเรื่องจะเป็นการออกตามหาคนหาย โดยจะค่อย ๆ ชวนลุ้นขึ้นเรื่อย ๆ ซึ่งคนป่าจะชอบหลบในที่มืดซึ่งไม่รู้จะโผล่มาเมื่อไหร่ ถึงแม้จะมีช่วงที่ขัดใจตัวละครบ้าง แต่ก็ถือว่าตัวละครช่วยกันจัดการกับคนป่าได้ดี แต่ก็มีบางฉากไม่ค่อยสมจริงเท่าไหร่และช่วงท้ายดูขัดใจการกระทำของตัวละครไปหน่อย

คะแนนส่วนตัว 4/10

ตัวอย่าง 


ขอบคุณภาพจาก IMDb รูปหน้าปก

วันอังคารที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2568

รีวิวหนัง Storm Warning (2007)

 



            Storm Warning (2007) เป็นภาพยนตร์สยองขวัญออสเตรเลียที่กำกับโดย Jamie Blanks และนำแสดงโดย Nadia Farès และ Robert Taylor

             เรื่องราวของ ร็อบ และ เพีย คู่รักที่ใช้เวลาทั้งวันล่องเรือไปตามหนองน้ำริมชายฝั่ง แต่ระหว่างนั้นได้เกิดพายุทำให้เรือเสียและหลงทาง จึงได้หาฟาร์มใกล้ ๆ โดยได้เจอกับอาคารแห่งหนึ่ง แต่ในขณะที่พวกเขากำลังไปก็เห็นบางอย่างที่ทำให้ไม่กล้าเข้าไป จึงได้ย้ายไปที่อื่นแทนโดยได้เจอกับโรงนา ซึ่งพวกเขาจะขอเข้าไปใช้โทรศัพท์เรียกแท็กซี่กลับ แต่ที่นี่กลับไม่มีคนอยู่ พวกเขาจึงถือโอกาสเข้าไป แต่แล้วไม่นานเจ้าของบ้านก็กลับมา ซึ่งทำให้พวกเขารู้ว่าได้คิดผิดที่ได้มาที่นี่

             เปิดเรื่องฉายถึงตัวละครหลักที่กำลังเดินทางก่อนที่จะลงเรือเที่ยว ซึ่งช่วงนี้ค่อนข้างน่าเบื่อไปหน่อย จากนั้นก็เริ่มฉายถึงบางอย่างก่อนที่จะฉายถึงฟาร์ม ซึ่งสถานที่ดูหลอน ๆ ดี จากนั้นก็ค่อย ๆ ฉายสิ่งต่าง ๆ ข้างใน พร้อมกับฉายถึงใครบางคนที่เหมือนกำลังมุ่งหน้ามายังสถานที่นั้น ซึ่งตัวละครที่มาก็ดูน่ากลัวไม่น่าไว้วางใจ โดยเฉพาะตัวละครลึกลับที่พูดถึง ซึ่งตัวละครหลักก็ดูเหมือนจะพอมีไหวพริบ แต่กลับยังมีไหวพริบไม่มากพอ แต่ดูแล้วก็สงสารตัวละครและเอาใจช่วยตัวละครดี ซึ่งตัวละครจะต้องเล่นไปตามน้ำทำตามคำสั่งเจ้าของบ้านไปก่อน โดยชวนติดตามว่าตัวละครลึกลับคือใครและตัวละครหลักจะเอาชีวิตรอดออกไปได้ยังไง ซึ่งได้เปิดเผยถึงตัวละครลึกลับในช่วงท้ายเรื่อง ถึงแม้จะผิดหวังจากที่คิดไว้ไปหน่อยและมาแนวเดิม ๆ โดยช่วงท้ายเรื่องจะฉายถึงตัวละครที่วางกับดักเล่นงานคนร้าย

คะแนนส่วนตัว 5.5/10

ตัวอย่าง


ขอบคุณภาพจาก IMDb เครดิต Film Finance Corporation Australia รูปหน้าปกที่ 1 / รูปหน้าปกที่ 2 / รูปหน้าปกที่ 3

วันศุกร์ที่ 28 มิถุนายน พ.ศ. 2567

รีวิวหนัง A Quiet Place Day One (2024) ดินแดนไร้เสียง วันที่หนึ่ง

 


              A Quiet Place Day One (2024) ดินแดนไร้เสียง วันที่หนึ่ง เป็นภาพยนตร์สยองขวัญอเมริกันที่เขียนบทและกํากับโดย Michael Sarnoski โดยอิงจากเรื่องราวที่เขาคิดร่วมกับ John Krasinski ซึ่งเป็นภาคที่สามในภาพยนตร์ชุด A Quiet Place โดยเป็นภาคแยกของภาพยนตร์เรื่องแรก นําแสดงโดย Lupita Nyong'o, Joseph Quinn และ Alex Wolff โดย Djimon Hounsou กลับมารับบทของเขาจาก A Quiet Place Part II (2020)

              Paramount Pictures เริ่มพัฒนาใน A Quiet Place: Day One ในเดือนพฤศจิกายน 2020 โดย Jeff Nichols จะเขียนบทและกํากับ ภายในเดือนพฤษภาคม 2021 สคริปต์ของ Nichols เสร็จสมบูรณ์ แต่ในเดือนตุลาคม 2021 เขาถูกปลดออกจากภาพยนตร์เรื่องนี้เนื่องจากความแตกต่างที่สร้างสรรค์ ในเดือนมกราคม 2022 Sarnoski ได้รับการประกาศให้แทนที่ Nichols ในฐานะนักเขียนและผู้กํากับ เขาได้รับการทาบทามจาก Krasinski เนื่องจากผลงานการกํากับภาพยนตร์อินดี้เรื่องแรกของเขา Pig (2021) การถ่ายภาพหลักเกิดขึ้นตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2023 ถึงเมษายน 2023 ในลอนดอน รัฐ England.es

              ฉายรอบปฐมทัศน์ที่ Tribeca Festival เมื่อวันที่ 26 มิถุนายน 2024 และจะวางจําหน่ายในสหรัฐอเมริกาโดย Paramount Pictures ในวันที่ 28 มิถุนายน 2024

"ย้อนกลับไปวันแรกกับชีวิตไร้เสียง เพราะการรุกรานของมนุษย์ต่างดาว โดยมีแมวและพิซซ่าเป็นตัวแปร?"

             เรื่องราวย้อนกลับไปวันแรกในการรุกรานของมนุษย์ต่างดาวที่จู่โจมมนุษย์ โดยเมื่อใดก็ตามที่ใครทำให้เกิดเสียงมันจะเข้าจัดการคนๆ นั้น ในครั้งนี้จะเล่าเรื่องราวของ แซมมี่ (ลูพิต้า เอ็นยองโง) หญิงสาวที่กำลังป่วยเป็นมะเร็งซึ่งอาศัยอยู่กับแมวตามลำพัง หลังเกิดเรื่องเธอกลับมีเป้าหมายที่จะเดินทางไปร้านพิซซ่าที่เคยมีความทรงจำกับพ่อในวัยเด็กเพื่อรำลึกความทรงจำเป็นครั้งสุดท้ายในชีวิต แต่ระหว่างเดินทางเธอต้องคอยหาทางหลบหนีพวกมนุษย์ต่างดาวและดูแลทั้งแมวและอีริก (โจเซฟ ควินน์) เพื่อนใหม่ที่เข้ามาร่วมเดินทางไปกับเธอ... 

              ภาพยนตร์ตื่นเต้นระทึกขวัญฟอร์มยักษ์ที่เคยพาคนดูลุ้นระทึกมาแล้ว 2 ภาค โดยในภาคนี้พาเราย้อนกลับไปวันแรกที่เกิดเรื่องขึ้นอีกครั้ง แต่จะเล่าเรื่องผ่านตัวละครใหม่ ซึ่งเราจะได้เห็นบุคลิก สถานการณ์ และเป้าหมายที่แตกต่างจากภาคแรก เราจะได้เห็นความโกลาหลวุ่นวายในเมืองใหญ่ และได้เห็นพวกมนุษย์ต่างดาวที่มากมายมาบุกเมืองกันอย่างโจ๋งครึ่มเลยทีเดียว

               การเล่าเรื่อง ในภาคนี้มีตัวละครหลักอยู่ 3 ตัวละครนั่นคือ 2 คนกับอีก 1 แมว ขอย้ำว่า 1 แมว เพราะแมวถือว่ามีบทบาทพอสมควร เป็นตัวกำหนดชีวิตของคน 2 คนเลยก็ว่าได้ ซึ่งพวกเขาจะได้เผชิญกับเหตุการณ์ต่างๆ ซึ่งพวกเขาต้องหาทางเอาตัวรอดไปจนถึงเป้าหมายที่วางไว้ให้ได้ ซึ่งฉากลุ้นระทึกเกี่ยวกับคนและมนุษย์ต่างดาวมีพอสมควร แต่ว่าข้อเสียคือถ้าใครได้ดูตัวอย่างภาพยนตร์ จะเห็นว่าปล่อยของออกมาเยอะไปหน่อยจนเราพอจะคาดเดาบางเหตุการณ์ได้ แต่ถ้าใครยังไม่ดูตัวอย่างภาพยนตร์จะได้อรรถรสมากขึ้น เสียดายนิดหน่อยช่วงไคลแมกซ์ ดูเคลียร์ง่ายไปนิดนึง ไม่ได้ลุ้นสักเท่าไหร่ ช่วงสถานการณ์อื่นบางซีนยังดูลุ้นกว่า จึงเสียดายกับช่วงไคลแมกซ์นิดหน่อย

              นอกจากนี้ ในภาค Day one ยังมีการสอดแทรกประเด็นดราม่าเกี่ยวกับชีวิตเข้ามาสอดแทรกเล็กน้อยเพื่อให้หนังมีมิติในมุมอื่นเข้ามาเป็นตัวเพิ่มรสชาติอีกด้วย

             ดังนั้นยังไงก็แล้วแต่ คอหนังตื่นเต้นระทึกขวัญ และ FC ภาคก่อนหน้าต้องดู ขอย้ำว่ายังไงก็ไม่ควรพลาด ส่วนใครที่ไม่เคยดูภาคก่อนหน้าก็สามารถมาดูภาคนี้ได้เลยเพราะเนื้อเรื่องอยู่คนละสถานการณ์กันครับ

              สุดท้ายอยากให้หนังมีภาคต่อเป็นอย่างยิ่ง ทำอีกเถอะขอร้อง..!!

คะแนนส่วนตัว 7.5/10

รีวิวโดย A.L. Lucky


           เรื่องราวของ แซม ผู้ป่วยศูนย์บริบาลที่กำลังจะกลับศูนย์บริบาลพร้อมกับ โฟโด แมวบำบัดของเธอ เนื่องจากในเมืองเกิดเรื่อง แต่ในระหว่างที่กำลังเดินทางกลับได้เกิดเหตุบางอย่างและมีบางสิ่งจู่โจม ซึ่งห้ามส่งเสียง โดยพลเรือนทั้งหมดจะต้องอพยพทางน้ำเพื่อเอาชีวิตรอด 

            เป็นภาคที่สามในเรื่อง A Quiet Place ซึ่งเป็นภาคแยกที่เหมือนเริ่มใหม่ตั้งแต่ต้น แต่ถือได้ว่าสร้างได้สนุกขึ้นกว่า โดยเปิดเรื่องด้วยการเกริ่นนำเรื่องราวคร่าว ๆ โดยเฉลี่ยเสียงในเมืองนิวยอร์กดังเก้าสิบเดซิเบล เทียบเท่าเสียงกรีดร้องตลอดเวลา จากนั้นก็ฉายถึงเรื่องราวของตัวละครหลักก่อนที่จะค่อย ๆ เกิดเหตุบางอย่าง จนมีบางสิ่งตกลงมาและระเบิดเป็นเหมือนหมอกควันมองไม่เห็น ซึ่งเมื่อใครส่งเสียงจะถูกบางอย่างเล่นงาน โดยจะฉายให้เห็นเลือนราง จึงไม่ค่อยมีฉากพูดเท่าไหร่เหมือนดูหนังใบ้เลย พอพูดกันก็พูดกันเบา ๆ บางครั้งแทบไม่ค่อยได้ยินว่าพูดอะไร จากนั้นก็ตัดเข้าเรื่องซึ่งฉายถึงตัวละครหลักที่หมดสติและตื่นมาอยู่กับคนกลุ่มหนึ่งที่ต้องอพยพไปยังที่ปลอดภัย ซึ่งก็มีฉากลุ้นระทึกเป็นช่วง ๆ มีช่วงที่น่าเบื่อบ้าง โดยจะฉายถึงสัตว์ประหลาดที่ชัดเจนขึ้น ซึ่งมีแมวที่คอยขโมยซีนความน่ารักและชวนลุ้นตลอดทั้งเรื่อง ซึ่งฉากสัตว์ประหลาดจู่โจมทำได้ลงทุนดี สัตว์ประหลาดทำได้สมจริงน่าสนใจและสถานที่ก็ทำได้เข้ากับสถานการณ์ โดยเมื่อเลยช่วงกลางเรื่องไปจะเน้นฉายตัวละครสองคนที่เอาขีวิตรอดจากสัตว์ประหลาด ซึ่งมีฉากหวาดเสียวบ้าง แต่ช่วงท้ายเรื่องดูขัดใจตัวละครไปบ้างและมีดราม่าเล็กน้อย โดยจบทิ้งท้ายเหมือนมีต่อ

คะแนนส่วนตัว 5.5/10

รีวิวโดย 刘心爱

ตัวอย่าง


ขอบคุณภาพจาก IMDb เครดิต Platinum Dunes รูปหน้าปกที่ 1 / รูปหน้าปกที่ 2 / รูปหน้าปกที่ 3

วันจันทร์ที่ 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2567

รีวิวหนัง Infested (2023) ฝูง 8 ขากับดักสยอง

 


              Infested (2023) ฝูง 8 ขากับดักสยอง เป็นภาพยนตร์ระทึกขวัญที่กำกับโดย Sébastien Vanicek เขียนโดย Sébastien Vanicek และ Florent Bernard นำแสดงโดย Théo Christine, Sofia Lesaffre และ Jérôme Niel

              เมื่อแมงมุมที่ถูกซื้อมาได้หลุดออกมาได้และได้ไปกัดคนตาย ทำให้พวกเขาต้องถูกกักบริเวณอยู่ในอพาร์ทเม้นท์

             เรื่องราวของ คาเลบ ที่ชอบเลี้ยงสัตว์เลื้อยคลานพันธุ์หายากต่าง ๆ ไว้ในห้องอพาร์ทเม้นท์ของเขา โดยล่าสุดเขาได้ซื้อแมงมุมจากดูไบของร้านอาลีกลับมา พร้อมกับของที่ระลึกและได้ปล่อยมันลงไปในกล่องชั่วคราวก่อนที่จะหาที่อยู่ใหม่ แต่แล้วมันได้หลุดออกมาและได้ไปกัดคนเข้า ซึ่งยังไม่ทราบสาเหตุว่าเป็นเพราะอะไร เพื่อความปลอดภัยตำรวจจึงให้ทุกคนอยู่แต่ในอพาร์ทเม้นก่อน 

             เปิดเรื่องฉายถึงตัวละครที่เจอแมงมุมและถูกกัด ซึ่งมีคนหนึ่งที่จับแมงมุมกลับไปด้วยก่อนตัดเข้าเรื่องฉายถึงตัวละครที่มาซื้อของ ซึ่งเป็นของที่มาจากดูไบ ก่อนฉายถึงแมงมุมที่ถูกจับมา ซึ่งถูกซื้อกลับไปด้วย จากนั้นก็ฉายถึงสถานที่ที่ตัวละครอยู่ ก่อนฉายถึงสัตว์เลื้อยคลานต่าง ๆ ที่ตัวละครเลี้ยงไว้ในห้อง และค่อย ๆ ฉายถึงแมงมุมที่หลุดออกมาได้ แต่กว่าจะฉายถึงแมงมุมที่กัดคนและเกิดเรื่องนานไปหน่อย มัวแต่ไปเน้นอย่างอื่น ใส่ฉากพูดคุยที่ค่อนข้างเยอะเกินและมีช่วงน่าเบื่อบ้าง ซึ่งเมื่อถูกกัดจะมีอาการเหมือนถูกพิษแมงมุมที่ร้ายกว่าแมงมุมทั่วไป โดยจะเน้นฉายในสถานที่ตลอดทั้งเรื่อง ซึ่งมีถ่ายบริเวณรอบนอกบ้างเป็นช่วง ๆ โดยเมื่อเริ่มหลุดออกมาก็ค่อย ๆ ฉายถึงใยแมงมุมตามจุดต่าง ๆ ที่มากขึ้นจนไปถึงแมงมุมตัวอื่นที่ถูกแพร่พันธุ์ ซึ่งมีขนาดใหญ่และมากขึ้นเรื่อย ๆ และค่อย ๆ ฉายถึงตัวละครที่โดนแมงมุมเล่นงาน ซึ่งก็ชวนติดตามและชวนลุ้นเอาใจช่วยตัวละครบ้าง โดยเฉพาะช่วงท้าย ๆ เรื่อง แต่บางช่วงค่อนข้างมืดไปหน่อย

คะแนนส่วนตัว 5/10

รีวิวโดย 刘心爱


           "ช่วงแรกเอาเวลาไปตามหาแมงมุมหาย จนมันเนือย ช่วงท้ายจัดแมงมุมมาเยอะแยะมากมาย แต่ฉากสยองจากการจู่โจมของแมงมุมไม่มีเลย คนกลัวแมงมุมเท่านั้นที่น่าจะสยองกับหนังเรื่องนี้"

           คาเลบ ชายหนุ่มผู้ชอบเลี้ยงสัตว์แปลกๆ ได้ซื้อแมงมุมพันธ์ุที่ไม่รู้จักมาจากตลาดมืด และนำกลับมาเลี้ยงในห้องที่อพาร์ทเมนต์แห่งหนึ่ง แต่เขาทำมันหลุดหายไป และในเวลาไม่นาน อพาร์ทเมนท์ก็เต็มไปด้วยแมงมุมพันธุ์ใหม่ที่ไล่จู่โจมผู้คนที่อาศัยอยู่ที่นี่..!!

           ไม่ได้เห็นหนังสยองขวัญที่มีแมงมุมเป็นตัวละครหลักมานานแล้ว ซึ่งในเรื่องนี้ก็แอบคาดหวังนิดหน่อยก่อนดู

           การดำเนินเรื่องช่วงแรกไม่ได้มีอะไรมากมาย เพราะหนังพยายามเปิดตัวที่มาของแมงมุม และพาเราไปรู้จักอพาร์ทเมนท์หลัก ที่เป็นสถานที่ที่เกิดเรื่อง ก่อนที่แมงมุมมันจะหายไป แล้วพระเอกก็ง่วนอยู่กับการตามหาแมงมุม

           หลังจากนั้นช่วงกลางเรื่องลงมา หนังเริ่มใส่เรื่องราวให้คนดูเริ่มลุ้นระทึกละ กับเหตุการณ์การจู่โจมของแมงมุมต่อผู้คนในอพาร์ทเมนท์ เพียงแต่ทุกครั้งที่มีฉากการจู่โจมของแมงมุม เราจะไม่ค่อยเห็นแมงมุมแบบชัดเจน และชอบตัดซีนโดยปล่อยให้เราเดาว่าแมงมุมมันทำร้ายผู้คนยังไง

           ฉากที่ทำได้ดีคือฉากการใส่ฝูงแมงมุมให้วิ่งพล่านไปทั่ว สำหรับคนที่กลัวแมงมุมอาจจะสยองปนขนลุก แต่ถ้าคนดูหนังสยองขวัญมาเยอะแล้ว จะเฉยๆ ไปกับหนังเลย ส่วนซีนโหดๆ นั้นแทบจะไม่มี

           อาจมีฉากให้ได้ลุ้นบ้างอยู่ไม่กี่ฉากที่พอจะทำให้ความบันเทิงของหนังยังพอจะมี แต่ไม่ได้มาจากฉากสยองขวัญนะ เป็นแค่ไอเดียที่หนังใส่สถานการณ์เข้ามา แม้บางซีนจะดูขัดๆ ก็ตาม

           ภาพรวม มันอาจเหมาะกับคนขวัญอ่อนที่กลัวแมงมุม แล้วต้องการชาเลนท์ตัวเอง แต่ถ้าคนดูคอหนังสยองขวัญทั่วไปอาจเฉยๆ ได้ครับ

คะแนนส่วนตัว 5.5/10

รีวิวโดย A.L. Lucky

ตัวอย่าง


ขอบคุณภาพจาก IMDb เครดิต My Box Productions รูปหน้าปกที่ 1 / รูปหน้าปกที่ 2 / รูปหน้าปกที่ 3

วันจันทร์ที่ 6 พฤษภาคม พ.ศ. 2567

รีวิวหนัง Arcadian (2024) อาร์เคเดียน

 



               Arcadian (2024) อาร์เคเดียน เป็นภาพยนตร์แอ็คชั่นสยองขวัญอเมริกันที่กํากับโดย Ben Brewer จากบทภาพยนตร์โดย Michael Nilon นําแสดงโดย Nicolas Cage ฉายรอบปฐมทัศน์ที่ South by Southwest เมื่อวันที่ 11 มีนาคม 2024 ตามด้วยการเข้าฉายในโรงภาพยนตร์ในสหรัฐอเมริกาเมื่อวันที่ 12 เมษายน 2024 โดย RLJE Films

              เรื่องราวของ พอล ผู้พ่อที่ต้องดูแลลูกทั้งสองอย่าง โจเซฟ และ โธมัส ตามลำพังด้วยการหลบซ่อนอยู่ในบ้านไร่อันห่างไกลหลังพระอาทิตย์ตก เพื่อซ่อนตัวจากบางสิ่งข้างนอกที่มากับความมืดและกลัวแสงสว่าง

              เปิดเรื่องด้วยการฉายถึงตัวละครหลักที่ต้องเลี้ยงลูกแฝดสองคนในสภาวะสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีบางอย่างบุกรุกโดยไม่ได้ฉายให้เห็นว่าคืออะไรก่อนตัดมาในช่วงห้าปีต่อมา ซึ่งเป็นช่วงที่ลูกสองคนโตแล้ว โดยฉายถึงตัวละครสามคนที่ต้องหลบซ่อนใช้ชีวิตทั่วไปอยู่ในบ้านหลังพระอาทิตย์ตกที่ต้องล็อคประตูแน่นหนา เพื่อความปลอดภัยและได้ฉายถึงบางอย่างมาพังประตูอยู่ข้างนอก ซึ่งมีฉายถึงการใช้ชีวิตข้างนอกบ้างในตอนเช้าก่อนพระอาทิตย์ตก จากนั้นก็เริ่มฉายถึงตัวละครคนอื่นเพิ่มเติม ซึ่งมีฉากน่ารัก ๆ ของตัวละครสอดแทรกบ้าง แต่การดำเนินเรื่องหลังห้าปีต่อมาก็ค่อนข้างยืดเยื้อน่าเบื่อไปหน่อย ดำเนินเรื่องมาเกือบครึ่งเรื่องยังไม่ฉายให้เห็นว่าสิ่งที่ตัวละครหลบซ่อนคือตัวอะไร โดยจะค่อย ๆ ฉายถึงบางอย่างในช่วงกลางเรื่องที่ชัดเจนขึ้นว่าคือตัวอะไร แต่ดูจนจะจบเรื่องกลับฉายสัตว์ประหลาดน้อยไปหน่อยไปเน้นจุดอื่นมากไป มาเน้นเอาช่วงท้ายเรื่องที่มีช่วงให้ลุ้นบ้าง

คะแนนส่วนตัว 4.5/10

ตัวอย่าง


ขอบคุณภาพจาก Highland Film Group รูปหน้าปกที่ 1

ขอบคุณภาพจาก IMDb เครดิต Highland Film Group รูปหน้าปกที่ 2 / รูปหน้าปกที่ 3 / รูปหน้าปกที่ 4 

วันพฤหัสบดีที่ 18 เมษายน พ.ศ. 2567

รีวิวหนัง Something in the Water (2024) ครีบขย้ำคลั่งมหาสมุทร

 


           Something in the Water (2024) ครีบขย้ำคลั่งมหาสมุทร เป็นภาพยนตร์ระทึกขวัญจากอเมริกาที่กำกับโดย Hayley Easton Street เขียนโดย Cat Clarke นำแสดงโดย Hiftu Quasem, Lauren Lyle และ Natalie Mitson

"จากปาร์ตี้งานวิวาห์...สู่การเอาตัวรอดจากฉลามกลางทะเล"

             เรื่องราวของ 5 สาวเพื่อนสนิท ประกอบไปด้วย เม็ค (ฮิฟตู กาเซม), ลิซซี (ลอเรน ไลล์), เคย์ลา (นาตาลี มิตสัน), แคม (นิโคล เรโกะ เซตสึโกะ)​ และรูธ (เอลลุยส์ เชกสเปียร์-ฮาร์ต)​ ออกเรือไปทริปปาร์ตี้ก่อนงานแต่งของลิซซี แต่รูธ ดันโดนฉลามเข้าจู่โจมที่ขา ระหว่างจะขับเรือกลับ เรือก็ดันชนโขดหินจนล่มกลางทะเล ทำให้ทั้ง 5 สาวต้องลอยคออยู่กลางทะเล และเผชิญกับฉลามที่ว่ายวนเวียนไปมาเพื่อรอจู่โจมพวกเธอ

             เดี๋ยวนี้หนังระทึกขวัญเกี่ยวกับฉลามถูกสร้างบ่อยมาก น่าจะเพราะอย่างน้อยคนดูก็เข้าไปดูกันพอสมควร ไม่ขาดทุน เอาจริงๆ มันก็เป็นพล็อตที่ไม่ได้แปลกใหม่อะไร แต่คนมักชอบหนังอะไรแบบนี้ที่มันดูตื่นเต้น กับตัวละครที่ตกอยู่ในสถานการณ์ที่ชวนอึดอัดและหวาดเสียวกับสิ่งที่มองไม่เห็นในน้ำ

             เรื่องนี้ส่วนตัวคิดว่าสนุกกว่าหนังฉลามที่เข้าฉายไล่เลี่ยกันก่อนหน้านี้อย่าง No way up เพราะมีฉากลุ้นระทึกมากกว่า หนังมีความกระชับ นำเสนอตรงประเด็นมากกว่า ไม่เยิ่นเย้อ

             แม้ว่าจะมีฉากฉลามแบบเต็มตัวน้อยมาก แต่ก็นำเสนอออกมาได้ดี ตรงโจทย์ของหนัง Thriller

             ถึงหนังจะดูสนุกใช้ได้ แต่ก็ดูมีความไม่สมเหตุสมผลในบางเรื่องอยู่บ้าง รวมถึงช่วงไคลแมกซ์ที่แก้ปัญหาง่ายไปนิด

             อย่างไรก็ตามถ้าดูแบบไม่คิดอะไรมาก มันก็เป็นหนังตื่นเต้นที่มีฉลามเป็นตัวร้ายที่ดูสนุกใช้ได้ เหมาะกับคอหนังที่ชอบหนังแนวระทึกขวัญ ถ้าไม่เบื่อฉลามไปซะก่อนนะ 555

คะแนนส่วนตัว 7/10

รีวิวโดย A.L. Lucky


           เรื่องราวของ เม็ก ที่เดินทางมาร่วมงานปาร์ตี้ก่อนแต่งงานของ ลิซซี่ กับ ดอม โดยมีเพื่อน ๆ อย่าง เคย์ล่า, แคม และ รูธ มาร่วมด้วย ซึ่งก็ได้ปาร์ตี้กันอย่างสนุกสนานก่อนที่พรุ่งนี้เช้าจะชวนกันไปล่องเรือกันห้าคนตัดการเชื่อมต่อกันสองสามชั่วโมง แต่ระหว่างที่พวกเธอกำลังเล่นน้ำกัน มีเพื่อนคนหนึ่งถูกฉลามกัดเข้า จึงช่วยพาเธอขึ้นเรือรีบกลับเข้าฝั่งโดยเร็วจนทำให้เรือชนเข้ากับปะการังใต้ทะเล ทำให้เรือรั่วและไม่สามารถขับได้ ตอนนี้พวกเธอจึงติดอยู่กลางทะเลที่ไม่มีแม้แต่สัญญาณโดยที่มีฉลามรอขย้ำพวกเธออยู่

             ช่วงเปิดเรื่องฉายถึงเรื่องราวในอดีตของตัวละครหลักก่อนตัดมาในช่วงหนึ่งปีต่อมาด้วยการฉายตัวละครหลักที่กำลังเดินทางมางานแต่งเพื่อน โดยจะค่อย ๆ ฉายถึงตัวละครอื่น ๆ ก่อนร่วมงานแต่งและปาร์ตี้กัน จากนั้นก็เริ่มฉายถึงตัวละครที่ไปล่องเรือ โดยมีฉายและพูดถึงเรื่องราวในอดีตช่วงเปิดเรื่องบ้าง ซึ่งระหว่างล่องเรือก็ชอบถ่ายใต้ท้องเรือและเมื่อลงดำน้ำว่ายน้ำก็ถ่ายให้เห็นทิวทัศน์ใต้น้ำไปด้วย จากนั้นก็เริ่มฉายถึงฉลามที่ว่ายผ่านไป จนค่อย ๆ เล่นงานตัวละคร แต่กว่าจะเริ่มเข้าเรื่องค่อนข้างนานไปหน่อย โดยจะเล่นกับตัวละครที่เอาชีวิตรอดกลางทะเลหลังเรือจม ซึ่งมีอุปสรรคคือคนเจ็บกับคนที่ว่ายน้ำไม่เป็น รวมทั้งฉลามที่ว่ายวนเวียนอยู่ ซึ่งก็ดูแล้วอึดอัดเหมือนอยู่ในสถานการณ์ด้วย มีดราม่าบ้าง แต่เมื่อดำเนินเรื่องมาถึงช่วงกลางเรื่องก็ยังมาแนวเดิม ๆ ที่พอเดาเรื่องได้บ้าง มีตัวละครต้องว่ายไปขอความช่วยเหลือ ส่วนคนอื่นรออยู่ที่เดิมแทนที่จะไปพร้อมกัน โดยช่วงที่อยู่กลางทะเลก็มีฉากพูดคุยกันน่าเบื่อไปหน่อยแทนที่จะไปเน้นฉลาม ฉลามจึงดูบทน้อยไปหน่อย แต่ยังดีที่มีช่วงให้ลุ้นให้เสียวบ้าง 

คะแนนส่วนตัว 4/10 

รีวิวโดย 刘心爱

ตัวอย่าง


ขอบคุณภาพจาก IMDb เครดิต StudioCanal รูปหน้าปกที่ 1 / รูปหน้าปกที่ 2 / รูปหน้าปกที่ 3 / รูปหน้าปกที่ 4

วันอาทิตย์ที่ 17 มีนาคม พ.ศ. 2567

รีวิวหนัง No Way Up (2024) งาบคลั่งไฟลต์

 


          No Way Up (2024) งาบคลั่งไฟลต์ เป็นภาพยนตร์ระทึกขวัญเอาชีวิตรอดจากอเมริกาที่กํากับโดย Claudio Fäh และเขียนบทโดย Andy Mayson นําแสดงโดย Sophie McIntosh, Will Attenborough, Jeremias Amoore, Manuel Pacific, Grace Nettle, Phyllis Logan และ Colm Meaney วางจําหน่ายในสหราชอาณาจักรเมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2024 และในสหรัฐอเมริกาเมื่อวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2024 

"หนีเครื่องบินตก... ปะฉลาม"

             เรื่องราวของอุบัติเหตุเครื่องบินตกและจมลงไปยังทะเล ทำให้ผู้โดยสารที่ติดอยู่ในเครื่องบินอย่าง เอวา (โซฟี แมคอินทอช) ลูกสาวผู้ว่าการรัฐ, แบรนดอน (โคล์ม มีนีย์) บอดี้การ์ดของเอวา และ มาร์ดี (ฟิลลิส โลแกน) หญิงชราที่มากับ โรซา (เกรซ เน็ตเทิล) หลานสาว รวมถึงผู้รอดชีวิตคนอื่น ๆ ต้องเอาตัวรอด โดยการหาทางกลับขึ้นมาบนผิวน้ำให้ได้ แถมยังมีฝูงฉลามที่คอยจ้องเขมือบพวกเขาเป็นอาหารอีกด้วย

             ภาพยนตร์ระทึกขวัญที่ตอนดู ต.ย. ภาพยนตร์ รู้สึกว่าเป็นหนังที่น่าดูมาก เพราะการใส่พล็อตเครื่องบินตกและไปเผชิญกับฉลามโดยต้องเอาตัวรอดให้ได้มันน่าสนใจและมีความแปลกใหม่ดี แต่ว่าในความเป็นจริง หนังดูสนุกในช่วงต้นเรื่องและท้ายเรื่อง ส่วนช่วงกลางเรื่องนี่เน้นคุยกันเป็นส่วนใหญ่

             ปลาฉลาม ที่เป็นส่วนที่จะทำให้เราตื่นเต้นไปกับหนัง ไม่ได้มีบทบาทมากพอตามที่คาดไว้ว่าหนังจะต้องใส่ฉากระทึกขวัญของการเอาตัวรอดระหว่างคนกับฉลามมาเรื่อย ๆ แต่ตัวฉลามดันมีบทบาทโผล่มาจริง ๆ จัง ๆ ในช่วงแรกและช่วงท้ายเท่านั้นเอง

             นอกจากนั้นตัวหนังเองก็ไม่มีอะไรเลยนอกจากการพูดคุยกันในช่วงกลางเรื่องเป็นหลัก จนช่วงท้ายหนังจึงเริ่มบีบสถานการณ์ให้ตัวละครต้องเร่งแก้ปัญหา และเอาตัวรอดจนไปสู่บทสรุป 

             CG เกี่ยวกับฉากเครื่องบินตก และฉากฉลาม ทำออกมาใช้ได้ แม้จะมีไม่เยอะก็ตาม ดังนั้น FC หนังระทึกขวัญจากฉลาม ถ้าตัดสินใจจะไปดูก็อาจผิดหวังนิดหน่อยครับ

คะแนนส่วนตัว 3/5

รีวิวโดย A.L. Lucky


               เรื่องราวของ เอวา ลูกสาวผู้ว่าที่จะกลับไปเรียนต่อทนายให้จบได้ขึ้นเครื่องไปยังคาโบพร้อมกับ แบรนดอน พี่เลี้ยงของเธอ, เจดแฟนวิศวะของเธอ และ ไคล์ เพื่อนของเจด แต่ระหว่างบินอยู่เหนือท้องฟ้าได้ไปชนนกเข้าและเนื่องจากเครื่องบินลำนี้เป็นเครื่องบินที่เก่า ทำให้เกิดการเสียดสีจนเกิดไฟไหม้จนเครื่องบินตกลงสู่ทะเล พวกเขารวมทั้งผู้โดยสารคนอื่นและลูกเรือที่รอดชีวิตจึงต้องหาทางออกไปจากที่นั่นให้ได้ก่อนอากาศจะหมดและฉลามที่รอกินพวกเขาอยู่

               เปิดเรื่องฉายถึงตัวละครหลักที่เดินทางมายังสนามบิน เพื่อเตรียมขึ้นเครื่อง โดยจะค่อย ๆ ฉายถึงตัวละครอื่น ๆ เพิ่มเติม ซึ่งก็ตามสไตล์หนังแนวนี้มักจะมีตัวละครที่ออกตลก ๆ กวน ๆ ติดมาด้วยให้ได้คลายเครียดไปบ้าง รวมถึงตัวละครที่เป็นหมอเป็นพยาบาลหรือมีความรู้เกี่ยวกับด้านที่เกี่ยวข้องหลงขึ้นมาตลอด ซึ่งกว่าจะขึ้นเครื่องกว่าเครื่องจะเกิดเรื่องค่อนข้างนานไปหน่อย โดยช่วงที่ใกล้เกิดเรื่องจะค่อย ๆ ฉายถึงเหตุการณ์สังหรณ์แปลก ๆ และก็ตามคาดคือเครื่องบินตกลงทะเลและมีฉลามโผล่มาเล่นงานเหยื่อตามพล็อตเรื่องของหนัง ซึ่งการเล่นฉลามกับเครื่องบินถือได้ว่าแปลกใหม่อยู่บ้างและช่วยเพิ่มความตื่นเต้นลุ้นระทึกมากกว่าการเอาชีวิตรอดกับอากาศที่จะหมดอย่างเดียว โดยช่วงที่อยู่ใต้ทะเลก็จะค่อย ๆ ฉายถึงเครื่องบินที่กำลังจะพังและร่วงลงสู่เบื้องลึกของทะเลทีละน้อย พร้อมทั้งค่อย ๆ ฉายถึงฉลามที่ค่อย ๆ ปรากฎตัวมาและเริ่มเล่นงานเหยื่อให้ได้ชวนลุ้นกันบ้าง ถึงแม้อาจจะน้อยไปนิด ซึ่งก็จะมีฉากแผลเหวอะหวะจากการถูกกัดของฉลามให้ได้เสียวกันบ้าง โดยอาจจะเน้นดราม่ามากไปหน่อยและเดาเรื่องได้ง่ายไป มีฉากพูดคุยเรื่องอื่น ๆ สอดแทรกเข้ามาบ่อย แต่ก็ทำได้เข้าถึงอารมณ์และสงสารตัวละครดี ส่วนตัวละครก็จะพยายามหาวิธีเอาชีวิตรอดไปเรื่อย ซึ่งก็ดูแล้วอึดอัดดี โดยจะเน้นฉายตัวละครที่ต้องเอาชีวิตรอดในเครื่องบินที่อยู่ใต้น้ำเป็นหลัก แต่มีฉายถึงตัวละครอื่น ๆ ข้างบนบ้าง ให้อารมณ์คล้าย ๆ กับเรื่อง 47 เนื่องจากผู้กำกับคนเดียวกัน

คะแนนส่วนตัว 5.5/10

รีวิวโดย 刘心爱

ตัวอย่าง


ขอบคุณภาพจาก IMDb เครดิต รูปหน้าปกที่ 1 / รูปหน้าปกที่ 2 / รูปหน้าปกที่ 3 / รูปหน้าปกที่ 4

วันจันทร์ที่ 16 ตุลาคม พ.ศ. 2566

รีวิวหนัง The Conference (2023) สัมมนาเลือด

 


               The Conference (2023) สัมมนาเลือด เป็นภาพยนตร์ระทึกขวัญจากสวีเดนที่กำกับโดย Patrik Eklund เขียนโดย Patrik Eklund, Thomas Moldestad และ Mats Strandberg นำแสดงโดย Marie Agerhäll, Amed Bozan และ Robert Follin

              เรื่องราวของ กลุ่มคนศูนย์การค้าโคลาเรงเง็นที่นำโดย อิงเงล่า, ยูนัส ผู้จัดการโครงการ, คายาน, เอียวา, ลีน่า, อามีร์, ทูร์บเยิร์น, นัดยา และ อาเน็ตต์ ที่ไปพักผ่อนที่โคลาร์เคินฮอลิเดย์วิลเลจ เพื่อทำความรู้จักกันให้มากขึ้น พัฒนาศักยภาพและสัมนากันเรื่องศูนย์การค้าโคลาเรงเง็น โดยพวกเขาได้รับการต้อนรับจาก เจนนี่, รูเกร์, คลีอู ผู้ดูแลการสร้างทีมสัมพันธ์ และ คาร์ล เชฟของที่นี่ แต่แล้วการพักผ่อนสัมนาของพวกเขาก็ต้องเป็นการเอาชีวิตรอดจากฆาตกร

              ช่วงแรกจะฉายถึงตัวละครหลัก ๆ ก่อนที่จะเดินทาง ซึ่งตัวละครมีหลายคน โดยเมื่อมาถึงสถานที่จะเป็นการจัดห้องพักให้แต่ละคน ซึ่งก็เป็นการแนะนำตัวละครแต่ละคนไปด้วย แต่ดำเนินเรื่องได้ค่อนข้างน่าเบื่อยืดเยื้อไปหน่อย จะเน้นไปที่ตัวละครที่ประชุมสัมนา ทำความรู้จักกันและทำกิจกรรมร่วมกันไปเรื่อย รวมทั้งเรื่องลับเบื้องหลังเกี่ยวกับงานที่ทำ โดยมีสอดแทรกฉากลุ้นระทึกบ้างเป็นช่วง ๆ ซึ่งช่วงท้ายเรื่องชวนลุ้นเอาใจช่วยตัวละครดี โดยค่อย ๆ ฉายถึงฆาตกรที่ลงมือฆ่าเหยื่อทีละคน ซึ่งก็ไม่ได้ถ่ายให้เห็นหน้า ซึ่งจะเลือกใช้การสวมหน้ากากปิดบังใบหน้า โดยหนังจะค่อยข้างออกตลก ๆ หน่อย รวมไปถึงฆาตกรก็ออกฮา ๆ บวกกับหน้าตาของหน้ากากที่ดูแล้วตลกดี แต่แอบโหด ซึ่งบางฉากก็โหดดี โดยจะเปิดเผยฆาตกรในช่วงท้ายเรื่อง แต่พล็อตเรื่องไม่ค่อยแปลกใหม่เท่าไหร่ พอเดาเรื่องได้บ้างและดูขัดใจตัวละครบ้าง แต่ดีที่ช่วงท้ายเรื่องมีโต้กลับเอาคืน

คะแนนส่วนตัว 5/10

ตัวอย่าง


ขอบคุณภาพจาก IMDb เครดิต SF Studios รูปหน้าปกที่ 1 / รูปหน้าปกที่ 2 / รูปหน้าปกที่ 3

วันเสาร์ที่ 2 กันยายน พ.ศ. 2566

รีวิวหนัง Concrete Utopia (2023) วิมานกลางนรก

 


               Concrete Utopia (2023) วิมานกลางนรก เป็นภาพยนตร์ระทึกขวัญเกี่ยวกับภัยพิบัติของเกาหลีใต้ที่กำกับโดย Um Tae-hwa และนำแสดงโดย Lee Byung-hun, Park Seo-joon และ Park Bo-young โดยอิงจากส่วนที่สองของเว็บตูน Pleasant Bullying โดย Kim Soongnyung เข้าฉายในโรงภาพยนตร์วันที่ 9 สิงหาคม 2023

"หายนะ และความเห็นแก่ตัวของมนุษย์ เพื่อความอยู่รอด"

                  เมื่อเกิดภัยพิบัติแผ่นดินไหวครั้งรุนแรงส่งผลให้สิ่งก่อสร้างอาคารบ้านเมืองในกรุงโซลทั้งเมืองพังทลายไม่เหลือชิ้นดี แต่อพาร์ทเมนต์ฮวางกุงกลับเป็นอพาร์ทเมนต์เดียวที่ยังคงสภาพปกติ ไม่เสียหายอะไรเลย ซึ่งผู้ประสบภัยที่อยู่นอกอาคารต่างเดินทางมาพักพิงยังอพาร์เมนต์แห่งนี้เรื่อยๆ นั่นทำให้ทางผู้พักอาศัยในอพาร์ทเมนต์เดิมแต่งตั้ง ยองทัก เป็นผู้นำในการรวมพลคนที่พักอาศัยในอพาร์ทเมนต์เดิม ให้ร่วมกันขับไล่คนนอกที่เข้ามาขอความช่วยเหลือ เพราะกลัวว่าคนเหล่านั้นจะเข้ามาแย่งอาหารและเป็นภัยต่อคนที่พักอาศัยเดิม แต่ว่า มินซองและมยองฮวา คู่สามีภรรยาที่อาศัยในอพาร์ทเมนต์นั้นไม่ค่อยเห็นด้วยเพราะต้องการช่วยเหลือเพื่อมนุษย์ด้วยกัน แต่ก็ต้องยอมต่อเสียงส่วนใหญ่ จึงจำต้องเข้าร่วม

                 การผลักคนนอกให้ออกจากอพาร์ทเมนต์ก็เหมือนไล่พวกเขาให้ไปตาย ซึ่งส่งผลให้เกิดความขัดแย้งและการต่อสู้เอาตัวรอด ปลุกสันดานดิบ ความเห็นแก่ตัวของมนุษย์ นำมาซึ่งผลลัพท์ที่รุนแรงเกินจะคาดเดา

                ภาพยนตร์ภัยพิบัติ และการเอาตัวรอดของเกาหลีเรื่องนี้ ถือว่าทำออกมาได้ดีเลย แม้หนังจะไม่ได้นำเสนอภาพความรุนแรงของภัยพิบัติเหมือนหนังแฟนไชรส์เรื่องอื่นๆ เพราะหนังเน้นการนำเสนอการเอาตัวรอดจากสภาวะหลังภัยพิบัติที่ผู้คนต่างขาดปัจจัยในการดำรงชีวิต เช่น อาหาร ยา ที่พักอาศัย และสภาพอากาศที่เหน็บหนาว ซึ่งประเด็นที่หนังนำเสนอเหล่านี้ก็ทำออกมาน่าติดตามดี โดยประเด็นหลักๆ เป็นการนำเสนอเกี่ยวกับการตัดสินใจในการกระทำของมนุษย์ต่อมนุษย์เมื่อเผชิญวิกฤติ หนังนำเสนอหลายๆ มุมมองที่เกิดจากการกระทำของตัวละคร การนำเสนอในแง่มุมของการตัดสินใจที่บางทีการอยู่ในกรอบของมนุษยธรรมก็อาจไม่ถูกต้องเสมอไป หรือการเห็นแก่ตัวก็อาจเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้อง

                ดังนั้นหนังจึงนำเราไปสู่การตั้งคำถามตามความคิดเห็นที่เรามีต่อแง่มุมของหนังผ่านการตัดสินใจของตัวละคร ในเชิงว่าถ้าเป็นเราจะตัดสินใจอย่างไรกับสถานการณ์ต่างๆ ที่เข้ามา และในขณะที่ดูก็จะเกิดคำถามว่าสิ่งที่ตัวละครทำนั้นถูกต้องหรือไม่ เป็นหนังที่ทำให้เราคิดเป็นระยะๆ เลยจากเหตุการณ์ในหนังที่เกิดขึ้น

                 การดำเนินเรื่อง นั้นหนังไม่ได้ใส่ฉากมหันตภัย หรือฉากเสี่ยงตายแบบหวือหวา แต่หนังใส่ความกดดันในแง่ของความเป็นจริง ความลำบาก ความระแวงจากคนกันเอง ความเห็นแก่ตัว และปัญหาจากการดำรงชีวิตในสภาวะขาดแคลน ซึ่งประเด็นเหล่านี้แม้จะไม่หวือหวา แต่หนังเล่าเรื่องได้ชวนติดตาม เพราะหนังทำให้เราลุ้นว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับเหล่าตัวละครต่างๆ ในการตัดสินใจดำเนินการแต่ละอย่าง

                นอกจากนี้ในด้านการแสดง ของนักแสดงหลักทั้ง อีบยองฮอน, พัคซอจุน และพัคโบยอง ก็มีส่วนทำให้หนังดูน่าติดตาม เพราะนักแสดงแสดงออกมาได้เหมาะกับคาแร็คเตอร์ตัวเองมากๆ เช่น ตัวที่ร้ายดูน่าระแวงก็ดูสมจริง รวมถึงบทที่บ่งบอกถึงการยากลำบากในการตัดสินใจ บทคนโลกสวย บทการกลัวไปกับสถานการณ์ที่เป็นปัญหา นักแสดงแสดงออกมาทั้งการกระทำและแววตา สีหน้า ได้ดีมาก

              ว่าด้วยเรื่อง CG เรียกได้ว่าออกแบบฉากซากปรักหักพังได้สมจริง ไม่แพ้ Hollywood เลย รวมถึงฉากหายนะจากภัยพิบัติช่วงแรกก็ทำออกมาดีและดูน่ากลัว ในภาพรวม CG นี่เอาคะแนนเต็มไปเลย ตอนนี้กล้าบอกได้เลยว่า CG เกาหลีน่าจะเป็นที่ 1 ในเอเชียแล้วตอนนี้

                  แม้หนังจะดูสนุก แต่เนื่องด้วยหนังต้องการให้แง่คิดในเรื่องสันดานดิบของมนุษย์ จึงไม่ได้มีความสนุกขั้นลุ้นอะไรสักเท่าไหร่ รวมถึงช่วงไคลแมกซ์ที่นำเสนอบทสรุปในเชิงคำถามปลายเปิด ถ้าใครคาดหวังความลุ้นระทึกจากฉากมหันตภัยหนักๆ ก็อาจจะผิดหวัง แต่ใครชอบหนังแนวเสียดสีสังคม ให้แง่คิด และการนำเสนอความเป็นจริงในแง่ของความเป็นมนุษย์ในช่วงการประสบภัยและความขาดแคลนปัจจัยในการดำรงชีวิตก็ขอแนะนำครับ

                ส่วนตัวมีทั้งส่วนที่รู้สึกสนุกกับหนังคือการแก้ปัญหาโดยอยู่ในพื้นของความเป็นมนุษย์ปุถุชนที่ไม่ได้เก่งกาจมีความสามารถอะไร แต่อาจเฉยๆ กับบทสรุป แม้จะให้แง่คิด และคำถามให้ไปคิดต่อ แต่รู้สึกว่าดูจบแบบธรรมดาไปหน่อย แต่การจบแบบนี้และการนำเสนอในเชิงเสียดสีสังคม ก็ไม่แปลกใจที่หนังเรื่องนี้จะเป็นตัวแทนหนังเกาหลีส่งเข้าชิงรางวัลออสการ์ครับ

คะแนนส่วนตัว 3.5/5

ตัวอย่าง


รีวิวโดย A.L. Lucky


ขอบคุณภาพจาก Lotte Entertainment รูปหน้าปกที่ 1

ขอบคุณภาพจาก IMDb เครดิต Lotte Entertainment รูปหน้าปกที่ 2 / รูปหน้าปกที่ 3


วันอังคารที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2566

รีวิวหนัง Timber Falls (2007)

 


           Timber Falls (2007) เป็นภาพยนตร์สยองขวัญอเมริกันที่กำกับโดย Tony Giglio และนำแสดงโดย Josh Randall และ Brianna Brown ในบราซิลเปิดตัวด้วยชื่อ Wrong Turn 2 ในเม็กซิโก เปิดตัวด้วยชื่อ Wrong Turn 3

               ทิมเบอร์ฟอลล์ เส้นทางปีนเขาที่มีที่โล่งเยอะ แถมวิวและน้ำตกสวย แต่เป็นเส้นทางที่อันตรายที่ไม่มีคนไป

              เรื่องราวของ คู่รัก เชอร์ริล และ ไมค์ (ไมเคิล) ที่มาจากเวอร์จิเนีย เพื่อมาปีนเขาเที่ยวสักสองวัน โดยเพิ่งมาที่นี่ครั้งแรก จึงได้เข้ามาขอคำแนะนำจากไกด์ ซึ่งไกด์ได้แนะนำเส้นวิลโลว์ครีกหรือโดเนอร์ พวกเขาจึงได้เดินทางไปตามเส้นทาง แต่ไม่รู้จะเลือกไปทางไหนดี พอดีกับ ไอด้า ฟอสเตอร์ ผ่านทางมา พวกเขาจึงได้คำแนะนำให้ไปยังเส้นทางวิลโลว์ครีก ซึ่งถึงเขาไว แต่เส้นทางไม่สวย ส่วนระหว่างโดเนอร์ไปเพ็ดเลอร์วิวสวยมาก ไมค์จึงได้ถามต่อถึงเส้นทางที่ว่าง ซึ่งทั้งสองเส้นล้วนไม่ค่อยว่างเลย แต่เส้นทิมเบอร์ฟอลล์มีที่โล่งเยอะ แถมวิวและน้ำตกก็สวย ทำให้พวกเขาสนใจ และเมื่อพวกเขาไปเส้นทางนั้นก็ได้เจอกับกลุ่มคนอันตพาลและเจอ ไคลด์ ที่มาเคลียร์ทาง จึงได้ถามถึงที่ตั้งแคมป์ ซึ่งเขาแนะนำที่ไฟว์คอนเนอร์ ทะเลสาบสวยมาก แต่เมื่อพวกเขาไปที่นั่นไม่นานเชอร์ริลได้หายตัวไป

              เปิดเรื่องฉายถึงเหยื่อที่ถูกจับ ซึ่งฉายให้เห็นคนร้ายเพียงแค่บางส่วนไม่ได้ฉายให้เห็นหน้า แต่จะฉายให้เห็นในช่วงกลางเรื่อง จากนั้นก็ตัดเข้าเรื่องโดยฉายถึงตัวละครหลักที่มาปีนเขากันก่อนฉายถึงป้ายประกาศคนหาย จนเมื่อเริ่มปีนเขาจะฉายถึงเส้นทางทิมเบอร์ฟอลล์ ซึ่งเป็นชื่อเรื่องนั่นเอง จากนั้นก็ฉายถึงตัวละครอื่นเพิ่มเติม รวมทั้งตัวละครที่มาก่อกวนและฉายถึงใครบางคนที่แอบมองอยู่ ซึ่งแต่ละคนก็ดูน่าสงสัยไม่น่าไว้วางใจ จนเมื่อมีตัวละครหายตัวไป จะเน้นฉายถึงการตามหาคนหาย ซึ่งก็ชวนลุ้นเอาใจช่วยตัวละครดีและชวนติดตามว่าคนร้ายต้องการอะไรกันแน่ แต่บางจุดพอเดาเรื่องได้บ้าง โดยจะค่อย ๆ เปิดเผยเรื่องราวทีละน้อย ซึ่งมีหักมุมแบบคิดไม่ถึงบ้าง ช่วงท้ายมีช่วงให้ลุ้นบ้างว่าจะเอาชีวิตรอดไปได้ยังไง โดยก่อนจบได้ทิ้งท้ายเหมือนมีต่อในช่วงหนึ่งปีต่อมา

คะแนนส่วนตัว 6/10

ตัวอย่าง 


ขอบคุณภาพจาก IMDb เครดิต A-Mark Entertainment รูปหน้าปกที่ 1 / รูปหน้าปกที่ 2 / รูปหน้าปกที่ 3

วันจันทร์ที่ 29 พฤษภาคม พ.ศ. 2566

รีวิวหนัง DISQUIET (2023)

 

           DISQUIET (2023) เป็นภาพยนตร์ระทึกขวัญจากอเมริกาที่กำกับและเขียนโดย Michael Winnick นำแสดงโดย Jonathan Rhys Meyers, Rachelle Goulding และ Elyse Levesque

               หลังได้สติจากการเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล ก็ต้องตกใจเมื่อโรงพยาบาลกลายเป็นโรงพยาบาลร้างและมีคนพยายามตามไล่ฆ่า

              เรื่องราวของ แซม ที่กำลังจะมีลูกด้วยกันกับ ซาร่าห์ ภรรยา โดยได้เปิดสตาร์ทอัพด้านเทค ซึ่งมีแววรุ่ง แต่ได้เงินไม่เยอะ แต่อยู่ ๆ ก็ได้เกิดอุบัติเหตุรถชนได้รับบาดเจ็บสาหัสจนต้องเข้าโรงพยาบาลและมีผู้ชายอาการโคม่าฟื้นขึ้นมาพยายามจะฆ่าเขา นางพยาบาลที่อยู่ ๆ ก็โผล่มาแล้วหายไป เขาจึงร้องขอความช่วยเหลือ แต่กลับไร้ผู้คน แต่แล้วก็ได้ยินเสียงร้องขอความช่วยเหลือจาก โมนิก้า ที่กำลังถูกผู้หญิงลุมจับจะฆ่าเธอ คาร์เตอร์ ที่ถูกยิงแล้วถูกส่งมาที่นี่ โดยตำรวจ โดยหมอและตำรวจใส่กุญแจมือติดกับเตียง เวอร์จิล ผู้ป่วยนั่งรถเข็นที่เขาเจอหลังหมดสติ ลิลลี่ หมอที่ช่วยเย็บแผลให้เขา ทุกคนที่เขาเจอมักจะหายตัวไปตลอด เกิดอะไรขึ้นกับที่นี่กันแน่ คนอื่น ๆ หายไปไหนกันหมด เขาจึงต้องหาทางหนีออกไปจากที่นี่และเอาชีวิตรอดจากการไล่ฆ่า

             เปิดเรื่องด้วยการพูดแนะนำตัวละครหลักก่อนเกิดเรื่อง จากนั้นจะฉายตัวละครที่อยู่ในโรงพยาบาลตลอดทั้งเรื่อง โดยเริ่มฉายถึงตัวละครที่มีอาการเสียสติและตัวละครลึกลับที่เหมือนไม่ใช่คน ซึ่งฉายเหมือนตัวละครหลักอยู่คนเดียว โดยสถานที่ดูร้าง ๆ บรรยากาศหลอน ๆ สถานที่ทำได้น่าสนใจและชวนลุ้นชวนติดตามดีว่าจะเอาชีวิตรอดยังไงและตัวละครลึกลับคือใครกันแน่ มีฉายถึงเรื่องราวก่อนเกิดเหตุของตัวละครเป็นช่วง ๆ แต่ช่วงที่ฉายจุดนี้ค่อนข้างน่าเบื่อไปหน่อยและไม่ค่อยมีความจำเป็นเท่าไหร่ จากนั้นก็ตัดมาฉายถึงตัวละครอีกคนในสถานที่เดียวกันจนได้มาเจอกันและฉายถึงตัวละครอื่นเพิ่มเติม ซึ่งตัวละครที่โผล่มาก็ชวนให้สงสัยว่าเป็นคนจริงหรือไม่ใช่กันแน่ บางฉากทำได้น่าสนใจดี โดยจะค่อย ๆ เปิดเผยเรื่องราวในช่วงท้ายเรื่อง แต่ไม่ได้เปิดเผยให้เข้าใจทั้งหมด

คะแนนส่วนตัว 5/10

ตัวอย่าง


ขอบคุณภาพจาก IMDb เครดิต SP Media Group รูปหน้าปก

วันอังคารที่ 18 เมษายน พ.ศ. 2566

รีวิวหนัง Tunnel (2016) อุโมงค์มรณะ

 


               Tunnel (2016) อุโมงค์มรณะ เป็นภาพยนตร์แนวดราม่าเอาชีวิตรอดของเกาหลีใต้ที่เขียนบทและกำกับโดย Kim Seong-hun นำแสดงโดย Ha Jung-woo วางจำหน่ายในเกาหลีใต้เมื่อวันที่ 10 สิงหาคม 2016

              อุโมงค์ฮาโดที่เปิดได้เพียงไม่ถึงเดือนได้ถล่มลงมาเนื่องจากการก่อสร้างที่ไม่แข็งแรงทำให้มีคนติดอยู่ข้างในที่รอความช่วยเหลือ

              เรื่องราวของ อีจองซู จากเกียมอเตอร์สเจ้าของเต้นท์รถเกียสาขาฮาโดที่กำลังจะขับรถไปอู่รถ เพราะแตรเสีย ก่อนกลับบ้านพร้อมเค้กที่ซื้อมาให้ ซูจิน ลูกสาวประมาณ 17.59 โดยผ่านอุโมงค์ฮาโดบนถนนสายสิบแปด บริษัทก่อสร้างแสนสุขเนชั่นแนล ซึ่งเปิดได้เพียงไม่ถึงเดือน แต่เมื่อขับเข้าอุโมงค์ไม่นานได้เกิดเหตุอุโมงค์ถล่ม ทำให้เขาติดอยู่ใต้ดินไปหนึ่งร้อยแปดสิบเมตร มีเพียงน้ำสองขวดและเค้กเท่านั้นที่ประทังชีวิตได้ จึงโทรขอความช่วยเหลือจากหน่วยฉุกเฉิน ซึ่งกว่าหน่วยฉุกเฉินมาช่วยก็ประมาณห้านาทีถ้ารถไม่ติด แต่การช่วยเหลือใช้เวลานานเป็นอาทิตย์ จึงแนะนำให้เขาไปรอในที่ปลอดภัยและจะติดต่อกับเขาทุกตอนเที่ยงของวัน โดย คิมแดคยอง หัวหน้าทีมปฏิบัติการณ์ช่วยเหลือที่เก่งที่สุดในเกาหลี

              เปิดเรื่องฉายถึงตัวละครหลักก่อนที่จะขับรถผ่านอุโมงค์และเกิดเรื่อง ซึ่งถือได้ว่าเข้าเรื่องเร็วดี โดยเมื่อเกิดเรื่องจะฉายตัวละครที่ติดอยู่ข้างในที่ต้องเอาชีวิตรอดไปเรื่อยและตัวละครข้างนอกที่กำลังช่วยเหลือสลับกัน รวมทั้งตัวละครอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องและอุโมงค์ฮาโด ซึ่งหนังดำเนินเรื่องเรื่อย ๆ เริ่มจากการขอความช่วยเหลือ พูดคุยกับเจ้าหน้าที่และครอบครัว การช่วยเหลือของเจ้าหน้าที่ โดยระหว่างติดอยู่ข้างในจะค่อย ๆ ฉายถึงอุโมงค์ที่ถล่มลงมาทีละนิดไปด้วย ซึ่งพอถึงช่วงกลางเรื่องจะมีฉายถึงตัวละครอื่นที่ติดอยู่ด้วย รวมทั้งสุนัขที่เป็นตัวสร้างสีสันในเรื่องเล็กน้อย จึงมีช่วงที่ตลกสอดแทรก ซึ่งก็มีดราม่าบ้าง ดูแล้วก็สงสารตัวละครดี แต่บางจุดไม่ค่อยสมเหตุสมผลเท่าไหร่และช่วงให้ลุ้นน้อยไป แต่ยังดีที่ช่วงท้ายชวนลุ้นอยู่บ้าง

คะแนนส่วนตัว 5.5/10

ตัวอย่าง


ขอบคุณภาพจาก IMDb เครดิต BA Entertainment รูปหน้าปกที่ 1 / รูปหน้าปกที่ 2 / รูปหน้าปกที่ 3

วันจันทร์ที่ 3 เมษายน พ.ศ. 2566

รีวิวหนัง Unseen (2023)

 


               Unseen (2023) เป็นภาพยนตร์ระทึกขวัญสยองขวัญสัญชาติอเมริกันที่กำกับโดย Yoko Okumura โดยเป็นผลงานการกำกับเรื่องแรกของเธอและเขียนบทโดย Salvatore Cardoni และ Brian Rawlins นำแสดงโดย Midori Francis, Jolene Purdy และ Missi Pyle โดยมี Jason Blum ทำหน้าที่เป็นผู้อำนวยการสร้างผ่านแบนเนอร์ Blumhouse Television

              การเอาชีวิตรอดที่ต้องอาศัยตาจากผู้อื่นในขณะที่ตัวเองมองไม่ค่อยเห็น เรื่องราวของ เอมิลี่ คาซาฮาระ หญิงสาวสายตาสั้นที่ถูกวางยาและถูกลักพาตัวโดยอดีตแฟนเก่า ชาร์ลี เบลวิค ที่มีปัญหากัน เมื่อรู้สึกตัวเธอจึงต่อสู้กับเขา ทำให้แว่นของเธอเกิดตกแตก ด้วยความรีบร้อนเธอต้องเอาตัวรอดไปก่อน จึงรีบวิ่งหนีเข้าป่า โดยมีเพียงโทรศัพท์มือถือที่ติดตัวมาเท่านั้น เธอจึงได้โทรขอความช่วยเหลือจากตำรวจ แต่กว่าตำรวจจะหาตำแหน่งของเธอพบก็ใช้เวลาถึงหนึ่งชั่วโมงในการทำงานร่วมกับผู้ให้บริการของเธอและไม่มีความสามารถด้านวีดีโอ เพื่อบอกทางไปยังที่ปลอดภัยได้ เนื่องจากขัดต่อข้อบังคับในการใช้อุปกรณ์ส่วนตัว ทางตำรวจจึงแนะนำให้เธอหาที่หลบซ่อน แต่ระหว่างหลบหนีเธอดันสะดุดหกล้มทำให้สายหลุดไปและหน้าจอมือถือแตก เธอจึงพยายามโทรขอความช่วยเหลือจากตำรวจอีกครั้ง แต่ดันเป็นการโทรไปหาคนอื่นแทน ซึ่งก็คือ แซม พนักงานแคชเชียร์ร้านสะดวกซื้อในปั๊มน้ำมันรัฐฟลอลิดา เธอจึงขอให้แซมช่วยเป็นตาให้เธอไปก่อนระหว่างรอความช่วยเหลือจากตำรวจด้วยการวีดีโอคอลกลับไปหาเธอ

              เปิดเรื่องด้วยการฉายตัวละครหลักสองคนสลับกันไปมา ซึ่งเป็นการปูที่มาที่ไปของตัวละครเล็กน้อยก่อนตัดเข้าเรื่อง โดยดำเนินเรื่องต่อเนื่องกัน ยังคงฉายสลับตัวละครไปมาสองสถานที่ตลอดทั้งเรื่อง ซึ่งช่วงแรกจะค่อย ๆ เปิดเผยเรื่องราวของสาเหตุที่ตัวละครถูกทำร้ายก่อนที่มีเหตุให้ตัวละครสองคนมาเจอกันทางโทรศัพท์ โดยในช่วงที่ตัวละครหลบหนีจะถ่ายให้เห็นภาพที่ตัวละครมองแบบเบลอ ๆ ส่วนช่วงที่ให้ตัวละครอีกคนช่วยเหลือจะถ่ายภาพให้เห็นจากในหน้าจอมือถือ เหมือนอยู่ในเหตุการณ์ไปด้วย ซึ่งก็ทำได้ชวนลุ้นเอาใจช่วยตัวละครตลอดทั้งเรื่อง ดูแล้วสงสารตัวละครดี โดยหนังจะออกตลก ๆ หน่อย แต่บางช่วงค่อนข้างน่าเบื่อไปบ้างและฉากดราม่ายังทำได้ไม่ค่อยเข้าถึงอารมณ์เท่าไหร่

คะแนนส่วนตัว 5.5/10

ตัวอย่าง


ขอบคุณภาพจาก IMDb เครดิต รูปหน้าปกที่ 1 / รูปหน้าปกที่ 2


วันจันทร์ที่ 27 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566

รีวิวหนัง The Price We Pay (2023)

 


              The Price We Pay (2023) เป็นภาพยนตร์สยองขวัญอเมริกันปี 2022 ที่กำกับโดย Ryuhei Kitamura และนำแสดงโดย Emile Hirsch และ Stephen Dorff ซึ่งเผยแพร่ในรูปแบบวิดีโอออนดีมานด์ในวันที่ 10 มกราคม 2023 และในโรงภาพยนตร์บางแห่งในวันที่ 13 มกราคม 2023

              การขอพักอาศัยในบ้านหลังหนึ่งที่หารู้ไม่ว่าพวกเขากำลังจะตกเป็นเหยื่อโดยไม่รู้ตัว เรื่องราวของ เกรซ ที่ถูก โคดี้, อเล็กซ์ และ เชน พี่ชายอเล็กซ์ ที่กำลังปล้นจับเป็นตัวประกันระหว่างมาจำนำของที่โรงรับจำนำ โดยให้เธอขับรถพาหนีไปเรื่อย แต่ระหว่างทางรถดันพังและบังเอิญไปเห็นบ้านหลังหนึ่งในระยะสองสามไมล์เข้า จึงตัดสินใจขอเข้าไปพักสักสองสามชั่วโมงระหว่างรอคนมารับ ซึ่งเมื่อมาถึงพวกเขาได้เจอกับ แดนนี่ ที่อยู่ตามลำพังในโรงนา ส่วนปู่ของเขากำลังทำธุระอยู่ข้างนอก และไม่นานปู่ของเขาก็กลับมาพร้อมกับบุคคลลึกลับอีกหนึ่งคนที่แบกเหยื่อกลับมาด้วย  โดยพวกเขากำลังจะตกเป็นเหยื่อรายต่อไป

              เปิดเรื่องด้วยการฉายถึงเหยื่อที่โดนใครบางคนเล่นงาน ซึ่งทำได้น่าสนใจดี จากนั้นก็ตัดเข้าเรื่อง ซึ่งเป็นช่วงก่อนที่จะเกิดการปล้น จากนั้นก็เริ่มฉายตัวละครที่ลงมือปล้นก่อนที่จะมาเจอบ้านหลังหนึ่งและตัวละครที่ดูทำตัวแปลก ๆ ซึ่งคำพูดก็แฝงความลับให้ชวนติดตาม จนค่อย ๆ ฉายถึงสิ่งต่าง ๆ ในบ้าน ซึ่งทำได้น่าสนใจดี โดยช่วงกลางเรื่องจะเริ่มฉายถึงตัวละครลึกลับเพิ่มเติม ซึ่งหนึ่งในนั้นเป็นตัวละครในช่วงเปิดเรื่อง มีช่วงให้ลุ้นบ้าง โดยเฉพาะในช่วงท้ายเรื่องชวนลุ้นเอาใจช่วยตัวละครหน่อย พร้อมทั้งเปิดเผยเรื่องราวทั้งหมด ซึ่งช่วงท้ายจะค่อนข้างเน้นฉากโหด 

คะแนนส่วนตัว 6/10

ตัวอย่าง


ขอบคุณภาพจาก VMI Worldwide รูปหน้าปกที่ 1 / รูปหน้าปกที่ 3

ขอบคุณภาพจาก Lionsgate รูปหน้าปกที่ 2 /  รูปหน้าปกที่ 4

วันจันทร์ที่ 23 มกราคม พ.ศ. 2566

รีวิวหนัง Sick (2022)

 


              Sick (2022) เป็นภาพยนตร์อเมริกันเชือดเฉือนที่กำกับโดย John Hyams และเขียนบทโดย Kevin Williamson และ Katelyn Crabb นำแสดงโดย Gideon Adlon, Beth Million และ Dylan Sprayberry ฉายรอบปฐมทัศน์ที่เทศกาลภาพยนตร์นานาชาติโตรอนโตเมื่อวันที่ 11 กันยายน 2022 และออกฉายในวันที่ 13 มกราคม 2023 โดย Peacock

               การกักตัวในที่ห่างไกลผู้คนกลับไม่ได้ปลอดภัย เมื่อมีคนป่วยเสียสติบุกเข้ามาทำร้าย เรื่องราวของ ปาร์คเกอร์ เมสัน พา มิริ วูดโลว์ เพื่อนของเธอไปที่บ้านริมทะเลสาบอันห่างไกลของครอบครัวเธอ เพื่อกักตัว แต่เมื่อพวกเธอมาถึง ปาร์คเกอร์ เมสัน ก็ได้รับข้อความลับจากคนแปลกหน้า จากนั้นก็มีรถคันหนึ่งมาจอดหน้าบ้านพวกเธอ ซึ่งก็เป็น ดีเจ ที่มาหาปาร์คเกอร์ เมสัน และจะออกไปในตอนเช้า แต่ยังไม่ทันไรพวกเขาก็รู้สึกเหมือนมีคนอยู่ในบ้าน โดยมีจุดมุ่งหมายที่จะทำร้ายพวกเขา

              เปิดเรื่องฉายถึงตัวละครที่ต้องสวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลาและต้องเว้นระยะห่างในสถานการณ์โควิดที่เข้ากับสถานการณ์ปัจจุบัน โดยต้องคอยหวาดระแวงไปกับตัวละครเหมือนมีคนแอบติดตามและมีคนแปลกหน้าส่งข้อความมาหาก่อนที่จะฉายถึงฆาตกร ซึ่งก็ทำได้น่าสนใจ ใช้บรรยากาศหลอน ๆ ชวนลุ้นดี จากนั้นก็ตัดเข้าเรื่องฉายถึงตัวละครหลักที่กำลังเดินทางมายังบ้านหลังหนึ่ง จากนั้นก็เริ่มเข้าสู่เรื่องราวในช่วงเปิดเรื่องคือจะมีคนแปลกหน้าส่งข้อความมาหาก่อนและฉายเหมือนมีคนแอบดูอยู่ รวมทั้งให้บรรยากาศเหมือนช่วงเปิดเรื่องเลย ซึ่งก็ยังคงทำได้ชวนลุ้นหวาดระแวงดี แต่เมื่อมีตัวละครมาเพิ่ม ช่วงนี้ค่อนข้างน่าเบื่อไปหน่อย จากนั้นก็เริ่มฉายถึงใครบางคนที่แอบย่องเข้ามาเงียบ ๆ ซึ่งช่วงนี้จะเน้นถ่ายแบบค่อย ๆ เลื่อนผ่านจากจุดหนึ่งไปอีกจุดหนึ่ง จนเริ่มชวนลุ้นเอาใจช่วยตัวละครขึ้นเรื่อย ๆ แต่กว่าจะถึงช่วงนี้ก็เลยครึ่งเรื่องไปแล้วและมีบางจุดที่ดูขัดใจตัวละครไปบ้าง

คะแนนส่วนตัว 5.5/10

ตัวอย่าง


ขอบคุณภาพจาก IMDb เครดิต Miramax รูปหน้าปกที่ 1 / รูปหน้าปกที่ 2 / รูปหน้าปกที่ 3


ป้ายกำกับ