แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ หนังปราบผีปีศาจ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ หนังปราบผีปีศาจ แสดงบทความทั้งหมด

วันพฤหัสบดีที่ 4 กันยายน พ.ศ. 2568

รีวิวหนัง The Conjuring : Last Rites (2024) คนเรียกผี พิธีกรรมครั้งสุดท้าย

 


            The Conjuring : Last Rites (2024) คนเรียกผี พิธีกรรมครั้งสุดท้าย เป็นภาพยนตร์สยองขวัญเหนือธรรมชาติสัญชาติอเมริกันที่กำกับโดย Michael Chaves และเขียนบทโดย Ian Goldberg, Richard Naing และ David Leslie Johnson-McGoldrick โดยสร้างจากการสืบสวนเรื่องจริงของการหลอกหลอนของ Smurl ที่ทำโดยตระกูล Warren ผ่านเรื่องราวต้นฉบับที่เขียนร่วมกันโดย James Wan และ Johnson-McGoldrick นำแสดงโดย Patrick Wilson และ Vera Farmiga ซึ่งกลับมารับบทผู้สืบสวนปรากฏการณ์เหนือธรรมชาติและนักเขียน Ed และ Lorraine Warren พร้อมด้วย Mia Tomlinson และ Ben Hardy ซึ่งเป็นภาคต่อของ The Conjuring: The Devil Made Me Do It (2021) ซึ่งเป็นภาคที่ 9 และภาคสุดท้ายของจักรวาล The Conjuring โดย Chaves กลับมารับหน้าที่กำกับต่อจากภาคก่อน James Wan และ Peter Safran กลับมารับหน้าที่อำนวยการสร้างอีกครั้ง ซึ่งมีกำหนดออกฉายในสหรัฐอเมริกาในวันที่ 5 กันยายน 2025

           "ฉากระทึกขวัญค่อนข้างเยอะ ซีนต่อซีนเลย ออกแบบผีได้ดี แต่เสียดายตรงขาดที่มาที่ไป และจบง่ายไปหน่อย"

           เรื่องราวเกิดขึ้นเมื่อ ครอบครัวสเมิร์ล (Smurl) ถูกวิญญาณร้ายสุดโหดตามรังควาญ แต่ เอ็ด วอร์เรน และ ลอเรน วอร์เรน เลิกที่จะรับงานไล่ผีแล้ว จึงไม่ได้ยื่นมือเข้ามาช่วย ระหว่างนั้นจูดี้ ลูกของพวกเขาได้ถูกวิญญาณหญิงแก่รังควาญ และเรื่องราวก็ไปเกี่ยวพันกับครอบครัวของสเมิร์ล ทำให้พวกเขาจำต้องกลับมาทำพิธีไล่ผีอีกครั้งเพื่อช่วยลูก และครอบครัวสเมิร์ลอย่างเลี่ยงไม่ได้...

          นี่เป็นหนังสยองขวัญในจักรวาลหลักอย่าง Conjuring ซึ่งเป็นภาคที่ 4 แล้ว และเป็นภาคสุดท้าย ซึ่งในภาคนี้ นอกจากนักแสดงหลักเดิมๆ เราจะได้เห็นบทบาทของจูดี้ ลูกสาวของครอบครัววอร์เรนมีพัฒนาการและบทบาทมากขึ้นด้วย ส่วนเจ้าผีตัวร้ายในภาคนี้สุดโหดมาก มีมาถึง 2 ตัว คือผียายแก่ กับผีฆาตกรถือขวาน ที่ออกแบบตัวละครผีได้น่ากลัวมาก และในเรื่องของซีนสยอง ภาคนี้ค่อนข้างจัดมา Entertain คนดูเยอะจนคุ้มจริงๆ เรียกได้ว่าสยองลุ้นระทึกกันซีนต่อซีนเลย

           แต่ส่วนตัวรู้สึกว่าภาคนี้ยังมีจุดอ่อนในเรื่องการปูเรื่อง ที่มาที่ไปของตัวละครผี และบทสรุปที่รู้สึกว่ามันจบง่ายไปหน่อย ทั้งๆ ที่เจ้าผีนี่จัดเต็มซะจนครอบครัววอร์เรนร่อแร่เลย

           ภาพรวมนี่จึงเป็นหนังสยองขวัญที่ขายความสยอง ตื่นเต้นลุ้นระทึกอย่างเต็มที่เพื่อความบันเทิงจริงๆ FC หนังสยองขวัญ และ Conjuring ไม่ควรพลาด ใครไม่เคยดูภาคก่อนก็ดูภาคนี้รู้เรื่องครับ และมีฉากระหว่าง และหลัง End credit ให้ชมกันด้วยนะครับ

คะแนนส่วนตัว 7.5/10

รีวิวโดย A.L. Lucky


           เรื่องราวของ เอ็ด วอร์เรน และ ลอเรน วอร์เรน ที่ได้เกษียรณเลิกรับงานไล่ผีแล้วต้องกลับมาไล่ผีอีกครั้ง เนื่องจาก ครอบครัวสเมิร์ล ได้ถูกวิญญาณร้ายในบ้านคุกคามหลังจากได้รับกระจกโบราณมาจนถึงขั้นถูกทำร้ายเกือบเอาชีวิตไม่รอด ซึ่งมีวิญญาณร้ายสามดวงที่ตามอาฆาต แต่มีวิญญาณร้ายนอกเหนือจากนั้นที่อยู่เบื้องหลัง โดยมีจุดหมายแท้จริงอยู่ที่ จูดี้ ลูกสาวของพวกเขา ที่มีสัมผัสพิเศษเหมือนกับแม่ของเธอ

           เปิดเรื่องด้วยการฉายถึงเรื่องราวในอดีตของ เอ็ด และ ลอเรน สมัยวัยรุ่นที่ได้สืบสวนกระจกโบราณก่อนที่จะให้กำเนิดลูกสาว ซึ่งเกือบต้องเสียลูกสาวไปในปี 1964 โดยมีฉายเรื่องราวในอดีตของตัวละครเป็นช่วง ๆ ก่อนตัดเข้าเรื่องในปี 1986 โดยเมื่อเข้าเรื่องก็ได้ฉายถึงครอบครัวสเมิร์ลก่อนที่จะได้รับกระจกโบราณ ซึ่งเป็นกระจกที่เอ็ด และ ลอเรนได้พบเจอในช่วงเปิดเรื่อง โดยเมื่อได้เปิดผ้าคลุมกระจกนั้นก็ค่อย ๆ เกิดเรื่องแปลก ๆ ขึ้น โดยตัวละครแต่ละคนก็ค่อย ๆ เจอเรื่องเหล่านี้ ซึ่งฉากสยองขวัญแต่ละฉากค่อนข้างเดาได้ง่ายมากไม่ค่อยแปลกใหม่เท่าไหร่ จึงดูแล้วไม่ค่อยลุ้นมากนัก โดยบางฉากจะใช้เสียงดังให้ตกใจเล็กน้อย ซึ่งมักจะฉายถึงปีศาจสามตน ซึ่งปีศาจก็ดูน่าสนใจดี โดยระหว่างนั้นก็ฉายสลับกับครอบครัววอร์เรนก่อนที่จะมีเหตุให้มายังบ้านของครอบครัวสเมิร์ล ซึ่งจุดนี้ก็มาแนวเดิม ๆ จากภาคก่อน ๆ คือจะมีครอบครัวหนึ่งที่เกิดเรื่องเหนือธรรมชาติก่อนที่ครอบครัววอร์เรนจะมาช่วย โดยช่วงนี้ก็ได้ฉายถึงจูดี้และลอเรนที่ได้พบเจอเหตุการณ์เหล่านี้เช่นกัน ซึ่งก็มีฉายถึงสิ่งของผีสิงในพิพิธภัณฑ์บ้านลอเรนให้ได้เห็นอีกครั้ง โดยสิ่งของเหล่านี้บางอย่างก็ได้ปรากฎออกมาหลอกหลอนด้วย ซึ่งก็มีสอดแทรกอารมณ์อื่น ๆ ร่วมด้วย โดยช่วงท้ายจะเน้นการไล่ผีในบ้านของครอบครัวสเมิร์ล ที่มีทั้งฉากลุ้นระทึกและการเข้าสิง ซึ่งก็ชวนลุ้นเอาใจช่วยตัวละครดี โดยช่วงนี้ก็จะค่อย ๆ เปิดเผยเรื่องราวเกี่ยวกับปีศาจสามตนที่ตามคุกคาม ถึงแม้จะปราบผีได้ง่ายไปหน่อยและเสียดายที่ไม่ได้ฉายถึงปีศาจอีกตัวที่อยู่เบื้องหลัง โดยก่อนจบก็ได้อธิบายเรื่องราวคร่าว ๆ ที่เกิดขึ้นจริง หลังจากนั้นครอบครัวสเมิร์ลก็ได้อาศัยอยู่ในบ้านอีกสามปี และวอร์เรนก็เก็บกระจกที่ถูกสาปไว้อย่างปลอดภัยในพิพิธภัณฑ์ของพวกเขา เอ็ด ได้เสียชีวิตลงในวัย 74 ปี เนื่องจากเส้นเลือดในสมองแตก ส่วน ลอเรน ก็ไม่ได้แต่งงานใหม่และเสียชีวิตในวัย 92 ปี จึงเหมือนเป็นภาคสุดท้ายของคอนเจอริ่ง พิธีกรรมครั้งสุดท้าย นั่นเอง แต่ในหนังก็เหมือนได้ทิ้งท้ายไปสู่ภาคแยกตามในข่าว

คะแนนส่วนตัว 6/10

รีวิวโดย 刘心爱 

ตัวอย่าง


ขอบคุณภาพจาก Warner Bros. Pictures รูปหน้าปกที่ 1

ขอบคุณภาพจาก IMDb เครดิต Warner Bros. Pictures รูปหน้าปกที่ 2 / รูปหน้าปกที่ 3

วันจันทร์ที่ 10 มีนาคม พ.ศ. 2568

รีวิวหนัง Dominion of Darkness (2024) กัวซา ผีสาปนรกส่ง

 



               Dominion of Darkness (2024) กัวซา ผีสาปนรกส่ง เป็นภาพยนตร์สยองขวัญอินโดนีเซียที่มีชื่ออินโดนีเซียว่า Kuasa Gelap กํากับโดย Bobby Prasetyo นำแสดงโดย Lukman Sardi, Astrid Tiar, Jerome Kurnia, Lea Ciarachel และ Freya JKT48 ซึ่งบอกเล่าเรื่องจริงเกี่ยวกับกรณีการไล่ผีของคําสอนทางศาสนาคาทอลิกที่เกิดขึ้นในอินโดนีเซีย และได้รับแรงบันดาลใจจากเรื่องจริงของนักบวชไล่ผีในโบสถ์ในพื้นที่เซมารัง โดยเริ่มการถ่ายทําเมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2024 และเข้าฉายในโรงภาพยนตร์อินโดนีเซียในวันที่ 3 ตุลาคม พ.ศ. 2024 

               พลังแห่งความมืดที่เล่นกับจิตใจคน ต้องกล้าหาญและศรัทธา ยอมรับอดีตของตัวเองได้ ต้องสารภาพบาปก่อนเริ่มพิธีไล่ผี โดยสิ่งที่สำคัญที่สุดคือศรัทธา

             เรื่องราวของ บาทหลวงโทมัส ที่อยากสึกและออกจากคริสจักร เนื่องจากศรัทธาอ่อนแอ แต่ต้องมาช่วย คุณพ่อเรนดรา ทำเคสไล่ผีของ ไคย์ลา เนื่องจากวาติกันไม่ให้บาทหลวงประกอบพิธีไล่ผีด้วยตัวคนเดียว ซึ่งไคย์ลาถูกผีสิงหลังจากให้ ซิลลา ใช้เจลังกุงอัญเชิญดวงวิญญาณของพ่อที่สุสาน เพื่อไม่ต้องการให้ เดนิส แฟนใหม่ของแม่เข้าใกล้แม่และเลิกกับแม่ แต่การไล่ผีไม่ได้ง่ายขนาดนั้นเมื่อมีวิญญาณร้ายมากกว่าหนึ่งตน

             เปิดเรื่องด้วยการเกริ่นนำเรื่องราวที่อิงจากเรื่องจริงของการไล่ผีในอินโดนีเซีย จากกรณีการถูกผีสิงคริสจักรนิกายโรมันคาทอลิกเก้าสิบเปอร์เซ็นต์เกี่ยวข้องกับอาการป่วยหรืออาการป่วยทางจิต มีเพียงสิบเปอร์เซ็นต์ที่ต้องเข้ารับการไล่ผี จากนั้นก็ตัดมาฉายถึงตัวละครหลักที่เกิดอุบัติเหตุรถคว่ำก่อนตัดเข้าเรื่องฉายถึงตัวละครหลัก ซึ่งเป็นเรื่องราวหลังเกิดเหตุ พร้อมฉายตัวละครอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องก่อนที่จะอัญเชิญดวงวิญญาณเข้าตุ๊กตา ซึ่งหลังจากอัญเชิญก็ค่อย ๆ ฉายถึงใครบางคน รวมทั้งเหตุการณ์แปลก ๆ และตุ๊กตาที่ขยับเองได้ ซึ่งจะฉายถึงใครบางคนลึกลับบ่อยขึ้นจนเริ่มเข้าสิงเหยื่อ ซึ่งกลังจากที่เข้าสิง เหยื่อก็มีพฤติกรรมแปลก ๆ โดยจะมีอาการผีเข้าสิงเป็นช่วง ๆ ซึ่งจะทำร้ายตัวเอง จากนั้นก็ฉายถึงบาทหลวงอีกคนที่กำลังไล่ผี ซึ่งเป็นตัวละครที่ตัวละครหลักต้องไปหา แต่การไล่ผีและการล่อลวงของปีศาจก็มาแนวเดิม ๆ ที่ไม่ได้แปลกใหม่กว่าเรื่องอื่น ๆ มากนัก โดยช่วงท้ายตัวละครหลักจึงต้องหาวิธีไล่ผีและมาทำพิธีไล่ผี และได้เริ่มฉายถึงตุ๊กตา รวมถึงปีศาจอีกครั้ง พร้อมทั้งเปิดเผยชื่อปีศาจ

คะแนนส่วนตัว 4.5/10

ตัวอย่าง


ขอบคุณภาพจาก IMDb เครดิต Ideosource Entertainment รูปหน้าปกที่ 1 / รูปหน้าปกที่ 2 / รูปหน้าปกที่ 3 / รูปหน้าปกที่ 4

วันอังคารที่ 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568

รีวิวหนัง Devils Stay (2024) ปีศาจปรสิต

 


              Devils Stay (2024) ปีศาจปรสิต เป็นภาพยนตร์สยองขวัญจากเกาหลีใต้ที่กำกับโดย Moon-Sub Hyun นำแสดงโดย Park Shin-yang, Lee Min-ki และ Lee Re

            บาเรียว ปีศาจที่คืนชีพผ่านร่างของฝาแฝด ครอบงำจิตใจของมนุษย์ ทำให้มนุษย์ฆ่าฟันกันเอง เมื่อตะวันขึ้นครบสามครั้ง ปีศาจจะฟื้นคืนชีพจากร่างที่สิง 

            เรื่องราวของ หมอชาซึงโด ที่ช่วย ชาโซมี ลูกสาว ผ่าตัดหัวใจ ซึ่งหัวใจที่ได้รับการปลูกถ่ายมาจากคนรู้จัก โดยสามารถทำการผ่าตัดได้สมบูรณ์ แต่หลังการผ่าตัดกลับมีอาการแปลกไป โดย สาเหตุของการเสียชีวิตคือภาวะหัวใจหยุดเต้น แต่ศพที่เสียชีวิตแล้วร่างควรจะแข็งแต่กลับไม่แข็ง อีกทั้งเขายังรับรู้ว่าเธอยังไม่ตายจึงหาทางช่วยเธอให้ฟื้นขึ้นมา ในขณะที่ แฮชิน นักบวชปราบปีศาจ ที่สัญญาว่าจะไล่ปีศาจไปให้ได้ ได้เข้ามาช่วยเหลือเขา เนื่องจากเกี่ยวพันถึงปีศาจ

             เปิดเรื่องฉายถึงตัวละครที่กำลังขับไล่ปีศาจก่อนที่เหยื่อที่ถูกสิงจะเสียชีวิต จากนั้นก็ตัดเข้าเรื่องฉายถึงเรื่องราวในอดีตของตัวละครพ่อลูกในช่วงเปิดเรื่อง ซึ่งก็มีฉายเรื่องราวในอดีตเป็นช่วง ๆ โดยเป็นเรื่องราวความสัมพันธ์พ่อลูกและการผ่าตัด จากนั้นก็ฉายถึงปัจจุบัน โดยดำเนินเรื่องเป็นวัน ๆ ซึ่งเป็นช่วงที่ลูกเสียชีวิตแล้ว แต่ศพกลับมีอาการแปลกประหลาด โดยมีพูดถึงศพด้วย ซึ่งไม่ใช่ตัวตนที่แท้จริง และฉายย้อนถึงการไล่ปีศาจ หลังจากนั้นก็ค่อย ๆ เกิดเหตุการณ์แปลก ๆ ขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเห็นศพฟื้น ได้ยินเสียงร้องเรียก บางอย่างออกมาจากศพ ตัวละครบางคนที่ถูกปีศาจสิง รวมทั้งฉายถึงปีศาจที่บงการร่างอยู่ โดยจะค่อย ๆ เปิดเผยถึงเรื่องราวของปีศาจในช่วงกลางเรื่อง ซึ่งยังคงมีปีศาจอยู่ในร่าง รวมทั้งค่อย ๆ เปิดเผยถึงที่มาที่ไปของหัวใจที่ปลูกถ่าย ซึ่งก็ชวนลุ้นเอาใจช่วยตัวละครในการขับไล่ปีศาจไปด้วย โดยจะเน้นไปที่การขับไล่ปีศาจเยอะหน่อย

คะแนนส่วนตัว 5/10

ตัวอย่าง



ขอบคุณภาพจาก IMDb เครดิต iFilm Co. รูปหน้าปกที่ 1 / รูปหน้าปกที่ 2 / รูปหน้าปกที่ 3

วันศุกร์ที่ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2567

รีวิวหนัง The Exorcism (2024) นรกสิงสาป

 


             The Exorcism (2024) นรกสิงสาป เป็นภาพยนตร์สยองขวัญเหนือธรรมชาติของอเมริกาที่กํากับโดย Joshua John Miller จากบทที่เขาร่วมเขียนบทกับ MA Fortin นําแสดงโดย Russell Crowe, Sam Worthington, Chloe Bailey, Adam Goldberg, Adrian Pasdar และ David Hyde Pierce เข้าฉายในโรงภาพยนตร์ในสหรัฐอเมริกาในวันที่ 21 มิถุนายน 2024

"เมื่อคนไล่ผีถูกผีสิงซะเอง"

             เรื่องราวของแอนโทนี มิลเลอร์ (รัสเซลล์ โครว์) นักแสดงคนหนึ่งผู้เคยมีอดีตเป็นบาทหลวงได้ถูกเชิญให้มาแสดงเป็นบาทหลวงไล่ผีในหนัง แต่ไปๆ มาๆ ตัวเขากลับโดนผีเข้าซะเอง เดือดร้อนลูกสาวจะต้องหาทางช่วยแอนโทนีพ่อตัวเองที่โดนผีเข้าให้ได้...!

              นี่เป็นหนังผีแนวคนถูกผีเข้า และต้องมีการไล่ผี โดยอาจมีความแปลกใหม่ตรงที่พล็อตเรื่อง ให้ผู้ถูกผีเข้าเป็นอดีตบาทหลวง โดยคราวนี้ได้รัสเซลล์ โครว์ ผู้ซึ่งเคยรับบทบาทหลวงไล่ผีมาก่อน ในภาพยนตร์ก่อนหน้านี้เรื่อง The Pope's exorcist มารับบทอดีตบาทหลวงที่โดนผีเข้า แต่ว่าในเรื่องนี้น่าจะเป็นหนังที่น่าผิดหวังของรัสเซล ถ้าเทียบกับเรื่องก่อนหน้านี้ เพราะถ้านี่คือหนังสยองขวัญ หนังยังทำออกมาได้ไม่ตอบโจทย์นักกับการสร้างความสยองขวัญหรือระทึกขวัญให้ผู้ชมที่เข้ามาดู

              ในช่วงครึ่งแรกของหนัง หนังค่อนข้างเนือยมากๆ แทบจะไม่มีฉากน่ากลัวระทึกขวัญเลย แม้หนังจะพยายามปูเรื่องด้วยประเด็นดราม่าครอบครัวเข้ามาแต่ก็ไม่ได้ช่วยอะไร และไม่ได้มีความเชื่อมโยงกับเนื้อเรื่องด้วย คือดราม่าครอบครัวไม่มีก็ได้เพราะไม่ได้เกี่ยวข้องกับหนังสักเท่าไรและไม่อินด้วย

              ในช่วงครึ่งหลัง หนังค่อยๆ ปล่อยของ เริ่มมีฉากสยอง ตื่นเต้นระทึกขวัญ แต่ว่ามันเหมือนมาช้าไปจนเราเซ็งกับหนังไปแล้ว และถึงแม้ว่าจะมาช้าและปล่อยของออกมาเยอะในช่วงท้าย แต่การออกแบบการนำเสนอของฉากระทึกขวัญ ไม่ได้ทำออกมาให้เราได้รู้สึกกลัวหรือลุ้นระทึกได้เลย หรือถ้ามีก็น้อยมาก รวมถึงช่วงไคลแมกซ์ที่ดูไม่มีอะไรเลย เหมือนอยากใส่อะไรก็ใส่มา เพื่อให้หนังสามารถไปต่อยังบทสรุปได้ ประมาณว่าผีจะเก่งก็เก่งขึ้นได้ บทจะแพ้ก็แพ้ง่ายๆ ไม่ได้มีความแปลกใหม่อะไรให้ได้ลุ้นเลย ดังนั้นนี่จึงเป็นหนังสยองขวัญที่นำเสนอความความน่ากลัวได้อย่างน่าผิดหวัง

              ในด้านการแสดง แม้ตัวหนังจะน่าผิดหวัง แต่ยังมีข้อดีในแง่ของการแสดงของรัสเซล ที่เหมือนจะแบกหนังไว้ทั้งเรื่อง แต่สุดท้ายการแบกไว้เยอะจนหลังหักก็ไม่ได้ช่วยให้หนังดูสนุกขึ้นมาสักเท่าไร ส่วนตัวละครอีกตัวที่รับบทโดย แซม เวิร์ทธิงตัน นี่เป็นตัวละครที่เอาดารามาฆ่าทิ้งเล่น แทบไม่มีบทบาทเลย ไม่สมกับชื่อชั้นของนักแสดง เหมือนมีวัตถุดิบที่ดีแต่ไม่เอามาใช้

               แล้วก็สิ่งที่ขัดใจอีกอย่างคือรู้นะว่าหนังผีมันเล่าเรื่องในโทนมืดๆ อยู่แล้ว แต่เรื่องนี้มันมืดมาก จนแทบมองไม่เห็นหน้านักแสดงในบางซีนเลย แล้วบทใส่แสงจ้าพรึบเข้ามานี่ก็แยงตาจนอยากจะหลับพักสายตาไปเลย

              เอาเป็นว่าแฟนคลับหนังสยองขวัญที่อยากจะเข้าไปดูการแสดงของรัสเซล โครว์ ซึ่งเป็นส่วนที่พอจะช่วยให้หนังดูมีอะไรให้น่าสนใจขึ้นมาบ้าง ก็ลองเข้าไปรับชมกันครับ

คะแนนส่วนตัว 5.5/10

รีวิวโดย A.L. Lucky

ตัวอย่าง


ขอบคุณภาพจาก IMDb เครดิต Miramax รูปหน้าปกที่ 1 / รูปหน้าปกที่ 2 / รูปหน้าปกที่ 3 / รูปหน้าปกที่ 4

วันจันทร์ที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2567

รีวิวหนัง Exhuma (2024) ขุดขึ้นมาจากหลุม

 


              Exhuma (2024) ขุดขึ้นมาจากหลุม เป็นภาพยนตร์สยองขวัญเหนือธรรมชาติของเกาหลีใต้ที่เขียนบทและกํากับโดย Jang Jae-hyun และนําแสดงโดย Choi Min-sik, Kim Go-eun, Yoo Hae-jin และ Lee Do-hyun

              ได้รับเลือกในส่วนฟอรัมในเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติเบอร์ลินครั้งที่ 74 ซึ่งมีรอบปฐมทัศน์โลกในวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2024 เปิดตัวเมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2024 

"ทีมสื่อวิญญาณ กับการไขปริศนาหลุมฝังศพ"

              เรื่องราวของผู้สื่อวิญญาณที่ประกอบไปด้วย คู่หูหนุ่ม-สาวผู้ทำพิธีติดต่อสิ่งเล้นลับ ซินแสผู้ดูเกี่ยวกับฮวงจุ้ย และสัปเหร่อ พวกเขาทั้ง 4 ต่างคอยทำหน้าที่ขจัดปัดเป่าเคราะห์ร้าย กำจัดสิ่งที่ไม่ดี แก้ไขสะเดาะเคราะห์ และคอยช่วยเหลือผู้คนด้วยวิชาทางไสยศาสตร์มาตลอด จนกระทั่งวันหนึ่งพวกเขาต้องรับงานขุดศพขึ้นมา เพื่อสื่อสารว่าคนตายต้องการอะไร เนื่องจากครอบครัวญาติของผู้ตายกำลังประสบปัญหาเกี่ยวกับการตามรังควานของวิญญาณโดยไม่รู้สาเหตุ แต่ว่าเคสนี้กำลังจะพาพวกเขาไปพบเจอกับอันตรายร้ายแรงจากบางสิ่งที่อยู่ในหลุมศพแห่งนี้!!

            ในความรู้สึกส่วนตัว ผมไม่ได้ชอบภาพยนตร์เรื่องนี้ถึงขั้นมากมายอะไร ถ้าเทียบกับหนังผีหรือหนังสยองขวัญที่เคยดูๆ มา

             หนังเรื่องนี้เป็นหนังที่เอาเรื่องราวของพิธีกรรมเกี่ยวกับการสื่อสารกับวิญญาณ การดูฮวงจุ้ย และการฝังศพของเกาหลีใต้ มาประยุกต์เล่าเรื่องเป็นความบันเทิงในรูปแบบของการสืบสวน และการสู้กับวิญญาณร้าย ซึ่งในช่วงครึ่งแรกรู้สึกว่าการเล่าเรื่องค่อยข้างเนือย และเน้นการสืบสวนเพื่อแก้ปัญหาเป็นหลัก ส่วนในครึ่งหลังหนังเริ่มดูสนุกขึ้นกับการใส่ ฉากลุ้นระทึก ฉากต่อสู้ กับผีเข้ามาเป็นระยะ

             แม้ในครึ่งหลังจะดูสนุกขึ้น แต่ก็ยังรู้สึกว่าหนังน่าจะทำให้ความน่ากลัวไปได้มากขึ้นกว่านี้ ทั้งๆ ที่วัตถุดิบในครึ่งหลังดูมีของที่จะจัดเต็มได้อย่างมากมายเลย

             เอาเข้าจริงๆ ถ้าใครชอบหนังผีที่มีการเล่าเรื่องในเชิงสืบสวน ไขปริศนาความจริง เพื่อนำไปสู่การแก้ไขปัญหา และผสมผสานกับความลุ้นระทึกที่มาจากตัวผี ในระดับหนึ่ง ก็น่าจะชื่นชอบกว่าผม แต่ถ้าใครคาดหวังว่าหนังจะขายความน่ากลัวลุ้นระทึกแบบถี่ๆ ก็อาจจะรู้สึกเหมือนแอดมินก็ได้ครับ ที่คาดหวังว่าจะต้องมีความลุ้นระทึกแบบยาวๆ 

             ใครจะไปดูแนะนำว่าอย่าคาดหวังกับหนังมาก แล้วคุณจะสนุกกับหนังผีแนวสืบสวนเรื่องนี้ได้ในระดับหนึ่งครับ

คะแนนส่วนตัว 7/10

รีวิวโดย A.L. Lucky    


         เรื่องราวของ ฮวาริม และ บงกิล สองหมอผี ที่ถูกเรียกครอบครัวชาวอเมริกันเชื้อสายเกาหลีผู้มั่งคั่งเรียกตัวมาให้ดูความเจ็บป่วยลึกลับของลูกชายแรกเกิดของพวกเขา จนรู้ว่าเกี่ยวข้องกับคำสาปวิญญาณของบรรพบุรุษพวกเขา พวกเขาจึงต้องพึ่งความช่วยเหลือจาก คิมซังด็อก ปรมาจารย์ฮวงจุ้ย และ ยองกึนสัปเหร่อ มาช่วยอีกแรง ซึ่งในตอนแรกพวกเขาไม่กล้าขุด เนื่องจากเป็นหลุมศพต้องห้ามที่ตั้งอยู่ในภูเขาห่างไกลใกล้ชายแดนเกาหลีเหนือ แต่เพราะความเห็นใจของครอบครัวที่อยากให้ช่วยเด็ก จึงต้องยอมขุดด้วยการทำพิธีบูชายันไปพร้อมกัน เพื่อหลีกเลี่ยงคำสาป แต่หลังจากที่พวกเขาขุดศพขึ้นมาก็ได้มีบางอย่างขึ้นมาด้วย

            เปิดเรื่องฉายถึงหมอผีสองคนที่ถูกครอบครัวหนึ่งเรียกตัวมาดูเด็กที่ป่วย ก่อนมีเหตุให้ต้องเรียกตัวละครอีกสองคนมาช่วย ซึ่งก่อนมาช่วยก็ได้ฉายถึงตัวละครอีกสองคนที่กำลังทำงานของตัวเองก่อน ซึ่งกว่าจะมารวมตัวกันและเริ่มขุดหลุมศพก็ค่อนข้างนานไปหน่อย โดยก่อนฉายถึงหลุมศพ ก็ได้ฉายถึงสุนัขจิ้งจอกกลุ่มหนึ่งก่อน แต่สุนัขจิ้งจอกทำได้ไม่ค่อยสมจริงดูลอย ๆ ไปหน่อย ซึ่งช่วงแรกหนังจะฉายให้เห็นถึงวัฒนธรรม ความเชื่อ ประเพณีของเกาหลีผสมผสานไปด้วย จนเมื่อขุดศพขึ้นมาก็ได้ฉายถึงเหตุการณ์แปลก ๆ ที่เป็นลางไม่ดีและเริ่มฉายถึงบางอย่างปรากฎตัวขึ้น โดยเล่นกับครอบครัวนั้น ซึ่งก็ชวนติดตามดีว่าคืออะไร ไปพร้อมกับตัวละครที่ต้องสืบสวนว่าสิ่งต้องห้ามนั้นคืออะไรกันแน่ ซึ่งก็ค่อย ๆ เปิดเผยเรื่องราวทีละน้อย โดยเรื่องราวจะเกี่ยวข้องกับประวัติศาสตร์สงครามเกาหลีญี่ปุ่น จนเมื่อเข้าสู่ช่วงท้ายเรื่องก็ได้เริ่มฉายถึงบางอย่างที่โหดร้ายกว่า ซึ่งก็ชวนลุ้นบ้าง แต่กลับเล่นกับจุดที่น่าสนใจอย่างปีศาจที่ขึ้นมาจากหลุมไม่ค่อยคุ้มค่า ทำให้หนังดูเรียบขาดความตื่นเต้นลุ้นระทึกไปหน่อยและทำได้ไม่ค่อยสุดสักทาง

คะแนนส่วนตัว 5/10

รีวิวโดย 刘心爱   

ตัวอย่าง


ขอบคุณภาพจาก IMDb เครดิต Showbox รูปหน้าปกที่ 1รูปหน้าปกที่ 2รูปหน้าปกที่ 3 

วันศุกร์ที่ 29 กันยายน พ.ศ. 2566

รีวิวหนัง The Exorcist 1 (1973) หมอผีเอ็กซอร์ซิสต์ ภาค 1

 


              The Exorcist 1 (1973) หมอผีเอ็กซอร์ซิสต์ ภาค 1 เป็นภาพยนตร์สยองขวัญเหนือธรรมชาติของอเมริกาที่กํากับโดย William Friedkin จากบทภาพยนตร์โดย William Peter Blatty ซึ่งสร้างจากนวนิยายชื่อเดียวกันในปี 1971 ของเขา นําแสดงโดย Ellen Burstyn, Max von Sydow, Jason Miller และ Linda Blair

             Blatty ซึ่งเป็นโปรดิวเซอร์ด้วย และ Friedkin ซึ่งเป็นตัวเลือกของเขาในฐานะผู้กํากับมีปัญหาในการคัดเลือกนักแสดงภาพยนตร์เรื่องนี้ การเลือกญาติที่ไม่รู้จัก Burstyn, Blair และ Miller แทนที่จะเป็นดาราหลักทําให้เกิดการต่อต้านจากผู้บริหารของ Warner Bros. Pictures การถ่ายภาพหลักก็ยากเช่นกันโดยเกิดขึ้นทั้งในทะเลทรายร้อนและชุดแช่เย็น นักแสดงและทีมงานหลายคนได้รับบาดเจ็บบางคนเสียชีวิตและอุบัติเหตุที่ผิดปกติทําให้การถ่ายภาพล่าช้า การผลิตใช้เวลานานเป็นสองเท่าของกําหนดการและมีค่าใช้จ่ายเกือบสามเท่าของงบประมาณเริ่มต้น อุบัติเหตุมากมายนําไปสู่ความเชื่อที่ว่าภาพยนตร์เรื่องนี้ถูกสาปแช่ง

              เข้าฉายในโรงภาพยนตร์ 24 แห่งในสหรัฐอเมริกาเมื่อวันที่ 26 ธันวาคม 1973 การสนทนาทางวัฒนธรรมเกี่ยวกับภาพยนตร์เรื่องนี้ช่วยให้ภาพยนตร์เรื่องนี้กลายเป็นภาพยนตร์สยองขวัญเรื่องแรกที่ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลออสการ์สาขาภาพยนตร์ยอดเยี่ยมและอีกเก้าเรื่อง Blatty ได้รับรางวัล Best Adapted Screenplay ในขณะที่วิศวกรเสียงได้รับรางวัล Best Sound มีภาคต่อหลายภาคและเป็นภาพยนตร์สยองขวัญเรท R ที่ทํารายได้สูงสุด (ไม่ปรับอัตราเงินเฟ้อ) จนกระทั่งภาพยนตร์เรื่อง It 

"ฉากและเทคนิคถ้าเป็นสมัยนั้นถือว่าทำออกมาหลอนเลย แต่พอมาเป็นยุคนี้มันดูเฉย ๆ นะ"

             เรื่องราวของเรแกน (ลินดา แบลร์) เด็กสาวที่มีอาการป่วยเหมือนถูกผีเข้า ซึ่งแม่ของเธอต้องทำทุกวิถีทางเพื่อช่วยลูกสาวตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นวิธีทางการแพทย์และการไล่ผี เพื่อให้ลูกสาวกลับมาเป็นปกติให้ได้!

             เนื่องด้วยมันเป็นหนังเก่ามาก ๆ ซึ่งถูกฉายตั้งแต่ปี 1973 ซึ่งผมยังไม่เกิดเลย และเคยดูนานมากแล้วตั้งแต่สมัยเด็ก ๆ เลยต้องมารื้อฟื้นกันหน่อยก่อนที่ภาคใหม่ Exorcist believer จะเข้าฉาย

             จริง ๆ มันมีฉากที่ดูสยดสยองค่อนข้างเยอะนะ ซึ่งในความคิดเห็นคิดว่า ถ้าเป็นในสมัยก่อน มันดูสยองชวนแหวะเลยแหละ แต่พอมาเป็นสมัยนี้การพัฒนา CG มันดีขึ้นมาก ฉากเทคนิคต่าง ๆ ที่เราเคยดูในหนังผีหรือหนังสยองขวัญในยุคนี้จนเคยชิน ทำให้เรารู้สึกว่าหนังเรื่องนี้ถ้ามาฉายในปัจจุบันก็ดูเฉยไปเลย แต่ฉากหวาดเสียวที่ทำได้ดีและเสียวตามคือฉากเด็กในห้องผ่าตัดตอนถูกเจาะเลือดอันนี้เห็นแล้วสยองจริง

              การเล่าเรื่องช่วงแรก ๆ อาจดูเนือยและชวนเบื่อเลย ช่วงครึ่งหลังจึงดูมีอะไรขึ้นมาบ้าง หนังค่อนข้างเล่าเรื่องช้าและชวนอึดอัดอยู่เหมือนกัน แต่ถ้ามองในมุมคลาสสิคของหนังก็ดูเพื่อเก็บเกี่ยวและเปรียบเทียบการทำหนังสมัยก่อนกับปัจจุบันว่าเป็นยังไง ก็ถือว่าพอที่จะเพิ่มอรรถรสได้บ้าง

              สิ่งที่น่าชื่มชมอีกอย่างคือการแสดงของน้องลินดา แบลร์ ซึ่งปัจจุบันไม่แน่ใจว่าอายุเท่าไหร่แล้ว ซึ่งตอนนั้นเธอรับบทเป็นเรแกนเด็กสาวที่ถูกผีเข้าได้ดีเกินวัยเลย

              ใครที่จะเข้าไปรับชมเพื่อเก็บเกี่ยวประสมการณ์หนังสมัยก่อนว่าเป็นยังไง พร้อมทั้งเก็บรายละเอียดก่อนที่ภาคต่ออย่าง Believer จะเข้าฉายชึ่งเป็นเรื่องราวต่อเนื่องกันก็ขอแนะนำครับ

คะแนนส่วนตัว 2/5 

ตัวอย่าง


รีวิวโดย A.L. Lucky


ขอบคุณภาพจาก IMDb เครดิต Hoya Productions รูปหน้าปกที่ 1รูปหน้าปกที่ 2รูปหน้าปกที่ 3


วันศุกร์ที่ 21 เมษายน พ.ศ. 2566

รีวิวหนัง The Pope’s Exorcist (2023) โป๊บปราบผี

 


           The Pope’s Exorcist (2023) โป๊บปราบผี เป็นภาพยนตร์สยองขวัญเหนือธรรมชาติสัญชาติอเมริกันที่กำกับโดย Julius Avery บทภาพยนตร์โดย Michael Petroni และ Evan Spiliotopoulos โดยสร้างจากหนังสือ An Exorcist Tells His Story ในปี 1990 และหนังสือ An Exorcist: More Stories ในปี 1992 โดย Father Gabriele Amorth นำแสดงโดย Russell Crowe, Daniel Zovatto, Alex Essoe และ Franco Nero 

               การผลิตเริ่มขึ้นในปี 2020 เมื่อ Screen Gems ซื้อสิทธิ์ในเรื่องราวของ Amorth หลังจากเปลี่ยนตัวผู้กำกับและแก้ไขบทแล้ว การถ่ายทำมีขึ้นตั้งแต่เดือนสิงหาคมถึงตุลาคม 2022 ในไอร์แลนด์ ได้รับการปล่อยตัวในหลายประเทศทั่วโลกโดยเริ่มในวันที่ 6 เมษายน 2023 และในสหรัฐอเมริกาและแคนาดาในวันที่ 14 เมษายน

               หมอผีที่เดินทางไล่ผีทั่วโลกต้องมาเจอกับซาตานที่อันตรายที่สุด เมื่อมันคือความตายของเขามันมาเพราะเขาและชอบท้าทายจิตวิญญาณของนักไล่ผี

              เรื่องราวของ หลวงพ่อกาเบรียล อัมมอร์ต หัวหน้าหมอผีวาติกันชาวอิตาลีจากกรุงโรมที่ถูกตั้งแต่โดยบิชอปของเขา โดยเขาทำหน้าที่ไล่ผีทั่วโลก ซึ่งล่าสุดได้ทำการไล่ผีในเด็กที่มีร่องรอยการถูกสิงชัดเจน โดยการพูดภาษาอังกฤษที่ไม่เคยพูดมาก่อน ซึ่งเป็นสัญญาณการถูกสิงก่อนที่บิชอปของเขาจะขอความช่วยเหลือให้ไปช่วยไล่ผีเด็กชายในสเปน เฮนรี่ ที่ไม่ยอมพูดตั้งแต่รอดชีวิตจากอุบัติเหตุทางรถยนต์ที่คร่าชีวิตพ่อของเขา โดยถูกสิงตอนที่แม่ วาสเกซ (จูเลีย) พาเขาและ เอมี่ พี่สาว มายังวิหารที่ตั้งชื่อตามเซนต์เซบาสเตียนในแคว้นคาสตีล ซึ่งเป็นสิ่งเดียวที่พ่อทิ้งไว้หลังจากเสียชีวิตประมาณปีที่แล้ว โดยเป็นของตระกูลพ่อมาหลายชั่วอายุคน ซึ่งจะขายหลังซ่อมเสร็จและกลับบ้าน แต่ปีศาจที่สิงเด็กตัวนี้ดูเหมือนจะเป็นอันตราย ซึ่งมันมาเพราะเขา โดยจะไล่ปีศาจออกจากตัวเด็กได้ต้องรู้ชื่อปีศาจและแม่ของเขาต้องมีศรัทธา

               เปิดเรื่องด้วยการเกริ่นนำคำคมของ หลวงพ่อกาเบรียล อัมมอร์ต หัวหน้าหมอผีวาติกัน ตั้งแต่ปี 1986 ถึง 2016 ก่อนฉายถึงหลวงพ่อที่มาปราบผีที่เข้าสิงมนุษย์ในโตรเปอา อิตาลี ในวันที่ 4 มิถุนายน 1987 และตัดเข้าเรื่องในวันที่ 1 กรกฎาคม 1987 คาสติยา สเปน ฉายถึงครอบครัวหนึ่งที่กำลังย้ายบ้าน พร้อมปูที่มาที่ไปเล็กน้อย ก่อนฉายถึงหลวงพ่อ จากนั้นก็ตัดมาในวันที่ 2 กรกฎาคม 1987 โรม อิตาลี ฉายถึงหลวงพ่อที่เข้าร่วมประชุม และฉายถึงครอบครัวที่ย้ายบ้านมา โดยเริ่มฉายถึงลูกชายที่มีอาการเหมือนถูกผีสิงและเหตุการณ์แปลก ๆ จนทำให้หลวงพ่อต้องมาช่วย ซึ่งจะเน้นไปที่เคสไล่ผีของลูกชายครอบครัวนี้ โดยเริ่มจากการสอบถามพูดคุยกับปีศาจ ซึ่งช่วงนี้มีฉายถึงเรื่องราวในอดีตของตัวละครหลักบ้าง ช่วงกลางเรื่องจะเป็นการหาวิธีเพื่อรู้ชื่อปีศาจ แต่ปีศาจและการไล่ผีไม่ค่อยน่าสนใจมาแนวเดิม ๆ ช่วงท้ายเรื่องจะเปิดเผยเรื่องราวเกี่ยวกับวาติกันและวิหาร รวมทั้งการไล่ผี ซึ่งช่วงท้ายเรื่องปีศาจดูน่าสนใจขึ้นมาหน่อย โดยก่อนจบได้สรุปเรื่องราวของหลวงพ่อกาเบรียล อัมมอร์ตช่วยเขาจนกระทั่งเสียชีวิตในปี 2016 ที่กรุงโรม

คะแนนส่วนตัว 5/10

ตัวอย่าง


ขอบคุณภาพจาก Facebook The Pope's Exorcist รูปหน้าปกที่ 1

ขอบคุณภาพจาก IMDb เครดิต Screen Gems รูปหน้าปกที่ 2รูปหน้าปกที่ 3


วันพฤหัสบดีที่ 22 ธันวาคม พ.ศ. 2565

รีวิวหนัง R.I.P.D. 2: Rise of the Damned (2022)

 


           R.I.P.D. 2: Rise of the Damned (2022) เป็นภาพยนตร์แอคชั่นคอมเมดี้จากอเมริกาที่กำกับโดย Paul Leyden เขียนโดย Andrew Klein และ Paul Leyden นำแสดงโดย Jeffrey Donovan, Rachel Adedeji และ Penelope Mitchell

               RIPD มาตรฐานหลังความตายในการต่อสู้กับเดโดส วิญญาณที่หลบหนีจากการพิพากษาและอยู่รอบโลก เพื่อสร้างความหายนะ 

               เรื่องราวของ รอย ที่ได้ตายไปสามวันหลังจากการหลบหนีการไล่ล่าจากคนกลุ่มหนึ่ง และได้ถูกส่งตัวมายัง RIPD ที่ย่อมาจาก แผนก คือ มาตรฐานหลังความตาย โดยได้พบกับ ฮาโนะ กัปตันของฝ่ายตะวันตกของอเมริกา ซึ่งโดยทั่วไปพวกเขาได้รับเพียงทหาร นักรบและนายอำเภอ เพื่อรับใช้กองกำลังตำรวจของพระเจ้าในการต่อสู้กับ เดโดส วิญญาณที่หลบหนีจากการพิพากษาและอยู่รอบโลก เป็นพลังงานสเปกตรัม เพื่อสร้างความหายนะ เป็นวิญญาณอันธพาลที่ต้องการร่างกายและเมื่อมันเข้าครอบงำได้แล้วจะกลายเป็นเดโดส ซึ่งมีตราสัญลักษณ์อูโรโบรอส ที่แปลว่า ชีวิต ความตายและการเกิดใหม่อยู่บนลำตัว ด้วยการตามหาพวกมันแล้วส่งไปนรก โดยเขาต้องทำงานร่วมกับ เจนนี่ ที่ฮาโนะส่งมาให้ดูแล

              เปิดเรื่องฉายถึงตัวละครที่เจอหลุมประหลาดก่อนที่ถูกบางอย่างจากหลุมเข้าสิง จากนั้นก็ตัดมาฉายถึงตัวละครหลักก่อนที่จะถูกส่งมายัง RIPD โดยช่วงนี้ได้มีการอธิบายเกี่ยวกับ RIPD คร่าว ๆ และแนะนำสิ่งต่าง ๆ เหมือนกับเป็นภาคเริ่มต้นใหม่ตั้งแต่แรกและยังคงติดตลกเหมือนเดิม จากนั้นก็เริ่มฉายถึงตัวละครอื่นเพิ่มเติม ซึ่งก็เป็นหนึ่งในตัวละครหลักด้วยและเมื่อมนุษย์เห็นตัวละครจะเห็นกลายเป็นอีกคน จึงเหมือนใช้ตัวละครสองคนแสดงในคนเดียว จากนั้นก็เริ่มฉายถึงเดโดสและตัวละครในช่วงเปิดเรื่อง ซึ่งกว่าจะเริ่มฉายก็เกือบกลางเรื่องแล้ว การดำเนินเรื่องค่อนข้างยืดเยื้อน่าเบื่อชวนหลับ แต่ละฉากฉายนานเกินความจำเป็น ซึ่งจะเน้นฉากพูดกัน โดยพูดกันแทบทั้งเรื่อง จะจบเรื่องแล้วแทบไม่ได้สู้อะไรกับเดโดสเลย มาสู้กันช่วงท้ายเรื่อง ไม่สมกับที่เป็นหนังแนวแอคชั่นเลยและก็เดาเรื่องได้ไม่ยาก

คะแนนส่วนตัว 3/10

ตัวอย่าง


ขอบคุณภาพจาก Universal Pictures Home Entertainment (UPHE) รูปหน้าปกที่ 1

ขอบคุณภาพจาก IMDb เครดิต Universal Pictures Home Entertainment (UPHE) รูปหน้าปกที่ 2

วันอาทิตย์ที่ 30 ตุลาคม พ.ศ. 2565

รีวิวหนัง Hellhole (2022) ขุมนรก

 


              Hellhole (2022) ขุมนรก เป็นภาพยนตร์สยองขวัญของโปแลนด์ที่กำกับโดย Bartosz M. Kowalski เขียนโดย Bartosz M. Kowalski และ Mirella Zaradkiewicz นำแสดงโดย Piotr Zurawski, Olaf Lubaszenko และ Sebastian Stankiewicz

              ปีศาจร้ายมักปรากฎกายบ่อย ๆ ที่นี่ จึงต้องการผู้ปราบปีศาจในการไล่ผี ซึ่งทั้งหมดเป็นเรื่องหลอกลวง

              เรื่องราวของ หลวงพ่อมาเรก ที่ได้รับมอบหมายให้มาปราบปีศาจในคอนแวนต์ที่ห่างไกล โดยเขาต้องพักอยู่ที่นี่และได้รับการแนะนำว่าทุกคนควรอยู่ในที่พักของตัวเอง รวมทั้งห้ามเข้าห้องทำงานของหัวหน้าบาทหลวง จะเข้าไปได้ต่อเมื่อได้รับเชิญเท่านั้น แต่แล้วเขาก็ถูกเตือนเรื่องสอดส่องไปทั่วคอนแวนต์ จนต้องเปิดเผยตัวตนว่าเป็นตำรวจที่มาเพื่อสืบหาคนหาย โดยมีผู้หญิงแปดคนที่หายไปในพื้นที่นี้ หลังจากคุณพ่อโปปิแอลุสกอถูกฆ่า พวกเขาก็ไม่ยุ่งเรื่องโบสถ์อีก จึงได้ส่งเขามาแบบปลอมตัวมา เนื่องจากตำรวจจะมาสืบแบบปกติไม่ได้ และเขาก็ได้รู้ความจริงจากเทปการไล่ผี ซึ่งเป็นเรื่องหลอกลวง เพื่อทำธุรกิจ โดยเขาจะออกจากที่นี่ทันทีหลังจากทำธุระเสร็จ แต่พวกเขาไม่ยอมปล่อยออกไปง่าย ๆ และจะฆ่าเขาด้วย

              เปิดเรื่องในปี 1957 ด้วยการฉายถึงบาทหลวงที่กำลังฆ่าเด็ก โดยได้ทิ้งปริศนาบางอย่างไว้ก่อนตัดมาที่ช่วงสามสิบปีต่อมาฉายถึงตัวละครหลักที่เดินทางมายังสถานที่ ซึ่งฉากสถานที่สวยดี เน้นบรรยากาศมืด ๆ ตลอดทั้งเรื่อง โดยจะเน้นฉายในสถานที่เดียวเป็นหลัก จากนั้นจะเริ่มฉายถึงการไล่ผีที่มาสไตล์เดิม ๆ และเหตุการณ์แปลก ๆ หลังการไล่ผี ซึ่งบางฉากมีตุ้งแช่บ้าง รวมทั้งตัวละครที่สำรวจนู่นนี่และใช้ชีวิตในคอนแวนต์ไปเรื่อย ซึ่งช่วงนี้ค่อนข้างน่าเบื่อไปหน่อย จากนั้นจะค่อย ๆ เปิดเผยเรื่องราวของตัวละครหลักและเรื่องราวของการไล่ผี ซึ่งชวนติดตามขึ้นมาบ้างและชวนลุ้นเอาใจช่วยตัวละครเล็กน้อย โดยมีหักมุมและมีฉากโหดบ้างในช่วงท้ายเรื่อง แต่พอดูไปเรื่อย ๆ กลับไม่ค่อยน่าสนใจเท่าไหร่และดูยืดเยื้อไปหน่อย โดยจบทิ้งท้ายเหมือนมีต่อ

คะแนนส่วนตัว 5/10


ขอบคุณภาพจาก IMDb เครดิต Akson Studio รูปหน้าปกที่ 1รูปหน้าปกที่ 2รูปหน้าปกที่ 3รูปหน้าปกที่ 4

วันพฤหัสบดีที่ 27 ตุลาคม พ.ศ. 2565

รีวิวหนัง Prey for the Devil (2022) สวดส่งไปลงนรก

 


              Prey for the Devil (2022) สวดส่งไปลงนรก เป็นภาพยนตร์สยองขวัญเหนือธรรมชาติของอเมริกาที่กำกับโดย Daniel Stamm และเขียนโดย Robert Zappia นำแสดงโดย Jacqueline Byers, Colin Salmon, Christian Navarro, Lisa Palfrey, Nicholas Ralph, Virginia Madsen และ Ben Cross มีกำหนดเข้าฉายในสหรัฐอเมริกา 28 ตุลาคม 2022 โดย Lionsgate ซึ่งเป็นภาพยนตร์เรื่องสุดท้ายที่ Cross จะแสดงก่อนที่เขาจะเสียชีวิตในปี 2020 และอุทิศให้กับความทรงจำของเขา

              เรื่องราวจะเล่าถึงการไล่ผีในคริสตจักร ซึ่ง ซิสเตอร์แอน (แจ็กเกอลีน ไบเยอร์ส) แม่ชีสาวที่มีความตั้งใจจะเรียนรู้เกี่ยวกับพิธีกรรมการไล่ผี ซึ่งทางคริสตจักรไม่ต้องการให้ผู้ไล่ผีเป็นแม่ชี ต้องเป็นบาทหลวงชายเท่านั้นถึงจะสามารถมาเรียนและทำพิธีกรรมไล่ผีได้ แต่ว่าบาทหลวงหลาย ๆ คนได้เห็นว่าซิสเตอร์แอนสามารถสื่อสารกับผู้ถูกผีเข้าได้จึงอนุญาตเป็นกรณีพิเศษ ซึ่งนั่นจะทำให้ซิสเตอร์แอน ได้รู้ว่าพิธีกรรมการไล่ผีนั้นมีความน่ากลัวและความสยดสยองแค่ไหนกับความตั้งใจของเธอในการเป็นนักไล่ผีครั้งนี้

               เป็นหนังผีที่ปูเรื่องมาน่าสนใจกับการเชื่อมโยงปมในอดีตของตัวละครกับการตัดสินใจเป็นนักไล่ผีในเหตุการณ์ปัจจุบัน หนังค่อย ๆ เล่าจากเหตุการณ์ที่เบา ๆ ไปจนถึงเหตุการณ์หนัก ๆ ที่ตัวเอกจะต้องพบเจอ เรียกว่าค่อย ๆ ไล่เหตุการณ์จากเบาไปหนักตามสไตล์หนังผีที่ได้ดูหลาย ๆ เรื่อง ถามถึงฉากตื่นเต้นลุ้นระทึกพอมีบ้าง แต่ก็มีช่วงเนือย ๆ มาคั่นจนดูน่าเบื่อบางช่วงเหมือนกัน ถ้าถามถึงความน่ากลัวของหนัง เรื่องนี้ยังถือว่าไม่ค่อยเท่าไหร่ แต่ก็พอดูสนุก ๆ แบบไม่คาดหวังได้อยู่ แต่ถ้าเทียบกับประสบการณ์ในการดูหนังผีมาหลายเรื่อง เรื่องนี้ถือว่าธรรมดา ๆ ไปครับ

เรื่องราวของ

คะแนนส่วนตัว 3/5

รีวิวโดย A.L. Lucky


              เรื่องราวของ ซิสเตอร์แอน ผู้มีความสามารถพิเศษในการสื่อสารกับปีศาจที่อยากเรียนวิชาไล่ผี แต่กลับไม่ได้รับการเห็นด้วยและต้องการส่งตัวเธอไปที่คอนแวนต์ เพื่อความปลอดภัยของตัวเธอเองและคนอื่น ๆ เนื่องจากขัดแย้งกับกฎของวาติกันที่ห้ามแม่ชีเรียนรู้เทคนิคการไล่ผีโดยเด็ดขาด นอกจากการช่วยเหลือผู้ป่วยเท่านั้น แต่พระคาร์ดินัลแมทธิวกลับอยากฝึกการไล่ผีให้เธอ โดยให้เรียนจนจบภาคเรียน เพื่อให้เธอสามารถป้องกันตัวเองและคนอื่น ๆ ได้ โดยเคสแรกการวินิจฉัยเบื้องต้นของด็อกเตอร์ปีเตอร์คือ โรคลมบ้าหมูไม่ทราบสาเหตุ โดยผู้ทดลอง นาตาลี โฮป อายุสิบขวบถูกย้ายมาที่นี่ เพื่อสังเกตุการณ์ แต่เธอแสดงพฤติกรรมที่ด็อกเตอร์ปีเตอร์ไม่สามารถอธิบายได้ ส่วนคุณพ่อดันเต้ต้องการให้เธอช่วย เนื่องจาก เอมิเลีย น้องสาวของเขาล้มป่วย ซึ่งเธอสัญญาว่าจะหาวิธีช่วยพวกเขาให้ได้

             เปิดเรื่องด้วยการเล่าเรื่องราวในปี พ.ศ.2378 วาติกันสร้างโรงเรียนกรุงโรมอบรมพระภิกษุในพิธีไล่ผี ปี 2018 จำนวนคดีมีเยอะจนน่าเหลือเชื่อ วาติกันตัดสินใจเปิดโรงเรียนนอกกรุงโรม แม่ชีห้ามเรียนรู้เทคนิคการไล่ผีโดยเด็ดขาด หน้าที่ของตนในพิธีกรรมคือการช่วยเหลือผู้ป่วย จากนั้นก็ฉายถึงตัวละครหลักที่เดินทางมาโรงเรียนการไล่ผีของนักบุญไมเคิล อัครเทวดาบอสตัน รัฐแมสซาซูเซตส์และฉายถึงการทำงานไปเรื่อย พร้อมกับค่อย ๆ ฉายถึงความสามารถของตัวละครที่เห็นใครบางคน ได้ยินเสียงบางอย่างและเจอกับปีศาจที่สิงอยู่ในตัวมนุษย์ โดยเป็นช่วงก่อนที่ตัวละครหลักจะเรียนการไล่ผี ซึ่งเปิดเรื่องได้ไม่ค่อยน่าสนใจเท่าไหร่ จากนั้นจะฉายถึงตัวละครหลักที่เรียนการไล่ผีโดยต้องเจอกับของจริง ซึ่งมีตุ้งแช่บ้าง โดยจะเน้นไปที่การไล่ผีของนาตาลี จากนั้นก็เป็นไล่ผีส่วนตัว ซึ่งมีฉายถึงเรื่องราวในอดีตของตัวละครหลักเป็นช่วง ๆ โดยการไล่ผีก็จะเน้นไปที่การสวด ช่วงไล่ผีช่วงท้ายจะค่อนข้างมืดหน่อย ซึ่งชวนลุ้นบ้างเล็กน้อย แต่ปีศาจก็มาในรูปแบบของการเข้าสิงมนุษย์เหมือนเดิม ซึ่งบางฉากก็ทำได้น่าสนใจดี แต่การดำเนินเรื่องค่อนข้างน่าเบื่อชวนหลับไปหน่อย ซึ่งจบทิ้งท้ายเหมือนมีต่อ

คะแนนส่วนตัว 4.5/10

รีวิวโดย 刘心爱 

ตัวอย่าง 


ขอบคุณภาพจาก Lionsgate รูปหน้าปกที่ 1

ขอบคุณภาพจาก Facebook Prey for the Devil รูปหน้าปกที่ 2

วันอาทิตย์ที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2564

รีวิวหนัง Deliver Us from Evil (2014) ล่าท้าอสูรนรก

 


               Deliver Us from Evil (2014) ล่าท้าอสูรนรก เป็นภาพยนตร์สยองขวัญเหนือธรรมชาติของอเมริกาที่กำกับโดย Scott Derrickson และอำนวยการสร้างโดย Jerry Bruckheimer โดยอ้างอิงจากหนังสือสารคดีเรื่อง Beware the Night ของ Ralph Sarchie และ Lisa Collier Cool ในปี 2001 และเน้นแคมเปญการตลาดว่า "ได้รับแรงบันดาลใจจากเรื่องราวจริง" แต่อย่างไรก็ตามโครงเรื่องเป็นต้นฉบับที่เขียนโดยผู้กำกับ Derrickson ซึ่งเข้าฉายในวันที่ 2 กรกฎาคม 2014 นำแสดงโดย Eric Bana, Édgar Ramírez, Sean Harris, Olivia Munn และ Joel McHale

            เรื่องราวของราล์ฟ ซาร์ชี ตำรวจเมืองนิวยอร์ค ที่มีพรสวรรค์สามารถสัมผัสถึงสิ่งที่คนอื่นไม่อาจรับรู้ได้ โดยเขาได้รับแจ้งเหตุคดีต่าง ๆ อย่างเจน เครนนา หญิงบ้าเสียสติที่โยนลูกสาวตัวเองลงไปในคูน้ำรอบ ๆ กรงสิงโตในสวนสัตว์ แต่นักบวชนิกายเยซูอิต เมนโดซา บอกเขาว่าเธอไม่ได้บ้า แต่เกี่ยวข้องกับศาสนาการถูกผีสิง จนเมื่อเขาได้สืบสวนเรื่องราวต่อไปก็ได้พบกับข้อความแห่งวิญญาณที่ว่าเป็นสะพานเชื่อมระหว่างศาสนาคริสต์กับเทววิทยานอกรีต ซึ่งเป็นประตูนำปีศาจมาสู่โลกมนุษย์ และนั่นทำให้เขาและคนรักของเขาเจน ซาร์ชี ภรรยาของเขาและคริสติน่าลูกสาวของเขาตกอยู่ในอันตราย โดยตกเป็นเป้าหมายของมิกค์ ซานติโน นาวิกโยธิน คนที่เขากำลังตามหา ซึ่งถูกปีศาจเข้าสิง

            เป็นภาพยนตร์ที่สร้างจากเค้าโครงเรื่องจริง เปิดเรื่องด้วยฉากโจมตีที่อิรัก 2010 โดยทหารกลุ่มหนึ่งได้พบกับบางสิ่งก่อนที่จะตัดมาที่ปี 2013 ฉายถึงตัวละครหลักที่ได้รับมอบหมายงานให้มาจับคน จากนั้นก็ได้รับแจ้งอีกคดีเกี่ยวกับหญิงบ้าที่โยนลูกลงไปในคูน้ำรอบ ๆ กรงสิงโตในสวนสัตว์ โดยหนังจะดำเนินเรื่องเรื่อย ๆ ฉายถึงตัวละครหลักที่ได้เจอกับคดีต่าง ๆ  ที่เกี่ยวข้องกับช่วงเปิดเรื่อง  จนต้องทำการสืบสวนคดี ซึ่งแต่ละคดีล้วนเกี่ยวกับเรื่องลี้ลับเหนือธรรมชาติ ตัวละครแต่ละคนล้วนเกี่ยวข้องสัมพันธ์กันและล้วนเป็นคนที่มีอาการเสียสติควบคุมตัวเองไม่ได้เหมือนถูกผีสิง โดยดำเนินเรื่องสอดแทรกความสัมพันธ์ของครอบครัวบ้าง ซึ่งในระหว่างการสืบสวนก็จะเน้นบรรยากาศมืด ๆ หลอน ๆ เสียงซ่า ๆ เสียงเด็กหัวเราะ มีตุ้งแช่บ้าง ซึ่งก็ชวนลุ้นดี จนค่อย ๆ เปิดเผยเรื่องราวทีละน้อยจากการสืบสวน ซึ่งช่วงท้าย ๆ จะเป็นการตามหาลูกและภรรยา รวมทั้งการฉายถึงพิธีไล่ผีและสรุปเรื่องราวก่อนจบในช่วงเจ็ดเดือนต่อมา

คะแนน 5.5/10

ตัวอย่าง


ขอบคุณภาพจาก Facebook Deliver Us From Evil รูปหน้าปกที่ 1 / รูปหน้าปกที่ 2

วันพุธที่ 25 สิงหาคม พ.ศ. 2564

รีวิวหนัง The old ways (2020) วิถีหลอน ดับวิญญาณ

 


               The old ways (2020) วิถีหลอน ดับวิญญาณ เป็นภาพยนตร์สยองขวัญอเมริกันที่กำกับโดย Christopher Alender ปิดตัวรอบปฐมทัศน์โลกที่ Sitges Film Festival ในเดือนตุลาคม 2020 นำแสดงโดย Brigitte Kali Canales

            เรื่องราวของคริสติน่า โลเปซ นักข่าวชาวอเมริกันที่ถูกฮาวีจับระหว่างทางที่กำลังไปทำข่าวหาข้อมูลเบื้องหลังที่ลาโบกา โดยเธอได้รับคำเชิญให้มาทำข่าวเกี่ยวกับชนเผ่าและวัฒนธรรมท้องถิ่น ซึ่งเธอคิดว่าฮาวีจะต้องการเงิน เธอจึงแนะนำให้เขาไปหามิแรนด้า ฟลอเรส ญาติของเธอ แต่แล้วเธอก็ถูกลุซ ยายของฮาวีกล่าวหาว่ามีมันซ่อนอยู่ในตัวและเมื่อญาติของเธอมาหาก็ได้บอกว่าอย่าไปลาโบกามันไม่ปลอดภัย มีมันหมายถึงอะไรกันแน่ แล้วทำไมถึงไม่ควรไปลาโบกา

            เปิดเรื่องฉายถึงตัวละครที่กำลังทำพิธีไล่ปีศาจออกจากร่างผู้หญิงที่เบรากรูซ เม็กซิโก ก่อนตัดเข้าเรื่องฉายถึงตัวละครหลักที่ถูกจับ ซึ่งหนังก็ยังไม่ได้บอกว่าจับมาทำไม แจ่จะฉายให้เห็นสัญลักษณ์ต่าง ๆ ในสถานที่ที่ถูกจับ พร้อมทั้งฉายถึงตัวละครที่ทำพิธีไล่ปีศาจในช่วงเปิดเรื่องก่อนที่จะพูดบอกอย่างเป็นปริศนา รวมทั้งสถานที่ที่ไม่ควรไป จากนั้นก็ค่อย ๆ ฉายถึงเรื่องราวก่อนหน้าที่จะถูกจับ ซึ่งได้ฉายให้เห็นบางสิ่ง มีตุ้งแช่บ้างเวลาเจอกับปีศาจ จากนั้นก็จะค่อย ๆ เปิดเผยเรื่องราวทีละน้อยผ่านตัวละครและฉายเรื่องราวในอดีตของตัวละครบ้าง ซึ่งตัวละครเกี่ยวข้องกับเหยื่อที่ถูกปีศาจเข้าร่างในช่วงเปิดเรื่อง และก็ฉายถึงพิธีไล่ปีศาจซึ่งมีหลายตัว โดยเริ่มจากการดูว่าเป็นปีศาจตัวไหน ซึ่งเกี่ยวข้องกับสัญลักษณ์ต่าง ๆ ในห้องขัง แต่แทบไม่ได้ฉายถึงให้เห็นปีศาจชัดเจนและฉายปีศาจอยู่ตัวเดียว จากนั้นก็เป็นการเอาบางอย่างข้างในตัวออกมา ซึ่งช่วงนี้อาจจะมีฉากโหดบ้างและวิธีสุดท้ายเป็นการเรียกปีศาจออกมา ซึ่งทั้งเรื่องเน้นฉายการไล่ปีศาจในสถานที่เดียว ตัวละครไม่กี่คนและมีช่วงน่าเบื่อบ้าง โดยช่วงก่อนจบก็มาในรูปแบบเดียวกับช่วงแรก

คะแนน 4.5/10

ตัวอย่าง


ขอบคุณภาพจาก Soapbox Films รูปหน้าปกที่ 1

ขอบคุณภาพจาก IMDb เครดิต Soapbox Films รูปหน้าปกที่ 2 / รูปหน้าปกที่ 3


 

 

วันอังคารที่ 24 สิงหาคม พ.ศ. 2564

รีวิวหนัง The Crypt (2009) เปิดกรุผีนรก

 


               The Crypt (2009) เปิดกรุผีนรก เป็นภาพยนตร์สยองขวัญอิสระจากอเมริกาที่เขียนและกำกับโดย Craig McMahon นำแสดงโดย Sarah Oh , Mike Ranallo และ Abra May

            เรื่องราวของกลุ่มวัยรุ่นกลุ่มหนึ่งอยากลองของไปล่าท้าผีในห้องใต้ดินของคอนแวนต์ที่มีเรื่องราวผีสิงในอดีต แต่เมื่อเข้ามาแล้วกลับออกไม่ได้และกลายเป็นศพทั้งหมด ซึ่งหลักฐานเดียวที่เหลืออยู่ก็คือวิดิโอที่พวกเขาถ่ายไว้ ทางศาสนจักรจึงได้ส่งเจ้าหน้าที่มาสอบสวนพร้อมกับบาทหลวง เพื่อทำพิธีไล่วิญญาณ

            เปิดเรื่องจะฉายถึงเรื่องราวในอดีตก่อนตัดเข้าเรื่อง จากนั้นก็จะฉายสลับไปมาระหว่างเรื่องราวในวีดีโอที่เจอกับปัจจุบันที่กำลังสืบสวน พร้อมกับเรื่องราวในอดีตบ้างเล็กน้อย โดยหนังจะเน้นบรรยากาศมืด ๆ หลอน ๆ ดี แต่การดำเนินเรื่องค่อนข้างน่าเบื่อชวนหลับไปหน่อย

คะแนน 4.5/10

ตัวอย่าง


ขอบคุณภาพจาก IMDb เครดิต Post Reel Pictures รูปหน้าปกที่ 1 / รูปหน้าปกที่ 2

วันจันทร์ที่ 7 มิถุนายน พ.ศ. 2564

รีวิวหนัง The Conjuring 3: The Devil Made Me Do It (2021) คนเรียกผี 3 มัจจุราชบงการ

 

 

              The Conjuring 3: The Devil Made Me Do It (2021) คนเรียกผี ภาค 3 มัจจุราชบงการ เป็นหนังสยองขวัญเหนือธรรมชาติของอเมริกาที่กำกับโดย Michael Chaves บทภาพยนตร์โดย David Leslie Johnson-McGoldrick จากเรื่องราวของ Johnson-McGoldrick และ James Wan ซึ่งเป็นการกลับมาร่วมผลิตของ Wan และ Peter Safran โดยเป็นภาคต่อของ The Conjuring 2 (2016) และเป็นภาคที่แปดในแฟรนช์ไชส์ The Conjuring นำแสดงโดย Patrick Wilson, Vera Farmiga, Ruairi O'Connor, Sarah Catherine Hook และ Julian Hilliard
 

             เรื่องราวของเอ็ด และ ลอเรน วอเร็น ถูกเรียกตัวไปเพื่อบันทึกเหตุการณ์การไล่ผีของ เดวิด แกล็ทเซล ในวัย 8 ปี แต่แล้วในระหว่างการทำพิธีไล่ผี อาร์นี่ จอห์นสัน คนรักของเด็บบี้ แกล็ทเซลพี่สาวเดวิด ได้ขอให้ผีเข้าสิงตนแทนและปล่อยเด็กไป ส่วนเอ็ดเกิดหัวใจวายในระหว่างถูกผีเล่นงาน ทำให้ต้องย้ายไปที่แผนกโรคหัวใจ หลังจากนั้นอาร์นี่ จอห์นสัน ก็เริ่มเห็นภาพหลอนและปีศาจที่ทำให้ต้องลงมือฆ่าคนจนทำให้ถูกจับเข้าคุกและรอรับโทษประหาร เอ็ด และ ลอเรน วอเร็น จึงขอให้ทนายของเขาช่วยลดโทษให้เขาด้วยการพิสูจน์ว่าปีศาจมีจริง แต่เขาไม่ได้ถูกผีเข้าสิง แล้วเขาโดนอะไรกันแน่ พวกเขาจะช่วยอาร์นี่ จอห์นสันได้หรือไม่
 

              ภาคนี้หนังค่อนข้างยาวเกือบสองชั่วโมงและเป็นการอ้างอิงจากเรื่องจริงที่มีพื้นฐานมาจากการพิจารณาคดีของ Arne Cheyenne Johnson คดีฆาตกรรมที่เกิดขึ้นใน ปี 1981 ในบรู๊ค ฟิล คอนเนตทิคัต ซึ่งเปิดเรื่องด้วยการเกริ่นนำเรื่องราวเล็กน้อยพร้อมกับฉายถึงเอ็ด และ ลอเรน วอเร็นที่ถูกเรียกไปไล่ผีออกจากร่างของ เดวิด แกล็ทเซล ในวันที่ 18 กรกฎาคม 1981 ซึ่งเปิดเรื่องมาไม่ทันไรก็เน้นตุ้งแช่เลยและบางฉากที่พอเดาเรื่องได้บ้าง แต่ผีโหดดี หลังจากนั้นจะเน้นไปที่เรื่องราวของครอบครัวในช่วงเปิดเรื่องเป็นหลัก โดยเฉพาะอาร์นี่ จอห์นสันที่ค่อย ๆ เจอกับเหตุการณ์แปลก ๆ และมีอาการเปลี่ยนไป ซึ่งชวนลุ้นดีว่าจะเจออะไรโดยดำเนินเรื่องตัดสลับกับเอ็ด และ ลอเรน วอเร็น ซึ่งภาคนี้จะเน้นฉายถึงเอ็ด และ ลอเรน วอเร็นมากขึ้นและเป็นภาคที่ลูกสาวโตขึ้นแล้ว รวมทั้งมีการปูเรื่องราวที่มาที่ไปของเอ็ด และ ลอเรน วอเร็นบ้าง จากนั้นก็จะเน้นไปที่เอ็ด และ ลอเรน วอเร็นที่ต้องหาทางช่วยอาร์นี่ จอห์นสันจากโทษประหารด้วยการหาทางพิสูจน์ว่าปีศาจมีจริงด้วยการหาที่มาที่ไปของปีศาจตัวนี้ที่ไปเกี่ยวพันกับเหยื่อรายอื่นที่หายตัวไปและแก้ไขโดยอาศัยสิ่งที่ได้เห็นจากการสัมผัสได้ในช่วงแรกที่ฉายเป็นปริศนา ซึ่งชวนติดตามดี โดยในระหว่างการพิสูจน์ก็จะมีฉายย้อนไปถึงเหตุการณ์ช่วง 5 เดือนก่อนหน้าเล็กน้อย จนค่อย ๆ เปิดเผยเรื่องราวทีละน้อย ซึ่งช่วงที่เล่าเรื่องราวค่อนข้างน่าเบื่อไปหน่อย บางช่วงเน้นบรรยากาศมืด ๆ มีตุ้งแช่เหมือนเดิม แต่ความน่ากลัวกลับลดลงจากภาคก่อน ๆ ซึ่งตอนจบจบง่ายไปหน่อย แต่ก็ถือว่าจบได้ดีและมีสรุปเรื่องราวในตอนท้ายพร้อมฉายถึงบันทึกเหตุการณ์จริง 

คะแนนส่วนตัว 6/10 

ตัวอย่าง


ขอบคุณภาพจาก Warner Bros. Pictures รูปหน้าปกที่ 1

ขอบคุณภาพจาก Facebook The Conjuring รูปหน้าปกที่ 2

ขอบคุณภาพจาก majorcineplex รูปหน้าปกที่ 3

วันอาทิตย์ที่ 18 เมษายน พ.ศ. 2564

รีวิวหนัง The Assent (2019) ต้องยอม

 

 

              The Assent (2019) ต้องยอม เรื่องราวของคลาร์ก (โจล) พ่อเลี้ยงเดี่ยว ที่ต้องทำงานซ่อมรถนอกบ้านและเมื่ออยู่บ้านก็ทำงานเป็นช่างปั้น พร้อมทั้งดูแลเมสัน ลูกชาย ตามลำพัง โดยมีแมวอีกหนึ่งตัวในบ้านและแคสซี่ พี่เลี้ยงคอยดูแล ที่อีกไม่นานก็จะต้องเรียนต่อมหาลัย ซึ่งถ้าไม่มีพี่เลี้ยงศาลจะเอาเมสันลูกชายของเขาไป หลังจากที่เขาต้องสูญเสียซาร่า ภรรยาของเขาไปจากการถูกรถชน โดยหลังจากที่เขาสูญเสียภรรยา เขาได้กลายเป็นโรคจิตเภทที่มักจะชอบเห็นภาพหลอนและต้องใช้ยาระงับประสาทอยู่เป็นประจำ พร้อมทั้งต้องคอยปรึกษากับมายา หมอจิตเภทส่วนตัว และไม่นานลูกชายของเขาก็เริ่มคุยกับใครบางคนและเห็นคนผู้นั้น ซึ่งทำให้เขาคิดว่าลูกชายของเขาอาจเห็นภาพหลอนเหมือนเขาที่อาจเกิดมาจากยีนกรรมพันธุ์ จนในที่สุดเขาก็ได้รู้จากหลวงพ่อแลมเบิร์ตว่าลูกชายของเขาถูกปีศาจหมายหัว ซึ่งมีวิธีเดียวที่จะกำจัดได้คือความศรัทธา เขาจะทำสำเร็จหรือไม่
 

              เปิดเรื่องด้วยการพูดเกริ่นนำเรื่องราวคร่าว ๆ พร้อมทั้งฉายภาพเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกับการเข้าสิงก่อนตัดเข้าเรื่อง โดยการเข้าสิงของปีศาจจะเกิดขึ้นในสามขั้นตอน ขั้นแรกคือ การเผยตัวตน ตามด้วยขั้นที่สองคือ ความทุกข์ ซึ่งก็คือการที่ถูกควบคุมร่างกาย จิตใจและจิตวิญญาณ และขั้นที่สามคือ การยินยอม โดยจะเป็นส่วนหนึ่งของวิญญาณ ซึ่งเมื่อตัดเข้าเรื่องจะฉายถึงตัวละครหลักที่กำลังทำงาน ซึ่งหนังฉายเหมือนตัวละครต้องคอยกินยาและเห็นภาพหลอนบางอย่างก่อนกลับบ้านและฉายถึงลูกชาย ซึ่งพ่อลูกแสดงได้เข้ากันดี ดูแล้วก็ชวนยิ้มไปด้วย ก่อนที่จะค่อย ๆ ฉายเหตุการณ์บางอย่างในบ้าน ซึ่งตัวบ้านและสิ่งของต่าง ๆ ในบ้านก็ดูหลอน ๆ ดี พร้อมกับฉายภาพหลอนที่ตัวละครได้เห็นอีกครั้ง ซึ่งเกี่ยวข้องกับภรรยาที่จากไป โดยจุดนี้หนังไม่ได้บอกเรื่องราวอะไรมาก จากนั้นหนังก็ได้ตัดมาฉายที่คุกซึ่งกำลังปล่อยตัวนักโทษคนหนึ่ง ซึ่งเป็นหลวงพ่อที่ถูกอ้างว่าเป็นผู้ฆ่าเด็ก จากนั้นก็ตัดกลับมาฉายตัวละครหลักอีกครั้ง โดยจะดำเนินเรื่องตัดสลับระหว่างตัวละครหลักกับหลวงพ่อที่ในตอนหลังได้เข้ามาพัวพันด้วย และค่อย ๆ ฉายถึงเด็กที่กำลังคุยกับใครบางคนและค่อย ๆ ฉายให้เห็นเหมือนมีคนแอบมองอยู่ทีละน้อย ซึ่งเกี่ยวข้องกับการเผยตัวตนในขั้นแรก ตามด้วยตัวละครที่ก้าวร้าวในขั้นที่สองและการพูดภาษาที่ไม่รู้เรื่องในขั้นที่สาม ซึ่งก็มาแนวเดิม ๆ ไปบ้าง โดยหลังจากช่วงนี้จะเป็นการขับไล่ปีศาจที่ดูธรรมดาและน่าเบื่อไปหน่อย จะเน้นไปที่การเห็นภาพหลอนเยอะไปหน่อย ซึ่งได้สรุปเรื่องราวในช่วงท้าย ๆ เรื่องที่หักมุมก่อนตัดมาที่ช่วง 10 ปีต่อมาที่ลูกชายโตแล้วและจบทิ้งท้ายเหมือนมีต่อ

คะแนน 5.5/10

ตัวอย่าง


อ่านรีวิวเรื่องอื่น ๆ 



ขอบคุณภาพจาก IMDb เครดิต Boom Done Productions รูปหน้าปกที่ 1 / รูปหน้าปกที่ 2

วันพุธที่ 10 มีนาคม พ.ศ. 2564

รีวิวหนัง Mark Of The Devil (2020) รอยปีศาจ

 

              

                Mark Of The Devil (2020) รอยปีศาจ เป็นภาพยนตร์สยองขวัญเม็กซิกันที่จัดจำหน่ายโดย Corazón Films และกำกับโดย Diego Cohen นำแสดงโดย Eduardo Noriega
 

              เรื่องราวของศาตราจารย์คนหนึ่งที่ได้รับหนังสือโบราณเล่มหนึ่งที่ถูกส่งมา เธอจึงนำกลับบ้าน แต่แล้วลูก ๆ ของเธอได้ไปเจอเข้า ลูกสาวคนโตของเธอจึงได้เปิดอ่านหนังสือเล่มนี้ และนั่นคือการปลุกสิ่งชั่วร้ายบางอย่างออกมา จากนั้นลูกสาวคนโตของเธอก็มีอาการเหมือนถูกปีศาจเข้าสิง ทำให้น้องสาวต้องตามหาผู้เชี่ยวชาญมาช่วย
 

              เปิดเรื่องด้วยฉากตัวละครที่กำลังไล่ผีออกจากร่างของเด็กคนหนึ่งก่อนที่จะนำไปเผา แต่ระหว่างทางได้เกิดเหตุการณ์ประหลาดบางอย่าง จึงได้โยนทิ้งข้างทางและฉายให้เห็นศพที่เหมือนยังไม่ตาย โดยในที่เกิดเหตุช่วงไล่ผีได้ฉายให้เห็นหนังสือโบราณเล่มหนึ่ง ซึ่งฉากเปิดเรื่องช่วงนี้คล้าย ๆ เรื่อง Cadaver (2018) ห้องเก็บศพ จากนั้นก็ตัดมาที่ช่วง 30 ปีต่อมา ฉายถึงตัวละครที่ได้รับหนังสือโบราณในช่วงเปิดเรื่องมา ซึ่งไม่ได้บอกว่าได้รับมาจากไหน จากนั้นตัวละครก็ได้ไปเปิดอ่าน จึงเหมือนเป็นการปลุกบางอย่างออกมา ช่วงนี้ก็มีความคล้ายเรื่อง Evil Dead (2013) ผีอมตะ จากนั้นตัวละครที่เปิดอ่านหนังสือก็ค่อย ๆ มีพฤติกรรมเปลี่ยนไปเหมือนถูกปีศาจเข้าสิง โดยฉายถึงรอยบางอย่างบนตัวและสร้อยคอที่แขวนอยู่ ซึ่งดูลึกลับดี จากนั้นก็ตัดมาฉายที่ตัวละครอีกคนที่เหมือนเกี่ยวข้องมีความสัมพันธ์กับหนังสือที่พาปีศาจมาเข้าสิง ทำให้มีพลังบางอย่างที่ดูน่าสนใจดีและก็มีรอยบางอย่างบนตัวเช่นกัน โดยบางช่วงก็ได้ฉายถึงเรื่องราวในอดีตวัยเด็ก ซึ่งคือเด็กคนเดียวกับในช่วงเปิดเรื่องบ้าง โดยหนังดำเนินเรื่องตัดสลับไปมาที่ตัวละครสองคนนี้ จนตอนหลังตัวละครก็ต้องหาคนมาช่วยไล่ผี ซึ่งก็มาแนวเดิม ๆ ที่ไม่ได้แปลกใหม่เท่าไหร่ และในที่สุดตัวละครสองคนที่ถูกปีศาจเข้าสิงก็ได้มาเจอกันและปะทะกัน ฉากปะทะกันดูน่าสนใจดี แต่ดูจนจบก็ไม่ได้เปิดเผยเรื่องราวอะไรมากและบางช่วงอาจดูน่าเบื่อไปบ้าง 

คะแนน 5.5/10

ตัวอย่าง


อ่านรีวิวเรื่องอื่น ๆ 



ขอบคุณภาพจาก IMDb เครดิต Hakuhn รูปหน้าปกที่ 1 / รูปหน้าปกที่ 2 / รูปหน้าปกที่ 3

วันศุกร์ที่ 5 มีนาคม พ.ศ. 2564

รีวิวหนัง Metamorphosis (2019) ปีศาจเปลี่ยนหน้า

 


                 Metamorphosis (2019) ปีศาจเปลี่ยนหน้า เป็นภาพยนตร์สยองขวัญจากเกาหลีใต้ที่กำกับโดย Kim Hong-Sun 

              เรื่องราวของครอบครัวหนึ่งที่ย้ายบ้านใหม่จากการประมูล ซึ่งบ้านหลังนี้ไม่มีใครประมูลแข่งเลย แต่เมื่อพวกเขาย้ายเข้ามาอยู่ไม่นาน ลูกสาวคนเล็กของพวกเขาก็ล้มป่วย แถมเพื่อนข้างบ้านยังทำตัวน่าสงสัย เอาสัตว์ที่ตายแล้วมาผ่าท้องแขวงตามบ้าน รวมทั้งแต่ละคนในครอบครัวของพวกเขาก็เริ่มทำตัวแปลก ๆ มีพฤติกรรมที่ก้าวร้าวรุนแรง ทำให้แต่ละคนเริ่มหวาดกลัวกันเอง พวกเขาจึงต้องขอความช่วยเหลือจากอา ซึ่งเคยเป็นหลวงพ่อที่ปราบผีมาก่อน แต่ในตอนแรกเขากลับปฏิเสธ เนื่องจากความผิดพลาดในอดีตที่ทำให้คนต้องตาย แต่ถึงยังไงเขาก็หนีความผิดพลาดนั้นไม่พ้น เพื่อครอบครัวแล้ว เขาจึงต้องมาช่วยกำจัดปีศาจตนนี้ให้ได้ เขาจะกำจัดปีศาจยังไงและจำกำจัดสำเร็จหรือไม่หรือจะซ้ำรอยเดิมในอดีตอีก
 

               เปิดเรื่องฉายถึงตัวละครหลัก (หลวงพ่อ) ที่กำลังทำพิธีไล่ผีออกจากร่างมนุษย์ ซึ่งเป็นรูปแบบการไล่ผีทั่วไปตามแบบฝรั่ง ก่อนที่จะตัดเข้าเรื่องฉายถึงครบครัวหนึ่งที่ย้ายเข้ามาอยู่บ้านใหม่ ซึ่งในระหว่างเดินทางก็ได้เล่าถึงเรื่องราวในช่วงเปิดเรื่องบ้าง ซึ่งครอบครัวนี้มีความสัมพันธ์กับตัวละครหลัก โดยหนังจะดำเนินเรื่องตัดสลับระหว่างตัวละครหลักกับครอบครัว พร้อมกับฉายให้เห็นบางอย่างของบ้านที่ดูลึกลับ รวมทั้งตัวละครที่ดูน่าสงสัย แต่หนังไม่ได้เกี่ยวกับบ้าน จะเกี่ยวกับปีศาจที่มาในรูปแบบการเข้าสิงในร่างมนุษย์เปลี่ยนไปเปลี่ยนมาเหมือนเป็นการเปลี่ยนหน้าตามชื่อเรื่อง ซึ่งดูแล้วไม่เกี่ยวกับการเปลี่ยนหน้าเลย เนื่องจากมีสองคนอีกคนเหมือนถูกสิงอีกคนเป็นตัวจริง และใครที่ถูกสิงก็จะมีพฤติกรรมก้าวร้าวรุนแรง จึงดูออกทันทีว่าใครที่ถูกปีศาจสิงร่าง ซึ่งหนังก็ดำเนินเรื่องแบบนี้ไปเรื่อย ๆ จึงดูค่อนข้างน่าเบื่อไปหน่อย แต่ก็มีช่วงให้ลุ้นบ้าง ซึ่งหลังจากนี้หนังก็จะมาในรูปแบบเดิมที่ไม่ได้แปลกใหม่เท่าไหร่ ตามสไตล์หนังไล่ผีที่ต้องเชิญผู้เชี่ยวชาญมาช่วย มีสอดแทรกดราม่าครอบครัวบ้าง มีหักมุมบ้างเล็กน้อยในตอนท้าย ซึ่งกว่าจะจบก็ทำเอาเหนื่อยกันเลย แต่บางจุดในหนังที่ทิ้งค้างคาไว้ในช่วงแรกกลับไม่ได้พูดถึงและเปิดเผยอะไร รวมทั้งปีศาจในเรื่องก็ไม่มีที่มาที่ไป

คะแนน 4.5/10

ตัวอย่าง


อ่านรีวิวเรื่องอื่น ๆ 

 

 

ขอบคุณภาพจาก IMDb เครดิต Dana Creative รูปหน้าปกที่ 1 / รูปหน้าปกที่ 2

ป้ายกำกับ