แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ หนังลึกลับ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ หนังลึกลับ แสดงบทความทั้งหมด

วันเสาร์ที่ 31 ตุลาคม พ.ศ. 2569

รีวิวหนัง Black Box (2026)



           Black Box (2026) หรือที่รู้จักกันในชื่อ Black Box: Flight 298 เป็นภาพยนตร์ระทึกขวัญสยองขวัญอเมริกันที่เขียนบทโดย Stephen Susco กำกับ ภาพยนตร์ และตัดต่อโดย Steven Quale นำแสดงโดย Tom Brittney, Holly White, Boadicea Ricketts, Betsy-Blue English, Georgi S. Georgiev, Georgina Leonidas, Vaughn Johseph, Weronika Rosati, และ Cel Spellman

          เรื่องราวของ เจเรมี เดอรัม ผู้โดยสารเที่ยวบิน 298 ของเวโรแอร์ไลน์ส พร้อมกับผู้โดยสารคนอื่น ๆ กัปตันและแอร์โฮสเตส ที่ได้เจอกับเหตุการณ์แปลกประหลาดขณะบิน และเนื่องจากมีเหตุฉุกเฉินทางการแพทย์ จึงเปลี่ยนเส้นทางไปยังท่าอากาศนานาชาติดัลลัส-ฟอร์ตเวิร์ท แต่ก็ต้องมีเหตุให้ลงจอดฉุกเฉินและได้เจอกับบางอย่างเข้าจู่โจมเครื่องบิน

          เปิดเรื่องฉายถึงใครบางคนที่ได้ดูคลิปวีดีโอจากมือถือที่คนอัดไว้ โดยมีบางคลิปที่พูดถึงบางสิ่งลึกลับ พร้อมกับค่อย ๆ ฉายถึงตัวละครสำคัญ ๆ ในเรื่องที่กำลังเตรียมขึ้นเครื่อง ซึ่งบางคนถือกล้องมือถือไลฟ์สดไปด้วย จึงออกไปทางแนวฟาวด์ฟุตเทจเล็กน้อยในช่วงแรก จากนั้นเมื่อขึ้นเครื่องบินไปสักพักก็เริ่มฉายถึงตัวละครที่ทำมีอาการแปลก ๆ แต่บางช่วงก็น่าเบื่อไปหน่อย โดยหลังจากนั้นจะเน้นฉายบนเครื่องบินเป็นหลัก ซึ่งอาจมีสลับกับที่อื่นบ้าง จากนั้นก็ฉายบางอย่างข้างนอก ซึ่งทำให้ตัวละครแปลก ๆ คนนั้นหวาดกลัว โดยได้พูดว่าบนนี้ไม่ปลอดภัยก่อนที่จะหมดสติ ซึ่งตัวละครบนเครื่องบินก็ยังคงมาแนวเดิม ๆ จากนั้นก็ได้ฉายถึงเหตุการณ์ไม่ปกติบางอย่างข้างล่างและข้างนอก แสงที่เคลื่อนที่ได้ในก้อนเมฆ อาการเจ็บปวดและมีเลือดออก มีสัญญาณไฟฟ้ารบกวน ซึ่งก็ชวนให้ติดตามว่าคืออะไรกันแน่ แต่ดำเนินเรื่องมาถึงครึ่งเรื่องแล้วก็ยังไม่ได้เปิดเผยอะไร จนเมื่อลงจอดในช่วงท้าย ๆ เรื่องจึงฉายให้เห็นว่าคืออะไร แต่เปิดเผยช้าไปหน่อยและมีช่วงให้ลุ้นแค่ช้วงท้ายเรื่อง โดยจบทิ้งท้ายเหมือนมีต่อ

คะแนนส่วนตัว 5/10

ตัวอย่าง


ขอบคุณภาพจาก Hammerstone Studios รูปหน้าปกที่ 1

ขอบคุณภาพจาก IMDb เครดิต Hammerstone Studios รูปหน้าปกที่ 2 / รูปหน้าปกที่ 3

วันเสาร์ที่ 24 ตุลาคม พ.ศ. 2569

รีวิวหนัง Together (2025) ดูดร่างสร้างรัก

 


            Together (2025) ดูดร่างสร้างรัก เป็นภาพยนตร์สยองขวัญเหนือธรรมชาติที่เขียนบทและกำกับโดย Michael Shanks ในผลงานกำกับภาพยนตร์ยาวเรื่องแรกของเขา นำแสดงโดย Dave Franco และ Alison Brie โดยได้รับแรงบันดาลใจจากตำนานกรีกเรื่องเฮอร์มาโฟรดิตัสและน้ำพุของซัลมาซิส
         
           ซึ่งเป็นผลงานร่วมสร้างระหว่างออสเตรเลียและสหรัฐอเมริกา ได้ฉายรอบปฐมทัศน์ที่เทศกาลหนังซันแดนซ์เมื่อวันที่ 26 มกราคม 2025 และเข้าฉายในสหรัฐอเมริกาโดย Neon เมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม และในออสเตรเลียโดย Kismet Movies เมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม
        
           เรื่องราวของ มิลลี่ วิลสัน ครูสอนภาษาอังกฤษในโรงเรียนประถมที่ย้ายไปอยู่ชนบทกับ ทิม แบรสซิงตัน คนรักของเธอ แต่แล้ววันหนึ่งพวกเขาได้ไปเดินป่าด้วยกันและได้พลัดตกลงไปในถ้ำใต้ดิน ซึ่งที่นั่นมีบางอย่างที่หลังจากพวกเขาออกมาได้ ก็เริ่มมีอาการแปลก ๆ โดยเหมือนร่างกายต้องการจะดูดร่างทั้งสองเข้าด้วยกัน ทำให้พวกเขาต้องหาวิธีแก้ก่อนจะสายเกินไป
         
           เปิดเรื่องฉายถึงสุนัขสองตัวที่มีท่าทางแปลก ๆ และตัวติดกันก่อนตัดเข้าเรื่อง ฉายถึงตัวละครหลัก โดยการปูเรื่องราวของตัวละครก่อนที่จะเกิดเหตุและเจอบางอย่างเหมือนสัญลักษณ์ลึกลับ ซึ่งกว่าจะเกิดเรื่องก็ค่อนข้างนานไปหน่อย โดยเมื่อตัวละครตกลงไปในสถานที่นั้นก็เริ่มเกิดเหตุแปลก ๆ โดยมีบางอย่างเหนียว ๆ และได้นำมันกลับไปด้วย ซึ่งจะค่อย ๆ เกิดเรื่องแปลก ๆ คือ ถ้าสัมผัสกันจะติดกัน จนค่อย ๆ ร้ายแรงขึ้นเรื่อย ๆ โดยเมื่อไหร่ที่อยู่ห่างไกลกันจะมีบางอย่างที่ทำให้ต้องดึงเข้าหากัน ไม่ว่าจะออกห่างจากกันยังไงก็ตาม จึงทำให้ตัวละครทั้งสองทะเลาะกัน ซึ่งก็ชวนให้ติดตามว่าคืออะไรกันแน่และจะหนีรอดจากสิ่งนี้ยังไง โดยจะค่อย ๆ เปิดเผยเรื่องราวทีละน้อย ซึ่งก็มีหักมุมบ้างเล็กน้อย และมีช่วงที่น่าเบื่อบ้าง

คะแนนส่วนตัว 5.5/10

ตัวอย่าง


ขอบคุณภาพจาก IMDb เครดิต Tango Entertainment รูปหน้าปกที่ 1 / รูปหน้าปกที่ 2 / รูปหน้าปกที่ 3

รีวิวหนัง Passenger (2026) ผู้ร่วมทางตาย




           Passenger (2026) ผู้ร่วมทางตาย เป็นภาพยนตร์สยองขวัญเหนือธรรมชาติอเมริกันที่กำกับโดย André Øvredal นำแสดงโดย Jacob Scipio, Lou Llobell, และ Melissa Leo ออกฉายในสหรัฐอเมริกาโดย Paramount Pictures เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2026

           อย่าอยู่บนถนนเปลี่ยว อย่าขับรถตอนกลางคืน ถ้าต้องขับห้ามหยุด ไม่งั้นมันจะติดตามคุณ

           เรื่องราวของ แมดดี้ และ ไทเลอร์ คู่รักที่ออกเดินทางด้วยกันมาหกสัปดาห์ เพื่อไปยังบ่อน้ำพุร้อนที่นัดไว้ตอนหกโมง แต่ระหว่างทางไปรถติดมาก จึงทำให้ไม่ได้ไปตามที่นัดไว้ โดยทั้งคู่มีแผนจะไปพักโรงแรมแห่งหนึ่งแทน แต่ระหว่างทางได้เจอกับเหตุการณ์ประหลาด ซึ่งได้ติดตามพวกเขาเหมือนร่วมทางไปด้วย

           เปิดเรื่องฉายถึงตัวละครที่เจอกับบางอย่างระหว่างทาง ซึ่งทำได้หลอนชวนหวาดระแวงดี จากนั้นก็ตัดเข้าเรื่องฉายถึงตัวละครหลักก่อนที่จะเดินทาง จากนั้นก็ตัดมาในช่วงหกสัปดาห์ต่อมา ซึ่งเป็นการปูเรื่องราวของตัวละครก่อนที่จะเจอคนขับรถก่อกวนและเกิดอุบัติเหตุรถชน รวมทั้งเกิดเหตุการณ์แปลก ๆ จากนั้นก็ได้ฉายถึงใครบางคนในช่วงเปิดเรื่อง โดยหลังจากนั้นก็เกิดเหตุการณ์แบบเดียวกัน ซึ่งมักจะฉายถึงบางอย่างลึกลับคอยติดตามอยู่ตลอด โดยจะปรากฎตัวในตอนกลางคืน ทำให้ชวนหวาดระแวงตามไปด้วย ซึ่งก็ชวนลุ้นดี โดยบางช่วงหนังได้ถ่ายหมุนให้เห็นรอบ ๆ มีจังหวะให้ตกใจเป็นช่วง ๆ โดยมีคนที่เหมือนรู้ความลับนี้ ซึ่งมักจะเล่นกับตัวละครหลักอย่างแมดดี้ โดยมีฉากน่ารักของตัวละครสอดแทรกเป็นช่วง ๆ ซึ่งช่วงกลาง ๆ เรื่องจะค่อย ๆ เปิดเผยเรื่องราว โดยเมื่อเลยช่วงกลางเรื่องไปจะเริ่มเล่นงานทั้งสองคน ซึ่งก็ชวนให้ติดตามว่าจะหนีรอดยังไง

คะแนนส่วนตัว 6/10 

ตัวอย่าง


ขอบคุณภาพจาก 18Hz Productions รูปหน้าปกที่ 1

ขอบคุณภาพจาก IMDb เครดิต 18Hz Productions รูปหน้าปกที่ 2 / รูปหน้าปกที่ 3

วันเสาร์ที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ. 2569

รีวิวหนัง Lights Out (2016) มันออกมาขย้ำ

 


           Lights Out (2016) มันออกมาขย้ำ เป็นภาพยนตร์สยองขวัญเหนือธรรมชาติของอเมริกาที่กำกับโดย David F. Sandberg เขียนโดย Eric Heisserer ซึ่งได้ดัดแปลงบทภาพยนตร์มาจากภาพยนตร์สั้นชื่อเดียวกันของ Sandberg ในปี 2013 นำแสดงโดย Teresa Palmer, Gabriel Bateman, Alexander DiPersia, Billy Burke และ Maria Bello นอกจากนี้ยังมีภรรยาของ Sandberg คือ Lotta Losten ซึ่งเคยแสดงในภาพยนตร์สั้น

           ผลิตโดย Heisserer, Lawrence Grey และ James Wan ถ่ายทำในลอสแอนเจลิสตั้งแต่เดือนมิถุนายนถึงสิงหาคม 2015 ได้เข้าฉายรอบปฐมทัศน์โลกที่เทศกาลภาพยนตร์ลอสแองเจลิสเมื่อวันที่ 8 มิถุนายน 2016 และถูกปล่อยในสหรัฐอเมริกาและแคนาดาโดย Warner Bros. Pictures เมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม 2016

           ไดอาน่า ผู้ป่วยที่มีอาการเกี่ยวกับปัญหาผิวหนังขั้นรุนแรงจนไม่สามารถออกไปเจอแสงแดดได้ ซึ่งได้เสียชีวิตจากการรักษา

          เรื่องราวของ รีเบคก้า พี่สาวต่างแม่ของ มาร์ติน ที่ต้องมาช่วยดูแลมาร์ตินจากปีศาจที่ชื่อ ไดอาน่า ซึ่งเกี่ยวข้องกับแม่ของมาร์ตินที่มีอาการป่วยจากเหตุการณ์ในอดีตตั้งแต่เด็ก โดยเธอได้ค้นพบว่าต้องอยู่ในที่สว่างถึงจะปลอดภัยจากปีศาจตนนี้

           เปิดเรื่องได้น่าสนใจดี โดยปีศาจเรื่องนี้จะมากับความมืด และกลัวแสงสว่าง ถึงแม้จะไม่ได้แปลกใหม่มากก็ตาม ซึ่งตลอดทั้งเรื่องจะไม่ได้ฉายให้เห็นหน้าของปีศาจเลย จะเห็นเพียงแค่เงาดำ ๆ ซึ่งเหมือนจะง่าย แค่อยู่ในที่สว่างก็ปลอดภัยจากปีศาจ แต่ต่อให้อยู่ที่สว่าง ปีศาจก็สามารถทำให้มืดและฆ่าเหยื่อได้ โดยจะค่อย ๆ เปิดเผยเรื่องราวของปีศาจในช่วงกลาง ๆ เรื่อง โดยตัวละครในเรื่องมีอยู่ไม่กี่คนและเน้นสถานที่ในบ้านเป็นหลัก ซึ่งฉากที่ปีศาจจะปรากฎตัวก็ชวนลุ้นดี แต่ความหลอนดูลดลงจากช่วงเปิดเรื่องและการดำเนินเรื่องค่อนข้างน่าเบื่อไปหน่อย ไม่ค่อยชวนติดตามสักเท่าไหร่ ฉากปีศาจก็ดูน้อยไป พอจะตายก็ตายง่ายเกินไป แถมหนังก็ดูสั้นไปหน่อยแค่ชั่วโมงกว่า ๆ เอง 

คะแนนส่วนตัว 4.5/10

ตัวอย่าง


ขอบคุณภาพจาก Warner Bros. Pictures รูปหน้าปกที่ 1 / รูปหน้าปกที่ 2 / รูปหน้าปกที่ 3

วันพฤหัสบดีที่ 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2569

รีวิวหนัง Capture (2026)



            Capture (2026) เป็นภาพยนตร์สยองขวัญจากอเมริกาที่กำกับโดย Bruce Wemple นำแสดงโดย Kaitlyn Lunardi, Cedric Gegel และ Chris Cimperman

           กล้องวีดีโอที่เหมือนมีปีศาจสิงอยู่ด้วยการเซ่นสังเวยเหยื่อ เพื่อแลกกับชีวิต เรื่องราวของ เอบิเกล เบ็คเกอร์ (แอบบี้) ที่โตมาในสถานสงเคราห์และอยากรู้จักพ่อแม่ของตน โดยเธอได้รับมรดกพินัยกรรมฉบับเมื่อเดือนสิงหาคม 1994 เป็นบ้านนอกเมืองที่ถูกทิ้งร้าง ทำให้เธอตัดสินใจเดินทางไปทันที โดยได้รับความช่วยเหลือจาก ไคล์ บาร์เทนเดอร์ ที่ช่วยขับรถพาเธอไปส่งที่นั่น ซึ่งที่นั่นเธอได้พบกับกล้องวีดีโอและเทปวีดีโอที่บันทึกครอบครัวไว้ ซึ่งทำให้เธอต้องค้นหาความจริงที่เกิดขึ้น

          เปิดเรื่องฉายถึงตัวละครที่เจอบ้านหลังหนึ่งและได้เข้าไปหาโทรศัพท์ ในขณะที่มีใครบางคนกำลังถ่ายวีดีโออยู่ ซึ่งตัวละครที่ถูกถ่ายก็เริ่มมีอาการเหมือนถูกผีสิงก่อนตัดเข้าเรื่อง โดยฉายถึงตัวละครหลักก่อนที่จะมีเหตุให้เดินทางไปยังบ้านนอกเมือง ซึ่งในระหว่างที่เดินทางไป ก็ได้ฉายถึงตัวละครที่ดูเหมือนมีความลับเกี่ยวกับบ้านหลังนัน้ปกปิดไว้ ซึ่งเป็นบ้านเดียวกับในช่วงเปิดเรื่อง จากนั้นก็ค่อย ๆ ฉายบรรยากาศเหมือนกับช่วงเปิดเรื่องและสิ่งของต่าง ๆ ในบ้าน จนมาเจอกับกล้องวีดีโอที่หันออกไปนอกบ้านและวีดีโอหลายม้วน ก่อนที่จะฉายถึงบางอย่างในจุดนั้น ซึ่งก็มักจะฉายเหมือนมีใครกำลังถ่ายวีดีโออยู่และมีคนอยู่ในบ้าน จากนั้นก็ได้ฉายถึงเหตุการณ์ในเทปวีดีโอ ซึ่งเกี่ยวข้องกับบันทึกครอบครัว จนต้องกรอเทปย้อนกลับไปยังบางจุด ซึ่งมีบางอย่างเกิดขึ้น โดยชวนลุ้นว่าจะเจออะไรในคลิป รวมทั้งเหตุการณ์แปลก ๆ ในบ้าน โดยเฉพาะภาพในกล้องวีดีโอที่กำลังมองอยู่ โดยช่วงกลางเรื่องจะค่อย ๆ เปิดเผยเรื่องราวทีละน้อย ไปพร้อมกับการดูเทปบันทึกและดูผ่านกล้องวีดีโอ ซึ่งเป็นเทปคนไข้ของแม่ที่มีอาการแปลก ๆ แต่ช่วงที่ดูเทปช่วงนี้ดูน่าเบื่อไปหน่อย ซึ่งความน่ากลัวดูลดลงไป แต่มาดูน่ากลัวขึ้นเมื่อตัวละครดูผ่านกล้องวีดีโอ ซึ่งช่วงท้ายเรื่องก็มีจุดที่ดูขัดใจไปบ้าง โดยจบทิ้งท้ายเหมือนมีต่อ

คะแนนส่วนตัว 5/10

ตัวอย่าง


ขอบคุณภาพจาก IMDb เครดิต 377 Films รูปหน้าปก

วันจันทร์ที่ 20 เมษายน พ.ศ. 2569

รีวิวหนัง Lee Cronin's the mummy (2026) ลี โครนัน เดอะ มัมมี่

 

            Lee Cronin's the mummy (2026) ลี โครนัน เดอะ มัมมี่ เป็นภาพยนตร์สยองขวัญเหนือธรรมชาติสัญชาติอเมริกันที่เขียนบทและกำกับโดย Lee Cronin การพลิกโฉมแฟรนไชส์ ​​​​The Mummy นำแสดงโดย Jack Reynor, Laia Costa, May Calamawy, Natalie Grace และ Verónica Falcón โดย James Wan และ Jason Blum ร่วมกันอำนวยการสร้างภาพยนตร์ผ่านบริษัทผลิตภาพยนตร์ของตนเอง คือ Atomic Monster และ Blumhouse Productions ร่วมกับ Wicked/Good

           โดยฉายรอบปฐมทัศน์ที่ลอสแอนเจลิสเมื่อวันที่ 9 เมษายน 2026 และเข้าฉายในสหรัฐอเมริกาโดย Warner Bros. Pictures เมื่อวันที่ 17 เมษายน 

            โดยเป็นเรื่องราวของครอบครัวหนึ่งที่ได้กลับมาพบกับลูกสาวที่หายสาบสูญไปนานและถูกทำให้เป็นมัมมี่ และพวกเขาพบว่ามีบางอย่างผิดปกติกับเธอ

" เป็นหนังเกี่ยวกับมัมมี่ที่ไม่เหมือนใครดี มีการผสมผสานกับความเชื่อเรื่องผีสิงร่างคนเข้ามาด้วย ฉากสยองขวัญนี่อย่างโหด ฉากแหวะก็ทำได้ดี ถือว่าเป็น Mummy เวอร์ชั่นที่ดูแล้วทำฉากสยองขวัญได้ดีที่สุดที่เคยดูมา"

            นี่เป็นหนังมัมมี่ที่มีความแปลกใหม่ไม่ซ้ำใคร โดยมีการผสมผสานเรื่องเกี่ยวกับผีเข้าไปด้วย ซึ่งปรากฎว่ามันกลับเข้าท่ากว่าที่คิดแฮะ ส่วนหนึ่งก็เพราะผกก. มีกึ๋นในหนังแนวสยองขวัญด้วย ไอเดียในการนำเสนอฉากหลอนๆ สยองขวัญ ลุ้นระทึก รวมถึงฉากชวนแหวะ ทำออกมาได้ดีมาก CG และ Make up การแต่งหน้า แต่งตัว นี่สุดจริงๆ คิดว่าคนที่ไปดู ต้องลุ้น หวาดเสียวจนต้องจิกเบาะแน่นอน 

           ในด้านการแสดง คนที่มารับบทน้องมัมมี่เด็ก แสดงดีมาก ทั้งน่าสงสาร และน่ากลัวในเวลาเดียวกัน และเป็นตัวละครที่ทำให้หนังชวนหดหู่ กระอักกระอ่วนไปในตัวด้วย เรียกได้ว่ารับจบครบทุกอารมณ์ 

            สรุปเลยว่านี่เป็นหนังสยองขวัญที่ทำออกมาตอบโจทย์คนดูที่ขอแนะนำเลยครับ ลุ้นตัวเก็งแน่นอน

คะแนนส่วนตัว 9/10

รีวิวโดย A.L. Lucky


           เรื่องราวของ ชาลี กับ ลารี่ ที่สูญเสีย เคธี่ ลูกสาวคนรองไปเป็นเวลาแปดปี เหลือเพียงแค่ลูกสองคนอย่าง เซบาสเตียน (เซส) และ มอส แต่หลังจากนั้นไม่นานพวกเขาก็ได้ข่าวว่าเธอยังมีชีวิตอยู่ โดยพบเธอนอนอยู่ในโรงหินภูเขาไฟโบราณหลังจากเครื่องบินตก ซึ่งมีบาดแผลบนผิวหนังทั่วทั่งตัว โดยเกิดจากสภาพไร้แสงและขาดสารอาหารอย่างมาก โดยอยู่ในสภาวะที่เป็นอัมพาต ซึ่งจำพวกเขาไม่ได้และเมื่อพาเธอกลับบ้านกลับทำตัวแปลกประหลาด

           เปิดเรื่องฉายถึงตัวละครที่เก็บความลับบางอย่างก่อนตัดเข้าเรื่อง โดยฉายถึงตัวละครหลักก่อนที่จะเจอกับตัวละครในช่วงเปิดเรื่องที่ทำตัวแปลก ๆ และพาตัวเด็กไป จากนั้นก็ตัดมาในช่วงแปดปีต่อมา ซึ่งเป็นช่วงหลังจากที่เด็กหายตัวไป โดยสักพักได้ฉายถึงบางอย่างก่อนที่จะฉายถึงศพที่ถูกพันเป็นมัมมี่และฟื้นคืนชีพ ซึ่งเป็นเด็กที่หายตัวไป โดยค่อย ๆ เปิดเผยถึงสภาพเด็กก่อนที่จะฉายถึงตัวเด็ก โดยมีสภาพที่น่ากลัว จากนั้นก็เริ่มมีอาการแปลก ๆ โดยมีฉากโหดบ้าง ซึ่งก็ชวนลุ้นดีและชวนติดตามว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่ โดยมีสอดแทรกความน่ารักของตัวละครและความตลกเล็กน้อย ซึ่งระหว่างนั้นพ่อแม่เด็กก็พยายามทำให้เด็กจำความได้ พร้อมกับการค้นหาข้อมูลจากสิ่งที่พบเจอ ซึ่งก็ทำได้ชวนสงสัยตามไปด้วย แต่เสียดายที่บางอย่างในหนังทำได้ไม่สมจริงเลย โดยจะค่อย ๆ เปิดเผยเรื่องราวทีละน้อย ซึ่งเกี่ยวข้องกับปีศาจอียิปต์โบราณ โดยจบทิ้งท้ายเหมือนมีต่อ

คะแนนส่วนตัว 6.5/10

รีวิวโดย 刘心爱 

ตัวอย่าง


ขอบคุณภาพจาก Atomic Monster รูปหน้าปกที่ 1

ขอบคุณภาพจาก IMDb เครดิต Atomic Monster รูปหน้าปกที่ 2 / รูปหน้าปกที่ 3

วันจันทร์ที่ 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569

รีวิวหนัง Bring Her Back (2025) เรียกมันกลับมาหลอน

 


        Bring Her Back (2025) เรียกมันกลับมาหลอน เป็นภาพยนตร์สยองขวัญเหนือธรรมชาติของออสเตรเลียที่กำกับโดย Danny และ Michael Philippou โดยผู้กำกับคนแรกร่วมเขียนบทภาพยนตร์กับ Bill Hinzman นำแสดงโดย Billy Barratt, Sora Wong, Jonah Wren Phillips และ Sally Hawkins 

          ซึ่งเข้าฉายโรงภาพยนตร์โดย Sony Pictures Releasing International ในออสเตรเลียเมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม 2025

           เพื่อต้องการคนรักกลับคืนมาจากความตาย จึงนำไปสู่พิธีเรียกบางอย่างกลับมา เรื่องราวของ แอนดี้ และ ไพเพอร์ สองพี่น้องต่างแม่ที่สูญเสียพ่อกระทันหัน โดย ลอร่า แม่อุปถัมภ์ จะรับเลี้ยง ไพเพอร์ เพียงคนเดียว เนื่องจากไม่ต้องการรับเด็กที่มีปัญหา นอกจากทำตัวดีสามเดือน ซึ่งลอร่าก็เคยมีลูกสาว แคธี่ แต่เสียชีวิตจากการจมน้ำ โดยตอนนี้เหลือแต่ โอลิเวอร์ ลูกบุญธรรมอีกคน โดยพวกเขาต้องอยู่กับลอร่าเป็นเวลาสามเดือนจนกว่าแอนดี้จะมีอายุครบสิบแปดและเป็นผู้ปกครองไพเพอร์ได้ แต่เมื่อแอนดี้ได้มาอยู่ที่นี่ก็เริ่มรับรู้ถึงเรื่องแปลก ๆ ที่นี่

           ก่อนเข้าเรื่องฉายถึงพิธีกรรมบางอย่าง และเมื่อเข้าเรื่องก็ได้ฉายถึงเด็กสองพี่น้องก่อนที่จะได้เจอกับการตายที่แปลกประหลาดของพ่อ ซึ่งเป็นช่วงก่อนที่จะย้ายไปอยู่กับแม่อุปถัมภ์ โดยเมื่อมาถึงก็เริ่มฉายถึงบางอย่างแปลก ๆ รวมทั้งแม่อุปถัมภ์และเด็กอีกคนที่ทำตัวลึกลับ จากนั้นก็เริ่มฉายถึงพิธีกรรมในช่วงก่อนเข้าเรื่องอีกครั้ง โดยลอร่าจะเริ่มเข้าสู่พิธีกรรม ส่วนโอลิเวอร์เริ่มมีพฤติกรรมรุนแรงขึ้น ซึ่งมีฉากโหดเหวอะหวะบ้าง โดยชวนติดตามดีว่าจะเป็นยังไงต่อไป ซึ่งในระหว่างนี้ก็มีฉากตลก ๆ น่ารักของตัวละครและช่วงดราม่าสอดแทรกบ้าง โดยเมื่อเข้าสู่ช่วงกลางเรื่องก็ค่อย ๆ เปิดเผยเรื่องราวบางอย่างเกี่ยวกับอลิเวอร์และพิธีกรรม ซึ่งชวนลุ้นเอาใจช่วยเด็กสองคน โดยเฉพาะช่วงท้ายเรื่อง ในขณะที่ทั้งสองคนไม่รู้เรื่องอะไรเลยเกี่ยวกับลอร่าและโอลิเวอร์ โดยคนหนึ่งตาบอด จึงไม่สามารถรับรู้ได้ว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง ซึ่งช่วงท้ายลอร่าเริ่มใส่ร้ายแอนดี้ ทำให้แอนดี้เริ่มรู้เรื่องราวทีละน้อย 

คะแนนส่วนตัว 6.5/10

ตัวอย่าง


ขอบคุณภาพจาก Causeway Films รูปหน้าปกที่ 1

ขอบคุณภาพจาก IMDb เครดิต Causeway Films รูปหน้าปกที่ 2 / รูปหน้าปกที่ 3

วันจันทร์ที่ 26 มกราคม พ.ศ. 2569

รีวิวหนัง Return to Silent Hill (2026) เมืองห่าผี นรกคืนชีพ

 



          Return to Silent Hill (2026) เมืองห่าผี นรกคืนชีพ เป็นภาพยนตร์สยองขวัญจิตวิทยาเหนือธรรมชาติที่กำลังจะเข้าฉาย กำกับโดย Christophe Gans ซึ่งร่วมเขียนบทภาพยนตร์กับ Sandra Vo-Anh และ Will Schneider โดยเป็นภาพยนตร์ภาคที่สามในซีรีส์ Silent Hill ดัดแปลงมาจากวิดีโอเกม Silent Hill 2 ปี 2001 นำแสดงโดย Jeremy Irvine และ Hannah Emily Anderson

            โดยเป็นผลงานการร่วมสร้างระหว่างฝรั่งเศสและสหรัฐอเมริกา ถ่ายทำในเยอรมนีและเซอร์เบียตั้งแต่เดือนเมษายน 2023 ถึงกุมภาพันธ์ 2024 มีกำหนดฉายในโรงภาพยนตร์ในสหรัฐอเมริกาโดย Cineverse และ Iconic Events Releasing ในวันที่ 23 มกราคม 2026 และต่อมาในฝรั่งเศสโดย Metropolitan Filmexport ในวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2026 

            เรื่องราวของ เจมส์ ซันเดอร์แลนด์ ศิลปินที่ได้รับจดหมายลึกลับของ แมรี่ เครน คนรักของเขาที่แยกทางกัน โดยได้บอกให้เขากลับไปยังไซเลนต์ฮิลล์ แต่เมื่อเขากลับมาก็ต้องแปลกใจมาก เมื่อเมืองทั้งเมืองมีสภาพเปลี่ยนไปเป็นเมืองร้างที่ถูกปกคลุมด้วยหมอกและขี้เถ้าจากเหตุไฟไหม้ และเมื่อเสียงไซเลนดังขึ้นก็จะมีปีศาจปรากฎตัว แต่เขาก็จำเป็นต้องอยู่ที่นี่เพื่อตามหาคนรักให้เจอ

            เปิดเรื่องฉายถึงตัวละครหลักที่กำลังขับรถและมีเหตุเจอกับคนรัก ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของการได้รู้จักและรักกัน จากนั้นก็ตัดมาฉายถึงปัจจุบัน ซึ่งเป็นช่วงก่อนที่จะนำตัวละครหลักกลับมายังไซเลนต์ฮิลล์ ซึ่งเข้าสู่เรื่องได้เร็วมาก ดำเนินเรื่องได้รวดเร็วไม่น่าเบื่อเลย โดยเมื่อเข้าสู่เมืองไซเลนต์ฮิลล์ก็หวนนึกถึงภาคก่อนหน้า ทั้งสถานที่ บรรยากาศ ปีศาจต่าง ๆ และเสียงไซเลน โดยยังคงมาในแนวเดิมคือจะมีตัวละครเด็กลึกลับที่นำตัวละครหลักไปยังสถานที่ที่ต้องการพาไป รวมทั้งเมื่อได้ยินเสียงไซเลนสภาพเมืองจะเปลี่ยนกลับไปสู่สภาพเดิมในช่วงเหตุไฟไหม้และค่อย ๆ ฉายถึงปีศาจที่ปรากฎตัว ซึ่งยังคงปีศาจเดิมจากภาคก่อน แต่ก็มีเปลี่ยนแปลงไปบ้างและแต่ละตัวก็บทน้อยเหมือนเดิม แต่ภาคนี้ช่วงที่ปีศาจออกล่าจะใส่มาติด ๆ กันแบบไม่ยั้ง รวมทั้งมีจุดที่ต่างจากภาคก่อนที่แปลกใหม่ออกไปเล็กน้อยคือตัวละครหลักเข้ามาในเมืองไซเลนต์ฮิลล์ในฐานะที่ไม่รู้เรื่องว่าเกิดอะไรขึ้น จึงทำให้ชวนลุ้นเอาใจช่วยตัวละครตลอดเวลา สำหรับบรรยากาศสภาพเมืองถือได้ว่าทำได้หลอนน่าสนใจกว่าภาคก่อนมากและให้บรรยากาศออกไปทางเกมมากกว่าภาคก่อน ซึ่งเมื่อตัวละครหลักไปยังสถานที่ใดหนังก็จะฉายถึงเรื่องราวในอดีตที่เกิดขึ้นช่วงนั้นตลอดทั้งเรื่อง พร้อมกับปูที่มาที่ไปของตัวละครไปด้วย แต่เรื่องราวในภาคนี้ดูจะเน้นดราม่าเยอะหน่อยและเหมือนเป็นตำนานความรักของคู่รักในเมืองไซเลนต์ฮิลล์ แต่ดราม่าก็ทำได้เข้าถึงอารมณ์ดี ซึ่งตัวละครหลักก็สามารถแสดงได้เข้าถึงบทบาท โดยในระหว่างที่ตัวละครหลักตามหาคนรักก็ฉายถึงตัวละครอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งแต่ละคนก็ดูลึกลับชวนติดตาม แต่น่าเสียดายที่บางตัวละครไม่ได้เปิดเผยที่มาที่ไปมากนัก รวมทั้งเรื่องราวในหลาย ๆ จุดก็ไม่ได้เปิดเผยมากนักเช่นกัน จึงดูจบแล้วยังงง ๆ สับสนอยู่ว่าตัวละครหลอนไปเองในบางครั้งหรือเกิดขึ้นจริงกันแน่เหมือนต้องการให้จินตนาการต่อเอง

คะแนนส่วนตัว 7/10

อ่านรีวิว Silent Hill (2006) เมืองห่าผี

อ่านรีวิว Silent Hill 2 Revelation (2012) เมืองห่าผี เรฟเวเลชั่น

ตัวอย่าง


ขอบคุณภาพจาก Metropolitan Filmexport รูปหน้าปกที่ 1

ขอบคุณภาพจาก IMDb เครดิต Metropolitan Filmexport รูปหน้าปกที่ 2 / รูปหน้าปกที่ 3

วันเสาร์ที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2568

รีวิวหนัง Shelby Oaks (2025) เชลบี้ โอคส์ คลิปเฮี้ยน คดีหลอน

 

            Shelby Oaks (2025) เชลบี้ โอคส์ คลิปเฮี้ยน คดีหลอน เป็นภาพยนตร์สยองขวัญลึกลับเหนือธรรมชาติของอเมริกาปี 2024 ที่สร้าง เขียนบท และกำกับโดย Chris Stuckmann ในการเปิดตัวการกำกับภาพยนตร์เรื่องแรกของเขา โดยมี Mike Flanagan เป็นผู้บริหารฝ่ายผลิต นำแสดงโดย Camille Sullivan, Brendan Sexton III, Keith David, Sarah Durn, Derek Mears, Emily Bennett, Charlie Talbert, Robin Bartlett และ Michael Beach

          เรื่องราวถูกเขียนโดย Stuckmann และภรรยาของเขา Samantha Elizabeth ซึ่งเป็นการผลิตอิสระ และได้รับเงินทุนผ่านการระดมทุนใน Kickstarter ภายในเดือนมีนาคม 2022 ได้กลายเป็นภาพยนตร์สยองขวัญที่ระดมทุนได้มากที่สุดบนแพลตฟอร์มหลังจากได้เงินทุน 650,000 ดอลลาร์ การถ่ายทำหลักเกิดขึ้นในรัฐโอไฮโอ บ้านเกิดของ Stuckmann ในช่วงกลางปี 2022

          โดยได้เข้าฉายครั้งแรกในโลกที่เทศกาลภาพยนตร์นานาชาติแฟนทาเซีย ครั้งที่ 28 เมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม 2024 หลังจากนั้น Flanagan ก็เข้ามามีส่วนร่วมในโปรเจกต์นี้ และสุดท้ายก็กลายเป็นผู้อำนวยการสร้าง โดยถูกตัดต่อใหม่และถ่ายทำเพิ่มเติมก่อนที่จะเข้าฉายที่งาน Fantastic Fest ในเดือนกันยายน 2025 ซึ่งเข้าฉายในสหรัฐอเมริกาโดยค่าย Neon เมื่อวันที่ 24 ตุลาคม 2025

           สิ่งที่ถ่ายทำรายการท้าผีลี้ลับเหนือธรรมชาติมักจะเจอเรื่องลี้ลับเหนือธรรมชาติ เชลบี้ โอคส์ กลายเป็นเมืองร้างตั้งแต่ปลายยุคเก้าศูนย์

          เรื่องราวของ มีอา วอล์กเกอร์ พี่สาว ไรลี่ เบรนแนน ที่ตามหาน้องสาวมาตลอดสิบสองปีที่หายตัวไปหลังจากทำรายการท้าผีลี้ลับเหนือธรรมชาติ โดยคาดว่าน้องสาวน่าจะหายตัวไปในเชลบี้ โอคส์ จนเมื่อได้ดูคลิปเชลบี้ โอคส์ ก็ได้เห็น วิลสัน ไมล์ นักโทษในเรือนจำที่น้องสาวถ่ายทำ โดยเธอต้องการหาตัวน้องสาวให้พบด้วยตัวเอง

          เปิดเรื่องด้วยการเกริ่นนำเรื่องราวในปี 2008 ไรลี่ เบรนแนน พิธีกรรายการท้าผีลี้ลับเหนือธรรมชาติได้หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยก่อนฉายถึงคลิปที่ตัวละครได้อัดไว้ โดยมีท่าทางหวาดกลัวและมีเสียงดังบางอย่างข้างนอกห้อง ซึ่งเป็นครั้งสุดท้ายที่พบเห็นเธอตอนยังมีชีวิต จากนั้นก็ฉายถึงดาร์ค เคาน์ตี้ รัฐโอไฮโอ ด้วยการพูดถึงพิธีกรช่องยูทูปลี้ลับเหนือธรรมชาติที่หายตัวไปครบหนึ่งสัปดาห์ โดยถูกพบที่ทางใต้ของดาร์ค เคาน์ตี้ รัฐโอไฮโอ ใกล้เมืองเชลบี้ โอ๊คส์ ซึ่งมีเบาะแสน้อยมาก จากนั้นก็ฉายถึงบ้านเบรนแนน วอล์กเกอร์ 20 ไมล์ จากดาร์ค เคาน์ตี้ รัฐโอไฮโอ โดยฉายถึงมีอา วอล์กเกอร์ ที่ได้ให้สัมภาษณ์เรื่องที่น้องสาวหายตัวไป โดยได้เล่าเรื่องราวของน้องสาวก่อนที่จะพูดถึงรายการที่น้องสาวทำ พร้อมฉายถึงคลิปรายการต่าง ๆ ที่ทำ ซึ่งแต่ละคลิปล้วนน่าสนใจชวนติดตามดี โดยแต่ละคลิปอาจเป็นคำตอบ จากนั้นก็เริ่มพูดถึงเชลบี้ โอคส์ โดยได้เล่าถึงประวัติความเป็นมาของเชลบี้ โอคส์ก่อนที่จะฉายถึงเหยื่อที่กลายเป็นศพ โดยมีสัญลักษณ์ที่ถูกเขียนด้วยเลือด รวมทั้งชายผู้ต้องสงสัยในคลิปที่อัดไว้และก็ได้ฉายถึงเชลบี้ โอคส์ คลิปเฮี้ยน คดีหลอน ซึ่งเป็นชื่อเรื่อง โดยช่วงก่อนหน้าจะเหมือนหนังเล่าและช่วงต่อมาจะเน้นไปที่เชลบี้ โอคส์ คลิปเฮี้ยน คดีหลอน ซึ่งแฝงอารมณ์แบบหนังฟาวด์ฟุตเทจเล็กน้อย โดยฉายถึงตัวละครที่ดูคลิปเชลบี้ โอคส์ที่น้องสาวไปสำรวจและได้เจอสิ่งต่าง ๆ ซึ่งเมื่อเจอชายลึกลับที่เล่นงานน้องสาวแล้วไฟก็ดับลงและเริ่มเกิดเหตุการณ์เดียวกับที่น้องสาวเจอ หลังจากช่วงนี้จะเน้นไปที่การตามหาตัวชายผู้ต้องสงสัยและน้องสาวที่หายตัวไป ซึ่งมีการดูคลิปวีดีโอเล็กน้อย โดยค่อย ๆ เผยให้เห็นบางอย่าง รวมทั้งสัญลักษณ์ ข้อความปริศนา ตัวละครที่น่าสงสัย ซึ่งก็ชวนลุ้นเอาใจช่วยตัวละครดี แต่ดูง่ายไปหน่อย ไม่น่าสนใจเหมือนในคลิปและไม่ได้เป็นไปตามชื่อเรื่องเท่าไหร่

คะแนนส่วนตัว 5/10

ตัวอย่าง


ขอบคุณภาพจาก IMDb เครดิต Paper Street Pictures รูปหน้าปกที่ 1 / รูปหน้าปกที่ 2 / รูปหน้าปกที่ 3

วันศุกร์ที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2568

รีวิวหนัง Tormento (2025)

 



          Tormento (2025) เป็นภาพยนตร์ระทึกขวัญจากประเทศเม็กซิโกที่กำกับโดย Olallo Rubio เขียนโดย Hugo Cardozo และ Olallo Rubio นำแสดงโดย Natalia Solián, Hoze Meléndez และ Fernando Banda

           เรื่องราวของ แบรนดา มาร์ดินาส ที่เรียนทนายความและต้องการทำงานตอนกลางคืน โดยเธอถูกย้ายไปทำงานเวรยามกลางคืนที่ใหม่ในห้องเก็บศพเซเมโฟ โดยที่นั่นมีศพรายหนึ่งที่ถูกรถชนมาในคืนนั้น โดยเธอต้องอยู่เวรคนเดียวกับศพที่เธอเป็นคนชน ทำให้เธอรู้สึกหวาดกลัวมากและเริ่มถูกใครบางคนก่อกวน

           เปิดเรื่องฉายถึงตัวละครหลักที่กำลังทำงานก่อนที่จะเกิดเหตุรถชนใครบางคน จากนั้นก็ตัดเข้าเรื่องโดยฉายถึงเหยื่อที่ถูกชนก่อนฉายถึงตัวละครหลักอีกครั้ง ซึ่งได้รับโทรศัพท์ให้ไปทำงานที่ใหม่ จากนั้นก็ได้ฉายถึงศพที่ถูกรถชน หลังจากนั้นจะฉายถึงตัวละครที่ทำงานคนเดียวในตอนกลางคืน จนเริ่มฉายถึงเสียงบางอย่าง ซึ่งตามระควานตัวละครตลอดเวลา รวมทั้งศพที่ดูแปลก ๆ และไฟที่ติด ๆ ดับ ๆ เป็นช่วง ๆ ซึ่งชวนลุ้นดีว่าจะเจออะไร บวกกับสถานที่บรรยากาศที่ดูวังเวงดี โดยเมื่อเข้าสู่ช่วงกลางเรื่องจะเริ่มฉายถึงคนที่มาก่อกวนข้างนอกและเริ่มฉายถึงใครบางคนข้างใน โดยชวนทำให้คนดูสับสนหวาดระแวงไปด้วยว่าตัวละครหลอนไปเองหรือว่าเรื่องจริงกันแน่ ซึ่งสักพักศพในห้องก็ได้หายไปและตัวละครถูกขังข้างในแทน โดยเหมือนตัวละครถูกสิ่งเหนือธรรมชาติเล่นงานก่อนที่จะฉายถึงตัวละครที่ก่อกวนข้างนอกอีกครั้ง ซึ่งหลังจากนี้จะหนีออกไปข้างนอกยังไงก็มักจะกลับมายังห้องดับจิตเดิม แต่ช่วงท้ายความลุ้นที่หนังได้ทำไว้ในช่วงก่อนหน้ากลับลดลง ซึ่งช่วงท้ายดำเนินเรื่องวนมายังจุดที่ตัวละครหลักขับรถชนคนอีกครั้ง

คะแนนส่วนตัว 5/10

ตัวอย่าง 


ขอบคุณภาพจาก IMDb เครดิต BH5 Studios รูปหน้าปก

วันอาทิตย์ที่ 28 กันยายน พ.ศ. 2568

รีวิวหนัง Isolated (2025) ตัดขาด

 


            Isolated (2025) ตัดขาด เป็นภาพยนตร์สยองขวัญจิตวิทยาของฟิลิปปินส์ที่ กำกับและเขียนบทโดย Benedict Mique บทภาพยนตร์โดย Mique, Juvy Galamiton และ Shania Vonzel Obena นำแสดงโดย Joel Torre และ Yassi Pressman โดยเป็นภาพยนตร์สยองขวัญเรื่องแรกของ Yassi Pressman 

           เรื่องราวของ โรส พยาบาลที่เดือดร้อนเงินในการช่วยเหลือครอบครัว บังเอิญเจอประกาศหางานพยาบาลส่วนตัวอยู่ประจำเข้า ถึงแม้จะห่างไกลบ้าน แต่ก็ต้องตัดสินใจไปทำ ซึ่งเมื่อมาถึงที่นัดหมาย เธอได้รับการต้อนรับจาก มาเบธ พยาบาลเก่าที่ไม่ว่างดูแลต่อ โดยได้ขับพาเธอมายังบ้าน ที่ซึ่งเคยเป็นรีสอร์ทมาก่อน แต่ถูกผู้จัดการโกงจนเหลือแต่เงินบำนาญ โดยเธอต้องคอยดูแล ปีเตอร์ ผู้จัดการคนนี้ที่ตอนนี้มีอาการสมองเสื่อม ซึ่งมาเบธจะมาส่งของกินของใช้ให้ทุกวันอาทิตย์ แต่เมื่อเธออยู่ที่นี่ก็มักจะถูกหลอกหลอนจากใครบางคนอยู่ตลอดเวลา ซึ่งเธอคิดว่าเป็นเพราะกัญชาที่เธอสูบ แต่เมื่อเธอรู้ตัวก็ไม่ทันเสียแล้ว

          เปิดเรื่องฉายถึงตัวละครหลัก ซึ่งเป็นการปูเรื่องราวของตัวละครก่อนที่จะไปยังสถานที่แห่งหนึ่ง โดยระหว่างทางและเมื่อมาถึงก็ได้อธิบายสิ่งต่าง ๆ ที่นี่ก่อนที่จะแนะนำผู้ที่ต้องดูแล พร้อมทั้งคำแนะนำต่าง ๆ เกี่ยวกับตัวผู้ป่วย ซึ่งบางจุดก็ดูน่าสงสัย โดยช่วงนี้ไปจะเน้นฉายตัวละครอยู่สองสามคน หลังจากนั้นก็เริ่มฉายถึงบางอย่างหลอน ๆ รวมทั้งตัวละครลึกลับ ซึ่งไม่รู้คนหรือผี ส่วนปีเตอร์ก็มีอาการแปลก ๆ เหมือนคนเสียสติ ซึ่งมักจะเรียกตัวละครหลักว่าแอนน์อยู่เสมอ โดยหลังจากช่วงนี้ไปตัวละครมักถูกหลอกหลอนด้วยตัวละครลึกลับนี้ตลอด ซึ่งเหมือนต้องการบอกบางอย่าง แต่ช่วงที่พูดคุยกันค่อนข้างน่าเบื่อไปหน่อย โดยเมื่อเลยช่วงกลางเรื่องไปได้ฉายถึงคนที่แอบอยู่ในบ้าน ซึ่งเปิดเผยในเวลาต่อมาว่ามาตามหาแฟนที่หายตัวไปล่าสุดที่นี่ ทำให้เริ่มชวนสงสัยตามไปด้วย ก่อนจะเปิดเผยเรื่องราว ซึ่งก็ได้หักมุม แต่ไม่ได้แปลกใจมากนัก ซึ่งก็ชวนลุ้นเอาใจช่วยตัวละคร โดยช่วงท้ายมีฉากโหดบ้าง แต่ช่วงเปิดเผยเรื่องราวค่อนข้างนานไปหน่อยและดูขัดใจตัวละครไปบ้าง ทั้ง ๆ ที่มีโอกาสลงมือ แต่ยังดีที่ช่วงท้ายยังเอาคืนได้และมีหักมุมอีกครั้ง

คะแนนส่วนตัว 5.5/10

ตัวอย่าง


ขอบคุณภาพจาก IMDb เครดิต Lonewolf Films รูปหน้าปกที่ 1 / รูปหน้าปกที่ 2 / รูปหน้าปกที่ 3

วันเสาร์ที่ 30 สิงหาคม พ.ศ. 2568

รีวิวหนัง The Home (2025) บ้านพักคนเฮี้ยน

 



            The Home (2025) บ้านพักคนเฮี้ยน เป็นภาพยนตร์สยองขวัญจิตวิทยาอเมริกันที่กำกับโดย James DeMonaco เขียนบทโดย DeMonaco และ Adam Cantor นำแสดงโดย Pete Davidson, John Glover และ Bruce Altman       

            ซึ่งถูกปล่อยฉายทางโรงภาพยนตร์โดย Lionsgate และ Roadside Attractions ในวันที่ 25 กรกฎาคม 2025 

           เรื่องราวของ แมกซ์ ศิลปินกราฟฟิตี้ที่ถูกจับเนื่องจากบุกเข้าไปในอาคารและสร้างความเสียหาย แต่ได้รับโอกาสให้เข้าไปช่วยเหลือในบ้านพักคนชรา โดยงานของเขาคือต้องทำให้บ้านยังอยู่ในสภาพที่ดีเสมอ ห้องน้ำจะต้องทำความสะอาดวันละสองครั้ง ห้องพักเปิดทุกวัน กุญแจดอกนี้สามารถเปิดประตูได้ทุกบานในบ้านยกเว้นบางห้องในชั้นใต้ดิน อย่าเข้าไปในห้องอื่นถ้าไม่จำเป็นและห้ามไปที่ชั้นสี่ คนไข้เหล่านี้ต้องการดูแลเป็นพิเศษ แต่แล้วเขาก็ได้ขึ้นไปที่ชั้นสี่และได้พบกับคนชราที่ดูไม่ปกติ อีกทั้งมีคนบอกว่าที่นี่ผิดปกติให้เขาออกไป ทำให้เขาต้องสืบค้นความจริง

           เปิดเรื่องค่อนข้างน่าเบื่อไปหน่อย ด้วยการฉายถึงตัวละครหลัก พร้อมกับเรื่องราวในวัยเด็ก ก่อนที่จะมีเหตุให้ต้องเข้าไปในบ้านพักคนชรา จากนั้นก็ตัดเข้าเรื่องด้วยการอธิบายสิ่งที่ต้องทำในบ้านพักคนชรา ซึ่งมีบางอย่างที่ดูเป็นความลับ โดยหลังจากอธิบายเสร็จก็เริ่มฉายถึงตัวละครที่ทำงานไปเรื่อย ซึ่งก็ค่อย ๆ ฉายถึงตัวละครในบ้านพักที่ทำตัวแปลก ๆ โดยมักจะฉายถึงเสียงแปลก ๆ บนชั้นสี่ ซึ่งตัวละครก็ชอบฝันร้ายเวลานอน โดยเมื่อตื่นขึ้นมามักจะเห็นประตูห้องเปิดบ้างหรือมีบางอย่างในห้อง ซึ่งบางครั้งดูเหมือนจริงมาก แต่บางช่วงค่อนข้างน่าเบื่อไปหน่อย ซึ่งก็ตามคาดว่าตัวละครต้องตัดสินใจขึ้นไปชั้นสี่ เนื่องจากความสงสัย โดยจะค่อย ๆ ฉายถึงตัวละครที่ชั้นสี่ ซึ่งดูน่ากลัวเหมือนเป็นโรคบางอย่าง จากนั้นตัวละครในบ้านพักคนหนึ่งก็ได้บอกว่าที่นี่ผิดปกติ แต่ไม่ได้บอกอะไรมาก ซึ่งก็ชวนติดตามว่ามีอะไรผิดปกติที่นี่กันแน่ โดยจะเริ่มมีฉากสยองฉากโหดบ้าง โดยเฉพาะช่วงท้ายเรื่อง ซึ่งก็ค่อย ๆ เปิดเผยเรื่องราวทีละน้อย โดยเริ่มชวนลุ้นเอาใจช่วยตัวละครขึ้นเรื่อย ๆ ซึ่งตัวละครแต่ละคนก็ดูไม่น่าไว้วางใจเลย โดยได้หักมุมในช่วงท้าย แต่บางจุดไม่ค่อยแปลกใจเท่าไหร่

คะแนนส่วนตัว 5.5/10

ตัวอย่าง


ขอบคุณภาพจาก Lionsgate รูปหน้าปกที่ 1

ขอบคุณภาพจาก IMDb เครดิต Lionsgate รูปหน้าปกที่ 2

วันพฤหัสบดีที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2568

รีวิวหนัง Together (2025) ดูดร่างสร้างรัก

 



           Together (2025) ดูดร่างสร้างรัก เป็นภาพยนตร์สยองขวัญเหนือธรรมชาติที่เขียนและกำกับโดย Michael Shanks ซึ่งเป็นการกำกับครั้งแรกของเขา ภาพยนตร์นำแสดงโดยนักแสดงที่แต่งงานกันจริง ๆ อย่าง Dave Franco และ Alison Brie 

            โดยฉายรอบปฐมทัศน์ที่เทศกาลภาพยนตร์ซันแดนซ์ปี 2025 เมื่อวันที่ 26 มกราคม 2025 และถูกปล่อยในสหรัฐอเมริกาโดย Neon ในวันที่ 30 กรกฎาคม 2025 และในออสเตรเลียโดย Kismet Movies ในวันที่ 31 กรกฎาคม 2025

          "ไต่ระดับความสะพรึง และลุ้นระทึกไปเรื่อยๆ จนกระทั่งบทสรุปที่ทั้งหลอนทั้งเหวอว่าเอางี้เลยนะ นี่จึงเป็นหนังที่นำเสนอความสยองที่เกิดจากความงดงามของความรัก"

           เรื่องราวของทิม (เดฟ ฟรังโก้)​ และมิลลี่ (อลิสัน บรี)​ คู่รักที่ย้ายบ้านไปอยู่ใกล้ป่าแห่งหนึ่งที่อยู่ใกล้กับบ่อน้ำที่ถ้าคู่ไหนไปสัมผัสจะทำให้ทั้งคู่ต้องถูกดึงดูดเข้าหากัน ทิมและมิลลี่ก็ได้ไปสัมผัสกับบ่อน้ำแห่งนี้และเริ่มมีอาการแปลกๆ ทีละนิด ไม่ว่าจะเป็นอาการทำอะไรโดยไม่มีสติ การโหยหาซึ่งกัน เนื้อตัวมักจะติดกันถ้าสัมผัสกันเป็นเวลานาน เวลาผ่านไปอาการก็เริ่มหนักขึ้นร่างกาย และการสัมผัสตัวติดกันเริ่มรุนแรงจนทำให้ทั้งคู่ต้องเริ่มกลับมามองหาสาเหตุ และวิธีแก้ไขอาการเหล่านี้ก่อนที่สิ่งที่เกินจะคาดคิดจะเกิดขึ้นกับพวกเขา 

          หนังสยองขวัญที่บิ๊วอารมณ์คนดูด้วยเหตุการณ์หลอนๆ แปลกๆ ที่เกิดขึ้นกับคน 2 คน โดยที่ไม่ได้มีผี ปีศาจ ใดๆ เข้าเกี่ยวข้อง นอกจากนั้นแล้ว ยังทิ้งปริศนาและคำถามให้คนดูได้ลุ้นหาคำตอบไปพร้อมกับตัวละครว่าสาเหตุและวิธีแก้ปัญหาคืออะไร อยากบอกว่าคนดูไม่ต้องกังวลว่าบทสรุปจะไม่เคลียร์ในประเด็นคำถามที่หนังปูมา วิธีแก้ และผลลัพธ์หนังมีให้แน่นอน แต่บทสรุปนั้นอาจจะมีทั้งถูกใจ และไม่ถูกใจคนดู

          ในเรื่องความสยอง และความระทึกขวัญ หนังมีมาเป็นระยะ และค่อยๆ ไต่ระดับไปจนพีคในช่วงไคลแมกซ์ แม้งาน CG ในระหว่างดำเนินเรื่องอาจมีไม่เยอะ แต่ช่วงไคลแมกซ์ก็ถือว่าทำได้ดี ส่วนฉากสยองๆ แบบโหดๆ แหวะๆ ถือว่ามีบ้างและยังปราณีคนดูอยู่

           ประเด็นการนำเสนอในแง่ของความรักของตัวเอกทั้งคู่ เป็นอะไรที่ค่อนข้างจะพบเห็นได้ในชีวิตจริง กับอารมณ์ต่างๆ ของตัวละครที่เกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็น ความหวาน ความเบื่อ ความเหวี่ยงวีน การ Make love มันผสมปนเปไปหมด ซึ่งบางอย่างมันก็ไม่ได้เป็นตัวชี้วัดถึงความรัก จนกระทั่งช่วงบทสรุป ช่วงชี้เป็นชี้ตายต่างหากที่จะเป็นตัวบ่งบอกถึงความรักที่เราจะเห็นได้ในหนังเรื่องนี้

           ภาพรวมมันเป็นหนังลุ้นระทึกที่เหมาะกับคนมีคู่ มีความโรแมนติกบนความสยองที่ถ้าพาคู่รักไปดูแล้วหลังดูจบ จะต้องตั้งคำถามว่าถ้าเป็นคู่ของคุณจะตัดสินใจอย่างไรกับเหตุการณ์นี้

คะแนนส่วนตัว 7/10

รีวิวโดย A.L. Lucky

ตัวอย่าง


ขอบคุณภาพจาก IMDb เครดิต Tango Entertainment รูปหน้าปกที่ 1 / รูปหน้าปกที่ 2 / รูปหน้าปกที่ 3

วันอังคารที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2568

รีวิวหนัง Lilim (2025) ซ่อนในเงามืด

 


          Lilim (2025) ซ่อนในเงามืด เป็นภาพยนตร์สยองขวัญเหนือธรรมชาติของฟิลิปปินส์ที่เขียนบทโดย Nikolas Red กำกับโดย Mikhail Red นำแสดงโดย Heaven Peralejo, Eula Valdez และ Ryza Cenon ซึ่งเป็นการร่วมงานครั้งแรกของ Mikhail Red กับพ่อของเขา Raymond Red ผู้ที่ทำหน้าที่เป็นผู้ถ่ายทำภาพยนตร์

          เรื่องราวของ อิสซา ที่ตัดสินใจฆ่าพ่อตัวเอง เนื่องจากชอบทำร้ายเธอ ซึ่งหลังจากที่เธอได้ลงมือฆ่าพ่อตัวเอง ก็ได้พา โทมัส น้องชายหนีไปยังสถานที่ตามที่แม่เคยเล่าให้ฟัง แต่ในระหว่างทางรถได้เสียบนทางหลวง ส่วนน้องชายได้หนีเข้าป่า เธอจึงตามหาเขาจนมาเจอบ้านเด็กกำพร้า ซึ่งที่นั่นเธอได้เจอน้องชาย โดยซิสเตอร์มาร์กาให้เธอค้างที่นี่ ทำให้เธอตัดสินใจขออยู่ที่นี่ไปก่อนและก็ได้พบกับบางอย่างในความมืด

           เปิดเรื่องฉายถึงตัวละครหลักที่ฆ่าพ่อตัวเองก่อนตัดมาที่ นอธเทิร์น ลูซัน ปี 1983 โดยฉายถึงตัวละครหลักที่พาน้องหนี ซึ่งเมื่อมาในป่าได้ฉายถึงตัวละครลึกลับ จากนั้นก็ค่อย ๆ ฉายถึงบ้านเด็กกำพร้าและบางอย่างในบ้านก่อนจะฉายถึงคนข้างใน ซึ่งบ้านก็ค่อนข้างมืด ๆ หลอน ๆ หน่อย ตัวละครข้างในก็ดูแปลก ๆ น่าสงสัย จากนั้นก็เริ่มพูดถึงสิ่งแปลก ๆ ไม่ว่าจะเป็นเด็กกำพร้าที่มีแต่ผู้ชาย ผู้อาวุโสสุดที่อยู่แต่ในห้องและห้ามเข้าห้องนั้น ซึ่งในระหว่างที่อยู่ที่นี่คนพี่ก็มักจะหลอนเห็นพ่อที่ตาย ส่วนคนน้องก็มักจะถูกเด็กคนอื่นแกล้ง จากนั้นก็ค่อย ๆ ฉายถึงความโหดร้ายที่นี่ รวมทั้งพูดถึงลิลิธ ตัวละครที่ทำบางอย่างลับ ๆ บางอย่างที่ปรากฎตัว ซึ่งก็ชวนติดตามดี แต่การดำเนินเรื่องค่อนข้างเนือย ๆ ไปหน่อย โดยช่วงท้ายเรื่องได้ฉายถึงห้องลับและค่อย ๆ เปิดเผยเรื่องราว ซึ่งก็พอเดาได้บ้าง แต่บางจุดก็คิดไม่ถึง ซึ่งมีจุดที่ขัดใจตัวละครอยู่บ้าง

คะแนนส่วนตัว 5/10

ตัวอย่าง

 

ขอบคุณภาพจาก IMDb เครดิต Viva Films รูปหน้าปกที่ 1 / รูปหน้าปกที่ 2 / รูปหน้าปกที่ 3

วันพฤหัสบดีที่ 7 สิงหาคม พ.ศ. 2568

รีวิวหนัง Weapons (2025) เวเพินส์

 


       Weapons (2025) เวเพินส์ เป็นภาพยนตร์ลึกลับสยองขวัญของอเมริกาที่เขียน ผลิตและกำกับโดย Zach Cregger นำแสดงโดย Josh Brolin, Julia Garner, Cary Christopher, Alden Ehrenreich, Austin Abrams, Benedict Wong และ Amy Madigan 

          โดยมีกำหนดฉายในสหรัฐอเมริกาโดย Warner Bros. Pictures ในวันที่ 8 สิงหาคม 2025 

"สร้างความตื่นเต้นลุ้นระทึก ด้วยสิ่งที่เรามองไม่เห็น จนนำไปสู่ไคลแมกซ์ที่ทำเอาเหวอ และโหดจนคาดไม่ถึง"

          เรื่องราวของเด็กนักเรียนโรงเรียนหนึ่งที่หายตัวไปอย่างลึกลับทั้งห้องในคืนเดียว เหลือเพียงเด็กผู้ชายคนหนึ่งที่มาเรียนตามปกติ ทำให้ทั้งเมืองต้องพยายามตามหาเด็กกลับมา และครูประจำชั้นนักเรียนห้องนี้ก็เป็นผู้ต้องสงสัยจากผู้คนในเมืองว่าเธอมีส่วนเกี่ยวพันกับเด็กที่หายไปทั้งหมด

          นี่เป็นหนังตื่นเต้น ลุ้นระทึก ปนสืบสวน ที่มีเรื่องเหนือธรรมชาติเข้ามาเกี่ยวข้อง ที่นำเสนอออกมาได้ชวนติดตามเป็นอย่างยิ่ง หนังทิ้งปริศนาเรื่องเด็กหายเป็นพล็อตหลัก และค่อยๆ ปล่อยรายละเอียดเหนือธรรมชาติออกมาเรื่อยๆ ให้เราคาดเดาว่าใครหรืออะไรอยู่เบื้องหลังเหตุการณ์นี้ ซึ่งสิ่งต่างๆ ที่หนังค่อยๆ ใส่มาเรื่อยๆ มันดูแปลกประหลาด ทั้งหลอน ทั้งน่ากลัว ทำให้เราทั้งลุ้น ทั้งอยากรู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้น และเด็กๆ ที่หายไปจะกลับมาหรือไม่

          ตัวหนังรู้ว่าจะทำให้คนดูสะพรึงกลัว และลุ้นระทึกได้ด้วยวิธีไหน โดยไม่ต้องใส่ผีหรือฉากสะดุ้งเข้ามาเลย เพราะสิ่งที่ดูน่ากลัวคือ ฉากหลอนๆ พฤติกรรมท่าทางที่แปลกประหลาด ความไม่น่าไว้ใจของตัวละคร และฉากโหดๆ ก็เพียงพอให้หนังมันดูน่ากลัวได้อย่างถึงขีดสุดเลย

          ในภาพรวมสำหรับคอหนังสยองขวัญ และคอหนังสืบสวนไขปริศนานี่ขอแนะนำเลย และถ้าคุณชอบแนวโหดๆ ลุ้นระทึกด้วย เรื่องนี้ถือว่าตอบโจทย์เลยครับ

คะแนนส่วนตัว 9/10

รีวิวโดย A.L. Lucky


          เรื่องราวของ จัสติน แกนดี้ ครูประจำชั้นของนักเรียนห้องหนึ่งที่ถูกผู้ปกครองและประชาชนกล่าวหาว่าเป็นแม่มดที่ลักพาตัวเด็ก ๆ ในห้องทั้งสิบเจ็ดคนไป โดยมีเพียง อเล็กซ์ ลิลลี่ ที่ยังคงมาเรียนอยู่คนเดียว ทำให้เขาถูกสอบสวนว่าเด็กคนอื่น ๆ หายไปไหน ซึ่งก็ได้แต่บอกว่าไม่รู้ ซึ่งเรื่องนี้ทำให้เธอเครียดมากจนต้องลงมือสืบหาความจริงด้วยตัวเองจนค่อย ๆ พบกับเรื่องราวแปลกประหลาดที่เกิดขึ้น

           เปิดเรื่องด้วยการเกริ่นนำเรื่องราวเกี่ยวกับการหายตัวไปของเด็ก ๆ พร้อมกับฉายถึงตัวละครหลักไปด้วยก่อนตัดเข้าเรื่อง ซึ่งช่วงแรกเหมือนกับการเล่าเรื่อง จึงดูค่อนข้างน่าเบื่อไปหน่อย โดยจะฉายถึงตัวละครหลักที่ต้องถูกคนอื่นคุกคามและกล่าวหาเกี่ยวกับแม่มดจนเกิดความเครียดและหลอนเห็นสิ่งต่าง ๆ รวมทั้งหวาดระแวงผู้คน ซึ่งดูแล้วก็สงสารตัวละคร แต่จุดนี้กลับดูขัดใจผู้ปกครองที่ต่างโทษนางเอกว่าเป็นผู้กระทำ ทั้ง ๆ ที่ไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรเลย จากนั้นก็ค่อย ๆ ฉายถึงบางอย่างแปลก ๆ ในบ้านของอเล็กซ์ รวมทั้งสิ่งต่าง ๆ ในบ้านที่ดูลึกลับ ซึ่งก็ชวนให้ติดตามว่าคืออะไรและมีอะไรในบ้านนั้นกันแน่ โดยเด็ก ๆ ที่หายตัวไปต่างวิ่งในท่าทางเดียวกันหมดและมุ่งหน้าเข้าไปในป่าและหายไป ซึ่งกล้องวงจรปิดที่มีสามารถจับภาพได้แค่นั้น โดยระหว่างนั้นมักจะฉายถึงผู้หญิงประหลาดลึกลับคนหนึ่งที่ทำตัวแปลก ๆ รวมทั้งค่อย ๆ ฉายถึงตัวละครแต่ละคนที่มีส่วนเกี่ยวข้อง ซึ่งหนังจะฉายย้อนเรื่องราวของตัวละครเหล่านั้นทีละคนจนวนกลับมาในเหตุการณ์ปัจจุบัน แต่กว่าจะฉายแต่ละคนจนหมดก็ค่อนข้างนานไปหน่อยและบางส่วนก็ไม่ค่อยจำเป็นต้องฉายถึงเท่าไหร่ แต่บางช่วงก็ทำได้น่าสนใจดี โดยเฉพาะช่วงที่ป้าของเด็กปรากฎตัวและทำพิธีบางอย่าง ซึ่งเหมือนกับเล่นของ โดยช่วงนี้จะเริ่มเปิดเผยเรื่องราวบางส่วน และอีกส่วนจากการสืบสวนจากจุดเชื่อมโยงในกล้องวงจรปิด ซึ่งนอกจากจะสงสารตัวละครหลักแล้วก็ยังสงสารอเล็กซ์ด้วยและชวนลุ้นเอาใจช่วยตัวละครไปด้วย โดยเฉพาะช่วงที่ฉายในบ้าน ทำได้ลึกลับหลอน ๆ ดี ซึ่งช่วงท้ายเรื่องเล่นงานตัวต้นตอของเรื่องได้สะใจดี จนชวนให้ขำไปด้วย แต่ฉากโหดมีน้อยไปหน่อย มีแค่ช่วงท้าย ๆ เรื่อง ทั้ง ๆ ที่ได้เป็นหนังเรตสิบแปดบวกเลยและเดาเรื่องได้ง่ายไปหน่อย

คะแนนส่วนตัว 5.5/10

รีวิวโดย 刘心爱

ตัวอย่าง


ขอบคุณภาพจาก BoulderLight Pictures รูปหน้าปกที่ 1

ขอบคุณภาพจาก IMDb เครดิต BoulderLight Pictures รูปหน้าปกที่ 2

วันอาทิตย์ที่ 13 กรกฎาคม พ.ศ. 2568

รีวิวหนัง The Mimic (2017)

 

            The Mimic (2017) เป็นภาพยนตร์สยองขวัญเกาหลีใต้ที่เขียนและกำกับโดย Huh Jung นำแสดงโดย Yum Jung-ah และ Park Hyuk-kwon เข้าฉายเมื่อวันที่ 17 สิงหาคม 2017

           เรื่องราวของ พัคฮียอน ที่ได้เห็น จุนซอ ที่หายตัวไปที่โซลห้าปี ซึ่งคิดว่าเขามาตามหาคุณปู่ จึงได้ตามเขาไปจนได้พบกับศพในถ้ำและเด็กคนหนึ่งในเขาจางซาน ซึ่งได้ตามมาหาเธอถึงที่บ้าน เธอจึงให้เด็กอยู่ที่นี่และถามว่าชื่ออะไร แต่พอบอกชื่อตัวเองก็ต้องตกใจมากเมื่อชื่อของเด็กคือ จุนฮี ชื่อเดียวกับลูกสาวเธอเลย แถมอะไร ๆ ก็เหมือนลูกสาวของเธอด้วย ซึ่งเมื่อเธอได้เห็นก็มักจะนึกถึงลูกชาย เด็กคนนี้คือใครกันแน่

           เปิดเรื่องด้วยการทิ้งเป็นปริศนาก่อนตัดเข้าเรื่องด้วยการฉายถึงตัวละครหลัก ซึ่งเป็นการปูที่มาที่ไปของตัวละคร จากนั้นก็ฉายถึงสถานที่ในช่วงเปิดเรื่องและบางอย่างข้างใน รวมทั้งเด็กลึกลับและมีรอยบางอย่างบนตัว จากนั้นก็พูดถึงคดีคนหาย ซึ่งต่างก็พูดว่าได้ยินเสียงอะไรสักอย่าง ซึ่งดำเนินเรื่องสลับกับการสืบสวน โดยเมื่อเด็กมาอยู่ที่บ้านก็เริ่มทำตัวแปลก ๆ และเริ่มเหมือนลูกสาว โดยสักพักก็มีคนมาเตือนเกี่ยวกับถ้ำว่าอันตราย ซึ่งก็ชวนติดตามดีว่าเด็กคนนี้เป็นใครกันแน่ โดยช่วงกลางเรื่องจะเน้นฉายเกี่ยวกับเสียงที่ตามหลอกหลอน โดยเด็กทั้งสองคนก็แสดงได้น่ารักดี แต่การดำเนินเรื่องค่อนข้างเนือย ๆ ไปหน่อย โดยช่วงท้ายได้เปิดเผยถึงคำให้การของคนที่หายไปเพิ่มเติม ซึ่งเกี่ยวข้องกับเด็กผู้หญิง พร้อมทั้งบางอย่างที่คิดไม่ถึงและได้เปิดเผยเรื่องราวทีละน้อย แต่ช่วงที่เปิดเผยเรื่องราวจุดนี้ไม่ค่อยน่าสนใจเท่าไหร่ แต่ก็ชวนลุ้นบ้างในช่วงท้ายเรื่อง ซึ่งดูแล้วชวนหวาดระแวงตามไปด้วย

คะแนนส่วนตัว 5/10

ตัวอย่าง


ขอบคุณภาพจาก IMDb เครดิต Studio Dream Capture รูปหน้าปกที่ 1 / รูปหน้าปกที่ 2 / รูปหน้าปกที่ 3

วันศุกร์ที่ 20 มิถุนายน พ.ศ. 2568

รีวิวหนัง The Hallow (2015)

 



           The Hallow (2015) เป็นภาพยนตร์สยองขวัญเหนือธรรมชาติในปี 2015 กำกับโดย Corin Hardy เขียนบทโดย Hardy และ Felipe Marino นำแสดงโดย Joseph Mawle, Bojana Novakovic, Michael McElhatton และ Michael Smiley โดยเป็นการร่วมผลิตระหว่างสหราชอาณาจักรและไอร์แลนด์ที่ถ่ายทำในไอร์แลนด์ ซึ่งได้เปิดตัวที่เทศกาลภาพยนตร์ซันแดนซ์ปี 2015 เมื่อวันที่ 25 มกราคม 2015

           ถ้าคุณผู้ซึ่งบุกรุกตั้งรกราก จากนั้นฮาลโลจะเป็นชื่อของคุณ ป่าที่คุณเหยียบย่ำเป็นของฮาลโล ถ้าคุณบุกรุกมัน พวกมันจะบุกรุกคุณ

            เรื่องราวของ อดัม นักอนุรักษ์ ที่ย้ายบ้านใหม่ไปอยู่ในป่าในไอร์แลนด์ พร้อมกับ แคลร์ ภรรยา ฟินน์ ลูกสาว และ อิ้กกี้ สุนัขของเขา แต่ในขณะที่เขากำลังสำรวจในป่า พร้อมกับ ฟินน์ และ อิ้กกี้ ก็ได้ตามอิ้กกี้จนไปเจอบางอย่างและได้เก็บกลับมาศึกษา แต่แล้วไม่นานสิ่งนั้นก็เริ่มแพร่กระจายไปทั่วบ้านและติดตามลูกสาวเขา พวกเขาจึงต้องปกป้องลูกสาวจากพวกมันให้ได้

           เปิดเรื่องฉายถึงตัวละครหลักที่กำลังย้ายบ้านก่อนที่จะเจอบางอย่างในป่า โดยมีคนมาตักเตือนว่าในป่าอันตราย จากนั้นก็ค่อย ๆ ฉายถึงสิ่งที่เจอ ซึ่งแสดงอาการแปลก ๆ ก่อนที่จะเริ่มแพร่กระจายไปตามบ้าน ซึ่งก็ชวนติดตามว่ามันคือตัวอะไรและได้เปิดเผยเรื่องราวในเวลาต่อมา โดยจะเป็นเหมือนปรสิตดำ ๆ ที่มีชื่อว่าฮาลโล ซึ่งมักจะติดตามเด็ก แต่หนังดำเนินเรื่องชวนน่าเบื่อไปหน่อย บางช่วงค่อนข้างมืด แถมฮาลโลก็ดันสีดำ ๆ จึงมองไม่ค่อยเห็นเท่าไหร่ ยังดีที่มีฉากน่ารัก ๆ ของเด็กที่ช่วยให้หายน่าเบื่อบ้าง โดยช่วงกลางเรื่องจะเริ่มฉายให้เห็นฮาลโลที่ชัดเจนขึ้น ซึ่งไม่ได้มาในรูปแบบปรสิตดำ ๆ แต่มาแบบตัวเป็น ๆ จุดนี้ทำได้น่าสนใจขึ้น โดยมีจุดอ่อนคือแสง ซึ่งก็ชวนลุ้นดี แต่บางจุดก็พอเดาเรื่องได้และมีจุดที่ขัดใจตัวละครบ้างเล็กน้อย โดยช่วงท้ายหนังทำให้ชวนหวาดระแวงกันเองและสงสัยว่าเป็นลูกสาวตัวจริงหรือถูกสับเปลี่ยน ซึ่งทั้งเรื่องใช้ตัวละครไม่กี่คน โดยจบทิ้งท้ายเหมือนมีต่อ

คะแนนส่วนตัว 5/10

ตัวอย่าง


ขอบคุณภาพจาก IMDb เครดิต Fantastic Films รูปหน้าปกที่ 1 / รูปหน้าปกที่ 2 / รูปหน้าปกที่ 3 / รูปหน้าปกที่ 4

วันจันทร์ที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2568

รีวิวหนัง Sorop (2024)

 



              Sorop (2024) เป็นภาพยนตร์สยองขวัญอินโดนีเซียปี 2024 ที่กำกับโดย Upi และผลิตโดย Manoj Punjabi นำแสดงโดย Hana Malasan, Yasamin Jasem, Ratu Felisha, Egi Fedly และ Brilliana Arfira เข้าฉายในวันที่ 19 ธันวาคม 2024

            จากแสงสว่างสู่ความมืดมิด ถึงเวลาที่ดวงวิญญาณจะออกมา หากคุณต้องการทำลายมนุษยชาติและได้สิ่งที่คุณต้องการ คุณจะต้องถือศีลอดโซโรป วิญญาณของผู้ที่เจ้ากินแผ่นดินของเขาจะช่วยคุณ สี่สิบวันคนที่คุณเกลียดจะถูกทรมานแล้วถูกทำลาย แต่ถ้าไม่ถือศีลอดโซโรปจนครบ ดวงวิญญาณของผู้ที่เจ้ากินหลุมศพของเขาจะหันมาทรมานคุณจนกระทั่งคุณกลับคืนสู่ดินแดนที่คุณกินเข้าไป

            เรื่องราวของ ฮานีฟ และ อิสตี สองพี่น้อง ที่ได้รับข่าวร้ายจาก ป้าไซด้า ว่า ลุงโคอร์ กำลังจะตายและเรียกตัวกลับ พวกเธอจึงรีบกลับมาทันทีและเมื่อได้เจอลุงก็ต้องแปลกใจที่ตัวของเขาเย็นและอยู่ ๆ ก็มีอาการชักก่อนเสียชีวิตลง ซึ่งป้าไซด้าบอกว่าก่อนหน้าลุงโคเออร์พยายามฆ่าตัวตายมาหลายครั้ง พวกเธอจึงต้องอยู่รอส่งศพลุงก่อนกลับบ้าน รวมทั้งต้องอยู่ที่นี่เจ็ดวัน แต่เมื่อพวกเธออยู่ที่นี่ได้ไม่นานก็รู้สึกถึงบางอย่างแปลก ๆ และสัมผัสได้ถึงลุงที่ตามหลอกหลอน ซึ่งจะหนีกลับบ้านก็ไม่ได้

            เปิดเรื่องฉายถึงตัวละครที่มาส่งของและได้เจอกับเจ้าของบ้านที่มีอาการเหมือนถูกผีเข้าก่อนผูกคอฆ่าตัวตายและตัดเข้าเรื่องฉายถึงตัวละครหลักก่อนที่จะถูกเรียกตัว ซึ่งช่วงที่กำลังเดินทางได้ฉายถึงเรื่องราวของตัวละครหลักในวัยเด็กที่เจอกับเหตุการณ์ถูกปีศาจเข้าสิง โดยจะฉายถึงเรื่องราวในวัยเด็กเป็นช่วง ๆ ซึ่งตัวละครที่ถูกสิงเป็นคนในครอบครัวทั้งสิ้น จนเมื่อมาเจอลุง ก็ฉายถึงลุงที่มีอาการแปลก ๆ พร้อมทั้งพูดถึงเรื่องราวลึกลับของลุง โดยจะเน้นฉายในบ้านตลอดทั้งเรื่อง ซึ่งหลังจากลุงตายก็ได้ฉายถึงลุงที่เหมือนยังมีชีวิตอยู่และบางอย่างแปลก ๆ ในบ้าน เน้นบรรยากาศมืด ๆ หลอน ๆ ชวนลุ้นว่าจะเจออะไร โดยมักจะเกิดกับคนน้องเป็นหลัก จนมาถึงช่วงกลางเรื่องจะมีอาการแปลก ๆ เหมือนถูกเข้าสิง จนทำให้ตัวละครเริ่มสงสัยสาเหตุที่ลุงเรียกกลับมา นำไปสู่การสืบหาข้อมูล ซึ่งก็ชวนติดตามว่าเกิดอะไรขึ้นกับลุงกันแน่ โดยจะค่อย ๆ เปิดเผยเรื่องราวในช่วงนี้ ซึ่งเกี่ยวข้องกับชื่อเรื่อง แต่ฉากหลอกหลอนมาแนวเดิม ๆ ไปหน่อย โดยจบทิ้งท้ายเหมือนมีต่อ

คะแนนส่วนตัว 5/10

ตัวอย่าง


ขอบคุณภาพจาก IMDb เครดิต MD Pictures รูปหน้าปกที่ 1 / รูปหน้าปกที่ 2 / รูปหน้าปกที่ 3

วันพุธที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2568

รีวิวหนัง Drive Back (2024)

 

           


           Drive Back (2024) เป็นภาพยนตร์ระทึกขวัญลึกลับที่กำกับโดย Cody Ashford เขียนโดย Jon Sarro นำแสดงโดย Crystal Foster, Zack Gold และ Nathan Healy

            เรื่องราวของ รีด และ โอลิเวีย คู่รักที่เพิ่งหมั้นกันหมาด ๆ กำลังจะเดินทางกลับบ้านโดยใช้เส้นทางใหม่ที่สั้นกว่าครึ่งชั่วโมง แต่ระหว่างทางตอนมัวแต่ดูแผนที่ทำให้ไม่ทันระวังรถที่ขับสวนมา ทำให้พวกเขาพลัดหลงทางและได้เข้ามาถามร้านอาหารใกล้เคียง เพื่อขอเส้นทางลัด ซึ่งเป็นเส้นทางที่เหมาะกับพวกเขา เนื่องจากเป็นเส้นทางที่สวยงามและมีทัศนียภาพที่งดงาม แต่เมื่อพวกเขามายังเส้นทางลัดก็มักเจอเหตุการณ์แปลกประหลาดและไม่ว่าพวกเขาจะขับไปทางไหนก็จะขับกลับมาที่จุดเดิมตลอด

            เปิดเรื่องฉายถึงตัวละครผู้ชายในวัยเด็กก่อนตัดมาฉายถึงตัวละครในตอนโต โดยปูที่มาที่ไปของตัวละครหลักก่อนที่จะเดินทาง ซึ่งค่อนข้างน่าเบื่อไปหน่อย จนเมื่อเดินทางและมีเหตุให้ต้องเข้าไปถามทางคนแถวนั้นก็เริ่มฉายถึงตัวละครที่ดูน่าสงสัย ซึ่งเมื่อเดินทางไปยังทางลัดก็เริ่มฉายถึงซากสัตว์ ตามด้วยสิ่งขีดขวางทาง ภาพหลอนที่ผู้ชายเห็น ตัวละครที่ทำตัวแปลก ๆ แต่ก็ดูมาแนวเดิม ๆ ไปหน่อยและค่อนข้างน่าเบื่อเวลาตัวละครพูดคุยกันในรถ ซึ่งก็จะเน้นตัวละครสองคนที่ขับรถไปเรื่อย ๆ โดยผู้ชายมักจะเป็นฝ่ายได้ยินเสียงหลอนและเห็นภาพหลอน ในขณะที่ผู้หญิงไม่ได้ยินและไม่เห็น จากนั้นก็ฉายถึงบางอย่าง จนขับกลับมาที่เดิมอีกครั้ง ซึ่งช่วงนี้ก็กลายเป็นผู้หญิงที่เห็นภาพหลอนบ้าง โดยหลังจากนั้นก็ขับกลับมาที่เดิมตลอดและมักเกิดเรื่องแปลก ๆ ขึ้น จนฉายถึงฆาตกร ซึ่งทำให้ตัวละครเหมือนกลายเป็นคนเสียสติและทะเลาะกันเอง ซึ่งดูแล้วก็สงสารตัวละครที่ต้องเจอกับเหตุการณ์แบบนี้ แต่ดูจนจะจบก็ยังไม่ได้เปิดเผยเรื่องราวอะไร ซึ่งก็งงว่าสรุปเกี่ยวกับอะไรกันแน่และบางจุดที่ดูเป็นไปไม่ค่อยได้

คะแนนส่วนตัว 4/10

ตัวอย่าง


ขอบคุณภาพจาก Rotting Press รูปหน้าปก

วันเสาร์ที่ 26 เมษายน พ.ศ. 2568

รีวิวหนัง The Painted (2024)

 



              The Painted (2024) เป็นภาพยนตร์สยองขวัญอเมริกันที่เขียนบทและกำกับโดย Sasha Sibley ผลิตโดย Svetlana Sibley นำแสดงโดย Sean Bridgers, Aleksa Palladino, Jadon Cal, Jessica Ruth Bell และ Zara King ในบทบาทนำ

              ภาพวาด วิญญาณ ที่ถูกเรียกออกมาผ่านงานศิลปะ วิญญาณส่วนใหญ่ยังคงอยู่ต่อไปในความตาย เช่นเดียวกับที่พวกเขาทำในชีวิต ภาพเขียนเหล่านี้ให้บ้านแก่พวกเขา แต่ยังเปิดทางให้สิ่งชั่วร้ายเข้ามาได้

            เรื่องราวของ เอเวลิน เอลสเตอร์ ที่ได้รับแจ้งจากตัวแทนของตระกูลฟรังโกเรื่องมรดกของลูกพี่ลูกน้องของเธอ ซึ่งทำให้เธอแปลกใจมาก เนื่องจากไม่ได้สนิทด้วยและไม่ได้เขียนถึงเธอเลย เธอจึงชวน อดัม แฟนของเธอ รวมทั้งลูก ๆ อย่าง เนลสัน, เจนนิส และ ลูซี่ ไปด้วย เพราะไม่อยากไปที่นั่นคนเดียว แต่เมื่อพวกเขามาที่นี่ก็ต้องเจอกับเรื่องราวแปลกประหลาดเหนือธรรมชาติเกี่ยวกับภาพวาด จึงตัดสินใจออกไปจากที่นี่และพบว่าครอบครัวฟรังโกเก็บความลับไว้ ซึ่งมันยังคงตามพวกเขาไปอีกที่หนึ่ง

            เปิดเรื่องด้วยการทิ้งปริศนาเกี่ยวกับภาพวาดก่อนตัดเข้าเรื่องในช่วงเดือนมิถุนายน 1968 ด้วยการฉายถึงตัวละครหลักก่อนที่จะเดินทางไปยังสถานที่ที่ได้รับมรดก จากนั้นก็ค่อย ๆ ฉายถึงภาพวาดในช่วงเปิดเรื่อง รวมทั้งภาพวาดอื่นด้วย ก่อนที่จะฉายถึงบางอย่างแปลก ๆ ซึ่งเหมือนมีคนอยู่ที่นี่ โดยเกี่ยวข้องกับภาพวาด ซึ่งจะเล่นงานแต่กับลูกสาวคนโตในช่วงแรกก่อนที่ตัวละครอื่น ๆ จะเจอด้วย โดยเจอกับคนในภาพวาดที่เคลื่อนไหวได้ แต่การหลอกหลอนทำได้ไม่น่ากลัวเลย โดยจะค่อย ๆ เปิดเผยเรื่องราวในช่วงท้ายเรื่อง ซึ่งหลังจากย้ายบ้านสักพักก็ได้เริ่มฉายถึงคนในภาพวาดจากบ้านเดิมอีกครั้ง ทำให้ตัวละครต้องไปหาผู้เชี่ยวชาญและสืบหาข้อมูล ซึ่งวิธีแก้ปัญหาต้องกลับไปยังบ้านเดิม แต่ดูจนจบก็ไม่ได้เปิดเผยถึงคำสาปที่ชัดเจนเท่าไหร่

คะแนนส่วนตัว 4.5/10

ตัวอย่าง


ขอบคุณภาพจาก IMDb เครดิต Cadence Pictures รูปหน้าปกที่ 1 / รูปหน้าปกที่ 2 / รูปหน้าปกที่ 3

ป้ายกำกับ