แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ หนังสืบสวน แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ หนังสืบสวน แสดงบทความทั้งหมด

วันเสาร์ที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2569

รีวิวหนัง The Cycle (2026) มันกลับมาหอน

 


           The Cycle (2026) มันกลับมาหอน เป็นภาพยนตร์ระทึกขวัญจากอังกฤษที่กำกับโดย Jordan Downey เขียนโดย Jordan Downey และ Kevin Stewart นำแสดงโดย Deborah Ann Woll, Jeffrey Donovan และ Gretchen Corbett

           เรื่องราวของ เม็ก ที่ต้องยอมช่วยงานตำรวจในการค้นหาความจริงเกี่ยวกับศพที่ตายโดยคาดว่าอาจเป็นฝีมือของพ่อตัวเองที่ทิ้งตนกับแม่ไปตั้งแต่เด็กนานถึงสามสิบหกปี โดยได้พบศพพ่อของเธอที่ถูกสันนิษฐานว่าฆ่าตัวตาย แต่เมื่อเธอได้สืบค้นต่อไปก็ต้องแปลกใจมากเมื่อพ่อของเธอถูกบางอย่างยึดร่างและควบคุมร่างของเขา ซึ่งไม่ว่าร่างจะตายไปแล้วก็ตาม แต่สิ่งนั้นยังคงมีชีวิตอยู่และลงมือฆ่าเหยื่อในคืนพระจันทร์เต็มดวง

            เปิดเรื่องด้วยการฉายถึงตัวละครหลักที่กำลังทำงานเกี่ยวกับศพที่ตายด้วยฝีมือบางอย่าง ซึ่งไม่ใช่ฝีมือมนุษย์ จากนั้นก็ตัดย้อนมาฉายถึงเหตุการณ์ในอดีตที่ตำรวจได้เจอกับศพที่ตายอย่างประหลาดก่อนจะตัดมาฉายถึงปัจจุบัน ซึ่งเป็นเหตุให้ตำรวจได้มาหาตัวละครหลักเพื่อขอให้ช่วยเหลือ ซึ่งหนึ่งในศพที่พบเจอเกี่ยวข้องกัน โดยหนังจะเน้นไปที่การสืบสวนจนค่อย ๆ เปิดเผยเรื่องราวทีละน้อย ซึ่งหนังพยายามให้ชวนติดตามว่าเป็นฝีมือของอะไรและพ่อของตัวละครหลักมีส่วนเกี่ยวข้อง โดยที่เกิดเหตุการณ์แปลก ๆ กับศพของพ่อ แต่สิ่งที่หนังพยายามทำให้ติดตามกลับไม่ได้ชวนให้ติดตามและน่าสนใจเลย เนื่องจากได้เปิดเผยตั้งแต่ชื่อเรื่องและโปสเตอร์แล้วว่าเป็นฝีมือของอะไรและเป็นฝีมือของใคร ซึ่งในระหว่างที่ดูจึงได้แต่รอว่าเมื่อไหร่หนังจะฉายถึงมนุษย์หมาป่าให้เห็นสักที แต่ดูไปนานก็ยังไม่ได้ฉายให้เห็นเลยและไม่ได้เน้นไปที่มนุษย์หมาป่าเท่าไหร่ กลับยังคงเน้นสืบสวนไปเรื่อย พร้อมกับเล่าเรื่องราวของตัวละครแต่ละคน ซึ่งไม่ค่อยมีความจำเป็นเท่าไหร่ แถมไม่ค่อยมีฉากให้ชวนลุ้นระทึกเลย กว่าจะฉายถึงมนุษย์หมาป่าให้เห็นชัดเจนก็ช่วงท้ายเรื่องและมีฉากลุ้นระทึกบ้างเล็กน้อย แต่ก็พอเดาเรื่องได้ ซึ่งมนุษย์หมาป่าทำได้ไม่ค่อยสมจริงเท่าไหร่และไม่ค่อยน่าสนใจเท่ากับเรื่องอื่น ๆ แถมดูลอย ๆ อีกต่างหาก โดยตอนจบก็ได้เล่าเรื่องราวของตัวละครผู้เป็นพ่อที่ได้พบเจอกับต้นเหตุที่ทำให้ตนต้องกลายเป็นมนุษย์หมาป่า

คะแนนส่วนตัว 4/10

ตัวอย่าง

วันเสาร์ที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2568

รีวิวหนัง Shelby Oaks (2025) เชลบี้ โอคส์ คลิปเฮี้ยน คดีหลอน

 

            Shelby Oaks (2025) เชลบี้ โอคส์ คลิปเฮี้ยน คดีหลอน เป็นภาพยนตร์สยองขวัญลึกลับเหนือธรรมชาติของอเมริกาปี 2024 ที่สร้าง เขียนบท และกำกับโดย Chris Stuckmann ในการเปิดตัวการกำกับภาพยนตร์เรื่องแรกของเขา โดยมี Mike Flanagan เป็นผู้บริหารฝ่ายผลิต นำแสดงโดย Camille Sullivan, Brendan Sexton III, Keith David, Sarah Durn, Derek Mears, Emily Bennett, Charlie Talbert, Robin Bartlett และ Michael Beach

          เรื่องราวถูกเขียนโดย Stuckmann และภรรยาของเขา Samantha Elizabeth ซึ่งเป็นการผลิตอิสระ และได้รับเงินทุนผ่านการระดมทุนใน Kickstarter ภายในเดือนมีนาคม 2022 ได้กลายเป็นภาพยนตร์สยองขวัญที่ระดมทุนได้มากที่สุดบนแพลตฟอร์มหลังจากได้เงินทุน 650,000 ดอลลาร์ การถ่ายทำหลักเกิดขึ้นในรัฐโอไฮโอ บ้านเกิดของ Stuckmann ในช่วงกลางปี 2022

          โดยได้เข้าฉายครั้งแรกในโลกที่เทศกาลภาพยนตร์นานาชาติแฟนทาเซีย ครั้งที่ 28 เมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม 2024 หลังจากนั้น Flanagan ก็เข้ามามีส่วนร่วมในโปรเจกต์นี้ และสุดท้ายก็กลายเป็นผู้อำนวยการสร้าง โดยถูกตัดต่อใหม่และถ่ายทำเพิ่มเติมก่อนที่จะเข้าฉายที่งาน Fantastic Fest ในเดือนกันยายน 2025 ซึ่งเข้าฉายในสหรัฐอเมริกาโดยค่าย Neon เมื่อวันที่ 24 ตุลาคม 2025

           สิ่งที่ถ่ายทำรายการท้าผีลี้ลับเหนือธรรมชาติมักจะเจอเรื่องลี้ลับเหนือธรรมชาติ เชลบี้ โอคส์ กลายเป็นเมืองร้างตั้งแต่ปลายยุคเก้าศูนย์

          เรื่องราวของ มีอา วอล์กเกอร์ พี่สาว ไรลี่ เบรนแนน ที่ตามหาน้องสาวมาตลอดสิบสองปีที่หายตัวไปหลังจากทำรายการท้าผีลี้ลับเหนือธรรมชาติ โดยคาดว่าน้องสาวน่าจะหายตัวไปในเชลบี้ โอคส์ จนเมื่อได้ดูคลิปเชลบี้ โอคส์ ก็ได้เห็น วิลสัน ไมล์ นักโทษในเรือนจำที่น้องสาวถ่ายทำ โดยเธอต้องการหาตัวน้องสาวให้พบด้วยตัวเอง

          เปิดเรื่องด้วยการเกริ่นนำเรื่องราวในปี 2008 ไรลี่ เบรนแนน พิธีกรรายการท้าผีลี้ลับเหนือธรรมชาติได้หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยก่อนฉายถึงคลิปที่ตัวละครได้อัดไว้ โดยมีท่าทางหวาดกลัวและมีเสียงดังบางอย่างข้างนอกห้อง ซึ่งเป็นครั้งสุดท้ายที่พบเห็นเธอตอนยังมีชีวิต จากนั้นก็ฉายถึงดาร์ค เคาน์ตี้ รัฐโอไฮโอ ด้วยการพูดถึงพิธีกรช่องยูทูปลี้ลับเหนือธรรมชาติที่หายตัวไปครบหนึ่งสัปดาห์ โดยถูกพบที่ทางใต้ของดาร์ค เคาน์ตี้ รัฐโอไฮโอ ใกล้เมืองเชลบี้ โอ๊คส์ ซึ่งมีเบาะแสน้อยมาก จากนั้นก็ฉายถึงบ้านเบรนแนน วอล์กเกอร์ 20 ไมล์ จากดาร์ค เคาน์ตี้ รัฐโอไฮโอ โดยฉายถึงมีอา วอล์กเกอร์ ที่ได้ให้สัมภาษณ์เรื่องที่น้องสาวหายตัวไป โดยได้เล่าเรื่องราวของน้องสาวก่อนที่จะพูดถึงรายการที่น้องสาวทำ พร้อมฉายถึงคลิปรายการต่าง ๆ ที่ทำ ซึ่งแต่ละคลิปล้วนน่าสนใจชวนติดตามดี โดยแต่ละคลิปอาจเป็นคำตอบ จากนั้นก็เริ่มพูดถึงเชลบี้ โอคส์ โดยได้เล่าถึงประวัติความเป็นมาของเชลบี้ โอคส์ก่อนที่จะฉายถึงเหยื่อที่กลายเป็นศพ โดยมีสัญลักษณ์ที่ถูกเขียนด้วยเลือด รวมทั้งชายผู้ต้องสงสัยในคลิปที่อัดไว้และก็ได้ฉายถึงเชลบี้ โอคส์ คลิปเฮี้ยน คดีหลอน ซึ่งเป็นชื่อเรื่อง โดยช่วงก่อนหน้าจะเหมือนหนังเล่าและช่วงต่อมาจะเน้นไปที่เชลบี้ โอคส์ คลิปเฮี้ยน คดีหลอน ซึ่งแฝงอารมณ์แบบหนังฟาวด์ฟุตเทจเล็กน้อย โดยฉายถึงตัวละครที่ดูคลิปเชลบี้ โอคส์ที่น้องสาวไปสำรวจและได้เจอสิ่งต่าง ๆ ซึ่งเมื่อเจอชายลึกลับที่เล่นงานน้องสาวแล้วไฟก็ดับลงและเริ่มเกิดเหตุการณ์เดียวกับที่น้องสาวเจอ หลังจากช่วงนี้จะเน้นไปที่การตามหาตัวชายผู้ต้องสงสัยและน้องสาวที่หายตัวไป ซึ่งมีการดูคลิปวีดีโอเล็กน้อย โดยค่อย ๆ เผยให้เห็นบางอย่าง รวมทั้งสัญลักษณ์ ข้อความปริศนา ตัวละครที่น่าสงสัย ซึ่งก็ชวนลุ้นเอาใจช่วยตัวละครดี แต่ดูง่ายไปหน่อย ไม่น่าสนใจเหมือนในคลิปและไม่ได้เป็นไปตามชื่อเรื่องเท่าไหร่

คะแนนส่วนตัว 5/10

ตัวอย่าง


ขอบคุณภาพจาก IMDb เครดิต Paper Street Pictures รูปหน้าปกที่ 1 / รูปหน้าปกที่ 2 / รูปหน้าปกที่ 3

วันพฤหัสบดีที่ 7 สิงหาคม พ.ศ. 2568

รีวิวหนัง Weapons (2025) เวเพินส์

 


       Weapons (2025) เวเพินส์ เป็นภาพยนตร์ลึกลับสยองขวัญของอเมริกาที่เขียน ผลิตและกำกับโดย Zach Cregger นำแสดงโดย Josh Brolin, Julia Garner, Cary Christopher, Alden Ehrenreich, Austin Abrams, Benedict Wong และ Amy Madigan 

          โดยมีกำหนดฉายในสหรัฐอเมริกาโดย Warner Bros. Pictures ในวันที่ 8 สิงหาคม 2025 

"สร้างความตื่นเต้นลุ้นระทึก ด้วยสิ่งที่เรามองไม่เห็น จนนำไปสู่ไคลแมกซ์ที่ทำเอาเหวอ และโหดจนคาดไม่ถึง"

          เรื่องราวของเด็กนักเรียนโรงเรียนหนึ่งที่หายตัวไปอย่างลึกลับทั้งห้องในคืนเดียว เหลือเพียงเด็กผู้ชายคนหนึ่งที่มาเรียนตามปกติ ทำให้ทั้งเมืองต้องพยายามตามหาเด็กกลับมา และครูประจำชั้นนักเรียนห้องนี้ก็เป็นผู้ต้องสงสัยจากผู้คนในเมืองว่าเธอมีส่วนเกี่ยวพันกับเด็กที่หายไปทั้งหมด

          นี่เป็นหนังตื่นเต้น ลุ้นระทึก ปนสืบสวน ที่มีเรื่องเหนือธรรมชาติเข้ามาเกี่ยวข้อง ที่นำเสนอออกมาได้ชวนติดตามเป็นอย่างยิ่ง หนังทิ้งปริศนาเรื่องเด็กหายเป็นพล็อตหลัก และค่อยๆ ปล่อยรายละเอียดเหนือธรรมชาติออกมาเรื่อยๆ ให้เราคาดเดาว่าใครหรืออะไรอยู่เบื้องหลังเหตุการณ์นี้ ซึ่งสิ่งต่างๆ ที่หนังค่อยๆ ใส่มาเรื่อยๆ มันดูแปลกประหลาด ทั้งหลอน ทั้งน่ากลัว ทำให้เราทั้งลุ้น ทั้งอยากรู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้น และเด็กๆ ที่หายไปจะกลับมาหรือไม่

          ตัวหนังรู้ว่าจะทำให้คนดูสะพรึงกลัว และลุ้นระทึกได้ด้วยวิธีไหน โดยไม่ต้องใส่ผีหรือฉากสะดุ้งเข้ามาเลย เพราะสิ่งที่ดูน่ากลัวคือ ฉากหลอนๆ พฤติกรรมท่าทางที่แปลกประหลาด ความไม่น่าไว้ใจของตัวละคร และฉากโหดๆ ก็เพียงพอให้หนังมันดูน่ากลัวได้อย่างถึงขีดสุดเลย

          ในภาพรวมสำหรับคอหนังสยองขวัญ และคอหนังสืบสวนไขปริศนานี่ขอแนะนำเลย และถ้าคุณชอบแนวโหดๆ ลุ้นระทึกด้วย เรื่องนี้ถือว่าตอบโจทย์เลยครับ

คะแนนส่วนตัว 9/10

รีวิวโดย A.L. Lucky


          เรื่องราวของ จัสติน แกนดี้ ครูประจำชั้นของนักเรียนห้องหนึ่งที่ถูกผู้ปกครองและประชาชนกล่าวหาว่าเป็นแม่มดที่ลักพาตัวเด็ก ๆ ในห้องทั้งสิบเจ็ดคนไป โดยมีเพียง อเล็กซ์ ลิลลี่ ที่ยังคงมาเรียนอยู่คนเดียว ทำให้เขาถูกสอบสวนว่าเด็กคนอื่น ๆ หายไปไหน ซึ่งก็ได้แต่บอกว่าไม่รู้ ซึ่งเรื่องนี้ทำให้เธอเครียดมากจนต้องลงมือสืบหาความจริงด้วยตัวเองจนค่อย ๆ พบกับเรื่องราวแปลกประหลาดที่เกิดขึ้น

           เปิดเรื่องด้วยการเกริ่นนำเรื่องราวเกี่ยวกับการหายตัวไปของเด็ก ๆ พร้อมกับฉายถึงตัวละครหลักไปด้วยก่อนตัดเข้าเรื่อง ซึ่งช่วงแรกเหมือนกับการเล่าเรื่อง จึงดูค่อนข้างน่าเบื่อไปหน่อย โดยจะฉายถึงตัวละครหลักที่ต้องถูกคนอื่นคุกคามและกล่าวหาเกี่ยวกับแม่มดจนเกิดความเครียดและหลอนเห็นสิ่งต่าง ๆ รวมทั้งหวาดระแวงผู้คน ซึ่งดูแล้วก็สงสารตัวละคร แต่จุดนี้กลับดูขัดใจผู้ปกครองที่ต่างโทษนางเอกว่าเป็นผู้กระทำ ทั้ง ๆ ที่ไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรเลย จากนั้นก็ค่อย ๆ ฉายถึงบางอย่างแปลก ๆ ในบ้านของอเล็กซ์ รวมทั้งสิ่งต่าง ๆ ในบ้านที่ดูลึกลับ ซึ่งก็ชวนให้ติดตามว่าคืออะไรและมีอะไรในบ้านนั้นกันแน่ โดยเด็ก ๆ ที่หายตัวไปต่างวิ่งในท่าทางเดียวกันหมดและมุ่งหน้าเข้าไปในป่าและหายไป ซึ่งกล้องวงจรปิดที่มีสามารถจับภาพได้แค่นั้น โดยระหว่างนั้นมักจะฉายถึงผู้หญิงประหลาดลึกลับคนหนึ่งที่ทำตัวแปลก ๆ รวมทั้งค่อย ๆ ฉายถึงตัวละครแต่ละคนที่มีส่วนเกี่ยวข้อง ซึ่งหนังจะฉายย้อนเรื่องราวของตัวละครเหล่านั้นทีละคนจนวนกลับมาในเหตุการณ์ปัจจุบัน แต่กว่าจะฉายแต่ละคนจนหมดก็ค่อนข้างนานไปหน่อยและบางส่วนก็ไม่ค่อยจำเป็นต้องฉายถึงเท่าไหร่ แต่บางช่วงก็ทำได้น่าสนใจดี โดยเฉพาะช่วงที่ป้าของเด็กปรากฎตัวและทำพิธีบางอย่าง ซึ่งเหมือนกับเล่นของ โดยช่วงนี้จะเริ่มเปิดเผยเรื่องราวบางส่วน และอีกส่วนจากการสืบสวนจากจุดเชื่อมโยงในกล้องวงจรปิด ซึ่งนอกจากจะสงสารตัวละครหลักแล้วก็ยังสงสารอเล็กซ์ด้วยและชวนลุ้นเอาใจช่วยตัวละครไปด้วย โดยเฉพาะช่วงที่ฉายในบ้าน ทำได้ลึกลับหลอน ๆ ดี ซึ่งช่วงท้ายเรื่องเล่นงานตัวต้นตอของเรื่องได้สะใจดี จนชวนให้ขำไปด้วย แต่ฉากโหดมีน้อยไปหน่อย มีแค่ช่วงท้าย ๆ เรื่อง ทั้ง ๆ ที่ได้เป็นหนังเรตสิบแปดบวกเลยและเดาเรื่องได้ง่ายไปหน่อย

คะแนนส่วนตัว 5.5/10

รีวิวโดย 刘心爱

ตัวอย่าง


ขอบคุณภาพจาก BoulderLight Pictures รูปหน้าปกที่ 1

ขอบคุณภาพจาก IMDb เครดิต BoulderLight Pictures รูปหน้าปกที่ 2

วันเสาร์ที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2568

รีวิวหนัง Noise (2025) เสียงซ่อนผี

 


            Noise (2025) เสียงซ่อนผี เป็นภาพยนตร์สยองขวัญระทึกขวัญจากเกาหลีใต้ในปี 2024 กำกับโดย Kim Soo-jin ซึ่งเป็นผลงานกำกับภาพยนตร์ครั้งแรก นำแสดงโดย Lee Sun-bin, Kim Min-seok, Han Su-a, Ryu Kyung-soo, Jeon Ik-ryung และ Baek Joo-hee

            โดยเปิดตัวที่เทศกาลภาพยนตร์นานาชาติทอรอนโต 2024 ในวันที่ 7 กันยายน 2024 ถูกฉายโรงภาพยนตร์ในวันที่ 25 มิถุนายน 2025 ที่ประเทศเกาหลีใต้

            "Location ในแต่ละซีนออกแบบได้หลอนมาก หนังเล่นกับเสียง และบรรยากาศที่ชวนเสียวสันหลัง แต่เสียดายที่บทบาทของผีมีน้อยไปหน่อย"

            เรื่องราวของ จูยอง (อีซนบิน)​ สาวหูหนวกที่กำลังตามหา จูฮี (ฮันซูเอ)​ น้องสาวที่หายตัวไปจากห้องพักในอพาร์ทเมนต์ของพวกเธอเอง โดยมีเบาะแสจากคำบอกเล่าของจูฮีก่อนที่จะหายตัวไปว่าเธอมักจะได้ยินเสียงแปลกๆ รบกวนมาจากห้องข้างบนอยู่บ่อยๆ จูยองจึงต้องตามสืบว่าเสียงที่มาจากห้องข้างบนเกี่ยวข้องกับการหายไปของน้องสาวเธอหรือไม่...?

            หนังผีจากเกาหลี ที่ได้บรรยากาศและ Location เป็นตัวบิ๊วอารมณ์และบรรยากาศหลอนๆ ทำให้หนังยังคงลุ้นและเสียวสันหลังไปกับการสร้างซีนที่ว่ามา เพียงแต่ว่าถ้าคาดหวังจะเจอผีโผล่มาบ่อยๆ อาจผิดหวังได้ อย่างที่ว่ามาส่วนตัวจึงรู้สึกว่าเสียดายบรรยากาศ และ Location ที่บิ๊วมาให้หวาดเสียวเล่นๆ แต่มันไม่ค่อยมีอะไรโผล่มาให้สะดุ้งเลย ผีนี่ออกมา 2-3 ฉาก แบบวับๆ แวมๆ ให้ขนลุกอยู่บ้าง ส่วนไคลแมกซ์ก็มาแนวสไตล์เกาหลีที่หักมุมนิดหน่อย

           การแสดงของ อีซนบิน และฮันซูเอ ในบทสองพี่น้องการทำได้ดี ทำให้รู้สึกน่าสงสารที่คนน่ารักทั้งสองคนต้องมาเจออะไรแบบนี้

           ใครที่ชอบหนังผีแนวเน้นบรรยากาศและ Location หลอนๆ ไม่เน้นผีสะดุ้งตุ้งแช่สักเท่าไหร่ก็ขอแนะนำเลยครับ

คะแนนส่วนตัว 6.5/10

รีวิวโดย A.L. Lucky

ตัวอย่าง


ขอบคุณภาพจาก Studio Finecut รูปหน้าปกที่ 1

ขอบคุณภาพจาก IMDb เครดิต Studio Finecut รูปหน้าปกที่ 2 / รูปหน้าปกที่ 3

วันอาทิตย์ที่ 13 กรกฎาคม พ.ศ. 2568

รีวิวหนัง The Mimic (2017)

 

            The Mimic (2017) เป็นภาพยนตร์สยองขวัญเกาหลีใต้ที่เขียนและกำกับโดย Huh Jung นำแสดงโดย Yum Jung-ah และ Park Hyuk-kwon เข้าฉายเมื่อวันที่ 17 สิงหาคม 2017

           เรื่องราวของ พัคฮียอน ที่ได้เห็น จุนซอ ที่หายตัวไปที่โซลห้าปี ซึ่งคิดว่าเขามาตามหาคุณปู่ จึงได้ตามเขาไปจนได้พบกับศพในถ้ำและเด็กคนหนึ่งในเขาจางซาน ซึ่งได้ตามมาหาเธอถึงที่บ้าน เธอจึงให้เด็กอยู่ที่นี่และถามว่าชื่ออะไร แต่พอบอกชื่อตัวเองก็ต้องตกใจมากเมื่อชื่อของเด็กคือ จุนฮี ชื่อเดียวกับลูกสาวเธอเลย แถมอะไร ๆ ก็เหมือนลูกสาวของเธอด้วย ซึ่งเมื่อเธอได้เห็นก็มักจะนึกถึงลูกชาย เด็กคนนี้คือใครกันแน่

           เปิดเรื่องด้วยการทิ้งเป็นปริศนาก่อนตัดเข้าเรื่องด้วยการฉายถึงตัวละครหลัก ซึ่งเป็นการปูที่มาที่ไปของตัวละคร จากนั้นก็ฉายถึงสถานที่ในช่วงเปิดเรื่องและบางอย่างข้างใน รวมทั้งเด็กลึกลับและมีรอยบางอย่างบนตัว จากนั้นก็พูดถึงคดีคนหาย ซึ่งต่างก็พูดว่าได้ยินเสียงอะไรสักอย่าง ซึ่งดำเนินเรื่องสลับกับการสืบสวน โดยเมื่อเด็กมาอยู่ที่บ้านก็เริ่มทำตัวแปลก ๆ และเริ่มเหมือนลูกสาว โดยสักพักก็มีคนมาเตือนเกี่ยวกับถ้ำว่าอันตราย ซึ่งก็ชวนติดตามดีว่าเด็กคนนี้เป็นใครกันแน่ โดยช่วงกลางเรื่องจะเน้นฉายเกี่ยวกับเสียงที่ตามหลอกหลอน โดยเด็กทั้งสองคนก็แสดงได้น่ารักดี แต่การดำเนินเรื่องค่อนข้างเนือย ๆ ไปหน่อย โดยช่วงท้ายได้เปิดเผยถึงคำให้การของคนที่หายไปเพิ่มเติม ซึ่งเกี่ยวข้องกับเด็กผู้หญิง พร้อมทั้งบางอย่างที่คิดไม่ถึงและได้เปิดเผยเรื่องราวทีละน้อย แต่ช่วงที่เปิดเผยเรื่องราวจุดนี้ไม่ค่อยน่าสนใจเท่าไหร่ แต่ก็ชวนลุ้นบ้างในช่วงท้ายเรื่อง ซึ่งดูแล้วชวนหวาดระแวงตามไปด้วย

คะแนนส่วนตัว 5/10

ตัวอย่าง


ขอบคุณภาพจาก IMDb เครดิต Studio Dream Capture รูปหน้าปกที่ 1 / รูปหน้าปกที่ 2 / รูปหน้าปกที่ 3

วันพฤหัสบดีที่ 29 พฤษภาคม พ.ศ. 2568

รีวิวหนัง The Haunted Apartment Miss K (2024) ผีนรก 610

 


             The Haunted Apartment Miss K (2024) ผีนรก 610 เป็นภาพยนตร์สยองขวัญจากอินโดนีเซียที่กำกับโดย Guntur Soeharjanto เขียนโดย Riheam Junianti นำแสดงโดย Cinta Laura Kiehl, Arifin Putra และ Callista Arum

             ไม่ว่าใครก็ตามที่ล่วงล้ำเข้าไปในห้อง 610 ไม่เกินสี่วันพบคล่ำ คนผู้นั้นจะต้องตายภายในสี่วันตอนพบคล่ำ

            เรื่องราวของ อัลมา ที่ต้องทำงานในร้านอาหารหาเงินมารักษาแม่และส่ง มียา น้องสาวเรียนหนังสือ แต่แล้วก็ได้ข่าวร้ายว่าแม่เสียชีวิต ในขณะที่ ไรยาน แฟนของเธอต้องไปทำงานที่สุราบายา จึงแนะนำให้เธอย้ายไปอยู่สุราบายาด้วย เพื่อจะได้ช่วยเหลือได้สะดวก อีกทั้งที่นั่นเป็นเมืองใหญ่สามารถหางานทำได้ง่ายและเป็นการเริ่มต้นชีวิตใหม่ แต่แล้วเธอก็ได้งานผู้จัดการอพาร์ตเมนต์ซัสมายา ซึ่งเป็นที่เดียวที่รับเธอและเงินเดือนดี แต่เมื่อเธอได้เข้ามาทำงานที่นี่ก็มีเหตุให้ต้องขึ้นไปยังห้อง 610 ในชั้นหก และใครก็ตามที่ได้เข้าไปที่นั่นจะต้องตายภายในสี่วันตอนพบคล่ำ

            เปิดเรื่องฉายถึงสุราบายา พฤศจิกายน ปี 1998 โดยฉายถึงตัวละครที่เล่าเรื่องราวทุกอย่างเกี่ยวกับห้อง 610 โดยเริ่มต้นขึ้นเมื่อสี่วันก่อน ตั้งแต่เพดานห้อง 510 ที่มีน้ำรั่ว ซึ่งเกิดจากห้อง 610 แต่ว่าชั้น 6 ปิดอยู่และไม่ให้ใครเข้าไป จากนั้นก็ฉายถึงตัวละครที่ตัดสินใจขึ้นไปดูเอง ซึ่งบรรยากาศสถานที่มืด ๆ หลอน ๆ น่ากลัวดี ก่อนที่จะฉายถึงเสียงพูดของผู้หญิงลึกลับ ซึ่งเสียงพูดก็บ่งบอกว่าไม่น่าใช่มนุษย์ โดยทิ้งท้ายคำพูดบางอย่าง จากนั้นก็ตัดมาที่ตัวละครที่เป็นคนเล่าเรื่อง ซึ่งหลังจากนั้นก็มีบางอย่างไม่ชอบมาพากลรู้สึกเหมือนมีคนตามตลอด โดยวันนี้เป็นวันที่สี่ จากนั้นก็เริ่มฉายถึงบางอย่างที่มาเอาชีวิตก่อนตัดเข้าเรื่องฉายถึงตัวละครหลักในจาร์กาตา ธันวาคม ปี 1998 ซึ่งเป็นการปูที่มาที่ไปของตัวละครก่อนมีเหตุให้ไปยังอพาร์ตเมนต์ พร้อมกับพูดถึงเหตุฆาตกรรมฆ่าหั่นศพของตัวละครในช่วงเปิดเรื่อง ซึ่งเมื่อมาถึงอพาร์ตเมนต์เจ้าของก็ได้แนะนำสิ่งต่าง ๆ ซึ่งดูเหมือนมีความลับปกปิดไว้และได้พูดถึงคดีฆ่าหั่นศพที่เคยเกิดขึ้นในปีเดียวกัน โดยไม่พบร่องรอยฆาตกรและเหยื่อไม่ได้ตายที่อพาร์ตเมนต์ แต่ตายที่อื่น ซึ่งดำเนินเรื่องสอดแทรกการสืบสวนคดีไปด้วย ทำได้ชวนติดตามดี จากนั้นก็เริ่มฉายถึงอาการน้ำรั่วบนเพดานที่เกิดขึ้น โดยมาจากชั้นหก รวมทั้งเหยื่อที่ตายที่อาศัยอยู่ห้องข้าง ๆ จนมีเหตุให้ตัวละครต้องขึ้นไปชั้นหกและห้อง 610 จากนั้นก็มาในรูปแบบเดียวกันในช่วงเปิดเรื่องและเริ่มเกิดเรื่องแปลก ๆ ขึ้นกับตัวละคร ซึ่งก็ทำได้น่าสนใจดี ถึงแม้จะพอเดาเรื่องได้บ้าง โดยเมื่อดำเนินเรื่องไปสักพักก็ค่อย ๆ เปิดเผยเรื่องราวทีละน้อยจากเจ้าของส่วนหนึ่งและจากการสืบสวนอีกส่วน โดยช่วงกลางเรื่องมีคนได้แนะนำหมอผีให้ ซึ่งไม่สามารถไล่ผีได้ แต่ต้องหาทางช่วยให้หมดห่วงด้วยการหาสื่อกลางที่เป็นของรักของเจ้าของมาเพื่อสื่อสาร ซึ่งก็ชวนลุ้นเอาใจช่วยตัวละครว่าจะแก้ปัญหายังไง โดยช่วงท้ายจะเน้นไปที่การสืบสวนตามเบาะแสที่พบ จนเมื่อได้สื่อสารกับวิญญาณก็ได้เปิดเผยเรื่องราวเพิ่มเติม แต่ไม่ได้ฉายถึงฆาตกรชัดเจน ซึ่งก็ชวนให้ติดตามต่อไป โดยมีหักมุมในช่วงท้ายเรื่อง ถึงแม้ว่าจะไม่ได้แปลกใจมาก แต่ก็ถือว่าทำได้เนียนดี ซึ่งก็ชวนลุ้นเอาใจช่วยตัวละครสุด ๆ โดยก่อนจบได้เล่าถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นจริงจากอพาร์ตเมนต์สุดหลอนในสุราบายา ผู้อยู่อาศัยยังพบมิสเคและลูกสาววนเวียนอยู่บ่อย ๆ ได้ยินเสียงร้องไห้ในยามค่ำคืน ข้าวของเคลื่อนย้ายเองได้ และมีหลายคนถูกผีสิง ผู้อยู่อาศัยทยอยออกจากอพาร์ตเมนต์และต้องปิดกิจการจนถึงปัจจุบัน

คะแนนส่วนตัว 6.5/10

ตัวอย่าง


ขอบคุณภาพจาก IMDb เครดิต D.T. Films รูปหน้าปกที่ 1 / รูปหน้าปกที่ 2 / รูปหน้าปกที่ 3

วันอังคารที่ 6 สิงหาคม พ.ศ. 2567

รีวิวหนัง Longlegs (2024) ถอดรหัสคลั่งอำมหิต

 


             Longlegs (2024) ถอดรหัสคลั่งอำมหิต เป็นภาพยนตร์ระทึกขวัญสยองขวัญอเมริกันที่เขียนบทและกํากับโดย Osgood Perkins นําแสดงโดย Maika Monroe และ Nicolas Cage ซึ่งผลิตภาพยนตร์เรื่องนี้ผ่านบริษัทผลิต Saturn Films ของเขาด้วย นักแสดงยังมี Blair Underwood, Alicia Witt, Michelle Choi-Lee, Dakota Daulby และ Kiernan Shipka ในบทบาทสมทบ

"การเปลี่ยนโฉมหน้าของเคจให้กลายเป็นฆาตกรปีศาจ ปะทะ FBI สาวสุดสวย ที่มีปมในวัยเด็ก"

            เรื่องราวของเจ้าหน้าที่ FBI ลี ฮาร์เคอร์ (ไมก้า มอนโร)​ เจ้าหน้าที่ที่มีเซนส์ในการตามหาตัวฆาตกรในคดีต่างๆ ต้องมาตามหาตัวฆาตกรฉายา Longlegs ที่ลงมือฆ่าคนมากมายหลายครอบครัว แต่ไม่ทิ้งหลักฐานเพื่อสาวถึงตัวไว้เลย การตามสืบหาตัวฆาตกรโรคจิตคราวนี้เชื่อมโยงไปยังปมอดีตของลีด้วย และมีอะไรบางอย่างที่จะนำไปสู่เรื่องของลัทธิบูชาซาตาน ที่สยองเกินคาดเดา...!?

           นี่เป็นภาพยนตร์ตื่นเต้นระทึกขวัญ ที่ไม่ใช่แนวหวือหวา เหมือนพวก เจสัน, หรือฮันนิบาล ที่จะมีฉากไล่ล่าหรือฉากแหวะเยอะนัก แต่นี่เป็นภาพยนตร์สยองขวัญแนวจิตวิทยา ที่เล่นกับคนดูโดยขายบรรยากาศที่ชวนขนลุก การปล่อยให้คนดูหวาดระแวงคาดเดากับสิ่งที่อาจจะเกิดขึ้นหรือไม่เกิด รวมถึงการสืบสวนปมต่างๆ ที่หนังทิ้งไว้เป็นปริศนา และลัทธิซาตาน

            การเล่าเรื่องจะมีทั้งจังหวะที่ตื่นเต้น ลุ้นระทึก และจังหวะที่เนือย สลับกันไปมา จนกระทั่งช่วงท้ายถึงจะปล่อยของรวมทั้งการเฉลยปม และพาคนดูไปเหวอกับอะไรบางอย่างที่คาดไม่ถึง

            ในด้านการแสดง ไมก้า มอนโร รับบทเป็นเจ้าหน้าที่เอฟบีไอสาว ที่มีปมในอดีตได้ดี ผ่านสีหน้า ท่าทาง แถมยังคงเสน่ห์ความสวยไว้ด้วย อีกคนที่ต้องชมก็คือเคจ กับบทฆาตกร ที่เปลี่ยนทั้งหน้าตา ท่าทาง บุคลิก ที่น่ากลัว น่าหวาดระแวง คือถ้ามันมีคนลักษณะอย่างนี้จริงๆ มาปรากฎตัว นี่อาจกลัวจนฉี่ราดแน่นอน

            อย่างไรก็ตามส่วนตัวมองในฐานะคนดูทั่วไป น่าจะรู้สึกเฉยหรืออาจเบื่อไปกับหนังในบางช่วงได้ แม้ว่าในช่วงท้ายถึงจะเริ่มสนุกขึ้นมา แต่ถ้าใครชอบแนวสืบสวน ที่เล่าเรื่องไปเรื่อยๆ กับปมที่สร้าง และค่อยๆคลายปมออกจนถึงบทสรุปที่ชวนขนลุกก็ขอแนะนำครับ

คะแนนส่วนตัว 6/10

รีวิวโดย A.L. Lucky

ตัวอย่าง


ขอบคุณภาพจาก IMDb เครดิต Saturn Films รูปหน้าปกที่ 1 / รูปหน้าปกที่ 2 / รูปหน้าปกที่ 3

วันศุกร์ที่ 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2567

รีวิวหนัง DarkGame (2024)

 



              DarkGame (2024) เป็นภาพยนตร์ระทึกขวัญจากอังกฤษที่กำกับโดย Howard J. Ford เขียนโดย Tom George, Gary Grant และ Niall Johnson นำแสดงโดย Ed Westwick , Andrew P Stephen และ Natalya Tsvetkova

             เรื่องราวของ เบน นักสืบที่ต้องมาสืบหาอาชญากรรมทางไซเบอร์เกม Russian Roulette หรือ RR ที่จับคนมาเล่นเกมแข่งขันด้วยการไลฟ์สดต่อหน้าคนดูบนเว็บมืด โดยผู้แพ้จะต้องถูกฆ่าด้วยการให้คนดูเป็นคนเลือกวิธีฆ่า เขาจึงต้องสืบหาที่อยู่ของเหยือให้พบ

             เปิดเรื่องฉายถึงตัวละครที่ถูกจับมาไลฟ์สดเล่นเกมก่อนฆ่าต่อหน้า จากนั้นก็ตัดมาฉายถึงตำรวจที่เข้าช่วยเหยื่อที่ถูกจับและฉายถึงคลิปไลฟ์สดในช่วงเปิดเรื่อง ซึ่งเป็นการขยายการเล่นเกมเพิ่มเติม จากนั้นจะเป็นการสืบสวนหาที่อยู่ในการเล่นเกมไปทีละขั้น โดยจะเน้นสืบสวนไปที่เหยื่อที่ถูกจับ จากนั้นก็ฉายถึงเหยื่อที่ถูกจับไปเล่นเกม ซึ่งจะฉายถึงคนร้ายที่แอบดูอยู่เบื้องหลัง โดยฉายถึงเหยื่อที่ถูกจับสลับกับตำรวจที่สืบสวน ซึ่งฉายถึงคนร้ายที่ไลฟ์สดเล่นเกมเป็นช่วง ๆ แต่หนังดำเนินเรื่องได้ค่อนข้างน่าเบื่อไปหน่อย ฉากพูดคุยกันนานและเยอะเกิน การสืบสวนก็ไม่ค่อยน่าสนใจได้แต่นั่งมองดูคนร้ายไลฟ์สดไม่ค่อยได้ทำอะไรเลย ยังดีที่ช่วงท้ายเรื่องมีให้ลุ้นบ้าง แต่ก็พอเดาเรื่องได้ โดยจบทิ้งท้ายเหมือนมีต่อ

คะแนนส่วนตัว 4/10

ตัวอย่าง


ขอบคุณภาพจาก JCG Bits Productions รูปหน้าปกที่ 1

ขอบคุณภาพจาก IMDb เครดิต JCG Bits Productions รูปหน้าปกที่ 2 / รูปหน้าปกที่ 3 / รูปหน้าปกที่ 4

วันพฤหัสบดีที่ 2 พฤษภาคม พ.ศ. 2567

รีวิวหนัง A Haunting in Venice (2023) ฆาตกรรมหลอนแห่งนครเวนิส

 

             A Haunting in Venice (2023) ฆาตกรรมหลอนแห่งนครเวนิส เป็นภาพยนตร์ลึกลับอเมริกันที่ผลิตและกำกับโดย Kenneth Branagh จากบทภาพยนตร์โดย Michael Green อิงจากนวนิยาย Agatha Christie ปี 1969 เรื่อง Hallowe'en Party ทำหน้าที่เป็นภาคต่อของ Death on the Nile (2022) และเป็นภาพยนตร์เรื่องที่สามที่ Branagh กลับมารับบทนักสืบชาวเบลเยียม Hercule Poirot นำแสดงโดย Kyle Allen, Camille Cottin, Jamie Dornan, Tina Fey, Jude Hill, Ali Khan, Emma Laird, Kelly Reilly, Riccardo Scamarcio และ Michelle Yeoh เปิดตัวในสหรัฐอเมริกาเมื่อวันที่ 15 กันยายน 2023 โดยสตูดิโอศตวรรษที่ 20 

"ภาคที่ 3 ของปัวโรต์กับการตามสืบคดีบ้านผีสิง และเรื่องเหนือธรรมชาติ"

             เรื่องราวของยอดนักสืบ Hercule Poirot (Kenneth Branagh) ที่ต้องการมาหาความสงบในการพักผ่อนในเวนิส แต่เขากลับได้รับเชิญจาก Ariadne Oliver (Tina Fey) นักเขียนนิยายผู้เป็นเพื่อนของ Poirot ให้เข้าไปค้นหาความจริงเกี่ยวกับพิธีกรรมการเข้าทรงของ Reynolds (Michelle Yeoh) จากการว่าจ้างของ Rowena Drake (Kelly Reilly) ในการขอติดต่อพูดคุยกับวิญญาณลูกสาวที่เสียชีวิตไป แต่ว่าหลังพิธีกรรมก็ได้เกิดเหตุฆาตกรรมที่เชื่อว่าเป็นฝีมือของสิ่งเล้นลับ นั่นจึงเป็นหน้าที่ของ Poirot ในการสืบหาความจริงว่านี่เป็นฝีมือของคนหรือสิ่งเหนือธรรมชาติกันแน่...?

              ภาคที่ 3 ของภาพยนตร์แนวสืบสวนที่สร้างมาจากนิยายชื่อดัง โดยในภาคนี้จะมีการผสมผสานเกี่ยวกับสิ่งเร้นลับเรื่องเหนือธรรมชาติเข้ามาเป็นปริศนาในการสืบสวนหาความจริง จึงทำให้หนังดูมีมิติในการเล่าเรื่องที่ดูน่าสนใจมากกว่าภาคก่อนๆ

              เมื่อมีเรื่องเหนือธรรมชาติเข้ามาเกี่ยว แน่นอนว่ามันก็จะมีฉากตื่นเต้นระทึกขวัญที่มากขึ้นกว่าภาคก่อนๆ ให้คนดูได้ลุ้นระทึก และคาดเดาปริศนาที่เกิดขึ้นไปพร้อมๆ กัน ว่าสุดท้ายบทสรุปจะออกมาเป็นแบบใด

              ส่วนตัวจึงชอบภาคนี้มากกว่า 2 ภาคแรก เพราะลูกเล่นของหนังสามารถใส่มาได้เต็มที่ ทั้งประเด็นการสืบสวน และสิ่งลี้ลับ จึงทำให้หนังมีความสนุกเพิ่มขึ้นมากกว่าแค่หนังนักสืบทั่วไป ดังนั้นใครที่เป็นแฟนคลับของ Poirot คงมีความรู้สึกเหมือนกับผม ส่วนใครที่ยังไม่เคยดู 2 ภาคก่อนหน้านี้ แล้วชอบหนังแนวสืบสวน และแนวระทึกขวัญ สามารถชมภาคนี้ได้เลย เพราะเรื่องราวจะไม่เกี่ยวข้องกัน ใครสนใจสามารถชมผ่าน Streaming online ในช่องทางต่างๆ ได้เลยครับ

คะแนนส่วนตัว 7/10

รีวิวโดย A.L. Lucky

ตัวอย่าง


ขอบคุณภาพจาก IMDb เครดิต 20th Century Studios รูปหน้าปกที่ 1 / รูปหน้าปกที่ 3 

ขอบคุณภาพจาก 20th Century Studios รูปหน้าปกที่ 2

วันอาทิตย์ที่ 7 เมษายน พ.ศ. 2567

รีวิวหนัง The Haunted Hotel (2023) ผีเฮี้ยน โรงแรมหลอน

 


             The Haunted Hotel (2023) ผีเฮี้ยน โรงแรมหลอน เป็นภาพยนตร์สยองขวัญจากอินโดนีเซียที่กำกับโดย Guntur Soeharjanto เขียนโดย Riheam Junianti นำแสดงโดย Luna Maya, Christian Sugiono และ Bianca Hello

             ใครก็ตามที่ได้เข้าไปในห้องที่ไร้เลขในชั้นสามและเจอหญิงลึกลับผมขาวผิวขาวตาแดง ซึ่งไม่ใช่มนุษย์ที่พูดคำว่าสามวัน เที่ยงคืน เมื่อถึงเวลานั้นจะต้องตาย

             เรื่องราวของ ไรน่า และ เฟย์ สองพี่น้อง ที่ได้มาบริหารโรงแรมอัมบาร์ มางุน ในเซอมารังที่สร้างขึ้นในปี 1950 ในช่วงวันหยุดหลังจาก จานูวาร์ พ่อของพวกเธอที่เสียชีวิตมาสองเดือนและไม่มีเงินใช้หนี้หลังจากกู้เงินธนาคารมาทำธุรกิจ ทำให้บ้านโดนยึด โดยเป็นโรงแรมมรดกจากปู่ย่าที่สร้างเสร็จและสิ่งเดียวที่พ่อทิ้งไว้ให้ ซึ่งเมื่อพวกเธอมาอยู่ยายของพวกเธอได้กำชับว่าอย่าขึ้นชั้นสามเนื่องจากปิดปรับปรุงอยู่ แต่แล้วไรน่าก็ได้ขึ้นชั้นสามเข้า เธอจึงต้องหาวิธีตามคำแนะนำของ กี ดานัง หมอผี ภายในสามวัน

             เปิดเรื่องฉายถึงตัวละครที่ถูกใช้ให้ขึ้นไปทำความสะอาดชั้นสองของโรงแรมอัมบาร์ มางุน ในเซอมารัง ปี 1981 และห้ามขึ้นชั้นสาม ซึ่งก็ชวนติดตามดี แต่ตัวละครก็ได้ขึ้นไปชั้นสามด้วยความสงสัย โดยได้ฉายถึงบางอย่างก่อนตัดมาฉายถึงปัจจุบันที่ตัวละครกำลังเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้น ซึ่งพอถึงกำหนดสามวันเที่ยงคืนก็เริ่มฉายถึงผู้หญิงที่เห็นในช่วงแรกอีกครั้งและได้ทำร้ายตัวละครด้วยการถลกหนัง ซึ่งเปิดเรื่องได้น่าสนใจดี ฉากฆ่า บรรยากาศมืด ๆ หลอน ๆ ชวนลุ้นก่อนตัดเข้าเรื่องในช่วงสามวันต่อมาฉายถึงตัวละครหลักที่เดินทางมายังโรงแรม ซึ่งช่วงนี้จะค่อย ๆ ปูเรื่องราวของตัวละคร พร้อมกับฉายถึงส่วนต่าง ๆ ของโรงแรมไปด้วย โดยได้พูดถึงบางอย่างที่เป็นปริศนาเช่นเดิมและพูดถึงผู้ตายในช่วงเปิดเรื่อง ซึ่งก็ตามสไตล์หนังที่ตัวละครก็ต้องขึ้นไปชั้นสามและก็ได้ฉายเหมือนช่วงเปิดเรื่อง โดยหลังจากขั้นไปชั้นสามแล้วก็ได้ฉายถึงเหตุการณ์แปลก ๆ ทีละวันจนถึงวันที่สาม ซึ่งจะค่อย ๆ เปิดเผยเรื่องราวทีละน้อย ซึ่งบางจุดดูลึกลับชวนติดตามดี โดยช่วงกลางเรื่องจะเป็นการปรึกษากับหมอผีที่ต้องหาชื่อผีให้ได้ ซึ่งก็จะออกไปทางสืบสวนด้วยการค่อย ๆ แก้ปริศนาไปกับตัวละครก่อนเที่ยงคืนวันที่สาม แต่เปิดเผยชื่อและเรื่องราวง่ายไปหน่อย ซึ่งฉากฆ่าดูโหดดี ส่วนช่วงท้ายเรื่องจะเป็นการหาวิธีหยุดยั้งความโกรธแค้นของผี ซึ่งชวนลุ้นเอาใจช่วยตัวละคร แต่ก็เดาเรื่องได้ง่ายและมาแนวเดิม ๆ จบง่ายไปหน่อย ซึ่งก่อนจบได้ทิ้งท้ายเหมือนมีต่อ

คะแนนส่วนตัว 5.5/10

ตัวอย่าง


ขอบคุณภาพจาก IMDb เครดิต Hitmaker Studios รูปหน้าปกที่ 1 / รูปหน้าปกที่ 2 / รูปหน้าปกที่ 3

วันพฤหัสบดีที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2567

รีวิวหนัง The First Omen (2024) กำเนิดอาถรรพ์หมายเลข 6

 



              The First Omen (2024) กำเนิดอาถรรพ์หมายเลข 6  เป็นภาพยนตร์สยองขวัญเหนือธรรมชาติของอเมริกาที่กํากับโดย Arkasha Stevenson ซึ่งร่วมเขียนบทภาพยนตร์กับ Tim Smith และ Keith Thomas จากเรื่องราวโดย Ben Jacoby เป็นภาคต่อของ The Omen (1976) เป็นภาพยนตร์เรื่องที่หกในแฟรนไชส์ The Omen นําแสดงโดย Nell Tiger Free, Tawfeek Barhom, Sônia Braga, Ralph Ineson และ Bill Nighy มีกําหนดเข้าฉายในสหรัฐอเมริกาโดย 20th Century Studios ในวันที่ 5 เมษายน 2024

"จุดกำเนิดของซาตาน ที่มาจากเบื้องหลังตำหนักของพระเจ้า"

              เรื่องราวของ มาร์กาเร็ต ไดโน (Nell Tiger Free)​ เด็กสาวผู้มีจิตศรัทธาที่ตั้งใจจะบวชชีเพื่อรับใช้ศาสนาคริสต์ที่โบสถ์ชื่อดังแห่งหนึ่ง ระหว่างที่รอที่จะถึงวันทำพิธีบวช เธอได้ค้นพบเรื่องราวแปลกๆ ในโบสถ์ที่ดูเหมือนจะเป็นการทดลองทำอะไรบางอย่างที่ขัดศีลธรรม เธอจึงพยายามจะหาหลักฐานเพื่อเปิดโปงสิ่งที่ไม่ดีของโบสถ์ แต่ว่าเมื่อเธอยิ่งสืบยิ่งทำให้รู้ว่าเรื่องนี้ไม่ใช่แค่เรื่องผิดศีลธรรมอย่างเดียว แต่เกี่ยวข้องกับการให้กำเนิดปีศาจสู่โลกมนุษย์ด้วย..!

              ช่วงนี้กระแสหนังสยองขวัญที่ทีพล็อตเกี่ยวกับแม่ชีกำลังติดเทรนด์ไม่เว้นแม้แต่เรื่องนี้ นี่เป็นเรื่องราวภาคกำเนิดเด็กปีศาจใน The omen ซึ่งหนังจะพาเราไปรับชมเรื่องราวต้นกำเนิด และที่มาที่ไปของเด็กปีศาจในร่างมนุษย์ ถ้าใครเคยดูภาคก่อนหน้าซึ่งเป็นเรื่องราวหลังจากเรื่องนี้ ก็จะเข้าใจที่มาที่ไปได้ ส่วนใครที่ยังไม่เคยดูก็สามารถดูเรื่องนี้แล้วไปหาชมเรื่องราวต่อจากเรื่องนี้ได้เลย

              นอกจากการเล่าเรื่องต้นกำเนิดของเด็กปีศาจใน The omen แล้ว ในแง่ของความลุ้นระทึก และสยองขวัญ ต้องถือว่าเรื่องนี้ทำออกมาได้หลอน และลุ้นระทึกดี หนังมีกลิ่นอายของหนังผีแนว The nun ผสมกับฉากลุ้นระทึกแนว Final destination ที่ใส่อุปกรณ์ประกอบฉากรอบตัวให้คนดูหวาดเสียว แม้ฉากตื่นเต้นลุ้นระทึกที่เป็นจุดขายของหนังจะทำออกมาได้ดีตามโจทย์ แต่เสียดายที่มีไม่เยอะเท่าที่ควร โดยเฉพาะช่วงกลางเรื่องที่จะเน้นคุยกันเป็นส่วนใหญ่ แต่ช่วงต้นเรื่องและช่วงไคลแมกซ์มีฉากลุ้นระทึกออกมาพอสมควรให้คนดูได้หวาดเสียวกันไป

              สุดท้ายหนังทิ้งท้ายฉากจบแบบที่อาจจะมีการสร้างต่อ เพราะบางประเด็นหนังยังไม่สรุปมีปมทิ้งท้ายไว้บ้าง ซึ่งเป็นไปได้ว่าภาพยนตร์ชุดนี้อาจมีภาคต่อไปอีก ซึ่งก็ถือว่ามีความน่าสนใจดี

            สุดท้ายขอแนะนำหนังเรื่องนี้กับคอหนังลุ้นระทึกสยองขวัญ และแฟนๆ The omen ที่ควรไปตามเก็บรายละเอียดที่มาที่ไปพร้อมทั้งลุ้นไปกับตัวหนังที่เมื่อคุณดูจบแล้วอาจจะต้องไปหา The omen ภาคก่อนๆ มาดูเพื่อรื้อฟื้นความทรงจำกัน​เลย

             ปล. ในรอบสื่อมีแสงสีพิเศษประกอบนอกจากในหนังเพิ่มอรรถรสในการชมด้วย ไอเดียเจ๋งดีครับ

คะแนนส่วนตัว 7/10

รีวิวโดย A.L. Lucky


             ศาสนามีสองฝ่าย ฝ่ายหนึ่งทำตามคำสอนของพระคริสต์ อีกฝ่ายนิกายที่ไม่สนใจเรื่องทรมานข่มขืน ยอมฆาตกรรมโดยอ้างชื่อพระเจ้า

             เรื่องราวของ มาร์กาเร็ต ไดโน่ (แม็กกี้) จากพิตต์สฟิลด์ แมสซาชูเซตส์ อเมริกาที่อยากปฏิญาณตนเป็นชีที่อิตาลี โดยคาร์ดินันลอร์เรนซ์ พระที่บ้านเด็กกำพร้าที่เธอโตมาจึงได้พาเธอมายังโบสถ์ในโรมอิตาลี โดยได้รับการดูแลจาก ซิสเตอร์ซิลวา หัวหน้าแม่ชี ซึ่งที่นั่นเธอได้รู้จักกับ คาร์ลิต้า เด็กสาวไม่ปกติที่ถูกขังในห้อง ซึ่งเกิดในวันที่หก เดือนหก เวลาหกโมงเช้า ซึ่งก็คือเครื่องหมายของมารที่มีอยู่บนร่างกาย

              เปิดเรื่องฉายถึงตัวละครหลักในโรม 1971 ก่อนเดินทางไปยังโบสถ์ ซึ่งผสมผสานเหตุจราจลเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย โดยเมื่อมาถึงก็ได้มีการแนะนำสิ่งต่าง ๆ พร้อมกับฉายถึงตัวละครที่ทำตัวลึกลับแปลกประหลาด แต่หลังจากนั้นก็ดำเนินเรื่องได้ค่อนข้างน่าเบื่อไปหน่อย ดำเนินเรื่องมาเกือบครึ่งเรื่องยังไม่ค่อยมีความน่าสนใจเท่าไหร่ ถึงแม้จะมีเหตุการณ์แปลก ๆ เกิดขึ้นเป็นช่วง ๆ ซึ่งกว่าจะพูดเข้าเรื่องเกี่ยวกับชื่อหนังก็ครึ่งเรื่องไปแล้ว แต่ก็ไม่ได้ฉายถึงอาถรรพ์หมายเลขหกอะไรเพียงแค่พูดถึงคนเป็นแม่ที่ตั้งครรถ์ปีศาจเท่านั้น ซึ่งกว่าจะฉายถึงหมายเลขหกก็ช่วงท้ายเรื่องแล้ว และเหมือนเป็นภาคเริ่มต้นที่ให้กำเนิดเด็ก จึงไม่ค่อยตื่นเต้นลุ้นระทึกอะไรเท่าไหร่ โดยช่วงกลางเรื่องเป็นต้นไปจะเน้นไปที่ตัวละครหลักที่ต้องสืบสวนความจริง ซึ่งก็ทำได้ไม่ค่อยน่าสนใจ

คะแนนส่วนตัว 3.5/10

รีวิวโดย 刘心爱

ตัวอย่าง


ขอบคุณภาพจาก Phantom Four รูปหน้าปกที่ 1

ขอบคุณภาพจาก 20th Century Studios รูปหน้าปกที่ 2

วันอังคารที่ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2567

รีวิวหนัง The Breach (2022)

 


           The Breach (2022) เดอะบรีช : ฝ่าวิกฤตพิชิตหลุมดำ เป็นภาพยนตร์ระทึกขวัญลึกลับจากแคนาดาที่กำกับโดย Rodrigo Gudiño เขียนโดย Nick Cutter และ Ian Weir นำแสดงโดย Allan Hawco, Emily Alatalo และ Natalie Brown

             การขึ้นไปสำรวจความจริงยังลิ้งส์ครีกที่ได้พบกับความสยดสยองของการทดลองบางอย่าง

             เรื่องราวของ สารวัตรจอห์น ฮอว์กินส์ แห่งกรมตำรวจโลนโครว์ จะย้ายลงใต้ไปเมืองใหญ่ อีกหนึ่งสัปดาห์ แต่ดันได้มาเจอศพของ ด็อกเตอร์โคล พาร์สันส์ อัจฉริยะด้านฟิสิกส์ที่มีห้องปฏิบัติการที่มหาวิทยาลัยโอซาร์กในโอคลาโฮมา ในเรือแคนูทิศใต้ปลายแม่น้ำ ที่ เอมี่ ลาฟอย เจอคนแรก โดยเขาจะต้องให้ คาร์ล ทัลสัน เห็นสิ่งนี้ แต่เขาไปออตตาวากลับสิ้นเดือน จึงต้องให้ เจค็อป ช่วยดูแทน โดยศพเหลือแต่เศษกระดูกและซากข้างในที่ฉีกขาดหมด แต่มีนิ้วเพิ่มขึ้นมา ซึ่งยังไม่สามารถระบุสาเหตุการตาย โดยเจค็อปจะไปธันเดอร์เบย์พร้อมตัวอย่างเนื้อเยื่อบางส่วน ส่วนเขาต้องขึ้นไปที่ลิ้งส์ครีกหาข้อมูลรอบ ๆ โดยขอความช่วยเหลือจาก เม็ก ที่ทำงานให้โคล พาร์สันส์ ซึ่งรู้ทิศทาง

              เปิดเรื่องฉายถึงเรือที่มีอะไรบางอย่างลอยมา โดยไม่ได้ฉายให้เห็นก่อนตัดเข้าเรื่อง ฉายถึงตัวละครหลักที่ได้รับแจ้งเรื่องศพลอยน้ำมา จากนั้นจะค่อย ๆ ฉายถึงศพที่มีบางอย่างแปลก ๆ และค่อย ๆ เปิดเผยเรื่องราวทีละน้อย จากนั้นก็จะเน้นฉายถึงตัวละครที่ต้องขึ้นไปหาข้อมูล พร้อมกับค่อย ๆ ฉายถึงวิวทิวทัศน์รอบ ๆ และสิ่งแปลก ๆ ในป่า โดยเฉพาะบ้านหลังหนึ่งที่ดูไม่เหมือนเดิม ซึ่งเป็นแอบแฝงความลับไว้ โดยจะเน้นไปที่การสืบสวนจากบ้านหลังนี้ที่ค่อย ๆ เปิดเผยเรื่องราวต่อ ซึ่งก็ชวนติดตามว่าคืออะไรกันแน่ โดยบางช่วงจะเน้นบรรยากาศมืด ๆ แต่ดำเนินเรื่องมาเกือบครึ่งเรื่องก็ยังไม่ค่อยมีอะไรน่าสนใจเท่าไหร่ บางช่วงดูน่าเบื่อไปหน่อย จนเมื่อดำเนินเรื่องไปสักพักจะเริ่มฉายถึงตัวละครที่โดนบางอย่างต๋อยจะทำตัวแปลก ๆ และเริ่มมีบางอย่างเปลี่ยนไป ช่วงท้ายเรื่องมีช่วงให้ลุ้นและมีหักมุมบ้าง แต่ไม่ได้แปลกใจอะไร บางจุดดูตลก ๆ ไปหน่อย

คะแนนส่วนตัว 3.5/10

ตัวอย่าง


ขอบคุณภาพจาก Raven Banner Entertainment รูปหน้าปกที่ 1 

ขอบคุณภาพจาก IMDb เครดิต Raven Banner Entertainment รูปหน้าปกที่ 2 / รูปหน้าปกที่ 3

วันพฤหัสบดีที่ 12 ตุลาคม พ.ศ. 2566

รีวิวหนัง Target (2023) ทาร์เก็ต เป้าเชือด

 


               Target (2023) ทาร์เก็ต เป้าเชือด หรือมีอีกชื่อว่า Don't Buy the Seller เป็นภาพยนตร์ระทึกขวัญจากเกาหลีใต้ที่กำกับโดย Park Hee-Kon และนำแสดงโดย Shin Hye-Sun, Kim Sung-Kyun, Lim Chul-Soo, Lee Joo-Young และ Kang Tae-Oh

"แค่จะซื้อเครื่องซักผ้ามือ 2 ราคาถูก แต่กลับนำพาไปสู่เรื่องราวสุดระทึกจากฆาตกรโรคจิต"

             ซูฮยอน (ชินฮเยซอน)​ หญิงสาวที่มีอาชีพคุมไซต์งานก่อสร้างตั้งใจจะซื้อเครื่องซักผ้าออนไลน์มือ 2 มาแทนของเดิมที่พังไป แต่ของที่เธอได้รับกลับใช้งานไม่ได้ เธอจึงโพสต์ต่อว่าและประจานคนขายในกระทู้ของคนขายของให้เธอ นั่นทำให้คนร้ายโกรธ และเริ่มคุกคามเธอทั้งในโลกออนไลน์และลามมาถึงชีวิตจริง โดย ซูฮยอน ไม่รู้เลยว่าเธอกำลังรับมือกับคนร้ายโรคจิตและเป็นแฮคเกอร์ที่สามารถแฮคข้อมูลของเธอได้เกือบทุกอย่าง..!

             หนังเปิดตัวได้อย่างน่าตื่นเต้นและน่าติดตาม โดยเริ่มนำเสนอความโหดของคนร้ายในการเปิดตัวและนำเสนอตัวเอกที่กำลังมีปัญหาชีวิตเกี่ยวกับหน้าที่การงาน ซึ่งก็ทำให้รู้สึกว่านางเอกของเรานี่มีความซวยซ้ำซวยซ้อนทั้งจากงานและฆาตกรโรคจิต

            ตัวหนังค่อย ๆ ใส่เรื่องระทึกขวัญให้นางเอกของเราต้องรับมือจากเรื่องเล็ก ๆ ค่อยลามไปสู่เรื่องใหญ่ ๆ มากขึ้นจนเกินจะรับมือ ซึ่งแม้จะหันไปพึ่งตำรวจหรือใคร ๆ ก็ไม่มีใครช่วยเธอได้เลย ซึ่งถือว่าการนำเสนอเรื่องราวช่วงแรกไปจนกระทั่งก่อนไคลแมกซ์ ตัวหนังมีความน่าติดตาม เพราะคนร้ายมีความเก่งและรับมือได้ยาก

             แต่ว่าในช่วงเริ่มเข้าไคลแมกซ์ ที่ปมต่าง ๆ เริ่มคลี่คลายและนำเสนอไปสู่บทสรุป กลับทำให้เรารู้สึกว่าคนร้ายที่ดูมีความรอบคอบมาตลอด ดูโง่ลงทันที การกระทำต่าง ๆ กลับนำไปสู่ความหายนะของตัวคนร้ายเองโดยดูไม่สมเหตุสมผล ซึ่งทุกอย่างมันดูง่ายไปหน่อยในการเปิดเผยตัวคนร้ายและนำไปสู่บทสรุปของคนร้าย ที่เราต่างก็น่าจะคาดเดากันออก เพราะฉนั้นจุดอ่อนของหนังมีในช่วงท้ายค่อนข้างเยอะกับความไม่สมเหตุสมผล แต่หนังก็ทดแทนความลุ้นระทึกเข้ามาแทนกับเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่เป็นจังหวะ ให้นางเอกต้องเผชิญและรับมือ เอาเป็นว่าช่วงท้ายนี่ขายความบันเทิงแบบตรงไปตรงมาล้วน ๆ มากกว่าการที่จะใช้กลยุทธ์หรือไหวพริบในการรับมือกับคนร้าย

             ภาพรวมเป็นหนังระทึกขวัญที่สนุกพอใช้ได้และเข้ากับเหตุการณ์ในปัจจุบันที่มีอาชญากรหรือมิจฉาชีพออนไลน์ ที่หนังทำให้เรารู้สึกอยากติดตามเรื่องราวไปกับหนัง แต่เสียดายที่ช่วงไคลแมกซ์ดูบทอ่อนไม่สมเหตุสมผลไปหน่อย

คะแนนส่วนตัว 3.5/5

รีวิวโดย A.L. Lucky

               

               เรื่องราวของ จางซูฮยอน ที่ได้สั่งซื้อสินค้ามือสองเป็นเครื่องซักผ้าที่ขายด่วนเนื่องจากย้ายไปต่างประเทศในราคาสามแสนวอนจากเว็บไต์หรือแอปสินค้ามือสองไอแมคตามคำแนะนำของ ดัลจา เพื่อนร่วมงาน เนื่องจากการซ่อมมอเตอร์เครื่องซักผ้าราคาแพงมาก แต่เมื่อเธอสั่งซื้อและคนติดตั้งได้มาทำการติดตั้งให้ก็ต้องรู้ว่าเป็นสินค้าที่พังเสียแล้ว เธอจึงได้ตรวจสอบและรู้ว่าเธอถูกหลอก จึงได้ไปแจ้งความ แต่ต้องใช้เวลานานในการสืบหาตัวคนร้าย ทำให้เธอต้องสืบหาคนร้ายด้วยตัวเองและส่งข้อความไปด่าเขา หลังจากนั้นเธอก็ถูกใครบางคนตามก่อกวนอยู่ตลอด

              เปิดเรื่องฉายถึงตัวละครที่มัวแต่สนใจแต่เว็บไซต์ไอแมค ซึ่งเกี่ยวกับการขายสินค้ามือสองราคาถูก ก่อนตัดมาฉายถึงตัวละครหลัก ซึ่งเป็นช่วงก่อนที่จะมีเหตุให้เข้าไปเกี่ยวข้องกับเว็บไซต์ขายสินค้ามือสอง พร้อมกับเริ่มฉายถึงฆาตกรที่ลงมือฆ่าคนแล้วโพสต์ขายสินค้าและมีลูกค้ากำลังดู ซึ่งไม่ได้ฉายให้เห็นหน้าฆาตกร แต่ช่วงแรกค่อนข้างน่าเบื่อไปหน่อย จนเมื่อถูกหลอกก็จะฉายถึงตัวละครที่สืบหาที่อยู่ของคนร้ายและส่งข้อความไปมา จากนั้นก็เริ่มมีคนมาก่อกวน ซึ่งนำไปสู่การสืบสวนหาต้นตอคนร้าย ตามด้วยการหลอกเป็นคนรู้จัก เพื่อให้โอนเงิน และยิ่งเข้าใกล้ตัวขึ้นด้วยการบุกรุกห้อง ซึ่งรู้รหัสผ่านเข้าห้อง ซึ่งก็ชวนลุ้นเอาใจช่วยตัวละคร ชวนหวาดระแวงไปกับตัวละครด้วยและชวนติดตามว่าใครคือคนร้ายตัวจริง ซึ่งบางครั้งก็มีถ่ายถึงคนร้ายบ้าง โดยไม่ได้ฉายให้เห็นว่าเป็นใคร ซึ่งจะเปิดเผยให้เห็นในช่วงท้ายเรื่อง โดยคนร้ายรู้จักการเอาตัวรอดได้ดี แต่บางจุดดูแล้วขัดใจตัวละครไปหน่อย โดยช่วงท้ายเรื่องจะเป็นการวางแผนจับตัวคนร้าย

คะแนนส่วนตัว 5.5/10

รีวิวโดย 刘心爱

ตัวอย่าง 


ขอบคุณภาพจาก IMDb เครดิต Studio Pieona รูปหน้าปกที่ 1 / รูปหน้าปกที่ 2 / รูปหน้าปกที่ 3 / รูปหน้าปกที่ 4

วันเสาร์ที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2566

รีวิวหนัง The Ghost Station (2022) อ๊กซู สถานีผีดุ

 


              The Ghost Station (2022) อ๊กซู สถานีผีดุ เป็นภาพยนตร์สยองขวัญจากเกาหลีที่กำกับโดย Yong-ki Jeong เขียนโดย Horang, Yong-ki Jeong และ Soyoung Lee นำแสดงโดย Bo-ra Kim, Jae Hyun Kim และ Shin So-yul

               ตั้งแต่สถานีอ๊กซูที่อยู่ใกล้บ่อน้ำเปิดใช้งาน ทุกคนที่ประสบอุบัติเหตุตายที่สถานีจะมีรอยเล็บข่วนบนร่างกายแทบทุกคน บริเวณรอบสถานีอ๊กซูมีแรงอาฆาตรุนแรงมาก

              เรื่องราวของ คิมนายัง นักข่าวจากเดลี่โมดู ที่ต้องหาข่าวใหม่ที่สามารถทำยอดวิวดึงโฆษณาเข้าเยอะ ๆ จึงได้รับการแนะนำจาก ซึงจุน ว่าให้ทำข่าวเกี่ยวกับคนตายที่สถานีอ๊กซูเมื่อคืน ซึ่งคาดว่าไม่ได้เกิดจากการฆ่าตัวตาย โดย ชเวอูวอน และ เจ้าหน้าที่จัดการศพ ก็ได้เห็นเด็กด้วย ซึ่งเมื่อเธอเริ่มลงมือทำข่าวก็สัมผัสได้ว่างานนี้ยอดคนอ่านต้องพุ่งแน่ ๆ จึงได้ให้ชเวอูวอนช่วยหาภาพประกอบจากกล้องวงจรปิดมา ซึ่งก็ตรงตามความคาดหมาย ข่าวของเธอมียอดวิวพุ่งกระฉูด โดยหารู้ไม่ว่าเธอกำลังเข้าไปเกี่ยวข้องกับแรงอาฆาต

              เปิดเรื่องได้น่าสนใจดีโดยการฉายถึงตัวละครที่เห็นผู้หญิงทำตัวแปลก ๆ ที่สถานีรถไฟอ๊กซู ซึ่งให้บรรยากาศหลอน ๆ ชวนลุ้นดีก่อนตัดเข้าเรื่องในช่วงหนึ่งเดือนผ่านมาฉายถึงตัวละครหลักที่กำลังทำข่าวก่อนมีเหตุให้ต้องทำข่าวเกี่ยวกับสถานีอ๊กซู ซึ่งหลังจากช่วงนี้ไปจะเป็นการสืบสวนไปทีละขั้น โดยสอบถามผู้ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งก็ค่อย ๆ เปิดเผยเรื่องราวด้วยการฉายถึงเหตุการณ์ที่เจอไปด้วย ซึ่งก็มีช่วงให้ลุ้นและตกใจบ้าง จากนั้นก็เริ่มฉายถึงตัวละครที่มีท่าทางแปลก ๆ ที่พูดบางอย่างเป็นปริศนา โดยเป็นตัวละครที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ ซึ่งก็ทำได้ชวนติดตามดี แต่บางจุดก็พอเดาเรื่องได้บ้าง ซึ่งหลังจากนั้นก็เริ่มฉายตัวละครที่มีรอยเล็บข่วนเพิ่มขึ้นและเริ่มถูกเล่นงานทีละคน บางช่วงเน้นบรรยากาศมืด ๆ หลอน ๆ ชวนลุ้นดี แต่เสียดายที่เน้นเล่นกับสถานีอ๊กซูน้อยไปหน่อย โดยจบทิ้งท้ายเหมือนมีต่อ

คะแนนส่วนตัว 6/10

รีวิวโดย 刘心爱


"ความลับที่ซ่อนอยู่ในสถานีรถไฟ นำมาสู่คำสาปสุดสยองจากแรงอาฆาต"

             เรื่องราวของ นายอง นักข่าวสาวที่กำลังกำลังหาสกู๊ปข่าวที่น่าสนใจ เพื่อมาเขียนในคอลัมน์ให้บริษัทที่เธอทำงาน เธอบังเอิญได้ยินว่ามีข่าวเกี่ยวกับเหตุการณ์แปลกๆ ที่สถานีรถไฟอ๊กซู และมีการฆ่าตัวตายเกิดขึ้น เธอจึงไปขอให้ อูวอน เพื่อนที่ประจำสถานีรถไฟช่วยหาข้อมูลและให้เธอเข้าพื้นที่เพื่อไปหาเรื่องราวที่สถานีแห่งนี้ แต่ว่าหลังจากนั้นเธอเริ่มเจอเหตุการณ์แปลกๆ ที่ดูเหมือนจะเป็นคำสาปของวิญญาณร้ายที่จ้องจะเอาชีวิตเธอ จึงทำให้เธอต้องพยายามสืบหาสาเหตุและวิธีแก้คำสาปนี้ก่อนที่มันจะเอาชีวิตเธอไป..! 

              เป็นหนังผีที่มีจังหวะหลอนๆ และลุ้นระทึกใช้ได้ในระดับนึง แต่ก็มีจังหวะเนือยอยู่บ้างเช่นกัน ดังนั้นความน่ากลัวจึงถือว่าอยู่ในระดับกลางๆ ไปถึงพอใช้  นักแสดงผู้รับบท นายอง น่ารักดี ถือว่าเป็นอีกส่วนที่ทำให้หนังน่าดูขึ้น ไคลแมกซ์ตอนจบมีความหักมุม และความน่าสะใจไปในตัว ซึ่งทำออกมาได้ถูกใจแอดมินเลย

             ภาพรวมสำหรับคอหนังสยองขวัญน่าจะเป็นหนังสยองที่ดูสนุก ลุ้นระทึกพอใช้ได้ในระดับกลางๆ แต่ตอนจบทำออกมาดี ถ้าเพิ่มความสยอง ลุ้นระทึกมากกว่านี้หน่อยหนังจะสนุกกว่านี้ครับ ใครสนใจสามารถหาชมผ่าน Streaming online ในช่องทางต่างๆ ได้เลยครับ

คะแนนส่วนตัว 6.5/10

รีวิวโดย A.L. Lucky

ตัวอย่าง


ขอบคุณภาพจาก IMDb เครดิต Studio & New รูปหน้าปกที่ 1 / รูปหน้าปกที่ 2 / รูปหน้าปกที่ 3

วันพฤหัสบดีที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2566

รีวิวหนัง Lost in the stars (2023) เมียผมหายในหมู่ดาว

 


               Lost in the stars (2023) เมียผมหายในหมู่ดาว เป็นภาพยนตร์อาชญากรรมลึกลับของจีนปี 2022 ที่กํากับโดย Cui Rui และ Liu Xiang และนําแสดงโดย Zhu Yilong, Ni Ni และ Janice Man ซึ่งดัดแปลงมาจากภาพยนตร์ตลกโซเวียตปี 1990 ของ Alexey Korenev เรื่อง A Trap for Lonely Man และ play Trap for a Lonely Man (Piege Pour un Homme Seul) ของนักเขียนบทละครชาวฝรั่งเศส Robert Thomas ในปี 1960 บทละครฝรั่งเศสดั้งเดิมของ Thomas ครั้งหนึ่งเคยได้รับการดัดแปลงโดย Alfred Hitchcock ในบทกับดักสําหรับคนโดดเดี่ยว แต่ภาพยนตร์เรื่องนั้นไม่เคยบรรลุผล

              โดยฉายรอบปฐมทัศน์ที่เทศกาลภาพยนตร์นานาชาติไห่หนานเมื่อวันที่ 25 ธันวาคม 2022 และเข้าฉายในประเทศจีนในวันที่ 22 มิถุนายน 2023

"หักมุมซ้อนหักมุมที่คาดเดาได้ยากจนกระทั่งฉากสุดท้ายกันเลย"

              เรื่องราวที่เป็นปริศนาได้เกิดขึ้นกับ เห่อเฟย เมื่อ หลี่มู่ซือ ภรรยาของเขาได้หายตัวไปในการไปเที่ยวฮันนีมูนในประเทศไทย แต่แล้วอยู่ดี ๆ ก็มีหญิงสาวคนหนึ่งปรากฎตัวขึ้นและอ้างว่าเป็นภรรยาของเขาแต่เห่อเฟยกลับปฎิเสธ เพราะเธอหน้าตาไม่เหมือนภรรยาของเขาเลย แต่ว่าเรื่องราวกลับไปกันใหญ่เมื่อเขาพบว่า บัตรประจำตัว พาสปอร์ต รูปถ่ายในมือถือของเขาและเธอ กล้องวงจรปิด รอยแผลเป็นและข้อมูลจากทางตำรวจล้วนบ่งชี้ว่าเธอคือภรรยาของเห่อเฟยแน่นอน 100 % แถมหลักฐานทางแพทย์ยังบ่งบอกว่าเห่อเฟยกำลังอยู่ในภาวะการสูญเสียความทรงจำจึงต้องทานยา ทำให้เขาต้องยอมจำนนต้องสิ่งที่เกิดขึ้น จนกระทั่งเขาได้พบกับ เฉินม่าย ทนายสาวที่มีชื่อเสียงในการทำคดี เห่อเฟยจึงขอให้เธอช่วยเหลือเขาในการตามหาภรรยาตัวจริง ก่อนที่วีซ่าของเขาจะหมดอายุในไม่กี่วัน... 

               เข้าใจแล้วว่าทำไมถึงติดอันดับ 1 ในจีนถึง 2 สัปดาห์ซ้อน เพราะเป็นหนังที่มีพล็อตตรึงคนดูให้ร่วมตามหาความจริงไปกับเรื่องราวที่ดูเหลือเชื่อ ไม่น่าเป็นไปได้ หลังจากนั้นก็ค่อย ๆ คายปมต่าง ๆ ที่สร้างมาให้คนดูได้รู้ถึงที่มาของปมนั้น ๆ พร้อมกับสร้างปมใหม่ ๆ ที่น่าสนใจให้คนดูได้รู้สึกอยากติดตามไปเรื่อย ๆ จนกระทั่งช่วงครึ่งหลังของหนังที่ค่อย ๆ คลายปมแบบหักมุม หลายชั้นมาก จนเดาบทสรุปไม่ได้เลยจริง ๆ

               เรียกได้ว่า ผกก. ทำการบ้านมาดีและคิดมาหลายชั้นเหลือเกิน กับหนังสืบสวนลุ้นระทึกเรื่องนี้ ต้องขอคารวะจริง ๆ แม้บางอย่างอาจดูเหนือชั้นจนเวอร์จนอาจเป็นจุดอ่อนเล็ก ๆ ในหนัง แต่มันก็มีเหตุผลพอที่จะลองรับมันอยู่ และหนังก็ทำให้เรามองข้ามและสนุกกับมันได้อย่างไม่ตะขิดตะขวงใจ

             นอกจากพล็อตที่พาให้คนดูสนใจแล้ว การเล่าเรื่องก็ดีและเข้าใจง่าย ฉากประกอบก็สวยงาม มีการพูดถึงประเทศไทยอ้อม ๆ ด้วย

             นอกจากการสืบสวนระทึกขวัญ หนังยังมีสอดแทรกประเด็น ดราม่าที่ชวนหดหู่ ที่กระชากอารมณ์คนดูอยู่เหมือนกัน ถือว่าเพิ่มรสชาติให้กับหนังได้หลากหลายทีเดียว

              ในด้านนักแสดงและการแสดง โดยเฉพาะสาว ๆ ในหนังน่ารักทุกคนดูเพลินตา ส่วนพระเอกเป็นตัวละครที่แสดงได้ดีมาก พาคนดูให้มีอารมณ์เห็นใจชวนหงุดหงิด ซึ่งก็สมเหตุสมผลกับคาแร็คเตอร์แล้วล่ะ

              เพราะฉนั้นขอแนะนำเลยกับหนังแนวสืบสวนระทึกขวัญของจีนเรื่องนี้ ไม่ผิดหวังแน่นอนครับ

คะแนนส่วนตัว 4.5/5

รีวิวโดย A.L. Lucky


              เรื่องราวของ เหอเฟย ที่ตามหา หลี่มู่จื่อ ภรรยาที่หายไปในวันครบรอบ หลังจากเข้าบาลันเดียผ่านท่าเรือริด้ามาเที่ยว โดยเขาแจ้งความหลายครั้ง แต่ตำรวจไม่สนใจ เนื่องจากขาดกำลังคนและอยู่ในช่วงฤดูท่องเที่ยว ต้องเป็นคดีอาญาที่มีหลักฐานแน่นหนาถึงจะสืบสวน แต่ภรรยาของเขาหายตัวไปครึ่งเดือน จึงไม่มีหลักฐานอะไร โดยเขาต้องกลับจีนเมื่อวีซ่าจะหมดอายุในอีกห้าวัน แต่แล้วอยู่ ๆ ภรรยาของเขาก็กลับมา ซึ่งหลักฐานทุกอย่างระบุแน่ชัดว่าเป็นตัวจริง แต่เขากลับหาว่าเธอเป็นตัวปลอมและโกหก เนื่องจากเธอไม่ชอบเข้าสังคมไม่มีทางหนีไปเองแน่นอน โดยเธอบอกว่าหายตัวไปที่เกาะมูซานและไม่โทรหาเพราะต้องการสั่งสอนให้เขาเห็นค่าของเธอมากกว่านี้ เขาจึงต้องหาความจริงและขอความช่วยเหลือจากทนายเฉินม่าย

              เปิดเรื่องฉายถึงตัวละครหลักที่ตามหาภรรยาที่หายตัวไปในสถานีตำรวจ แต่ก็ไม่ได้รับความช่วยเหลือ จากนั้นก็ฉายถึงภรรยาที่หายตัวไปกลับมา แต่ตัวละครไม่เชื่อว่าเป็นตัวจริง ซึ่งหนังทำได้ชวนติดตามว่าเป็นตัวจริงหรือไม่กันแน่ หรือตัวละครหลักเป็นบ้าไปเอง ซึ่งตัวละครแต่ละคนแสดงได้ดีสมบทบาท โดยหลังจากนั้นจะเน้นฉายถึงตัวละครที่ต้องตามสืบหาความจริง พร้อมกับค่อย ๆ เปิดเผยเรื่องราวของตัวละครหลักและภรรยา ด้วยการฉายถึงเรื่องราวในอดีตเป็นช่วง ๆ จนค่อย ๆ เปิดเผยเรื่องราวทีละน้อย ซึ่งกลับไปกลับมา ชวนติดตามเอาใจช่วยตัวละครดี แต่บางช่วงค่อนข้างน่าเบื่อไปหน่อย โดยมีหักมุมในช่วงท้ายเรื่อง แต่ช่วงเปิดเผยเรื่องราวกลับผิดหวังไปบ้าง

คะแนนส่วนตัว 6/10

รีวิวโดย 刘心爱 

ตัวอย่าง


ขอบคุณภาพจาก IMDb เครดิต Beijing Tianhua Huawen รูปหน้าปกที่ 1 / รูปหน้าปกที่ 2 / รูปหน้าปกที่ 3

วันพฤหัสบดีที่ 7 กันยายน พ.ศ. 2566

รีวิวหนัง The Nun 2 (2023) เดอะ นัน 2

 


              The Nun 2 (2023) เดอะ นัน 2 เป็นภาพยนตร์สยองขวัญเหนือธรรมชาติสไตล์โกธิกสัญชาติอเมริกันที่กำกับโดย Michael Chaves พร้อมบทภาพยนตร์ที่เขียนโดย Ian Goldberg, Richard Naing และ Akela Cooper จากเรื่องราวของ Cooper ซึ่งเป็นภาคต่อของ The Nun (2018) และภาคที่เก้าในแฟรนไชส์ ​​The Conjuring Universe นำแสดงโดย Taissa Farmiga, Jonas Bloquet และ Bonnie Aarons ที่กลับมาจากภาคแรก โดยมี Storm Reid และ Anna Popplewell ร่วมแสดง Peter Safran และ James Wan กลับมาเป็นผู้อำนวยการสร้าง

              ในปี 2017 Wan ได้พูดคุยถึงความเป็นไปได้ของภาคต่อของ Nun และภายในปี 2019 Safran ก็เปิดเผยว่าภาพยนตร์เรื่องนี้อยู่ระหว่างการพัฒนาในช่วงต้น ในตอนแรก Cooper ได้รับการว่าจ้างให้เป็นผู้เขียนบท แต่เพียงผู้เดียวสำหรับภาพยนตร์เรื่องนี้ ก่อนที่ Goldberg และ Naing จะร่วมเป็นผู้เขียนบทในเวอร์ชันสุดท้ายของบทภาพยนตร์ Chaves ซึ่งเคยกำกับภาพยนตร์สองเรื่องก่อนหน้านี้ใน The Conjuring Universe ได้แก่ The Curse of La Llorona (2019) และ The Conjuring: The Devil Made Me Do It (2021) ได้รับการประกาศให้กำกับภาพยนตร์เรื่องนี้ การถ่ายภาพหลักเริ่มในเดือนตุลาคม 2022 ในฝรั่งเศส The Nun II มีกำหนดเข้าฉายในสหรัฐอเมริกาวันที่ 8 กันยายน 2023 โดย Warner Bros. Pictures

"โกลาหลพี่แม่ชี พากันว้าวุ่นเลย"

                 การกลับมาอีกครั้งของวาลัคผีแม่ชี (บอนนี่ อารอนส์) ที่คราวนี้มันมาสร้างความสยองครั้งใหม่ให้กับเมืองต่าง ๆ เมื่อมีบาทหลวงโดนมันฆ่าตายในหลาย ๆ ที่ ทำให้ทางสำนักสงฆ์ต้องตาม ซิสเตอร์ไอรีน (เทสซ่า ฟาร์ไมก้า) ผู้จัดการกับมันในภาคที่ 1 กลับมาตามสืบและจัดการกับมันอีกครั้ง ซึ่งในคราวนี้มันมีเป้าหมายหลักที่โรงเรียนสอนศาสนาสตรีที่มีเด็กหญิงเป็นจำนวนมากที่กำลังจะตกอยู่ในอันตรายจากฝีมือของวาลัค

                 การกลับมากับภาคที่ 2 ของผีแม่ชีภาคหลัก ไม่นับใน Conjuring กับผีที่แค่โผล่มายืนนิ่ง ๆ ในความมืดก็สยองแล้ว ต้องยอมใจคนออกแบบและหน้าตานักแสดงที่ดูสยองและหลอนทุกครั้งที่โผล่มาในหนัง

                 ในภาคที่ 2 นี่ในภาพรวมมีฉากหลอน ๆ โผล่มาเป็นระยะ ที่ดูระทึกขวัญใช้ได้ แต่ถ้าตัดความหลอนออก การเล่าเรื่องอาจจะดูเฉย ๆ ไม่ได้น่าชวนติดตามสักเท่าไหร่ เหมือนไม่เน้นเนื้อเรื่องที่ทำออกมาดูเบาหวิวมาก ๆ เล่าไปเรื่อย ๆ อยากจะยัดอะไรก็ใส่ ไม่เข้าใจเหตุผลในการกระทำของตัวละครในบางเรื่องหรือแม้กระทั่งการกระทำของผีเองก็ตาม โผล่ไปเรื่อย ทุก ๆ ที่ สะเปะสะปะ เพราะฉนั้นจึงดูเพื่อเน้นความบันเทิงซึ่งเป็นเหมือนจุดขายของหนัง ก็ถือว่าประเด็นนี้พอตอบโจทย์หนังสยองขวัญได้

                 ในช่วงไคลแมกซ์ รู้สึกว่าความหลอนลดลง แต่กลับกลายเป็นความโกลาหลวุ่นวาย คนหนีผี วิ่งวุ่นกันทั้งตึกและทั้งโบสต์ พล็อตมีความคล้ายหนังผีไทยเลย ซึ่งความน่ากลัวลดหายไปถ้าเทียบกับภาคก่อน ๆ

                ภาพรวม ก็เป็นหนังผีภาคต่อที่สร้างมาเพื่อขายบรรดาแฟนๆ จักรวาล Conjuring มีความหลอน ความน่ากลัวอยู่ในระดับพอใช้ได้ แต่ไม่ได้ถึงขั้นน่าจดจำสักเท่าไร ดูเพื่อเก็บให้ครบหนังจักรวาล Conjuring เผื่อจะเชื่อมโยงไปภาคอื่น ๆ ในอนาคต

                 และสุดท้าย หนังมีฉากหลัง End credit 1 ฉากให้ดู ซึ่งก็ไม่รู้ว่าจะมีภาค 3 กันอีกมั้ยในอนาคต..?

คะแนนส่วนตัว 3.5/5

รีวิวโดย A.L. Lucky


              เรื่องราวของ ซิสเตอร์ไอลิน พาลเมอร์ ผู้ที่มีชีวิตรอดเพียงคนเดียวจากประสบการณ์การเผชิญหน้ากับปีศาจที่ถูกคริสจักรเรียกตัวมา เพื่อตรวจสอบคดีการเสียชีวิตที่เซเลสเต้ได้วาดภาพในฮังการีเกี่ยวกับบุคคลที่เสียชิวิตอย่าง แม่ชีวัยเก้าสิบปีที่ยิงตัวเองตายบนขั้นบันไดโบสถ์ กลาส ออสเตรีย นักบวชปาดคอตัวเองด้วยลูกประคำระหว่างประกอบพิธี อีโด โล อิตาลี สามเณรกระโดดออกจากหน้าต่างและเมื่อเดือนที่แล้วทาลาสคอน ฝรั่งเศส บาทหลวงอีกคนถูกเผาในโบสถ์อย่างไร้สาเหตุ ซึ่งดูเหมือนจะเคลื่อนตัวไปทั่วยุโรปตะวันตก แต่แหล่งที่มาชี้ว่าอยู่ในโรมาเนีย ซึ่งเชื่อว่าปีศาจยังมีชีวิตอยู่ ว่าปีศาจต้องการอะไรและจะมุ่งหน้าไปที่ไหนต่อ แล้วเธอก็ได้พบสิ่งที่ปีศาจต้องการ บางสิ่งที่ทรงพลัง น่าปรารถนา เป็นโบราณวัตถุ

              เปิดเรื่องด้วยการฉายถึงตัวละครที่เจอกับปีศาจและถูกเล่นงานในทาลาสคอน ฝรั่งเศส 1956 ก่อนตัดเข้าเรื่องฉายถึงตัวละครหลักก่อนที่จะมีเหตุให้ต้องเดินทางไปตรวจสอบยังสถานที่ในช่วงเปิดเรื่อง ซึ่งช่วงนี้ค่อนข้างน่าเบื่อไปหน่อย จากนั้นก็เริ่มฉายถึงตัวละครที่ต้องเจอกับปีศาจอีกครั้ง โดยจะเน้นตัวละครในโรงเรียนที่เจอปีศาจ พร้อมกับตัวละครหลักที่กำลังตามสืบสวนจากผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องที่มีการเปิดเผยเรื่องราวที่มาที่ไปของปีศาจด้วยและเชื่อมโยงไปยังหอพักโรงเรียน ซึ่งมีฉายถึงเหตุการณ์ในภาคแรกบ้างและยังคงมีตัวละครหลัก ๆ จากภาคแรกร่วมด้วย รวมทั้งมีฉายถึงเรื่องราวในวัยเด็กของตัวละครหลักที่ภาคแรกไม่ได้พูดถึง โดยภาคนี้ยังคงเน้นไปที่การสืบสวนเป็นหลักและยังคงเน้นตุ้งแช่เหมือนเดิม แต่มีปีศาจเพิ่มเติมในหลายรูปแบบ ซึ่งช่วงหลอกหลอนก็จะเน้นบรรยากาศมืด ๆ ที่บางช่วงก็มืดเกินจนมองไม่ค่อยเห็น ชวนให้ลุ้นดีว่าจะเจออะไรและชวนลุ้นเอาใจช่วยตัวละครในช่วงท้ายเรื่อง แต่ก็พอเดาเรื่องได้บ้างและบางช่วงค่อนข้างน่าเบื่อไปหน่อย 

คะแนนส่วนตัว 5.5/10

รีวิวโดย 刘心爱

ตัวอย่าง


ขอบคุณภาพจาก Warner Bros. Pictures รูปหน้าปกที่ 1

ขอบคุณภาพจาก IMDb เครดิต Warner Bros. Pictures รูปหน้าปกที่ 2 / รูปหน้าปกที่ 3


วันพุธที่ 23 สิงหาคม พ.ศ. 2566

รีวิวหนัง Baby Blue (2023)

 


                Baby Blue (2023) เป็นภาพยนตร์สยองขวัญจากอเมริกาที่กำกับโดย Adam Mason เขียนโดย Adam Mason และ Simon Boyes นำแสดงโดย Dylan Sprayberry, Cyrus Arnold และ Oliver Cooper

             แบรดลีย์ บลู หรือที่รู้จักกันในชื่อ เบบี้ บลู มีชื่อเสียงน่าขนลุกในฐานะฆาตกรต่อเนื่องที่อายุน้อยที่สุดในอเมริกา ผู้สังหารชายหญิงอย่างน้อยสามสิบสองคน

             เรื่องราวของ อลิซ, เจเจ, ออกัส (บีนส์) และ ฮัทช์ ที่รับจ้างถ่ายทำบล็อกวีดีโอแกล้งคน แต่ โม ต้องการให้ดังกว่านี้ด้วยการทำวีดีโอเกี่ยวกับอาชญากรรมที่เกิดขึ้นจริง อะไรที่มันแย่ น่าขยะแขยง วิตถาร หดหู่ โดยต้องลงลึกกว่าทุกคนที่เคยทำมา อลิซจึงได้เสนอถึง คาลวิน โจนส์ ที่เกิดคลั่งและตัดสินใจโดดจากดาดฟ้าเมื่อหกเดือนก่อนที่เรดมอนท์ ด้วยการเปิดคลิปจากกล้องวงจรปิดเรดมอนท์ให้ดู ซึ่งคาดว่าไม่ใช่การฆ่าตัวตายและเกี่ยวกับอาชญากรรมเหนือธรรมชาติ ทำให้พวกเขาสนใจสืบหาความจริง โดยพวกเขาได้เจอที่อยู่ของ จอย แฟนคาลวิน โจนส์ ที่เวสฮอลิวูด ที่พูดถึง เบบี้ บลู รวมทั้งเจอมือถือของคาลวิน โจนส์ ที่บอกว่าอย่าเปิดคลิปดูเด็ดขาด แต่แล้วก็มีคนเปิดดูจนได้เจอกับเบบี้ บลู

              เปิดเรื่องฉายถึงด็อกเตอร์บาร์เร็ตต์ที่กำลังสัมภาษณ์ลอร่า มิลส์ อายุ 13 จากเรซิด้า แคลิฟอร์เนีย เมื่อวันที่ 17 มกราคม 2017 ซึ่งถูกตั้งข้อหาฆาตกรรมครั้งแรก โดย เบบี้ บลู บังคับให้เธอทำหลังดูคลิป จากนั้นตัวละครก็ฆ่าตัวตายและตัดเข้าเรื่องฉายถึงตัวละครหลักที่กำลังทำงาน พร้อมแนะนำตัวละครแต่ละคน ซึ่งจะมีคนคอยถ่ายวีดีโออยู่ตลอดทั้งเรื่องสลับกันไปมาเหมือนดูหนังฟาวด์ฟุตเทจ จากนั้นก็เริ่มพูดถึงเหยื่อฆ่าตัวตายด้วยพฤติกรรมแปลก ๆ ที่เกี่ยวข้องกับสิ่งเหนือธรรมชาติ ซึ่งช่วงหลังจากนี้ไปจะเน้นไปที่การสืบสวนเรื่องราวทีละขั้นที่ค่อย ๆ เปิดเผยเรื่องราว ซึ่งเกี่ยวข้องกับ เบบี้ บลู ค่อย ๆ น่าสนใจขึ้น ดูแล้วชวนติดตามและลุ้นว่าจะเจออะไร โดยเฉพาะเมื่อเข้ามายังสถานที่ที่ให้บรรยากาศมืด ๆ หลอน ๆ บวกกับเพลงที่คอยตามหลอกหลอนตัวละคร ทำให้ชวนหลอนตามไปด้วย จนเมื่อเข้าสู่ช่วงกลางเรื่องจะเริ่มฉายถึงฆาตกรที่ตามเล่นงาน ซึ่งก็ชวนลุ้นเอาใจช่วยตัวละครดีและชวนลุ้นว่าจะแก้ปัญหาได้ยังไง ถึงแม้จะพอเดาเรื่องได้บ้าง โดยสอดแทรกจุดตลก ๆ ให้ยิ้มและหัวเราะบ้างและตัวละครแต่ละคนถือได้ว่าคัดมาได้สมบทบาท โดยจบทิ้งท้ายเหมือนมีต่อ

คะแนนส่วนตัว 6.5/10

ตัวอย่าง


ขอบคุณภาพจาก IMDb เครดิต Microdose Entertainment รูปหน้าปกที่ 1 / รูปหน้าปกที่ 2

ป้ายกำกับ