แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ หนังฝรั่ง แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ หนังฝรั่ง แสดงบทความทั้งหมด

วันเสาร์ที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2569

รีวิวหนัง The end of Oak street (2026) มหาภัยสุดถนนโอ๊ค



           The end of Oak street (2026) มหาภัยสุดถนนโอ๊ค เป็นภาพยนตร์เอาชีวิตรอดแนววิทยาศาสตร์อเมริกันที่เขียนบท ร่วมผลิต และกำกับโดย David Robert Mitchell นำแสดงโดย Anne Hathaway, Ewan McGregor, Maisy Stella และ Christian Convery มีกำหนดฉายในสหรัฐอเมริกาโดย Warner Bros. Pictures ในวันที่ 14 สิงหาคม 2026 

"เป็นหนังไดโนเสาร์ที่เล่นประเด็นเรื่องเวลา และมีความซีเรียส และตอบโจทย์ความลุ้นระทึกกันได้ทั้งเรื่อง"

          ใครที่ชื่นชอบหนังแนวไดโนเสาร์ แล้วอยากเห็นความสนุก ความโหด ความลุ้นระทึก ที่ไม่ได้เห็นมาจากหนังไดโนเสาร์มานานแล้ว คุณจะได้เห็นในเรื่องนี้

          หนังใช้พล็อตไอเดียสุดบรรเจิดเกี่ยวกับเวลา การวาป ซึ่งเอามาผสมผสานกับเหล่าไดโนเสาร์สุดโหด ที่สามารถออกมาวิ่งไล่ล่าในเมืองได้ หนังมีสอดแทรกประเด็นเรื่องครอบครัวเข้ามาช่วยขับเคลื่อนและสร้างดราม่า และจากพล็อตสุดล้ำนี้ ทำให้เราได้ลุ้นระทึกไปกับเหล่าไดโนเสาร์มากมายที่มี Location เป็นเมือง ที่ดูแปลกตาและดูไม่ซ้ำใครดี และสุดท้ายหนังก็สามารถหาบทสรุปออกมาได้อย่างลงตัวอีกด้วย

         การออกแบบไดโนเสาร์ และการใช้ CG ก็ทำออกมาใช้ได้ รวมถึงทำให้เรามีความรู้สึกอินกับการเอาใจช่วยทุกตัวละครที่หนังใส่เข้ามา

ภาพรวมไปดูเถอะครับ หนังสนุกมาก ขอแนะนำหนังไดโนเสาร์ดีๆ เรื่องนี้ครับ

คะแนนส่วนตัว 9/10

รีวิวโดย A.L. Lucky


          เรื่องราวของครอบครัวหนึ่งได้แก่ เดนิส แพลตต์, เกร็ก, ออเดรย์ และ ไบรอัน ที่อาศัยอยู่บนถนนโอ๊คในชานเมืองฟลาวเวอร์เวล มลรัฐมิชิแกน ต้องเผชิญหน้ากับสัตว์สูญพันธุ์หลายล้านปี เมื่อแสงขาวบางอย่างได้พาถนนสายนี้ย้อนมาสู่ยุคอดีตในสมัยนั้น โดยพวกเขาต้องหาทางเอาชีวิตรอดออกไปจากที่นี่ให้ได้

          เปิดเรื่องด้วยการปูที่มาที่ไปของตัวละครครอบครัว ซึ่งตลอดทั้งเรื่องจะสอดแทรกความสัมพันธ์ครอบครัวมาเป็นช่วง ๆ โดยมีช่วงดราม่าบ้าง จากนั้นก็เริ่มฉายถึงต้นไม้ลึกลับที่สูญพันธ์ุไปหลายล้านปี ซึ่งจุดนี้เป็นไปไม่ได้ เพราะยังไม่เกิดแสงที่พากลับไปสู่อดีต ก่อนที่จะเกิดเหตุแสงไฟสีขาวที่เมื่อเกิดขึ้นแล้วเริ่มทำให้ถนนสายนี้เหมือนอยู่ในยุคอดีต ซึ่งจุดนี้หนังทำได้น่าสนใจดี โดยหนังจะค่อย ๆ ดำเนินเรื่องเรื่อย ๆ ค่อย ๆ ฉายถึงสัตว์สูญพันธุ์ที่ปรากฎตัวทีละตัว ซึ่งก็ทำได้สมจริงดี แต่เสียดายที่ฉายถึงสัตว์พวกนี้น้อยไปหน่อย น่าจะเปิดตัวให้หลากหลายกว่านี้ บางตัวบทน้อยไป บางตัวดูน่ารักมากกว่าน่ากลัว แต่ก็ชวนลุ้นเอาใจช่วยตัวละครดี ถึงแม้บางช่วงจะง่ายไปหน่อย ไม่ได้เผชิญหน้ากับสัตว์ประหลาดเลยและเดาเรื่องได้ไม่ยาก

คะแนนส่วนตัว 5.5/10

รีวิวโดย 刘心爱

ตัวอย่าง


ขอบคุณภาพจาก Warner Bros. Pictures รูปหน้าปกที่ 1

ขอบคุณภาพจาก IMDb เครดิต Warner Bros. Pictures รูปหน้าปกที่ 2 / รูปหน้าปกที่ 3

วันอังคารที่ 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2569

รีวิวหนัง Pinocchio Unstrung (2026) พินอคคิโอ หุ่นไม้สายเชือด

 


           Pinocchio Unstrung (2026) พินอคคิโอ หุ่นไม้สายเชือด เป็นภาพยนตร์สแลชเชอร์อิสระของอังกฤษที่เขียนบทและกำกับโดย Rhys Frake-Waterfield นำแสดงโดย Robert Englund และ Richard Brake ซึ่งเป็นภาคที่ห้าของจักรวาล Twisted Childhood (TCU) และเป็นการเล่าเรื่องสยองขวัญใหม่ของนิยายปี 1883 เรื่อง The Adventures of Pinocchio ของ Carlo Collodi ในสหราชอาณาจักรและประเทศอื่น ๆ ใช้ชื่อว่า Pinocchio: Unstrung

           โดยเข้าฉายในงานเทศกาลภาพยนตร์แฟนตาสติกนานาชาติบรัสเซลส์เมื่อวันที่ 11 เมษายน 2026 ก่อนจะเข้าฉายในโรงภาพยนตร์ทั่วโลกในวันที่ 24 กรกฎาคม 2026 โดย ITN Distribution 

          เรื่องราวของ เจมส์ ที่สูญเสียแม่และเพื่อนรักคนหนึ่งไป ทำให้ตาของเขา เจเป็ตโต้ ได้สร้างหุ่นไม้ที่มีชีวิต ซึ่งมีชื่อว่า พินอคคิโอ ให้เป็นเพื่อนเขา ซึ่งทำให้พินอคคิโออยากเป็นมนุษย์เหมือนเจมส์และอยากปกป้องเจมส์ จึงได้ฆ่าทุกคนที่เป็นศัตรูกับเขาและทำให้เขาต้องเจ็บ รวมทั้งฆ่าเอาอวัยวะมนุษย์ เพื่อต้องการเป็นมนุษย์

           เปิดเรื่องด้วยการเล่านิทานผ่านตัวละครเจเป็ตโต้ด้วยการเชิดหุ่นไม้ก่อนที่จะฉายถึงตัวละครที่เล่านิทานและเด็ก ซึ่งเป็นเหตุการณ์ก่อนที่เจเป็ตโต้จะแนะนำพินอคคิโอให้รู้จักกับเจมส์ ซึ่งฉากเปิดตัวพินอคคิโอถือว่าทำได้หลอนและน่าสนใจดี แต่เนื้อเรื่องคาดเดาได้ง่าย พล็อตเรื่องคล้าย ๆ กับเรื่อง Child's Play (2019) คลั่งฝังหุ่น จึงดูแล้วไม่ค่อยแปลกใหม่เท่าไหร่ โดยเปลี่ยนจากตุ๊กตาชัคกี้เป็นหุ่นไม้พินอคคิโอที่อ้างอิงตามนิทานเล็กน้อย คือ ถ้าโกหกจมูกจะยาวขึ้นเรื่อย ๆ โดยจะมาในสายโหด แต่ก็แอบแฝงข้อคิดบางอย่าง ซึ่งฆาตกรไม่ได้ร้ายตั้งแต่แรก แต่เกิดจากการสั่งสอนชักจูงและการเรียนรู้ผิด ๆ เป็นหุ่นไม้ที่มีชีวิตจิตใจเหมือนมนุษย์ ทำให้ดูแล้วไม่ได้เกลียดฆาตกรขนาดนั้น ซึ่งฉากฆ่าโหดดีและแฝงความฮาของพินอคคิโอ ที่ดูแล้วชวนขำตลอดทั้งเรื่อง ถึงแม้หุ่นไม้มีชีวิตนี้จะดูเป็นไปไม่ค่อยได้เท่าไหร่ โดยจบทิ้งท้ายเหมือนมีต่อ

คะแนนส่วนตัว 5.5/10

รีวิว Child's Play (2019) คลั่งฝังหุ่น

ตัวอย่าง


ขอบคุณภาพจาก IMDb เครดิต Jagged Edge Productions รูปหน้าปกที่ 1 / รูปหน้าปกที่ 2 / รูปหน้าปกที่ 3

วันอาทิตย์ที่ 12 กรกฎาคม พ.ศ. 2569

รีวิวหนัง Evil Dead Burn (2026) ผีอมตะแผดเผา

 

 
           Evil Dead Burn (2026) ผีอมตะแผดเผา เป็นภาพยนตร์สยองขวัญเหนือธรรมชาติอเมริกัน ซึ่งเป็นภาคที่หกในซีรีส์ภาพยนตร์ Evil Dead และเป็นภาครีบูตที่สาม หลังจาก Evil Dead (2013) และ Evil Dead Rise (2023) กำกับและเขียนบทร่วมโดย Sébastien Vaniček อำนวยการสร้างโดย Rob Tapert และผู้สร้างซีรีส์ Sam Raimi นำแสดงโดย Souheila Yacoub, Tandi Wright, Hunter Doohan, Luciane Buchanan, Erroll Shand และ Maude Davey

           มีการประกาศเกี่ยวกับภาพยนตร์สปินออฟที่กำลังอยู่ในขั้นตอนการพัฒนาใน เดือนกุมภาพันธ์ 2024 โดย Vaniček ถูกจ้างให้กำกับบทภาพยนตร์ที่เขาร่วมเขียนกับ Florent Bernard ในขณะที่ Sam Raimi และ Robert Tapert ทำหน้าที่เป็นโปรดิวเซอร์ โดย Ghost House Pictures เป็นผู้ผลิตโปรเจกต์นี้ ต่อมาในเดือนธันวาคม 2024 Vaniček ได้เปิดเผยชื่อว่าจะเป็น Evil Dead Burn พร้อมกับกำหนดการออกฉายเบื้องต้นในปี 2026 การคัดเลือกนักแสดงเริ่มขึ้นในเดือนพฤษภาคม 2025 ส่วนการถ่ายทำเริ่มในเดือนกรกฎาคมและเสร็จสิ้นในเดือนตุลาคมปีเดียวกันที่นิวซีแลนด์

           โดยออกฉายที่โรงภาพยนตร์ในฝรั่งเศสเมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม 2026 ตามด้วยสหรัฐอเมริกาในวันที่ 10 กรกฎาคม โดย Warner Bros. Pictures ในพื้นที่อเมริกาเหนือ และโดย Sony Pictures Releasing ผ่านแบรนด์ Screen Gems ของพวกเขาในต่างประเทศ

          เรื่องราวของ อลิส แฟนของ วิล ที่ต้องมาอยู่กับครอบครัวฝั่งสามีอย่าง โจเซฟ น้องชายวิล, ทยา แฟนของโจเซฟ, ซูซาน แม่ของวิล, เอดการ์ พ่อของวิล และ พอลล่า แม่ของซูซาน ในบ้านพักริมทะเลสาบที่เธอกับสามีร่วมกันสร้าง หลังจากที่สามีเสียชีวิตจากอุบัติเหตุ และได้เจอกับงานวิจัยของเบนจามินสามีของพอลล่า ซึ่งทำให้เธอได้ปลุกปีศาจในหนังสือออกมา

          ภาคนี้มีความคล้าย ๆ กับภาค Evil Dead Rise (2023) ในหลาย ๆ จุดเลย แต่เปลี่ยนตัวละครใหม่หมด ซึ่งก็น่าเสียดายที่น่าจะดำเนินเรื่องต่อเนื่องกัน โดยตอนได้เห็นจากตัวอย่างและเรื่องย่อดูเหมือนจะเป็นภาคใหม่ไม่น่าต่อเนื่องกันเท่าไหร่ แต่หนังก็สามารถทำได้น่าสนใจชวนติดตามตลอดทั้งเรื่องเช่นเดียวกัน และแอบมีเซอร์ไพส์ตัวละครจากภาคก่อนหน้าในช่วงเอนเครดิต ซึ่งก็ได้ทิ้งท้ายเหมือนมีต่อ โดยเปิดเรื่องได้น่าสนใจดีด้วยการฉายถึงปีศาจที่ปรากฎตัวมาเล่นงานเหยื่อ ซึ่งไม่ได้มีใครปลุกออกมาจากหนังสือ ก่อนที่จะฉายถึงตัวละครที่กำลังศึกษางานวิจัยของปู่ ซึ่งเกี่ยวข้องกับปีศาจตัวนี้ โดยมีอาวุธที่สามารถเล่นงานได้ ซึ่งก็เหมือนจะกำจัดปีศาจได้ง่าย แต่ก็ไม่ได้ง่ายอย่างที่คิดและก็มีฉากโหดให้ได้เห็นกันตามเคย จากนั้นก็ฉายถึงตัวละครหลัก ๆ ในเรื่องก่อนที่จะได้นำปีศาจกลับมาด้วย ซึ่งช่วงแรกจะมีดราม่าเล็กน้อย โดยภาคนี้ได้เน้นฉายถึงตัวละครที่เอาชีวิตรอดในบ้านหลังหนึ่ง เนื่องจากปีศาจพยายามขัดขวางไม่ให้ออกไปข้างนอกได้ ในขณะที่ปีศาจต้องการอาวุธที่สามารถกำจัดตนได้ ซึ่งปีศาจก็มาในรูปแบบเดิม แต่แอบแฝงความฮาอยู่ด้วย รวมทั้งตัวละครบางคนที่ช่วยสร้างสีสันในเรื่องได้ดี โดยปีศาจจะค่อย ๆ เผยความโหดขึ้นเรื่อย ๆ และไล่ฆ่าเหยื่ออย่างไม่ยั้ง ซึ่งก็ชวนลุ้นเอาใจช่วยตัวละครสุด ๆ โดยมีฉากให้ตกใจบ้างเล็กน้อย นอกจากปีศาจจะตายยากแล้ว ตัวละครหลักก็อึดและสู้ชีวิตไม่แพ้กัน ถึงแม้บางจุดจะเดาเรื่องได้บ้าง

คะแนนส่วนตัว 7.5/10

อ่านรีวิว Evil Dead Rise (2023) ผีอมตะผงาด

ตัวอย่าง


ขอบคุณภาพจาก Warner Bros. Pictures รูปหน้าปกที่ 1

ขอบคุณภาพจาก IMDb เครดิต Warner Bros. Pictures รูปหน้าปกที่ 2 / รูปหน้าปกที่ 3

วันเสาร์ที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ. 2569

รีวิวหนัง Lights Out (2016) มันออกมาขย้ำ

 


           Lights Out (2016) มันออกมาขย้ำ เป็นภาพยนตร์สยองขวัญเหนือธรรมชาติของอเมริกาที่กำกับโดย David F. Sandberg เขียนโดย Eric Heisserer ซึ่งได้ดัดแปลงบทภาพยนตร์มาจากภาพยนตร์สั้นชื่อเดียวกันของ Sandberg ในปี 2013 นำแสดงโดย Teresa Palmer, Gabriel Bateman, Alexander DiPersia, Billy Burke และ Maria Bello นอกจากนี้ยังมีภรรยาของ Sandberg คือ Lotta Losten ซึ่งเคยแสดงในภาพยนตร์สั้น

           ผลิตโดย Heisserer, Lawrence Grey และ James Wan ถ่ายทำในลอสแอนเจลิสตั้งแต่เดือนมิถุนายนถึงสิงหาคม 2015 ได้เข้าฉายรอบปฐมทัศน์โลกที่เทศกาลภาพยนตร์ลอสแองเจลิสเมื่อวันที่ 8 มิถุนายน 2016 และถูกปล่อยในสหรัฐอเมริกาและแคนาดาโดย Warner Bros. Pictures เมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม 2016

           ไดอาน่า ผู้ป่วยที่มีอาการเกี่ยวกับปัญหาผิวหนังขั้นรุนแรงจนไม่สามารถออกไปเจอแสงแดดได้ ซึ่งได้เสียชีวิตจากการรักษา

          เรื่องราวของ รีเบคก้า พี่สาวต่างแม่ของ มาร์ติน ที่ต้องมาช่วยดูแลมาร์ตินจากปีศาจที่ชื่อ ไดอาน่า ซึ่งเกี่ยวข้องกับแม่ของมาร์ตินที่มีอาการป่วยจากเหตุการณ์ในอดีตตั้งแต่เด็ก โดยเธอได้ค้นพบว่าต้องอยู่ในที่สว่างถึงจะปลอดภัยจากปีศาจตนนี้

           เปิดเรื่องได้น่าสนใจดี โดยปีศาจเรื่องนี้จะมากับความมืด และกลัวแสงสว่าง ถึงแม้จะไม่ได้แปลกใหม่มากก็ตาม ซึ่งตลอดทั้งเรื่องจะไม่ได้ฉายให้เห็นหน้าของปีศาจเลย จะเห็นเพียงแค่เงาดำ ๆ ซึ่งเหมือนจะง่าย แค่อยู่ในที่สว่างก็ปลอดภัยจากปีศาจ แต่ต่อให้อยู่ที่สว่าง ปีศาจก็สามารถทำให้มืดและฆ่าเหยื่อได้ โดยจะค่อย ๆ เปิดเผยเรื่องราวของปีศาจในช่วงกลาง ๆ เรื่อง โดยตัวละครในเรื่องมีอยู่ไม่กี่คนและเน้นสถานที่ในบ้านเป็นหลัก ซึ่งฉากที่ปีศาจจะปรากฎตัวก็ชวนลุ้นดี แต่ความหลอนดูลดลงจากช่วงเปิดเรื่องและการดำเนินเรื่องค่อนข้างน่าเบื่อไปหน่อย ไม่ค่อยชวนติดตามสักเท่าไหร่ ฉากปีศาจก็ดูน้อยไป พอจะตายก็ตายง่ายเกินไป แถมหนังก็ดูสั้นไปหน่อยแค่ชั่วโมงกว่า ๆ เอง 

คะแนนส่วนตัว 4.5/10

ตัวอย่าง


ขอบคุณภาพจาก Warner Bros. Pictures รูปหน้าปกที่ 1 / รูปหน้าปกที่ 2 / รูปหน้าปกที่ 3

วันพฤหัสบดีที่ 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2569

รีวิวหนัง Capture (2026)



            Capture (2026) เป็นภาพยนตร์สยองขวัญจากอเมริกาที่กำกับโดย Bruce Wemple นำแสดงโดย Kaitlyn Lunardi, Cedric Gegel และ Chris Cimperman

           กล้องวีดีโอที่เหมือนมีปีศาจสิงอยู่ด้วยการเซ่นสังเวยเหยื่อ เพื่อแลกกับชีวิต เรื่องราวของ เอบิเกล เบ็คเกอร์ (แอบบี้) ที่โตมาในสถานสงเคราห์และอยากรู้จักพ่อแม่ของตน โดยเธอได้รับมรดกพินัยกรรมฉบับเมื่อเดือนสิงหาคม 1994 เป็นบ้านนอกเมืองที่ถูกทิ้งร้าง ทำให้เธอตัดสินใจเดินทางไปทันที โดยได้รับความช่วยเหลือจาก ไคล์ บาร์เทนเดอร์ ที่ช่วยขับรถพาเธอไปส่งที่นั่น ซึ่งที่นั่นเธอได้พบกับกล้องวีดีโอและเทปวีดีโอที่บันทึกครอบครัวไว้ ซึ่งทำให้เธอต้องค้นหาความจริงที่เกิดขึ้น

          เปิดเรื่องฉายถึงตัวละครที่เจอบ้านหลังหนึ่งและได้เข้าไปหาโทรศัพท์ ในขณะที่มีใครบางคนกำลังถ่ายวีดีโออยู่ ซึ่งตัวละครที่ถูกถ่ายก็เริ่มมีอาการเหมือนถูกผีสิงก่อนตัดเข้าเรื่อง โดยฉายถึงตัวละครหลักก่อนที่จะมีเหตุให้เดินทางไปยังบ้านนอกเมือง ซึ่งในระหว่างที่เดินทางไป ก็ได้ฉายถึงตัวละครที่ดูเหมือนมีความลับเกี่ยวกับบ้านหลังนัน้ปกปิดไว้ ซึ่งเป็นบ้านเดียวกับในช่วงเปิดเรื่อง จากนั้นก็ค่อย ๆ ฉายบรรยากาศเหมือนกับช่วงเปิดเรื่องและสิ่งของต่าง ๆ ในบ้าน จนมาเจอกับกล้องวีดีโอที่หันออกไปนอกบ้านและวีดีโอหลายม้วน ก่อนที่จะฉายถึงบางอย่างในจุดนั้น ซึ่งก็มักจะฉายเหมือนมีใครกำลังถ่ายวีดีโออยู่และมีคนอยู่ในบ้าน จากนั้นก็ได้ฉายถึงเหตุการณ์ในเทปวีดีโอ ซึ่งเกี่ยวข้องกับบันทึกครอบครัว จนต้องกรอเทปย้อนกลับไปยังบางจุด ซึ่งมีบางอย่างเกิดขึ้น โดยชวนลุ้นว่าจะเจออะไรในคลิป รวมทั้งเหตุการณ์แปลก ๆ ในบ้าน โดยเฉพาะภาพในกล้องวีดีโอที่กำลังมองอยู่ โดยช่วงกลางเรื่องจะค่อย ๆ เปิดเผยเรื่องราวทีละน้อย ไปพร้อมกับการดูเทปบันทึกและดูผ่านกล้องวีดีโอ ซึ่งเป็นเทปคนไข้ของแม่ที่มีอาการแปลก ๆ แต่ช่วงที่ดูเทปช่วงนี้ดูน่าเบื่อไปหน่อย ซึ่งความน่ากลัวดูลดลงไป แต่มาดูน่ากลัวขึ้นเมื่อตัวละครดูผ่านกล้องวีดีโอ ซึ่งช่วงท้ายเรื่องก็มีจุดที่ดูขัดใจไปบ้าง โดยจบทิ้งท้ายเหมือนมีต่อ

คะแนนส่วนตัว 5/10

ตัวอย่าง


ขอบคุณภาพจาก IMDb เครดิต 377 Films รูปหน้าปก

วันจันทร์ที่ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2569

รีวิวหนัง Dolly (2026)

 


          Dolly (2026) เป็นภาพยนตร์สแลชเชอร์ของอเมริกาปี 2025 ที่กำกับ เขียนบท และผลิตโดย Rod Blackhurst อิงจากภาพยนตร์สั้นของ Blackhurst ปี 2022 เรื่อง Babygirl นำแสดงโดย Fabianne Therese, Russ Tiller, Kate Cobb, Eve Blackhurst, Michalina Scorzelli, Ethan Suplee, Seann William Scott และ Max the Impaler

          โดยมีการฉายรอบปฐมทัศน์โลกที่ Fantastic Fest เมื่อวันที่ 21 กันยายน 2025 และเข้าฉายในโรงภาพยนตร์ในสหรัฐอเมริกาเมื่อวันที่ 6 มีนาคม 2026

          เรื่องราวของ คู่รัก เมซี่ และ เชส ที่เดินทางไปยังพื้นที่ภูเขาป่ารกร้าง เพื่อเดินป่า แต่ในขณะที่เชสจะขอแต่งงาน พวกเขาได้ยินเสียงบางอย่าง เชสจึงเดินไปดู โดยทิ้งให้เมซี่อยู่คนเดียว จนต้องออกตามหาและได้เจอกับหญิงสติฟั่นเฟืองที่สวมหน้ากากตุ๊กตา ซึ่งได้จับตัวเธอกลับบ้านและเลี้ยงดูเธอเหมือนลูกสาว เธอจึงต้องหาวิธีออกไปจากหญิงโรคจิตนี้ให้ได้

          หนังดำเนินเรื่องเป็นบท ๆ โดยเริ่มจากบทที่หนึ่งแม่ ซึ่งช่วงเปิดเรื่องได้ฉายถึงตัวละครที่ทำบางอย่างกับศพ ก่อนที่จะฉายถึงคู่รักที่มาชมวิวในป่าและได้เจอกับตุ๊กตา โดยที่นั่นมีตัวละครโรคจิตในช่วงเปิดเรื่องอยู่ด้วยก่อนที่จะได้เจอกัน ซึ่งตัวร้ายจะสวมหน้ากากตลอดเวลา โดยเป็นหน้ากากตุ๊กตาและใช้จอบเป็นอาวุธ โดยกำลังหมกมุ่นอยู่กับตุ๊กตาเหมือนตัวเองกำลังเป็นแม่

          บทที่สองลูกสาว หลังจากที่ตัวละครเจอกับคนร้ายก็เกิดการปะทะกันและถูกไล่ตาม โดยผู้หญิงจะถูกจับตัวไป ซึ่งคาดว่าน่าจะเห็นเป็นลูกสาว

          บทที่สามบ้าน โดยตัวละครถูกจับมาที่บ้านของคนร้าย ซึ่งในบ้านยังมีคนอื่นอยู่ด้วย โดยได้เปิดเผยว่าทั้งหมดนี่เป็นเกม ต้องเล่นไปตามเกม ซึ่งจะต้องหากุญแจให้เจอ โดยชวนติดตามว่าคนร้ายจะทำอะไร ในขณะที่ตัวละครต้องหากุญแจให้เจอ โดยมีฉากโหดและฉากชวนแหวะอยู่บ้าง แต่ก็ยังมาในรูปแบบเดิม ๆ ที่ชวนขัดใจตัวละคร ส่วนคนร้ายอาจจะดูเปลี่ยนไปบ้างจากผู้ชายเป็นผู้หญิง แต่ก็ยังตายยากเหลือเกิน ซึ่งก็ชวนลุ้นเอาใจช่วยตัวละครดี ดูแล้วสงสารเหยื่อ โดยคนร้ายได้เห็นเหยื่อเป็นลูกสาวตัวเอง ถึงแม้จะดูร้าย แต่ก็ยังมีบางส่วนที่ดีเล็กน้อย

          บทที่สี่พ่อ โดยช่วงนี้ตัวละครหลักได้เจอกุญแจแล้ว ซึ่งก็ชวนลุ้นว่าเอาชีวิตรอดออกไปได้หรือไม่ แต่บางจุดก็พอเดาเรื่องได้ไม่ยากและก็ยังดูขัดใจเหมือนเดิม โดยตอนนี้ได้ฉายถึงพ่อของโรคจิต

           บทที่ห้าการพบปะสังสรรค์ ตัวละครได้เจอกับคนรักและหนีออกมาข้างนอก แต่ก็ถูกโรคจิตตามล่า

           บทที่หกการรบ ตัวละครพบจุดอ่อนของคนร้าย ซึ่งช่วงนี้ก็มีการเอาคืนตัวร้ายไม่เหมือนกับช่วงก่อนหน้าหน่อย โดยตอนนี้เป็นการสู้รบกับคนร้าย

          และปิดท้ายด้วยบทที่เจ็ดลาก่อน ซึ่งเป็นบทสุดท้ายที่มาในรูปแบบเดิม ๆ สำหรับหนังแนวนี้ แต่ยังดีที่ไม่ได้จบทิ้งท้ายเหมือนมีต่อ

คะแนนส่วนตัว 5/10

ตัวอย่าง


ขอบคุณภาพจาก Witchcraft Motion Picture Company รูปหน้าปก

วันจันทร์ที่ 20 เมษายน พ.ศ. 2569

รีวิวหนัง Lee Cronin's the mummy (2026) ลี โครนัน เดอะ มัมมี่

 

            Lee Cronin's the mummy (2026) ลี โครนัน เดอะ มัมมี่ เป็นภาพยนตร์สยองขวัญเหนือธรรมชาติสัญชาติอเมริกันที่เขียนบทและกำกับโดย Lee Cronin การพลิกโฉมแฟรนไชส์ ​​​​The Mummy นำแสดงโดย Jack Reynor, Laia Costa, May Calamawy, Natalie Grace และ Verónica Falcón โดย James Wan และ Jason Blum ร่วมกันอำนวยการสร้างภาพยนตร์ผ่านบริษัทผลิตภาพยนตร์ของตนเอง คือ Atomic Monster และ Blumhouse Productions ร่วมกับ Wicked/Good

           โดยฉายรอบปฐมทัศน์ที่ลอสแอนเจลิสเมื่อวันที่ 9 เมษายน 2026 และเข้าฉายในสหรัฐอเมริกาโดย Warner Bros. Pictures เมื่อวันที่ 17 เมษายน 

            โดยเป็นเรื่องราวของครอบครัวหนึ่งที่ได้กลับมาพบกับลูกสาวที่หายสาบสูญไปนานและถูกทำให้เป็นมัมมี่ และพวกเขาพบว่ามีบางอย่างผิดปกติกับเธอ

" เป็นหนังเกี่ยวกับมัมมี่ที่ไม่เหมือนใครดี มีการผสมผสานกับความเชื่อเรื่องผีสิงร่างคนเข้ามาด้วย ฉากสยองขวัญนี่อย่างโหด ฉากแหวะก็ทำได้ดี ถือว่าเป็น Mummy เวอร์ชั่นที่ดูแล้วทำฉากสยองขวัญได้ดีที่สุดที่เคยดูมา"

            นี่เป็นหนังมัมมี่ที่มีความแปลกใหม่ไม่ซ้ำใคร โดยมีการผสมผสานเรื่องเกี่ยวกับผีเข้าไปด้วย ซึ่งปรากฎว่ามันกลับเข้าท่ากว่าที่คิดแฮะ ส่วนหนึ่งก็เพราะผกก. มีกึ๋นในหนังแนวสยองขวัญด้วย ไอเดียในการนำเสนอฉากหลอนๆ สยองขวัญ ลุ้นระทึก รวมถึงฉากชวนแหวะ ทำออกมาได้ดีมาก CG และ Make up การแต่งหน้า แต่งตัว นี่สุดจริงๆ คิดว่าคนที่ไปดู ต้องลุ้น หวาดเสียวจนต้องจิกเบาะแน่นอน 

           ในด้านการแสดง คนที่มารับบทน้องมัมมี่เด็ก แสดงดีมาก ทั้งน่าสงสาร และน่ากลัวในเวลาเดียวกัน และเป็นตัวละครที่ทำให้หนังชวนหดหู่ กระอักกระอ่วนไปในตัวด้วย เรียกได้ว่ารับจบครบทุกอารมณ์ 

            สรุปเลยว่านี่เป็นหนังสยองขวัญที่ทำออกมาตอบโจทย์คนดูที่ขอแนะนำเลยครับ ลุ้นตัวเก็งแน่นอน

คะแนนส่วนตัว 9/10

รีวิวโดย A.L. Lucky

ตัวอย่าง


ขอบคุณภาพจาก Atomic Monster รูปหน้าปกที่ 1

ขอบคุณภาพจาก IMDb เครดิต Atomic Monster รูปหน้าปกที่ 2 / รูปหน้าปกที่ 3

วันอังคารที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2569

รีวิวหนัง They Will Kill You (2026) พวกมันจะฆ่าแก

 


           They Will Kill You (2026) พวกมันจะฆ่าแก เป็นภาพยนตร์สยองขวัญคอมเมดี้แอ็กชันอเมริกันที่กำกับโดย Kirill Sokolov จากบทภาพยนตร์ที่เขียนร่วมกับ Alex Litvak นำแสดงโดย Zazie Beetz, Myha'la, Paterson Joseph, Tom Felton, Heather Graham และ Patricia Arquette ถูกจัดจำหน่ายในสหรัฐอเมริกาโดย Warner Bros. Pictures เมื่อวันที่ 27 มีนาคม 2026

           อาคารเวอร์จิลมีอายุ 100 ปี โดยมีคนรวยและชนชั้นสูงอาศัยอยู่ ซึ่งพวกเขามีชีวิตเป็นอมตะ เพื่อแลกกับวิญญาณคนตาย

           เรื่องราวของ เอเชีย รีฟส์ ที่สมัครเป็นแม่บ้านคนใหม่ของเดอะเวอร์จิลในนิวยอร์ก ซิตี้ แต่แท้จริงแล้วเธอต้องการมาตามหา มาเรีย น้องสาวที่แยกจากกันหลังจากเธอถูกจับเข้าคุก โดยที่นั่นมี ลิลิธ วู้ดเฮาส์ เป็นผู้ดูแล ซึ่งเมื่อเธอมาอยู่ที่นี่ได้ไม่นานก็ถูกตามไล่ล่าจากคนที่นั่นโดยต้องการจับเป็นเธอ เพื่อนำไปบูชาซาตาน

           เปิดเรื่องฉายถึงตัวละครหลักที่หนีการทำร้ายจากพ่อและได้มีเหตุให้ถูกจับเข้าคุก จากนั้นก็ตัดมาในช่วงสิบปีต่อมา ฉายถึงตัวละครหลักที่มาทำงานยังสถานที่แห่งหนึ่ง ซึ่งหลังจากนั้นจะเน้นฉายสถานที่นี้เป็นหลัก โดยเมื่อมาถึงก็มีการอธิบายสถานที่และสิ่งต่าง ๆ คร่าว ๆ พร้อมกับค่อย ๆ ฉายถึงบางอย่างแปลก ๆ ในห้องก่อนที่จะมีใครบางคนแอบดูอยู่ ซึ่งหลังจากนั้นหนังก็ได้ใส่ฉากแอคชั่นของตัวละครหลักทันที ซึ่งก็ชวนลุ้นเอาใจช่วยตัวละครตลอด พร้อมกับใส่ความตลกร้ายของตัวละครเข้าไปตลอดทั้งเรื่อง โดยมีฉายย้อนเรื่องราวในอดีตเป็นช่วง ๆ  ซึ่งฉากฆ่าก็ทำได้โหดเลย แต่หนังกลับได้เรดแค่สิบหกบวก จากนั้นก็ได้เปิดเผยเรื่องราว ซึ่งเกี่ยวข้องกับการบูชาซาตาน เพื่อความเป็นอมตะ ซึ่งบางจุดก็ดูเว่อและออกตลกเกินไปหน่อย โดยพล็อตเรื่องและหลาย ๆ อย่างมีความคล้ายเรื่อง Ready or Not (2019) เกมพร้อมตาย กับ Ready or Not 2 Here I Come (2026) เกมพร้อมตาย 2 มาก อย่างเช่น ปัญหาความสัมพันธ์พี่น้อง มีพี่น้องเข้ามาเกี่ยวข้องและช่วยเหลือกัน การบูชาซาตาน การไล่ล่าตัวละคร ซึ่งต่างกันแค่นิดเดียว โดยตัวร้ายเรื่องนี้มีเยอะมาก แถมตายยากอีกต่างหาก แต่ตัวละครหลักก็มีฝีมือ จึงทำให้ดูแล้วลุ้นดี

คะแนนส่วนตัว 6.5

อ่านรีวิว Ready or Not (2019) เกมพร้อมตาย

อ่านรีวิว Ready or Not 2 Here I Come (2026) เกมพร้อมตาย 2

ตัวอย่าง


ขอบคุณภาพจาก IMDb เครดิต New Line Cinema รูปหน้าปกที่ 1 / รูปหน้าปกที่ 2 / รูปหน้าปกที่ 3 / รูปหน้าปกที่ 4

วันอาทิตย์ที่ 29 มีนาคม พ.ศ. 2569

รีวิวหนัง Ready or Not 2 Here I Come (2026) เกมพร้อมตาย 2

 



            Ready or Not 2 Here I Come (2026) เกมพร้อมตาย 2 เป็นภาพยนตร์สยองขวัญคอมเมดี้อเมริกันที่กำกับโดย Matt Bettinelli-Olpin และ Tyler Gillett เขียนโดย Guy Busick และ R. Christopher Murphy ซึ่งเป็นภาคต่อโดยตรงของ Ready or Not (2019) โดยมี Samara Weaving กลับมารับบทเป็น Grace MacCaullay นอกจากนี้ยังมีนักแสดงนำ ได้แก่ Kathryn Newton, Sarah Michelle Gellar, Shawn Hatosy, David Cronenberg และ Elijah Wood

           โดยเข้าฉายรอบปฐมทัศน์ที่เทศกาลภาพยนตร์และโทรทัศน์ South by Southwest เมื่อวันที่ 13 มีนาคม 2026 และถูกจัดฉายทางโรงภาพยนตร์ในสหรัฐอเมริกาโดย Searchlight Pictures เมื่อวันที่ 20 มีนาคม 

            เรื่องราวของ เกรซ แมคคอลลีย์ ที่รอดชีวิตจากเกมซ่อนหาของตระกูลเลเดอมาส แต่แล้วไม่นานเธอก็ถูกจับ พร้อมกับ เฟธ น้องสาว ที่มีปัญหากัน เพื่อให้มาเล่นเกมต่อ โดยต้องถูกไล่ล่าจากสี่ตระกูลก่อนรุ่งเช้า ซึ่งใครก็ตามที่ได้แหวนจะได้ครองที่นั่งสูงสุด

            เปิดเรื่องต่อเนื่องจากภาคแรกในตอนจบเลย ซึ่งมีเล่าเรื่องราวของภาคแรกคร่าว ๆ ก่อนฉายถึงตัวละครน้องสาว ที่ต้องเข้ามาร่วมเล่นเกมด้วย พร้อมพูดถึงความสัมพันธ์ตัวละครพี่น้อง ซึ่งจะสอดแทรกเป็นช่วง ๆ แต่ดูจะมากไปหน่อย จากนั้นก็ค่อย ๆ ฉายถึงสี่ตระกูลที่มารวมตัวกัน ซึ่งแต่ละตระกูลมาจากคนละประเทศ โดยเมื่อตัวละครหลักถูกจับไม่นานก็เริ่มเกมทันที ซึ่งรูปแบบการตายของตัวร้ายยังคงเหมือนเดิม รวมทั้งสาเหตุของการไล่ล่าที่เกี่ยวข้องกับพิธีบูชาซาตาน ความโหดและความตลกร้ายของตัวละคร โดยเกมไล่ล่าจะต่างออกไปจากภาคแรกเล็กน้อย ซึ่งจะให้เจ้าบ้านของแต่ละตระกูลเป็นผู้ไล่ล่าก่อนจนกว่าจะมีเหตุที่ต้องให้รุ่นถัดไปเล่นเกมแทน แต่กลับมีจุดอ่อนของเกมแฝงอยู่ ซึ่งก็ชวนลุ้นเอาใจช่วยตัวละครหลักเหมือนเดิมตลอดทั้งเรื่อง แต่ก็พอเดาเรื่องได้บ้าง โดยตัวร้ายบางคนตัวละครหลักเอาคืนถึงตาย แต่กลับบางคนแอบดูขัดใจไปหน่อยและฉากไล่ล่าในภาคนี้ก็ดูน้อยไปหน่อย ซึ่งก็น่าเสียดาย ทำให้หนังดูจบเร็วไป ถึงแม้ช่วงท้ายตัวละครหลักจะเอาคืนได้สาสมดี

อ่านรีวิว Ready or Not (2019) เกมพร้อมตาย

คะแนนส่วนตัว 6.5/10

ตัวอย่าง


ขอบคุณภาพจาก Searchlight Pictures รูปหน้าปกที่ 1

ขอบคุณภาพจาก IMDb เครดิต Searchlight Pictures รูปหน้าปกที่ 2 / รูปหน้าปกที่ 3

วันจันทร์ที่ 16 มีนาคม พ.ศ. 2569

รีวิวหนัง The Mortuary Assistant (2026) คืนสยอง ห้องดับจิต

 



           The Mortuary Assistant (2026) คืนสยอง ห้องดับจิต เป็นภาพยนตร์สยองขวัญเหนือธรรมชาติของอเมริกาที่กำกับโดย Jeremiah Kipp จากบทภาพยนตร์โดย Tracee Beebe และ Brian Clarke อิงจากวิดีโอเกมปี 2022 โดย DreadXP มี Willa Holland และ Paul Sparks แสดง เข้าฉายในวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2026 ในโรงภาพยนตร์จำกัด มันจะฉายบน Shudder ในวันที่ 26 มีนาคม 2026

            เรื่องราวของ รีเบคก้า โอเวนส์ ผู้สำเร็จการศึกษาด้านวิทยาศาสตร์ศพที่รับงานกลางคืนที่ห้องดับจิตริเวอร์ฟิลด์จาก เรย์มอนด์ เดลเวอร์ โดยเขาให้เธอทำงานกลางวัน ในขณะที่เธอยินยอมทำกลางคืน แต่เมื่อเธอได้ทำงานที่นี่ก็ได้พบกับเรื่องราวเหนือธรรมชาติและค้นพบบางอย่างที่เรย์มอนด์ เดลเวอร์กำลังทำ

           เปิดเรื่องก็ฉายถึงตัวละครหลักที่กำลังทำงานกับศพเลยและได้ฉายถึงศพที่เหมือนมีชีวิต ในขณะที่ตัวละครอีกคนดูมีความลับปกปิดไว้ ซึ่งก็มีบางอย่างในห้องใต้ดินด้วย ซึ่งสถานที่ก็จะเน้นในห้องดับจิตเป็นหลักกับตัวละครหลักที่ต้องทำงานที่นั่น โดยมีตัวละครไม่กี่คนในเรื่องสอดแทรกบ้าง ซึ่งเมื่อตัวละครหลักทำงานไปสักพักก็ได้ฉายถึงศพที่เหมือนยังไม่ตายและมีลักษณะเหมือนถูกสิง รวมทั้งได้ฉายถึงปีศาจในห้องใต้ดินอีกครั้ง ซึ่งจะฉายถึงเป็นช่วง ๆ โดยมักจะเล่นกับตัวละครหลัก ซึ่งปีศาจและฉากที่ศพเคลื่อนไหวเองได้ทำได้น่าสนใจดี แต่ฉากหลอกหลอนกลับทำได้ไม่น่ากลัวเลย ปีศาจเป็นเหมือนตัวประกอบที่แทบไม่มีบทบาทอะไรเลย ซึ่งไม่ได้ดึงจุดเด่นของหนังออกมา แต่กลับไปเน้นเหมือนตัวละครหลักหลอนไปเองทั้งเรื่องกับอาการเครียดไมเกนและมีการใช้ยาในวัยเด็ก แถมบางช่วงยังดูแล้วสับสนว่าเกิดอะไรขึ้น เนื่องจากหนังตัดมาฉายถึงตัวละครที่อยู่อีกที่ ทั้ง ๆ ที่เรื่องเกิดในสถานที่หนึ่ง การดำเนินเรื่องก็ทำได้ค่อนข้างน่าเบื่อชวนหลับและตัดจบเรื่องแบบงง ๆ ยังไม่ค่อยเปิดเผยเรื่องราวอะไรมากนัก

คะแนนส่วนตัว 3.5/10

ตัวอย่าง


ขอบคุณภาพจาก Epic Pictures Group รูปหน้าปก

วันศุกร์ที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569

รีวิวหนัง Whistle (2026) หวีดเรียกผี

 


            Whistle (2026) หวีดเรียกผี เป็นภาพยนตร์สยองขวัญเหนือธรรมชาติปี 2025 ที่กำกับโดย Corin Hardy เขียนบทโดย Owen Egerton นำแสดงโดย Dafne Keen, Sophie Nélisse, Sky Yang, Jhaleil Swaby, Ali Skovbye, Percy Hynes White, Michelle Fairley และ Nick Frost

           โดยถูกฉายรอบปฐมทัศน์ที่เทศกาล Fantastic Fest เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2025 ออกฉายในสหรัฐอเมริกาเมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2026 และออกฉายในสหราชอาณาจักรและไอร์แลนด์เมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์

"เป็นหนังผีที่มีความเป็น Final destination ปน Smile ฉากการตายโหดๆ ทำได้ดี"

ตอนที่ดูตัวอย่างก็ไม่คิดว่าหนังจะทำออกมาได้ดีกว่าที่คิดไว้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับฉากการตายของแต่ละตัวละครโคตรโหดจริงๆ หนังจะเล่าถึงนกหวีดอาถรรพ์ที่ถ้าใครเผลอไปเป่า หรือได้ยินเสียงของมัน นั่นคือความตายจะมาทวงชีวิตคนๆ นั้น ก่อนถึงเวลาที่ต้องตายจริง...
           
           ในแง่ของความระทึกขวัญ ถือว่าหนังสอบผ่านทำได้ดีใช้ได้เลย เพราะนอกจากการออกแบบฉากการตายอันสุดโหดแล้ว หนังยังบิ๊วอารมณ์คนดูให้ลุ้น และตื่นเต้นไปด้วย เรียกว่าขายไอเดียฉากการตายเลย และเรายังต้องลุ้นไปกับการไขปริศนานกหวีดอาถรรพ์ การแก้ปม และการเอาตัวรอดของตัวละครด้วย

           ข้อเสียนิดหน่อยคือพอเดาทางได้ และมีความคล้ายกับหนังสยองขวัญบางเรื่อง ตัวละครบางตัวก็งี่เง่าตามสูตรหนังสยองขวัญเลย และมีฉาก End credit หนึ่งตัว ที่ดูๆ ก็มีความคล้ายหนังเรื่องนึงเหมือนกัน

คะแนนส่วนตัว 7/10
รีวิวโดย A.L. Lucky

         มันได้หาเธอเจอและได้เรียกความตายของคุณเกิดเร็วขึ้น เรื่องราวของ คริส วิลเล็ต หญิงสาวที่ติดยาเสพติดจนเป็นเหตุให้พ่อเสียชีวิต ได้ย้ายไปอยู่กับ รล ญาติของเธอที่คริสแซนธีมัม ซึ่งเธอได้ล็อกเกอร์เก่าของ เมสัน ที่ตายไป โดยเมื่อเปิดล็อกเกอร์นี้ก็ได้เจอกับเครื่องดนตรีลึกลับชิ้นหนึ่ง ซึ่งใครก็ตามที่ได้เป่ามันจะเรียกความตายของตัวเอง และนั่นทำให้เธอต้องเจอกับเหตุการณ์นี้ เมื่อเพื่อนของเธอได้เป่ามันเข้า

           เปิดเรื่องด้วยการฉายถึงตัวละครที่โดนปีศาจเล่นงานจากการเป่าเครื่องดนตรีโบราณ ก่อนตัดมาที่ช่วงหลายเดือนต่อมา ด้วยการฉายถึงตัวละครหลักที่ได้ย้ายมาอยู่ที่ใหม่ก่อนจะเจอกับวัตถุเครื่องดนตรีลึกลับ ซึ่งมีลักษณะสยดสยองไม่น่าจะมีใครกล้าไปเป่ามัน แต่เมื่อใครก็ตามที่ถือมัน จะเหมือนถูกควบคุมบังคับให้เป่า จากนั้นก็ค่อย ๆ เปิดเผยถึงสิ่งของชิ้นนี้ ก่อนที่จะฉายถึงตัวละครที่ถูกควบคุมให้เป่ามัน ซึ่งเมื่อเป่าก็ได้เกิดเหตุการณ์ประหลาดทันที โดยจะค่อย ๆ ฉายถึงบางอย่างที่ปรากฎตัว ซึ่งฉากปีศาจปรากฎตัวแต่ละครั้งก็หลอนน่าสนใจดี และเมื่อเล่นงานเหยื่อจะค่อนข้างโหดหน่อยตามที่ขึ้นบอกตั้งแต่เปิดเรื่องว่าเหมาะสำหรับผู้ที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป โดยจะค่อย ๆ เล่นงานเหยื่อที่เกี่ยวข้องทีละคน ซึ่งชวนลุ้นตรงปีศาจเรื่องนี้เล่นงานยาก เนื่องจากเป็นตัวเองในวัยชราว่าตายในรูปแบบไหน ทำให้จัดการปีศาจก็เหมือนจัดการตัวเอง แต่การดำเนินเรื่องและฉากเล่นงานเดาเรื่องได้ไม่ยาก เพราะมาในรูปแบบเดิม ๆ คล้าย ๆ เรื่องอื่น ๆ ในแนวของต้องห้าม โดยช่วงกลางเรื่องจะพาไปสู่เจ้าของเดิมที่มีวิธีแก้ไข ซึ่งตัวละครก็ต้องทำตาม โดยก่อนจนในช่วงสามเดือนต่อมาก็ได้ทิ้งท้ายเหมือนมีต่อ

คะแนนส่วนตัว 5.5/10

รีวิวโดย 刘心爱

ตัวอย่าง

วันจันทร์ที่ 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569

รีวิวหนัง Bring Her Back (2025) เรียกมันกลับมาหลอน

 


        Bring Her Back (2025) เรียกมันกลับมาหลอน เป็นภาพยนตร์สยองขวัญเหนือธรรมชาติของออสเตรเลียที่กำกับโดย Danny และ Michael Philippou โดยผู้กำกับคนแรกร่วมเขียนบทภาพยนตร์กับ Bill Hinzman นำแสดงโดย Billy Barratt, Sora Wong, Jonah Wren Phillips และ Sally Hawkins 

          ซึ่งเข้าฉายโรงภาพยนตร์โดย Sony Pictures Releasing International ในออสเตรเลียเมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม 2025

           เพื่อต้องการคนรักกลับคืนมาจากความตาย จึงนำไปสู่พิธีเรียกบางอย่างกลับมา เรื่องราวของ แอนดี้ และ ไพเพอร์ สองพี่น้องต่างแม่ที่สูญเสียพ่อกระทันหัน โดย ลอร่า แม่อุปถัมภ์ จะรับเลี้ยง ไพเพอร์ เพียงคนเดียว เนื่องจากไม่ต้องการรับเด็กที่มีปัญหา นอกจากทำตัวดีสามเดือน ซึ่งลอร่าก็เคยมีลูกสาว แคธี่ แต่เสียชีวิตจากการจมน้ำ โดยตอนนี้เหลือแต่ โอลิเวอร์ ลูกบุญธรรมอีกคน โดยพวกเขาต้องอยู่กับลอร่าเป็นเวลาสามเดือนจนกว่าแอนดี้จะมีอายุครบสิบแปดและเป็นผู้ปกครองไพเพอร์ได้ แต่เมื่อแอนดี้ได้มาอยู่ที่นี่ก็เริ่มรับรู้ถึงเรื่องแปลก ๆ ที่นี่

           ก่อนเข้าเรื่องฉายถึงพิธีกรรมบางอย่าง และเมื่อเข้าเรื่องก็ได้ฉายถึงเด็กสองพี่น้องก่อนที่จะได้เจอกับการตายที่แปลกประหลาดของพ่อ ซึ่งเป็นช่วงก่อนที่จะย้ายไปอยู่กับแม่อุปถัมภ์ โดยเมื่อมาถึงก็เริ่มฉายถึงบางอย่างแปลก ๆ รวมทั้งแม่อุปถัมภ์และเด็กอีกคนที่ทำตัวลึกลับ จากนั้นก็เริ่มฉายถึงพิธีกรรมในช่วงก่อนเข้าเรื่องอีกครั้ง โดยลอร่าจะเริ่มเข้าสู่พิธีกรรม ส่วนโอลิเวอร์เริ่มมีพฤติกรรมรุนแรงขึ้น ซึ่งมีฉากโหดเหวอะหวะบ้าง โดยชวนติดตามดีว่าจะเป็นยังไงต่อไป ซึ่งในระหว่างนี้ก็มีฉากตลก ๆ น่ารักของตัวละครและช่วงดราม่าสอดแทรกบ้าง โดยเมื่อเข้าสู่ช่วงกลางเรื่องก็ค่อย ๆ เปิดเผยเรื่องราวบางอย่างเกี่ยวกับอลิเวอร์และพิธีกรรม ซึ่งชวนลุ้นเอาใจช่วยเด็กสองคน โดยเฉพาะช่วงท้ายเรื่อง ในขณะที่ทั้งสองคนไม่รู้เรื่องอะไรเลยเกี่ยวกับลอร่าและโอลิเวอร์ โดยคนหนึ่งตาบอด จึงไม่สามารถรับรู้ได้ว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง ซึ่งช่วงท้ายลอร่าเริ่มใส่ร้ายแอนดี้ ทำให้แอนดี้เริ่มรู้เรื่องราวทีละน้อย 

คะแนนส่วนตัว 6.5/10

ตัวอย่าง


ขอบคุณภาพจาก Causeway Films รูปหน้าปกที่ 1

ขอบคุณภาพจาก IMDb เครดิต Causeway Films รูปหน้าปกที่ 2 / รูปหน้าปกที่ 3

วันพุธที่ 14 มกราคม พ.ศ. 2569

รีวิวหนัง Primate (2026) ลิงคลั่งพันธุ์ดิบ

 


            Primate (2026) ลิงคลั่งพันธุ์ดิบ เป็นภาพยนตร์สยองขวัญธรรมชาติของอเมริกาปี 2025 ที่กำกับโดย Johannes Roberts ซึ่งเขายังร่วมเขียนบทภาพยนตร์กับ Ernest Riera นำแสดงโดย Johnny Sequoyah, Jessica Alexander และ Troy Kotsur

            ซึ่งเข้าฉายรอบปฐมทัศน์ที่เทศกาล Fantastic Fest วันที่ 18 กันยายน 2025 และเข้าฉายตามโรงภาพยนตร์เมื่อวันที่ 9 มกราคม 2026 โดย Paramount Pictures

            เรื่องราวของ ลูซี่ ที่กลับมายังบ้านของตนที่ฮาวายในช่วงวันหยุด หลังจากใช้เวลาห่างไกลบ้านหลายปี พร้อมกับ เคท และ ฮันนาห์ เพื่อนของเธอ ซึ่งในบ้านเธอมี เอริน น้องสาว และอดัมพ่อ รวมทั้ง นิก พี่ชายเคท และ เบน ลิงชิมแปนซีที่เลี้ยงไว้ แต่แล้วอยู่ ๆ เบนก็มีอาการผิดปกติหลังจากถูกพังพอนที่เป็นโรคพิษสุนัขบ้ากัดเข้า ซึ่งทำให้มันเกิดอาการคลั่งฆ่าคน

            เปิดเรื่องด้วยการเกริ่นนำเรื่องราวเกี่ยวกับบันทึกกรณีแรกของโรคกลัวน้ำมีมาตั้งแต่ 2300 ปีก่อนคริสตกาล สัตว์ที่ได้รับผลกระทบจะคลุ้มคลั่งเมื่อเห็นน้ำ หากไม่ได้รับการรักษาภายใน 48 ชั่วโมงแรก โรคจะอยู่ในภาวะกำเริบ ในปัจจุบันโรคกลัวน้ำเป็นที่รู้จักกันดีในชื่อภาษาละตินที่แปลว่า ความบ้าคลั่ง หรือ ความโกรธเกรี้ยว จากนั้นก็ฉายถึงลิงที่ชื่อเบน ซึ่งเกิดอาการคลั่งฆ่าคนและฉายถึงข่าวเกี่ยวกับลิงก่อนตัดเข้าเรื่องในช่วงสามสิบหกชั่วโมงก่อนหน้าโดยฉายถึงตัวละครหลักและตัวละครอื่น ๆ ซึ่งช่วงนี้ค่อนข้างน่าเบื่อไปหน่อย จากนั้นก็ได้ฉายถึงลิง ซึ่งเจ้าของก็สามารถสื่อสารกับลิงได้ ก่อนพูดถึงลิงในช่วงเปิดเรื่อง ซึ่งเป็นตัวเดียวกับที่เลี้ยง โดยช่วงแรกลิงก็ทำตัวปกติทั่วไป จากนั้นก็เริ่มมีอาการแปลก ๆ ในบางครั้ง จนดำเนินเรื่องมาชนกับช่วงเปิดเรื่อง โดยลิงก็มีอาการดุร้ายขึ้นจนถึงขั้นฆ่าคน ซึ่งฉากฆ่าก็โหดดี โดยชวนลุ้นว่าจะเอาชีวิตรอดจากลิงยังไง แต่หนังดันเน้นอยู่ที่เดิมในวงแคบช่วงหนึ่งนานไปหน่อย จึงดูแล้วน่าเบื่อไปบ้าง หลายจุดดูแล้วค่อนข้างขัดใจตัวละครและเดาเรื่องได้ไม่ยาก

คะแนนส่วนตัว 4/10

ตัวอย่าง


ขอบคุณภาพจาก Paramount Pictures รูปหน้าปกที่ 1

ขอบคุณภาพจาก IMDb เครดิต Paramount Pictures รูปหน้าปกที่ 2 / รูปหน้าปกที่ 3

วันอังคารที่ 30 ธันวาคม พ.ศ. 2568

รีวิวหนัง Avatar: Fire and Ash (2025) อวตาร 3 อวตาร อัคนีและธุลีดิน

 


            Avatar: Fire and Ash (2025) อวตาร 3 อวตาร อัคนีและธุลีดิน เป็นภาพยนตร์วิทยาศาสตร์มหากาพย์อเมริกันที่กำกับโดย James Cameron ซึ่งร่วมเขียนบทภาพยนตร์กับ Rick Jaffa และ Amanda Silver จากเรื่องราวที่ทั้งสามเขียนร่วมกับ Josh Friedman และ Shane Salerno จัดจำหน่ายโดย 20th Century Studios และสร้างโดย Lightstorm Entertainment ซึ่งเป็นภาคต่อของ Avatar: The Way of Water (2022) และเป็นผลงานลำดับที่สามในแฟรนไชส์ Avatar โดย Sam Worthington, Zoe Saldaña, Sigourney Weaver, Stephen Lang และ Kate Winslet กลับมารับบทเดิมจากภาพยนตร์ภาคก่อน ๆ

            James Cameron ผู้ซึ่งเคยระบุในกลางปี 2006 ว่าเขาต้องการสร้างภาคต่อของ Avatar (2009) หากประสบความสำเร็จ ได้ประกาศภาคต่อสองภาคแรกในช่วงต้นปี 2010 หลังจากความสำเร็จของภาพยนตร์ภาคแรก โดย Avatar 3 ที่ยังไม่ได้ตั้งชื่อในเวลานั้นมีกำหนดฉายในเดือนธันวาคม 2015 อย่างไรก็ตาม การเพิ่มภาคต่ออีกสองภาค (รวมเป็นสี่ภาค) และการพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ที่จำเป็นในการถ่ายทำฉากจับภาพการแสดงใต้น้ำ ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่เคยทำมาก่อน ทำให้เกิดความล่าช้าอย่างมาก เพื่อให้ทีมงานมีเวลาในการทำงานเกี่ยวกับการเขียนบท การเตรียมการผลิต และเอฟเฟกต์ภาพมากขึ้น โดยเริ่มถ่ายทำพร้อมกับ The Way of Water ในประเทศนิวซีแลนด์เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2017 การถ่ายทำเสร็จสิ้นในช่วงปลายเดือนธันวาคม 2020 หลังจากถ่ายทำต่อเนื่องกว่า 3 ปี ด้วยงบประมาณประมาณกว่า 400 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ทำให้เป็นหนึ่งในภาพยนตร์ที่มีค่าใช้จ่ายสูงที่สุดเท่าที่เคยสร้างมา โดยอุทิศให้กับบรรณาธิการ John Refoua ผู้ซึ่งเสียชีวิตในปี 2023 และโปรดิว Jon Landau ผู้ซึ่งเสียชีวิตในปี 2024 โดยเปิดตัวครั้งแรกที่โรงละครดอลบี้ ฮอลลีวูด เมื่อวันที่ 1 ธันวาคม 2025 และเข้าฉายในสหรัฐอเมริกาเมื่อวันที่ 19 ธันวาคม โดยภาคต่ออีกสองภาคคือ Avatar 4 และ Avatar 5 กำลังอยู่ในขั้นตอนการผลิตต่าง ๆ และมีกำหนดฉายในปี 2029 และ 2031 

           เรื่องราวของ เจค ซัลลี่และครอบครัวที่ได้อยู่กับชุมชนเมตคายินาและต้องเผชิญกับความเศร้าโศกจากการตายของ เนเทยัม ลูกชายคนโตไป ทำให้เจคกับเนย์ทิริตัดสินใจจะส่งตัวสไปเดอร์กลับไปยังค่ายนักวิทยาศาสตร์ แต่ระหว่างทางถูกโจมตีโดยเผ่ามังกวาน ซึ่งเป็นเผ่า นาวีที่ก้าวร้าวและปฏิเสธเอวาที่นำโดย ทซาฮิก วารัง ซึ่งต่อมาได้ร่วมมือกับนายพันควาริช เพื่อไล่ล่าพวกเขา

           เปิดเรื่องด้วยการฉายถึงเรื่องราวในอดีตระหว่างพี่น้องโลอัคกับเนเทยัมที่ได้ผันแปรเป็นความเศร้าโศก ซึ่งเปิดเรื่องมาก็มีดราม่าเล็กน้อย โดยได้ดำเนินเรื่องต่อเนื่องจากภาคสอง ใช้ตัวละครเดิม แต่เพิ่มตัวละคนใหม่ที่เป็นตัวร้ายใหม่เข้ามา ซึ่งเกี่ยวข้องกับชื่อตอน โดยยังคงกระจายบทตัวละครแต่ละคนใกล้เคียงกัน ซึ่งจะมีทั้งหมดสามคู่เด่นๆ แต่พล็อตเรื่องก็ยังคงมาแนวเดิม ๆ และเดาเรื่องได้ง่าย โดยเมื่อดำเนินเรื่องไม่นานก็ได้ฉายถึงตัวร้ายตัวใหม่เลย จากนั้นก็ได้ฉายถึงนายพันตัวร้ายภาคก่อนที่ยังคงตามตัวลูกชายและตามกำจัดเจค โดยภาคนี้ได้เห็นวิวัฒนาการใหม่เกิดขึ้นคือ มนุษย์สามารถหายใจเองได้บนดาวแพนดอร่าโดยไม่ต้องใช้เครื่องหายใจ รวมทั้งสามารถเชื่อมต่อกับสัตว์ป่าในแพนดอร่าได้เช่นเดียวกับนาวี ทำให้เป็นหนึ่งในสาเหตุของการตามจับตัวตัวละครดังกล่าวด้วย โดยตัวละครหลักต้องคอยหนีการตามล่าทั้งนายพัน นายพลและทซาฮิก วารัง พร้อมทั้งร่วมต่อสู้กับชนเผ่าไปด้วย ซึ่งก็มีฉากแอคชั่นสอดแทรกให้ได้ลุ้นตลอดทั้งเรื่องและยังมีฉากตลกให้ชวนยิ้มและหัวเราะไปด้วย โดยภาคนี้ได้มีการต่อสู้บนโลกมนุษย์ด้วย ซึ่งช่วงท้ายครอบครัวเจคก็มีเหตุให้ได้ลูกสาวเพิ่มเติมมาอีกคนและได้ฉายถึงดวงวิญญาณชาวนาวีที่ตายไปตั้งแต่ภาคแรก 

คะแนนส่วนตัว 7.5/10

อ่านรีวิว  Avatar 1 (2009) อวตาร

อ่านรีวิว AVATAR 2 : THE WAY OF WATER (2022) อวตาร 2 วิถีแห่งสายน้ำ

ตัวอย่าง 



ขอบคุณภาพจาก 20th Century Studios รูปหน้าปกที่ 1 / รูปหน้าปกที่ 2 / รูปหน้าปกที่ 3

วันเสาร์ที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2568

รีวิวหนัง Shelby Oaks (2025) เชลบี้ โอคส์ คลิปเฮี้ยน คดีหลอน

 

            Shelby Oaks (2025) เชลบี้ โอคส์ คลิปเฮี้ยน คดีหลอน เป็นภาพยนตร์สยองขวัญลึกลับเหนือธรรมชาติของอเมริกาปี 2024 ที่สร้าง เขียนบท และกำกับโดย Chris Stuckmann ในการเปิดตัวการกำกับภาพยนตร์เรื่องแรกของเขา โดยมี Mike Flanagan เป็นผู้บริหารฝ่ายผลิต นำแสดงโดย Camille Sullivan, Brendan Sexton III, Keith David, Sarah Durn, Derek Mears, Emily Bennett, Charlie Talbert, Robin Bartlett และ Michael Beach

          เรื่องราวถูกเขียนโดย Stuckmann และภรรยาของเขา Samantha Elizabeth ซึ่งเป็นการผลิตอิสระ และได้รับเงินทุนผ่านการระดมทุนใน Kickstarter ภายในเดือนมีนาคม 2022 ได้กลายเป็นภาพยนตร์สยองขวัญที่ระดมทุนได้มากที่สุดบนแพลตฟอร์มหลังจากได้เงินทุน 650,000 ดอลลาร์ การถ่ายทำหลักเกิดขึ้นในรัฐโอไฮโอ บ้านเกิดของ Stuckmann ในช่วงกลางปี 2022

          โดยได้เข้าฉายครั้งแรกในโลกที่เทศกาลภาพยนตร์นานาชาติแฟนทาเซีย ครั้งที่ 28 เมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม 2024 หลังจากนั้น Flanagan ก็เข้ามามีส่วนร่วมในโปรเจกต์นี้ และสุดท้ายก็กลายเป็นผู้อำนวยการสร้าง โดยถูกตัดต่อใหม่และถ่ายทำเพิ่มเติมก่อนที่จะเข้าฉายที่งาน Fantastic Fest ในเดือนกันยายน 2025 ซึ่งเข้าฉายในสหรัฐอเมริกาโดยค่าย Neon เมื่อวันที่ 24 ตุลาคม 2025

           สิ่งที่ถ่ายทำรายการท้าผีลี้ลับเหนือธรรมชาติมักจะเจอเรื่องลี้ลับเหนือธรรมชาติ เชลบี้ โอคส์ กลายเป็นเมืองร้างตั้งแต่ปลายยุคเก้าศูนย์

          เรื่องราวของ มีอา วอล์กเกอร์ พี่สาว ไรลี่ เบรนแนน ที่ตามหาน้องสาวมาตลอดสิบสองปีที่หายตัวไปหลังจากทำรายการท้าผีลี้ลับเหนือธรรมชาติ โดยคาดว่าน้องสาวน่าจะหายตัวไปในเชลบี้ โอคส์ จนเมื่อได้ดูคลิปเชลบี้ โอคส์ ก็ได้เห็น วิลสัน ไมล์ นักโทษในเรือนจำที่น้องสาวถ่ายทำ โดยเธอต้องการหาตัวน้องสาวให้พบด้วยตัวเอง

          เปิดเรื่องด้วยการเกริ่นนำเรื่องราวในปี 2008 ไรลี่ เบรนแนน พิธีกรรายการท้าผีลี้ลับเหนือธรรมชาติได้หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยก่อนฉายถึงคลิปที่ตัวละครได้อัดไว้ โดยมีท่าทางหวาดกลัวและมีเสียงดังบางอย่างข้างนอกห้อง ซึ่งเป็นครั้งสุดท้ายที่พบเห็นเธอตอนยังมีชีวิต จากนั้นก็ฉายถึงดาร์ค เคาน์ตี้ รัฐโอไฮโอ ด้วยการพูดถึงพิธีกรช่องยูทูปลี้ลับเหนือธรรมชาติที่หายตัวไปครบหนึ่งสัปดาห์ โดยถูกพบที่ทางใต้ของดาร์ค เคาน์ตี้ รัฐโอไฮโอ ใกล้เมืองเชลบี้ โอ๊คส์ ซึ่งมีเบาะแสน้อยมาก จากนั้นก็ฉายถึงบ้านเบรนแนน วอล์กเกอร์ 20 ไมล์ จากดาร์ค เคาน์ตี้ รัฐโอไฮโอ โดยฉายถึงมีอา วอล์กเกอร์ ที่ได้ให้สัมภาษณ์เรื่องที่น้องสาวหายตัวไป โดยได้เล่าเรื่องราวของน้องสาวก่อนที่จะพูดถึงรายการที่น้องสาวทำ พร้อมฉายถึงคลิปรายการต่าง ๆ ที่ทำ ซึ่งแต่ละคลิปล้วนน่าสนใจชวนติดตามดี โดยแต่ละคลิปอาจเป็นคำตอบ จากนั้นก็เริ่มพูดถึงเชลบี้ โอคส์ โดยได้เล่าถึงประวัติความเป็นมาของเชลบี้ โอคส์ก่อนที่จะฉายถึงเหยื่อที่กลายเป็นศพ โดยมีสัญลักษณ์ที่ถูกเขียนด้วยเลือด รวมทั้งชายผู้ต้องสงสัยในคลิปที่อัดไว้และก็ได้ฉายถึงเชลบี้ โอคส์ คลิปเฮี้ยน คดีหลอน ซึ่งเป็นชื่อเรื่อง โดยช่วงก่อนหน้าจะเหมือนหนังเล่าและช่วงต่อมาจะเน้นไปที่เชลบี้ โอคส์ คลิปเฮี้ยน คดีหลอน ซึ่งแฝงอารมณ์แบบหนังฟาวด์ฟุตเทจเล็กน้อย โดยฉายถึงตัวละครที่ดูคลิปเชลบี้ โอคส์ที่น้องสาวไปสำรวจและได้เจอสิ่งต่าง ๆ ซึ่งเมื่อเจอชายลึกลับที่เล่นงานน้องสาวแล้วไฟก็ดับลงและเริ่มเกิดเหตุการณ์เดียวกับที่น้องสาวเจอ หลังจากช่วงนี้จะเน้นไปที่การตามหาตัวชายผู้ต้องสงสัยและน้องสาวที่หายตัวไป ซึ่งมีการดูคลิปวีดีโอเล็กน้อย โดยค่อย ๆ เผยให้เห็นบางอย่าง รวมทั้งสัญลักษณ์ ข้อความปริศนา ตัวละครที่น่าสงสัย ซึ่งก็ชวนลุ้นเอาใจช่วยตัวละครดี แต่ดูง่ายไปหน่อย ไม่น่าสนใจเหมือนในคลิปและไม่ได้เป็นไปตามชื่อเรื่องเท่าไหร่

คะแนนส่วนตัว 5/10

ตัวอย่าง


ขอบคุณภาพจาก IMDb เครดิต Paper Street Pictures รูปหน้าปกที่ 1 / รูปหน้าปกที่ 2 / รูปหน้าปกที่ 3

วันศุกร์ที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2568

รีวิวหนัง Tormento (2025)

 



          Tormento (2025) เป็นภาพยนตร์ระทึกขวัญจากประเทศเม็กซิโกที่กำกับโดย Olallo Rubio เขียนโดย Hugo Cardozo และ Olallo Rubio นำแสดงโดย Natalia Solián, Hoze Meléndez และ Fernando Banda

           เรื่องราวของ แบรนดา มาร์ดินาส ที่เรียนทนายความและต้องการทำงานตอนกลางคืน โดยเธอถูกย้ายไปทำงานเวรยามกลางคืนที่ใหม่ในห้องเก็บศพเซเมโฟ โดยที่นั่นมีศพรายหนึ่งที่ถูกรถชนมาในคืนนั้น โดยเธอต้องอยู่เวรคนเดียวกับศพที่เธอเป็นคนชน ทำให้เธอรู้สึกหวาดกลัวมากและเริ่มถูกใครบางคนก่อกวน

           เปิดเรื่องฉายถึงตัวละครหลักที่กำลังทำงานก่อนที่จะเกิดเหตุรถชนใครบางคน จากนั้นก็ตัดเข้าเรื่องโดยฉายถึงเหยื่อที่ถูกชนก่อนฉายถึงตัวละครหลักอีกครั้ง ซึ่งได้รับโทรศัพท์ให้ไปทำงานที่ใหม่ จากนั้นก็ได้ฉายถึงศพที่ถูกรถชน หลังจากนั้นจะฉายถึงตัวละครที่ทำงานคนเดียวในตอนกลางคืน จนเริ่มฉายถึงเสียงบางอย่าง ซึ่งตามระควานตัวละครตลอดเวลา รวมทั้งศพที่ดูแปลก ๆ และไฟที่ติด ๆ ดับ ๆ เป็นช่วง ๆ ซึ่งชวนลุ้นดีว่าจะเจออะไร บวกกับสถานที่บรรยากาศที่ดูวังเวงดี โดยเมื่อเข้าสู่ช่วงกลางเรื่องจะเริ่มฉายถึงคนที่มาก่อกวนข้างนอกและเริ่มฉายถึงใครบางคนข้างใน โดยชวนทำให้คนดูสับสนหวาดระแวงไปด้วยว่าตัวละครหลอนไปเองหรือว่าเรื่องจริงกันแน่ ซึ่งสักพักศพในห้องก็ได้หายไปและตัวละครถูกขังข้างในแทน โดยเหมือนตัวละครถูกสิ่งเหนือธรรมชาติเล่นงานก่อนที่จะฉายถึงตัวละครที่ก่อกวนข้างนอกอีกครั้ง ซึ่งหลังจากนี้จะหนีออกไปข้างนอกยังไงก็มักจะกลับมายังห้องดับจิตเดิม แต่ช่วงท้ายความลุ้นที่หนังได้ทำไว้ในช่วงก่อนหน้ากลับลดลง ซึ่งช่วงท้ายดำเนินเรื่องวนมายังจุดที่ตัวละครหลักขับรถชนคนอีกครั้ง

คะแนนส่วนตัว 5/10

ตัวอย่าง 


ขอบคุณภาพจาก IMDb เครดิต BH5 Studios รูปหน้าปก

ป้ายกำกับ