แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ หนังฆาตกร แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ หนังฆาตกร แสดงบทความทั้งหมด

วันอังคารที่ 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2569

รีวิวหนัง Pinocchio Unstrung (2026) พินอคคิโอ หุ่นไม้สายเชือด

 


           Pinocchio Unstrung (2026) พินอคคิโอ หุ่นไม้สายเชือด เป็นภาพยนตร์สแลชเชอร์อิสระของอังกฤษที่เขียนบทและกำกับโดย Rhys Frake-Waterfield นำแสดงโดย Robert Englund และ Richard Brake ซึ่งเป็นภาคที่ห้าของจักรวาล Twisted Childhood (TCU) และเป็นการเล่าเรื่องสยองขวัญใหม่ของนิยายปี 1883 เรื่อง The Adventures of Pinocchio ของ Carlo Collodi ในสหราชอาณาจักรและประเทศอื่น ๆ ใช้ชื่อว่า Pinocchio: Unstrung

           โดยเข้าฉายในงานเทศกาลภาพยนตร์แฟนตาสติกนานาชาติบรัสเซลส์เมื่อวันที่ 11 เมษายน 2026 ก่อนจะเข้าฉายในโรงภาพยนตร์ทั่วโลกในวันที่ 24 กรกฎาคม 2026 โดย ITN Distribution 

          เรื่องราวของ เจมส์ ที่สูญเสียแม่และเพื่อนรักคนหนึ่งไป ทำให้ตาของเขา เจเป็ตโต้ ได้สร้างหุ่นไม้ที่มีชีวิต ซึ่งมีชื่อว่า พินอคคิโอ ให้เป็นเพื่อนเขา ซึ่งทำให้พินอคคิโออยากเป็นมนุษย์เหมือนเจมส์และอยากปกป้องเจมส์ จึงได้ฆ่าทุกคนที่เป็นศัตรูกับเขาและทำให้เขาต้องเจ็บ รวมทั้งฆ่าเอาอวัยวะมนุษย์ เพื่อต้องการเป็นมนุษย์

           เปิดเรื่องด้วยการเล่านิทานผ่านตัวละครเจเป็ตโต้ด้วยการเชิดหุ่นไม้ก่อนที่จะฉายถึงตัวละครที่เล่านิทานและเด็ก ซึ่งเป็นเหตุการณ์ก่อนที่เจเป็ตโต้จะแนะนำพินอคคิโอให้รู้จักกับเจมส์ ซึ่งฉากเปิดตัวพินอคคิโอถือว่าทำได้หลอนและน่าสนใจดี แต่เนื้อเรื่องคาดเดาได้ง่าย พล็อตเรื่องคล้าย ๆ กับเรื่อง Child's Play (2019) คลั่งฝังหุ่น จึงดูแล้วไม่ค่อยแปลกใหม่เท่าไหร่ โดยเปลี่ยนจากตุ๊กตาชัคกี้เป็นหุ่นไม้พินอคคิโอที่อ้างอิงตามนิทานเล็กน้อย คือ ถ้าโกหกจมูกจะยาวขึ้นเรื่อย ๆ โดยจะมาในสายโหด แต่ก็แอบแฝงข้อคิดบางอย่าง ซึ่งฆาตกรไม่ได้ร้ายตั้งแต่แรก แต่เกิดจากการสั่งสอนชักจูงและการเรียนรู้ผิด ๆ เป็นหุ่นไม้ที่มีชีวิตจิตใจเหมือนมนุษย์ ทำให้ดูแล้วไม่ได้เกลียดฆาตกรขนาดนั้น ซึ่งฉากฆ่าโหดดีและแฝงความฮาของพินอคคิโอ ที่ดูแล้วชวนขำตลอดทั้งเรื่อง ถึงแม้หุ่นไม้มีชีวิตนี้จะดูเป็นไปไม่ค่อยได้เท่าไหร่ โดยจบทิ้งท้ายเหมือนมีต่อ

คะแนนส่วนตัว 5.5/10

รีวิว Child's Play (2019) คลั่งฝังหุ่น

ตัวอย่าง


ขอบคุณภาพจาก IMDb เครดิต Jagged Edge Productions รูปหน้าปกที่ 1 / รูปหน้าปกที่ 2 / รูปหน้าปกที่ 3

วันจันทร์ที่ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2569

รีวิวหนัง Dolly (2026)

 


          Dolly (2026) เป็นภาพยนตร์สแลชเชอร์ของอเมริกาปี 2025 ที่กำกับ เขียนบท และผลิตโดย Rod Blackhurst อิงจากภาพยนตร์สั้นของ Blackhurst ปี 2022 เรื่อง Babygirl นำแสดงโดย Fabianne Therese, Russ Tiller, Kate Cobb, Eve Blackhurst, Michalina Scorzelli, Ethan Suplee, Seann William Scott และ Max the Impaler

          โดยมีการฉายรอบปฐมทัศน์โลกที่ Fantastic Fest เมื่อวันที่ 21 กันยายน 2025 และเข้าฉายในโรงภาพยนตร์ในสหรัฐอเมริกาเมื่อวันที่ 6 มีนาคม 2026

          เรื่องราวของ คู่รัก เมซี่ และ เชส ที่เดินทางไปยังพื้นที่ภูเขาป่ารกร้าง เพื่อเดินป่า แต่ในขณะที่เชสจะขอแต่งงาน พวกเขาได้ยินเสียงบางอย่าง เชสจึงเดินไปดู โดยทิ้งให้เมซี่อยู่คนเดียว จนต้องออกตามหาและได้เจอกับหญิงสติฟั่นเฟืองที่สวมหน้ากากตุ๊กตา ซึ่งได้จับตัวเธอกลับบ้านและเลี้ยงดูเธอเหมือนลูกสาว เธอจึงต้องหาวิธีออกไปจากหญิงโรคจิตนี้ให้ได้

          หนังดำเนินเรื่องเป็นบท ๆ โดยเริ่มจากบทที่หนึ่งแม่ ซึ่งช่วงเปิดเรื่องได้ฉายถึงตัวละครที่ทำบางอย่างกับศพ ก่อนที่จะฉายถึงคู่รักที่มาชมวิวในป่าและได้เจอกับตุ๊กตา โดยที่นั่นมีตัวละครโรคจิตในช่วงเปิดเรื่องอยู่ด้วยก่อนที่จะได้เจอกัน ซึ่งตัวร้ายจะสวมหน้ากากตลอดเวลา โดยเป็นหน้ากากตุ๊กตาและใช้จอบเป็นอาวุธ โดยกำลังหมกมุ่นอยู่กับตุ๊กตาเหมือนตัวเองกำลังเป็นแม่

          บทที่สองลูกสาว หลังจากที่ตัวละครเจอกับคนร้ายก็เกิดการปะทะกันและถูกไล่ตาม โดยผู้หญิงจะถูกจับตัวไป ซึ่งคาดว่าน่าจะเห็นเป็นลูกสาว

          บทที่สามบ้าน โดยตัวละครถูกจับมาที่บ้านของคนร้าย ซึ่งในบ้านยังมีคนอื่นอยู่ด้วย โดยได้เปิดเผยว่าทั้งหมดนี่เป็นเกม ต้องเล่นไปตามเกม ซึ่งจะต้องหากุญแจให้เจอ โดยชวนติดตามว่าคนร้ายจะทำอะไร ในขณะที่ตัวละครต้องหากุญแจให้เจอ โดยมีฉากโหดและฉากชวนแหวะอยู่บ้าง แต่ก็ยังมาในรูปแบบเดิม ๆ ที่ชวนขัดใจตัวละคร ส่วนคนร้ายอาจจะดูเปลี่ยนไปบ้างจากผู้ชายเป็นผู้หญิง แต่ก็ยังตายยากเหลือเกิน ซึ่งก็ชวนลุ้นเอาใจช่วยตัวละครดี ดูแล้วสงสารเหยื่อ โดยคนร้ายได้เห็นเหยื่อเป็นลูกสาวตัวเอง ถึงแม้จะดูร้าย แต่ก็ยังมีบางส่วนที่ดีเล็กน้อย

          บทที่สี่พ่อ โดยช่วงนี้ตัวละครหลักได้เจอกุญแจแล้ว ซึ่งก็ชวนลุ้นว่าเอาชีวิตรอดออกไปได้หรือไม่ แต่บางจุดก็พอเดาเรื่องได้ไม่ยากและก็ยังดูขัดใจเหมือนเดิม โดยตอนนี้ได้ฉายถึงพ่อของโรคจิต

           บทที่ห้าการพบปะสังสรรค์ ตัวละครได้เจอกับคนรักและหนีออกมาข้างนอก แต่ก็ถูกโรคจิตตามล่า

           บทที่หกการรบ ตัวละครพบจุดอ่อนของคนร้าย ซึ่งช่วงนี้ก็มีการเอาคืนตัวร้ายไม่เหมือนกับช่วงก่อนหน้าหน่อย โดยตอนนี้เป็นการสู้รบกับคนร้าย

          และปิดท้ายด้วยบทที่เจ็ดลาก่อน ซึ่งเป็นบทสุดท้ายที่มาในรูปแบบเดิม ๆ สำหรับหนังแนวนี้ แต่ยังดีที่ไม่ได้จบทิ้งท้ายเหมือนมีต่อ

คะแนนส่วนตัว 5/10

ตัวอย่าง


ขอบคุณภาพจาก Witchcraft Motion Picture Company รูปหน้าปก

วันพุธที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2568

รีวิวหนัง Black Phone 2 (2025) สายหลอน ซ่อนวิญญาณ 2

 


           Black Phone 2 (2025) สายหลอน ซ่อนวิญญาณ 2 เป็นภาพยนตร์สยองขวัญเหนือธรรมชาติของอเมริกันที่กำกับโดย Scott Derrickson ซึ่งเขียนบทร่วมกับ C. Robert Cargill และสร้างโดย Jason Blum เป็นภาคต่อของ The Black Phone (2021) นำแสดงโดย Ethan Hawke, Mason Thames, Madeleine McGraw และ Jeremy Davies กลับมารับบทเดิมของพวกเขา พร้อมกับ Demián Bichir เข้าร่วมแสดงด้วย

           โดยฉายรอบปฐมทัศน์ที่ Fantastic Fest เมื่อวันที่ 20 กันยายน 2025 และเข้าฉายในสหรัฐอเมริกาโดย Universal Pictures เมื่อวันที่ 17 ตุลาคม

          "ความสยอง และความโหด เพิ่มขึ้นกว่าภาคแรก มีความเป็น Horror-Action ที่เอาใจ FC มากขึ้น"

          หลังจากเหตุการณ์ที่ ฟินนีย์ รอดชีวิตจากแกร์บเบอร์ฆาตกรโรคจิต เกวน น้องสาวของเขาก็ฝันถึงผีเด็กอยู่บ่อยๆ โดยเธอฝันเห็นพวกเขาโดนฆ่าตายที่ ค่ายฤดูหนาวอัลไพน์ เลค ซึ่งเป็นที่ที่แม่ของเธอฆ่าตัวตายด้วย ทำให้เกวน และฟินนีย์ ต้องเดินทางไปเพื่อไขปริศนาเรื่องราวการฝันของเกวน...

          หนังลุ้นระทึกที่ในภาคนี้ค่อนข้างจะมีการนำเสนอที่ต่างจากภาคแรก แม้จะยังคงความเป็นหนังลุ้นระทึกอยู่ก็ตาม จากฆาตกรที่เคยเป็นคนกลับกลายมาเป็นผีร้าย ที่มีความโหด และความสยองที่มากขึ้นกว่าเดิม เพราะฉนั้นฉากแนวลุ้นกับจังหวะผีหลอกจะมีมากกว่า ฉากลุ้นระทึกเอาตัวรอดแบบไล่ล่ากับคนในภาคแรก

         ส่วนตัวคิดว่าหนังก็ทำออกมาได้ดูสนุกอยู่ ในการออกแบบฉากลุ้นระทึกต่างๆ แต่ว่าแอดมินชอบการนำเสนอของภาคแรกมากกว่า เพราะฉากการเอาตัวรอดจากฆาตกรมันดูบิ๊วอารมณ์ได้ดีกว่า ในขณะที่ภาคนี้มีความเป็นระทึกขวัญ แบบ Action/Horror มันจึงมีความโฉ่งฉ่างกว่า และซัดกันซึ่งหน้ามากกว่า จึงทำให้กลิ่นอายของจังหวะความลุ้นระทึกลดไปนิดนึง แต่ก็จะได้ฟิลเลือดสาด และความโหดเข้ามาแทน

           ภาคนี้มีตัวละครเพิ่มขึ้นมามากมายที่เข้ามาเกี่ยวข้อง และบทบาทของน้องสาวพระเอกจะโดดเด่นในภาคนี้แทนที่พระเอก เรียกได้ว่าพากันมาหลอนรับมือกับฆาตกรที่มีพลังมากขึ้นเพราะตัวร้ายเป็นผีแล้ว

ใครที่เป็น FC ของภาคแรก และชอบหนังแนวสยองขวัญลุ้นระทึก ก็ขอแนะนำครับ ไม่ควรพลาด

อ่านรีวิว The Black Phone (2022) สายหลอน ซ่อนวิญญาณ

คะแนนส่วนตัว 7/10

รีวิวโดย A.L. Lucky

ตัวอย่าง


ขอบคุณภาพจาก Universal Pictures รูปหน้าปกที่ 1

ขอบคุณภาพจาก IMDb เครดิต Universal Pictures รูปหน้าปกที่ 2 / รูปหน้าปกที่ 3

วันพฤหัสบดีที่ 31 กรกฎาคม พ.ศ. 2568

รีวิวหนัง I know what you did last summer (2025) ซัมเมอร์สยอง...ต้องหวีด

 


            I know what you did last summer (2025) ซัมเมอร์สยอง...ต้องหวีด เป็นภาพยนตร์สเลชเชอร์อเมริกันที่กำกับโดย Jennifer Kaytin Robinson ซึ่งร่วมเขียนบทภาพยนตร์กับ Sam Lansky จากเรื่องเล่าโดย Leah McKendrick และ Robinson ซึ่งป็นภาคที่สี่ในแฟรนไชส์ I Know What You Did Last Summer และเป็นภาคต่อของ I Still Know What You Did Last Summer (1998) นำแสดงโดย Madelyn Cline, Chase Sui Wonders, Jonah Hauer-King, Tyriq Withers, Sarah Pidgeon, Billy Campbell, Gabbriette Bechtel และ Austin Nichols โดยมี Freddie Prinze Jr. และ Jennifer Love Hewitt กลับมารับบท Ray Bronson และ Julie James จากภาพยนตร์ก่อนหน้า 

          แผนสำหรับภาพยนตร์เรื่องที่สี่ในแฟรนไชส์เริ่มขึ้นในปี 2014 เมื่อ Mike Flanagan และ Jeff Howard ได้ลงนาม เพื่อเขียนบทรีเมคที่ไม่มีความเชื่อมโยงกับภาคก่อนหน้านี้ อย่างไรก็ตามเวอร์ชันนี้ในที่สุดก็ไม่ประสบความสำเร็จ หลังจากการยกเลิกการดัดแปลงซีรีส์โทรทัศน์ในปี 2021 โครงการนี้ถูกฟื้นฟูเมื่อ Robinson เสนอเวอร์ชันของเธอให้กับ Sony Pictures ภาพยนตร์เริ่มการพัฒนาในช่วงต้นในเดือนกุมภาพันธ์ 2023 โดยมีผู้ผลิต Neal H. Moritz กลับมาด้วย Prinze Jr. และ Hewitt ได้รับการยืนยันว่าจะกลับมาในปี 2024 โดยมีนักแสดงใหม่เข้าร่วมตลอดทั้งปี การถ่ายทำเกิดขึ้นระหว่างเดือนตุลาคม 2024 ถึงมีนาคม 2025 ที่ซิดนีย์และลอสแองเจลิส

           โดยฉายที่โรงละครยูไนเต็ดในบรอดเวย์ในลอสแองเจลิสเมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม 2025 และถูกจัดจำหน่ายในโรงภาพยนตร์โดยโซนี่พิคเจอร์สรีลีสในสหรัฐอเมริกาเมื่อวันที่ 18 กรกฎาคม 

           "ชวนให้คิดถึงบรรยากาศเก่าๆ ของหนังเรื่องนี้ และเจ้ามือตะขอยังคงสร้างความสะพรึงได้ไม่เปลี่ยนในทุกครั้งที่ปรากฏตัว"

           เมื่อเจ้าฆาตกรมือตะขอในตำนานของเมืองผู้โด่งดัง ได้กลับมาไล่ฆ่ากลุ่มวัยรุ่นทั้ง 5 คน ที่ปกปิดเรื่องราวที่ก่อไว้เมื่อปีที่แล้ว ทำให้ผู้เกี่ยวข้องในอดีต และเด็กรุ่นใหม่จะร่วมมือกันจัดการฆาตกรเหมือนสมัยอดีตได้หรือไม่...?

           ส่วนตัวเคยดูภาคก่อนตั้งแต่สมัยมัธยม และเป็น FC เรื่องนี้ด้วย หลังจบไตรภาค ก็คิดว่าหนังน่าจะจบไปแล้ว แต่พอได้รู้ข่าวว่ามีการสร้างภาคใหม่ก็อยากดูมากๆ จนวันนี้ก็มาถึง ซึ่งหลังรับชม มันทำให้เราได้คิดถึงบรรยากาศเก่าๆ ของหนังเรื่องนี้ในอดีต รายละเอียดต่างๆ ค่อยๆ ผุดขึ้นมา และเคยจำได้ว่าตอนนั้นเราเคยลุ้นกับหนังเรื่องนี้แค่ไหนเวลาฆาตกรมือตะขอโผล่มา ซึ่งหนังยังคงคอนเซ็ปเหล่านี้ได้อย่างดี กับบรรยากาศ และบุคลิกของฆาตกร ที่สวมชุดกันฝน รองเท้าบู๊ต และตะขออันแหลมคม การย่างกรายอันหนักแน่น และมีความนิ่งในการลงมือฆ่าเหยื่อ สิ่งเหล่านี้มันกลับมาอีกครั้งจริงๆ ซึ่งในแง่ของความลุ้นระทึก มันยังคงทำหน้าที่ได้ดี พร้อมกับการร่วมคาดเดาถึงฆาตกรว่าจะเป็นใครในตัวละครต่างๆ ที่โผล่มามากมาย

           นอกจากนี้เรายังจะได้เห็นตัวละครเก่าๆ มาร่วมแจม ให้เราหายคิดถึงอีกด้วย ซึ่งเชื่อว่า FC ต้องชอบแน่นอน แถมหนังยังมีฉากระหว่าง End Credit ให้แฟนๆ เซอร์ไพร์ทพร้อมทิ้งท้ายเรื่องราวภาคต่อที่ชวนให้เราติดตามต่อไปอีกด้วย

          ภาพรวมนี่เป็นหนังตื่นเต้นลุ้นระทึก ที่ทำออกมาได้บันเทิง เหมาะกับคอหนังแนวฆาตกรไล่ฆ่าที่มีกลิ่นอายบรรยากาศยุค 90 และ FC I know what you did last summer ที่ไม่ควรพลาด

คะแนนส่วนตัว 8/10

รีวิวโดย A.L. Lucky

ตัวอย่าง


ขอบคุณภาพจาก IMDb เครดิต Columbia Pictures รูปหน้าปกที่ 1 / รูปหน้าปกที่ 2 / รูปหน้าปกที่ 3 / รูปหน้าปกที่ 4

วันจันทร์ที่ 16 มิถุนายน พ.ศ. 2568

รีวิวหนัง Clown In A Cornfield (2025)

 


              Clown In A Cornfield (2025) เป็นภาพยนตร์สแลชเชอร์อเมริกันที่กำกับโดย Eli Craig และเขียนบทโดย Craig และ Carter Blanchard โดยอ้างอิงจากนวนิยายปี 2020 โดย Adam Cesare นำแสดงโดย Katie Douglas, Aaron Abrams, Carson MacCormac, Kevin Durand และ Will Sasso  โดยได้เปิดตัวที่ South by Southwest เมื่อวันที่ 10 มีนาคม 2025 ก่อนที่จะเข้าฉายในโรงภาพยนตร์ในสหรัฐอเมริกาวันที่ 9 พฤษภาคม 2025

           เรื่องราวของ ควินน์ ที่ย้ายมาอยู่ในเมือง เคตเทิล สปริงส์ กับพ่อ หลังจากแม่เสียชีวิต และได้รู้จักกับ โคล, เจเนต, รอนนี่, แมตต์ และ ทักเกอร์ เพื่อนร่วมห้อง โดยได้ชวนกันไปปาร์ตี้และมีคนแต่งตัวเป็นตัวตลกมาหลอกเธอ โดยหารู้ไม่ว่ามีฆาตกรตัวตลกตัวจริงแอบดูอยู่และหลังจากนั้นมันก็เริ่มลงมือฆ่าพวกเธอ

           เปิดเรื่องในช่วงปี 1991 ฉายถึงตัวละครที่เจอกับตัวตลกก่อนตัดเข้าเรื่องในช่วงปัจจุบัน ฉายถึงตัวละครหลัก ซึ่งเป็นการปูเรื่องราว ช่วงนี้ค่อนข้างน่าเบื่อไปหน่อย จากนั้นก็เริ่มพูดถึงตัวตลก แต่กว่าจะฉายถึงตัวตลกออกเล่นงานค่อนข้างยืดเยื้อไปหน่อย ซึ่งก็ชวนลุ้นดี ฉากฆ่าโหดดี โดยเล่นงานเหยื่อคนไหนก็จะเน้นฉายถึงตัวละครคนนั้น ซึ่งก่อนจะเริ่มเล่นงานจะส่งกล่องเครื่องดนตรีตัวตลกไปให้และเมื่อหมุนก็จะมีตัวตลกเด้งออกมาและฆาตกรตัวตลกก็จะปรากฎตัวลงมือฆ่าเหยื่อ จุดนี้มีความคล้าย ๆ เรื่อง The Jack in the Box ซึ่งก็ไม่ค่อยแปลกใหม่เท่าไหร่มาแนวเดิม ๆ และเหยื่อบางคนถูกฆ่าง่ายดายไป แต่หลังจากเลยช่วงกลางเรื่องไปก็ชวนลุ้นเอาใจช่วยตัวละครได้ดี โดยเฉพาะเมื่อฆาตกรตัวตลกไม่ได้มีแต่คนเดียว แต่บางฉากไม่ค่อยสมจริงเท่าไหร่ ซึ่งมีหักมุมแบบคิดไม่ถึงในช่วงท้ายเรื่องและมีฉากที่ตัวละครจัดการฆาตกรได้โดนใจบ้าง

คะแนนส่วนตัว 4.5/10

อ่านรีวิว The Jack in the Box: Awakening (2022) แจ็คในกล่อง

อ่านรีวิว The Jack in the Box Rises (2024)

ตัวอย่าง


ขอบคุณภาพจาก IMDb เครดิต Rhea Films รูปหน้าปกที่ 1 / รูปหน้าปกที่ 2 / รูปหน้าปกที่ 3

วันเสาร์ที่ 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568

รีวิวหนัง Grafted (2024) ถลก…นังหน้าสวย

              


           Grafted (2024) ถลก…นังหน้าสวย เป็นภาพยนตร์สยองขวัญที่กํากับโดย Sasha Rainbow นําแสดงโดย Joyena Sun, Jess Hong, Eden Hart, Jared Turner, Sepi Toa, Mark Mitchinson, Ginette McDonald, Sam Wang, Trendall Pulini, Chloe Parker, Gideon Smith, Mohan Liu, Benjamin Hudson, Noah Davy และ Nimeti Akatere 

            โดยถ่ายทําในโอ๊คแลนด์ ประเทศนิวซีแลนด์เป็นหลัก Murray Francis, Charlie Kemball และ Leela Menon เป็นผู้ผลิตภาพยนตร์ ในขณะที่ Lee Murray, Hweiling Ow และ Mia Maramara เป็นผู้เขียนบท ออกฉายเพื่อสตรีมมิ่งในเดือนมกราคม 2025

             เมื่อใบหน้าที่มีไม่ได้ดูดีเหมือนคนอื่น ๆ จึงต้องทำให้ดูดีด้วยการถลกหนังหน้า และต้องเป็นหน้าที่สวยงดงาม

           เรื่องราวของ เหว่ย (ลินเหว่ย) ที่สูญเสียพ่อตั้งแต่เด็กและได้มาอยู่กับ ป้าหลิง และ แองเจลล่า ลูกพี่ลูกน้องของเธอที่นิวซีแลนด์หลังได้ทุน แต่คนอื่น ๆ กลับรังเกียจและไม่ค่อยเป็นมิตรด้วย เนื่องจากรอยบนในหน้าของเธอที่ได้มาจากสิ่งที่ไม่ดีที่บรรพบุรุษทำไว้ ซึ่งเธอสามารถทำให้มันดูดีได้และก็สามารถทำได้สำเร็จ

           เปิดเรื่องฉายถึงตัวละครหลักในวัยเด็กที่มีใบหน้าเสียโฉมตั้งแต่เด็ก รวมถึงพ่อด้วย ซึ่งฉายถึงพ่อที่คิดค้นวิธีรักษาใบหน้า แต่ไม่ได้ผล ซึ่งจุดนี้ไม่น่าเป็นไปได้ ถึงแม้จะดูน่าสนใจ จากนั้นก็ตัดเข้าเรื่องฉายถึงตัวละครหลักที่โตขึ้นและได้ย้ายมาอยู่กับป้า จากนั้นก็ฉายถึงตัวละครหลักที่ไปเรียน ซึ่งเกี่ยวข้องกับวิทยาศาสตร์ ที่ซึ่งอดีตพ่อของตัวละครเคยเป็นและศึกษา เพื่อหาวิธีรักษา โดยมีตัวละครอื่นอย่างเพื่อนในห้องเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย แต่ตัวละครอื่นดูไม่ค่อยสมบทบาทเท่าไหร่ ซึ่งคนอื่น ๆ จะไม่กล้าเข้าใกล้และเป็นมิตรด้วยเท่าไหร่ เนื่องจากการกระทำที่แปลกกว่าคนอื่นจนน่าขยะแขยงและร่องรอยบนในหน้า ซึ่งดูแล้วก็สงสารตัวละครหลักดี แต่ก็มีตัวละครบางคนที่ต่างจากคนอื่น แต่เหมือนมีบางอย่างแอบแฝง จากนั้นจะเน้นไปที่การทดลองจนไปถึงขั้นทดลองกับตัวเอง ซึ่งได้ผลสำเร็จ ถึงแม้จะดูเป็นไปไม่ค่อยได้เหมือนช่วงเปิดเรื่อง ซึ่งก็มีฉากโหดบ้างในช่วงทดลองผ่าตัด โดยเฉพาะฉากถลกหนังที่อาจจะดูโหดหน่อยจนถึงกับหันหน้าหนีเลย จากนั้นก็มีเหตุให้ตัวละครถูกกลั่นแกล้งจนเกิดเหตุทะเลาะกันและได้ลงมือฆ่าคนโดยไม่ตั้งใจ จนทำให้กลายเป็นที่มาของการถลกหนังหน้าตามชื่อเรื่อง โดยหนังจะดำเนินเรื่องเรื่อย ๆ แต่ก็ชวนติดตามดี ซึ่งตัวละครจะพยายามเลียนแบบตัวละครที่ถลกหนังหน้า เพื่อให้แนบเนียน แต่ก็ยังมีบางจุดที่ไม่สมจริง ซึ่งก็ยอมรับได้ว่าอาจจะไม่มีใครสังเกต โดยจะต้องแสดงสองบทบาทในคนเดียว ซึ่งก็ถือว่าแสดงได้ดี แต่แล้วก็มีเหตุให้หนังหน้าหลุดออก จนทำให้เริ่มเปลี่ยนเป็นโหดร้ายขึ้นและเริ่มหันมาสนใจใบหน้าที่สวยกว่า รวมทั้งตัวละครที่ทยอยหายตัวไปจนเริ่มสงสัย จึงทำให้กลายเป็นฆาตกร ซึ่งในระหว่างนั้นก็มักจะเกิดเหตุหนังแห้งถลอกอยู่ตลอด จนต้องถลกหนังหน้าไปมา แต่ก็พอจะเดาเรื่องได้ว่าจะมายังไง ซึ่งช่วงท้ายเรื่องแสดงได้โรคจิตดี

คะแนนส่วนตัว 5.5/10

ตัวอย่าง


ขอบคุณภาพจาก IMDb เครดิต Head Gear Films รูปหน้าปกที่ 1 / รูปหน้าปกที่ 2 / รูปหน้าปกที่ 3

วันจันทร์ที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568

รีวิวหนัง Get Away (2024)

 



         Get Away (2024) เป็นภาพยนตร์สยองขวัญตลกอังกฤษที่กํากับโดย Steffen Haars และเขียนบทโดย Nick Frost ซึ่งแสดงร่วมกับ Aisling Bea, Sebastian Croft และ Maisie Ayres ฉายรอบปฐมทัศน์ที่ Fantastic Fest เมื่อวันที่ 20 กันยายน 2024 และเข้าฉายในสหราชอาณาจักรบนบริการสมัครสมาชิก Sky Cinema เมื่อวันที่ 10 มกราคม 2025

           เรื่องราวของ ครอบครัวหนึ่ง ริชาร์ด, ซูซาน, แซม และ เจสซี่ ที่ได้เดินทางไปสวันดา ไปยังเกาะคาราตันในสวีเดน ซึ่งพวกเขาได้เช่าอพาร์ทเม้นท์แม่ของแมชไว้ เพื่อมาพักร้อนและดูการแสดงของคนที่นั่น ซึ่งบรรพบุรุษของซูซานเสียชีวิตที่นี่ แต่มีคนแนะนำไม่ให้พวกเขาไปที่นั่นถ้ายังอยากมีชีวิตอยู่ พวกเขาไม่ต้อนรับแขก และเมื่อพวกเขาไปอยู่ที่นั่น

           เปิดเรื่องฉายถึงเรื่องราวในอดีตคร่าว ๆ ก่อนตัดมาที่สวีเดนช่วงสองร้อยปีต่อมาด้วยการฉายถึงตัวละครหลักที่กำลังเดินทาง จากนั้นก็ตัดมาที่สองวันก่อนการกักตัว โดยฉายถึงตัวละครหลักต่อ ซึ่งพูดถึงสถานที่ที่จะไป แต่ตัวละครแถวนั้นกลับไม่อยากให้ไป ซึ่งก็ดูลึกลับชวนติดตามดี จนเมื่อมาถึงตัวละครที่นั่นดูท่าทางน่ากลัว ไม่น่าไว้วางใจ จากนั้นก็ค่อย ๆ ฉายบางอย่างแปลก ๆ ในบ้าน รวมทั้งเหมือนมีคนแอบดูอยู่ข้างใน ตัวละครบนเกาะที่ข่มขู่ให้กลัว จากนั้นก็ตัดมาที่ช่วงหนึ่งวันก่อนก่อนกักตัว โดยจะค่อย ๆ ฉายเหมือนมีคนแอบดูกล้องวงจรปิดในบ้านอยู่ รวมทั้งตัวละครที่แนะนำห้ามไปถูกฆ่าตายเป็นปริศนา ของบางอย่างหายไปในบ้าน ซึ่งหนังก็ได้เปิดเผยความลับให้เห็น แต่ก็ไม่ได้แปลกใจอะไร ศูนย์วันก่อนคาราตันการแสดงคาราตันได้เริ่มขึ้น แต่ตัวละครกลับไม่ได้อยากดูและได้ทำอย่างอื่นแทน ช่วงนี้ไม่ค่อยน่าสนใจเท่าไหร่ แต่มีหักมุมแบบคิดไม่ถึงบ้าง ช่วงท้าย ๆ จะติดตลกหน่อยตามแนวหนัง

คะแนนส่วนตัว 5.5/10

ตัวอย่าง


ขอบคุณภาพจาก IMDb เครดิต XYZ Films รูปหน้าปกที่ 1 / รูปหน้าปกที่ 2 / รูปหน้าปกที่ 3

วันอังคารที่ 6 สิงหาคม พ.ศ. 2567

รีวิวหนัง Trap (2024) แทร็ป

 



             Trap (2024) แทร็ป เป็นภาพยนตร์ระทึกขวัญแนวจิตวิทยาอเมริกันที่เขียนบท กํากับ และอํานวยการสร้างโดย M. Night Shyamalan นําแสดงโดย Josh Hartnett, Ariel Donoghue, Saleka Shyamalan, Hayley Mills และ Alison Pill

            ฉายรอบปฐมทัศน์ในนิวยอร์กซิตี้เมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม 2024 และมีกําหนดออกฉายในสหรัฐอเมริกาโดย Warner Bros. Pictures ในวันที่ 2 สิงหาคม

"จะลุ้นเอาใจช่วยฆาตกร หรือนักร้องดี"

              เรื่องราวของฆาตกรคนหนึ่งที่มีฉายาว่า เดอะ บุทเชอร์ (จอช ฮาร์ทเนตต์)​ ที่เบื้องหน้าเป็นพ่อที่ดูอบอุ่น ได้พา โจดี้ (แอเรียล โดโนฮิว) ลูกสาว ไปดูคอนเสิร์ต Lady Raven (เซลกา ชยามาลาน)​ โดยหารู้ไม่ว่า เขากำลังจะโดนตำรวจวางแผนจับกุมในงานคอนเสิร์ต ทำให้เขาต้องหาวิธีทางเอาตัวรอดจากการจับกุมให้ได้... 

            เป็นหนังแนวชิงไหวชิงพริบ ในมุมมองที่แปลกใหม่ดี ที่คราวนี้เราจะได้เห็นการนำเสนอการเล่าเรื่องผ่านตัวฆาตกรที่เหมือนเป็นตัวเอกของเรื่องเลยก็ว่าได้ หนังจะพาเราไปลุ้นกับการใช้ไหวพริบในการหนีเอาตัวรอดจากการตามจับกุมของเหล่าตำรวจในสถานที่จัดคอนเสิร์ต มันเลยทำให้เราแทนที่จะเอาใจช่วยตำรวจ แต่กลับต้องเอาใจช่วยฆาตกรแทน เพราะเบื้องหน้าของฆาตกร เขาเป็นพ่อที่มีลูกสาวที่น่ารัก แถมยังพาลูกสาวมาดูคอนเสิร์ตด้วยโดยหารู้ไม่ว่าในคอนเสิร์ต เหล่าตำรวจกำลังวางแผนจับตัวฆาตกรอย่างเขาในคอนเสิร์ตอยู่

            แม้หนังจะมีจุดอ่อนและช่องโหว่เรื่องความสมเหตุสมผล แต่หนังพาเราไปลุ้นระทึกกับการเอาตัวรอดได้อย่างสนุกเลย จึงถือว่าพอที่จะมองข้ามจุดอ่อนไปได้ การได้จอร์จ ฮาร์เน็ต มารับบทฆาตกร และคุณพ่อที่รักลูกจึงทำให้เรารู้สึกเอาใจช่วยให้เขารอดจากการจับกุม

             การออกแบบฉากลุ้นระทึกในการเอาตัวรอดของฆาตกร ทำได้ดีทำให้หนังน่าสนใจ และน่าติดตามจนตรึงเราให้อยู่กับหนังได้ตลอดทั้งเรื่อง และนอกจากนั้นหนังทำเอาเราอยากรู้ว่าบทสรุปของวายร้ายฆาตกรน่าหล่อจะมีจุดจบเป็นยังไงด้วย

            ภาพรวมจึงเป็นหนังลุ้นระทึก แนวชิงไหวชิงพริบ ที่นำเสนอในรูปแบบแปลกใหม่ฉีกกรอบหนังฆาตกรเดิมๆ โดยผู้กำกับหนังจอมหักมุม เอ็ม ไนท์ ชามาลาน ที่ดูสนุก น่าติดตามดีครับ

มีฉาก ระหว่าง End credit 1 ฉากนะครับ อย่าลืมรอชมกัน

คะแนนส่วนตัว 8/10

รีวิวโดย A.L. Lucky


             เรื่องราวของ คูเปอร์ ที่พา ไรลีย์ ลูกสาว ไปดูคอนเสิร์ตเลดี้เรเวน แต่แล้วไม่นานก็มีตำรวจมาล้อมสถานที่ เพื่อมาดักจับฆาตกรโรคจิตชื่อว่า บุชเชอร์ ซึ่งมีทางออกเดียวคือหลังเวที เขาจึงต้องหาวิธีออกไปให้ได้หลังคอนเสิร์ตจบ

            เปิดเรื่องฉายถึงตัวละครพ่อลูกที่ไปดูคอนเสิร์ต ซึ่งก็ฉายถึงตัวละครที่ดูคอนเสิร์ตไปเรื่อยตลอดทั้งเรื่อง จากนั้นก็เริ่มฉายถึงตำรวจที่แห่มาล้อมรอบสถานที่ดูคอนเสิร์ตและค่อย ๆ เปิดเผยถึงสาเหตุการมา ซึ่งก็มีสอดแทรกความสัมพันธ์ลูกกับเพื่อนบ้างและมีช่วงที่น่าเบื่อบ้าง โดยเมื่อตัวละครเห็นตำรวจก็เริ่มดูช่องทางหาทางออก โดยเฉพาะหาวิธีไปหลังเวทีให้ได้และคอยหลบหลีกตำรวจอยู่ตลอด ซึ่งเชี่ยวชาญในด้านการเอาตัวรอด ช่างสังเกตและฉกฉวยสิ่งของได้ดี ถือเป็นฆาตกรมืออาชีพเลย ซึ่งมีแอบฟังการสื่อสารของตำรวจในบางครั้ง ในขณะที่ลูกไม่รู้เรื่องและเริ่มสงสัยในการกระทำแปลก ๆ ของพ่อและตำรวจก็ไม่รู้หน้าคนร้ายเช่นกัน ซึ่งก็เดาเรื่องได้ตั้งแต่แรกว่าใครคือฆาตกรที่ตำรวจตามหา แต่ก็ชวนติดตามว่าตัวละครจะเอาตัวรอดไปได้ยังไง ซึ่งเลดี้เรเวนก็ตกเป็นคนที่ถูกฆาตกรข่มขู่ จึงชวนลุ้นว่าจะช่วยตัวประกันที่ถูกจับยังไงเช่นกัน รวมทั้งเอาใจช่วยว่าเลดี้เรเวนจะหาวิธีบอกความจริงว่าใครคือฆาตกรและหนีจากมือฆาตกรยังไง 

คะแนนส่วนตัว 6/10

รีวิวโดย 刘心爱

ตัวอย่าง


ขอบคุณภาพจาก IMDb เครดิต Blinding Edge Pictures รูปหน้าปกที่ 1 / รูปหน้าปกที่ 3

ขอบคุณภาพจาก Warner Bros. Pictures รูปหน้าปกที่ 2

วันอาทิตย์ที่ 7 กรกฎาคม พ.ศ. 2567

รีวิวหนัง Wake up (2024) คืนฆ่า ยามคลั่ง

 



              Wake up (2024) คืนฆ่า ยามคลั่ง เป็นภาพยนตร์ระทึกขวัญจากอเมริกาที่กำกับโดย Thom Arizmendi และ Austin Parks Stewart เขียนโดย Elizabeth H. Vu นำแสดงโดย Fivel Stewart, Jake Holley และ Sarab Kamoo

"ยามคือนายพราน ห้างคือป่า และเด็กเกรียนคือสัตว์ผู้ถูกล่า!"

             เรื่องราวของกลุ่มวัยรุ่นหัวรุนแรง 6 คน ที่เข้าไปแอบอยู่ในห้างห้างหนึ่งเพื่อรอเวลาห้างปิด แล้วจะพากันออกมาทำร้ายข้าวของ เพื่อเป็นการประท้วงการทำลายธรรมชาติของห้างห้างนี้ แต่พวกเขากลับได้มาพบกับยามสุดโหด อดีตทหารพราน ที่จะเข้ามาจัดการวัยรุ่นกลุ่มนี้ด้วยการฆ่าทิ้งทั้งหมด...!

            นี่เป็นหนังระทึกขวัญแนวฆาตกรโรคจิตที่อยู่ในคราบของยาม รวมถึงเหยื่อก็ดันหาเรื่องใส่ตัว ไปอยู่ผิดที่ ผิดเวลา และประพฤติตัวไม่ถูกต้องด้วย นั่นทำให้เกิดเรื่องราวสุดระทึกขวัญในค่ำคืนอันแสนยาวนานที่ห้างแห่งหนึ่ง

             แม้พล็อตเรื่องจะถือว่าแปลกใหม่ไม่ซ้ำหนังสยองขวัญเรื่องอื่นๆ ในแนวฆาตกรไล่ฆ่าเหยื่อ โดยเอาไอเดียให้ตัวร้ายเป็นยาม แต่การเล่าเรื่องในฉากไล่ล่า มันก็คือหนังสูตรเดิมๆ ที่ไม่แตกต่างจากหนังฆาตกรไล่ล่าเรื่องอื่นๆ ซึ่งสิ่งที่เราจะได้พบคือ พฤติกรรมโง่ๆ ของตัวละครที่ถูกตามล่า หรือการเอาตัวเองไปตกอยู่ในสถานการณ์ลำบาก ซึ่งสิ่งเหล่านี้มักพบเห็นในหนังแนวนี้ แต่ว่ามันก็เป็นหนังที่ทำออกมาได้ดีในแง่ของความบันเทิงตามโจทย์ของประเภทหนังตื่นเต้นระทึกขวัญ เพียงแต่มันอาจไม่ได้มีอะไรที่น่าจดจำ หรือมีอะไรที่รู้สึกพิเศษกว่าหนังแนวเดียวกัน

              ในแง่ของความโหด หรือฉากสยองๆ หวาดเสียว ไม่ได้มีเยอะมาก จนเลือดสาดกระจายเป็นเขื่อนแตก แต่ก็มาพอมีบ้างนิดหน่อยให้ได้พอหวาดเสียวแบบเบาๆ แล้วไปลุ้นกับการไล่ล่ากันมากกว่า

            สรุปแล้วก็คือมันคือหนังตื่นเต้นระทึกขวัญตามสูตรสำเร็จที่เราอาจจะได้พบเห็นการออกแบบฉากระทึกขวัญที่ไม่แตกต่างจากหนังแนวนี้เรื่องอื่นๆ มากนัก แต่ก็พอที่จะดูสนุกๆ และตื่นเต้นในระดับหนึ่งเพื่อให้บรรดาคอหนังตื่นเต้นระทึกขวัญ เอ็นจอยไปกับหนังแบบไม่ต้องคิดอะไรมาก และไม่มีอะไรซับซ้อน เพื่อตอบโจทย์ความบันเทิงเรื่องนึงครับ

คะแนนส่วนตัว 7/10

รีวิวโดย A.L. Lucky

ตัวอย่าง


ขอบคุณภาพจาก Borsalino Productions รูปหน้าปกที่ 1

ขอบคุณภาพจาก Imagem Filmes รูปหน้าปกที่ 2

วันอังคารที่ 4 มิถุนายน พ.ศ. 2567

รีวิวหนัง The Blackening (2023)

 


             The Blackening (2023) เป็นภาพยนตร์แนวเชือดเฉือนสยองขวัญอเมริกันผิวดำปี 2022 กํากับโดย Tim Story เขียนบทโดย Tracy Oliver และ Dewayne Perkins สร้างจากภาพยนตร์สั้นชื่อเดียวกันในปี 2018 โดยคณะตลก 3Peat นําแสดงโดย Perkins, Grace Byers, Jermaine Fowler, Melvin Gregg, X Mayo, Antoinette Robertson, Sinqua Walls, Jay Pharoah และ Yvonne Orji 

             ฉายรอบปฐมทัศน์ในเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติโตรอนโตเมื่อวันที่ 16 กันยายน 2022 และเข้าฉายในโรงภาพยนตร์เมื่อวันที่ 16 มิถุนายน 2023 โดย Lionsgate ในสหรัฐอเมริกา และในวันที่ 23 สิงหาคม 2023 โดย Universal Pictures ในสหราชอาณาจักร

              เรื่องราวของ กลุ่มเพื่อนผิวสีอย่าง ลิซ่า, นัมดี, เดเวย์น, คลิฟตัน, อลิสัน, คิง, ซานิก้า, เกรตัน, ชอว์น และ มอร์แกน ที่ชวนกันมาจัดงานปาร์ตี้และเล่นเกมยังกระท่อมที่คอนเนอร์ปล่อยเช่ากลางป่าในช่วงสุดสัปดาห์ แต่แล้วอยู่ ๆ ก็มีเพื่อนคนหนึ่งถูกจับตัวไป เพื่อบังคับให้เล่นเกมให้ชนะก่อนหมดเวลา หากไม่เล่นเกมจะต้องตายทันที และแล้วพวกเขาก็รู้ว่าพวกเขาอยู่ข้างในกับฆาตกรสวมหน้ากาก

              เปิดเรื่องฉายถึงตัวละครบางส่วนที่กำลังเดินทางมายังบ้านพัก ซึ่งพอมาถึงสักพัก ก็ฉายตัวละครเพิ่มเติม แต่พูดคุยปาร์ตี้กันนานค่อนข้างน่าเบื่อไปหน่อย จากนั้นก็ฉายใครบางคนข้างนอกบ้านและเหตุการณ์แปลก ๆ ในบ้าน ซึ่งกว่าจะเข้าเรื่องจุดนี้ก็เกือบครึ่งเรื่องแล้ว โดยหนังจะออกตลก ๆ ติงต็อง ซึ่งบางจุดก็ฮาดี โดยเมื่อมีคนถูกจับก็เริ่มการเล่นเกมเป็นช่วง ๆ แต่เกมจะเน้นไปที่การตอบคำถาม ซึ่งดูง่ายไปหน่อยตัวละครรู้คำตอบหมดเลยและไม่ค่อยน่าสนใจเท่าไหร่ บางช่วงค่อนข้างยืดเยื้อไปหน่อย โดยจะฉายถึงฆาตกรในช่วงกลางเรื่อง ซึ่งจะเปิดเผยหน้าตาคนร้ายในช่วงท้ายเรื่อง ซึ่งก็ชวนลุ้นดี มีหักมุมบ้าง

คะแนนส่วนตัว 4.5/10

ตัวอย่าง


ขอบคุณภาพจาก IMDb เครดิต MRC รูปหน้าปกที่ 1

ขอบคุณภาพจาก Lionsgate รูปหน้าปกที่ 2

วันอังคารที่ 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2567

รีวิวหนัง The Strangers Chapter 1 (2024) เดอะ สเตรนเจอร์ส อำมหิตฆ่าไม่สน




              The Strangers Chapter 1 (2024) เดอะ สเตรนเจอร์ส อำมหิตฆ่าไม่สน เป็นภาพยนตร์สยองขวัญอเมริกันที่กํากับโดย Renny Harlin พร้อมบทภาพยนตร์โดย Alan R. Cohen และ Alan Freedland จากเรื่องราวโดย Bryan Bertino นำแสดงโดย Madelaine Petsch และ Froy Gutierrez ร่วมด้วย Gabriel Basso และ Ema Horvath 

              ภาพยนตร์เรื่องที่สามในภาพยนตร์ชุด The Strangers ที่สร้างโดย Bertino นอกจากนี้ยังเป็นภาคแรกของไตรภาคใหม่ของภาพยนตร์สแตนด์อโลน ซึ่งบทที่ 1 จะเป็นไปตามหลักฐานที่คล้ายคลึงกันกับภาพยนตร์เรื่องแรกและเกิดขึ้นในความต่อเนื่องเดียวกันกับสองภาคแรก

              ฉายรอบปฐมทัศน์โลกที่ Regal LA Live เมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม 2024 มีกําหนดเข้าฉายโดย Lionsgate Films ในวันที่ 17 พฤษภาคม 2024 บทที่ 2 คาดว่าจะออกในภายหลังในปี 2024 และบทที่ 3 ในวันที่ไม่ระบุ

"เป็นปฐมบทการปูเรื่อง ที่นำเสนอการเปิดตัวกลุ่มฆาตกร และการไล่ฆ่าแบบตรงไปตรงมา"

             เรื่องราวของคู่รักคู่หนึ่งกำลังเดินทางไปท่องเที่ยวกัน พวกเขาได้ผ่านเข้าไปในเมือง วีนัส โอเรกอน ซึ่งเป็นเมืองเล็กๆ เมืองหนึ่ง เพื่อแวะทานอาหารแต่รถดันเสีย จึงทำให้พวกเขาต้องหาที่พักในเมืองนี้ เพื่อรอรถที่ต้องเข้าอู่ซ่อม แต่ที่พักก็ดันมีแค่บ้านพักในป่าที่ไกลเมืองออกมา โดยพวกเขาหารู้ไม่ว่าเมื่อตกดึกทั้งคู่กำลังจะได้พบเจอกับคนแปลกหน้าที่กำลังจะมาเอาชีวิตของพวกเขา...!

             นี่เป็นหนังลุ้นระทึกที่มีฆาตกรโรคจิต 3 คนไล่ฆ่า เหยื่อที่เป็นคู่รัก 2 คน แบบตรงไปตรงมา ไม่มีหักมุม ไม่มีชั้นเชิงใดๆ ทั้งสิ้น เหมือนดูหนังฆาตกรโรคจิตในยุคเก่า ยังไงก็ตามด้วยการนำเสนอแบบตรงไปตรงมามันก็ดูลุ้นระทึกสนุกๆ อยู่ในระดับหนึ่ง แม้จะพอคาดเดาฉากลุ้นระทึกได้บ้างตามมุกเดิมๆ เหมือนหนังไล่ฆ่าทั่วไป

            มันจึงเป็นเหมือนหนังเปิดตัวของ The strangers มากกว่า จึงยังไม่อยากให้คนดูคาดหวังอะไรมากกับภาคนี้ ซึ่งหนังก็ทิ้งปม และเรื่องราวที่ยังคาราคาซังไว้ให้ตามต่อในอีก 2 ภาค

             สิ่งที่น่าสนใจของหนังที่ยังไม่เฉลยออกมาว่า ฆาตกรภายใต้หน้ากากทั้ง 3 เป็นใคร ทำไปเพื่ออะไร หรือแค่ความสะใจ และเรื่องราวคาราคาซังที่อยากรู้ว่าจะเล่าต่อไปยังไง

หวังว่าภาคที่ 2 จะดูสนุกกว่าภาคเปิดตัวนะครับ

คะแนนส่วนตัว 6.5/10

รีวิวโดย A.L. Lucky


             เรื่องราวของคู่รัก มายา และ ไรอัน ที่เดินทางไปพอร์ตแลนด์ เพื่อมายาจะไปสอบสัมภาษณ์งานที่นั่นและเป็นวันครบรอบห้าปีของพวกเขา โดยระหว่างทางไปไรอันอยากแวะกินอะไรก่อนจึงได้แวะทานอาหารร้านหนึ่งที่เวนัสและถามทางกลับไปถนนใหญ่ แต่รถดันสตาร์ทไม่ติด รูดี้และปู่ของเขาจึงช่วยดูรถให้ ซึ่งไดชาร์จพัง ต้องไปเอาอะไหล่จากศูนย์ในยูจีน ได้แค่ส่งคนไปเอาตอนเช้าแล้วเปลี่ยนให้ช่วงบ่าย พวกเขาจึงต้องพักค้างคืนในบ้านเช่าเก่าใกล้เคียงกลางป่าที่คนแถวนั้นแนะนำ แต่เมื่อพวกเขามาอยู่สักพักก็มีผู้หญิงลึกลับมาถามหาคาเมร่าก่อนที่จะถูกคนสวมหน้ากากสามคนไล่ฆ่า

              เปิดเรื่องฉายถึงเหยื่อที่กำลังหนีฆาตกร ก่อนตัดมาอธิบายเรื่องราวคร่าว ๆ ตามข้อมูล FBI เกิดเหตุอาชญากรรมรุนแรงหนึ่งล้านสี่แสนครั้งในแต่ละปี เกิดเหตุอาชญากรรมทุก ๆ ยี่สิบหกจุดสามวินาที เจ็ดเหตุการณ์เกิดขึ้นแล้วนับแต่ดูภาพยนตร์เรื่องนี้ ซึ่งเป็นหนึ่งในเรื่องราวของเหตุอาชญากรรมที่โหดเหี้ยมที่สุด จากนั้นก็มาฉายถึงตัวละครหลักในโอเรกอน ซึ่งระหว่างทางก็ฉายถึงคนที่ก่อกวนตัวละคร รวมทั้งคนแถวนั้นที่ดูไม่น่าไว้วางใจและป้ายประกาศคนหาย ซึ่งเป็นตัวละครในช่วงเปิดเรื่อง จนมีเหตุให้ต้องไปพักบ้านเช่า จากนั้นก็เริ่มฉายเหมือนมีใครบางคนที่แอบดูอยู่และสักพักก็เคาะประตู พร้อมกับถามหาคนและฉายถึงใครบางคนที่เดินผ่านในบ้านและแอบมองอยู่ข้างใน ซึ่งบางจุดมาแนวเดิม ๆ กับเวอร์ชั่นอื่น ๆ จึงดูแล้วไม่ค่อยแปลกใหม่เท่าไหร่ บางฉากพอเดาเรื่องได้ จนเมื่อดำเนินเรื่องเกือบครึ่งเรื่องจะเริ่มฉายถึงฆาตกรที่ปรากฎตัวต่อหน้าและข่มขู่ให้กลัว ซึ่งก็มีช่วงให้ลุ้นบ้าง แต่บางจุดก็ไม่ค่อยสมจริงเท่าไหร่และบางช่วงดูยืดเยื้อไปหน่อย โดยจบทิ้งท้ายไปสู่ตอนต่อไป

คะแนนส่วนตัว 4/10

รีวิวโดย 刘心爱

ตัวอย่าง


ขอบคุณภาพจาก Lionsgate Films รูปหน้าปกที่ 1

ขอบคุณภาพจาก IMDb เครดิต Lionsgate Films รูปหน้าปกที่ 2 / รูปหน้าปกที่ 3

วันเสาร์ที่ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2567

รีวิวหนัง The Jester (2023)

 


              The Jester (2023) เป็นภาพยนตร์ระทึกขวัญจากอเมริกาที่กำกับโดย Colin Krawchuk เขียนโดย Colin Krawchuk และ Michael Sheffield นำแสดงโดย Michael Sheffield , Lelia Symington และ Delaney White

              เรื่องราวของ เอ็ม (เอ็มม่า) และ เจซี่ (โจเซอลีน) สองพี่น้อง ที่ต้องสูญเสียพ่อไปจากการถูกฆาตกรสวมหน้ากากฆ่าตาย แต่เอ็มกับฝังใจกับพ่อที่ทำให้แม่ผิดหวัง โดยพวกเธอต้องเจอกับตัวตลกสวมหน้ากากในวันฮาโลวีนที่มาคอยก่อกวน

              เปิดเรื่องฉายถึงเหยื่อที่ถูกฆาตกรสวมหน้ากากติดตามและลงมือฆ่า แต่กว่าจะลงมือพูดคุยกันนานไปหน่อย ซึ่งฆาตกรทำได้น่าสนใจดี โดยมีหน้ากากเหมือนตัวตลกและท่าทางที่กวน ๆ เหมือนตัวตลกด้วย โดยใช้วิธีฆ่าเหยื่อแปลกใหม่แบบไม่ต้องลงมือเองเหมือนกับไม่ใช่มนุษย์ ซึ่งฉากฆ่าก็โหดดี จากนั้นก็ตัดเข้าเรื่องฉายถึงตัวละครหลักที่ต้องเจอกับฆาตกรในงานศพเหยื่อช่วงเปิดเรื่อง โดยจะมาก่อกวนงานศพและเริ่มลงมือฆ่าคนอีกครั้ง แต่จะฆ่าเหยื่อที่ไม่ถูกจริต จากนั้นก็ตัดมาฉายถึงตัวละครหลักอีกครั้ง แต่ช่วงนี้พูดคุยกันนานค่อนข้างน่าเบื่อไป แต่เมื่อฉายถึงฆาตกรที่มากวนประสาทก็เริ่มน่าสนใจขึ้น ดูแล้วชวนหวาดระแวงไปด้วย โดยจะเล่นกับวันฮาโลวีนในแนวเดิม ๆ ซึ่งก็มีช่วงให้ลุ้นบ้าง แต่ก็มีบางช่วงที่น่าเบื่อไปบ้าง ซึ่งชอบเน้นความสัมพันธ์พ่อลูกและหลายช่วงที่พูดคุยกันนานจนน่าเบื่อ รวมทั้งหลายจุดที่ดูขัดใจตัวละคร แต่ดูจนจบก็ไม่ได้เปิดเผยที่มาที่ไปของฆาตกร

คะแนนส่วนตัว 4.5/10

ตัวอย่าง


ขอบคุณภาพจาก IMDb เครดิต Cinematic Productions รูปหน้าปกที่ 1 / รูปหน้าปกที่ 2 

วันศุกร์ที่ 26 เมษายน พ.ศ. 2567

รีวิวหนัง Mallari (2024) มัลลารี ตำนานเชือด โลกสะท้าน

 



            Mallari (2024) มัลลารี ตำนานเชือด โลกสะท้าน เป็นภาพยนตร์สยองขวัญของฟิลิปปินส์ที่เขียนโดย Enrico Santos และกํากับโดย Roderick Cabrido นําแสดงโดย Piolo Pascual ซึ่งรับบทเป็นตัวละครหลักสามตัวของภาพยนตร์เรื่องนี้ ได้แก่ Juan Severino Mallari นักบวชคาทอลิกและฆาตกรต่อเนื่องในยุคอาณานิคมของสเปนในฟิลิปปินส์ในศตวรรษที่ 19 และทายาทของนักบวชสองคน Johnrey ในยุคหลังสงครามโลกครั้งที่สอง และ Jonathan แพทย์ในยุคร่วมสมัย 

              เปิดตัวรอบปฐมทัศน์ในเทศกาลภาพยนตร์เมโทรมะนิลาปี 2023 เมื่อวันที่ 25 ธันวาคม 2023 ซึ่งได้รับรางวัลนักแสดงสมทบชายยอดเยี่ยมจาก JC Santos ดนตรีประกอบยอดเยี่ยม และการออกแบบการผลิตยอดเยี่ยม และได้รับรางวัลรองชนะเลิศสาขาภาพยนตร์ยอดเยี่ยม

"ทายาทฆาตกร และการย้อนเวลาเพื่อสืบหาความจริง"

               เรื่องราวตำนานของบาทหลวงตระกูล มัลลารี่ (ปิโอโล ปาสกวล)​ ที่เป็นฆาตกรต่อเนื่องที่ฆ่าคนมาแล้วหลายสิบศพ เมื่อเวลาล่วงเลยมาถึงปัจจุบัน ทายาทปัจจุบันข​องตระกูลมัลลารี่ ซึ่งมีอาชีพเป็นหมอก็ได้เห็นนิมิตรเกี่ยวกับการตายของภรรยา ซึ่งในฝันนั้นมีความเกี่ยวข้องกับบรรพบุรุษของเขา ทำให้เขาต้องเริ่มสืบว่าทำไมในอดีตบาทหลวงมัลลารี่ถึงต้องเป็นฆาตกรฆ่าคน และมีความเกี่ยวข้องกับนิมิตรที่เขาเห็นอย่างไร เพื่อจะได้ป้องกันไม่ให้เกิดเรื่องร้ายกับภรรยาของเขา

              นี่เป็นหนังสยองขวัญของฟิลิปปินส์ที่นำเค้าโครงจากเรื่องจริงมาดัดแปลงให้มีความเกี่ยวข้องกันระหว่างฆาตกรกับปีศาจ ซึ่งการเล่าเรื่องจะตัดสลับไปมาระหว่างเหตุการณ์อดีตและปัจจุบันที่จะค่อยๆ ใส่รายละเอียดต่างๆ ที่มีความเชื่อมโยงกัน ซึ่งทำให้คนดูจะต้องมีสมาธิในการดูนิดนึง เพื่อความเข้าใจในเนื้อเรื่อง

            ในเรื่องของการนำเสนอความสยองขวัญและความระทึกขวัญ ยังไม่ค่อยโดนใจและขาดไอเดียไปหน่อย เพราะฉากระทึกขวัญคือการทำ CG เป็นผีตาโบ๋แทบทั้งเรื่อง และใช้ Sound เสียงวี้ดแสบแก้วหูหรือเสียงดังในการทำให้คนดูสะดุ้ง ซึ่งจากจังหวะที่นำเสนอมันพอจะคาดเดาได้เลยทำให้ยังไม่ค่อยน่ากลัวหรือตื่นเต้นสักเท่าไหร่นัก

              แต่ก็ขอชื่นชมการแสดงของ ปิโอโล ปาสกวล ที่ต้องรับบทตัวละครถึง 3 ยุค 3 คาแร็คเตอร์ ที่ก็ทำออกมาได้ดี รวมถึงนางเอกที่มีความน่ารักซึ่งทำให้หนังดูสดใสขึ้นมาบ้าง แม้คาแร็คเตอร์ของเธอจะมีความน่าหงุดหงิดและขัดแย้งในตัวเองไปบ้างก็ตาม

              แม้บทสรุปจะมีความนำเสนอให้หักมุม แต่เนื่องด้วยหนังมีการทิ้งเค้าโครงไว้ให้พอคาดเดาตอนจบได้บ้างจึงรู้สึกว่าสิ่งที่จะหักมุมมันไม่ได้ทำให้เราประหลาดใจใดๆ กับบทสรุปของหนังที่นำเสนอมา

              ภาพรวมจึงเป็นหนังสยองขวัญของฟิลิปปินส์ประเทศเพื่อนบ้านเรา ที่อาจจะยังมีจุดอ่อนอยู่บ้าง แต่ถ้าใครอยากเห็นการนำเสนอของหนังสยองขวัญของประเทศเพื่อนบ้านเราว่าจะทำออกมาได้ดีหรือไม่ถ้าเทียบกับหนังบ้านเราก็ขอแนะนำครับ

คะแนนส่วนตัว 6/10

ตัวอย่าง


รีวิวโดย A.L. Lucky


ขอบคุณภาพจาก IMDb เครดิต Mentorque Productions รูปหน้าปกที่ 1 / รูปหน้าปกที่ 2 

วันอาทิตย์ที่ 24 มีนาคม พ.ศ. 2567

รีวิวหนัง LOVE OBJECT (2003)

 



           LOVE OBJECT (2003) ของรัก หรือ จับเธอมาทำตุ๊กตายาง ภาพยนตร์สยองขวัญอเมริกันที่เขียนบทและกํากับโดย Robert Parigi 

              ของรักที่เป็นตุ๊กตายางได้กลายเป็นของรักที่เป็นมนุษย์ตัวจริง เมื่อเกิดความเบื่อหน่ายในตุ๊กตายาง

             เรื่องราวของ เคนเน็ธ วินสโลว์ นักเขียนเทคนิคที่เก่งที่สุดของแอคคิวเรท เทคนิคัล พับลิชชิ่งที่ได้ทำคู่มือการใช้งาน วีพี 2310 เสร็จก่อนกำหนดและพร้อมทำงานอื่น เขาจึงได้รับงานต่อไปคือเขียนสำเนางานใหญ่ที่สุดที่ได้สัญญาจ้างจากรัฐบาล โดยกำหนดส่งสามสัปดาห์ในสิ้นเดือนและเนื่องจากเป็นงานที่ต้องใช้เวลาน้อย โนวัคหัวหน้าของเขาจึงได้ให้ผู้ช่วยเลย์เอาท์คนใหม่อย่าง ลิซ่า เบลเมอร์ นักประมวลผลคำ มาช่วยเขาทำงาน จนเมื่อเพื่อนร่วมงานของเขาได้แนะนำให้รู้จักกับนิกกี้โมเดลตุ๊กตายางเซ็กซ์จากในเว็บที่สามารถเลือกออกแบบได้เอง ทำจากวัสดุเกรดแพทย์เหมือนของจริง ผิวยางซิลิโคน ฟันเซรามิก เส้นผมของมนุษย์จริง ๆ เพื่อรองรับความสุขของทุกคน ทำให้เขาเริ่มหมกมุ่นสนใจเกี่ยวกับตุ๊กตาเซ็กซ์จนทำให้งานล่าช้าและในที่สุดเขาก็อยากได้ตัวจริงแทนตุ๊กตายาง

              เปิดเรื่องฉายถึงตัวละครหลักที่กำลังทำงานก่อนที่จะมีเหตุให้เกิดความรู้สึกรักใคร่และงมงายในตุ๊กตา ซึ่งเนื้อเรื่องไม่ค่อยมีอะไรมาก โดยจะฉายถึงตัวละครที่ทำงานไปพร้อมกับหมกมุ่นเกี่ยวกับตุ๊กตาไปเรื่อย ซึ่งได้ถูกสร้างมาแบบลิซ่า เบลเมอร์ ซึ่งตัวละครจะออกซื่อ ๆ ดูแล้วน่าสงสารดี จนเมื่อได้ตุ๊กตามาอยู่ด้วยก็จะเห็นตุ๊กตาเป็นลิซ่า เบลเมอร์ตลอด เมื่ออยู่บ้านก็จะอยู่กับตุ๊กตา พออยู่ที่ทำงานก็จะอยู่กับตัวจริง โดยจะมีตัวละครอื่นที่เกี่ยวข้องเข้ามาสอดแทรกบ้าง ซึ่งช่วงกลางเรื่องหลังจากตัวละครหลักเริ่มใกล้ชิดกับตัวจริงทำให้มักประสาทหลอนเห็นเหมือนตุ๊กตามีชีวิตเริ่มหึงหวงและอยากออกห่าง จนไม่อยากได้อีกต่อไปและอยากได้ตัวจริงมาแทนด้วยการเข้าหาตัวจริงมากขึ้นและทำเหมือนกับที่ทำกับตุ๊กตา ซึ่งก็จะมีฉากน่ารัก ๆ ของตัวละครสอดแทรกบ้างและฉากตลก ๆ บ้าง จนช่วงท้ายเรื่องจะมีเหตุให้ตัวละครไม่ถูกกัน ซึ่งตัวละครหลักจะเริ่มโหดขึ้น ดูแล้วชวนลุ้นเอาใจช่วยลิซ่า เบลเมอร์ดี

คะแนนส่วนตัว 5.5/10

ตัวอย่าง


ขอบคุณภาพจาก IMDb เครดิต Lolo Film รูปหน้าปก

วันอังคารที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2567

รีวิวหนัง We Might Hurt Each Other (2022)

 



              We Might Hurt Each Other (2022) เป็นภาพยนตร์ระทึกขวัญจากลิธัวเนียที่กำกับโดย Jonas Trukanas เขียนโดย Titas Laucius และ Jonas Trukanas นำแสดงโดย Sarunas Rapolas Meliesius, Gabija Bargailaite และ Marius Repsys

               กลุ่มวัยรุ่นที่ต้องถูกฆาตกรไล่ล่าหลังการทำลายปูนปั้นแกะสลัก เรื่องราวของ มารีอุส ที่ตัดสินใจไปงานปาร์ตี้จบการศึกษากับเพื่อน ๆ อย่าง บริกิต้า, รีมัส, วีตัส, เซาเล, ดาริอุส, ไลมา, โมเด, ชีกิส และ เอมีเลีย ที่กระท่อมแห่งหนึ่ง ซึ่งเป็นสถานที่อันเป็นมรดกทางวัฒนธรรมอันยิ่งใหญ่ สถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ โดยที่นั่นมีปูนปั้นแกะสลักอีกด้วย แต่ในระหว่างที่พวกเขาปาร์ตี้กัน ฟืนที่ใช้ทำอาหารดันหมดจึงได้ไปเอาปูนปั้นแกะสลักมาทำเป็นฟืนพร้อมได้ทำลายปูนปั้นเหล่านี้เข้า ทำให้พวกเขาต้องถูกฆาตกรไล่ฆ่า

              เปิดเรื่องฉายถึงตัวละครหลักก่อน จากนั้นก็ค่อย ๆ ฉายตัวละครอื่น ๆ ก่อนที่จะพูดถึงสถานที่ที่จะไป ซึ่งใช้ตัวละครเยอะดี โดยช่วงแรกเป็นการปูที่มาที่ไปของตัวละคร ค่อนข้างน่าเบื่อไปหน่อย จนเมื่อไปยังสถานที่ก็เริ่มน่าสนใจขึ้น โดยเริ่มฉายถึงปูนปั้นแกะสลักแปลก ๆ และฉายเหมือนมีใครบางคนแอบดูอยู่ ซึ่งหลังจากนั้นยังไม่ค่อยมีอะไรมากจะฉายตัวละครที่ปาร์ตี้พูดคุยกันไปเรื่อย มีช่วงน่าเบื่อเป็นช่วง ๆ แต่ก็มีฉากน่ารัก ๆ ของตัวละครให้ชวนยิ้มอยู่บ้าง โดยหลังจากที่ปูนปั้นแกะสลักถูกทำลายจะฉายถึงเสียงบางอย่างที่ร้องขอความช่วยเหลือและเริ่มเกิดเรื่อง ซึ่งกว่าจะเกิดเรื่องและฉายถึงฆาตกรค่อนข้างนานไปหน่อยแถมมีจุดที่ขัดใจตัวละครบ้าง แต่ก็ชวนลุ้นเอาใจช่วยตัวละครดี มีฉากโหดบ้าง โดยจะเปิดเผยหน้าตาฆาตกรในช่วงท้ายเรื่อง แต่ฆาตกรตายง่ายไปหน่อย

คะแนนส่วนตัว 4.5/10

ตัวอย่าง


ขอบคุณภาพจาก reason8films รูปหน้าปก

วันอาทิตย์ที่ 14 มกราคม พ.ศ. 2567

รีวิวหนัง The Sacrifice Game (2023)

 



             The Sacrifice Game (2023) เป็นภาพยนตร์สยองขวัญอเมริกันที่กํากับโดย Jenn Wexler ซึ่งร่วมเขียนบทภาพยนตร์เรื่องนี้กับ Sean Redlitz นําแสดงโดย Mena Massoud, Olivia Scott Welch และ Gus Kenworthy

              โดยฉายรอบปฐมทัศน์ที่เทศกาลภาพยนตร์นานาชาติแฟนตาเซียในวันที่ 28 กรกฎาคม 2023 และมีกําหนดเข้าฉายทางบริการสตรีมมิ่ง Shudder ในภายหลัง 

              พิธีกรรมเรียกปีศาจด้วยเลือดผู้บริสุทธิ์ สัญลักษณ์ ปริศนาผิวหนัง เพื่อต้องการบางอย่างจากปีศาจ

              เรื่องราวของ ซาแมนธา เครเมอร์ ที่ถูกพ่อเลี้ยงทิ้ง และ คลาร่า ที่ต้องอยู่ในโรงเรียนในวันคริสมาสต์ โดยมีครูแทนเนอร์อยู่ด้วย ในขณะที่คนอื่น ๆ ต่างกลับบ้านกันหมด แต่แล้วไม่นานก็มีคนกลุ่มหนึ่งได้แก่ จู๊ด, เมซี่, ดั๊ก และ แกรนท์ ได้ขอเข้าไปข้างใน เนื่องจากดั๊กบาดเจ็บต้องการชุดปฐมพยาบาล แทนเนอร์จึงต้องยอมให้พวกเขาเข้ามา แต่หารู้ไม่ว่าคนที่รับเข้ามาเป็นฆาตกร พวกเขาต้องการทำพิธีกรรมเรียกปีศาจ เพื่อต้องการบางอย่างจากมัน

              เปิดเรื่องฉายถึงตัวละครลึกลับกลุ่มหนึ่งที่บุกเข้ามาฆ่าคนในบ้านในวันคริสมาสต์ก่อนตัดเข้าเรื่องฉายถึงตัวละครหลักก่อนที่คนอื่น ๆ จะกลับบ้าน โดยมีพูดถึงเรื่องราวในช่วงเปิดเรื่องด้วยและข่าวการฆาตกรรม จากนั้นก็ตัดมาในช่วงสองคืนก่อนคริสมาสต์ ฉายถึงกลุ่มฆาตกรในช่วงเปิดเรื่องที่กำลังฆ่าคน ซึ่งฉากฆ่าโหดดี แต่ดูแล้วไม่ค่อยสมจริงเท่าไหร่ และได้ตัดกลับมาฉายในโรงเรียนอีกครั้ง ซึ่งช่วงที่ฉายในโรงเรียนค่อนข้างน่าเบื่อไปหน่อย โดนช่วงแรกหนังจะดำเนินเรื่องฉายสลับระหว่างตัวละครในโรงเรียนกับฆาตกรก่อนที่ฆาตกรจะมาถึงโรงเรียน ซึ่งหลังจากนี้ไปจะเน้นฉายในโรงเรียน จากนั้นก็เป็นช่วงคืนก่อนคริสมาสต์ โดยจะเริ่มฉายถึงฆาตกรที่ลงมือเล่นงาน ซึ่งก็ชวนลุ้นเอาใจช่วยตัวละครดี แต่เสียดายที่ไม่ฉากลุ้นระทึกน้อยมาก ไปเน้นการข่มขู่ให้กลัวมากกว่าและพูดมากไปหน่อย โดยช่วงกลางเรื่องจะเป็นวันคริสมาสต์ ซึ่งฉายถึงปีศาจที่เข้าสิงในช่วงท้ายเรื่อง

คะแนนส่วนตัว 4.5/10

ตัวอย่าง


ขอบคุณภาพจาก Red Sea Media รูปหน้าปกที่ 1

ขอบคุณภาพจาก IMDb เครดิต Red Sea Media รูปหน้าปกที่ 2 / รูปหน้าปกที่ 3

วันพุธที่ 6 ธันวาคม พ.ศ. 2566

รีวิวหนัง Thanksgiving (2023) คืนเดือดเชือดขาช็อป

 


              Thanksgiving (2023) คืนเดือดเชือดขาช็อป เป็นภาพยนตร์สแลชเชอร์อเมริกันที่กํากับโดย Eli Roth และเขียนโดย Jeff Rendell โดยอิงจากเรื่องราวโดยทั้งคู่ซึ่งผลิตร่วมกับ Roger Birnbaum จากตัวอย่างสมมติของ Roth ที่มีชื่อเดียวกันจาก Grindhouse (2007) เป็นการดัดแปลงความยาวที่สามของตัวอย่าง Grindhouse ที่สมมติขึ้นหลังจาก Machete ของ Robert Rodriguez (2010) และ Jason Eisener's Hobo with a Shotgun (2011) นําแสดงโดย Patrick Dempsey, Addison Rae, Milo Manheim, Jalen Thomas Brooks, Nell Verlaque, Rick Hoffman และ Gina Gershon

            Thanksgiving ออกฉายในสหรัฐอเมริกาโดย TriStar Pictures เมื่อวันที่ 17 พฤศจิกายน 2023 

            วันขอบคุณพระเจ้า วันที่ใช้เวลาอยู่ร่วมกับครอบครัวและรับประทานอาหารมื้อใหญ่ด้วยกัน ต้องกลายมาเป็นการอยู่ร่วมกับครอบครัวที่มีมนุษย์เป็นอาหารอยู่บนโต๊ะ

            เรื่องราวของ เจสสิก้า ไรท์ และ เพื่อน ๆ ของเธอ เอแวน, แกบบี้, สคูบ้า และ ยูเรีย รวมทั้ง บ๊อบบี้ แฟนของเธอ ที่ต้องเข้ามาพัวพันกับฆาตกร จอห์น คาร์เวอร์ ที่ได้ออกฆ่าเหยื่อหลังเกิดเหตุการณ์โศกนาฏกรรมไรท์มาร์ทในช่วงแบล็คฟรายเดย์ในวันขอบคุณพระเจ้า ซึ่งเหยื่อที่ถูกฆ่าล้วนอยู่ในคลิปเหตุการณ์ที่เอแวนถ่ายไว้ทั้งสิ้น ทำให้พวกเขาต้องช่วยตำรวจหาตัวฆาตกรตัวจริงให้ได้ก่อนที่จะตกเป็นเหยื่อรายต่อไป

             เปิดเรื่องด้วยการฉายถึงพลิมัทรัฐแมสซาชูเซตส์ โดยฉายถึงตัวละครหลักที่กำลังร่วมฉลองกับครอบครัวในวันขอบคุณพระเจ้า ซึ่งเป็นชื่อของหนัง ก่อนที่จะออกไปข้างนอกและได้มีเหตุให้เข้าไปในร้านไรท์มาร์ทและเกิดเหตุวุ่นวายก่อนตัดมาในช่วงหนึ่งปีต่อมา โดยเริ่มฉายถึงฆาตกรที่กำลังนั่งดูคลิปวีดีโอและเห็นเหยื่อในคลิป ซึ่งฆาตกรจะค่อย ๆ ตามเล่นงานทีละคน ซึ่งฉากฆ่าทำได้โหดชวนหวาดเสียวน่าสนใจดี มีช่วงให้ลุ้นบ้าง แต่ก็หนีไม่พ้นแนวเดิม ๆ ที่คล้าย ๆ กับเรื่องอื่น ๆ จึงเดาเรื่องได้ไม่ยาก แม้แต่ช่วงเปิดเผยฆาตกรที่เปิดเผยง่ายไปหน่อยและไม่ได้แปลกใจมาก ถึงแม้หนังจะพยายามชวนให้คาดเดาผิดคนไปเรื่อย รวมทั้งบางจุดก็ดูขัดใจตัวละครไปบ้างและมีช่วงที่น่าเบื่อบ้าง

คะแนนส่วนตัว 5/10

รีวิวโดย 刘心爱 


"หนังสูตรสำเร็จฆาตกรใส่หน้ากาก กับฉากการฆ่าแบบโหดๆ"

             จากเหตุการณ์โศกนาฏกรรมในการแย่งกันเข้าชอปปิ้งในวันเปิดตัวห้างแห่งหนึ่ง ซึ่งเป็นวันหยุดที่ตรงกับวันขอบคุณพระเจ้าพอดี นำมาผู้ซึ่งเสียชีวิต และผู้บาดเจ็บสุดสยองจำนวนมาก จนทำให้เป็นข่าวใหญ่ของเมืองไปเลย เมื่อเหตุการณ์ผ่านไป 1 ปี ก็ได้เกิดเหตุฆาตกรรมสุดสยองในเมือง โดยเหยื่อคือผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการเปิดตัวของห้าง นั่นทำให้กลุ่มผู้เกี่ยวข้องคนอื่นๆ ต้องร่วมมือกันหาตัวฆาตกรที่ใช้ชื่อว่า จอห์น คาร์เวอร์ ก่อนที่ตัวเองจะถึงคิวโดนเชือด..!

             นี่คือหนังสยองขวัญ เกี่ยวกับฆาตกรใส่หน้ากากตามหนังสูตรสำเร็จเหมือนหนังฆาตกรรมหลายๆ เรื่อง ที่ตัวละครต้องหาว่าใครคือฆาตกรที่อยู่หลังหน้ากากนั้นๆ โดยในเรื่องนี้มีฉากฆาตกรรมค่อนข้างสยอง และโหดเลยทีเดียว แถมมีฉากตื่นเต้นลุ้นระทึกที่นำเสนอออกมาได้ดีใช้ได้เลย เรียกได้ว่าตอบโจทย์ความตื่นเต้น และความสยองให้คนดูที่ชอบหนังแนวนี้ได้สุดๆ ไปเลย แต่เสียดายที่การเล่าเรื่อง และการตัดต่อดูไม่ค่อย Smooth ไปบ้าง รวมถึงบทสรุปและไคลแมกซ์ดูง่ายไปหน่อย ถ้าเทียบกับที่หนังอุส่าห์ปูเรื่องราวความเก่งกาจของฆาตกรมาซะดิบดี แต่ไม่คิดว่าจะมาพลาดท่าตกม้าตายง่ายไปหน่อยในช่วงไคลแมกซ์

             อย่างไรก็ตามถ้าดูในแง่ของความบันเทิงโดยไม่ต้องคิดถึงหลักของเหตุและผล นี่เป็นหนังที่ตอบโจทย์แฟนหนังสยองขวัญที่ดูสนุกใช้ได้เรื่องนึงเลยที่ขอแนะนำครับ ใครสนใจสามารถหาชมผ่าน Streaming online ในช่องทางต่างๆ ได้เลยครับ

คะแนนส่วนตัว 3.5/5

รีวิวโดย A.L. Lucky

ตัวอย่าง


ขอบคุณภาพจาก IMDb เครดิต Spyglass Media Group รูปหน้าปกที่ 1 / รูปหน้าปกที่ 2 / รูปหน้าปกที่ 3  

วันจันทร์ที่ 16 ตุลาคม พ.ศ. 2566

รีวิวหนัง The Conference (2023) สัมมนาเลือด

 


               The Conference (2023) สัมมนาเลือด เป็นภาพยนตร์ระทึกขวัญจากสวีเดนที่กำกับโดย Patrik Eklund เขียนโดย Patrik Eklund, Thomas Moldestad และ Mats Strandberg นำแสดงโดย Marie Agerhäll, Amed Bozan และ Robert Follin

              เรื่องราวของ กลุ่มคนศูนย์การค้าโคลาเรงเง็นที่นำโดย อิงเงล่า, ยูนัส ผู้จัดการโครงการ, คายาน, เอียวา, ลีน่า, อามีร์, ทูร์บเยิร์น, นัดยา และ อาเน็ตต์ ที่ไปพักผ่อนที่โคลาร์เคินฮอลิเดย์วิลเลจ เพื่อทำความรู้จักกันให้มากขึ้น พัฒนาศักยภาพและสัมนากันเรื่องศูนย์การค้าโคลาเรงเง็น โดยพวกเขาได้รับการต้อนรับจาก เจนนี่, รูเกร์, คลีอู ผู้ดูแลการสร้างทีมสัมพันธ์ และ คาร์ล เชฟของที่นี่ แต่แล้วการพักผ่อนสัมนาของพวกเขาก็ต้องเป็นการเอาชีวิตรอดจากฆาตกร

              ช่วงแรกจะฉายถึงตัวละครหลัก ๆ ก่อนที่จะเดินทาง ซึ่งตัวละครมีหลายคน โดยเมื่อมาถึงสถานที่จะเป็นการจัดห้องพักให้แต่ละคน ซึ่งก็เป็นการแนะนำตัวละครแต่ละคนไปด้วย แต่ดำเนินเรื่องได้ค่อนข้างน่าเบื่อยืดเยื้อไปหน่อย จะเน้นไปที่ตัวละครที่ประชุมสัมนา ทำความรู้จักกันและทำกิจกรรมร่วมกันไปเรื่อย รวมทั้งเรื่องลับเบื้องหลังเกี่ยวกับงานที่ทำ โดยมีสอดแทรกฉากลุ้นระทึกบ้างเป็นช่วง ๆ ซึ่งช่วงท้ายเรื่องชวนลุ้นเอาใจช่วยตัวละครดี โดยค่อย ๆ ฉายถึงฆาตกรที่ลงมือฆ่าเหยื่อทีละคน ซึ่งก็ไม่ได้ถ่ายให้เห็นหน้า ซึ่งจะเลือกใช้การสวมหน้ากากปิดบังใบหน้า โดยหนังจะค่อยข้างออกตลก ๆ หน่อย รวมไปถึงฆาตกรก็ออกฮา ๆ บวกกับหน้าตาของหน้ากากที่ดูแล้วตลกดี แต่แอบโหด ซึ่งบางฉากก็โหดดี โดยจะเปิดเผยฆาตกรในช่วงท้ายเรื่อง แต่พล็อตเรื่องไม่ค่อยแปลกใหม่เท่าไหร่ พอเดาเรื่องได้บ้างและดูขัดใจตัวละครบ้าง แต่ดีที่ช่วงท้ายเรื่องมีโต้กลับเอาคืน

คะแนนส่วนตัว 5/10

ตัวอย่าง


ขอบคุณภาพจาก IMDb เครดิต SF Studios รูปหน้าปกที่ 1 / รูปหน้าปกที่ 2 / รูปหน้าปกที่ 3

วันพฤหัสบดีที่ 12 ตุลาคม พ.ศ. 2566

รีวิวหนัง Target (2023) ทาร์เก็ต เป้าเชือด

 


               Target (2023) ทาร์เก็ต เป้าเชือด หรือมีอีกชื่อว่า Don't Buy the Seller เป็นภาพยนตร์ระทึกขวัญจากเกาหลีใต้ที่กำกับโดย Park Hee-Kon และนำแสดงโดย Shin Hye-Sun, Kim Sung-Kyun, Lim Chul-Soo, Lee Joo-Young และ Kang Tae-Oh

"แค่จะซื้อเครื่องซักผ้ามือ 2 ราคาถูก แต่กลับนำพาไปสู่เรื่องราวสุดระทึกจากฆาตกรโรคจิต"

             ซูฮยอน (ชินฮเยซอน)​ หญิงสาวที่มีอาชีพคุมไซต์งานก่อสร้างตั้งใจจะซื้อเครื่องซักผ้าออนไลน์มือ 2 มาแทนของเดิมที่พังไป แต่ของที่เธอได้รับกลับใช้งานไม่ได้ เธอจึงโพสต์ต่อว่าและประจานคนขายในกระทู้ของคนขายของให้เธอ นั่นทำให้คนร้ายโกรธ และเริ่มคุกคามเธอทั้งในโลกออนไลน์และลามมาถึงชีวิตจริง โดย ซูฮยอน ไม่รู้เลยว่าเธอกำลังรับมือกับคนร้ายโรคจิตและเป็นแฮคเกอร์ที่สามารถแฮคข้อมูลของเธอได้เกือบทุกอย่าง..!

             หนังเปิดตัวได้อย่างน่าตื่นเต้นและน่าติดตาม โดยเริ่มนำเสนอความโหดของคนร้ายในการเปิดตัวและนำเสนอตัวเอกที่กำลังมีปัญหาชีวิตเกี่ยวกับหน้าที่การงาน ซึ่งก็ทำให้รู้สึกว่านางเอกของเรานี่มีความซวยซ้ำซวยซ้อนทั้งจากงานและฆาตกรโรคจิต

            ตัวหนังค่อย ๆ ใส่เรื่องระทึกขวัญให้นางเอกของเราต้องรับมือจากเรื่องเล็ก ๆ ค่อยลามไปสู่เรื่องใหญ่ ๆ มากขึ้นจนเกินจะรับมือ ซึ่งแม้จะหันไปพึ่งตำรวจหรือใคร ๆ ก็ไม่มีใครช่วยเธอได้เลย ซึ่งถือว่าการนำเสนอเรื่องราวช่วงแรกไปจนกระทั่งก่อนไคลแมกซ์ ตัวหนังมีความน่าติดตาม เพราะคนร้ายมีความเก่งและรับมือได้ยาก

             แต่ว่าในช่วงเริ่มเข้าไคลแมกซ์ ที่ปมต่าง ๆ เริ่มคลี่คลายและนำเสนอไปสู่บทสรุป กลับทำให้เรารู้สึกว่าคนร้ายที่ดูมีความรอบคอบมาตลอด ดูโง่ลงทันที การกระทำต่าง ๆ กลับนำไปสู่ความหายนะของตัวคนร้ายเองโดยดูไม่สมเหตุสมผล ซึ่งทุกอย่างมันดูง่ายไปหน่อยในการเปิดเผยตัวคนร้ายและนำไปสู่บทสรุปของคนร้าย ที่เราต่างก็น่าจะคาดเดากันออก เพราะฉนั้นจุดอ่อนของหนังมีในช่วงท้ายค่อนข้างเยอะกับความไม่สมเหตุสมผล แต่หนังก็ทดแทนความลุ้นระทึกเข้ามาแทนกับเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่เป็นจังหวะ ให้นางเอกต้องเผชิญและรับมือ เอาเป็นว่าช่วงท้ายนี่ขายความบันเทิงแบบตรงไปตรงมาล้วน ๆ มากกว่าการที่จะใช้กลยุทธ์หรือไหวพริบในการรับมือกับคนร้าย

             ภาพรวมเป็นหนังระทึกขวัญที่สนุกพอใช้ได้และเข้ากับเหตุการณ์ในปัจจุบันที่มีอาชญากรหรือมิจฉาชีพออนไลน์ ที่หนังทำให้เรารู้สึกอยากติดตามเรื่องราวไปกับหนัง แต่เสียดายที่ช่วงไคลแมกซ์ดูบทอ่อนไม่สมเหตุสมผลไปหน่อย

คะแนนส่วนตัว 3.5/5

รีวิวโดย A.L. Lucky

               

               เรื่องราวของ จางซูฮยอน ที่ได้สั่งซื้อสินค้ามือสองเป็นเครื่องซักผ้าที่ขายด่วนเนื่องจากย้ายไปต่างประเทศในราคาสามแสนวอนจากเว็บไต์หรือแอปสินค้ามือสองไอแมคตามคำแนะนำของ ดัลจา เพื่อนร่วมงาน เนื่องจากการซ่อมมอเตอร์เครื่องซักผ้าราคาแพงมาก แต่เมื่อเธอสั่งซื้อและคนติดตั้งได้มาทำการติดตั้งให้ก็ต้องรู้ว่าเป็นสินค้าที่พังเสียแล้ว เธอจึงได้ตรวจสอบและรู้ว่าเธอถูกหลอก จึงได้ไปแจ้งความ แต่ต้องใช้เวลานานในการสืบหาตัวคนร้าย ทำให้เธอต้องสืบหาคนร้ายด้วยตัวเองและส่งข้อความไปด่าเขา หลังจากนั้นเธอก็ถูกใครบางคนตามก่อกวนอยู่ตลอด

              เปิดเรื่องฉายถึงตัวละครที่มัวแต่สนใจแต่เว็บไซต์ไอแมค ซึ่งเกี่ยวกับการขายสินค้ามือสองราคาถูก ก่อนตัดมาฉายถึงตัวละครหลัก ซึ่งเป็นช่วงก่อนที่จะมีเหตุให้เข้าไปเกี่ยวข้องกับเว็บไซต์ขายสินค้ามือสอง พร้อมกับเริ่มฉายถึงฆาตกรที่ลงมือฆ่าคนแล้วโพสต์ขายสินค้าและมีลูกค้ากำลังดู ซึ่งไม่ได้ฉายให้เห็นหน้าฆาตกร แต่ช่วงแรกค่อนข้างน่าเบื่อไปหน่อย จนเมื่อถูกหลอกก็จะฉายถึงตัวละครที่สืบหาที่อยู่ของคนร้ายและส่งข้อความไปมา จากนั้นก็เริ่มมีคนมาก่อกวน ซึ่งนำไปสู่การสืบสวนหาต้นตอคนร้าย ตามด้วยการหลอกเป็นคนรู้จัก เพื่อให้โอนเงิน และยิ่งเข้าใกล้ตัวขึ้นด้วยการบุกรุกห้อง ซึ่งรู้รหัสผ่านเข้าห้อง ซึ่งก็ชวนลุ้นเอาใจช่วยตัวละคร ชวนหวาดระแวงไปกับตัวละครด้วยและชวนติดตามว่าใครคือคนร้ายตัวจริง ซึ่งบางครั้งก็มีถ่ายถึงคนร้ายบ้าง โดยไม่ได้ฉายให้เห็นว่าเป็นใคร ซึ่งจะเปิดเผยให้เห็นในช่วงท้ายเรื่อง โดยคนร้ายรู้จักการเอาตัวรอดได้ดี แต่บางจุดดูแล้วขัดใจตัวละครไปหน่อย โดยช่วงท้ายเรื่องจะเป็นการวางแผนจับตัวคนร้าย

คะแนนส่วนตัว 5.5/10

รีวิวโดย 刘心爱

ตัวอย่าง 


ขอบคุณภาพจาก IMDb เครดิต Studio Pieona รูปหน้าปกที่ 1 / รูปหน้าปกที่ 2 / รูปหน้าปกที่ 3 / รูปหน้าปกที่ 4

ป้ายกำกับ