แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ หนังคอมเมดี้ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ หนังคอมเมดี้ แสดงบทความทั้งหมด

วันอังคารที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2569

รีวิวหนัง They Will Kill You (2026) พวกมันจะฆ่าแก

 


           They Will Kill You (2026) พวกมันจะฆ่าแก เป็นภาพยนตร์สยองขวัญคอมเมดี้แอ็กชันอเมริกันที่กำกับโดย Kirill Sokolov จากบทภาพยนตร์ที่เขียนร่วมกับ Alex Litvak นำแสดงโดย Zazie Beetz, Myha'la, Paterson Joseph, Tom Felton, Heather Graham และ Patricia Arquette ถูกจัดจำหน่ายในสหรัฐอเมริกาโดย Warner Bros. Pictures เมื่อวันที่ 27 มีนาคม 2026

           อาคารเวอร์จิลมีอายุ 100 ปี โดยมีคนรวยและชนชั้นสูงอาศัยอยู่ ซึ่งพวกเขามีชีวิตเป็นอมตะ เพื่อแลกกับวิญญาณคนตาย

           เรื่องราวของ เอเชีย รีฟส์ ที่สมัครเป็นแม่บ้านคนใหม่ของเดอะเวอร์จิลในนิวยอร์ก ซิตี้ แต่แท้จริงแล้วเธอต้องการมาตามหา มาเรีย น้องสาวที่แยกจากกันหลังจากเธอถูกจับเข้าคุก โดยที่นั่นมี ลิลิธ วู้ดเฮาส์ เป็นผู้ดูแล ซึ่งเมื่อเธอมาอยู่ที่นี่ได้ไม่นานก็ถูกตามไล่ล่าจากคนที่นั่นโดยต้องการจับเป็นเธอ เพื่อนำไปบูชาซาตาน

           เปิดเรื่องฉายถึงตัวละครหลักที่หนีการทำร้ายจากพ่อและได้มีเหตุให้ถูกจับเข้าคุก จากนั้นก็ตัดมาในช่วงสิบปีต่อมา ฉายถึงตัวละครหลักที่มาทำงานยังสถานที่แห่งหนึ่ง ซึ่งหลังจากนั้นจะเน้นฉายสถานที่นี้เป็นหลัก โดยเมื่อมาถึงก็มีการอธิบายสถานที่และสิ่งต่าง ๆ คร่าว ๆ พร้อมกับค่อย ๆ ฉายถึงบางอย่างแปลก ๆ ในห้องก่อนที่จะมีใครบางคนแอบดูอยู่ ซึ่งหลังจากนั้นหนังก็ได้ใส่ฉากแอคชั่นของตัวละครหลักทันที ซึ่งก็ชวนลุ้นเอาใจช่วยตัวละครตลอด พร้อมกับใส่ความตลกร้ายของตัวละครเข้าไปตลอดทั้งเรื่อง โดยมีฉายย้อนเรื่องราวในอดีตเป็นช่วง ๆ  ซึ่งฉากฆ่าก็ทำได้โหดเลย แต่หนังกลับได้เรดแค่สิบหกบวก จากนั้นก็ได้เปิดเผยเรื่องราว ซึ่งเกี่ยวข้องกับการบูชาซาตาน เพื่อความเป็นอมตะ ซึ่งบางจุดก็ดูเว่อและออกตลกเกินไปหน่อย โดยพล็อตเรื่องและหลาย ๆ อย่างมีความคล้ายเรื่อง Ready or Not (2019) เกมพร้อมตาย กับ Ready or Not 2 Here I Come (2026) เกมพร้อมตาย 2 มาก อย่างเช่น ปัญหาความสัมพันธ์พี่น้อง มีพี่น้องเข้ามาเกี่ยวข้องและช่วยเหลือกัน การบูชาซาตาน การไล่ล่าตัวละคร ซึ่งต่างกันแค่นิดเดียว โดยตัวร้ายเรื่องนี้มีเยอะมาก แถมตายยากอีกต่างหาก แต่ตัวละครหลักก็มีฝีมือ จึงทำให้ดูแล้วลุ้นดี

คะแนนส่วนตัว 6.5

อ่านรีวิว Ready or Not (2019) เกมพร้อมตาย

อ่านรีวิว Ready or Not 2 Here I Come (2026) เกมพร้อมตาย 2

ตัวอย่าง


ขอบคุณภาพจาก IMDb เครดิต New Line Cinema รูปหน้าปกที่ 1 / รูปหน้าปกที่ 2 / รูปหน้าปกที่ 3 / รูปหน้าปกที่ 4

วันอังคารที่ 4 มีนาคม พ.ศ. 2568

รีวิวหนัง The Monkey (2025) จ๋อจัดตาย

 



            The Monkey (2025) จ๋อจัดตาย เป็นภาพยนตร์สยองขวัญตลกอเมริกันที่เขียนบทและกํากับโดย Osgood Perkins สร้างจากเรื่องสั้นปี 1980 ของ Stephen King นําแสดงโดย Theo James, Tatiana Maslany, Christian Convery, Colin O'Brien, Rohan Campbell, Sarah Levy, Adam Scott และ Elijah Wood เข้าฉายในโรงภาพยนตร์ในสหรัฐอเมริกาโดย Neon เมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2025

             มันเกิดกับใครก็ได้ เพียงแค่หมุนกุญแจ มันจะตีกลองเมื่อเลือกคนที่มันอยากฆ่าแล้ว มันฆ่าคนที่อยากฆ่าในเวลาที่อยากฆ่า มันชอบคร่าชีวิต 

            เรื่องราวของ ฮาล กับ บิลลี่ เชอบอน พี่น้องฝาแฝด ที่ได้ค้นพบกล่องใบหนึ่งที่ข้างในมีหุ่นลิงของพ่อ แต่หลังจากที่พวกเขาหมุนกุญแจหุ่นลิงตัวนี้ก็เกิดเหตุการณ์การเสียชีวิตลึกลับขึ้นกับคนรอบตัว และไม่ว่าจะกำจัดมันยังไงก็ไม่ได้ผล

            เปิดเรื่องฉายถึงตัวละครที่เอาหุ่นลิงมาให้ที่ร้านแห่งหนึ่ง ซึ่งมีรอยคราบเลือดเปื้อนเสื้อผ้าด้วย รวมทั้งพูดคำพูดเป็นปริศนาก่อนที่หุ่นลิงจะเล่นงานเหยื่อและตัดเข้าเรื่องฉายถึงตัวละครหลักในปี 1999 โดยมีการพูดเกริ่นนำเรื่องราวต่าง ๆ ผ่านตัวละครหลักเป็นช่วง ๆ ก่อนที่จะเจอกับหุ่นลิง ซึ่งหนังจะออกไปทางตลก ๆ โดยบทที่ควรจะซึ้งกลับไม่มีความรู้สึกอะไรเลยและกลายเป็นเรื่องตลก จากนั้นก็ค่อย ๆ ฉายถึงหุ่นลิงที่เริ่มเล่นงานเหยื่อ โดยก่อนเล่นงาน หุ่นลิงจะยิ้มและตีกลองไปมา ซึ่งก็ชวนติดตามว่าจะเล่นงานใครและยังไง มีฉากโหดบ้าง แต่กลับทำได้ไม่ค่อยน่าสนใจเท่าไหร่ บางคนตายแบบง่าย ๆ และพอจะเดาเหยื่อรายต่อไปได้ แถมดูไปดูมาออกไปทางหนังเล่ามากกว่า ซึ่งดูแล้วค่อนข้างน่าเบื่อ จากนั้นก็ฉายถึงช่วงยี่สิบห้าปีผ่านไป ซึ่งช่วงแรกฉายถึงหุ่นลิงที่ตามเล่นงานเหยื่อหลังจากตัวละครหลักทำลายมันไป โดยช่วงนี้เป็นช่วงที่ตัวละครหลักสองคนโตขึ้นและแยกทางกัน จากนั้นก็ได้ฉายถึงหุ่นลิงอีกครั้ง แต่กลับไปเน้นฉายจุดอื่นมากไปหน่อย ซึ่งดูจนจบก็ไม่ได้เปิดเผยเรื่องราวอะไรมากและจบทิ้งท้ายเหมือนมีต่อ

คะแนนส่วนตัว 3.5/10

ตัวอย่าง


ขอบคุณภาพจาก IMDb เครดิต The Safran Company รูปหน้าปกที่ 1 / รูปหน้าปกที่ 2 / รูปหน้าปกที่ 3 / รูปหน้าปกที่ 4

วันอังคารที่ 4 มิถุนายน พ.ศ. 2567

รีวิวหนัง The Blackening (2023)

 


             The Blackening (2023) เป็นภาพยนตร์แนวเชือดเฉือนสยองขวัญอเมริกันผิวดำปี 2022 กํากับโดย Tim Story เขียนบทโดย Tracy Oliver และ Dewayne Perkins สร้างจากภาพยนตร์สั้นชื่อเดียวกันในปี 2018 โดยคณะตลก 3Peat นําแสดงโดย Perkins, Grace Byers, Jermaine Fowler, Melvin Gregg, X Mayo, Antoinette Robertson, Sinqua Walls, Jay Pharoah และ Yvonne Orji 

             ฉายรอบปฐมทัศน์ในเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติโตรอนโตเมื่อวันที่ 16 กันยายน 2022 และเข้าฉายในโรงภาพยนตร์เมื่อวันที่ 16 มิถุนายน 2023 โดย Lionsgate ในสหรัฐอเมริกา และในวันที่ 23 สิงหาคม 2023 โดย Universal Pictures ในสหราชอาณาจักร

              เรื่องราวของ กลุ่มเพื่อนผิวสีอย่าง ลิซ่า, นัมดี, เดเวย์น, คลิฟตัน, อลิสัน, คิง, ซานิก้า, เกรตัน, ชอว์น และ มอร์แกน ที่ชวนกันมาจัดงานปาร์ตี้และเล่นเกมยังกระท่อมที่คอนเนอร์ปล่อยเช่ากลางป่าในช่วงสุดสัปดาห์ แต่แล้วอยู่ ๆ ก็มีเพื่อนคนหนึ่งถูกจับตัวไป เพื่อบังคับให้เล่นเกมให้ชนะก่อนหมดเวลา หากไม่เล่นเกมจะต้องตายทันที และแล้วพวกเขาก็รู้ว่าพวกเขาอยู่ข้างในกับฆาตกรสวมหน้ากาก

              เปิดเรื่องฉายถึงตัวละครบางส่วนที่กำลังเดินทางมายังบ้านพัก ซึ่งพอมาถึงสักพัก ก็ฉายตัวละครเพิ่มเติม แต่พูดคุยปาร์ตี้กันนานค่อนข้างน่าเบื่อไปหน่อย จากนั้นก็ฉายใครบางคนข้างนอกบ้านและเหตุการณ์แปลก ๆ ในบ้าน ซึ่งกว่าจะเข้าเรื่องจุดนี้ก็เกือบครึ่งเรื่องแล้ว โดยหนังจะออกตลก ๆ ติงต็อง ซึ่งบางจุดก็ฮาดี โดยเมื่อมีคนถูกจับก็เริ่มการเล่นเกมเป็นช่วง ๆ แต่เกมจะเน้นไปที่การตอบคำถาม ซึ่งดูง่ายไปหน่อยตัวละครรู้คำตอบหมดเลยและไม่ค่อยน่าสนใจเท่าไหร่ บางช่วงค่อนข้างยืดเยื้อไปหน่อย โดยจะฉายถึงฆาตกรในช่วงกลางเรื่อง ซึ่งจะเปิดเผยหน้าตาคนร้ายในช่วงท้ายเรื่อง ซึ่งก็ชวนลุ้นดี มีหักมุมบ้าง

คะแนนส่วนตัว 4.5/10

ตัวอย่าง


ขอบคุณภาพจาก IMDb เครดิต MRC รูปหน้าปกที่ 1

ขอบคุณภาพจาก Lionsgate รูปหน้าปกที่ 2

วันจันทร์ที่ 16 ตุลาคม พ.ศ. 2566

รีวิวหนัง The Conference (2023) สัมมนาเลือด

 


               The Conference (2023) สัมมนาเลือด เป็นภาพยนตร์ระทึกขวัญจากสวีเดนที่กำกับโดย Patrik Eklund เขียนโดย Patrik Eklund, Thomas Moldestad และ Mats Strandberg นำแสดงโดย Marie Agerhäll, Amed Bozan และ Robert Follin

              เรื่องราวของ กลุ่มคนศูนย์การค้าโคลาเรงเง็นที่นำโดย อิงเงล่า, ยูนัส ผู้จัดการโครงการ, คายาน, เอียวา, ลีน่า, อามีร์, ทูร์บเยิร์น, นัดยา และ อาเน็ตต์ ที่ไปพักผ่อนที่โคลาร์เคินฮอลิเดย์วิลเลจ เพื่อทำความรู้จักกันให้มากขึ้น พัฒนาศักยภาพและสัมนากันเรื่องศูนย์การค้าโคลาเรงเง็น โดยพวกเขาได้รับการต้อนรับจาก เจนนี่, รูเกร์, คลีอู ผู้ดูแลการสร้างทีมสัมพันธ์ และ คาร์ล เชฟของที่นี่ แต่แล้วการพักผ่อนสัมนาของพวกเขาก็ต้องเป็นการเอาชีวิตรอดจากฆาตกร

              ช่วงแรกจะฉายถึงตัวละครหลัก ๆ ก่อนที่จะเดินทาง ซึ่งตัวละครมีหลายคน โดยเมื่อมาถึงสถานที่จะเป็นการจัดห้องพักให้แต่ละคน ซึ่งก็เป็นการแนะนำตัวละครแต่ละคนไปด้วย แต่ดำเนินเรื่องได้ค่อนข้างน่าเบื่อยืดเยื้อไปหน่อย จะเน้นไปที่ตัวละครที่ประชุมสัมนา ทำความรู้จักกันและทำกิจกรรมร่วมกันไปเรื่อย รวมทั้งเรื่องลับเบื้องหลังเกี่ยวกับงานที่ทำ โดยมีสอดแทรกฉากลุ้นระทึกบ้างเป็นช่วง ๆ ซึ่งช่วงท้ายเรื่องชวนลุ้นเอาใจช่วยตัวละครดี โดยค่อย ๆ ฉายถึงฆาตกรที่ลงมือฆ่าเหยื่อทีละคน ซึ่งก็ไม่ได้ถ่ายให้เห็นหน้า ซึ่งจะเลือกใช้การสวมหน้ากากปิดบังใบหน้า โดยหนังจะค่อยข้างออกตลก ๆ หน่อย รวมไปถึงฆาตกรก็ออกฮา ๆ บวกกับหน้าตาของหน้ากากที่ดูแล้วตลกดี แต่แอบโหด ซึ่งบางฉากก็โหดดี โดยจะเปิดเผยฆาตกรในช่วงท้ายเรื่อง แต่พล็อตเรื่องไม่ค่อยแปลกใหม่เท่าไหร่ พอเดาเรื่องได้บ้างและดูขัดใจตัวละครบ้าง แต่ดีที่ช่วงท้ายเรื่องมีโต้กลับเอาคืน

คะแนนส่วนตัว 5/10

ตัวอย่าง


ขอบคุณภาพจาก IMDb เครดิต SF Studios รูปหน้าปกที่ 1 / รูปหน้าปกที่ 2 / รูปหน้าปกที่ 3

วันพฤหัสบดีที่ 3 สิงหาคม พ.ศ. 2566

รีวิวหนัง SATAN ‘S CURSE (2023) สาปซาตาน

 


                SATAN ‘S CURSE (2023) สาปซาตาน หรือชื่อภาษามาเลเซียว่า Sumpahan Syaitan เป็นภาพยนตร์สยองขวัญตลกมาเลเซียกํากับโดย Roy Krishnan ดัดแปลงจาก Yaamirukka Bayamey(Tamil)2014 

               โรงแรมที่ถูกสาปมาหลายปีโดยซาตานที่ได้สังเวยมนุษย์ทุกวันพระจันทร์เต็มดวง ใครก็ตามที่ซื้อโรงแรมนี้จะต้องตาย

              เรื่องราวของ แซม นักธุรกิจที่จบบริหารการโรงแรมได้กำลังคิดหาเงินสามล้านมาลงทุนทำธุรกิจ จึงได้ขอความช่วยเหลือจาก มาลิค เพื่อนที่รู้จักกันหลายปี ซึ่งได้แนะนำ แบรงโก้ นักลงทุนที่สามารถช่วยเขาได้ แต่มีข้อแม้ว่าต้องจ่ายเงินตรงเวลา พร้อมกับได้รับการสนับสนุนจาก มาลิค, เรย์, จอห์น และ รินา ภรรยาของเขาด้วย แต่แล้วไม่นานเขาก็ติดต่อเรย์ไม่ได้ ซึ่งได้เอาเงินลงทุนของแบรงโก้ไปด้วย มาลิคจึงแนะนำให้เขาพาครอบครัวไปอยู่กันเงียบ ๆ ที่โรงแรมร้างอาร์เคคลาสสิกในเซกามัตที่ซื้อมาจาก ฮารุน ซึ่งอยู่ลึกและเงียบประมาณสามเดือน พร้อมให้เขาเซ็นเอกสารทั้งหมดโดยใช้ชื่อตัวเอง ในระหว่างที่มาลิคเดินทางไปลอนดอนและจะกลับมาในยี่สิบวัน เพื่อซื้อขายโรงแรมที่นั่น ซึ่งถ้าขายได้จะได้กำไรสองล้าน ให้เขาเอาไปล้านหนึ่งคืนแบรงโก้ หลังจากนั้นเขาก็ได้เป็นผู้บริหารโรงแรม แต่เมื่อเขาได้อยู่ที่นี่ก็เริ่มเกิดเหตุการณ์แปลก ๆ และมีคนตาย

               เรื่องแนวคิดต้นฉบับและกำกับโดยรอย โดยเปิดเรื่องฉายถึงตัวละครที่ตกลงซื้อขายโรงแรมกันก่อนตัดเข้าเรื่องฉายถึงตัวละครหลักและตัวละครในช่วงเปิดเรื่อง ซึ่งเป็นช่วงก่อนที่จะได้เป็นผู้บริหารโรงแรม โดยหนังจะออกตลก ๆ ติงต๊อง ตั้งแต่การใช้นักแสดงแต่ละคนมาแสดง การใช้ดนตรีประกอบ ซึ่งบางช่วงดนตรีก็ไม่ค่อยเข้าทำนองเท่าไหร่ ซึ่งหนังจะตัดเปลี่ยนฉากเร็ว บางฉากจะไม่ได้ฉายถึงเลย แต่การดำเนินเรื่องค่อนข้างช้ายืดเยื้อตลอดทั้งเรื่อง มัวแต่ใส่เนื้อหาที่ไม่ค่อยจำเป็นเข้ามาไม่ได้เข้าเรื่องสักที ทำให้หนังค่อนข้างยาว ซึ่งมีการพูดถึงโรงแรมที่ดูมีความลับ แต่ก็ไม่ได้ฉายถึงอะไรและไม่ค่อยเน้นเท่าไหร่ โดยเมื่อดำเนินเรื่องไปสักพักจะเริ่มฉายถึงเหตุการณ์แปลก ๆ และมือซาตาน รวมทั้งเริ่มมีคนตายโดยไม่ทราบสาเหตุ โดยจะค่อย ๆ เปิดเผยเรื่องราวในช่วงท้ายเรื่องที่เกี่ยวข้องกับซาตานและเรียกหมอผีมาไล่ผี แต่ผีและซาตานไม่ได้ดูน่ากลัวเลยกลับดูตลก ๆ มากกว่า โดยก่อนจบได้ทิ้งท้ายเหมือนมีต่อในช่วงหนึ่งปีต่อมา

คะแนนส่วนตัว 3/10

ตัวอย่าง


ขอบคุณภาพจาก IMDb เครดิต D-Bay Film Factory รูปหน้าปกที่ 1 

วันอาทิตย์ที่ 23 เมษายน พ.ศ. 2566

รีวิวหนัง Stitches (2012) ตัวตลกมหาโหด

 


              Stitches (2012) ตัวตลกมหาโหด เป็นภาพยนตร์คอมเมดี้เชือดเฉือนที่กำกับโดย Conor McMahon และเขียนบทโดย McMahon และ David O'Brien นำแสดงโดย Ross Noble, Tommy Knight และ Gemma-Leah Devereux พร้อมด้วย Shane Murray Corcoran, Thomas Kane Byrne, Eoghan McQuinn, Roisin Barron, Hugh Mulhern, John McDonnell, Tommy Cullen, Lorna Dempsey, Jemma Curran และ Ryan Burke

              อำนวยการสร้างโดย Fantastic Films และ Tailored Films เป็นการเปิดตัวภาพยนตร์เรื่องแรกของ Tommy Knight และนักแสดงตลก Ross Noble

              เป็นการร่วมผลิตระหว่างประเทศระหว่างไอร์แลนด์ สวีเดน และสหราชอาณาจักร โดย McMahon เริ่มสร้างภาพยนตร์เรื่องนี้หลังจากได้รับทุนสนับสนุน 600,000 ยูโรจากคณะกรรมการภาพยนตร์ไอริช และใช้เงินสนับสนุนจาก MEDIA Europe ด้วย การถ่ายทำเกิดขึ้นในไอร์แลนด์

              ฉายรอบปฐมทัศน์ในดับลิน ประเทศไอร์แลนด์ในเดือนกันยายน 2012 และเข้าฉายในโรงภาพยนตร์ในสหราชอาณาจักรเมื่อวันที่ 26 ตุลาคม 2012

              สติช ตัวตลก ที่ถูกว่าจ้างให้มาแสดงโชว์ในงานวันเกิด แต่ไม่ถูกใจเด็ก ๆ จนทำให้เกิดเหตุที่ต้องเสียชีวิตและได้กลับมาแก้แค้น

              เรื่องราวของ ทอม ที่ถูก สติช ตัวตลก ตามหลอกหลอนอยู่ตลอดเวลา จนถึงขั้นต้องกินยาระงับประสาท หลังจากที่สติชถูกแม่ของเขาจ้างให้มาแสดงโชว์ในงานวันเกิดของเขา แต่การแสดงโชว์กลับไม่ถูกใจเขาและเพื่อน ๆ จึงโดนแกล้งจนถึงแก่ความตาย และหกปีต่อมาเขาก็ได้จัดงานปาร์ตี้วันเกิดอีกครั้งโดยได้เชิญ วินนี่, ริชชี่, บัลเจอร์ และ เคท มาร่วมงานด้วย แต่วินนี่ได้สร้างอีเว้นท์ของเขาที่มีเพื่อนเข้าร่วมมากมาย โดยหารู้ไม่ว่าบัตรเชิญใบหนึ่งได้ปลิวมายังหลุมศพของสติชและนั่นได้เชิญเขามาร่วมงานด้วย แต่การมาครั้งนี้

              เปิดเรื่องฉายถึงตัวละครหลักก่อนที่จะถูกจ้างมางานวันเกิด ซึ่งเมื่อมาถึงก็แสดงโชว์ต่าง ๆ ให้ดู รวมทั้งถูกเด็ก ๆ แกล้งจนตาย ซึ่งฉากตายโหดดี โดยหนังจะออกตลก ๆ หน่อยตามแนวหนัง จากนั้นก็ตัดมาที่ช่วงหกปีต่อมา โดยจะฉายถึงตัวละครหลักในตอนโต ก่อนที่จะทยอยฉายตัวละครเด็กคนอื่น ๆ ทีละคนและตัวละครหลักที่ถูกตัวตลกหลอกหลอนอยู่ตลอดเวลาเกี่ยวกับการตายครั้งนั้น จากนั้นเป็นช่วงที่ตัวละครชวนเพื่อนมาปาร์ตี้ ซึ่งช่วงนี้ค่อนน่าเบื่อไปหน่อย แต่ก็มีฉายเหมือนตัวตลกจะเริ่มปรากฎตัวบ้าง จนถึงช่วงที่เริ่มปาร์ตี้สักพักก็เริ่มฉายถึงตัวตลก แต่กว่าจะฉายก็ครึ่งเรื่องเข้าไปแล้ว โดยจะค่อย ๆ ลงมือเล่นงานทีละคน พร้อมกับฉายย้อนเรื่องราวในอดีตของแต่ละคนไปด้วย ซึ่งฉากฆ่าโหดดี ถึงแม้จะดูเว่อไปหน่อย ยังดีช่วงท้ายเรื่องมีช่วงให้ลุ้นบ้าง แต่ตัวร้ายตายง่ายไป โดยได้จบทิ้งท้ายในช่วงหกเดือนต่อมา

คะแนนส่วนตัว 5/10

ตัวอย่าง


ขอบคุณภาพจาก IMDb เครดิต Fantastic Films รูปหน้าปกที่ 1 / รูปหน้าปกที่ 2


วันพฤหัสบดีที่ 22 ธันวาคม พ.ศ. 2565

รีวิวหนัง R.I.P.D. 2: Rise of the Damned (2022)

 


           R.I.P.D. 2: Rise of the Damned (2022) เป็นภาพยนตร์แอคชั่นคอมเมดี้จากอเมริกาที่กำกับโดย Paul Leyden เขียนโดย Andrew Klein และ Paul Leyden นำแสดงโดย Jeffrey Donovan, Rachel Adedeji และ Penelope Mitchell

               RIPD มาตรฐานหลังความตายในการต่อสู้กับเดโดส วิญญาณที่หลบหนีจากการพิพากษาและอยู่รอบโลก เพื่อสร้างความหายนะ 

               เรื่องราวของ รอย ที่ได้ตายไปสามวันหลังจากการหลบหนีการไล่ล่าจากคนกลุ่มหนึ่ง และได้ถูกส่งตัวมายัง RIPD ที่ย่อมาจาก แผนก คือ มาตรฐานหลังความตาย โดยได้พบกับ ฮาโนะ กัปตันของฝ่ายตะวันตกของอเมริกา ซึ่งโดยทั่วไปพวกเขาได้รับเพียงทหาร นักรบและนายอำเภอ เพื่อรับใช้กองกำลังตำรวจของพระเจ้าในการต่อสู้กับ เดโดส วิญญาณที่หลบหนีจากการพิพากษาและอยู่รอบโลก เป็นพลังงานสเปกตรัม เพื่อสร้างความหายนะ เป็นวิญญาณอันธพาลที่ต้องการร่างกายและเมื่อมันเข้าครอบงำได้แล้วจะกลายเป็นเดโดส ซึ่งมีตราสัญลักษณ์อูโรโบรอส ที่แปลว่า ชีวิต ความตายและการเกิดใหม่อยู่บนลำตัว ด้วยการตามหาพวกมันแล้วส่งไปนรก โดยเขาต้องทำงานร่วมกับ เจนนี่ ที่ฮาโนะส่งมาให้ดูแล

              เปิดเรื่องฉายถึงตัวละครที่เจอหลุมประหลาดก่อนที่ถูกบางอย่างจากหลุมเข้าสิง จากนั้นก็ตัดมาฉายถึงตัวละครหลักก่อนที่จะถูกส่งมายัง RIPD โดยช่วงนี้ได้มีการอธิบายเกี่ยวกับ RIPD คร่าว ๆ และแนะนำสิ่งต่าง ๆ เหมือนกับเป็นภาคเริ่มต้นใหม่ตั้งแต่แรกและยังคงติดตลกเหมือนเดิม จากนั้นก็เริ่มฉายถึงตัวละครอื่นเพิ่มเติม ซึ่งก็เป็นหนึ่งในตัวละครหลักด้วยและเมื่อมนุษย์เห็นตัวละครจะเห็นกลายเป็นอีกคน จึงเหมือนใช้ตัวละครสองคนแสดงในคนเดียว จากนั้นก็เริ่มฉายถึงเดโดสและตัวละครในช่วงเปิดเรื่อง ซึ่งกว่าจะเริ่มฉายก็เกือบกลางเรื่องแล้ว การดำเนินเรื่องค่อนข้างยืดเยื้อน่าเบื่อชวนหลับ แต่ละฉากฉายนานเกินความจำเป็น ซึ่งจะเน้นฉากพูดกัน โดยพูดกันแทบทั้งเรื่อง จะจบเรื่องแล้วแทบไม่ได้สู้อะไรกับเดโดสเลย มาสู้กันช่วงท้ายเรื่อง ไม่สมกับที่เป็นหนังแนวแอคชั่นเลยและก็เดาเรื่องได้ไม่ยาก

คะแนนส่วนตัว 3/10

ตัวอย่าง


ขอบคุณภาพจาก Universal Pictures Home Entertainment (UPHE) รูปหน้าปกที่ 1

ขอบคุณภาพจาก IMDb เครดิต Universal Pictures Home Entertainment (UPHE) รูปหน้าปกที่ 2

วันศุกร์ที่ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2565

รีวิวหนัง The Curse Of Bridge Hollow (2022) คำสาปแห่งบริดจ์ฮอลโลว์

 


           The Curse Of Bridge Hollow (2022) คำสาปแห่งบริดจ์ฮอลโลว์ เป็นภาพยนตร์จากอเมริกาที่กำกับโดย Jeff Wadlow เขียนโดย Todd Berger (บทภาพยนตร์) Robert Rugan (บทภาพยนตร์) John R. Morey (เรื่องราว) นำแสดงโดย Priah Ferguson, Lauren Lapkus และ Marlon Wayans

              สติงกี้ แจ็ค ซึ่งเป็นตำนานเก่าแก่ของชาวไอริชที่เคยมีผู้ชายชั่วร้ายชื่อ สติงกี้ แจ็ค เขาเลวมากจนชาวบ้านสังหารเขา แต่ปีศาจรู้สึกเห็นใจเลยเสกให้เขาเป็นตะเกียงฟักทองแกะสลักที่มีเปลวไฟจากนรกโลกันตร์ โดยทุกฮาโลวีนเขาจะกลับมาสู่เมืองบริดจ์ฮอลโลว์ เพื่อแก้แค้นทายาทของชาวบ้านที่ฆ่าเขา

              เรื่องราวของ ครอบครัวกอร์ดอนได้แก่ ฮาเวิร์ด พ่อที่เกลียดฮาโลวีนเข้าไส้ ครูสอนวิทยาศาสตร์,  เอมิลี่ และ ซิดนีย์ ลูกสาวของพวกเขา ผู้เชี่ยวชาญคาราเต้ ที่ย้ายบ้านใหม่จากบรุกลินมายังบ้านฮอว์ธอร์นเมืองบริดจ์ฮอลโลว์ เมืองที่ได้ชื่อว่าเป็นเมืองเล็กที่ปลอดภัยที่สุดในสหรัฐอเมริกาสิบปีซ้อน ซึ่งพวกเขาได้ย้ายมาในช่วงเทศกาลสติงกี้ แจ็ค คืนฮาโลวีน โดยเมื่อมาถึงก็ได้รู้จักกับเพื่อนบ้านอย่าง จอห์น ซัลลิแวน (ซัลลี่) ซึ่งที่นี่คลั่งฮาโลวีนกันมาก ทุกคนแถวนี้เลือกธีมแต่งบ้านของตัวเอง ส่วนซิดนีย์ก็ได้รู้จักกับ เจมี่, ราโมน่า และ มาริโอ ที่สุสานบริดจ์ฮอลโลว์ แต่แล้วตะเกียงโบราณที่ซิดนีย์เอามาได้ไปปลดปล่อยวิญญาณร้ายออกอาละวาดเข้าสิงหุ่นผีฮาโลวีนจนทำให้พวกมันมีชีวิตและตอนนี้เมืองบริดจ์ฮอลโลว์ ที่ปลอดภัยที่สุดไม่ได้ปลอดภัยอย่างที่คิด ซิดนีย์ และ ฮาเวิร์ด รวมทั้งเพื่อน ๆ ของเธอจึงต้องช่วยกันหาวิธีหยุดยั้งพวกมันให้ได้

               เป็นหนังแนวแฟนตาซีที่ออกตลก ๆ โดยเปิดเรื่องฉายถึงตัวละครที่กำลังเดินทางเข้าสู่เมืองบริดจ์ฮอลโลว์ก่อนตัดเข้าเรื่อง โดยดำเนินเรื่องต่อเนื่องกันเลย ซึ่งเมื่อเข้าเมืองจะฉายถึงสิ่งต่าง ๆ ในเมืองของเทศกาลสติงกี้ แจ็ค คืนฮาโลวีนที่ดูตื่นตาตื่นใจน่าสนใจดี โดยจะเกี่ยวกับตัวละครสยองขวัญจากหลาย ๆ เรื่องรวมกันก่อนที่จะมาถึงบ้าน โดยช่วงแรกจะเป็นการปูเรื่องราวที่มาที่ไปของตัวละคร จากนั้นก็ค่อย ๆ ฉายถึงตัวละครอื่นทีละน้อยและมีพูดเสียดสีถึงหนังเรื่องอื่น ๆ ด้วย รวมทั้งเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับสติงกี้ แจ็ค จากนั้นก็ค่อย ๆ ฉายสิ่งต่าง ๆ ในเมืองเพิ่มเติมและเล่าเรื่องราวของฮอว์ธอร์น ร่างทรงที่หาตัวจับยากแห่งศตวรรษที่ยี่สิบ ซึ่งเคยอยู่และตายในบ้านฮอว์ธอร์น จากนั้นก็จะเริ่มฉายถึงตัวบ้านที่เกิดเหตุการณ์แปลก ๆ การใช้ชีวิตของตัวละครที่เกี่ยวข้องกับฮาโลวีนก่อนที่หุ่นผีฮาโลวีนจะมีชีวิต หลังจากนั้นก็เริ่มลงมือเล่นงาน โดยมีเล่าเรื่องราวของสติงกี้ แจ็คเพิ่มเติม ซึ่งหนังจะเน้นการเล่าเรื่องราวมากไปหน่อยและพล็อตเรื่องมาแนวเดิม ๆ ตามสไตล์ เดาเรื่องไม่ยาก แต่ผีฮาโลวีนแต่ละตัวทำได้น่าสนใจหลากหลายดี โดยช่วงครึ่งเรื่องเป็นต้นไปจะเป็นการหาวิธีหยุดยั้งผีฮาโลวีน

คะแนนส่วนตัว 4.5/10

ตัวอย่าง


ขอบคุณภาพจาก IMDb เครดิต Ugly Baby Productions รูปหน้าปกที่ 1 / รูปหน้าปกที่ 2 / รูปหน้าปกที่ 3

วันอาทิตย์ที่ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2565

รีวิวหนัง Day shift (2022) งานต้องล่า

 


               Dayshift (2022) งานต้องล่า เป็นภาพยนตร์แอ็คชั่นคอมเมดี้แนวแวมไพร์จากอเมริกาที่กำกับโดย J.J. Perry ในผลงานการกำกับเรื่องแรกของเขา โดยมีบทภาพยนตร์โดย Tyler Tice และ Shay Hatten โดยอิงจากเรื่องโดย Tice นำแสดงโดย Jamie Foxx, Dave Franco, Natasha Liu Bordizzo, Meagan Good, Karla Souza, Steve Howey, Scott Adkins และ Snoop Dogg ซึ่งมีกำหนดเข้าฉาย 12 สิงหาคม 2022 โดย Netflix

               งานล่าแวมไพร์ที่มีเงินเป็นเดิมพัน โดยต้องหาเงินมาให้ทันก่อนกำหนด เพื่อครอบครัวของเขา

               เรื่องราวของ บัด จาบลอนสกี้ นักล่าแวมไพร์ที่รับจ้างทำความสะอาดสระบังหน้าไม่ให้ครอบครัวรู้ โดยต้องหาเงินค่าเทอมที่ต้องจ่ายภายในวันจันทร์ในราคาห้าพันเหรียญและค่าดัดฟันเนื่องจากฟันซ้อนกันของเพจ ลูกสาว เขาจึงรับปากว่าจะหาเงินมาให้ทันไม่งั้นโจส ภรรยา จะพาเพจลงใต้ไปฟลอริดา โดยเขาได้เอาของที่หามาได้อย่างฟันของแวมไพร์มาเรเซดา สำนักงานเงินกู้ เพื่อให้ทรอยประเมินค่าของ แต่กลับยังได้เงินมาไม่มากพอ จึงได้ขอความช่วยเหลือจากบิ๊กเจ (บิ๊กจอห์น) ให้เข้าไปทำงานในสมาพันธ์อีกครั้งหลังจากสร้างความวุ่นวายจนถูกพักงานโดยเขาได้ทำงานในกะกลางวันซึ่งเป็นโอกาสสุดท้าย โดย ซีเกอร์ ให้ เซธ คอยจับตาดูเขาทุกย่างก้าวเพื่อที่จะได้เลื่อนตำแหน่งแทนที่แครอล แต่แล้วก็มี ออดรีย์ แวมไพร์ตัวอื่นที่ต้องการครองแวลลีย์ออกตามล่าเขา เพื่อแก้แค้นเขาที่ได้ฆ่าลูกของเธอ

               เป็นหนังแอ็คชั่นคอมมาดี้ที่สอดแทรกตลอดทั้งเรื่อง โดยเปิดเรื่องฉายถึงตัวละครที่ทำงานก่อนที่จะไปล่าแวมไพร์ ซึ่งแวมไพร์ทำได้โหดน่าสนใจดีตัวเดียวเล่นงานยากมาก จัดฉากแอ็คชั่นตั้งแต่ช่วงเปิดเรื่องเลย ซึ่งก็ทำได้สนุกชวนลุ้นเอาใจช่วยตัวละคร แต่หลังจากนั้นแวมไพร์ตายง่ายไปหน่อย จากนั้นก็ตัดเข้าเรื่องฉายถึงตัวละครอื่นเพิ่มเติม โดยเริ่มจากฉายถึงตัวละครแวมไพร์ก่อนและฉายถึงตัวละครหลัก ซึ่งช่วงแรกจะเป็นการปูที่มาที่ไปของตัวละคร พร้อมกับการทำงานหาเงินไปเรื่อย จากนั้นก็ได้ฉายถึงตัวละครแวมไพร์ในช่วงแรกอีกครั้งซึ่งมีพลังความสามารถมากกว่าแวมไพร์ในช่วงเปิดเรื่อง แต่หลังจากช่วงเข้าเรื่องเป็นต้นมากลับยังไม่มีฉากแอ็คชั่นล่าแวมไพร์เลย เน้นไปที่การหาเงินมากกว่า แต่หลังจากนั้นไม่นานก็ค่อย ๆ พูดถึงเรื่องแวมไพร์และออกล่าแวมไพร์อีกครั้ง ซึ่งก็จะเน้นไปที่การล่าแวมไพร์ จัดเต็มฉากแอ็คชั่นแทบทั้งเรื่อง ซึ่งมีฉากโหดบ้าง ดูลงทุนดี โดยแวมไพร์มีหลายประเภทและมีทั้งตัวดีกับไม่ดี รวมทั้งฉายถึงแวมไพร์ที่ออกตามล่าตัวละครหลักเป็นช่วง ๆ โดยช่วงครึ่งเรื่องจะมีตัวละครอื่นมาช่วยล่าแวมไพร์ด้วย ซึ่งฝีมือดีไม่แพ้ตัวละครหลักเลย มีพูดอ้างอิงถึงหนังแวมไพร์เรื่องอื่นด้วย ช่วงท้ายเรื่องจะเป็นการช่วยครอบครัวที่มีตัวละครอื่นมาช่วย่นเดิม 

คะแนนส่วนตัว 6.5/10

ตัวอย่าง


ขอบคุณภาพจาก IMDb เครดิต 87Eleven Entertainment รูปหน้าปกที่ 1 / รูปหน้าปกที่ 2 / รูปหน้าปกที่ 3


วันพุธที่ 13 กรกฎาคม พ.ศ. 2565

รีวิวหนัง UNHUMAN (2022) เผชิญหน้าท้าอมนุษย์

 


               UNHUMAN (2022) เผชิญหน้าท้าอมนุษย์ เป็นภาพยนตร์ตลกแนวสยองขวัญทางโทรทัศน์ของอเมริกาที่กำกับโดย Marcus Dunstan เขียนโดย Dunstan และ Patrick Melton นำแสดงโดย Brianne Tju, Benjamin Wadsworth, Uriah Shelton, Ali Gallo และ Peter Giles ซึ่งเป็นภาพยนตร์ต้นฉบับของ Epix และผลิตโดย Blumhouse Television โดย Paramount Pictures ได้ปล่อยภาพยนตร์ในรูปแบบดิจิทัลวันที่ 3 มิถุนายน 2022

              การไปทัศนศึกษาที่ได้เผชิญหน้ากับบางสิ่ง มันไม่ใช่มนุษย์ แต่มันมีพลังเหนือมนุษย์ เรื่องราวของ เอเวอร์ และ แทมร่า เพื่อนสนิทของเธอ รวมทั้งเพื่อนนักเรียนคนอื่น ๆ อย่าง แดนนี่, แรนดัลล์, ฮันต์, เจซี่ย์, แคนเดซ, แดเนียล, สตีเวน และ ไรอัน ที่ไปทัศนศึกษาเก็บคะแนนพิเศษกับด็อกเตอร์พลศึกษา ลอเรนโซ แต่ เวย์น คนขับรถพาไปผิดทาง และในระหว่างที่กำลังเขาทะเลาะกับลอเรนโซ จึงไม่ทันระวังชนโดนบางอย่างเลือดสาดหน้ารถ ทำให้มองไม่เห็นจนรถเสียหลักตกเหว จากนั้นพวกเขาก็ได้เผชิญหน้ากับบางอย่างนอกรถก่อนที่จะมีสัญญาณวิทยุจากสำนักงานปกป้องพลเมืองของสหรัฐอเมริกาแจ้งว่าให้หยิบวิทยุสื่อสารและของใช้จำเป็นติดตัวไปยังจุดหลบภัยที่ใกล้ที่สุดและให้ปิดประตูรอฟังข่าวสารเพิ่มเติม เราถูกล้อมโจมตีด้วยสารเคมี เลี่ยงพื้นที่ที่ถูกโจมตีเด็ดขาด แต่แล้วลอเรนโซก็ได้สั่งให้เวย์นเปิดประตู เนื่องจากคิดว่าเขาได้รับบาดเจ็บต้องการเข้ามาข้างใน ซึ่งแต่เมื่อเปิดประตูเขาก็ได้พุ่งเข้ามาหาและทำร้ายคนในรถทันที ทำให้ทุกคนรีบเผ่นหนีออกจากรถและหาที่หลบภัย แต่ไม่อาจเอาแต่หลบซ่อนได้ เพราะไม่มีน้ำอาหาร แล้วพวกเขาจะเอาชีวิตรอดไปได้หรือไม่

             เปิดเรื่องจะค่อย ๆ ฉายถึงตัวละครแต่ละคนที่เตรียมไปทัศนศึกษาก่อนตัดเข้าเรื่อง ซึ่งกว่าจะเกิดเรื่องค่อนข้างนานไปหน่อย แต่เมื่อเกิดเรื่องแล้วก็น่าสนใจดีว่าบางอย่างนอกรถคืออะไร ซึ่งยังไม่ได้ฉายให้เห็นชัดเจน จนค่อย ๆ เปิดเผยตัวตนที่ชัดเจนขึ้น มีฉากโหดบ้าง ซึ่งคนร้ายกินเนื้อมนุษย์เหมือนหนังซอมบี้เลย แต่ต่างกันตรงมีพลังเหนือมนุษย์ ซึ่งใครโดนกัดจะกลายเป็นซอมบี้ จากนั้นจะเน้นฉายตัวละครที่ต้องหลบหนีเอาชีวิตรอดในป่า ซึ่งเต็มไปด้วยควันจึงมองไม่ค่อยเห็นคนร้ายว่าอยู่ที่ไหน แต่จะมีส่งเสียงมาก่อน ซึ่งสถานที่ บรรยากาศในเรื่อง ทำได้น่าสนใจดี จึงดูแล้วชวนลุ้นเอาใจช่วยตัวละครมากขึ้น ซึ่งก็ชวนลุ้นตลอดทั้งเรื่อง โดยจะค่อย ๆ ฉายว่าจะเจออะไรบ้าง ซึ่งบางฉากจะฉายแบบสโลโมชั่นบ้าง ตัวละครก็พอฉลาดรู้จักหาอาวุธมาป้องกันตัวและช่วยกันสู้กับซอมบี้ แต่บางจุดก็ดูขัดใจไปบ้างและพอเดาเรื่องได้บ้าง บางช่วงคุยกันนานไปหน่อย ซึ่งช่วงกลาง ๆ เรื่องเป็นต้นไปจะเริ่มออกตลก ๆ เล็กน้อย ช่วงท้ายจะเป็นการหาคนมาช่วย ซึ่งเมื่อเริ่มเปิดเผยเรื่องราว หักมุมแบบคิดไม่ถึงเลย ด้วยการฉายย้อนไปในช่วงราว ๆ สี่ถึงห้าสัปดาห์ก่อนแบบหมดเปลือกและราว ๆ สี่หรือห้าชั่วโมงต่อมา ซึ่งเป็นการสรุปเรื่องราว แต่บางจุดก็ดูเป็นไปไม่ค่อยได้เท่าไหร่

คะแนนส่วนตัว 5.5/10

ตัวอย่าง


ขอบคุณภาพจาก IMDb เครดิต Epix รูปหน้าปกที่ 1 / รูปหน้าปกที่ 2 / รูปหน้าปกที่ 3

วันจันทร์ที่ 21 มีนาคม พ.ศ. 2565

รีวิวหนัง ABCs of Death 2 (2014) บันทึกลำดับตาย 2

 


               ABCs of Death 2 (2014) บันทึกลำดับตาย 2 เป็นภาพยนตร์ตลกสยองขวัญแนวกวีนิพนธ์อเมริกันที่ผลิตโดย Ant Timpson และ Tim League ประกอบด้วยเรื่องสั้น 26 เรื่อง โดยแต่ละเรื่องจากผู้กำกับที่แตกต่างกันในแต่ละประเทศ เป็นภาคต่อของภาพยนตร์เรื่อง The ABCs of Death ปี 2012 ผู้กำกับประกอบด้วย Jim Hosking, Lancelot Oduwa Imasuen, พี่น้อง Soska, Julian Barrett, Rodney Ascher, Kristina Buožytė, Larry Fessenden, Navot Papushado, Aharon Keshales, Bill Plympton และ Vincenzo Natali โดยการประกวดถูกจัดขึ้นสำหรับบทบาทของผู้กำกับคนที่ 26 ผู้ชนะคือผู้กำกับมิวสิกวิดีโอ Robert Boocheck ซึ่งส่งหนังสั้นเรื่อง M. 

            โดยเปิดเรื่องจะเป็นเรื่องแรกคือ A is for Amateur กำกับโดย E.L. Katz ซึ่งเรื่องนี้ไม่ได้มีฉากพูดอะไรมาก เป็นเรื่องเกี่ยวกับนักฆ่าที่ได้รับการว่าจ้างให้สังหารพ่อค้ายาชื่อดัง แอนดี้ ไนแมน โดยเมื่อมาถึงอาคาร ได้คลานผ่านช่องระบายอากาศ แต่กลับปกคลุมไปด้วยของมีคม ทำให้นักฆ่าติดและเลือดไหลจนตาย จากนั้นก็ตัดมาที่ช่วงสามสัปดาห์ต่อมา กลิ่นของเนื้อเน่านำผู้ที่อยู่ในอพาร์ตเมนต์ของพ่อค้ายาไปหาศพของนักฆ่า ซึ่งตกลงมาจากช่องระบายอากาศ ทำให้ปืนของเขาพุ่งออกไปและฆ่าเป้าหมายของเขา

             เรื่องที่สองคือ B is for Badger (แบดเจอร์) กำกับโดย Julian Barratt เรื่องราวเกี่ยวกับ ปีเตอร์ โคแลนด์ เจ้าของรายการโทแลนด์เวิลด์ ที่กำลังทำรายการเกี่ยวกับสารพิษจากโรงงานไฟฟ้าที่แอนนี่เวอรี่เวลในน็อตติ้งแฮมเชียร์ โดยเรื่องนี้ดำเนินเรื่องด้วยฟาวด์ฟุตเทจ ซึ่งช่วงแรกได้พูดถึงชนบทฉบับอังกฤษอันสมบูรณ์ บ้านของพืชและสัตว์นับพันชนิด รวมถึงโพรงแบดเจอร์อายุถึง 400 ปี ซึ่งตัดผ่านช่วงเนินเขานี้มาหลายชั่วอายุ แต่แล้วสองปีหลังพวกมันหายไป เพราะ สารพิษจากโรงงานไฟฟ้า จากนั้นก็ฉายถึงเสียงบางอย่างในโพรงก่อนที่ตัวละครจะถูกดึงจากในโพรงและถูกคายออกมา

            เรื่องที่สามคือ C is for Capital Punishment (โทษประหาร) กำกับโดย Julian Gilbey เรื่องราวเกี่ยวกับ เฟลตเชอร์ ที่ถูกกล่าวหาและถูกสารตัดสินว่าฆ่า ลูซี่ วิลสัน ที่หายไปกว่าหนึ่งเดือน จึงถูกนำตัวไปประหารในป่า แต่จากรายงานข่าวด่วน เธอยังไม่ตายและได้หนีไปกับแฟนของเธอ ซึ่งมีคนรีบขับรถมาเตือน แต่ดันเกิดอุบัติเหตุเสียชีวิต

            เรื่องที่สี่คือ D is for Deloused (กำจัดเหา) กำกับโดย Robert Morgan เรื่องนี้จะเป็นภาพยนตร์แอนิเมชั่นเกี่ยวกับชายคนหนึ่งถูกขังอยู่ในห้องและต้องกำจัดเหา ซึ่งดูแล้วกลับออกตลก ๆ มากกว่า

             เรื่องที่ห้าคือ E is for Equilibrium (ดุลยภาพ) กำกับโดย Alejandro Brugués เรื่องเกี่ยวกับคนเรือแตกสองคนที่ใช้ชีวิตอย่างน่าเบื่อ แต่เมื่อมีหญิงสาวคนหนึ่งมาเกยตื้นที่ชายหาด จึงทำให้พวกเขาทะเลาะกันด้วยความอิจฉาและฆ่าผู้หญิงแทน ซึ่งก็ดูแล้วน่าเบื่อตามเนื่อเรื่อง

             เรื่องที่หกคือ F is for Falling (ล่วงหล่น) กำกับโดย Aharon Keshales และ Navot Papushado เรื่องราวของหญิงชาวอิสราเอลที่โดดร่มลงมาจากเครื่องบินและมาติดอยู่บนต้นไม้ จนเมื่อเด็กชายชาวอาหรับมาพบ เธอจึงพูดให้เขาปีนขึ้นมาตัดเชือกให้เธอลงมา แต่เมื่อเขาตัดเชือก เธอได้ตกลงมา แต่มันทำให้เธอขาหัก ซึ่งในหนังบอกว่าต้นไม้สูง พอตกลงมาจึงทำให้ขาหัก ซึ่งเป็นไปไม่ได้เลย เนื่องจากตอนถ่ายให้เห็น จุดที่ตัวละครติดอยู่บนต้นไม้นั้นไม่สูงเลย

          เรื่องที่เจ็ดคือ G is for Grandad (คุณปู่) กำกับโดย Jim Hosking เรื่องราวของหลานชายที่อยู่กับปู่ของเขามาหนึ่งปี แต่ก็ต้องตกใจเมื่อได้เห็นปู่นอนอยู่ใต้เตียงของเขามาตลอด ซึ่งจากการนอนของเขา ทำให้ปู่นอนไม่หลับ และในที่สุดเขาก็รู้ความลับที่แท้จริงของปู่ 

             เรื่องที่แปดคือ H is for Head Games (เกมจิตวิทยา) กำกับโดย Bill Plympton เรื่องราวของชายหญิงสองคนที่กำลังจูบกันจนส่วนต่าง ๆ บนในหน้ากลายเป็นอาวุธเข้าใส่หากัน เรื่องนี้เป็นแอนิเมชั่นสั้นที่ไม่มีพูดคุยกันเลย เนื้อหาก็มีอยู่ตามเนื้อเรื่องเลย

            เรื่องที่เก้าคือ I is for Invincible (คงกระพัน) กำกับโดย Erik Matti เรื่องราวของแม่ชราที่อยู่มา 120 ปี โดยถูกลูก ๆ ของเธอจับมัดไว้กับเก้าอี้ทรมานให้เธอตาย เพื่อต้องการมรดก แต่ทำยังไงเธอก็ไม่ตาย ซึ่งก็เป็นไปไม่ค่อยได้เท่าไหร่

            เรื่องที่สิบคือ J is for Jesus (พระเยซู) กำกับโดย Dennison Ramalho เรื่องราวของชายคนหนึ่งที่ชอบเพศเดียวกันได้ถูกจับตัวและถูกกล่าวหาว่าเป็นปีศาจจอมหลอกลวง มีเชื้อร้ายในตัว จึงนำตัวมาทำการรักษาและทำพิธีขับไล่ปีศาจออกไปในนามของพระเยซู

            เรื่องที่สิบเอ็ดคือ K is for Knell (ลางร้าย) กำกับโดย Kristina Buožytė และ Bruno Samper เรื่องราวของเด็กผู้หญิงคนหนึ่งที่กำลังทาสีเล็บเท้าอยู่ในอพาร์ตเมนต์ได้ยินเสียงแปลกประหลาดข้างนอก จึงเปิดหน้าต่างดูและก็ได้พบกับเหตุการณ์แปลกประหลาดที่เป็นของเหลวสีดำเคลื่อนตัวเป็นวงกลมที่เกิดขึ้นเหนืออพาร์ตเมนต์ตรงข้าม จากนั้นคนในอพาร์ตเมนต์แห่งนั้นก็เกิดการต่อสู้กันและผู้ชนะทั้งหมดก็หยุดมองมาที่เธอก่อนที่ของเหลวสีดำจะเข้ามายังอพาร์ตเมนต์ของเธอเช่นกัน ซึ่งบางฉากก็ทำได้หลอนชวนลุ้นดี

            เรื่องที่สิบสองคือ L is for Legacy (มรดก) กำกับโดย Lancelot Oduwa Imasuen เรื่องราวของ โอเดมาน ที่ได้รับมอบหมายจากราชินีเอซาโกว่าให้นำลูกชายของเขาไปบูชายันต์ เพื่อให้ผู้หญิงในฮาเร็มต้องมีลูกชายเพิ่ม แต่เขาไม้ได้ทำตามคำสั่งและได้สั่งแก้มัด เนื่องจากราชินีวางแผนจะเป็นแม่ของราชาอูบิดิแลนคนต่อไป โดยได้ฆ่าหนูและใช้เลือดหนูอาบไว้บนดาบแทน ทำให้ปีศาจอูบินีได้ปรากฎตัวในหมู่บ้านและฆ่าผู้คน ซึ่งอูบินี ดูตลก ๆ ลอย ๆ ไม่ค่อยเป็นธรรมชาติ

            เรื่องที่สิบสามคือ M is for Masticate (เคี้ยว) กำกับโดย Robert Boocheck เรื่องราวของชายคนหนึ่งที่เปลือกายเหลือแต่กางเกงในวิ่งไปตามถนน พร้อมทั้งผลักคนที่ขวางทางออกก่อนที่จะกัดทำร้ายคนเหล่านั้น จึงถูกตำรวจยิงเสียชีวิต ซึ่งแต่ละฉากค่อนข้างสโลว์โมชั่นไปหน่อย จากนั้นก็ตัดมาที่สามสิบสี่นาทีก่อนหน้าสั้น ๆ 

             เรื่องที่สิบสี่คือ N is for Nexus กำกับโดย Larry Fessenden เรื่องราวอุบัติเหตุการชนกันที่สี่แยกไฟจราจรจนเสียชีวิตระหว่างชายคนหนึ่งที่แต่งตัวสวมหน้ากากแฟรงเกนสไตน์ที่รีบไปพบกับแฟนสาวในชุดเจ้าสาวในวันฮาโลวีน นักธุรกิจหญิงที่กำลังรีบร้อนเร่งคนขับแท็กซี่และพ่อลูกในชุดฮาโลวีนที่จะไปหาแม่เก่า ซึ่งจะค่อย ๆ ฉายตัวละครแต่ละคนก่อนที่จะเกิดอุบัติเหตุ

             เรื่องที่สิบห้าคือ O is for Ochlocracy (mob rule กฎหมู่) กำกับโดย Hajime Ohata เรื่องราวของ จำเลยคานะ มิยาซากิ ที่ถูกกล่าวหาว่าได้ก่อเหตุฆาตกรรมในช่วงที่เกิดโรคระบาดใกล้ตายและได้ยิงลูกสาว โดยก่อเหตุแบบนี้แม้ว่าจะมียาซีคิวตัวใหม่ที่รักษาผู้ติดเชื้อได้ จึงถูกเสนอโทษประหาร แม้ว่าเธอจะบอกว่ายายังไม่ถูกพัฒนาและเธอพยายามป้องกันตัวเองจากคนเหล่านั้นที่พยายามฆ่าเธอก็ตาม เรื่องนี้เป็นหนังแนวซอมบี้ที่มนุษย์กลายเป็นจำเลยฝ่ายผิดที่ต้องถูกประหาร เนื่องจากได้ฆ่าซอมบี้

             เรื่องที่สิบหกคือ P is for P-P-P-P SCARY! (น่ากลัว) กำกับโดย Todd Rohal เรื่องราวของ เคอร์บี้, พับพี้ และ บาร์ต ที่อยู่ในความมืด โดยมีเพียงแสงไฟจากโคมไฟที่พวกเขาถือ ได้พบกับชายคนหนึ่ง จากนั้นเขาก้เต้นและเข้ามาเป่าเทียน คนอื่น ๆ ก็เริ่มทยอยหายตัวไปเหลือเพียงเคอร์บี้ ซึ่งดูแล้วออกตลกติงต๊องไม่ค่อยมีสาระอะไร

              เรื่องที่สิบเจ็ดคือ Q is for Questionnaire (แบบสอบถาม) กำกับโดย Rodney Ascher เรื่องราวของหญิงที่ทำการทดสอบสติปัญญาของชายคนหนึ่ง ซึ่งการทดสอบผ่านไปได้ด้วยดี เขาได้คะแนนเต็ม เธอจึงแนะนำให้เขาไปด้วยกันกับเธอตอนนี้ เพื่อคุยโอกาสด้านอาชีพ โดยหนังได้ฉายถึงตัวละครที่นั่งทดสอบกัน พร้อมทั้งฉายถึงเรื่องราวอีกเหตุการณ์หนึ่งของตัวละครทั้งสอง ซึ่งเป็นการผ่าตัดสมองมนุษย์เปลี่ยนถ่ายกับสัตว์

              เรื่องที่สิบแปดคือ R is for Roulette (รูเล็ต) กำกับโดย Marvin Kren เรื่องราวของ ไมเคิล, นีน่า และ เคลาส์ ที่ผลัดกันทดสอบกระสุน โดยการยิงตัวเองในห้องใต้ดิน แต่ก็ไม่มีใครได้รับกระสุน แต่แล้วไมเคิลก็ได้ลั่นไกยิงนีน่า ซึ่งก็ฉายตัวละครที่ผลัดกันยิงตัวเองไปมา

             เรื่องที่สิบเก้าคือ S is for Split (แย่) กำกับโดย Juan Martinez Moreno เรื่องราวของ โรเบิร์ต ที่กำลังเดินทางไปทำธุรกิจในฝรั่งเศสและโทรหา มิเรียม ภรรยาของเขา ซึ่งอยู่ในบริเตน จากนั้นก็มีเสียงออดในบ้านของ มิเรียม และฉายถึงผู้บุกรุกที่ใช้ค้อนพังประตูบุกเข้าไปในบ้านของมิเรียมและไล่ตามเธอ โรเบิร์ตจึงรีบโทรหาตำรวจอังกฤษ เพื่อให้ส่งคนไปช่วย แต่ก็ไม่ทันเสียแล้ว โดยหนังได้ฉายให้เห็นภาพเหตุการณ์พร้อมกันระหว่างสามีและภรรยา รวมทั้งคนร้าย

             เรื่องที่ยี่สิบคือ T is for Torture Porn (หนังโป๊ซาดิส) กำกับโดย Jen and Sylvia Soska เรื่องราวของ ยูมิ ที่กำลังถ่ายทำภาพยนตร์ตามที่บอกและถูกบังคับให้ถอดเสื้อผ้าออก เพื่อดูร่างกายตามที่ผู้กำกับกำชับมา แต่แล้วพวกเขาก็เห็นบางอย่างที่ทำให้ต้องแปลกใจก่อนที่พวกเขาจะถูกฆ่า 

              เรื่องที่ยี่สิบเอ็ดคือ U is for Utopia (ดินแดนอุดมคติ) กำกับโดย Vincenzo Natali เรื่องราวของ ชายรูปร่างอ้วนคนหนึ่งที่ได้สะดุดล้มลง ผู้คนแถวนั้นจึงได้นำมือถือขึ้นมาสแกนใบหน้าเขา ซึ่งระบุว่าเป็นประเภทที่หกตำกว่ามาตรฐาน ไม่นานก็มีหุ่นยนต์ปรากฏขึ้นและดึงเขาเข้าไปเผา เรื่องนี้จะไม่มีฉากพูดเลย

              เรื่องที่ยี่สิบสองคือ V is for Vacation (พักร้อน) กำกับโดย Jerome Sable เรื่องราวของ เคิร์ต ที่กำลังวิดีโอแชทคุยกับ แอมเบอร์ แฟนของเขาในที่พักนอกห้องระหว่างกำลัีงพักร้อนกับเพื่อน จากนั้น ดีแลน ก็เข้ามาแย่งมือถือแล้วขัง เคิร์ต ไว้ข้างนอก พร้อมทั้งพาทัวร์ห้องพักด้วยการเปิดเผยความลับไม่ดีของเขา ทำให้เกิดเหตุฆ่ากันขึ้น

              เรื่องที่ยี่สิบสามคือ W is for Wish (คำอธิษฐาน) กำกับโดย Steven Kostanski เรื่องราวของ เด็กชายสองคนที่กำลังเล่นหุ่นฟิกเกอร์เกี่ยวกับเจ้าชายคาสิโอและแฟนตาซีแมนที่ต่อสู้กับซอร์บผู้ชั่วร้าย โดยได้เข้ามาอยู่ในช่วงนั้นและถูกจับ แต่ได้รับความช่วยเหลือจากแฟนตาซีแมน ซึ่งเป็นหนังแนวโฆษณาของ Champions of Zorb ในยุค 90 ที่ดูแล้วตลก ๆ 

              เรื่องที่ยี่สิบสี่คือ X is for Xylophone (ไซโลโฟน) กำกับโดย Julien Maury and Alexandre Bustillo เรื่องราวของ ยายที่กำลังนั่งดูหลานเล่นระนาด พร้อมทั้งฟังแผ่นเสียงเพลงไปด้วย แต่อยู่ ๆ หลานของเธอก็ได้เล่นยั่วโมโหเธอ ทำให้เธอโมโหลงมือฆ่าหลาน

              เรื่องที่ยี่สิบห้าคือ Y is for Youth (วัยรุ่น) กำกับโดย Soichi Umezawa เรื่องราวมิยูกิที่เขียนข้อความถึงพ่อแม่เกี่ยวกับความเสียใจที่ทำให้สุนัขของเธอต้องตาย รวมทั้งปัญหาต่าง ๆ ที่เธอเก็บกฎมานาน โดยหนังฉายถึงตัวละครที่กำลังเขียนข้อความ พร้อมกับพ่อแม่ที่ถูกลงโทษด้วยสิ่งที่ทำกับตัวละคร

             เรื่องที่ยี่สิบหก (เรื่องสุดท้าย) คือ Z is for Zygote (ไซโกท) กำกับโดย Chris Nash เรื่องราวของ หญิงมีครรภ์คนหนึ่งที่ถูกสามีทิ้งไว้คนเดียวเป็นเวลา 13 ปี จนทำให้เด็กโตในท้องและอยากออกไปข้างนอก ซึ่งการที่อยู่ในท้อง สามารถพูดคุยได้ ดูเป็นไปไม่ได้

             โดยแต่ละเรื่องจะเป็นเรื่องสั้น ๆ ที่เน้นตลก ๆ แบบไม่ค่อยมีสาระหรือความเป็นไปได้เท่าไหร่เนื้อหาอะไรและไม่ได้เปิดเผยที่มาที่ไปอะไรมาก ซึ่งบางเรื่องก็ไม่มีเรื่องราวอะไรน่าสนใจเลยและไม่ค่อยเข้าใจว่าต้องการจะสื่ออะไรกันแน่ บางเรื่องก็เหมือนหนังใบ้ที่ไม่มีฉากพูด โดยจะเน้นฉากโหดเป็นหลัก แต่บางเรื่องก็ไม่ได้โหดมาก

คะแนนส่วนตัว 1.5/10

ตัวอย่าง 


ขอบคุณภาพจาก IMDb เครดิต Drafthouse Films รูปหน้าปกที่ 1 / 
รูปหน้าปกที่ 2


วันพฤหัสบดีที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2565

รีวิวหนัง The Town Of Ghosts (2022) เมืองผีห่า

 


             The Town Of Ghosts (2022) เมืองผีห่า หรือที่รู้จักกันในชื่อ 阴阳镇怪谈 เป็นภาพยนตร์จีนแนวสยองขวัญแฟนตาซีที่กำกับโดย Tao zhang นำแสดงโดย Lee Li-Chun, Qiaoqiao Jin, Jerry, Fu Xiao Shuang และ Gao Cheng Long

           เรื่องราวของ เหยียนหยางอี และ เป่าหูลู่ นักล่าสมบัติสองคนที่เข้ามาล่าสมบัติในเมืองหยินหยาง เมืองซึ่งตามตำนานเล่าว่าเป็นสถานที่ที่เข้ามาแล้วแต่ออกไปไม่ได้ โดยใครก็ตามที่ออกไปโดยไม่ได้รับอนุญาตจะต้องตายอย่างลึกลับ แต่พวกเขาไม่เชื่อ และแล้วพวกเขาก็เจอหลุมฝังศพตัวเองที่มีตัวเองนอนเป็นศพอยู่ในโลง รวมทั้งเจอเรื่องราวแปลก ๆ ที่เกิดขึ้นในเมือง ซึ่งใครก็ตามที่เกี่ยวข้องกับพวกเขาเริ่มทยอยตายไปทีละคน ทำให้ผู้คนในเมืองต่างหวาดกลัวไม่กล้าเข้าใกล้และกล่าวหาว่าพวกเขาเป็นตัวซวยทำให้โชคร้าย และในที่สุดพวกเขาก็รู้ความจริงเบื้องหลังเกี่ยวกับตำนานของเมืองนี้

           เปิดเรื่องด้วยการเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับตำนานเมืองของเจ้าของร้านขายโลงศพที่ไม่ใช่เหอซานกู พร้อมกับฉายภาพให้เห็นเป็นเรื่องราว โดยเมื่อยี่สิบปีที่แล้วมีหญิงสาวร่างท้วมลอยอยู่ในแม่น้ำและเจ้าของร้านขายโลงศพได้ช่วยชีวิตไว้ จึงได้รับเธอมาเลี้ยงเป็นลูกสาว เนื่องจากเขาไม่มีลูก โดยให้ชื่อว่าเหอซานกู โดยกลางดึกขณะที่ฝนกำลังตกมีคนสามคนมาที่ร้ายขายโลงศพ เพื่อมารับคนตาย ซึ่งสามคนนี้เดินเบามาก แถมตัวไม่เปียกและไม่มีเงา ผ่านไปหกวันมีคนบอกกับเจ้าของร้านขายโลงศพว่าวันฉลองวันเกิดของเขาคือวันตาย เพราะชายแปลกหน้าสามคนนั้นไม่ใช่คน โดยได้แนะนำว่าพรุ่งนี้ตอนหัวค่ำให้เขาไปซ่อนตัวอยู่ในโรงศพห้ามออกมาเด็ดขาด แต่เขากลับไม่ได้ทำตามที่บอก จากนั้นก็ฉายถึงตัวละครที่กำลังเล่าเรื่อง และพูดถึงเมืองหยินหยางที่เข้าแล้วออกไม่ได้ พร้อมกับเล่าตัวอย่างคนที่ออกจากเมืองให้เห็น ซึ่งจุดนี้ตรงกับชื่อเรื่องของหนัง แต่เปิดเรื่องได้ไม่ค่อยน่าสนใจเท่าไหร่ จากนั้นก็ตัดเข้าเรื่อง ซึ่งดำเนินเรื่องต่อเนื่องกันเลย โดยหนังจะค่อนข้างตลก ๆ ติงต๊อง ออกแฟนตาซีหน่อย จึงดูแล้วไม่มีความน่ากลัวเลย บางจุดจึงดูค่อนข้างเว่อร์และไม่ค่อยสมจริง โดยเฉพาะสัตว์ประหลาดในเรื่อง โดยหนังจะเน้นไปที่ตัวละครหลักสองคนที่ตามล่าสมบัติและไปเจอกับเรื่องแปลก ๆ ในเมือง ซึ่งจะมีเล่าเรื่องราวผ่านตัวละคร พร้อมฉายภาพให้เห็นเป็นช่วง ๆ และฉายถึงเหตุการณ์ในอดีตของตัวละครบางคนบ้าง ซึ่งค่อย ๆ เปิดเผยเรื่องราวทีละน้อย จนช่วงท้าย ๆ จะเฉลยเรื่องราวแบบหักมุม พร้อมอธิบายถึงการสืบสวนของตัวละคร โดยบางจุดทำได้น่าสนใจดี แต่ดูจะเน้นไปที่การเล่าเรื่องมากกว่าและการดำเนินเรื่องค่อนข้างน่าเบื่อไปหน่อย

คะแนนส่วนตัว 4/10

ตัวอย่าง 


ขอบคุณภาพจาก mydramalist รูปหน้าปกที่ 1 

ขอบคุณภาพจาก iq รูปหน้าปกที่ 2



วันอาทิตย์ที่ 3 ตุลาคม พ.ศ. 2564

รีวิวหนัง R.L. Stine’s Monsterville: Cabinet of Souls (2015) อาร์ แอล สไตน์ส เมืองอสุรกาย ตอนตู้กักวิญญาณ

 


             R.L. Stine’s Monsterville: Cabinet of Souls (2015) อาร์ แอล สไตน์ส เมืองอสุรกาย ตอนตู้กักวิญญาณ เป็นภาพยนตร์สยองขวัญแนวตลกอเมริกันที่สร้างจากนวนิยายชื่อเดียวกันในปี 2012 ของR.L. Stine กำกับโดย Peter DeLuise เขียนบทและอำนวยการสร้างโดย Dan Angel และ Billy Brown นำแสดงโดย Dove Cameron, Katherine McNamara, Braeden Lemasters, Tiffany Espensen และ Ryan McCartan

            เรื่องราวของนักเรียนโรงเรียนมัธยมปลายแดนฟิลด์ เคลเลน, เบธ, นิโคล และ ลุค พร้อมด้วย ฮันเตอร์ เพื่อนใหม่ ที่ได้รับคำชวนจากผู้ลึกลับสองคน ฮิสทีเรีย และ ลิลิธในระหว่างที่พวกเขากำลังสนุกสนานกับงานเทศกาลฮาโลวีนและฤดูเก็บเกี่ยวประจำปีที่เมืองโอลด์ ทาวน์ ให้เข้าสู่ห้องสยองขวัญของด็อกเตอร์ฮิสทีเรีย กากอยล์ส-ก๊อบลิน ห้องที่ไม่เหมาะกับคนขวัญอ่อน แต่เหมาะกับผู้แสวงหาความเขย่าขวัญสั่นประสาทในคืนพรุ่งนี้และปิดตอนเที่ยงคืนของวันฮาโลวีน เมื่อพวกเขาได้ยินดังนั้นจึงสนใจมากและมาซื้อตั้วเข้าห้องสยองขวัญ แต่ในระหว่างกำลังเดินชมห้องสยองขวัญ เบธได้หลงทางจนไปเจอกับบางสิ่งที่ดูสมจริงมาก อีกทั้งเธอยังค้นพบว่ามีสาวน้อย แอนเดรีย เพย์ตัน หายตัวไปจากเมืองเฟเดอร์สัน ทำให้เธอสงสัยว่ามีบางอย่างในนั้นที่ไม่อยากให้เห็น จึงได้แอบเข้ามาดูและได้พบกับตู้เก็บวิญญาณ ที่บอกว่าอย่าเปิดตู้แห่งวิญญาณในห้องสยองขวัญเด็ดขาด และตอนนี้ตู้เก็บวิญญาณก็ต้องการวิญญาณดวงใหม่

             เป็นหนังที่ออกแนวแฟนตาซีตลก ๆ เล็กน้อย โดยเปิดเรื่องฉายถึงตัวละครที่กลายเป็นอสูรกายในงานฮาโลวีนก่อนตัดเข้าเรื่องฉายถึงเทศกาลฮาโลวีนและฤดูเก็บเกี่ยวประจำปีที่เมืองโอลด์ ทาวน์ ช่วงหนึ่งปีต่อมา ก่อนที่จะฉายถึงตัวละครลึกลับสองคนที่ดูไม่น่าไว้วางใจ ที่ชวนให้เดินผ่านประตูสีดำน่ากลัว เพื่อเข้าสู่ห้องสยองขวัญ ซึ่งเป็นช่วงก่อนที่ตัวละครจะเข้าห้องสยองขวัญที่มีช่วงน่ารัก ๆ ของตัวละครสอดแทรกบ้าง จนเมื่อได้เข้าห้องสยองขวัญก็ดูน่าสนใจดี มีตัวละครจากหนังสยองขวัญหลาย ๆ เรื่อง จากนั้นค่อย ๆ ชวนลุ้นเอาใจช่วยตัวละคร เมื่อตัวละครจากหนังสยองขวัญเหมือนกับของจริง จึงชวนหวาดระแวงว่าเป็นตัวจริงหรือนักแสดง แต่ก็ชวนลุ้นแค่นิดเดียว รวมทั้งนิโคล และ ลุค ที่มีท่าทางแปลกไปหลังจากถูกมนต์สะกด โดยค่อย ๆ เปิดเผยเรื่องราวในช่วงกลาง ๆ เรื่องที่รวมถึงตัวละครที่หายตัวไปในช่วงเปิดเรื่องด้วย ซึ่งช่วงท้ายเรื่องจะเป็นการตามหาตัวละครที่หายตัวไปที่ต้องเข้าไปยังห้องสยองขวัญอีกครั้ง มีหักมุมบ้างเล็กน้อย ซึ่งก็จบได้ดี

คะแนน 6.5/10

ตัวอย่าง 


ขอบคุณภาพจาก Universal 1440 Entertainment รูปหน้าปกที่ 1

ขอบคุณภาพจาก IMDb เครดิต Universal 1440 Entertainment รูปหน้าปกที่ 2 / รูปหน้าปกที่ 3

วันอาทิตย์ที่ 5 กันยายน พ.ศ. 2564

รีวิวหนัง Slaxx (2020) ยีนส์เขมือบคน

 


               Slaxx (2020) ยีนส์เขมือบคน เป็นภาพยนตร์ตลกสยองขวัญของแคนาดาที่กำกับโดย Elza Kephart ร่วมเขียนบทภาพยนตร์กับ Patricia Gomez ผลิตโดย Gomez ร่วมกับ Anne-Marie Gélinas โดยเปิดตัวแบบดิจิทัล ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติ Fantasia ในเดือนสิงหาคม 2020 มีกำหนดเข้าฉายในแคนาดาในวันที่ 26 สิงหาคม 2020 โดย Shudder ได้รับสิทธิ์ในการสตรีมภาพยนตร์ ซึ่งเปิดตัวในปี 2021 นำแสดงโดย Romane Denis

            เรื่องราวของ ลิบบี้ คนงานใหม่ ที่มาจากกรีนวิลด์ ได้เข้ามาทำงานร้านขายเสื้อผ้า CCC แฟมิลี่ ในช่วงที่มีสินค้าใหม่ กางเกงยีนส์ผ้าเดนิมตัวแรกที่ใส่ได้ทุกเพศสามารถปรับรูปร่างตามขนาดผู้ใส่ ซึ่งห้ามใส่ก่อนถึงวันพรุ่งนี้ แต่ดันมีพนักงานในร้านใส่เข้าและถูกมันกลืนกินเนื้อจนหายตัวไป โดยพรุ่งนี้แปดโมงจะจัดจำหน่ายเฉพาะที่นี่ เมื่อถึงเวลาจึงให้คนไปเรียกตัวเธอ แต่กลับเจอแต่ยีนส์และได้เอามาสวมเหมือนถูกมนต์สะกด ตอนนี้มีคนหายไปสองคนและถูกพบเป็นศพและเริ่มทยอยหายไปทีละคน 

            เป็นหนังที่ออกแนวตลก ๆ ผสมจินตนาการยีนส์ที่มีชีวิตและกินคนที่เว่อร์ ๆ ไปหน่อย ซึ่งเป็นไปไม่ค่อยได้ โดยเปิดเรื่องด้วยฉากในไร่ทดลอง 357 ก่อนตัดเข้าเรื่องฉายถึงร้านขายเสื้อผ้า CCC และฉายถึงตัวละครหลักที่เข้ามาทำงานเป็นคนงานใหม่ จากนั้นก็ค่อย ๆ ฉายกางเกงยีนส์ตัวหนึ่งที่มีชีวิตเคลื่อนไหวเองได้และเมื่อมีคนสวมก็มีอาการแปลก ๆ และกางเกงก็เริ่มกินคน ซึ่งเหมือนยีนส์จะมีมนต์สะกดทำให้คนหลงใหลและสวมมัน มีฉากโหดบ้าง พร้อมทั้งฉายถึงการปฏิวัติเสื้อผ้าสมัยใหม่ ซึ่งช่วงนี้ก็จะเป็นการอธิบายรายละเอียดของยีนส์ จากนั้นก็ฉายถึงตัวละครที่ทำงานไปเรื่อย พร้อมทั้งค่อย ๆ ฉายเหยื่อที่ถูกยีนส์เล่นงาน โดยจะเน้นฉายในร้ายขายเสื้อผ้าเป็นหลัก ซึ่งตอนท้ายชวนลุ้นอยู่บ้าง จะเป็นการหาวิธีหยุดยั้ง พร้อมกับการเปิดเผยเรื่องราว แต่กลับไม่ได้เปิดเผยทั้งหมด

คะแนน 4.5/10

ตัวอย่าง


ขอบคุณภาพจาก EMA Films รูปหน้าปกที่ 1

ขอบคุณภาพจาก Facebook Slaxx รูปหน้าปกที่ 2

 

 

 

   

 

รีวิวหนัง The Rookies (2019) ทีมเฟี้ยวตัดเหลี่ยมคน

 


                  The Rookies (2019) ทีมเฟี้ยวตัดเหลี่ยมคน ชื่อจีน 素人特工 (Sùrén tègōng) เป็นภาพยนตร์แอคชั่นจีนที่เขียนและกำกับโดย Alan Yuen ถ่ายทำที่ฮังการีและจีน  โดยในฮังการีสถานที่ถ่ายทำ ได้แก่ โรงละครโอเปร่าแห่งรัฐของฮังการี, สะพานลิเบอร์ตี้, เนินเขา Gellért, ถนน Váci และจัตุรัสเสรีภาพ เข้าฉายในจีนเมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม 2019 นำแสดงโดย Wang Talu, Sandrine Pinna, Milla Jovovich, Xu Weizhou และ Liu Meitong

             เรื่องราวของจ้าวเฟิง ผู้รักกีฬาเอ็กซ์ตรีมที่ได้รับข้อเสนอแนะด้วยเงินจำนวนหนึ่งจากสายลับพิเศษบรูซ ที่ก่อการกับก่อการร้ายว่ามีโอกาสครั้งหนึ่งที่สามารถเปลี่ยนชีวิตได้ โดยเธอให้เขาเป็นเด็กส่งของล่อมิสเตอร์เอ็กที่ขโมยอาวุธชีวภาพ DM85 และสูตรยาแก้พิษจากห้องแล็บลับ เพื่อแลกกับจอกศักดิ์สิทธิ์ให้กับผู้ก่อการร้ายที่ชื่อว่าหมัดเหล็กออกมา ซึ่งตอนนี้มิสเตอร์เอ็กอยู่ในบูดาเปสต์ เขาจึงตกลงและเดินทางไปบูดาเปสต์ทันที โดยมีติงซานร่วมเดินทางไปด้วย พร้อมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจเหมี่ยวเหยียน แฟนคลับกีฬาเอ็กซ์ตรีมของเขาและแอลวีผู้ช่วยติงซาน พวกเขาจะหยุดยั้งการก่อการร้ายนี้ได้หรือไม่

             เป็นหนังแอคชั่นคอมมาดี้แนวสายลับที่ต่อสู่กับผู้ก่อการร้าย โดยมีเทคโนโลยีที่ค่อนข้างไฮเทคหน่อยและตัวละครแต่ละคนจะออกแนวฮา ๆ ซึ่งช่วงเปิดเรื่องจะฉายถึงนักวิทยาศาสตร์ที่หลบหนีจากการทดลองผิดพลาดบางอย่างเกี่ยวกับสารสีแดง ซึ่งทำให้คนสลายไปได้ จากนั้นก็ฉายถึงตัวร้ายในเรื่องและค่อย ๆ ฉายถึงตัวละครหลักแต่ละคน พร้อมแนะนำตัวละครและปูเรื่องราวของตัวละครก่อนที่จะมารวมตัวกันเป็นทีม ซึ่งจะมีพูดถึงเรื่องราวในช่วงเปิดเรื่องคร่าว ๆ ที่เกี่ยวกับอาวุธชีวภาพ DM85 พร้อมทั้งข้อมูลเกี่ยวกับตำนานจอกศักดิ์สิทธิ์สู่ความเป็นอมตะที่ต่างฝ่ายต่างต้องการ ซึ่งเป็นจุดสำคัญของเรื่อง โดยมีฉากแอคชั่นให้ลุ้นเป็นช่วง ๆ ซึ่งก็ดูลงทุนดี บวกกับฉากตลก ๆ ของตัวละครที่ดูแล้วขำทั้งเรื่อง แต่บางฉากไม่ค่อยสมเหตุสมผลเท่าไหร่

คะแนน 5.5/10

ตัวอย่าง 


ขอบคุณภาพจาก IMDb เครดิต Emperor Motion Pictures รูปหน้าปกที่ 1 / รูปหน้าปกที่ 2 /
รูปหน้าปกที่ 3

 

 

 

 

ป้ายกำกับ