แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ หนังตำนาน ลัทธิ ความเชื่อ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ หนังตำนาน ลัทธิ ความเชื่อ แสดงบทความทั้งหมด

วันอังคารที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2569

รีวิวหนัง They Will Kill You (2026) พวกมันจะฆ่าแก

 


           They Will Kill You (2026) พวกมันจะฆ่าแก เป็นภาพยนตร์สยองขวัญคอมเมดี้แอ็กชันอเมริกันที่กำกับโดย Kirill Sokolov จากบทภาพยนตร์ที่เขียนร่วมกับ Alex Litvak นำแสดงโดย Zazie Beetz, Myha'la, Paterson Joseph, Tom Felton, Heather Graham และ Patricia Arquette ถูกจัดจำหน่ายในสหรัฐอเมริกาโดย Warner Bros. Pictures เมื่อวันที่ 27 มีนาคม 2026

           อาคารเวอร์จิลมีอายุ 100 ปี โดยมีคนรวยและชนชั้นสูงอาศัยอยู่ ซึ่งพวกเขามีชีวิตเป็นอมตะ เพื่อแลกกับวิญญาณคนตาย

           เรื่องราวของ เอเชีย รีฟส์ ที่สมัครเป็นแม่บ้านคนใหม่ของเดอะเวอร์จิลในนิวยอร์ก ซิตี้ แต่แท้จริงแล้วเธอต้องการมาตามหา มาเรีย น้องสาวที่แยกจากกันหลังจากเธอถูกจับเข้าคุก โดยที่นั่นมี ลิลิธ วู้ดเฮาส์ เป็นผู้ดูแล ซึ่งเมื่อเธอมาอยู่ที่นี่ได้ไม่นานก็ถูกตามไล่ล่าจากคนที่นั่นโดยต้องการจับเป็นเธอ เพื่อนำไปบูชาซาตาน

           เปิดเรื่องฉายถึงตัวละครหลักที่หนีการทำร้ายจากพ่อและได้มีเหตุให้ถูกจับเข้าคุก จากนั้นก็ตัดมาในช่วงสิบปีต่อมา ฉายถึงตัวละครหลักที่มาทำงานยังสถานที่แห่งหนึ่ง ซึ่งหลังจากนั้นจะเน้นฉายสถานที่นี้เป็นหลัก โดยเมื่อมาถึงก็มีการอธิบายสถานที่และสิ่งต่าง ๆ คร่าว ๆ พร้อมกับค่อย ๆ ฉายถึงบางอย่างแปลก ๆ ในห้องก่อนที่จะมีใครบางคนแอบดูอยู่ ซึ่งหลังจากนั้นหนังก็ได้ใส่ฉากแอคชั่นของตัวละครหลักทันที ซึ่งก็ชวนลุ้นเอาใจช่วยตัวละครตลอด พร้อมกับใส่ความตลกร้ายของตัวละครเข้าไปตลอดทั้งเรื่อง โดยมีฉายย้อนเรื่องราวในอดีตเป็นช่วง ๆ  ซึ่งฉากฆ่าก็ทำได้โหดเลย แต่หนังกลับได้เรดแค่สิบหกบวก จากนั้นก็ได้เปิดเผยเรื่องราว ซึ่งเกี่ยวข้องกับการบูชาซาตาน เพื่อความเป็นอมตะ ซึ่งบางจุดก็ดูเว่อและออกตลกเกินไปหน่อย โดยพล็อตเรื่องและหลาย ๆ อย่างมีความคล้ายเรื่อง Ready or Not (2019) เกมพร้อมตาย กับ Ready or Not 2 Here I Come (2026) เกมพร้อมตาย 2 มาก อย่างเช่น ปัญหาความสัมพันธ์พี่น้อง มีพี่น้องเข้ามาเกี่ยวข้องและช่วยเหลือกัน การบูชาซาตาน การไล่ล่าตัวละคร ซึ่งต่างกันแค่นิดเดียว โดยตัวร้ายเรื่องนี้มีเยอะมาก แถมตายยากอีกต่างหาก แต่ตัวละครหลักก็มีฝีมือ จึงทำให้ดูแล้วลุ้นดี

คะแนนส่วนตัว 6.5

อ่านรีวิว Ready or Not (2019) เกมพร้อมตาย

อ่านรีวิว Ready or Not 2 Here I Come (2026) เกมพร้อมตาย 2

ตัวอย่าง


ขอบคุณภาพจาก IMDb เครดิต New Line Cinema รูปหน้าปกที่ 1 / รูปหน้าปกที่ 2 / รูปหน้าปกที่ 3 / รูปหน้าปกที่ 4

วันอาทิตย์ที่ 29 มีนาคม พ.ศ. 2569

รีวิวหนัง Ready or Not 2 Here I Come (2026) เกมพร้อมตาย 2

 



            Ready or Not 2 Here I Come (2026) เกมพร้อมตาย 2 เป็นภาพยนตร์สยองขวัญคอมเมดี้อเมริกันที่กำกับโดย Matt Bettinelli-Olpin และ Tyler Gillett เขียนโดย Guy Busick และ R. Christopher Murphy ซึ่งเป็นภาคต่อโดยตรงของ Ready or Not (2019) โดยมี Samara Weaving กลับมารับบทเป็น Grace MacCaullay นอกจากนี้ยังมีนักแสดงนำ ได้แก่ Kathryn Newton, Sarah Michelle Gellar, Shawn Hatosy, David Cronenberg และ Elijah Wood

           โดยเข้าฉายรอบปฐมทัศน์ที่เทศกาลภาพยนตร์และโทรทัศน์ South by Southwest เมื่อวันที่ 13 มีนาคม 2026 และถูกจัดฉายทางโรงภาพยนตร์ในสหรัฐอเมริกาโดย Searchlight Pictures เมื่อวันที่ 20 มีนาคม 

            เรื่องราวของ เกรซ แมคคอลลีย์ ที่รอดชีวิตจากเกมซ่อนหาของตระกูลเลเดอมาส แต่แล้วไม่นานเธอก็ถูกจับ พร้อมกับ เฟธ น้องสาว ที่มีปัญหากัน เพื่อให้มาเล่นเกมต่อ โดยต้องถูกไล่ล่าจากสี่ตระกูลก่อนรุ่งเช้า ซึ่งใครก็ตามที่ได้แหวนจะได้ครองที่นั่งสูงสุด

            เปิดเรื่องต่อเนื่องจากภาคแรกในตอนจบเลย ซึ่งมีเล่าเรื่องราวของภาคแรกคร่าว ๆ ก่อนฉายถึงตัวละครน้องสาว ที่ต้องเข้ามาร่วมเล่นเกมด้วย พร้อมพูดถึงความสัมพันธ์ตัวละครพี่น้อง ซึ่งจะสอดแทรกเป็นช่วง ๆ แต่ดูจะมากไปหน่อย จากนั้นก็ค่อย ๆ ฉายถึงสี่ตระกูลที่มารวมตัวกัน ซึ่งแต่ละตระกูลมาจากคนละประเทศ โดยเมื่อตัวละครหลักถูกจับไม่นานก็เริ่มเกมทันที ซึ่งรูปแบบการตายของตัวร้ายยังคงเหมือนเดิม รวมทั้งสาเหตุของการไล่ล่าที่เกี่ยวข้องกับพิธีบูชาซาตาน ความโหดและความตลกร้ายของตัวละคร โดยเกมไล่ล่าจะต่างออกไปจากภาคแรกเล็กน้อย ซึ่งจะให้เจ้าบ้านของแต่ละตระกูลเป็นผู้ไล่ล่าก่อนจนกว่าจะมีเหตุที่ต้องให้รุ่นถัดไปเล่นเกมแทน แต่กลับมีจุดอ่อนของเกมแฝงอยู่ ซึ่งก็ชวนลุ้นเอาใจช่วยตัวละครหลักเหมือนเดิมตลอดทั้งเรื่อง แต่ก็พอเดาเรื่องได้บ้าง โดยตัวร้ายบางคนตัวละครหลักเอาคืนถึงตาย แต่กลับบางคนแอบดูขัดใจไปหน่อยและฉากไล่ล่าในภาคนี้ก็ดูน้อยไปหน่อย ซึ่งก็น่าเสียดาย ทำให้หนังดูจบเร็วไป ถึงแม้ช่วงท้ายตัวละครหลักจะเอาคืนได้สาสมดี

อ่านรีวิว Ready or Not (2019) เกมพร้อมตาย

คะแนนส่วนตัว 6.5/10

ตัวอย่าง


ขอบคุณภาพจาก Searchlight Pictures รูปหน้าปกที่ 1

ขอบคุณภาพจาก IMDb เครดิต Searchlight Pictures รูปหน้าปกที่ 2 / รูปหน้าปกที่ 3

วันจันทร์ที่ 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569

รีวิวหนัง Bring Her Back (2025) เรียกมันกลับมาหลอน

 


        Bring Her Back (2025) เรียกมันกลับมาหลอน เป็นภาพยนตร์สยองขวัญเหนือธรรมชาติของออสเตรเลียที่กำกับโดย Danny และ Michael Philippou โดยผู้กำกับคนแรกร่วมเขียนบทภาพยนตร์กับ Bill Hinzman นำแสดงโดย Billy Barratt, Sora Wong, Jonah Wren Phillips และ Sally Hawkins 

          ซึ่งเข้าฉายโรงภาพยนตร์โดย Sony Pictures Releasing International ในออสเตรเลียเมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม 2025

           เพื่อต้องการคนรักกลับคืนมาจากความตาย จึงนำไปสู่พิธีเรียกบางอย่างกลับมา เรื่องราวของ แอนดี้ และ ไพเพอร์ สองพี่น้องต่างแม่ที่สูญเสียพ่อกระทันหัน โดย ลอร่า แม่อุปถัมภ์ จะรับเลี้ยง ไพเพอร์ เพียงคนเดียว เนื่องจากไม่ต้องการรับเด็กที่มีปัญหา นอกจากทำตัวดีสามเดือน ซึ่งลอร่าก็เคยมีลูกสาว แคธี่ แต่เสียชีวิตจากการจมน้ำ โดยตอนนี้เหลือแต่ โอลิเวอร์ ลูกบุญธรรมอีกคน โดยพวกเขาต้องอยู่กับลอร่าเป็นเวลาสามเดือนจนกว่าแอนดี้จะมีอายุครบสิบแปดและเป็นผู้ปกครองไพเพอร์ได้ แต่เมื่อแอนดี้ได้มาอยู่ที่นี่ก็เริ่มรับรู้ถึงเรื่องแปลก ๆ ที่นี่

           ก่อนเข้าเรื่องฉายถึงพิธีกรรมบางอย่าง และเมื่อเข้าเรื่องก็ได้ฉายถึงเด็กสองพี่น้องก่อนที่จะได้เจอกับการตายที่แปลกประหลาดของพ่อ ซึ่งเป็นช่วงก่อนที่จะย้ายไปอยู่กับแม่อุปถัมภ์ โดยเมื่อมาถึงก็เริ่มฉายถึงบางอย่างแปลก ๆ รวมทั้งแม่อุปถัมภ์และเด็กอีกคนที่ทำตัวลึกลับ จากนั้นก็เริ่มฉายถึงพิธีกรรมในช่วงก่อนเข้าเรื่องอีกครั้ง โดยลอร่าจะเริ่มเข้าสู่พิธีกรรม ส่วนโอลิเวอร์เริ่มมีพฤติกรรมรุนแรงขึ้น ซึ่งมีฉากโหดเหวอะหวะบ้าง โดยชวนติดตามดีว่าจะเป็นยังไงต่อไป ซึ่งในระหว่างนี้ก็มีฉากตลก ๆ น่ารักของตัวละครและช่วงดราม่าสอดแทรกบ้าง โดยเมื่อเข้าสู่ช่วงกลางเรื่องก็ค่อย ๆ เปิดเผยเรื่องราวบางอย่างเกี่ยวกับอลิเวอร์และพิธีกรรม ซึ่งชวนลุ้นเอาใจช่วยเด็กสองคน โดยเฉพาะช่วงท้ายเรื่อง ในขณะที่ทั้งสองคนไม่รู้เรื่องอะไรเลยเกี่ยวกับลอร่าและโอลิเวอร์ โดยคนหนึ่งตาบอด จึงไม่สามารถรับรู้ได้ว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง ซึ่งช่วงท้ายลอร่าเริ่มใส่ร้ายแอนดี้ ทำให้แอนดี้เริ่มรู้เรื่องราวทีละน้อย 

คะแนนส่วนตัว 6.5/10

ตัวอย่าง


ขอบคุณภาพจาก Causeway Films รูปหน้าปกที่ 1

ขอบคุณภาพจาก IMDb เครดิต Causeway Films รูปหน้าปกที่ 2 / รูปหน้าปกที่ 3

วันจันทร์ที่ 26 มกราคม พ.ศ. 2569

รีวิวหนัง Return to Silent Hill (2026) เมืองห่าผี นรกคืนชีพ

 



          Return to Silent Hill (2026) เมืองห่าผี นรกคืนชีพ เป็นภาพยนตร์สยองขวัญจิตวิทยาเหนือธรรมชาติที่กำลังจะเข้าฉาย กำกับโดย Christophe Gans ซึ่งร่วมเขียนบทภาพยนตร์กับ Sandra Vo-Anh และ Will Schneider โดยเป็นภาพยนตร์ภาคที่สามในซีรีส์ Silent Hill ดัดแปลงมาจากวิดีโอเกม Silent Hill 2 ปี 2001 นำแสดงโดย Jeremy Irvine และ Hannah Emily Anderson

            โดยเป็นผลงานการร่วมสร้างระหว่างฝรั่งเศสและสหรัฐอเมริกา ถ่ายทำในเยอรมนีและเซอร์เบียตั้งแต่เดือนเมษายน 2023 ถึงกุมภาพันธ์ 2024 มีกำหนดฉายในโรงภาพยนตร์ในสหรัฐอเมริกาโดย Cineverse และ Iconic Events Releasing ในวันที่ 23 มกราคม 2026 และต่อมาในฝรั่งเศสโดย Metropolitan Filmexport ในวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2026 

            เรื่องราวของ เจมส์ ซันเดอร์แลนด์ ศิลปินที่ได้รับจดหมายลึกลับของ แมรี่ เครน คนรักของเขาที่แยกทางกัน โดยได้บอกให้เขากลับไปยังไซเลนต์ฮิลล์ แต่เมื่อเขากลับมาก็ต้องแปลกใจมาก เมื่อเมืองทั้งเมืองมีสภาพเปลี่ยนไปเป็นเมืองร้างที่ถูกปกคลุมด้วยหมอกและขี้เถ้าจากเหตุไฟไหม้ และเมื่อเสียงไซเลนดังขึ้นก็จะมีปีศาจปรากฎตัว แต่เขาก็จำเป็นต้องอยู่ที่นี่เพื่อตามหาคนรักให้เจอ

            เปิดเรื่องฉายถึงตัวละครหลักที่กำลังขับรถและมีเหตุเจอกับคนรัก ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของการได้รู้จักและรักกัน จากนั้นก็ตัดมาฉายถึงปัจจุบัน ซึ่งเป็นช่วงก่อนที่จะนำตัวละครหลักกลับมายังไซเลนต์ฮิลล์ ซึ่งเข้าสู่เรื่องได้เร็วมาก ดำเนินเรื่องได้รวดเร็วไม่น่าเบื่อเลย โดยเมื่อเข้าสู่เมืองไซเลนต์ฮิลล์ก็หวนนึกถึงภาคก่อนหน้า ทั้งสถานที่ บรรยากาศ ปีศาจต่าง ๆ และเสียงไซเลน โดยยังคงมาในแนวเดิมคือจะมีตัวละครเด็กลึกลับที่นำตัวละครหลักไปยังสถานที่ที่ต้องการพาไป รวมทั้งเมื่อได้ยินเสียงไซเลนสภาพเมืองจะเปลี่ยนกลับไปสู่สภาพเดิมในช่วงเหตุไฟไหม้และค่อย ๆ ฉายถึงปีศาจที่ปรากฎตัว ซึ่งยังคงปีศาจเดิมจากภาคก่อน แต่ก็มีเปลี่ยนแปลงไปบ้างและแต่ละตัวก็บทน้อยเหมือนเดิม แต่ภาคนี้ช่วงที่ปีศาจออกล่าจะใส่มาติด ๆ กันแบบไม่ยั้ง รวมทั้งมีจุดที่ต่างจากภาคก่อนที่แปลกใหม่ออกไปเล็กน้อยคือตัวละครหลักเข้ามาในเมืองไซเลนต์ฮิลล์ในฐานะที่ไม่รู้เรื่องว่าเกิดอะไรขึ้น จึงทำให้ชวนลุ้นเอาใจช่วยตัวละครตลอดเวลา สำหรับบรรยากาศสภาพเมืองถือได้ว่าทำได้หลอนน่าสนใจกว่าภาคก่อนมากและให้บรรยากาศออกไปทางเกมมากกว่าภาคก่อน ซึ่งเมื่อตัวละครหลักไปยังสถานที่ใดหนังก็จะฉายถึงเรื่องราวในอดีตที่เกิดขึ้นช่วงนั้นตลอดทั้งเรื่อง พร้อมกับปูที่มาที่ไปของตัวละครไปด้วย แต่เรื่องราวในภาคนี้ดูจะเน้นดราม่าเยอะหน่อยและเหมือนเป็นตำนานความรักของคู่รักในเมืองไซเลนต์ฮิลล์ แต่ดราม่าก็ทำได้เข้าถึงอารมณ์ดี ซึ่งตัวละครหลักก็สามารถแสดงได้เข้าถึงบทบาท โดยในระหว่างที่ตัวละครหลักตามหาคนรักก็ฉายถึงตัวละครอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งแต่ละคนก็ดูลึกลับชวนติดตาม แต่น่าเสียดายที่บางตัวละครไม่ได้เปิดเผยที่มาที่ไปมากนัก รวมทั้งเรื่องราวในหลาย ๆ จุดก็ไม่ได้เปิดเผยมากนักเช่นกัน จึงดูจบแล้วยังงง ๆ สับสนอยู่ว่าตัวละครหลอนไปเองในบางครั้งหรือเกิดขึ้นจริงกันแน่เหมือนต้องการให้จินตนาการต่อเอง

คะแนนส่วนตัว 7/10

อ่านรีวิว Silent Hill (2006) เมืองห่าผี

อ่านรีวิว Silent Hill 2 Revelation (2012) เมืองห่าผี เรฟเวเลชั่น

ตัวอย่าง


ขอบคุณภาพจาก Metropolitan Filmexport รูปหน้าปกที่ 1

ขอบคุณภาพจาก IMDb เครดิต Metropolitan Filmexport รูปหน้าปกที่ 2 / รูปหน้าปกที่ 3

วันพุธที่ 21 มกราคม พ.ศ. 2569

รีวิวหนัง Silent Hill 2 Revelation (2012) เมืองห่าผี เรฟเวเลชั่น

 

  


           Silent Hill 2 Revelation (2012) เมืองห่าผี เรฟเวเลชั่น เป็นภาพยนตร์สยองขวัญเหนือธรรมชาติที่สร้างจากซีรีส์วิดีโอเกม Silent Hill ของคอนามิ และเป็นภาคที่สองของซีรีส์ภาพยนตร์ Silent Hill ภาคต่อของ Silent Hill (2006) เขียนบทและกำกับโดย M. J. Bassett นำแสดงโดย Adelaide Clemens, Kit Harington, Martin Donovan, Malcolm McDowell, and Carrie-Anne Moss, with Deborah Kara Unger, Sean Bean และ Radha Mitchell

           การพูดคุยเกี่ยวกับภาคต่อเริ่มขึ้นในเดือนธันวาคม 2006 โดย Christophe Gans กลับมาทำหน้าที่กำกับและ Roger Avary เป็นผู้เขียนบท อย่างไรก็ตาม หลังจาก Gans ถอนตัว และ Avary ถูกจำคุกจากคดีฆ่าคนโดยประมาททางยานพาหนะ โครงการนี้เข้าสู่การพัฒนาอย่างล่าช้า ต่อมาในช่วงต้นปี 2010 Bassett ได้รับการว่าจ้างให้กำกับและเขียนบทแทน Gans และ Avary ด้วยงบประมาณประมาณ 20 ล้านดอลลาร์ การถ่ายทำเกิดขึ้นระหว่างเดือนมีนาคมถึงพฤษภาคม 2011 ที่แคนาดา โดยใช้กล้อง RED Epic 3 มิติสำหรับกระบวนการนี้ ส่วนการผสมเสียงเกิดขึ้นที่ฝรั่งเศส

          โดยถูกฉายในโรงภาพยนตร์ในอเมริกาเหนือเมื่อวันที่ 26 ตุลาคม 2012 โดย Alliance Films และ Open Road Films ตามลำดับ ในฝรั่งเศสฉายเมื่อวันที่ 28 พฤศจิกายน โดย Metropolitan Filmexport

          เรื่องราวของ ชารอน ดา ซิลวา หรือ เฮเทอร์ ที่ต้องกลับเข้าสู่เมืองไซเรนต์ฮิลล์อีกครั้ง เพื่อไปช่วย คริสโตเฟอร์ พ่อของเธอที่ถูกพวกภาคีจับตัวไป โดยเธอต้องหาเครื่องรางที่เรียกว่า ตราประทับแห่งเมทาทรอน อีกครึ่งหนึ่งให้พบถึงจะสามารถช่วยพ่อได้

           ภาคนี้จะค่อนข้างสั้นกว่าภาคแรก จึงดูแล้วจบไวไปหน่อย โดยเปิดเรื่องด้วยการฉายถึงความฝันของตัวละครหลักในสวนสนุกของเมืองไซเรนต์ฮิลล์ที่ได้ฉายถึงอีกครั้งในช่วงท้ายเรื่อง ซึ่งดำเนินเรื่องต่อเนื่องจากภาคแรก โดยลูกสาวโตแล้วอายุสิบแปดปีและได้ย้ายมาอยู่อีกที่หนึ่งกับพ่อ ซึ่งพ่อพยายามไม่ให้ลูกสาวไปยังไซเรนต์ฮิลล์ แต่ก็มีเหตุให้ต้องกลับไป โดยภาคนี้พวกปีศาจได้ตามมาจับตัวลูกสาวถึงที่เลย ซึ่งช่วงแรกก็ชวนให้หลอนหวาดระแวงไปกับตัวละครด้วย โดยภาคนี้ยังคงมาในรูปแบบเดิม มีปีศาจบางตัวจากภาคแรก แต่ก็มีปีศาจแปลกใหม่เพิ่มเติม ซึ่งปีศาจแต่ละตัวก็ยังคงบทน้อยเหมือนเดิม พร้อมทั้งมีการเปิดเผยเรื่องราวเพิ่มเติมจากภาคแรกและยังคงใช้เสียงดนตรีเดิมที่ฟังแล้วเป็นเอกลักษณ์ประจำเรื่องนี้

คะแนนส่วนตัว 6/10

อ่านรีวิว Silent Hill (2006) เมืองห่าผี

อ่านรีวิว Return to Silent Hill (2026) เมืองห่าผี นรกคืนชีพ

ตัวอย่าง


ขอบคุณภาพจาก IMDb เครดิต Alliance Films รูปหน้าปกที่ 1 / รูปหน้าปกที่ 2 / รูปหน้าปกที่ 3

วันอังคารที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2569

รีวิวหนัง Silent Hill (2006) เมืองห่าผี

 


           Silent Hill (2006) เมืองห่าผี เป็นภาพยนตร์สยองขวัญเหนือธรรมชาติปีที่สร้างจากซีรีส์วิดีโอเกมชื่อเดียวกันที่เผยแพร่โดย Konami กำกับโดย Christophe Gans เขียนบทโดย Roger Avary เป็นภาคแรกในซีรีส์ภาพยนตร์ Silent Hill นำแสดงโดย Radha Mitchell, Sean Bean, Laurie Holden, Deborah Kara Unger, Kim Coates, Tanya Allen, Alice Krige และ Jodelle Ferland

           หลังจากพยายามหาสิทธิ์ตัวภาพยนตร์ของ Silent Hill เป็นเวลาห้าปี Gans ได้ส่งวิดีโอสัมภาษณ์ไปยัง Konami อธิบายแผนการปรับตัวของเขาและความสำคัญของเกมต่อเขา Konami ได้มอบลิขสิทธิ์ภาพยนตร์ให้เขาเป็นผลลัพธ์ เขาและ Avary เริ่มทำงานกับบทภาพยนตร์ในปี 2004 Avary ใช้เซ็นทราเลีย รัฐเพนซิลเวเนีย เป็นแรงบันดาลใจสำหรับเมืองนี้ การถ่ายทำหลักเริ่มขึ้นในเดือนเมษายน 2005 และใช้เวลานานสามเดือนโดยมีงบประมาณประมาณ 50 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ถ่ายทำทั้งในสตูดิโอบันทึกเสียงและสถานที่จริงในจังหวัดออนแทรีโอ ประเทศแคนาดา โดยปีศาจส่วนใหญ่แสดงโดยนักเต้นมืออาชีพ ในขณะที่บางส่วนถูกสร้างด้วย CGI

          โดยเข้าฉายในโรงภาพยนตร์ที่แคนาดาเมื่อวันที่ 21 เมษายน 2006 โดยบริษัท Alliance Atlantis และในฝรั่งเศสเมื่อวันที่ 26 เมษายน โดยบริษัท Metropolitan Filmexport ซึ่งภาพยนตร์ภาคต่อชื่อ Silent Hill: Revelation ออกฉายในเดือนตุลาคม 2012 ส่วนภาคที่สาม Return to Silent Hill Gans ได้กลับมารับหน้าที่เขียนบทและกำกับอีกครั้ง

          เรื่องราวของ โรส ดา ซิลวา ที่ตัดสินใจพา ชารอน ลูกสาวบุญธรรม ที่มีอาการเดินหลับและฝันร้ายเกี่ยวกับเมืองไซเลนต์ฮิลล์ เมืองในรัฐเวสต์เวอร์จิเนียที่ถูกทิ้งร้างในทศวรรษ 1970 เนื่องจากเกิดไฟไหม้ชั้นถ่านหินขนาดใหญ่ ไปยังที่นั่น เพื่อสืบหาความจริงและช่วยลูกสาว แต่เมื่อเธอมาถึงได้เกิดอุบัติเหตุขึ้น ซึ่งเมื่อเธอตื่นขึ้นมาลูกสาวก็ได้หายตัวไปแล้ว ทำให้เธอต้องออกตามหาและได้เจอกับสิ่งต่าง ๆ ที่สยดสยองที่นั่น

          เปิดเรื่องฉายถึงลูกสาวที่มีอาการละเมอชอบพูดถึงเมืองไซเลนต์ฮิลล์และมักจะวาดภาพน่ากลัวที่นั่นออกมาโดยไม่รู้ตัวทำให้นำไปสู่การเดินทางไปยังเมืองไซเลนต์ฮิลล์ทันที ซึ่งถือได้ว่าเข้าเรื่องได้เร็วไม่ยืดเยื้อ โดยเมื่อเข้าสู่เมืองก็เริ่มฉายถึงใครบางคน ซึ่งสถานที่ทำได้น่าสนใจเข้ากับบรรยากาศดี จากนั้นก็มีเหตุให้ตัวละครต้องออกตามหาลูก ซึ่งในระหว่างนั้นก็มีเด็กคนหนึ่งที่เหมือนต้องการนำพาตัวละครมาเจอบางอย่าง โดยช่วงนี้ก็เริ่มฉายถึงปีศาจทีละตัว ซึ่งปีศาจแต่ละตัวทำได้น่าสนใจทีเดียว ถึงแม้อาจจะดูเว่อเกินจริงไปหน่อยและแต่ละตัวบทน้อยเกิน แต่ก่อนที่ปีศาจจะปรากฎตัวมักจะมีเสียงไซเรนดังขึ้นก่อน ซึ่งเมื่อเสียงไซเรนดังขึ้น ทุกอย่างก็เปลี่ยนไปยังสภาพเดิมของเมืองไซเลนต์ฮิลล์ ซึ่งเริ่มเกิดเหตุการณ์แปลก ๆ ขึ้น โดยชวนลุ้นเอาใจช่วยตัวละครตลอดเวลา  ซึ่งจะเน้นฉายถึงตัวละครหลักในเมืองไซเลนต์ฮิลล์และมีฉายถึงตัวละครอื่น ๆ ร่วมด้วย ไม่ว่าจะเป็นในเมืองกับข้างนอก จนเมื่อค่อย ๆ เปิดเผยเรื่องราวก็จะเริ่มเกี่ยวข้องกับแม่มดและความเชื่อ ซึ่งบางส่วนอาจไม่ค่อยสมจริงไปบ้าง โดยฉากฆ่าก็มีฉากโหดบ้างและมีหักมุมเล็กน้อยในช่วงท้ายเรื่อง

คะแนนส่วนตัว 6.5/10

อ่านรีวิว Silent Hill 2 Revelation (2012) เมืองห่าผี เรฟเวเลชั่น

อ่านรีวิว Return to Silent Hill (2026) เมืองห่าผี นรกคืนชีพ

ตัวอย่าง


ขอบคุณภาพจาก IMDb Silent Hill DCP Inc. รูปหน้าปกที่ 1 / รูปหน้าปกที่ 2 / รูปหน้าปกที่ 3

วันอาทิตย์ที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2568

รีวิวหนัง Pusaka (2024)

 


              Pusaka (2024) เป็นภาพยนตร์ระทึกขวัญสยองขวัญจากอินโดนีเซียที่กํากับโดย Rizal Mantovani อํานวยการสร้างโดย MVP Pictures และ A&Z Films มี Slamet Rahardjo Djarot, Bukie B. Mansyur, Shofia Shireen, Sahila Hisyam และ Coki Anwar เข้าฉายในวันที่ 18 กรกฎาคม 2024

           เรื่องราวของ นีน่า, แซนดร้า, เดวิด, ฮานนา และ เอเด ที่ได้รับมอบหมายให้บันทึกวัตถุทางประวัติศาสตร์เป็นเวลาสามวันในคฤหาสน์อันห่างไกลที่เป็นบ้านมรดกของ Risang Wisangko นักสะสมโบราณวัตถุในอดีตมากมาย ซึ่งจะได้รับการซ่อมแซม เพื่อใช้เป็นพิพิธภัณฑ์ โดยได้รับความช่วยเหลือจากศาสตราจารย์ ดีร์ก้า และ มายาง แต่แล้วพวกเขาก็ได้พบห้องใต้ดินลับและได้เผลอปล่อยคําสาปบางอย่างเข้า 

           เปิดเรื่องด้วยการฉายถึงกริซก่อนตัดเข้าเรื่อง โดยฉายถึงตัวละครหลักที่กำลังเดินทางมายังสถานที่หนึ่ง ซึ่งเมื่อมาถึงการมีการแนะนำตัวและแนะนำสิ่งต่าง ๆ ข้างใน พร้อมทั้งฉายถึงตัวละครบางคนที่ดูแปลก ๆ แต่ช่วงนี้ค่อนข้างน่าเบื่อไปหน่อย โดยจะเน้นฉายแต่ในบ้านทั้งเรื่อง จากนั้นก็เริ่มฉายถึงห้องลับที่มีกริซซ่อนอยู่ ซึ่งเมื่อถูกกริซจะเริ่มมีอาการแปลก ๆ จนเหมือนถูกผีเข้าสิง จากนั้นก็ฉายไฟติด ๆ ดับ ๆ ก่อนจะเน้นบรรยากาศมืด ๆ และตัวละครที่ถูกสิงก็ได้ออกเล่นงานเหยื่อด้วยกริซ ซึ่งฉากฆ่าโหดดี ชวนลุ้นดี แต่บางจุดก็ดูขัดใจตัวละครและเดาเรื่องได้ไม่ยาก โดยจะค่อย ๆ เปิดเผยเรื่องราวในช่วงกลางเรื่อง ซึ่งปีศาจตายยากดี ใครที่โดนกริซจะถูกสิงเป็นรายต่อไป

คะแนนส่วนตัว 5/10

ตัวอย่าง


ขอบคุณภาพจาก IMDb เครดิต A&Z Films รูปหน้าปกที่ 1 / รูปหน้าปกที่ 2 / รูปหน้าปกที่ 3

วันจันทร์ที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568

รีวิวหนัง Sijjin (2023)

 


               Sijjin (2023) เป็นภาพยนตร์สยองขวัญชาวอินโดนีเซียที่กํากับโดย Hadrah Daeng Ratu ซึ่งสร้างจากภาพยนตร์ตุรกีชื่อเดียวกันในปี 2014 ผลิตโดย Rapi Films นําแสดงโดย Niken Anjani, Anggika Bölsterli และ Ibrahim Risyad เข้าฉายในโรงภาพยนตร์อินโดนีเซียเมื่อวันที่ 9 พฤศจิกายน 2023

          ดัดแปลงมาจากบทภาพยนตร์ตุรกี ซิกจิน (บันทึกคนบาป) เขียนโดย  เอร์ซอน โอเซอร์ และ อัลเปอร์ เมสซี 

            เรื่องราวของ เอียร์มา ที่ต้องการที่พิ่ง โดยไปหา หมอผีอิคซาน เพื่อต้องการครอบครอง กาลัง ญาติของเธอ ผู้เป็นลูกชายพี่สาวแม่ที่เคยคบกันมาสามปีก่อนที่เขาจะหนีไปแต่งงานกับ นิซา และมีลูกชื่อโซเฟีย แต่กลับถูกแนะนำว่าอย่าไปยุ่งกับเขา ไม่งั้นเขาจะเป็นต้นเหตุที่ทำให้เธอต้องตาย โดยตอนนี้เธอได้ตั้งท้องกับเขาแล้ว แต่มีเหตุให้เธอแท้งลูก ซึ่งเธอก็ต้องการให้เขารับผิดชอบ แต่กลับได้คำตอบว่าอย่ามายุ่งกับเขาและครอบครัวอีก ทำให้เธอโมโหและไม่สนคำแนะนำนั้น แต่การครอบครองเขา ต้องติดต่อและโน้มน้าว อันซาร์ เผ่าญินกลุ่มหนึ่งที่เกลียดชังชาวมุสลิมให้เข้าสิง นิซา ซึ่งจะฆ่าผู้ถูกสิงภายในห้าค่ำคืนและบรรดาผู้ร่วมสายเลือดทุกคนต้องตาย แต่แล้วมันไม่ได้เป็นอย่างที่บอกไว้

            เปิดเรื่องด้วยการฉายถึงหมอผีที่กำลังทำพิธีบางอย่างก่อนฉายถึงตัวละครหลักที่มาให้หมอผีในช่วงเปิดเรื่องทำพิธีมนต์ดำ ซึ่งมีฉายถึงปีศาจญิน ก่อนตัดเข้าเรื่องในช่วงสิบสองปีผ่านไปด้วยการฉายถึงตัวละครหลักที่มาหาญาติ แต่จริง ๆ แล้วต้องการมาหาคนที่ชอบ ซึ่งเคยมีอะไรกันมาก่อนและยังไม่ยอมเลิกรา จากนั้นก็เริ่มพูดถึงสิจญีน ที่แปลว่า นรก ซึ่งเป็นชื่อเรื่อง โดยจะมีปีศาจญินเข้ามาเกี่ยวข้อง โดยเป็นเรื่องราวก่อนที่จะเข้ามาเกี่ยวข้องกับมนต์ดำอีก จากนั้นจะเริ่มฉายถึงพิธี พร้อมกับตัวละครหลักที่ต้องไปเอาสิ่งของที่ต้องใช้ จากนั้นจะฉายเป็นคืน ๆ จนถึงคืนที่ห้า ซึ่งจะเริ่มมีบางอย่างแปลก ๆ เกิดขึ้นกับนิซาโดยเกี่ยวกับพิธีที่ทำ ซึ่งก็ชวนติดตามว่าจะมีอะไรเกิดขึ้นต่อไป แต่ไม่ได้เกิดเหตุกับนิซาคนเดียวยังเกิดกับตัวละครอื่นอีกด้วย โดยตัวละครทางสายเลือดจะค่อย ๆ ตายไปทีละคน แต่บางจุดก็พอจะเดาเรื่องได้บ้าง โดยช่วงท้ายเรื่องจะเป็นการหาวิธีขับไล่ปีศาจที่สิง ซึ่งมีหักมุมเล็กน้อย โดยมีการสรุปเรื่องราวก่อนจบและจบทิ้งท้ายเหมือนมีต่อ

คะแนนส่วนตัว 5/10

ตัวอย่าง


ขอบคุณภาพจาก IMDb เครดิต Rapi Films รูปหน้าปกที่ 1 / รูปหน้าปกที่ 2 / รูปหน้าปกที่ 3

วันศุกร์ที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567

รีวิวหนัง Bagman (2024) ผีกินเด็ก

 



            Bagman (2024) ผีกินเด็ก เป็นภาพยนตร์สยองขวัญจากอเมริกาที่กำกับโดย Colm McCarthy เขียนโดย John Hulme นำแสดงโดย Sam Claflin, Antonia Thomas และ Caréll Vincent Rhoden

            "ตำนานผีตัวใหม่ ในพล็อตเรื่องเก่าๆ แนวผีไล่จับเด็ก คล้ายๆ Boogey man ที่ทำออกมาให้ได้ตื่นเต้นบ้างนิดหน่อย แต่สำหรับคนที่ดูหนังสยองขวัญแนวนี้บ่อยๆ น่าจะเดาบทสรุปได้ง่ายตั้งแต่กลางเรื่องละ"

             เรื่องราวของตำนานเกี่ยวกับ Bagman ที่เชื่อว่ามันจะมาจับเด็กใส่กระเป๋าใบใหญ่ไปไว้กิน ซึ่งคราวนี้ แพทริก แม็คกี (คลาฟลิน) จะต้องปกป้องลูกชายจากเจ้า Bagman ที่ตามเขามาตั้งแต่เด็ก แต่คราวนี้เป้าหมายคือลูกชายของเขา...

            พล็อตหนังมันจะมีความซ้ำๆ คล้ายกับตำนานปีศาจอื่นๆ ที่ชอบแอบมาจับเด็ก เช่น Boogeyman แต่เปลี่ยนคาแร็กเตอร์เป็น Bagman และมีกระเป๋าซิปใบใหญ่เป็นเครื่องมือจับเด็ก

           การเล่าเรื่องเปิดตัวได้น่าตื่นเต้น แต่หลังจากนั้นเริ่มเนือย จนกระทั่งเริ่มมีอะไรบ้าง เช่นฉากลุ้นระทึก ในช่วงกลางเรื่องลงไป แต่ก็ไม่ได้เยอะมาก และเป็นไปตามสูตรหนังตื่นเต้น จนใกล้ๆ จะไคลแมกซ์ ช่วงนี้คาดว่าหลายๆ คน เริ่มเดาได้แล้วว่าตอนจบจะเป็นยังไง แม้มันจะทำออกมาหักมุมก็ตาม

            ภาพรวมมันจึงเป็นหนังลุ้นระทึกหักมุม ตามสูตรที่น่าจะเดาได้ไม่ยาก และมีการปูเรื่องทิ้งท้ายเหมือนจะมีภาค 2

คะแนนส่วนตัว 6.5/10

รีวิวโดย A.L. Lucky

ตัวอย่าง


ขอบคุณภาพจาก Media Capital Technologies รูปหน้าปก

วันจันทร์ที่ 26 สิงหาคม พ.ศ. 2567

รีวิวหนัง Crimson Snout (2024) สาปผีหมา

 


             Crimson Snout (2024) สาปผีหมา หรือชื่อในภาษาเวียดนามว่า Quy Cau เป็นภาพยนตร์สยองชวัญจากเวียดนามที่กำกับโดย Luu Thanh Luan นำแสดงโดย Vân Dung, Mie และ Hanh Thuy Ngo Pham 

"เรื่องสยอง ของหมานินจา"

            เรื่องราวของครอบครัวชาวเวียดนามที่ขายเนื้อสุนัขเป็นกิจการในครอบครัว แต่นัม ซึ่งเป็นคนรุ่นใหม่ในครอบครัวได้พาซวน แฟนสาวกลับมาให้ครอบครัวรู้จัก และมีแผนจะแต่งงานกัน แต่เนื่องด้วยทั้งคู่ไม่กินเนื้อสุนัข คนในครอบครัวเลยไม่มีใครชอบ จนกระทั่งวันหนึ่งพ่อของนัมก็ได้เสียชีวิตลงด้วยเหตุการณ์แปลกๆ โดยชาวบ้านต่างเชื่อว่าเป็นฝีมือของกรรมตามทันที่ครอบครัวนี้ขายเนื้อสุนัข และจะต้องมีคนตายตามกันเพิ่มอีก นัมจึงพยายามหาวิธีแก้อาถรรพ์เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์ร้ายกับครอบครัวของเขา...

            ภาพยนตร์สยองขวัญเวียดนามที่ว่าด้วยเรื่อง กรรมจากการฆ่าสุนัข และตำนานหมาขาวจมูกแดง ซึ่งในภาพรวมในเรื่องของบรรยากาศ และฉากสยองบางซีนก็ทำได้ดี ดูลุ้นระทึกดี พล็อตเรื่องก็น่าสนใจ และผีหมาก็เป็นอะไรที่แปลกใหม่ แต่ก็เสียดายที่บางซีนที่น่าจะทำได้น่ากลัว กลับทำได้ไม่สุด ทั้งที่มีวัตถุดิบที่ดี

             ในเรื่องของการพากย์ไทย ส่วนตัวคิดว่ายังไม่ถึงอารมณ์ ถ้าดูเป็น Sub น่าจะได้อารมณ์กว่า

            ในด้านของนักแสดง ชอบน้องที่รับบทเป็น ซวน นางเอกของเรื่องมีความน่ารัก และน่าสงสาร เหมือนเป็นคนนอกแต่ก็ต้องมาตกกระไดพลอยโจนกับคนในครอบครัวนี้ไปด้วย

           สุดท้ายนี่เป็นหนังที่ให้ข้อคิดในเรื่องกฏแห่งกรรมได้ดีเรื่องนึง และใครที่เป็นคนที่รักน้องหมา ต้องทำใจก่อนไปดูเรื่องนี้นะครับ มีฉากหดหู่นิดหน่อยเกี่ยวกับน้องหมา

และมีฉากระหว่าง End credit 1 ฉากอย่าลืมรอชมกันนะครับ

คะแนนส่วนตัว 5.5/10

รีวิวโดย A.L. Lucky

ตัวอย่าง


ขอบคุณภาพจาก IMDb เครดิต 89s Group รูปหน้าปกที่ 1 / รูปหน้าปกที่ 2 / รูปหน้าปกที่ 3

วันศุกร์ที่ 26 กรกฎาคม พ.ศ. 2567

รีวิวหนัง Curse of Crom The Legend of Halloween (2022)

 


             Curse of Crom The Legend of Halloween (2022) คำสาปครอม : ตำนานฮาโลวีน เป็นภาพยนตร์แฟนตาซีสยองขวัญจากอเมริกาที่กำกับโดย Rob York เขียนโดย Rob York, Scott Baird และ R.H. Grimly นำแสดงโดย Chelsea Jurkiewicz, Tanner Gillman และ Colin Cunningham

             ลูเกดห์ มหาราชาแห่งไอร์แลนด์ บรรพบุรุษของตระกูลเมอร์ฟี่ พบว่าภรรยาของเขาไม่ซื่อสัตย์แอบมีอะไรกันกับหลายชายไนออลแห่งตัวประกันทั้งเก้า จึงลงโทษด้วยการขังเธอไว้ในหอคอยในป่าจนตายอย่างเจ็บปวด วิญญาณโบราณนอกรีตปีศาจที่ชื่อครอมเคราช์ถูกดึงดูดด้วยความทุกข์ทรมานของผู้หญิงจึงเริ่มหลอกทุกคนในตระกูลของลูเกดห์ เกาะติดพวกเขาและมักจะเห็นมันในคืนที่มืดมิดและพายุโหมกระหน่ำ โดยเฉพาะช่วงที่เรียกว่า ซาวิน ฮาโลวีนแบบดั้งเดิม วันส่งท้ายปีเก่าของเคลติก

             เรื่องราวของ แมรี่ เอลดริตซ์ นักศึกษาที่ต้องรับงานนอกเวลาเป็นพนักงานเดลิเวอรี่ เพื่อหาเงินจ่ายค่าเทอมมหาวิทยาลัย โดยเธอต้องยอมรับออเดอร์จาก เมอร์ฟี่ เพื่อนข้างบ้านสุดประหลาดที่ชอบสั่งอาหารเดิม ๆ จากร้านวิงส์ไชนีสแล้วให้เปิดกล่องวางไว้ตรงบันไดหน้าบ้านประจำ โดยไม่ให้ทิปเธอสักครั้งและไม่ได้สนใจเรื่องเหล่านี้ ทำให้เธอโกรธจนเลิกรับออเดอร์จากเขา และได้เผลอไปเรียกบางอย่างออกมา เธอกับ ฮาร์วีย์ (ฮาร์ฟ) จึงต้องเข้าไปในบ้านของเมอร์ฟี่เพื่อดูว่าจะค้นพบอะไรและก็ได้พบกับตำนานฮาโลวีนและคำสาปครอม แม่รี่, ฮาร์วีย์, สตีฟ (สตีเฟน) และ จอร์เจีย จึงต้องช่วยกันหยุดยั้งมัน

              เปิดเรื่องฉายถึงตัวละครหลักที่ทำงานส่งอาหารไปเรื่อย โดยเฉพาะต้องรับอาหารจากร้านเดิมไปส่งที่เดิมประจำและทำแบบเดิม ๆ ซึ่งจะชอบฉายถึงฟักทองหน้าบ้าน จากนั้นก็มีเหตุให้เกิดบางอย่างแปลก ๆ หลังชนถูกฟักทองล้ม แต่กว่าจะเข้าเรื่องค่อนข้างนานไปหน่อย ซึ่งได้ฉายถึงปีศาจครอมเคราช์ ซึ่งเป็นจุดเด่นของหนัง แต่บางช่วงค่อนข้างน่าเบื่อไปหน่อย โดยปีศาจจะค่อย ๆ ปรากฎตัว ซึ่งเมื่อเริ่มเข้าสู่ช่วงกลางเรื่องจะฉายถึงตัวละครที่ออกค้นหาในบ้านเหยื่อ โดยได้พบความลับบางอย่างในบ้านและค่อย ๆ เปิดเผยเรื่องราว ซึ่งเกี่ยวกับตำนานฮาโลวีนและปีศาจครอมเคราช์ แต่หนังทำได้ไม่ค่อยน่าสนใจเท่าไหร่ไม่ค่อยเน้นฉายถึงปีศาจดันไปเน้นจุดอื่นมากไป รวมทั้งการเปิดเผยเรื่องราวและวิธีแก้ปัญหาก็ดูง่ายไปหมด ปีศาจก็ดูตลก ๆ 

คะแนนส่วนตัว 3.5/10

ตัวอย่าง


ขอบคุณภาพจาก IMDb เครดิต Arrowstorm Entertainment รูปหน้าปกที่ 1 / รูปหน้าปกที่ 2 / รูปหน้าปกที่ 3

วันอังคารที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2567

รีวิวหนัง Grave Torture (2024) ทุบนรก ศพกระดิก

  



              Grave Torture (2024) ทุบนรก ศพกระดิก เป็นภาพยนตร์สยองขวัญแนวจิตวิทยาของอินโดนีเซียที่เขียนบทและกํากับโดย Joko Anwar สร้างจากภาพยนตร์สั้นชื่อเดียวกันของ Anwar ในปี 2012 นําแสดงโดย Faradina Mufti, Reza Rahadian, Christine Hakim และ Slamet Rahardjo

              เรื่องราวหลังสูญเสียพ่อแม่จากเหตุระเบิดพลีชีพจากผู้ก่อการร้าย สิตา (ฟาราดินา มัฟตี้)​ ได้มาทำงานเป็นพยาบาลดูแลผู้สูงอายุ โดยเธอไม่เชื่อในศาสนาและพระเจ้าอีกเลย และเธอพยายามจะพิสูจน์ให้ทุกคนได้เห็นว่า "การถูกตัดสินโทษหลังความตาย" ตามความเชื่อของศาสนานั้นไม่มีอยู่จริง นั่นกำลังจะทำให้เธอจะได้ไปพบเจอกับความจริงที่เกินคาดเดาอันน่าสะพรึง..!?

             นี่เป็นหนังสยองขวัญจากประเทศอินโด เพื่อนบ้านอาเซียนเรา หนังจะนำเสนอเกี่ยวกับความเชื่อทางศาสนา ที่แสนจะสุดโต่ง ของชาวมุสลิม โดยหนังเรื่องนี้มีความคล้ายกับ แดนสาป ที่กำลังเข้าฉายในบ้านเราในแง่ของความเชื่อในศาสนาของชาวมุสลิม แต่การนำเสนอของ Grave torture จะมีความสุดโต่งและน่าสะพรึงกลัวกว่ามาก

            การนำเสนอของหนังถ้าว่ากันในส่วนของความตื่นเต้นระทึกขวัญ หนังทำออกมาได้ค่อนข้างดีตั้งแต่ช่วงเปิดตัวเริ่มเรื่อง แต่ก็เริ่มเอื่อยและดร็อปลงหลังจากเลยช่วงแรกของหนังไปแล้ว แต่พอเข้าสู่ช่วงกลางเรื่องจนถึงไคลแมกซ์ หนังจัดทั้งฉากตื่นเต้นระทึกขวัญ และฉากหวาดเสียวมาเรื่อยๆ จนเราต้องลุ้น และเผลออุทานซี้ดปากจิกเบาะให้กับความหวาดเสียวที่หนังเข้าใจออกแบบมาให้คนดูแบบจัดเต็มโดยเฉพาะ ซึ่งตรงนี้ต้องขอชื่นชมการออกแบบฉากสยองขวัญลุ้นระทึกที่ไม่จำเป็นต้องเล่นกับฉาก Jump scare แต่กับเอาคนดูอยู่หมัด

             แต่หลังจากไคลแมกซ์ หนังจบเรื่องแบบปลายเปิด คือปล่อยให้คนดูไปลุ้นกับชะตากรรมของตัวเอกที่ไม่รู้จะเกิดอะไรขึ้นต่อไป ให้คนดูหงุดหงิดเล่น คือถ้าใครชอบหนังที่จบแบบเคลียร์ปมที่หนังใส่มาอาจไม่ชอบการจบแบบนี้เหมือนผม แต่ถ้าใครชอบการจบแบบปลายเปิด แล้วไปตีความเอา ก็ลองมารับชมกันได้ครับ

           อีกเรื่องที่อยากแนะนำในการชมภาพยนตร์เรื่องนี้คือพยายามอย่าหาเหตุและผลกับหนังมาก เพราะหนังใส่ปมข้อสงสัยไว้เยอะมาก รวมถึงความไม่สมเหตุสมผลที่น่าสงสัยมากมาย แต่ให้ปล่อยใจเอ็นจอยไปกับฉากลุ้นระทึกที่แสนหวาดเสียวเหมือนขึ้นรถไฟเหาะจนกระทั่งมันหยุดจะสนุกกับหนังมากขึ้น

            ในแง่ของ CG หนังฉลาดที่เน้นมุมกล้อง และฉากหวาดเสียวที่เล่นกับความรู้สึกโดยที่ไม่รู้ว่าผีจะมาตอนไหน จะโผล่มายังไงเป็นหลัก จึงไม่ต้องเน้น CG อะไรมากมาย แต่กลับได้ผลลัพธ์ที่น่าพอใจกับการเล่นน้อยแต่ได้เยอะ

            หนังมีประเด็นเกี่ยวกับความเชื่อในศาสนาที่ค่อนข้างสุดโต่ง และรุนแรงอยู่เหมือนกัน แต่ก็ไม่มีใครออกมาประท้วงหรือวิจารณ์ในมุมทำลายศาสนาใดๆ นะ ไม่เหมือนบางประเทศที่หนังยังไม่ทันฉายก็วิจารณ์ในมุมลบหาว่าหนังดูหมิ่นศาสนาไปก่อนแล้ว

            อย่างไรก็ตามอย่างที่บอกถ้ามองกันที่เหตุและผล ปมเนื้อเรื่องที่ใส่มาเยอะแยะ แต่ไม่ได้คลี่คลาย หรือบอกที่มาที่ไปใดๆ รวมถึงบทสรุปที่ไม่คลี่คลาย ก็อาจเป็นจุดอ่อนสำหรับคนดูที่คาดหวังกับบทสรุปของหนังที่คลี่คลาย

           ภาพรวมเป็นหนังสยองขวัญ ระทึกขวัญที่ทำออกมาได้ดีตอบโจทย์คอหนังสยองขวัญ ถ้าไม่คิดมากเกี่ยวกับประเด็นอื่นๆ เช่น ความไม่สมเหตุสมผล ปมที่ไม่คลี่คลาย ก็ขอแนะนำให้ไปลองชมกับหนังสยองขวัญเพื่อนบ้านเรากันดูครับ

คะแนนส่วนตัว 7/10

รีวิวโดย A.L. Lucky

ตัวอย่าง 


ขอบคุณภาพจาก IMDb เครดิต Rapi Films รูปหน้าปกที่ 1 / รูปหน้าปกที่ 2 / รูปหน้าปกที่ 3 / รูปหน้าปกที่ 4

วันเสาร์ที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2567

รีวิวหนัง Pamali (2022)

 



             Pamali (2022) เป็นภาพยนตร์สยองขวัญชาวอินโดนีเซียที่กํากับโดย Bobby Prasetyo และเขียนบทโดย Evelyn Afnilia จากวิดีโอเกมสยองขวัญชาวอินโดนีเซียที่สร้างโดย StoryTale Studios, Pamali: Indonesian Folklore Horror ผลิตโดย Lyto Pictures และนําแสดงโดย Marthino Lio, Putri Ayudya, Taskya Namya, Unique Priscilla และ Rukman Rosadi เข้าฉายในโรงภาพยนตร์อินโดนีเซียเมื่อวันที่ 6 ตุลาคม 2022 

              ผู้หญิงที่ตั้งท้องควรระวังตัวเองไว้ให้มาก อย่าฝ่าฝืนกฎข้อห้ามที่ไม่ควรทำ ห้ามตัดปลายผมและห้ามตัดเล็บตอนกลางคืนจะมีคนตาย

            เรื่องราวของ จากา นักข่าวตกงานลูกชายดาดังและลีลิสที่เดินทางจากจาการ์ต้า มายังบ้านในหมู่บ้านที่ถูกทิ้งไว้นาน เพื่อเก็บกวาดก่อนที่จะขาย โดยได้พา ริกะ ภรรยาที่กำลังตั้งครรภ์มาด้วย ซึ่งเขาจำอะไรไม่ได้เกี่ยวกับบ้านหลังนี้เลย แต่รู้สึกว่ามีบางอย่างเกิดขึ้นกับ เน็นเดน พี่สาว และห้องของเธอก็เป็นห้องเดียวที่เปิดไม่ได้ ซึ่งเมื่อริกะมาอยู่ไม่นานก็เริ่มรู้สึกว่าบ้านหลังนี้แปลก ๆ ด้วยและอยากไปจากที่นี่ 

            เป็นหนังที่อิงจากเกมสยองขวัญของอินโดนีเซีย ปามาลี โดยช่วงเปิดเรื่องอธิบายเรื่องราวคร่าว ๆ เกี่ยวกับในสังคมมีกฎต้องห้ามที่ห้ามทำมิฉะนั้นอาจจะเกิดหายนะ ซึ่งถูกสอนกันมารุ่นต่อรุ่นและฝังลึกจนถึงปัจจุบันก่อนตัดเข้าเรื่องในช่วงสามวันก่อนฉายถึงตัวละครหลักที่เดินทางกลับบ้าน ซึ่งเมื่อมาถึงได้ฉายถึงตัวละครที่ทิ้งคำพูดเป็นปริศนาเกี่ยวกับกฎต้องห้ามที่เกริ่นไว้ในช่วงเปิดเรื่อง จากนั้นก็มีฉายถึงกฎต้องห้ามอื่นเพิ่มเติมและฉายถึงตัวละครที่เก็บกวาดไปเรื่อยก่อนที่ตัวละครที่ฝ่าฝืนกฎต้องห้าม ซึ่งก็เริ่มฉายบางอย่างแปลก ๆ โดยจะฉายถึงเหตุการณ์ในอดีตของคนที่อยู่ที่นี่ ซึ่งเกี่ยวข้องกับตัวละครหลักและการฝ่าฝืนกฎต้องห้ามที่ริกะได้ทำตามด้วยเป็นช่วง ๆ บวกกับตัวบ้านและบรรยากาศมืด ๆ หลอน ๆ จึงดูแล้วชวนลุ้นดีว่าจะเจออะไร ซึ่งตัวละครบางคนดูมีความลับปกปิดไว้ พร้อมทั้งได้เปิดเผยเรื่องราวบางส่วนทีละน้อย แต่ช่วงที่มืดบางครั้งก็มืดไปหน่อยจนมองไม่ค่อยเห็น โดยช่วงท้ายเรื่องจะดำเนินเรื่องมาบรรจบกับช่วงเปิดเรื่อง 

คะแนนส่วนตัว 5/10

ตัวอย่าง


ขอบคุณภาพจาก Lyto Pictures รูปหน้าปกที่ 1 / รูปหน้าปกที่ 2 / รูปหน้าปกที่ 3 / รูปหน้าปกที่ 4

วันอังคารที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2567

รีวิวหนัง The Windigo (2024)

 



               The Windigo (2024) เป็นภาพยนตร์ระทึกขวัญจากอเมริกาที่กำกับโดย Gabe Torres เขียนโดย Brent Jordan นำแสดงโดย Marco Fuller, Fivel Stewart และ Tonantzin Carmelo

              เมื่อความชั่วร้ายมีมากเกินไป วินดิโกจะถูกเรียกตัว มันกินเนื้อแห่งความชั่วร้ายและกลายเป็นความชั่วร้าย มันมีชีวิตอยู่เพื่อฆ่าและมันจะไม่ตาย จนกระทั่งคนที่ถูกเรียกมาลงโทษตายไปกับมัน

              เรื่องราวของ แคลร์ สกอตต์, บริอันน่า และ ไรส์อัน ที่ได้มาหายายที่ป่วยเป็นโรคสมองเสื่อม แต่แล้วก็มีเหตุให้ไรส์อันต้องเรียกวินดิโก เพื่อขอในสิ่งที่ต้องการ กำจัดศัตรูและความกลัวของตัวเอง ซึ่งถ้าทำสำเร็จต้องส่งวินดิโกกลับมาและไม่พูดชื่อของมันอีก โดยหารู้ไม่ว่านอกจากมันจะทำในสิ่งที่คนเรียกต้องการแล้ว มันจะฆ่าสิ่งมีชีวิตทุกสิ่งด้วย นั่นก็คือครอบครัวของเขา

              เปิดเรื่องฉายถึงตัวละครที่ถูกบางอย่างฆ่าตาย ซึ่งปีศาจทำได้น่าสนใจดี ก่อนตัดเข้าเรื่องฉายถึงตัวละครที่พูดถึงบางอย่าง จากนั้นก็ตัดมาฉายถึงตัวละครหลักที่กำลังจะมาหายาย ซึ่งเป็นตัวละครในช่วงเข้าเรื่อง โดยยายดูท่าทางลึกลับมีความลับปกปิดไว้ ซึ่งจะค่อย ๆ เปิดเผยเรื่องราวทีละน้อย แต่หนังดำเนินเรื่องได้ค่อนข้างน่าเบื่อ ดำเนินเรื่องเกือบครึ่งเรื่องแล้วยังไม่ค่อยมีอะไรน่าสนใจเท่าไหร่ ฉายเพียงแค่หน้ากากวินดิโกเท่านั้น แต่ยังดีที่มีสอดแทรกฉากน่ารัก ๆ ของตัวละครให้พอจะหายน่าเบื่อบ้าง โดยช่วงครึ่งเรื่องแรกเป็นช่วงเรื่องราวก่อนที่จะมีเหตุให้ต้องเรียกวินดิโก ซึ่งปูเรื่องได้ค่อนข้างนานไปหน่อย จนเมื่อทำการเรียกวินดิโกแล้วจะค่อย ๆ ฉายถึงวินดิโกที่มีชีวิตและเริ่มลงมือฆ่าคน พร้อมกับค่อย ๆ เปิดเผยเรื่องราวของวินดิโก โดยมีพูดถึงในช่วงเปิดเรื่องด้วย ซึ่งวินดิโกจะเชื่อมโยงกับคนที่เรียกมา 

คะแนนส่วนตัว 4.5/10

ตัวอย่าง 


ขอบคุณภาพจาก IMDb เครดิต Gylden Entertainment รูปหน้าปกที่ 1รูปหน้าปกที่ 2รูปหน้าปกที่ 3

วันพุธที่ 10 มกราคม พ.ศ. 2567

รีวิวหนัง A Thousand Days (2023)

 

              A Thousand Days (2023) เป็นภาพยนตร์สยองขวัญอินโดนีเซียที่กํากับโดย Kimo Stamboel โดยอิงจาก Simpleman ซึ่งเป็นกระทู้ Twitter ที่เป็นไวรัลที่มีชื่อเดียวกัน

              งานผู้ช่วยแม่บ้านหญิงอายุ 2035 ปี ที่ต้องทำพิธีกรรมอาบน้ำคนตาย เดลลา อัตโมโจ หลานสาวของ มะบาห์ การ์โซ อัตโมโจ เหยื่อของปีศาจสังการ์ตุริห์เวทมนต์ดำที่อยู่ในร่างเป็นเวลาพันวัน 

             เรื่องราวของ ศรีราฮายู ผู้เกิดวันศุกร์คลิวอน ที่สนใจสมัครงานผู้ช่วยแม่บ้านหญิงอายุ 2035 ปี ที่ต้องช่วยดูแลครอบครัวอัตโมโจ เนื่องจากต้องการเงินสำหรับค่ายาให้แก่ เอ็มบาห์ พ่อของเธอ โดยพวกเขาจะจ่ายเงินให้สิบล้านรูเปียห์ แต่เธอดันไม่มีประกาศนียบัตร จึงได้ตัดสินใจกลับ แต่ระหว่างทางกลับฝนตก ทำให้เธอมองไม่ค่อยเห็นทางจนไปชนกับรถคันหนึ่งที่ขับโดย ซูกีห์ โดยมี ลิเดีย นั่งมาด้วย ลิเดียจึงพาเธอมาทำแผล ทำให้เธอได้พบกับ มะบาห์ การ์โซ หัวหน้าครอบครัวอัตโมโจ โดยมะบาห์ การ์โซยอมช่วยเรื่องค่ายา แต่มีเงื่อนไขว่าห้ามถอยกลับและห้ามทรยศ เพราะชีวิตถูกจำนำไว้แล้ว 

             เปิดเรื่องด้วยการทิ้งปริศนาก่อนตัดเข้าเรื่อง แต่เปิดเรื่องก็มีจุดที่ดูแล้วขัดใจตัวละครเลย โดยเมื่อเข้าเรื่องได้ฉายถึงตัวละครหลักในชวาตะวันออก พ.ศ. 2546 ก่อนที่จะได้รับคำแนะนำให้ไปทำงานเป็นแม่บ้าน จากนั้นได้ฉายถึงตัวละครที่ดูน่าสงสัยและสถานที่ที่ดูแปลก ๆ รวมทั้งพิธีกรรมบางอย่าง ซึ่งหลังจากทำพิธีกรรมก็ได้มีสัญลักษณ์บางอย่างบนมือตัวละคร จากนั้นก็เริ่มเข้าสู่เนื้อเรื่องหนึ่งพันวัน แต่ช่วงนี้เป็นต้นไปหนังค่อนข้างมืด ๆ มองไม่ค่อยเห็นเท่าไหร่ โดยค่อย ๆ ฉายถึงตัวละครที่ต้องทำพิธีกรรมหนึ่งพันวันไปทีละขั้น โดยจะค่อย ๆ ผ่านไปเป็นช่วง ๆ และค่อย ๆ เปิดเผยเรื่องราวทีละน้อย ซึ่งก็ชวนติดตามดีว่าจะเป็นยังไงต่อไป แต่ทำได้ไม่ค่อยน่าสนใจเท่าไหร่ มีที่น่าสนใจตรงฉากสยองเล็กน้อยที่ปีศาจหลุดออกมา โดยจะชอบฉายตัวละครหลักที่ฝันเห็นเรื่องราวบางอย่างที่เหมือนจริงบ่อย ๆ ซึ่งช่วงท้ายจะมีหักมุมบ้าง แต่บางจุดไม่ค่อยสมเหตุสมผลและสมจริงเท่าไหร่

คะแนนส่วนตัว 5.5/10

ตัวอย่าง


ขอบคุณภาพจาก IMDb เครดิต MD Pictures รูปหน้าปกที่ 1รูปหน้าปกที่ 2รูปหน้าปกที่ 3

วันพุธที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2566

รวม รีวิวหนัง The Rope Curse เชือกอาถรรพ์

 



The Rope Curse มีทั้งหมด 3 ภาคได้แก่

1. The Rope Curse (2018) คำสาปเชือก 

               เป็นภาพยนตร์สยองขวัญจากไต้หวันที่กำกับโดย Shih-Han Liao เขียนโดย Keng-Ming Chang นำแสดงโดย Bor-Jeng Chen, Chung-Heng Chu และ Kimi Hsia


             เรื่องราวของ เจียเหว่ย, อาไคว่ และ หลินชู่อี ที่ได้สร้างวิดีโอไวรัลด้วยการสตรีมพิธีกรรมเชือกลึกลับของคู่รักคู่หนึ่งที่เจ้าสาวได้แขวนคอฆ่าตัวตาย เพื่อหวังเงิน 300,000 เหรียญ หากเรตติ้งเกิน 2.5 ล้านคน ซึ่งพวกเขาก็ทำสำเร็จ มียอดคนดูมากมาย แต่หลังจากนั้นไม่นานก็มีคนถูกแขวนคอตาย รวมทั้ง หลินชู่อีก็ได้โดนคำสาปที่ยากจะทำลาย ต้องค้นหาแหล่งที่มา เพื่อทำลายคำสาป ซึ่งเกี่ยวข้องกับคำสาปเชือก

             เปิดเรื่องฉายถึงตัวละครที่แขวนคอฆ่าตัวตายลึกลับ ซึ่งเป็นต้นเหตุของคำสาป โดยจะพูดถึงในช่วงเวลาต่อมา ก่อนตัดมาในปี 2018 ซึ่งก็ฉายถึงตัวละครที่แขวนคอฆ่าตัวตายเช่นกัน พร้อมกับพูดถึงตำนานตามแนวชายฝั่งของฝูเจี้ยนจีนหลังการฆ่าตัวตายด้วยการแขวนคอตัวเอง คำสาปถูกสร้างขึ้นบนเชือก ซึ่งจะเพิ่มการทำงานล่วงเวลาอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อที่จะทำลายคำสาป จะมีการทำพิธีกรรม เพื่อเผาเชือก โดยทั่วไปเรียกว่า The Rope Ritual จากนั้นก็ตัดเข้าเรื่องฉายถึงตัวละครหลักที่มาไลฟ์สดเกี่ยวกับพิธีกรรมเชือก ซึ่งมีพูดถึงตัวละครที่แขวนคอฆ่าตัวตาย ช่วงนี้ค่อนข้างน่าเบื่อไปหน่อย จากนั้นก็ค่อย ๆ ฉายถึงเหตุการณ์แปลก ๆ และตัวละครที่ชอบเห็นภาพเหตุการณ์ในอดีตของตัวเอง จนเริ่มมีคนถูกแขวนคอตาย ซึ่งก็ชวนลุ้น มีฉากหลอน ๆ บ้าง แต่ก็พอเดาเรื่องได้และดำเนินเรื่องได้ค่อนข้างน่าเบื่อไม่ค่อยน่าสนใจ เน้นฉายเรื่องราวในอดีตมากไปหน่อย จนเมื่อมีตัวละครที่ถูกคำสาปจะเริ่มเน้นไปที่การสืบสวน ซึ่งตัวละครที่ถูกสาปล้วนเกี่ยวข้องกัน แต่ไม่ได้มีการสืบสวนอะไรมากนัก มีดราม่าบ้าง แต่ทำได้ไม่ค่อยเข้าถึงอารมณ์เท่าไหร่และช่วงท้ายดูแล้วขัดใจตัวละครไปหน่อย ไม่น่าจะมีภาคต่อเลยดูเหมือนจะจบเรื่องราวในภาคนี้ได้

คะแนนส่วนตัว 3/10

ตัวอย่าง


2. The Rope Curse 2 (2020) เชือกอาถรรพ์ 2

              เป็นภาพยนตร์สยองขวัญจากไต้หวันที่กำกับโดย Shih-Han Liao เขียนโดย Tzu-Ming Ma นำแสดงโดย Kang-sheng Lee, Wilson Hsu และ Vera Chen


              เรื่องราวของ 
ฮุยสง เน็ตไอดอล และ เซียนเซียน ที่ต้องการยอดไลท์มากกว่า ด้วยการไลฟ์พิธีส่งวิญญาณในสถานที่ที่มีตำนานที่มีชื่อเสียงที่สุดในเมืองนี้ โดยอี่ไจ๋กูคือวิญญาณเด็กหญิงที่ถูกป้าทรมานจนตายเมื่อ 100 ปีก่อน โดยได้เชิญ เจียหมิ่น หญิงสาวที่เห็นผีมาช่วย ซึ่งเธอ
อยากให้ จงเหยียนหั่ว พระอาจารย์มาช่วยทำพิธีเทพจงขุยส่งวิญญาณที่กลับมาอีกครั้งหลังจากห้าปีก่อน ซึ่งเชือกที่ต้องส่งวิญญาณรอบนี้มีกลิ่นอายเหมือนกัน รวมทั้งได้มีการปลดปล่อย
พรายมหาภูตวิญญาณร้ายออกมา

             เปิดเรื่องฉายถึงตัวละครที่แขวนคอฆ่าตัวตาย พร้อมกับพูดถึงตามตำนานของชาวไทย พรายมหาภูตตนนี้เป็นวิญญาณร้ายที่พวกค้ายาบูชา มันมีดวงตาแดงก่ำและเขี้ยวแหลมยื่นออกมา ผู้รับที่เคราะห์ร้ายจะประสบกับความหายนะและความตาย จากนั้นก็ฉายถึงตัวละครที่มาตามหาพรายมหาภูตที่พูดถึงและตัดเข้าเรื่องฉายถึงตัวละครหลักที่มาไลฟ์ผี ซึ่งเปลี่ยนตัวละครหลักใหม่ แต่ก็มาในแนวเดียวกัน โดยเมื่อดำเนินเรื่องไปสักพักจะเริ่มฉายถึงตัวละครเดิมจากภาคแรกบางคน พร้อมกับเริ่มฉายถึงเชือก โดยภาคนี้จะเกี่ยวข้องกับพรายมหาภูต แต่ฉายถึงในช่วงต้นเรื่องกับท้ายเรื่องเท่านั้น โดยจะเน้นฉายไปที่ตัวละครที่ถูกเข้าสิงและตัวละครที่ถูกเชือกแขวนคอเป็นช่วง ๆ ซึ่งบางจุดดูตลก ๆ ดูแล้วค่อนข้างขัดใจตัวละคร ซึ่งภาคนี้ก็ยาวไม่แพ้ภาคแรก ดำเนินเรื่องค่อนข้างยืดเยื้อน่าเบื่อและก็ไม่ได้น่าสนใจเช่นเดิม ซึ่งตอนจบก็ยังได้ทิ้งท้ายไปสู่ภาคต่อไปอีก

คะแนนส่วนตัว 3/10

ตัวอย่าง


3. The Rope Curse 3 (2023) เชือกอาถรรพ์ 3

               เป็นภาพยนตร์สยองขวัญจากไต้หวันที่กำกับโดย Shih-Han Liao เขียนโดย Keng-Ming Chang และ Tzu-Ming Ma นำแสดงโดย Bor-Jeng Chen, Queenie Chen และ Shao-Hui Chen


         
   เรื่องราวของ ก้วนอวี่ ลูกชาย อู๋สง หัวหน้าคณะงิ้ว ซึ่งเป็นครอบครัวนักไล่ผีที่อยากให้เขาปลอดภัยและสุขภาพแข็งแรง เป็นอะไรก็ได้ที่อยากเป็น นอกจากพระอาจารย์ เนื่องจากการตายของ ก้วนหลิง ลูกสาวที่เป็นเพราะพระอาจารย์ โดยเขาชื่นชอบการถ่ายปาร์กูร์อวี่จือกุยกับ กุยไจ๋ ทำให้เขาไม่ค่อยถูกกับพ่อและทะเลาะกันบ่อย ๆ เขาจึงต้องการหาเงินให้มากพอ เพื่อจะได้ย้ายออกจากที่นี่ โดยเขากับ กุยไจ๋ ได้มาโรงแรมเหม่ยหวงของ หว่านหวา ซึ่งเคยเกิดเหตุคนผูกคอตาย และการเข้ามาที่นี่เป็นการตัดสินใจที่ผิดพลาด เมื่อพวกเขาต้องพบกับวิญญาณร้ายที่ต้องการฆ่าเทพจงขุย นั่นก็คือ ก้วนอวี่

             เปิดเรื่องด้วยการเกริ่นนำเรื่องราวเกี่ยวกับประตูผีเปิดในเดือนเจ็ดตามจันทรคติ วิญญาณไร้ญาติจะเร่ร่อนไปทั่วดินแดนมนุษย์ ลือกันว่าในเดือนผี ไม่ควรส่องกระจกตอนกลางคืน ไม่ควรตากผ้าตอนเที่ยงคืน ไม่ควรแขวนกระดิ่งลม ไม่ควรเก็บตุ๊กตาไว้ในบ้านมากเกินไปและไม่ควรประกอบพิธีกรรมใด ๆ ก่อนตัดเข้าเรื่อง ซึ่งภาคนี้เป็นภาคประตูผี โดยยังคงตัวละครเดิมจากภาคก่อนหน้า ดำเนินเรื่องต่อเนื่องกัน แต่ก็มีตัวละครใหม่ที่เกี่ยวข้องเพิ่มเข้ามาบ้าง โดยดำเนินเรื่องไปสักพักก็ฉายถึงตัวละครที่ถูกเข้าสิงเลย ซึ่งมาแนวเดียวกันกับภาคสอง จากนั้นก็ตัดมาฉายถึงโรงแรมที่เกิดเหตุเหยื่อถูกแขวนคอ ซึ่งเป็นสถานที่เด่นในภาคนี้ พร้อมกับตัวละครเจ้าของโรงแรมที่ทำตัวแปลก ๆ ดูมีลึกลับน่าสงสัย รวมทั้งเหตุการณ์แปลก ๆ ที่นั่น บางฉากทำได้หลอนดี โดยบางครั้งจะถ่ายจากภาพในกล้องวงจรปิด ซึ่งชวนลุ้นดีว่าจะเจออะไร แต่บางจุดก็พอเดาเรื่องได้บ้างและมาแนวเดิม ๆ ตามแบบภาคก่อนหน้า โดยมีฉายถึงเรื่องราวในอดีตของตัวละครและมีฉายถึงเรื่องราวภาคก่อนหน้าบ้าง ซึ่งโดยรวมดูแล้วสนุกกว่าภาคอื่น ๆ แต่ก็ยังจบทิ้งท้ายเหมือนมีต่ออีกตามเคย

คะแนนส่วนตัว 5.5/10

ตัวอย่าง


ขอบคุณภาพจาก IMDb รูปหน้าปกที่ 1 / รูปหน้าปกที่ 2รูปหน้าปกที่ 3

วันพุธที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566

รีวิวหนัง The Curse of the Totem (2023) สาปสลัก

 


              The Curse of the Totem (2023) สาปสลัก หรือชื่อในภาษามาเลเซียคือ Sumpahan Jerunei เป็นภาพยนตร์สยองขวัญจากมาเลเซียที่กำกับโดย Jason Chong เขียนโดย Jason Chong และ Sky Khor นำแสดงโดย Bront Palarae, Uqasha Senrose และ Mohd Syafie Naswip

              เพื่อทำให้เจรูไนเป็นเสาที่มีชีวิต จึงต้องมีการบูชายัญจนกลายเป็นความคับแค้นที่ก่อให้เกิดคำสาปอันน่าสยดสยอง

              เรื่องราวของ อรชุน, บี, ฮานา และ ทอมมี่ คนล่าผี จากสมาคมมรดกโลก ที่ชวน ด็อกเตอร์ซานิ โอธมาน ผู้เชี่ยวชาญที่ดีที่สุดที่พวกเขาหาได้ เพื่อไปพิสูจน์ทฤษฎีเจรูไนของเขาว่าถูกต้องหรือไม่ และต้องการยกให้เป็นมรดกโลก แต่เมื่อพวกเขามาถึงบ้านผู้ใหญ่บ้านกลับไม่มีใครสนใจพวกเขา มีเพียง มาดูอี ผู้ใหญ่บ้านที่ต้อนรับพวกเขา โดยผู้ช่วยของเขาจะพาพวกเขาไปที่บ้านเก่าของพวกนักล่าหัวมนุษย์ที่ถูกทิ้งร้างมาหลายปีแทนเขาที่มีประเพณีห้ามเข้าใกล้เจรูไนและค้างคืนที่นั่น เพื่อตามหาเจรูไน

              เปิดเรื่องด้วยการเกริ่นนำเรื่องราวของเจรูไนได้รับแรงบันดาลใจมาจากวัฒนธรรมธรรมชาติพันธุเมลาเนาหรืออาลีโคของซาราวัก ในศตวรรษที่ 13 เสาเจรูไนแต่ละต้นเล่าถึงการจากไปของวิญญาณที่ไม่ใช่แค่ดวงเดียว แต่สามดวง ทุกครั้งที่ฝังศพ ทาสชายที่ถูกบูชายัญจะถูกโยนไปยังก้นหลุม เพื่อทำให้เจรูไนเป็น เสาที่มีชีวิต ซึ่งเป็นเหตุผลที่สมาคมมรดกระหว่างประเทศมอบหมายให้ศึกษาเจรูไนที่ซุกซ่อนอยู่จากโลกภายนอกโดยเจตนาของทายาทผู้ตาย เมื่อตั้งเสาเจรูไนเสร็จแล้ว ทาสหญิงที่เป็นเครื่องสังเวยอีกคน ซึ่งผู้ตายได้เลือกไว้จะถูกมัดไว้บนยอดเสา เธอถูกทิ้งไว้อย่างนั้นทนทรมานจนตายอย่างช้า ๆ จากความหิวโหย จึงเกิดเป็นความคับแค้นก่อให้เกิดคำสาปอันน่าสยดสยองของเสาเจรูไน จากนั้นก็ตัดเข้าเรื่องฉายถึงตัวละครหลักที่พูดถึงเสาเจรูไนก่อนออกเดินทาง ซึ่งระหว่างเดินทางก็ฉายทิวทัศน์และคนแถวนั้นที่ดูไม่เป็นมิตร โดยเมื่อตัวละครไปถึงสถานที่ก็เริ่มฉายบางอย่าง ซึ่งจะชอบฉายปีศาจหน้าตาเละ ๆ โผล่มาให้ตกใจ จากนั้นจะเน้นฉายในป่าเมื่อตัวละครออกตามหาเจรูไน โดยมีตัดมาฉายถึงตัวละครที่ทำพิธีบางอย่างไปด้วย ซึ่งทำให้ตัวละครบางคนเริ่มทำตัวแปลก ๆ แต่เดาเรื่องได้ง่ายไปหน่อยและดูขัดใจตัวละครไปบ้าง ส่วนเอฟเฟคยังทำไม่ค่อยสมจริงดูลอย ๆ โดยมีสรุปอธิบายคร่าว ๆ ก่อนจบ

คะแนนส่วนตัว 4/10

ตัวอย่าง


ขอบคุณภาพจาก IMDb เครดิต Produksi Seni 2020 รูปหน้าปกที่ 1รูปหน้าปกที่ 2

วันศุกร์ที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566

รีวิวหนัง The Bell Keeper (2023)

 


             The Bell Keeper (2023) เป็นภาพยนตร์สยองขวัญอเมริกันสแลชเชอร์ที่กํากับโดย Colton Tran เปิดตัวโดย Screen Media Films เมื่อวันที่ 13 ตุลาคม 2023

             ตามตำนานในปี 1800 แฮงค์ เกษตรกรที่สังเวยสาวพรหมจารีสามคนโดยเผาทั้งเป็นในการเปิดประตูสู่นรกในคืนพระจันทร์เต็มดวง ตอนนี้วิญญาณชั่วร้ายของพวกเธอกำลังหลอกหลอนเบลเลค

             เรื่องราวของ ฮอลลี่, กาเบรียล, เมแกน, แมทธิว และ เลียม ที่เดินทางไปตั้งแคมป์ที่เบลเลค เพื่อทำสารคดีเกี่ยวกับตำนานเมืองในอเมริกา แฮงค์ ฆาตกรที่ถูกเรียกตัวหลังจากเสียงระฆังดังขึ้น โดยมีฮอลลี่เป็นผู้กำกับ แมทธิวพี่ชายเลียม เป็นตากล้อง โดยระหว่างทางไปได้เจอกับ บริตตานี ที่กำลังตามหา แกรี่ พี่ชายที่หายตัวไปในเบลเลคเช่นกัน และเจ้าหน้าที่สองคนที่บอกพวกเขาว่าอย่าไปที่นั่น ซึ่งที่นั่นมีคนหายตัวไปมากมาย แต่พวกเขาก็ยืนยันที่จะไปและทำการสั่นระฆังในช่วงเที่ยงคืน และเสียงนั้นได้เรียกแฮงค์ออกมา รวมทั้งวิญญาณชั่วร้าย

             เปิดเรื่องฉายถึงตัวละครที่หนีฆาตกร ซึ่งมีพูดถึงการสั่นกระดิ่งก่อนตัดเข้าเรื่องฉายถึงตัวละครหลัก ๆ แต่ละคนและพูดถึงการทำงานก่อนเดินทาง พร้อมกับค่อย ๆ เปิดเผยเรื่องราวทีละน้อย ซึ่งระฆังเป็นที่มาของชื่อเบลเลค โดยมีฉายถึงตัวละครที่หน้าตาน่ากลัวและปกปิดความลับไว้ แต่กว่าจะไปถึงสถานที่ค่อนข้างยืดเยื้อนานไปหน่อย ซึ่งเมื่อมาถึงก็เริ่มฉายถึงตัวละครที่ถ่ายทำสารคดีเลย แต่ก็ยังมีช่วงที่น่าเบื่อไม่จำเป็น พร้อมกับค่อย ๆ เปิดเผยเรื่องราวเพิ่มเติมไปด้วย โดยจะฉายตัวละครสองกลุ่มในช่วงแรกคือ ตัวละครที่มาถ่ายทำสารคดีกับตัวละครที่ตามหาคนหาย ซึ่งก็มีสอดแทรกความน่ารักของตัวละครบ้าง แต่กว่าจะเริ่มฉายถึงฆาตกรก็ช่วงกลางเรื่องหลังจากตัวละครสั่นระฆัง ซึ่งก็จะมีทั้งสยองขวัญผสมผสานกับระทึกขวัญในเรื่องเดียว มีช่วงให้ชวนลุ้นเอาใจช่วยตัวละครบ้าง แต่ก็มีจุดที่ขัดใจตัวละครบ้าง ซึ่งช่วงท้ายเรื่องเป็นช่วงที่ต้องทำลายคำสาป แต่ฉากระทึกขวัญสยองขวัญกลับทำได้ไม่สุดสักทาง

คะแนนส่วนตัว 4/10

ตัวอย่าง


ขอบคุณภาพจาก IMDb เครดิต Artman Cooper Production รูปหน้าปก

ป้ายกำกับ