แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ หนังสยองขวัญ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ หนังสยองขวัญ แสดงบทความทั้งหมด

วันอาทิตย์ที่ 12 กรกฎาคม พ.ศ. 2569

รีวิวหนัง Evil Dead Burn (2026) ผีอมตะแผดเผา

 

 
           Evil Dead Burn (2026) ผีอมตะแผดเผา เป็นภาพยนตร์สยองขวัญเหนือธรรมชาติอเมริกัน ซึ่งเป็นภาคที่หกในซีรีส์ภาพยนตร์ Evil Dead และเป็นภาครีบูตที่สาม หลังจาก Evil Dead (2013) และ Evil Dead Rise (2023) กำกับและเขียนบทร่วมโดย Sébastien Vaniček อำนวยการสร้างโดย Rob Tapert และผู้สร้างซีรีส์ Sam Raimi นำแสดงโดย Souheila Yacoub, Tandi Wright, Hunter Doohan, Luciane Buchanan, Erroll Shand และ Maude Davey

           มีการประกาศเกี่ยวกับภาพยนตร์สปินออฟที่กำลังอยู่ในขั้นตอนการพัฒนาใน เดือนกุมภาพันธ์ 2024 โดย Vaniček ถูกจ้างให้กำกับบทภาพยนตร์ที่เขาร่วมเขียนกับ Florent Bernard ในขณะที่ Sam Raimi และ Robert Tapert ทำหน้าที่เป็นโปรดิวเซอร์ โดย Ghost House Pictures เป็นผู้ผลิตโปรเจกต์นี้ ต่อมาในเดือนธันวาคม 2024 Vaniček ได้เปิดเผยชื่อว่าจะเป็น Evil Dead Burn พร้อมกับกำหนดการออกฉายเบื้องต้นในปี 2026 การคัดเลือกนักแสดงเริ่มขึ้นในเดือนพฤษภาคม 2025 ส่วนการถ่ายทำเริ่มในเดือนกรกฎาคมและเสร็จสิ้นในเดือนตุลาคมปีเดียวกันที่นิวซีแลนด์

           โดยออกฉายที่โรงภาพยนตร์ในฝรั่งเศสเมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม 2026 ตามด้วยสหรัฐอเมริกาในวันที่ 10 กรกฎาคม โดย Warner Bros. Pictures ในพื้นที่อเมริกาเหนือ และโดย Sony Pictures Releasing ผ่านแบรนด์ Screen Gems ของพวกเขาในต่างประเทศ

          เรื่องราวของ อลิส แฟนของ วิล ที่ต้องมาอยู่กับครอบครัวฝั่งสามีอย่าง โจเซฟ น้องชายวิล, ทยา แฟนของโจเซฟ, ซูซาน แม่ของวิล, เอดการ์ พ่อของวิล และ พอลล่า แม่ของซูซาน ในบ้านพักริมทะเลสาบที่เธอกับสามีร่วมกันสร้าง หลังจากที่สามีเสียชีวิตจากอุบัติเหตุ และได้เจอกับงานวิจัยของเบนจามินสามีของพอลล่า ซึ่งทำให้เธอได้ปลุกปีศาจในหนังสือออกมา

          ภาคนี้มีความคล้าย ๆ กับภาค Evil Dead Rise (2023) ในหลาย ๆ จุดเลย แต่เปลี่ยนตัวละครใหม่หมด ซึ่งก็น่าเสียดายที่น่าจะดำเนินเรื่องต่อเนื่องกัน โดยตอนได้เห็นจากตัวอย่างและเรื่องย่อดูเหมือนจะเป็นภาคใหม่ไม่น่าต่อเนื่องกันเท่าไหร่ แต่หนังก็สามารถทำได้น่าสนใจชวนติดตามตลอดทั้งเรื่องเช่นเดียวกัน และแอบมีเซอร์ไพส์ตัวละครจากภาคก่อนหน้าในช่วงเอนเครดิต ซึ่งก็ได้ทิ้งท้ายเหมือนมีต่อ โดยเปิดเรื่องได้น่าสนใจดีด้วยการฉายถึงปีศาจที่ปรากฎตัวมาเล่นงานเหยื่อ ซึ่งไม่ได้มีใครปลุกออกมาจากหนังสือ ก่อนที่จะฉายถึงตัวละครที่กำลังศึกษางานวิจัยของปู่ ซึ่งเกี่ยวข้องกับปีศาจตัวนี้ โดยมีอาวุธที่สามารถเล่นงานได้ ซึ่งก็เหมือนจะกำจัดปีศาจได้ง่าย แต่ก็ไม่ได้ง่ายอย่างที่คิดและก็มีฉากโหดให้ได้เห็นกันตามเคย จากนั้นก็ฉายถึงตัวละครหลัก ๆ ในเรื่องก่อนที่จะได้นำปีศาจกลับมาด้วย ซึ่งช่วงแรกจะมีดราม่าเล็กน้อย โดยภาคนี้ได้เน้นฉายถึงตัวละครที่เอาชีวิตรอดในบ้านหลังหนึ่ง เนื่องจากปีศาจพยายามขัดขวางไม่ให้ออกไปข้างนอกได้ ในขณะที่ปีศาจต้องการอาวุธที่สามารถกำจัดตนได้ ซึ่งปีศาจก็มาในรูปแบบเดิม แต่แอบแฝงความฮาอยู่ด้วย รวมทั้งตัวละครบางคนที่ช่วยสร้างสีสันในเรื่องได้ดี โดยปีศาจจะค่อย ๆ เผยความโหดขึ้นเรื่อย ๆ และไล่ฆ่าเหยื่ออย่างไม่ยั้ง ซึ่งก็ชวนลุ้นเอาใจช่วยตัวละครสุด ๆ โดยมีฉากให้ตกใจบ้างเล็กน้อย นอกจากปีศาจจะตายยากแล้ว ตัวละครหลักก็อึดและสู้ชีวิตไม่แพ้กัน ถึงแม้บางจุดจะเดาเรื่องได้บ้าง

คะแนนส่วนตัว 7.5/10

อ่านรีวิว Evil Dead Rise (2023) ผีอมตะผงาด

ตัวอย่าง


ขอบคุณภาพจาก Warner Bros. Pictures รูปหน้าปกที่ 1

ขอบคุณภาพจาก IMDb เครดิต Warner Bros. Pictures รูปหน้าปกที่ 2 / รูปหน้าปกที่ 3

วันเสาร์ที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ. 2569

รีวิวหนัง Lights Out (2016) มันออกมาขย้ำ

 


           Lights Out (2016) มันออกมาขย้ำ เป็นภาพยนตร์สยองขวัญเหนือธรรมชาติของอเมริกาที่กำกับโดย David F. Sandberg เขียนโดย Eric Heisserer ซึ่งได้ดัดแปลงบทภาพยนตร์มาจากภาพยนตร์สั้นชื่อเดียวกันของ Sandberg ในปี 2013 นำแสดงโดย Teresa Palmer, Gabriel Bateman, Alexander DiPersia, Billy Burke และ Maria Bello นอกจากนี้ยังมีภรรยาของ Sandberg คือ Lotta Losten ซึ่งเคยแสดงในภาพยนตร์สั้น

           ผลิตโดย Heisserer, Lawrence Grey และ James Wan ถ่ายทำในลอสแอนเจลิสตั้งแต่เดือนมิถุนายนถึงสิงหาคม 2015 ได้เข้าฉายรอบปฐมทัศน์โลกที่เทศกาลภาพยนตร์ลอสแองเจลิสเมื่อวันที่ 8 มิถุนายน 2016 และถูกปล่อยในสหรัฐอเมริกาและแคนาดาโดย Warner Bros. Pictures เมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม 2016

           ไดอาน่า ผู้ป่วยที่มีอาการเกี่ยวกับปัญหาผิวหนังขั้นรุนแรงจนไม่สามารถออกไปเจอแสงแดดได้ ซึ่งได้เสียชีวิตจากการรักษา

          เรื่องราวของ รีเบคก้า พี่สาวต่างแม่ของ มาร์ติน ที่ต้องมาช่วยดูแลมาร์ตินจากปีศาจที่ชื่อ ไดอาน่า ซึ่งเกี่ยวข้องกับแม่ของมาร์ตินที่มีอาการป่วยจากเหตุการณ์ในอดีตตั้งแต่เด็ก โดยเธอได้ค้นพบว่าต้องอยู่ในที่สว่างถึงจะปลอดภัยจากปีศาจตนนี้

           เปิดเรื่องได้น่าสนใจดี โดยปีศาจเรื่องนี้จะมากับความมืด และกลัวแสงสว่าง ถึงแม้จะไม่ได้แปลกใหม่มากก็ตาม ซึ่งตลอดทั้งเรื่องจะไม่ได้ฉายให้เห็นหน้าของปีศาจเลย จะเห็นเพียงแค่เงาดำ ๆ ซึ่งเหมือนจะง่าย แค่อยู่ในที่สว่างก็ปลอดภัยจากปีศาจ แต่ต่อให้อยู่ที่สว่าง ปีศาจก็สามารถทำให้มืดและฆ่าเหยื่อได้ โดยจะค่อย ๆ เปิดเผยเรื่องราวของปีศาจในช่วงกลาง ๆ เรื่อง โดยตัวละครในเรื่องมีอยู่ไม่กี่คนและเน้นสถานที่ในบ้านเป็นหลัก ซึ่งฉากที่ปีศาจจะปรากฎตัวก็ชวนลุ้นดี แต่ความหลอนดูลดลงจากช่วงเปิดเรื่องและการดำเนินเรื่องค่อนข้างน่าเบื่อไปหน่อย ไม่ค่อยชวนติดตามสักเท่าไหร่ ฉากปีศาจก็ดูน้อยไป พอจะตายก็ตายง่ายเกินไป แถมหนังก็ดูสั้นไปหน่อยแค่ชั่วโมงกว่า ๆ เอง 

คะแนนส่วนตัว 4.5/10

ตัวอย่าง


ขอบคุณภาพจาก Warner Bros. Pictures รูปหน้าปกที่ 1 / รูปหน้าปกที่ 2 / รูปหน้าปกที่ 3

วันพฤหัสบดีที่ 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2569

รีวิวหนัง Capture (2026)



            Capture (2026) เป็นภาพยนตร์สยองขวัญจากอเมริกาที่กำกับโดย Bruce Wemple นำแสดงโดย Kaitlyn Lunardi, Cedric Gegel และ Chris Cimperman

           กล้องวีดีโอที่เหมือนมีปีศาจสิงอยู่ด้วยการเซ่นสังเวยเหยื่อ เพื่อแลกกับชีวิต เรื่องราวของ เอบิเกล เบ็คเกอร์ (แอบบี้) ที่โตมาในสถานสงเคราห์และอยากรู้จักพ่อแม่ของตน โดยเธอได้รับมรดกพินัยกรรมฉบับเมื่อเดือนสิงหาคม 1994 เป็นบ้านนอกเมืองที่ถูกทิ้งร้าง ทำให้เธอตัดสินใจเดินทางไปทันที โดยได้รับความช่วยเหลือจาก ไคล์ บาร์เทนเดอร์ ที่ช่วยขับรถพาเธอไปส่งที่นั่น ซึ่งที่นั่นเธอได้พบกับกล้องวีดีโอและเทปวีดีโอที่บันทึกครอบครัวไว้ ซึ่งทำให้เธอต้องค้นหาความจริงที่เกิดขึ้น

          เปิดเรื่องฉายถึงตัวละครที่เจอบ้านหลังหนึ่งและได้เข้าไปหาโทรศัพท์ ในขณะที่มีใครบางคนกำลังถ่ายวีดีโออยู่ ซึ่งตัวละครที่ถูกถ่ายก็เริ่มมีอาการเหมือนถูกผีสิงก่อนตัดเข้าเรื่อง โดยฉายถึงตัวละครหลักก่อนที่จะมีเหตุให้เดินทางไปยังบ้านนอกเมือง ซึ่งในระหว่างที่เดินทางไป ก็ได้ฉายถึงตัวละครที่ดูเหมือนมีความลับเกี่ยวกับบ้านหลังนัน้ปกปิดไว้ ซึ่งเป็นบ้านเดียวกับในช่วงเปิดเรื่อง จากนั้นก็ค่อย ๆ ฉายบรรยากาศเหมือนกับช่วงเปิดเรื่องและสิ่งของต่าง ๆ ในบ้าน จนมาเจอกับกล้องวีดีโอที่หันออกไปนอกบ้านและวีดีโอหลายม้วน ก่อนที่จะฉายถึงบางอย่างในจุดนั้น ซึ่งก็มักจะฉายเหมือนมีใครกำลังถ่ายวีดีโออยู่และมีคนอยู่ในบ้าน จากนั้นก็ได้ฉายถึงเหตุการณ์ในเทปวีดีโอ ซึ่งเกี่ยวข้องกับบันทึกครอบครัว จนต้องกรอเทปย้อนกลับไปยังบางจุด ซึ่งมีบางอย่างเกิดขึ้น โดยชวนลุ้นว่าจะเจออะไรในคลิป รวมทั้งเหตุการณ์แปลก ๆ ในบ้าน โดยเฉพาะภาพในกล้องวีดีโอที่กำลังมองอยู่ โดยช่วงกลางเรื่องจะค่อย ๆ เปิดเผยเรื่องราวทีละน้อย ไปพร้อมกับการดูเทปบันทึกและดูผ่านกล้องวีดีโอ ซึ่งเป็นเทปคนไข้ของแม่ที่มีอาการแปลก ๆ แต่ช่วงที่ดูเทปช่วงนี้ดูน่าเบื่อไปหน่อย ซึ่งความน่ากลัวดูลดลงไป แต่มาดูน่ากลัวขึ้นเมื่อตัวละครดูผ่านกล้องวีดีโอ ซึ่งช่วงท้ายเรื่องก็มีจุดที่ดูขัดใจไปบ้าง โดยจบทิ้งท้ายเหมือนมีต่อ

คะแนนส่วนตัว 5/10

ตัวอย่าง


ขอบคุณภาพจาก IMDb เครดิต 377 Films รูปหน้าปก

วันจันทร์ที่ 20 เมษายน พ.ศ. 2569

รีวิวหนัง Lee Cronin's the mummy (2026) ลี โครนัน เดอะ มัมมี่

 

            Lee Cronin's the mummy (2026) ลี โครนัน เดอะ มัมมี่ เป็นภาพยนตร์สยองขวัญเหนือธรรมชาติสัญชาติอเมริกันที่เขียนบทและกำกับโดย Lee Cronin การพลิกโฉมแฟรนไชส์ ​​​​The Mummy นำแสดงโดย Jack Reynor, Laia Costa, May Calamawy, Natalie Grace และ Verónica Falcón โดย James Wan และ Jason Blum ร่วมกันอำนวยการสร้างภาพยนตร์ผ่านบริษัทผลิตภาพยนตร์ของตนเอง คือ Atomic Monster และ Blumhouse Productions ร่วมกับ Wicked/Good

           โดยฉายรอบปฐมทัศน์ที่ลอสแอนเจลิสเมื่อวันที่ 9 เมษายน 2026 และเข้าฉายในสหรัฐอเมริกาโดย Warner Bros. Pictures เมื่อวันที่ 17 เมษายน 

            โดยเป็นเรื่องราวของครอบครัวหนึ่งที่ได้กลับมาพบกับลูกสาวที่หายสาบสูญไปนานและถูกทำให้เป็นมัมมี่ และพวกเขาพบว่ามีบางอย่างผิดปกติกับเธอ

" เป็นหนังเกี่ยวกับมัมมี่ที่ไม่เหมือนใครดี มีการผสมผสานกับความเชื่อเรื่องผีสิงร่างคนเข้ามาด้วย ฉากสยองขวัญนี่อย่างโหด ฉากแหวะก็ทำได้ดี ถือว่าเป็น Mummy เวอร์ชั่นที่ดูแล้วทำฉากสยองขวัญได้ดีที่สุดที่เคยดูมา"

            นี่เป็นหนังมัมมี่ที่มีความแปลกใหม่ไม่ซ้ำใคร โดยมีการผสมผสานเรื่องเกี่ยวกับผีเข้าไปด้วย ซึ่งปรากฎว่ามันกลับเข้าท่ากว่าที่คิดแฮะ ส่วนหนึ่งก็เพราะผกก. มีกึ๋นในหนังแนวสยองขวัญด้วย ไอเดียในการนำเสนอฉากหลอนๆ สยองขวัญ ลุ้นระทึก รวมถึงฉากชวนแหวะ ทำออกมาได้ดีมาก CG และ Make up การแต่งหน้า แต่งตัว นี่สุดจริงๆ คิดว่าคนที่ไปดู ต้องลุ้น หวาดเสียวจนต้องจิกเบาะแน่นอน 

           ในด้านการแสดง คนที่มารับบทน้องมัมมี่เด็ก แสดงดีมาก ทั้งน่าสงสาร และน่ากลัวในเวลาเดียวกัน และเป็นตัวละครที่ทำให้หนังชวนหดหู่ กระอักกระอ่วนไปในตัวด้วย เรียกได้ว่ารับจบครบทุกอารมณ์ 

            สรุปเลยว่านี่เป็นหนังสยองขวัญที่ทำออกมาตอบโจทย์คนดูที่ขอแนะนำเลยครับ ลุ้นตัวเก็งแน่นอน

คะแนนส่วนตัว 9/10

รีวิวโดย A.L. Lucky

ตัวอย่าง


ขอบคุณภาพจาก Atomic Monster รูปหน้าปกที่ 1

ขอบคุณภาพจาก IMDb เครดิต Atomic Monster รูปหน้าปกที่ 2 / รูปหน้าปกที่ 3

วันจันทร์ที่ 26 มกราคม พ.ศ. 2569

รีวิวหนัง Return to Silent Hill (2026) เมืองห่าผี นรกคืนชีพ

 



          Return to Silent Hill (2026) เมืองห่าผี นรกคืนชีพ เป็นภาพยนตร์สยองขวัญจิตวิทยาเหนือธรรมชาติที่กำลังจะเข้าฉาย กำกับโดย Christophe Gans ซึ่งร่วมเขียนบทภาพยนตร์กับ Sandra Vo-Anh และ Will Schneider โดยเป็นภาพยนตร์ภาคที่สามในซีรีส์ Silent Hill ดัดแปลงมาจากวิดีโอเกม Silent Hill 2 ปี 2001 นำแสดงโดย Jeremy Irvine และ Hannah Emily Anderson

            โดยเป็นผลงานการร่วมสร้างระหว่างฝรั่งเศสและสหรัฐอเมริกา ถ่ายทำในเยอรมนีและเซอร์เบียตั้งแต่เดือนเมษายน 2023 ถึงกุมภาพันธ์ 2024 มีกำหนดฉายในโรงภาพยนตร์ในสหรัฐอเมริกาโดย Cineverse และ Iconic Events Releasing ในวันที่ 23 มกราคม 2026 และต่อมาในฝรั่งเศสโดย Metropolitan Filmexport ในวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2026 

            เรื่องราวของ เจมส์ ซันเดอร์แลนด์ ศิลปินที่ได้รับจดหมายลึกลับของ แมรี่ เครน คนรักของเขาที่แยกทางกัน โดยได้บอกให้เขากลับไปยังไซเลนต์ฮิลล์ แต่เมื่อเขากลับมาก็ต้องแปลกใจมาก เมื่อเมืองทั้งเมืองมีสภาพเปลี่ยนไปเป็นเมืองร้างที่ถูกปกคลุมด้วยหมอกและขี้เถ้าจากเหตุไฟไหม้ และเมื่อเสียงไซเลนดังขึ้นก็จะมีปีศาจปรากฎตัว แต่เขาก็จำเป็นต้องอยู่ที่นี่เพื่อตามหาคนรักให้เจอ

            เปิดเรื่องฉายถึงตัวละครหลักที่กำลังขับรถและมีเหตุเจอกับคนรัก ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของการได้รู้จักและรักกัน จากนั้นก็ตัดมาฉายถึงปัจจุบัน ซึ่งเป็นช่วงก่อนที่จะนำตัวละครหลักกลับมายังไซเลนต์ฮิลล์ ซึ่งเข้าสู่เรื่องได้เร็วมาก ดำเนินเรื่องได้รวดเร็วไม่น่าเบื่อเลย โดยเมื่อเข้าสู่เมืองไซเลนต์ฮิลล์ก็หวนนึกถึงภาคก่อนหน้า ทั้งสถานที่ บรรยากาศ ปีศาจต่าง ๆ และเสียงไซเลน โดยยังคงมาในแนวเดิมคือจะมีตัวละครเด็กลึกลับที่นำตัวละครหลักไปยังสถานที่ที่ต้องการพาไป รวมทั้งเมื่อได้ยินเสียงไซเลนสภาพเมืองจะเปลี่ยนกลับไปสู่สภาพเดิมในช่วงเหตุไฟไหม้และค่อย ๆ ฉายถึงปีศาจที่ปรากฎตัว ซึ่งยังคงปีศาจเดิมจากภาคก่อน แต่ก็มีเปลี่ยนแปลงไปบ้างและแต่ละตัวก็บทน้อยเหมือนเดิม แต่ภาคนี้ช่วงที่ปีศาจออกล่าจะใส่มาติด ๆ กันแบบไม่ยั้ง รวมทั้งมีจุดที่ต่างจากภาคก่อนที่แปลกใหม่ออกไปเล็กน้อยคือตัวละครหลักเข้ามาในเมืองไซเลนต์ฮิลล์ในฐานะที่ไม่รู้เรื่องว่าเกิดอะไรขึ้น จึงทำให้ชวนลุ้นเอาใจช่วยตัวละครตลอดเวลา สำหรับบรรยากาศสภาพเมืองถือได้ว่าทำได้หลอนน่าสนใจกว่าภาคก่อนมากและให้บรรยากาศออกไปทางเกมมากกว่าภาคก่อน ซึ่งเมื่อตัวละครหลักไปยังสถานที่ใดหนังก็จะฉายถึงเรื่องราวในอดีตที่เกิดขึ้นช่วงนั้นตลอดทั้งเรื่อง พร้อมกับปูที่มาที่ไปของตัวละครไปด้วย แต่เรื่องราวในภาคนี้ดูจะเน้นดราม่าเยอะหน่อยและเหมือนเป็นตำนานความรักของคู่รักในเมืองไซเลนต์ฮิลล์ แต่ดราม่าก็ทำได้เข้าถึงอารมณ์ดี ซึ่งตัวละครหลักก็สามารถแสดงได้เข้าถึงบทบาท โดยในระหว่างที่ตัวละครหลักตามหาคนรักก็ฉายถึงตัวละครอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งแต่ละคนก็ดูลึกลับชวนติดตาม แต่น่าเสียดายที่บางตัวละครไม่ได้เปิดเผยที่มาที่ไปมากนัก รวมทั้งเรื่องราวในหลาย ๆ จุดก็ไม่ได้เปิดเผยมากนักเช่นกัน จึงดูจบแล้วยังงง ๆ สับสนอยู่ว่าตัวละครหลอนไปเองในบางครั้งหรือเกิดขึ้นจริงกันแน่เหมือนต้องการให้จินตนาการต่อเอง

คะแนนส่วนตัว 7/10

อ่านรีวิว Silent Hill (2006) เมืองห่าผี

อ่านรีวิว Silent Hill 2 Revelation (2012) เมืองห่าผี เรฟเวเลชั่น

ตัวอย่าง


ขอบคุณภาพจาก Metropolitan Filmexport รูปหน้าปกที่ 1

ขอบคุณภาพจาก IMDb เครดิต Metropolitan Filmexport รูปหน้าปกที่ 2 / รูปหน้าปกที่ 3

วันอังคารที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2569

รีวิวหนัง Silent Hill (2006) เมืองห่าผี

 


           Silent Hill (2006) เมืองห่าผี เป็นภาพยนตร์สยองขวัญเหนือธรรมชาติปีที่สร้างจากซีรีส์วิดีโอเกมชื่อเดียวกันที่เผยแพร่โดย Konami กำกับโดย Christophe Gans เขียนบทโดย Roger Avary เป็นภาคแรกในซีรีส์ภาพยนตร์ Silent Hill นำแสดงโดย Radha Mitchell, Sean Bean, Laurie Holden, Deborah Kara Unger, Kim Coates, Tanya Allen, Alice Krige และ Jodelle Ferland

           หลังจากพยายามหาสิทธิ์ตัวภาพยนตร์ของ Silent Hill เป็นเวลาห้าปี Gans ได้ส่งวิดีโอสัมภาษณ์ไปยัง Konami อธิบายแผนการปรับตัวของเขาและความสำคัญของเกมต่อเขา Konami ได้มอบลิขสิทธิ์ภาพยนตร์ให้เขาเป็นผลลัพธ์ เขาและ Avary เริ่มทำงานกับบทภาพยนตร์ในปี 2004 Avary ใช้เซ็นทราเลีย รัฐเพนซิลเวเนีย เป็นแรงบันดาลใจสำหรับเมืองนี้ การถ่ายทำหลักเริ่มขึ้นในเดือนเมษายน 2005 และใช้เวลานานสามเดือนโดยมีงบประมาณประมาณ 50 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ถ่ายทำทั้งในสตูดิโอบันทึกเสียงและสถานที่จริงในจังหวัดออนแทรีโอ ประเทศแคนาดา โดยปีศาจส่วนใหญ่แสดงโดยนักเต้นมืออาชีพ ในขณะที่บางส่วนถูกสร้างด้วย CGI

          โดยเข้าฉายในโรงภาพยนตร์ที่แคนาดาเมื่อวันที่ 21 เมษายน 2006 โดยบริษัท Alliance Atlantis และในฝรั่งเศสเมื่อวันที่ 26 เมษายน โดยบริษัท Metropolitan Filmexport ซึ่งภาพยนตร์ภาคต่อชื่อ Silent Hill: Revelation ออกฉายในเดือนตุลาคม 2012 ส่วนภาคที่สาม Return to Silent Hill Gans ได้กลับมารับหน้าที่เขียนบทและกำกับอีกครั้ง

          เรื่องราวของ โรส ดา ซิลวา ที่ตัดสินใจพา ชารอน ลูกสาวบุญธรรม ที่มีอาการเดินหลับและฝันร้ายเกี่ยวกับเมืองไซเลนต์ฮิลล์ เมืองในรัฐเวสต์เวอร์จิเนียที่ถูกทิ้งร้างในทศวรรษ 1970 เนื่องจากเกิดไฟไหม้ชั้นถ่านหินขนาดใหญ่ ไปยังที่นั่น เพื่อสืบหาความจริงและช่วยลูกสาว แต่เมื่อเธอมาถึงได้เกิดอุบัติเหตุขึ้น ซึ่งเมื่อเธอตื่นขึ้นมาลูกสาวก็ได้หายตัวไปแล้ว ทำให้เธอต้องออกตามหาและได้เจอกับสิ่งต่าง ๆ ที่สยดสยองที่นั่น

          เปิดเรื่องฉายถึงลูกสาวที่มีอาการละเมอชอบพูดถึงเมืองไซเลนต์ฮิลล์และมักจะวาดภาพน่ากลัวที่นั่นออกมาโดยไม่รู้ตัวทำให้นำไปสู่การเดินทางไปยังเมืองไซเลนต์ฮิลล์ทันที ซึ่งถือได้ว่าเข้าเรื่องได้เร็วไม่ยืดเยื้อ โดยเมื่อเข้าสู่เมืองก็เริ่มฉายถึงใครบางคน ซึ่งสถานที่ทำได้น่าสนใจเข้ากับบรรยากาศดี จากนั้นก็มีเหตุให้ตัวละครต้องออกตามหาลูก ซึ่งในระหว่างนั้นก็มีเด็กคนหนึ่งที่เหมือนต้องการนำพาตัวละครมาเจอบางอย่าง โดยช่วงนี้ก็เริ่มฉายถึงปีศาจทีละตัว ซึ่งปีศาจแต่ละตัวทำได้น่าสนใจทีเดียว ถึงแม้อาจจะดูเว่อเกินจริงไปหน่อยและแต่ละตัวบทน้อยเกิน แต่ก่อนที่ปีศาจจะปรากฎตัวมักจะมีเสียงไซเรนดังขึ้นก่อน ซึ่งเมื่อเสียงไซเรนดังขึ้น ทุกอย่างก็เปลี่ยนไปยังสภาพเดิมของเมืองไซเลนต์ฮิลล์ ซึ่งเริ่มเกิดเหตุการณ์แปลก ๆ ขึ้น โดยชวนลุ้นเอาใจช่วยตัวละครตลอดเวลา  ซึ่งจะเน้นฉายถึงตัวละครหลักในเมืองไซเลนต์ฮิลล์และมีฉายถึงตัวละครอื่น ๆ ร่วมด้วย ไม่ว่าจะเป็นในเมืองกับข้างนอก จนเมื่อค่อย ๆ เปิดเผยเรื่องราวก็จะเริ่มเกี่ยวข้องกับแม่มดและความเชื่อ ซึ่งบางส่วนอาจไม่ค่อยสมจริงไปบ้าง โดยฉากฆ่าก็มีฉากโหดบ้างและมีหักมุมเล็กน้อยในช่วงท้ายเรื่อง

คะแนนส่วนตัว 6.5/10

อ่านรีวิว Silent Hill 2 Revelation (2012) เมืองห่าผี เรฟเวเลชั่น

อ่านรีวิว Return to Silent Hill (2026) เมืองห่าผี นรกคืนชีพ

ตัวอย่าง


ขอบคุณภาพจาก IMDb Silent Hill DCP Inc. รูปหน้าปกที่ 1 / รูปหน้าปกที่ 2 / รูปหน้าปกที่ 3

วันศุกร์ที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2568

รีวิวหนัง Tormento (2025)

 



          Tormento (2025) เป็นภาพยนตร์ระทึกขวัญจากประเทศเม็กซิโกที่กำกับโดย Olallo Rubio เขียนโดย Hugo Cardozo และ Olallo Rubio นำแสดงโดย Natalia Solián, Hoze Meléndez และ Fernando Banda

           เรื่องราวของ แบรนดา มาร์ดินาส ที่เรียนทนายความและต้องการทำงานตอนกลางคืน โดยเธอถูกย้ายไปทำงานเวรยามกลางคืนที่ใหม่ในห้องเก็บศพเซเมโฟ โดยที่นั่นมีศพรายหนึ่งที่ถูกรถชนมาในคืนนั้น โดยเธอต้องอยู่เวรคนเดียวกับศพที่เธอเป็นคนชน ทำให้เธอรู้สึกหวาดกลัวมากและเริ่มถูกใครบางคนก่อกวน

           เปิดเรื่องฉายถึงตัวละครหลักที่กำลังทำงานก่อนที่จะเกิดเหตุรถชนใครบางคน จากนั้นก็ตัดเข้าเรื่องโดยฉายถึงเหยื่อที่ถูกชนก่อนฉายถึงตัวละครหลักอีกครั้ง ซึ่งได้รับโทรศัพท์ให้ไปทำงานที่ใหม่ จากนั้นก็ได้ฉายถึงศพที่ถูกรถชน หลังจากนั้นจะฉายถึงตัวละครที่ทำงานคนเดียวในตอนกลางคืน จนเริ่มฉายถึงเสียงบางอย่าง ซึ่งตามระควานตัวละครตลอดเวลา รวมทั้งศพที่ดูแปลก ๆ และไฟที่ติด ๆ ดับ ๆ เป็นช่วง ๆ ซึ่งชวนลุ้นดีว่าจะเจออะไร บวกกับสถานที่บรรยากาศที่ดูวังเวงดี โดยเมื่อเข้าสู่ช่วงกลางเรื่องจะเริ่มฉายถึงคนที่มาก่อกวนข้างนอกและเริ่มฉายถึงใครบางคนข้างใน โดยชวนทำให้คนดูสับสนหวาดระแวงไปด้วยว่าตัวละครหลอนไปเองหรือว่าเรื่องจริงกันแน่ ซึ่งสักพักศพในห้องก็ได้หายไปและตัวละครถูกขังข้างในแทน โดยเหมือนตัวละครถูกสิ่งเหนือธรรมชาติเล่นงานก่อนที่จะฉายถึงตัวละครที่ก่อกวนข้างนอกอีกครั้ง ซึ่งหลังจากนี้จะหนีออกไปข้างนอกยังไงก็มักจะกลับมายังห้องดับจิตเดิม แต่ช่วงท้ายความลุ้นที่หนังได้ทำไว้ในช่วงก่อนหน้ากลับลดลง ซึ่งช่วงท้ายดำเนินเรื่องวนมายังจุดที่ตัวละครหลักขับรถชนคนอีกครั้ง

คะแนนส่วนตัว 5/10

ตัวอย่าง 


ขอบคุณภาพจาก IMDb เครดิต BH5 Studios รูปหน้าปก

วันพฤหัสบดีที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2568

รีวิวหนัง Night Shift (2025)

 


        Night Shift (2025) เป็นภาพยนตร์สยองขวัญจากประเทศเม็กซิโก ที่มีชื่อเดิมว่า Turno Nocturno กำกับและเขียนโดย Rigoberto Castañeda นำแสดงโดย Paulina Gaitan, Tony Dalton และ Iazua Larios

          โรงพยาบาลแห่งนี้ได้รับการสร้างใหม่หลายครั้ง โดยโรงพยาบาลเดิมถูกรื้อถอนไปเมื่อหลายปีก่อน ซึ่งมีกฎกะกลางคืนว่า อย่าลืมสิ่งใด ๆ อย่าเสียสมาธิ อย่าสร้างความสัมพันธ์กับเพื่อนร่วมงาน อย่านอนเลย

           เรื่องราวของ เรเบคก้า การ์เซีย ที่มาสมัครงานเป็นพยาบาลในโรงพยาบาลจิตเวชหลังจากไม่ได้ทำงานมาสี่ปี เนื่องจากต้องดูแลพ่อแม่ โดยได้รับงานเป็นพนักงานกะกลางคืนสิบสองชั่วโมงในช่วงทดลองงานหนึ่งเดือนในหอผู้ป่วยวิกฤต ซึ่งเป็นผู้สมัครคนสุดท้าย โดยได้เริ่มทำงานทันทีในคืนนั้น แต่เมื่อเธอได้ทำงานที่นี่ไม่นานก็ได้พบกับพยาบาลลึกลับที่ตามหลอกหลอนเธอ

           เปิดเรื่องฉายถึงตัวละครหลักที่มาสมัครงานในโรงพยาบาลเม็กซิโกปี 1979 พร้อมกับปูเรื่องราวของตัวละคร ซึ่งในหนังมีฉากที่ไม่ค่อยเหมาะสมอยู่บ้าง โดยเมื่อตัวละครเริ่มทำงานก็ได้เริ่มพูดถึงกฎกะกลางคืน ซึ่งช่วงนี้ก็ได้ฉายถึงตัวละครที่ทำงานไปเรื่อย โดยทำงานอยู่คนเดียว จากนั้นก็ค่อย ๆ ฉายถึงบางอย่างแปลก ๆ ซึ่งก็ชวนลุ้นดี และได้พูดถึงพยาบาลอีกคน ซึ่งสถานที่บรรยากาศก็หลอน ๆ ดี จากนั้นก็ตัดมาในช่วงหลังจากสองสัปดาห์ โดยฉายถึงตัวละครที่ทำงานและได้เจอกับพยาบาลที่ตามหลอกหลอนอีกครั้ง ซึ่งช่วงนี้มีฉากผ่าตัดจะเห็นเลือดเยอะหน่อย หลังจากนั้นจะเริ่มเข้าสู่กฎ เมื่อทำผิดกฎจะถูกลงโทษ แต่บางช่วงก็พูดกันนานเกินความจำเป็น การดำเนินเรื่องค่อนข้างน่าเบื่อไปหน่อยและบางฉากก็ดูตลก ๆ โดยเมื่อพยาบาลเริ่มปรากฎตัวให้เห็นชัดเจนกลับลดความน่ากลัวลงไป ทำให้บรรยากาศที่ช่วงแรก ๆ ทำไว้หายไป โดยจะเน้นไปที่กฎข้อเดียวเป็นหลัก ซึ่งจะค่อย ๆ เปิดเผยเรื่องราวของพยาบาลลึกลับในช่วงท้ายเรื่อง โดยจะฉายถึงพยาบาลลึกลับที่ออกเล่นงานเหยื่อ ซึ่งจะมีฉากโหดบ้าง โดยจบแบบหักมุม

คะแนนส่วนตัว 4/10

ตัวอย่าง


ขอบคุณภาพจาก IMDb เครดิต Sony Pictures รูปหน้าปกที่ 1 / รูปหน้าปกที่ 2 / รูปหน้าปกที่ 3

วันพุธที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2568

รีวิวหนัง Black Phone 2 (2025) สายหลอน ซ่อนวิญญาณ 2

 


           Black Phone 2 (2025) สายหลอน ซ่อนวิญญาณ 2 เป็นภาพยนตร์สยองขวัญเหนือธรรมชาติของอเมริกันที่กำกับโดย Scott Derrickson ซึ่งเขียนบทร่วมกับ C. Robert Cargill และสร้างโดย Jason Blum เป็นภาคต่อของ The Black Phone (2021) นำแสดงโดย Ethan Hawke, Mason Thames, Madeleine McGraw และ Jeremy Davies กลับมารับบทเดิมของพวกเขา พร้อมกับ Demián Bichir เข้าร่วมแสดงด้วย

           โดยฉายรอบปฐมทัศน์ที่ Fantastic Fest เมื่อวันที่ 20 กันยายน 2025 และเข้าฉายในสหรัฐอเมริกาโดย Universal Pictures เมื่อวันที่ 17 ตุลาคม

          "ความสยอง และความโหด เพิ่มขึ้นกว่าภาคแรก มีความเป็น Horror-Action ที่เอาใจ FC มากขึ้น"

          หลังจากเหตุการณ์ที่ ฟินนีย์ รอดชีวิตจากแกร์บเบอร์ฆาตกรโรคจิต เกวน น้องสาวของเขาก็ฝันถึงผีเด็กอยู่บ่อยๆ โดยเธอฝันเห็นพวกเขาโดนฆ่าตายที่ ค่ายฤดูหนาวอัลไพน์ เลค ซึ่งเป็นที่ที่แม่ของเธอฆ่าตัวตายด้วย ทำให้เกวน และฟินนีย์ ต้องเดินทางไปเพื่อไขปริศนาเรื่องราวการฝันของเกวน...

          หนังลุ้นระทึกที่ในภาคนี้ค่อนข้างจะมีการนำเสนอที่ต่างจากภาคแรก แม้จะยังคงความเป็นหนังลุ้นระทึกอยู่ก็ตาม จากฆาตกรที่เคยเป็นคนกลับกลายมาเป็นผีร้าย ที่มีความโหด และความสยองที่มากขึ้นกว่าเดิม เพราะฉนั้นฉากแนวลุ้นกับจังหวะผีหลอกจะมีมากกว่า ฉากลุ้นระทึกเอาตัวรอดแบบไล่ล่ากับคนในภาคแรก

         ส่วนตัวคิดว่าหนังก็ทำออกมาได้ดูสนุกอยู่ ในการออกแบบฉากลุ้นระทึกต่างๆ แต่ว่าแอดมินชอบการนำเสนอของภาคแรกมากกว่า เพราะฉากการเอาตัวรอดจากฆาตกรมันดูบิ๊วอารมณ์ได้ดีกว่า ในขณะที่ภาคนี้มีความเป็นระทึกขวัญ แบบ Action/Horror มันจึงมีความโฉ่งฉ่างกว่า และซัดกันซึ่งหน้ามากกว่า จึงทำให้กลิ่นอายของจังหวะความลุ้นระทึกลดไปนิดนึง แต่ก็จะได้ฟิลเลือดสาด และความโหดเข้ามาแทน

           ภาคนี้มีตัวละครเพิ่มขึ้นมามากมายที่เข้ามาเกี่ยวข้อง และบทบาทของน้องสาวพระเอกจะโดดเด่นในภาคนี้แทนที่พระเอก เรียกได้ว่าพากันมาหลอนรับมือกับฆาตกรที่มีพลังมากขึ้นเพราะตัวร้ายเป็นผีแล้ว

ใครที่เป็น FC ของภาคแรก และชอบหนังแนวสยองขวัญลุ้นระทึก ก็ขอแนะนำครับ ไม่ควรพลาด

อ่านรีวิว The Black Phone (2022) สายหลอน ซ่อนวิญญาณ

คะแนนส่วนตัว 7/10

รีวิวโดย A.L. Lucky

ตัวอย่าง


ขอบคุณภาพจาก Universal Pictures รูปหน้าปกที่ 1

ขอบคุณภาพจาก IMDb เครดิต Universal Pictures รูปหน้าปกที่ 2 / รูปหน้าปกที่ 3

วันพฤหัสบดีที่ 4 กันยายน พ.ศ. 2568

รีวิวหนัง The Conjuring : Last Rites (2024) คนเรียกผี พิธีกรรมครั้งสุดท้าย

 


            The Conjuring : Last Rites (2024) คนเรียกผี พิธีกรรมครั้งสุดท้าย เป็นภาพยนตร์สยองขวัญเหนือธรรมชาติสัญชาติอเมริกันที่กำกับโดย Michael Chaves และเขียนบทโดย Ian Goldberg, Richard Naing และ David Leslie Johnson-McGoldrick โดยสร้างจากการสืบสวนเรื่องจริงของการหลอกหลอนของ Smurl ที่ทำโดยตระกูล Warren ผ่านเรื่องราวต้นฉบับที่เขียนร่วมกันโดย James Wan และ Johnson-McGoldrick นำแสดงโดย Patrick Wilson และ Vera Farmiga ซึ่งกลับมารับบทผู้สืบสวนปรากฏการณ์เหนือธรรมชาติและนักเขียน Ed และ Lorraine Warren พร้อมด้วย Mia Tomlinson และ Ben Hardy ซึ่งเป็นภาคต่อของ The Conjuring: The Devil Made Me Do It (2021) ซึ่งเป็นภาคที่ 9 และภาคสุดท้ายของจักรวาล The Conjuring โดย Chaves กลับมารับหน้าที่กำกับต่อจากภาคก่อน James Wan และ Peter Safran กลับมารับหน้าที่อำนวยการสร้างอีกครั้ง ซึ่งมีกำหนดออกฉายในสหรัฐอเมริกาในวันที่ 5 กันยายน 2025

           "ฉากระทึกขวัญค่อนข้างเยอะ ซีนต่อซีนเลย ออกแบบผีได้ดี แต่เสียดายตรงขาดที่มาที่ไป และจบง่ายไปหน่อย"

           เรื่องราวเกิดขึ้นเมื่อ ครอบครัวสเมิร์ล (Smurl) ถูกวิญญาณร้ายสุดโหดตามรังควาญ แต่ เอ็ด วอร์เรน และ ลอเรน วอร์เรน เลิกที่จะรับงานไล่ผีแล้ว จึงไม่ได้ยื่นมือเข้ามาช่วย ระหว่างนั้นจูดี้ ลูกของพวกเขาได้ถูกวิญญาณหญิงแก่รังควาญ และเรื่องราวก็ไปเกี่ยวพันกับครอบครัวของสเมิร์ล ทำให้พวกเขาจำต้องกลับมาทำพิธีไล่ผีอีกครั้งเพื่อช่วยลูก และครอบครัวสเมิร์ลอย่างเลี่ยงไม่ได้...

          นี่เป็นหนังสยองขวัญในจักรวาลหลักอย่าง Conjuring ซึ่งเป็นภาคที่ 4 แล้ว และเป็นภาคสุดท้าย ซึ่งในภาคนี้ นอกจากนักแสดงหลักเดิมๆ เราจะได้เห็นบทบาทของจูดี้ ลูกสาวของครอบครัววอร์เรนมีพัฒนาการและบทบาทมากขึ้นด้วย ส่วนเจ้าผีตัวร้ายในภาคนี้สุดโหดมาก มีมาถึง 2 ตัว คือผียายแก่ กับผีฆาตกรถือขวาน ที่ออกแบบตัวละครผีได้น่ากลัวมาก และในเรื่องของซีนสยอง ภาคนี้ค่อนข้างจัดมา Entertain คนดูเยอะจนคุ้มจริงๆ เรียกได้ว่าสยองลุ้นระทึกกันซีนต่อซีนเลย

           แต่ส่วนตัวรู้สึกว่าภาคนี้ยังมีจุดอ่อนในเรื่องการปูเรื่อง ที่มาที่ไปของตัวละครผี และบทสรุปที่รู้สึกว่ามันจบง่ายไปหน่อย ทั้งๆ ที่เจ้าผีนี่จัดเต็มซะจนครอบครัววอร์เรนร่อแร่เลย

           ภาพรวมนี่จึงเป็นหนังสยองขวัญที่ขายความสยอง ตื่นเต้นลุ้นระทึกอย่างเต็มที่เพื่อความบันเทิงจริงๆ FC หนังสยองขวัญ และ Conjuring ไม่ควรพลาด ใครไม่เคยดูภาคก่อนก็ดูภาคนี้รู้เรื่องครับ และมีฉากระหว่าง และหลัง End credit ให้ชมกันด้วยนะครับ

คะแนนส่วนตัว 7.5/10

รีวิวโดย A.L. Lucky


           เรื่องราวของ เอ็ด วอร์เรน และ ลอเรน วอร์เรน ที่ได้เกษียรณเลิกรับงานไล่ผีแล้วต้องกลับมาไล่ผีอีกครั้ง เนื่องจาก ครอบครัวสเมิร์ล ได้ถูกวิญญาณร้ายในบ้านคุกคามหลังจากได้รับกระจกโบราณมาจนถึงขั้นถูกทำร้ายเกือบเอาชีวิตไม่รอด ซึ่งมีวิญญาณร้ายสามดวงที่ตามอาฆาต แต่มีวิญญาณร้ายนอกเหนือจากนั้นที่อยู่เบื้องหลัง โดยมีจุดหมายแท้จริงอยู่ที่ จูดี้ ลูกสาวของพวกเขา ที่มีสัมผัสพิเศษเหมือนกับแม่ของเธอ

           เปิดเรื่องด้วยการฉายถึงเรื่องราวในอดีตของ เอ็ด และ ลอเรน สมัยวัยรุ่นที่ได้สืบสวนกระจกโบราณก่อนที่จะให้กำเนิดลูกสาว ซึ่งเกือบต้องเสียลูกสาวไปในปี 1964 โดยมีฉายเรื่องราวในอดีตของตัวละครเป็นช่วง ๆ ก่อนตัดเข้าเรื่องในปี 1986 โดยเมื่อเข้าเรื่องก็ได้ฉายถึงครอบครัวสเมิร์ลก่อนที่จะได้รับกระจกโบราณ ซึ่งเป็นกระจกที่เอ็ด และ ลอเรนได้พบเจอในช่วงเปิดเรื่อง โดยเมื่อได้เปิดผ้าคลุมกระจกนั้นก็ค่อย ๆ เกิดเรื่องแปลก ๆ ขึ้น โดยตัวละครแต่ละคนก็ค่อย ๆ เจอเรื่องเหล่านี้ ซึ่งฉากสยองขวัญแต่ละฉากค่อนข้างเดาได้ง่ายมากไม่ค่อยแปลกใหม่เท่าไหร่ จึงดูแล้วไม่ค่อยลุ้นมากนัก โดยบางฉากจะใช้เสียงดังให้ตกใจเล็กน้อย ซึ่งมักจะฉายถึงปีศาจสามตน ซึ่งปีศาจก็ดูน่าสนใจดี โดยระหว่างนั้นก็ฉายสลับกับครอบครัววอร์เรนก่อนที่จะมีเหตุให้มายังบ้านของครอบครัวสเมิร์ล ซึ่งจุดนี้ก็มาแนวเดิม ๆ จากภาคก่อน ๆ คือจะมีครอบครัวหนึ่งที่เกิดเรื่องเหนือธรรมชาติก่อนที่ครอบครัววอร์เรนจะมาช่วย โดยช่วงนี้ก็ได้ฉายถึงจูดี้และลอเรนที่ได้พบเจอเหตุการณ์เหล่านี้เช่นกัน ซึ่งก็มีฉายถึงสิ่งของผีสิงในพิพิธภัณฑ์บ้านลอเรนให้ได้เห็นอีกครั้ง โดยสิ่งของเหล่านี้บางอย่างก็ได้ปรากฎออกมาหลอกหลอนด้วย ซึ่งก็มีสอดแทรกอารมณ์อื่น ๆ ร่วมด้วย โดยช่วงท้ายจะเน้นการไล่ผีในบ้านของครอบครัวสเมิร์ล ที่มีทั้งฉากลุ้นระทึกและการเข้าสิง ซึ่งก็ชวนลุ้นเอาใจช่วยตัวละครดี โดยช่วงนี้ก็จะค่อย ๆ เปิดเผยเรื่องราวเกี่ยวกับปีศาจสามตนที่ตามคุกคาม ถึงแม้จะปราบผีได้ง่ายไปหน่อยและเสียดายที่ไม่ได้ฉายถึงปีศาจอีกตัวที่อยู่เบื้องหลัง โดยก่อนจบก็ได้อธิบายเรื่องราวคร่าว ๆ ที่เกิดขึ้นจริง หลังจากนั้นครอบครัวสเมิร์ลก็ได้อาศัยอยู่ในบ้านอีกสามปี และวอร์เรนก็เก็บกระจกที่ถูกสาปไว้อย่างปลอดภัยในพิพิธภัณฑ์ของพวกเขา เอ็ด ได้เสียชีวิตลงในวัย 74 ปี เนื่องจากเส้นเลือดในสมองแตก ส่วน ลอเรน ก็ไม่ได้แต่งงานใหม่และเสียชีวิตในวัย 92 ปี จึงเหมือนเป็นภาคสุดท้ายของคอนเจอริ่ง พิธีกรรมครั้งสุดท้าย นั่นเอง แต่ในหนังก็เหมือนได้ทิ้งท้ายไปสู่ภาคแยกตามในข่าว

คะแนนส่วนตัว 6/10

รีวิวโดย 刘心爱 

ตัวอย่าง


ขอบคุณภาพจาก Warner Bros. Pictures รูปหน้าปกที่ 1

ขอบคุณภาพจาก IMDb เครดิต Warner Bros. Pictures รูปหน้าปกที่ 2 / รูปหน้าปกที่ 3

วันเสาร์ที่ 23 สิงหาคม พ.ศ. 2568

รีวิวหนัง Pabrik Gula (2025) โรงงานผีดุ

 


            Pabrik Gula (2025) โรงงานผีดุ เป็นภาพยนตร์สยองขวัญเหนือธรรมชาติจากอินโดนีเซียที่กำกับโดย Awi Suryadi โดยอิงจากเรื่องราวไวรัลที่มีชื่อเดียวกันซึ่งเขียนโดย SimpleMan ผลิตโดย MD Pictures แสดงนำโดย Arbani Yasiz, Ersya Aurelia และ Erika Carlina

           เมื่อเจ็ดปีที่แล้วเกิดไฟไหม้โกดังครั้งใหญ่ ทุกคนได้เสียชีวิต เพราะว่าพวกเขาออกไปเดินเล่นข้างนอกในเวลากลางคืน ทุกคืนวิญญาณของพวกเขาจะเดินวนไปวนมาอยู่ในโรงงาน

          เรื่องราวของ หนานหนิง, เอ็นดาห์, วาติ, เฮนดรา, ฟาดุล, แฟรงกี้ และ ดวี คนงานจากเมืองอื่นที่ถูกจ้างมาทำงานที่โรงงานน้ำตาลเก่าในชนบท เนื่องจากคนในพื้นที่ไม่อยากทำงานที่นี่ ซึ่งที่นี่ได้เงินเดือนเยอะ แถมมีที่พักให้ แต่เมื่อถึงเวลาเคอร์ฟิวพวกเขาต้องอยู่ในที่พักห้ามออกมาข้างนอก แต่ก่อนที่จะกำหนดเคอร์ฟิวได้มีคนติดตามใครบางคนออกจากที่พักไปยังโรงงาน และได้เห็นบางอย่างที่นั่น ซึ่งหลังจากนั้นก็ได้เกิดเรื่องแปลก ๆ ขึ้น โดยมีบางสิ่งที่ทำให้พวกมันโกรธ

           เปิดเรื่องฉายถึงตัวละครหลักที่กำลังถูกพาไปยังโรงงานในชวาตะวันออก 2003 ซึ่งเมื่อมาถึงก็ค่อย ๆ ฉายถึงบางอย่างที่นี่ แต่บางจุดก็มาแนวเดิม ๆ จากนั้นก็ตัดเข้าเรื่อง โดยฉายถึงตัวละครที่มาทำงาน ซึ่งก็มีอธิบายสิ่งต่าง ๆ คร่าว ๆ จากนั้นก็ฉายถึงตัวละครที่ทำงานไปเรื่อย และเริ่มพูดถึงเรื่องราวเกี่ยวกับโรงงาน ซึ่งหลังจากที่ตัวละครได้เดินออกจากกระท่อมในตอนกลางคืนก็เริ่มเจอเรื่องลี้ลับต่าง ๆ โดยจะฉายถึงวิญญาณที่ตายแล้วในสภาพที่ถูกเผา ซึ่งก็ชวนลุ้นดีว่าจะโผล่มาเมื่อไหร่ ซึ่งบรรยากาศก็ทำได้ชวนขนลุกดี โดยจะค่อย ๆ เกิดกับตัวละครทีละคน ในขณะที่ตัวละครอีกสองคนก็กำลังทำพิธีไปด้วย ซึ่งได้เข้ามาช่วยทำพิธีในเวลาต่อมา และค่อย ๆ เปิดเผยเรื่องราวในสิ่งที่ทำให้วิญญาณโกรธจากการเล่าเรื่องของตัวละครที่เกิดขึ้น ซึ่งก็ชวนติดตามว่าเป็นฝีมือใคร โดยหลังจากนั้นก็ได้เปิดเผยทันที ซึ่งได้ฉายถึงปีศาจด้วย แต่ฉายแค่นิดเดียว โดยช่วงท้ายจะมาในแนวเข้าสิง ซึ่งดูแล้วค่อนข้างน่าเบื่อไปหน่อย โดยจบทิ้งท้ายเหมือนมีต่อ

คะแนนส่วนตัว 5.5/10

ตัวอย่าง


ขอบคุณภาพจาก MD Pictures รูปหน้าปกที่ 1 / รูปหน้าปกที่ 2

วันพฤหัสบดีที่ 7 สิงหาคม พ.ศ. 2568

รีวิวหนัง Weapons (2025) เวเพินส์

 


       Weapons (2025) เวเพินส์ เป็นภาพยนตร์ลึกลับสยองขวัญของอเมริกาที่เขียน ผลิตและกำกับโดย Zach Cregger นำแสดงโดย Josh Brolin, Julia Garner, Cary Christopher, Alden Ehrenreich, Austin Abrams, Benedict Wong และ Amy Madigan 

          โดยมีกำหนดฉายในสหรัฐอเมริกาโดย Warner Bros. Pictures ในวันที่ 8 สิงหาคม 2025 

"สร้างความตื่นเต้นลุ้นระทึก ด้วยสิ่งที่เรามองไม่เห็น จนนำไปสู่ไคลแมกซ์ที่ทำเอาเหวอ และโหดจนคาดไม่ถึง"

          เรื่องราวของเด็กนักเรียนโรงเรียนหนึ่งที่หายตัวไปอย่างลึกลับทั้งห้องในคืนเดียว เหลือเพียงเด็กผู้ชายคนหนึ่งที่มาเรียนตามปกติ ทำให้ทั้งเมืองต้องพยายามตามหาเด็กกลับมา และครูประจำชั้นนักเรียนห้องนี้ก็เป็นผู้ต้องสงสัยจากผู้คนในเมืองว่าเธอมีส่วนเกี่ยวพันกับเด็กที่หายไปทั้งหมด

          นี่เป็นหนังตื่นเต้น ลุ้นระทึก ปนสืบสวน ที่มีเรื่องเหนือธรรมชาติเข้ามาเกี่ยวข้อง ที่นำเสนอออกมาได้ชวนติดตามเป็นอย่างยิ่ง หนังทิ้งปริศนาเรื่องเด็กหายเป็นพล็อตหลัก และค่อยๆ ปล่อยรายละเอียดเหนือธรรมชาติออกมาเรื่อยๆ ให้เราคาดเดาว่าใครหรืออะไรอยู่เบื้องหลังเหตุการณ์นี้ ซึ่งสิ่งต่างๆ ที่หนังค่อยๆ ใส่มาเรื่อยๆ มันดูแปลกประหลาด ทั้งหลอน ทั้งน่ากลัว ทำให้เราทั้งลุ้น ทั้งอยากรู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้น และเด็กๆ ที่หายไปจะกลับมาหรือไม่

          ตัวหนังรู้ว่าจะทำให้คนดูสะพรึงกลัว และลุ้นระทึกได้ด้วยวิธีไหน โดยไม่ต้องใส่ผีหรือฉากสะดุ้งเข้ามาเลย เพราะสิ่งที่ดูน่ากลัวคือ ฉากหลอนๆ พฤติกรรมท่าทางที่แปลกประหลาด ความไม่น่าไว้ใจของตัวละคร และฉากโหดๆ ก็เพียงพอให้หนังมันดูน่ากลัวได้อย่างถึงขีดสุดเลย

          ในภาพรวมสำหรับคอหนังสยองขวัญ และคอหนังสืบสวนไขปริศนานี่ขอแนะนำเลย และถ้าคุณชอบแนวโหดๆ ลุ้นระทึกด้วย เรื่องนี้ถือว่าตอบโจทย์เลยครับ

คะแนนส่วนตัว 9/10

รีวิวโดย A.L. Lucky


          เรื่องราวของ จัสติน แกนดี้ ครูประจำชั้นของนักเรียนห้องหนึ่งที่ถูกผู้ปกครองและประชาชนกล่าวหาว่าเป็นแม่มดที่ลักพาตัวเด็ก ๆ ในห้องทั้งสิบเจ็ดคนไป โดยมีเพียง อเล็กซ์ ลิลลี่ ที่ยังคงมาเรียนอยู่คนเดียว ทำให้เขาถูกสอบสวนว่าเด็กคนอื่น ๆ หายไปไหน ซึ่งก็ได้แต่บอกว่าไม่รู้ ซึ่งเรื่องนี้ทำให้เธอเครียดมากจนต้องลงมือสืบหาความจริงด้วยตัวเองจนค่อย ๆ พบกับเรื่องราวแปลกประหลาดที่เกิดขึ้น

           เปิดเรื่องด้วยการเกริ่นนำเรื่องราวเกี่ยวกับการหายตัวไปของเด็ก ๆ พร้อมกับฉายถึงตัวละครหลักไปด้วยก่อนตัดเข้าเรื่อง ซึ่งช่วงแรกเหมือนกับการเล่าเรื่อง จึงดูค่อนข้างน่าเบื่อไปหน่อย โดยจะฉายถึงตัวละครหลักที่ต้องถูกคนอื่นคุกคามและกล่าวหาเกี่ยวกับแม่มดจนเกิดความเครียดและหลอนเห็นสิ่งต่าง ๆ รวมทั้งหวาดระแวงผู้คน ซึ่งดูแล้วก็สงสารตัวละคร แต่จุดนี้กลับดูขัดใจผู้ปกครองที่ต่างโทษนางเอกว่าเป็นผู้กระทำ ทั้ง ๆ ที่ไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรเลย จากนั้นก็ค่อย ๆ ฉายถึงบางอย่างแปลก ๆ ในบ้านของอเล็กซ์ รวมทั้งสิ่งต่าง ๆ ในบ้านที่ดูลึกลับ ซึ่งก็ชวนให้ติดตามว่าคืออะไรและมีอะไรในบ้านนั้นกันแน่ โดยเด็ก ๆ ที่หายตัวไปต่างวิ่งในท่าทางเดียวกันหมดและมุ่งหน้าเข้าไปในป่าและหายไป ซึ่งกล้องวงจรปิดที่มีสามารถจับภาพได้แค่นั้น โดยระหว่างนั้นมักจะฉายถึงผู้หญิงประหลาดลึกลับคนหนึ่งที่ทำตัวแปลก ๆ รวมทั้งค่อย ๆ ฉายถึงตัวละครแต่ละคนที่มีส่วนเกี่ยวข้อง ซึ่งหนังจะฉายย้อนเรื่องราวของตัวละครเหล่านั้นทีละคนจนวนกลับมาในเหตุการณ์ปัจจุบัน แต่กว่าจะฉายแต่ละคนจนหมดก็ค่อนข้างนานไปหน่อยและบางส่วนก็ไม่ค่อยจำเป็นต้องฉายถึงเท่าไหร่ แต่บางช่วงก็ทำได้น่าสนใจดี โดยเฉพาะช่วงที่ป้าของเด็กปรากฎตัวและทำพิธีบางอย่าง ซึ่งเหมือนกับเล่นของ โดยช่วงนี้จะเริ่มเปิดเผยเรื่องราวบางส่วน และอีกส่วนจากการสืบสวนจากจุดเชื่อมโยงในกล้องวงจรปิด ซึ่งนอกจากจะสงสารตัวละครหลักแล้วก็ยังสงสารอเล็กซ์ด้วยและชวนลุ้นเอาใจช่วยตัวละครไปด้วย โดยเฉพาะช่วงที่ฉายในบ้าน ทำได้ลึกลับหลอน ๆ ดี ซึ่งช่วงท้ายเรื่องเล่นงานตัวต้นตอของเรื่องได้สะใจดี จนชวนให้ขำไปด้วย แต่ฉากโหดมีน้อยไปหน่อย มีแค่ช่วงท้าย ๆ เรื่อง ทั้ง ๆ ที่ได้เป็นหนังเรตสิบแปดบวกเลยและเดาเรื่องได้ง่ายไปหน่อย

คะแนนส่วนตัว 5.5/10

รีวิวโดย 刘心爱

ตัวอย่าง


ขอบคุณภาพจาก BoulderLight Pictures รูปหน้าปกที่ 1

ขอบคุณภาพจาก IMDb เครดิต BoulderLight Pictures รูปหน้าปกที่ 2

วันเสาร์ที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2568

รีวิวหนัง Noise (2025) เสียงซ่อนผี

 


            Noise (2025) เสียงซ่อนผี เป็นภาพยนตร์สยองขวัญระทึกขวัญจากเกาหลีใต้ในปี 2024 กำกับโดย Kim Soo-jin ซึ่งเป็นผลงานกำกับภาพยนตร์ครั้งแรก นำแสดงโดย Lee Sun-bin, Kim Min-seok, Han Su-a, Ryu Kyung-soo, Jeon Ik-ryung และ Baek Joo-hee

            โดยเปิดตัวที่เทศกาลภาพยนตร์นานาชาติทอรอนโต 2024 ในวันที่ 7 กันยายน 2024 ถูกฉายโรงภาพยนตร์ในวันที่ 25 มิถุนายน 2025 ที่ประเทศเกาหลีใต้

            "Location ในแต่ละซีนออกแบบได้หลอนมาก หนังเล่นกับเสียง และบรรยากาศที่ชวนเสียวสันหลัง แต่เสียดายที่บทบาทของผีมีน้อยไปหน่อย"

            เรื่องราวของ จูยอง (อีซนบิน)​ สาวหูหนวกที่กำลังตามหา จูฮี (ฮันซูเอ)​ น้องสาวที่หายตัวไปจากห้องพักในอพาร์ทเมนต์ของพวกเธอเอง โดยมีเบาะแสจากคำบอกเล่าของจูฮีก่อนที่จะหายตัวไปว่าเธอมักจะได้ยินเสียงแปลกๆ รบกวนมาจากห้องข้างบนอยู่บ่อยๆ จูยองจึงต้องตามสืบว่าเสียงที่มาจากห้องข้างบนเกี่ยวข้องกับการหายไปของน้องสาวเธอหรือไม่...?

            หนังผีจากเกาหลี ที่ได้บรรยากาศและ Location เป็นตัวบิ๊วอารมณ์และบรรยากาศหลอนๆ ทำให้หนังยังคงลุ้นและเสียวสันหลังไปกับการสร้างซีนที่ว่ามา เพียงแต่ว่าถ้าคาดหวังจะเจอผีโผล่มาบ่อยๆ อาจผิดหวังได้ อย่างที่ว่ามาส่วนตัวจึงรู้สึกว่าเสียดายบรรยากาศ และ Location ที่บิ๊วมาให้หวาดเสียวเล่นๆ แต่มันไม่ค่อยมีอะไรโผล่มาให้สะดุ้งเลย ผีนี่ออกมา 2-3 ฉาก แบบวับๆ แวมๆ ให้ขนลุกอยู่บ้าง ส่วนไคลแมกซ์ก็มาแนวสไตล์เกาหลีที่หักมุมนิดหน่อย

           การแสดงของ อีซนบิน และฮันซูเอ ในบทสองพี่น้องการทำได้ดี ทำให้รู้สึกน่าสงสารที่คนน่ารักทั้งสองคนต้องมาเจออะไรแบบนี้

           ใครที่ชอบหนังผีแนวเน้นบรรยากาศและ Location หลอนๆ ไม่เน้นผีสะดุ้งตุ้งแช่สักเท่าไหร่ก็ขอแนะนำเลยครับ

คะแนนส่วนตัว 6.5/10

รีวิวโดย A.L. Lucky

ตัวอย่าง


ขอบคุณภาพจาก Studio Finecut รูปหน้าปกที่ 1

ขอบคุณภาพจาก IMDb เครดิต Studio Finecut รูปหน้าปกที่ 2 / รูปหน้าปกที่ 3

วันอังคารที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2568

รีวิวหนัง Them, Behind the Door (2025) เปิด DOOR เห็นผี

 


        Them, Behind the Door (2025) เปิด DOOR เห็นผี เป็นภาพยนตร์สยองขวัญจากจีนที่กำกับโดย Joe Chien นำแสดงโดย Amber An, Run-yin Bai และ Kaiser Chuang

           "หนังผีจีนที่ใส่ผีเข้ามารัวๆ พร้อมกับบรรยากาศอพาร์ทเมนต์หลอนๆ ที่คนขวัญอ่อนมีสะดุ้ง"

            เรื่องราวของ เฉินเหว่ย (ไอวี่ หยิน)​ พาลูกสาวหลบหนีจากสามีที่จ้องจะทำร้ายร่างกายเธอและลูก โดยเธอมาหาเช่าอพาร์ทเมนต์ที่บัตเตอร์ฟลายแมนชั่น ซึ่งลุงเหลียงผู้จัดการอพาร์ทเมนต์ได้ให้เธอไปพักที่ชั้น 6 ซึ่งเป็นชั้นที่มีห้องปิดตาย และลือกันว่าเป็นชั้นที่มีผีดุ ทำให้ลุงชาน หมอผีต้องมาช่วยทำพิธีขับไล่วิญญาณให้เธอ แต่เรื่องราวมันไม่ได้จบง่ายๆ เพราะที่พักแห่งนี้มีความลับอันน่าสะพรึง และมีวิญญาณที่อาฆาตแค้นอยู่อีกหลายดวง...!

           เป็นหนังผีสัญชาติจีน ที่ทำออกมาตอบโจทย์คอหนังสยองขวัญ ที่อยากเห็นผีรัวๆ มีโผล่กันมาหลายตัวอีกด้วย แถมยังคาดเดาเนื้อเรื่องไม่ได้อีก บอกเลยว่ามีหักมุมไปมาแน่นอน แถมบรรยากาศของสถานที่ถ่ายทำก็ดูหลอนดี เป็นอพาร์ทเมนต์ที่ทั้งเก่า ทั้งหลอน จะถูกแค่ไหน เราคนนึงล่ะที่ไม่ขอไปอยู่ 

            แต่ถึงแม้ข้อดีของหนังคือมีผีโผล่บ่อยๆ แต่ถ้าสำหรับใครที่มีภูมิคุ้มกัน ดูหนังผีมาบ่อยแล้ว ก็พอที่จะคาดเดาได้บ้าง ว่าผีมันจะโผล่มาตอนไหน แบบไหน ท่าไหน ก็น่าจะเอาอยู่ แต่ถ้าคนขวัญอ่อนแต่ชอบดูหนังผีนี่ น่าจะลุ้นระทึกตอบโจทย์ความน่ากลัวตามประเภทหนังเลย 

           ฉากตัดต่ออาจมีงงๆ นิดหน่อย ดูบางซีนอาจตัดห้วนๆ แปลกๆ แต่ก็พอจะรับรู้และเข้าใจเนื้อเรื่องได้อยู่ 

           ภาพรวมก็เป็นหนังผีที่ดูสนุก ทำออกมาเพื่อความบันเทิงจริงๆ แถมยังหักมุมสับขาหลอกให้คนดูเดาทางไม่ถูกด้วย ใครอยากรู้ว่าดอ เอ้ยประตูเกี่ยวข้องยังไงกับผีก็ลองเข้าไปชมกันนะครับ

คะแนนส่วนตัว 6.5/10

รีวิวโดย A.L. Lucky


           ตึกที่มีคนตายมากมาย โดยเฉพาะการโดดตึกฆ่าตัวตาย เมื่อย้ายเข้าแล้วไม่สามารถย้ายออกได้

          เรื่องราวของ เฉินเหว่ย ที่พา ซือหย่า (หย่าหยา) ลูกสาวย้ายมาอยู่ที่อพาร์ทเมนต์บัตเตอร์ฟลายแมนชั่นในราคาถูก เพื่อหนีสามีที่ชอบทำร้ายพวกเธอ โดยลุงเหลียงผู้จัดการได้ให้เธอไปพักที่ชั้นหกห้องหกศูนย์หก แต่เมื่อเธอมาอยู่ที่นี่ก็ได้พบเจอเรื่องราวเหนือธรรมชาติที่นี่

           เปิดเรื่องฉายถึงตัวละครหลักที่มาขอเช่าห้อง ซึ่งได้ฉายถึงความลับบางอย่างที่ตัวละครปกปิดไว้ โดยสถานที่บรรยากาศทำได้หลอนดีและสักพักก็ได้ฉายถึงผีเลย แถมฉายบ่อยอีกต่างหาก รวมทั้งลูกสาวที่เหมือนกำลังเล่นกับใครบางคนและมักจะฉายถึงคนที่โดดตึกฆ่าตัวตายบ่อย ๆ ซึ่งถือได้ว่าเข้าเรื่องได้เร็วดี แต่บางจุดก็มาแนวเดิม ๆ ซึ่งจะค่อย ๆ ฉายถึงเรื่องแปลก ๆ ที่เกิดขึ้นกับตัวละครหลัก รวมทั้งคำพูดที่ดูน่าสงสัยและตัวละครลึกลับที่มีปัญหาภายในครอบครัว โดยจะค่อย ๆ เปิดเผยเรื่องราวทีละน้อย ซึ่งเกี่ยวข้องกับห้องหกศูนย์หก แต่ดูไปดูมาไม่ค่อยเกี่ยวกับชื่อเรื่องเท่าไหร่ แถมทำได้ไม่ค่อยน่าสนใจมากนัก โดยช่วงท้ายเกิดโรคระบาดทำให้ทุกคนข้างในต้องถูกกักตัว ซึ่งตัวละครหลักต้องเอาชีวิตรอดจากสามีเพิ่มด้วยและมีหักมุมแบบคิดไม่ถึง แต่ก็มีบางจุดที่ดูขัดใจไปหน่อย

คะแนนส่วนตัว 5/10

รีวิวโดย 刘心爱

ตัวอย่าง


ขอบคุณภาพจาก IMDb รูปหน้าปกที่ 1 / รูปหน้าปกที่ 2 / รูปหน้าปกที่ 3

วันพฤหัสบดีที่ 29 พฤษภาคม พ.ศ. 2568

รีวิวหนัง The Haunted Apartment Miss K (2024) ผีนรก 610

 


             The Haunted Apartment Miss K (2024) ผีนรก 610 เป็นภาพยนตร์สยองขวัญจากอินโดนีเซียที่กำกับโดย Guntur Soeharjanto เขียนโดย Riheam Junianti นำแสดงโดย Cinta Laura Kiehl, Arifin Putra และ Callista Arum

             ไม่ว่าใครก็ตามที่ล่วงล้ำเข้าไปในห้อง 610 ไม่เกินสี่วันพบคล่ำ คนผู้นั้นจะต้องตายภายในสี่วันตอนพบคล่ำ

            เรื่องราวของ อัลมา ที่ต้องทำงานในร้านอาหารหาเงินมารักษาแม่และส่ง มียา น้องสาวเรียนหนังสือ แต่แล้วก็ได้ข่าวร้ายว่าแม่เสียชีวิต ในขณะที่ ไรยาน แฟนของเธอต้องไปทำงานที่สุราบายา จึงแนะนำให้เธอย้ายไปอยู่สุราบายาด้วย เพื่อจะได้ช่วยเหลือได้สะดวก อีกทั้งที่นั่นเป็นเมืองใหญ่สามารถหางานทำได้ง่ายและเป็นการเริ่มต้นชีวิตใหม่ แต่แล้วเธอก็ได้งานผู้จัดการอพาร์ตเมนต์ซัสมายา ซึ่งเป็นที่เดียวที่รับเธอและเงินเดือนดี แต่เมื่อเธอได้เข้ามาทำงานที่นี่ก็มีเหตุให้ต้องขึ้นไปยังห้อง 610 ในชั้นหก และใครก็ตามที่ได้เข้าไปที่นั่นจะต้องตายภายในสี่วันตอนพบคล่ำ

            เปิดเรื่องฉายถึงสุราบายา พฤศจิกายน ปี 1998 โดยฉายถึงตัวละครที่เล่าเรื่องราวทุกอย่างเกี่ยวกับห้อง 610 โดยเริ่มต้นขึ้นเมื่อสี่วันก่อน ตั้งแต่เพดานห้อง 510 ที่มีน้ำรั่ว ซึ่งเกิดจากห้อง 610 แต่ว่าชั้น 6 ปิดอยู่และไม่ให้ใครเข้าไป จากนั้นก็ฉายถึงตัวละครที่ตัดสินใจขึ้นไปดูเอง ซึ่งบรรยากาศสถานที่มืด ๆ หลอน ๆ น่ากลัวดี ก่อนที่จะฉายถึงเสียงพูดของผู้หญิงลึกลับ ซึ่งเสียงพูดก็บ่งบอกว่าไม่น่าใช่มนุษย์ โดยทิ้งท้ายคำพูดบางอย่าง จากนั้นก็ตัดมาที่ตัวละครที่เป็นคนเล่าเรื่อง ซึ่งหลังจากนั้นก็มีบางอย่างไม่ชอบมาพากลรู้สึกเหมือนมีคนตามตลอด โดยวันนี้เป็นวันที่สี่ จากนั้นก็เริ่มฉายถึงบางอย่างที่มาเอาชีวิตก่อนตัดเข้าเรื่องฉายถึงตัวละครหลักในจาร์กาตา ธันวาคม ปี 1998 ซึ่งเป็นการปูที่มาที่ไปของตัวละครก่อนมีเหตุให้ไปยังอพาร์ตเมนต์ พร้อมกับพูดถึงเหตุฆาตกรรมฆ่าหั่นศพของตัวละครในช่วงเปิดเรื่อง ซึ่งเมื่อมาถึงอพาร์ตเมนต์เจ้าของก็ได้แนะนำสิ่งต่าง ๆ ซึ่งดูเหมือนมีความลับปกปิดไว้และได้พูดถึงคดีฆ่าหั่นศพที่เคยเกิดขึ้นในปีเดียวกัน โดยไม่พบร่องรอยฆาตกรและเหยื่อไม่ได้ตายที่อพาร์ตเมนต์ แต่ตายที่อื่น ซึ่งดำเนินเรื่องสอดแทรกการสืบสวนคดีไปด้วย ทำได้ชวนติดตามดี จากนั้นก็เริ่มฉายถึงอาการน้ำรั่วบนเพดานที่เกิดขึ้น โดยมาจากชั้นหก รวมทั้งเหยื่อที่ตายที่อาศัยอยู่ห้องข้าง ๆ จนมีเหตุให้ตัวละครต้องขึ้นไปชั้นหกและห้อง 610 จากนั้นก็มาในรูปแบบเดียวกันในช่วงเปิดเรื่องและเริ่มเกิดเรื่องแปลก ๆ ขึ้นกับตัวละคร ซึ่งก็ทำได้น่าสนใจดี ถึงแม้จะพอเดาเรื่องได้บ้าง โดยเมื่อดำเนินเรื่องไปสักพักก็ค่อย ๆ เปิดเผยเรื่องราวทีละน้อยจากเจ้าของส่วนหนึ่งและจากการสืบสวนอีกส่วน โดยช่วงกลางเรื่องมีคนได้แนะนำหมอผีให้ ซึ่งไม่สามารถไล่ผีได้ แต่ต้องหาทางช่วยให้หมดห่วงด้วยการหาสื่อกลางที่เป็นของรักของเจ้าของมาเพื่อสื่อสาร ซึ่งก็ชวนลุ้นเอาใจช่วยตัวละครว่าจะแก้ปัญหายังไง โดยช่วงท้ายจะเน้นไปที่การสืบสวนตามเบาะแสที่พบ จนเมื่อได้สื่อสารกับวิญญาณก็ได้เปิดเผยเรื่องราวเพิ่มเติม แต่ไม่ได้ฉายถึงฆาตกรชัดเจน ซึ่งก็ชวนให้ติดตามต่อไป โดยมีหักมุมในช่วงท้ายเรื่อง ถึงแม้ว่าจะไม่ได้แปลกใจมาก แต่ก็ถือว่าทำได้เนียนดี ซึ่งก็ชวนลุ้นเอาใจช่วยตัวละครสุด ๆ โดยก่อนจบได้เล่าถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นจริงจากอพาร์ตเมนต์สุดหลอนในสุราบายา ผู้อยู่อาศัยยังพบมิสเคและลูกสาววนเวียนอยู่บ่อย ๆ ได้ยินเสียงร้องไห้ในยามค่ำคืน ข้าวของเคลื่อนย้ายเองได้ และมีหลายคนถูกผีสิง ผู้อยู่อาศัยทยอยออกจากอพาร์ตเมนต์และต้องปิดกิจการจนถึงปัจจุบัน

คะแนนส่วนตัว 6.5/10

ตัวอย่าง


ขอบคุณภาพจาก IMDb เครดิต D.T. Films รูปหน้าปกที่ 1 / รูปหน้าปกที่ 2 / รูปหน้าปกที่ 3

วันจันทร์ที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2568

รีวิวหนัง Sorop (2024)

 



              Sorop (2024) เป็นภาพยนตร์สยองขวัญอินโดนีเซียปี 2024 ที่กำกับโดย Upi และผลิตโดย Manoj Punjabi นำแสดงโดย Hana Malasan, Yasamin Jasem, Ratu Felisha, Egi Fedly และ Brilliana Arfira เข้าฉายในวันที่ 19 ธันวาคม 2024

            จากแสงสว่างสู่ความมืดมิด ถึงเวลาที่ดวงวิญญาณจะออกมา หากคุณต้องการทำลายมนุษยชาติและได้สิ่งที่คุณต้องการ คุณจะต้องถือศีลอดโซโรป วิญญาณของผู้ที่เจ้ากินแผ่นดินของเขาจะช่วยคุณ สี่สิบวันคนที่คุณเกลียดจะถูกทรมานแล้วถูกทำลาย แต่ถ้าไม่ถือศีลอดโซโรปจนครบ ดวงวิญญาณของผู้ที่เจ้ากินหลุมศพของเขาจะหันมาทรมานคุณจนกระทั่งคุณกลับคืนสู่ดินแดนที่คุณกินเข้าไป

            เรื่องราวของ ฮานีฟ และ อิสตี สองพี่น้อง ที่ได้รับข่าวร้ายจาก ป้าไซด้า ว่า ลุงโคอร์ กำลังจะตายและเรียกตัวกลับ พวกเธอจึงรีบกลับมาทันทีและเมื่อได้เจอลุงก็ต้องแปลกใจที่ตัวของเขาเย็นและอยู่ ๆ ก็มีอาการชักก่อนเสียชีวิตลง ซึ่งป้าไซด้าบอกว่าก่อนหน้าลุงโคเออร์พยายามฆ่าตัวตายมาหลายครั้ง พวกเธอจึงต้องอยู่รอส่งศพลุงก่อนกลับบ้าน รวมทั้งต้องอยู่ที่นี่เจ็ดวัน แต่เมื่อพวกเธออยู่ที่นี่ได้ไม่นานก็รู้สึกถึงบางอย่างแปลก ๆ และสัมผัสได้ถึงลุงที่ตามหลอกหลอน ซึ่งจะหนีกลับบ้านก็ไม่ได้

            เปิดเรื่องฉายถึงตัวละครที่มาส่งของและได้เจอกับเจ้าของบ้านที่มีอาการเหมือนถูกผีเข้าก่อนผูกคอฆ่าตัวตายและตัดเข้าเรื่องฉายถึงตัวละครหลักก่อนที่จะถูกเรียกตัว ซึ่งช่วงที่กำลังเดินทางได้ฉายถึงเรื่องราวของตัวละครหลักในวัยเด็กที่เจอกับเหตุการณ์ถูกปีศาจเข้าสิง โดยจะฉายถึงเรื่องราวในวัยเด็กเป็นช่วง ๆ ซึ่งตัวละครที่ถูกสิงเป็นคนในครอบครัวทั้งสิ้น จนเมื่อมาเจอลุง ก็ฉายถึงลุงที่มีอาการแปลก ๆ พร้อมทั้งพูดถึงเรื่องราวลึกลับของลุง โดยจะเน้นฉายในบ้านตลอดทั้งเรื่อง ซึ่งหลังจากลุงตายก็ได้ฉายถึงลุงที่เหมือนยังมีชีวิตอยู่และบางอย่างแปลก ๆ ในบ้าน เน้นบรรยากาศมืด ๆ หลอน ๆ ชวนลุ้นว่าจะเจออะไร โดยมักจะเกิดกับคนน้องเป็นหลัก จนมาถึงช่วงกลางเรื่องจะมีอาการแปลก ๆ เหมือนถูกเข้าสิง จนทำให้ตัวละครเริ่มสงสัยสาเหตุที่ลุงเรียกกลับมา นำไปสู่การสืบหาข้อมูล ซึ่งก็ชวนติดตามว่าเกิดอะไรขึ้นกับลุงกันแน่ โดยจะค่อย ๆ เปิดเผยเรื่องราวในช่วงนี้ ซึ่งเกี่ยวข้องกับชื่อเรื่อง แต่ฉากหลอกหลอนมาแนวเดิม ๆ ไปหน่อย โดยจบทิ้งท้ายเหมือนมีต่อ

คะแนนส่วนตัว 5/10

ตัวอย่าง


ขอบคุณภาพจาก IMDb เครดิต MD Pictures รูปหน้าปกที่ 1 / รูปหน้าปกที่ 2 / รูปหน้าปกที่ 3

วันอาทิตย์ที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2568

รีวิวหนัง Pusaka (2024)

 


              Pusaka (2024) เป็นภาพยนตร์ระทึกขวัญสยองขวัญจากอินโดนีเซียที่กํากับโดย Rizal Mantovani อํานวยการสร้างโดย MVP Pictures และ A&Z Films มี Slamet Rahardjo Djarot, Bukie B. Mansyur, Shofia Shireen, Sahila Hisyam และ Coki Anwar เข้าฉายในวันที่ 18 กรกฎาคม 2024

           เรื่องราวของ นีน่า, แซนดร้า, เดวิด, ฮานนา และ เอเด ที่ได้รับมอบหมายให้บันทึกวัตถุทางประวัติศาสตร์เป็นเวลาสามวันในคฤหาสน์อันห่างไกลที่เป็นบ้านมรดกของ Risang Wisangko นักสะสมโบราณวัตถุในอดีตมากมาย ซึ่งจะได้รับการซ่อมแซม เพื่อใช้เป็นพิพิธภัณฑ์ โดยได้รับความช่วยเหลือจากศาสตราจารย์ ดีร์ก้า และ มายาง แต่แล้วพวกเขาก็ได้พบห้องใต้ดินลับและได้เผลอปล่อยคําสาปบางอย่างเข้า 

           เปิดเรื่องด้วยการฉายถึงกริซก่อนตัดเข้าเรื่อง โดยฉายถึงตัวละครหลักที่กำลังเดินทางมายังสถานที่หนึ่ง ซึ่งเมื่อมาถึงการมีการแนะนำตัวและแนะนำสิ่งต่าง ๆ ข้างใน พร้อมทั้งฉายถึงตัวละครบางคนที่ดูแปลก ๆ แต่ช่วงนี้ค่อนข้างน่าเบื่อไปหน่อย โดยจะเน้นฉายแต่ในบ้านทั้งเรื่อง จากนั้นก็เริ่มฉายถึงห้องลับที่มีกริซซ่อนอยู่ ซึ่งเมื่อถูกกริซจะเริ่มมีอาการแปลก ๆ จนเหมือนถูกผีเข้าสิง จากนั้นก็ฉายไฟติด ๆ ดับ ๆ ก่อนจะเน้นบรรยากาศมืด ๆ และตัวละครที่ถูกสิงก็ได้ออกเล่นงานเหยื่อด้วยกริซ ซึ่งฉากฆ่าโหดดี ชวนลุ้นดี แต่บางจุดก็ดูขัดใจตัวละครและเดาเรื่องได้ไม่ยาก โดยจะค่อย ๆ เปิดเผยเรื่องราวในช่วงกลางเรื่อง ซึ่งปีศาจตายยากดี ใครที่โดนกริซจะถูกสิงเป็นรายต่อไป

คะแนนส่วนตัว 5/10

ตัวอย่าง


ขอบคุณภาพจาก IMDb เครดิต A&Z Films รูปหน้าปกที่ 1 / รูปหน้าปกที่ 2 / รูปหน้าปกที่ 3

วันเสาร์ที่ 26 เมษายน พ.ศ. 2568

รีวิวหนัง The Painted (2024)

 



              The Painted (2024) เป็นภาพยนตร์สยองขวัญอเมริกันที่เขียนบทและกำกับโดย Sasha Sibley ผลิตโดย Svetlana Sibley นำแสดงโดย Sean Bridgers, Aleksa Palladino, Jadon Cal, Jessica Ruth Bell และ Zara King ในบทบาทนำ

              ภาพวาด วิญญาณ ที่ถูกเรียกออกมาผ่านงานศิลปะ วิญญาณส่วนใหญ่ยังคงอยู่ต่อไปในความตาย เช่นเดียวกับที่พวกเขาทำในชีวิต ภาพเขียนเหล่านี้ให้บ้านแก่พวกเขา แต่ยังเปิดทางให้สิ่งชั่วร้ายเข้ามาได้

            เรื่องราวของ เอเวลิน เอลสเตอร์ ที่ได้รับแจ้งจากตัวแทนของตระกูลฟรังโกเรื่องมรดกของลูกพี่ลูกน้องของเธอ ซึ่งทำให้เธอแปลกใจมาก เนื่องจากไม่ได้สนิทด้วยและไม่ได้เขียนถึงเธอเลย เธอจึงชวน อดัม แฟนของเธอ รวมทั้งลูก ๆ อย่าง เนลสัน, เจนนิส และ ลูซี่ ไปด้วย เพราะไม่อยากไปที่นั่นคนเดียว แต่เมื่อพวกเขามาที่นี่ก็ต้องเจอกับเรื่องราวแปลกประหลาดเหนือธรรมชาติเกี่ยวกับภาพวาด จึงตัดสินใจออกไปจากที่นี่และพบว่าครอบครัวฟรังโกเก็บความลับไว้ ซึ่งมันยังคงตามพวกเขาไปอีกที่หนึ่ง

            เปิดเรื่องด้วยการทิ้งปริศนาเกี่ยวกับภาพวาดก่อนตัดเข้าเรื่องในช่วงเดือนมิถุนายน 1968 ด้วยการฉายถึงตัวละครหลักก่อนที่จะเดินทางไปยังสถานที่ที่ได้รับมรดก จากนั้นก็ค่อย ๆ ฉายถึงภาพวาดในช่วงเปิดเรื่อง รวมทั้งภาพวาดอื่นด้วย ก่อนที่จะฉายถึงบางอย่างแปลก ๆ ซึ่งเหมือนมีคนอยู่ที่นี่ โดยเกี่ยวข้องกับภาพวาด ซึ่งจะเล่นงานแต่กับลูกสาวคนโตในช่วงแรกก่อนที่ตัวละครอื่น ๆ จะเจอด้วย โดยเจอกับคนในภาพวาดที่เคลื่อนไหวได้ แต่การหลอกหลอนทำได้ไม่น่ากลัวเลย โดยจะค่อย ๆ เปิดเผยเรื่องราวในช่วงท้ายเรื่อง ซึ่งหลังจากย้ายบ้านสักพักก็ได้เริ่มฉายถึงคนในภาพวาดจากบ้านเดิมอีกครั้ง ทำให้ตัวละครต้องไปหาผู้เชี่ยวชาญและสืบหาข้อมูล ซึ่งวิธีแก้ปัญหาต้องกลับไปยังบ้านเดิม แต่ดูจนจบก็ไม่ได้เปิดเผยถึงคำสาปที่ชัดเจนเท่าไหร่

คะแนนส่วนตัว 4.5/10

ตัวอย่าง


ขอบคุณภาพจาก IMDb เครดิต Cadence Pictures รูปหน้าปกที่ 1 / รูปหน้าปกที่ 2 / รูปหน้าปกที่ 3

ป้ายกำกับ