แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ หนังจิตวิทยา แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ หนังจิตวิทยา แสดงบทความทั้งหมด

วันจันทร์ที่ 16 มีนาคม พ.ศ. 2569

รีวิวหนัง The Mortuary Assistant (2026) คืนสยอง ห้องดับจิต

 



           The Mortuary Assistant (2026) คืนสยอง ห้องดับจิต เป็นภาพยนตร์สยองขวัญเหนือธรรมชาติของอเมริกาที่กำกับโดย Jeremiah Kipp จากบทภาพยนตร์โดย Tracee Beebe และ Brian Clarke อิงจากวิดีโอเกมปี 2022 โดย DreadXP มี Willa Holland และ Paul Sparks แสดง เข้าฉายในวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2026 ในโรงภาพยนตร์จำกัด มันจะฉายบน Shudder ในวันที่ 26 มีนาคม 2026

            เรื่องราวของ รีเบคก้า โอเวนส์ ผู้สำเร็จการศึกษาด้านวิทยาศาสตร์ศพที่รับงานกลางคืนที่ห้องดับจิตริเวอร์ฟิลด์จาก เรย์มอนด์ เดลเวอร์ โดยเขาให้เธอทำงานกลางวัน ในขณะที่เธอยินยอมทำกลางคืน แต่เมื่อเธอได้ทำงานที่นี่ก็ได้พบกับเรื่องราวเหนือธรรมชาติและค้นพบบางอย่างที่เรย์มอนด์ เดลเวอร์กำลังทำ

           เปิดเรื่องก็ฉายถึงตัวละครหลักที่กำลังทำงานกับศพเลยและได้ฉายถึงศพที่เหมือนมีชีวิต ในขณะที่ตัวละครอีกคนดูมีความลับปกปิดไว้ ซึ่งก็มีบางอย่างในห้องใต้ดินด้วย ซึ่งสถานที่ก็จะเน้นในห้องดับจิตเป็นหลักกับตัวละครหลักที่ต้องทำงานที่นั่น โดยมีตัวละครไม่กี่คนในเรื่องสอดแทรกบ้าง ซึ่งเมื่อตัวละครหลักทำงานไปสักพักก็ได้ฉายถึงศพที่เหมือนยังไม่ตายและมีลักษณะเหมือนถูกสิง รวมทั้งได้ฉายถึงปีศาจในห้องใต้ดินอีกครั้ง ซึ่งจะฉายถึงเป็นช่วง ๆ โดยมักจะเล่นกับตัวละครหลัก ซึ่งปีศาจและฉากที่ศพเคลื่อนไหวเองได้ทำได้น่าสนใจดี แต่ฉากหลอกหลอนกลับทำได้ไม่น่ากลัวเลย ปีศาจเป็นเหมือนตัวประกอบที่แทบไม่มีบทบาทอะไรเลย ซึ่งไม่ได้ดึงจุดเด่นของหนังออกมา แต่กลับไปเน้นเหมือนตัวละครหลักหลอนไปเองทั้งเรื่องกับอาการเครียดไมเกนและมีการใช้ยาในวัยเด็ก แถมบางช่วงยังดูแล้วสับสนว่าเกิดอะไรขึ้น เนื่องจากหนังตัดมาฉายถึงตัวละครที่อยู่อีกที่ ทั้ง ๆ ที่เรื่องเกิดในสถานที่หนึ่ง การดำเนินเรื่องก็ทำได้ค่อนข้างน่าเบื่อชวนหลับและตัดจบเรื่องแบบงง ๆ ยังไม่ค่อยเปิดเผยเรื่องราวอะไรมากนัก

คะแนนส่วนตัว 3.5/10

ตัวอย่าง


ขอบคุณภาพจาก Epic Pictures Group รูปหน้าปก

วันพุธที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2568

รีวิวหนัง Drive Back (2024)

 

           


           Drive Back (2024) เป็นภาพยนตร์ระทึกขวัญลึกลับที่กำกับโดย Cody Ashford เขียนโดย Jon Sarro นำแสดงโดย Crystal Foster, Zack Gold และ Nathan Healy

            เรื่องราวของ รีด และ โอลิเวีย คู่รักที่เพิ่งหมั้นกันหมาด ๆ กำลังจะเดินทางกลับบ้านโดยใช้เส้นทางใหม่ที่สั้นกว่าครึ่งชั่วโมง แต่ระหว่างทางตอนมัวแต่ดูแผนที่ทำให้ไม่ทันระวังรถที่ขับสวนมา ทำให้พวกเขาพลัดหลงทางและได้เข้ามาถามร้านอาหารใกล้เคียง เพื่อขอเส้นทางลัด ซึ่งเป็นเส้นทางที่เหมาะกับพวกเขา เนื่องจากเป็นเส้นทางที่สวยงามและมีทัศนียภาพที่งดงาม แต่เมื่อพวกเขามายังเส้นทางลัดก็มักเจอเหตุการณ์แปลกประหลาดและไม่ว่าพวกเขาจะขับไปทางไหนก็จะขับกลับมาที่จุดเดิมตลอด

            เปิดเรื่องฉายถึงตัวละครผู้ชายในวัยเด็กก่อนตัดมาฉายถึงตัวละครในตอนโต โดยปูที่มาที่ไปของตัวละครหลักก่อนที่จะเดินทาง ซึ่งค่อนข้างน่าเบื่อไปหน่อย จนเมื่อเดินทางและมีเหตุให้ต้องเข้าไปถามทางคนแถวนั้นก็เริ่มฉายถึงตัวละครที่ดูน่าสงสัย ซึ่งเมื่อเดินทางไปยังทางลัดก็เริ่มฉายถึงซากสัตว์ ตามด้วยสิ่งขีดขวางทาง ภาพหลอนที่ผู้ชายเห็น ตัวละครที่ทำตัวแปลก ๆ แต่ก็ดูมาแนวเดิม ๆ ไปหน่อยและค่อนข้างน่าเบื่อเวลาตัวละครพูดคุยกันในรถ ซึ่งก็จะเน้นตัวละครสองคนที่ขับรถไปเรื่อย ๆ โดยผู้ชายมักจะเป็นฝ่ายได้ยินเสียงหลอนและเห็นภาพหลอน ในขณะที่ผู้หญิงไม่ได้ยินและไม่เห็น จากนั้นก็ฉายถึงบางอย่าง จนขับกลับมาที่เดิมอีกครั้ง ซึ่งช่วงนี้ก็กลายเป็นผู้หญิงที่เห็นภาพหลอนบ้าง โดยหลังจากนั้นก็ขับกลับมาที่เดิมตลอดและมักเกิดเรื่องแปลก ๆ ขึ้น จนฉายถึงฆาตกร ซึ่งทำให้ตัวละครเหมือนกลายเป็นคนเสียสติและทะเลาะกันเอง ซึ่งดูแล้วก็สงสารตัวละครที่ต้องเจอกับเหตุการณ์แบบนี้ แต่ดูจนจะจบก็ยังไม่ได้เปิดเผยเรื่องราวอะไร ซึ่งก็งงว่าสรุปเกี่ยวกับอะไรกันแน่และบางจุดที่ดูเป็นไปไม่ค่อยได้

คะแนนส่วนตัว 4/10

ตัวอย่าง


ขอบคุณภาพจาก Rotting Press รูปหน้าปก

วันจันทร์ที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2567

รีวิวหนัง Stopmotion (2023)




             Stopmotion (2023) เป็นภาพยนตร์แอนิเมชั่นสยองขวัญระทึกขวัญแนวจิตวิทยาไลฟ์แอ็กชันสําหรับผู้ใหญ่ของอังกฤษปี 2023 ที่กํากับโดย Robert Morgan ในภาพยนตร์เรื่องยาวของเขา จากบทภาพยนตร์ที่เขาเขียนร่วมกับ Robin King นําแสดงโดย Aisling Franciosi เปิดตัวเมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2024 

           เรื่องราวของ เอลล่า ที่สัญญากับแม่ว่าจะทำภาพยนตร์อนิเมชั่นสต็อปโมชั่นเรื่องสุดท้ายของแม่ให้จบก่อนที่แม่จะตาย เนื่องจากมือของแม่เธอเริ่มจะแย่ลง แต่แล้วในระหว่างกำลังทำภาพยนตร์เรื่องสุดท้ายอยู่นั้นอยู่ ๆ แม่เธอก็เกิดโคม่า ทอม แฟนของเธอจึงชวนเธอย้ายไปอยู่ที่ใหม่ ซึ่งที่นั่นเธอได้รู้จักกับเด็กหญิงคนหนึ่งที่เสนอให้เธอทำภาพยนตร์เรื่องใหม่ที่น่าสนใจกว่าด้วยการสร้างหุ่นจากเนื้อดิบ เพื่อให้ดูสมจริงขึ้น และมันก็ได้มีชีวิตขึ้นมาจริง ๆ 

           เปิดเรื่องฉายถึงตัวละครหลักที่กำลังทำอนิเมชั่นกับแม่ก่อนที่แม่จะมีอาการโคม่า ซึ่งช่วงแรกหนังดำเนินเรื่องได้เนือย ๆ ค่อนข้างน่าเบื่อไปหน่อย โดยหลังจากแม่ตายก็ได้ย้ายสถานที่ ซึ่งสถานที่ใหม่ก็ดูมืด ๆ หลอน ๆ ดี จากนั้นก็ฉายถึงตัวละครที่ทำภาพยนตร์ไปเรื่อย โดยได้เปิดเผยถึงเรื่องราวของอนิเมชั่นบางส่วนก่อนที่จะถูกเปลี่ยนเรื่องราวใหม่ที่ดูสยองขวัญกว่าเดิม โดยจะค่อย ๆ ฉายถึงเรื่องราวใหม่ที่เปลี่ยนจากหุ่นที่ทำจากขี้ผึ้งเป็นเนื้อดิบ ซึ่งเรื่องราวใหม่น่าสนใจขึ้นก็จริง แต่ดำเนินเรื่องมาถึงช่วงกลางเรื่องแล้วกลับยังดูน่าเบื่อ บางช่วงไม่มีความจำเป็นก็ยังใส่เข้ามา จนเมื่อเลยช่วงกลางเรื่องไปก็เริ่มน่าสนใจขึ้นอีกครั้ง เมื่อหุ่นที่ไร้ชีวิตได้มีชีวิตขึ้นมา แต่หนังฉายเหมือนตัวละครหมกมุ่นจนเสียสติเห็นภาพหลอนมากกว่า ซึ่งทำได้ผิดหวัง ไม่ได้เป็นอย่างที่คิด โดยช่วงท้ายมีฉากโหดบ้าง

คะแนนส่วนตัว 5/10

ตัวอย่าง


ขอบคุณภาพจาก IFC Films รูปหน้าปกที่ 1

ขอบคุณภาพจาก IMDb เครดิต IFC Films รูปหน้าปกที่ 2 / รูปหน้าปกที่ 3

วันจันทร์ที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2567

รีวิวหนัง Never Let Go (2024) ผูกเป็น หลุดตาย

 


            Never Let Go (2024) ผูกเป็น หลุดตาย เป็นภาพยนตร์ระทึกขวัญสยองขวัญเอาชีวิตรอดของอเมริกาที่กํากับโดย Alexandre Aja และเขียนบทโดย Kevin Coughlin และ Ryan Grassby นําแสดงโดย Halle Berry, Percy Daggs IV, Anthony B. Jenkins, Matthew Kevin Anderson, Christin Park และ Stephanie Lavigne

            ฉายรอบปฐมทัศน์ที่ Regal Times Square ในนิวยอร์กซิตี้เมื่อวันที่ 16 กันยายน 2024 และออกฉายในสหรัฐอเมริกาโดย Lionsgate เมื่อวันที่ 20 กันยายน 2024 

"ชอบในการออกแบบ สัตว์ประหลาด และ Location ที่ชวนหลอน พล็อตที่น่าสนใจ ที่ชวนเราไปร่วมลุ้นหาคำตอบว่า มันคือเรื่องจริงหรือแค่ภาพลวงตา และบทสรุปที่น่าติดตามว่าชีวิตของ 3 แม่ลูกจะลงเอยยังไง"

           ในป่าแห่งหนึ่ง มีแม่ และลูกชาย 2 คนอาศัยอยู่ในบ้านหลังหนึ่งกลางป่าที่ตัดขาดจากโลกภายนอก โดยในแต่ละวันพวกเขาจะต้องอยู่ในบ้านหรือไม่ก็เอาเชือกผูกตัวเองไว้เชื่อมต่อกับบ้านถ้าต้องออกไปหาอาหารหรือทำอะไรในป่า เพราะถ้าพวกเขาอยู่ในบ้านหรือผูกเชือกตัวเองไว้เชื่อมต่อกับบ้าน ปีศาจจะไม่สามารถทำอะไรพวกเขาได้ จนกระทั่งฤดูหนาวปีนี้ ไม่มีสัตว์ป่าเข้ามาให้ล่าในบริเวณใกล้บ้านของพวกเขาเลย ทำให้พวกเขาจะต้องตัดสินใจว่าจะทำยังไงต่อไปเพื่อเอาชีวิตรอดในวันต่อๆ ไป... 

          ภาพยนตร์สยองขวัญที่มีพล็อตเรื่องที่แปลกและน่าสนใจทีเดียว กับการต้องเอาชีวิตรอดจากปีศาจ โดยมีบ้านและเชือกที่เชื่อมต่อจากบ้านที่คอยปกป้องพวกเขาไว้จากปีศาจ หนังออกแบบปีศาจได้น่ากลัว และมีฉากหลังเป็นป่าที่หลอนใช้ได้เลย โดยเฉพาะป่าตอนกลางคืน ที่มีบรรยากาศหลอนจากความมืดและเสียงประหลาดรอบทิศทาง โดยหนังใส่คำถามให้กับคนดูผ่านความคิดเห็นของตัวละครที่น่าสงสัยว่า สัตว์ประหลาดที่จ้องจะทำร้ายพวกเขาเป็นของจริง หรือแค่ภาพหลอนที่เกิดจากความวิตกกังวล หนังจะสร้างสถานการณ์ต่างๆ ให้เราได้ลุ้นระทึกไปกับสิ่งที่เกิดขึ้น และความน่าสงสัยที่ทำให้เราอยากรู้บทสรุป จนกระทั่งบทสรุปช่วงท้ายที่เราต้องลุ้นและเอาใจช่วยตัวละครให้เอาตัวรอดให้ได้ และส่วนเฉลยที่มีทั้งส่วนที่เคลียร์ และส่วนที่ยังคงเป็นปริศนา

           สำหรับฉากระทึกขวัญที่มาจากตัวสัตว์ประหลาดโดยตรง มีน้อยไปหน่อย เพราะหนังเล่นกับ ความรู้สึก จินตนาการ จิตวิทยา ที่จะทำให้ทั้งตัวละคร และคนดูต้องปั่นป่วนและสับสนอยู่เรื่อยๆ เป็นส่วนใหญ่

            ในด้านการแสดง ทั้งฮัลลี เบอร์รี และเด็กทั้ง 2 คนแสดงได้ดี โดยฮัลลีรับบทเป็นแม่ ที่ทั้งกลัว และเข้มงวด และเป็นคนที่เห็นปีศาจเพียงคนเดียว และต้องคอยปกป้องลูกทั้งสองของเธอด้วย จึงเป็นตัวละครที่ต้องถ่ายทอดความซีเรียสและความเข้มแข็งเพื่อที่จะดูแลลูก ซึ่งฮัลลีก็ทำได้ดี ส่วนลูกชายทั้ง 2 คน คนนึงเป็นพี่ชายที่เชื่อฟังแม่ มักจะอยู่ในกรอบ ส่วนอีกคนน้องเล็กมักจะเป็นคนที่ตั้งคำถามและสงสัยอยู่เสมอ และมีความไม่เชื่อว่าจะมีปีศาจอยู่จริง ซึ่งทั้ง 3 บุคลิกนี้มีความขัดแย้งกัน ซึ่งส่งผลต่อการเกิดสถานการณ์ต่างๆ ในหนังพอสมควร

            ในภาพรวมนี่จึงเป็นหนังสยองขวัญ ที่ขายความน่ากลัวในเชิงจิตวิทยาปั่นประสาท ที่คอหนังสยองขวัญต้องลองไปสัมผัสดูครับ

คะแนนส่วนตัว 7.5/10

รีวิวโดย A.L. Lucky


            บ้านคือสิ่งที่ปลอดภัย แต่เมื่อออกไปข้างนอกจะต้องผูกเชือกไว้ตลอดห้ามปล่อยเชือกเด็ดขาด 

            เรื่องราวของ จูน แม่เลี้ยงเดี่ยวที่อยู่กับลูกสองคน ซามูเอล และ โนแลน รวมทั้ง โคดา สุนัขของพวกเขา โดยตอนมืดพวกเขาจะต้องอาศัยอยู่ในบ้าน ซึ่งปลอดภัยที่สุด แต่ถ้าออกไปข้างนอกจะต้องผูกเชือกให้แน่นหนาและปลอดภัย ห้ามปล่อยเชือกเด็ดขาด ไม่งั้นปีศาจจะเข้าใกล้สั่งให้ทำเรื่องเลวร้าย ซึ่งเคยทำกับตายายของพวกเขาเมื่อก่อน แต่โนแลนกลับไม่เชื่อ

            เปิดเรื่องด้วยการอธิบายเรื่องราวคร่าว ๆ เกี่ยวกับการผูกเชือกไว้ตลอด ทำให้ปีศาจถูกตัวนอกบ้านไม่ได้ เพราะถ้าปีศาจถูกตัวจะสั่งให้ทำเรื่องเลวร้าย จากนั้นก็ตัดมาฉายถึงตัวละครหลัก ซึ่งก็เล่นกันอยู่แค่สามคนทั้งเรื่องและตัดเข้าเรื่องดำเนินเรื่องต่อเนื่องด้วยการฉายถึงตัวละครที่กำลังจะออกไปข้างนอก ซึ่งเวลาออกไปจะต้องผูกเชือกติดตัวตลอด โดยจะมีเล่าเรื่องราวผ่านตัวละครในช่วงแรกและดำเนินเรื่องเหมือนเป็นตอน ๆ ซึ่งช่วงออกไปข้างนอกก็จะค่อย ๆ ฉายสิ่งต่าง ๆ โดยจะฉายตัวละครที่ต้องออกไปข้างนอกในตอนเช้า ซึ่งจะชวนสงสัยว่าข้างนอกมีปีศาจอะไรกันแน่ถึงต้องผูกเชือกติดตัวตลอด โดยบางครั้งจะมีเหตุให้ต้องปล่อยเชือก ซึ่งก็เริ่มฉายถึงบางอย่าง โดยจะมาในรูปแบบคนรู้จักที่มาพยายามหลอกล่อ ซึ่งบางครั้งก็หลอกล่อทั้ง ๆ ที่เชือกยังผูกอยู่ โดยตัวละครที่เห็นปีศาจจะเป็นแม่ ในขณะที่ลูกเพียงแค่สัมผัสถึง จึงไม่ค่อยน่าสนใจเท่าไหร่และดูแล้วสงสัยว่าปีศาจมีจริงหรือไม่หรือแค่หลอนไปเอง ซึ่งช่วงที่อยู่ในบ้านก็ค่อนข้างน่าเบื่อไปหน่อย โดยช่วงท้ายเรื่องจะมีตัวละครมาเพิ่ม แต่ก็ชวนไม่น่าไว้วางใจว่าเป็นคนจริงหรือปีศาจหลอกลวง ซึ่งหนังก็พยายามทำให้คนดูคาดเดาไปเรื่อย

คะแนนส่วนตัว 4.5/10

รีวิวโดย 刘心爱

ตัวอย่าง

ขอบคุณภาพจาก Lionsgate รูปหน้าปกที่ 1

ขอบคุณภาพจาก IMDb เครดิต Lionsgate รูปหน้าปกที่ 2 / รูปหน้าปกที่ 3 / รูปหน้าปกที่ 4

วันศุกร์ที่ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2567

รีวิวหนัง Hideout (2021)

 



             Hideout (2021) บ้านซ่อนหลอน เป็นภาพยนตร์ลึกลับสยองขวัญจากอเมริกาที่กำกับและเขียนโดย Kris Roselli นำแสดงโดย Katie Lyons, Chris Wolfe และ Bryan Enright

             เรื่องราวของ ซาราห์, ไคล์, ริค และ รี๊ด ที่ก่อเหตุปล้นร้านขายเหล้าจนมีคนถูกยิง จึงรีบหนีออกมาและได้มาขอความช่วยเหลือจากบ้านหลังหนึ่ง ซึ่งมี บี  และ โรส หลานสาวบีที่เพิ่งมาอยู่ได้ไม่นาน อาศัยอยู่ จึงได้ให้ความช่วยเหลือพวกเขาเข้ามา แต่ในขณะที่คนหนึ่งในกลุ่มไปเอายาหลังรถก็ได้หายตัวไป พวกเขาจึงต้องขอพักที่นี่สักคืนระหว่างรอคนเจ็บหายและหาตัวคนหายให้เจอ แต่เจ้าของบ้านกลับเห็นข่าวการปล้นของพวกเขาในทีวีเข้า และเมื่อพวกเขาอยู่ที่นี่ก็รู้สึกเหมือนเห็นภาพหลอนที่ไม่รู้ว่าเกิดจากอะไรกันแน่

             เปิดเรื่องฉายถึงประกาศคนหายก่อนฉายถึงตัวละครที่กำลังยิงกันและหนีมายังบ้านหลังหนึ่ง ซึ่งเมื่อมาถึงก็เริ่มฉายถึงบางอย่างแปลก ๆ ก่อนมีคนหายตัวไป จากนั้นก็ได้ฉายถึงตัวละครอื่นในบ้านเพิ่มเติมและเล่าเรื่องราวที่ค่อนข้างน่าเบื่อไปหน่อย แต่ตัวละครเจ้าของบ้านดูท่าทางลึกลับไม่น่าไว้วางใจ แถมยังรู้เรื่องราวของคนอื่น รวมทั้งบางช่วงที่เกิดเหตุการณ์แปลก ๆ เมื่ออยู่ ๆ ตัวละครก็เผลอหลับไปและเห็นภาพหลอน จากนั้นก็เริ่มฉายถึงศพบางอย่างและตุ๊กตาที่เหมือนเล่นไสยศาสตร์ รวมทั้งตัวละครที่เหมือนไม่มีสติถูกควบคุม จึงชวนคาดเดาว่าอาจเกิดจากตัวละครที่ถูกไสยศาสตร์หรือไม่ ซึ่งหนังดำเนินเรื่องเลยครึ่งเรื่องกลับยังไม่ค่อยมีอะไรน่าสนใจเลยและดูค่อนข้างน่าเบื่อไปหน่อย ไปเน้นจุดอื่นมากกว่าจุดเด่นของหนัง และมาเริ่มฉายถึงตัวละครที่เห็นภาพหลอนถูกควบคุมอีกครั้งในช่วงท้ายเรื่อง โดยได้เปิดเผยเรื่องราวทั้งหมดในช่วงท้ายเรื่องที่ไม่ค่อยแปลกใจเท่าไหร่ ซึ่งจบทิ้งท้ายเหมือนมีต่อ

คะแนนส่วนตัว 3.5/10

ตัวอย่าง


ขอบคุณภาพจาก VMI Worldwide รูปหน้าปกที่ 1

ขอบคุณภาพจาก IMDb เครดิต VMI Worldwide รูปหน้าปกที่ 2 / รูปหน้าปกที่ 3

วันอังคารที่ 23 เมษายน พ.ศ. 2567

รีวิวหนัง Huesera The Bone Woman (2022) สิงร่างหักกระดูก

 



             Huesera The Bone Woman (2022) สิงร่างหักกระดูก เป็นภาพยนตร์สยองขวัญเหนือธรรมชาติเม็กซิกัน-เปรูที่กํากับและร่วมเขียนบทโดย Michelle Garza Cervera ในการกํากับเรื่องแรกของเธอ นําแสดงโดย Natalia Solián, Alfonso Dosal , Mayra Batalla , Mercedes Hernández , Sonia Couoh และ Aida López Huesera: The Bone Woman ฉายรอบปฐมทัศน์โลกที่เทศกาลไทรเบกา เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน 2022 

              เรื่องราวของ วาเลเรีย เฮอร์นานเดช ช่างไม้ที่ตั้งท้องกับ ราอูล ได้สิบสองสัปดาห์ ต้องหยุดพักผ่อนจากงานอย่างน้อยสองสามเดือนตามที่หมอบอก เนื่องจากไม่ดีต่อสุขภาพ แต่เธอก็ยังคงทำงานต่อ เพื่อลูก โดยไม่ได้ทำตามที่หมอบอก จนตั้งท้องเกือบห้าเดือน แต่ระหว่างตั้งท้องเธอรู้สึกเหมือนมีคนตามรังควานและหลอกหลอนเธอ

             ช่วงแรกฉายถึงความสัมพันธ์ของตัวละครหลักกับคนรัก ซึ่งเป็นช่วงที่ตัวละครยังไม่รู้ว่าตั้งท้อง จนเมื่อรู้ว่าตั้งท้องก็ยังดำเนินเรื่องเรื่อย ๆ พร้อมกับท้องที่ค่อย ๆ โตขึ้น จากนั้นก็เริ่มฉายบางอย่างแปลก ๆ ที่ตัวละครเห็น โดยจะเล่นกับตัวละครหลักคนเดียวเหมือนเห็นภาพหลอน ซึ่งก็มาแนวเดิม ๆ จนดำเนินเรื่องมาถึงช่วงกลางเรื่องจะเริ่มฉายถึงบางอย่างที่มาหักกระดูก ซึ่งเหมือนจริงเหมือนเข้าสิงร่าง ซึ่งค่อยเริ่มเข้าเนื้อเรื่องหน่อย โดยจะมีบางฉากที่ไม่ค่อยเหมาะสมอยู่บ้าง แต่หนังกลับดำเนินเรื่องค่อนข้างเนือย ๆ น่าเบื่อไปหน่อย เน้นฉายไปที่จุดอื่นมากไป รวมทั้งเรื่องราวในอดีต ความสัมพันธ์ของตัวละคร โดยเฉพาะบางช่วงที่ไม่ค่อยจำเป็นเลย แทนที่จะเน้นไปที่จุดเด่นของเรื่อง ซึ่งดูจนจบก็ไม่ได้เปิดเผยเรื่องราวอะไรเลย

คะแนนส่วนตัว 3.5/10

ตัวอย่าง


ขอบคุณภาพจาก IMDb เครดิต Disruptiva Films รูปหน้าปกที่ 1 / รูปหน้าปกที่ 2 / รูปหน้าปกที่ 3

วันอาทิตย์ที่ 24 มีนาคม พ.ศ. 2567

รีวิวหนัง LOVE OBJECT (2003)

 



           LOVE OBJECT (2003) ของรัก หรือ จับเธอมาทำตุ๊กตายาง ภาพยนตร์สยองขวัญอเมริกันที่เขียนบทและกํากับโดย Robert Parigi 

              ของรักที่เป็นตุ๊กตายางได้กลายเป็นของรักที่เป็นมนุษย์ตัวจริง เมื่อเกิดความเบื่อหน่ายในตุ๊กตายาง

             เรื่องราวของ เคนเน็ธ วินสโลว์ นักเขียนเทคนิคที่เก่งที่สุดของแอคคิวเรท เทคนิคัล พับลิชชิ่งที่ได้ทำคู่มือการใช้งาน วีพี 2310 เสร็จก่อนกำหนดและพร้อมทำงานอื่น เขาจึงได้รับงานต่อไปคือเขียนสำเนางานใหญ่ที่สุดที่ได้สัญญาจ้างจากรัฐบาล โดยกำหนดส่งสามสัปดาห์ในสิ้นเดือนและเนื่องจากเป็นงานที่ต้องใช้เวลาน้อย โนวัคหัวหน้าของเขาจึงได้ให้ผู้ช่วยเลย์เอาท์คนใหม่อย่าง ลิซ่า เบลเมอร์ นักประมวลผลคำ มาช่วยเขาทำงาน จนเมื่อเพื่อนร่วมงานของเขาได้แนะนำให้รู้จักกับนิกกี้โมเดลตุ๊กตายางเซ็กซ์จากในเว็บที่สามารถเลือกออกแบบได้เอง ทำจากวัสดุเกรดแพทย์เหมือนของจริง ผิวยางซิลิโคน ฟันเซรามิก เส้นผมของมนุษย์จริง ๆ เพื่อรองรับความสุขของทุกคน ทำให้เขาเริ่มหมกมุ่นสนใจเกี่ยวกับตุ๊กตาเซ็กซ์จนทำให้งานล่าช้าและในที่สุดเขาก็อยากได้ตัวจริงแทนตุ๊กตายาง

              เปิดเรื่องฉายถึงตัวละครหลักที่กำลังทำงานก่อนที่จะมีเหตุให้เกิดความรู้สึกรักใคร่และงมงายในตุ๊กตา ซึ่งเนื้อเรื่องไม่ค่อยมีอะไรมาก โดยจะฉายถึงตัวละครที่ทำงานไปพร้อมกับหมกมุ่นเกี่ยวกับตุ๊กตาไปเรื่อย ซึ่งได้ถูกสร้างมาแบบลิซ่า เบลเมอร์ ซึ่งตัวละครจะออกซื่อ ๆ ดูแล้วน่าสงสารดี จนเมื่อได้ตุ๊กตามาอยู่ด้วยก็จะเห็นตุ๊กตาเป็นลิซ่า เบลเมอร์ตลอด เมื่ออยู่บ้านก็จะอยู่กับตุ๊กตา พออยู่ที่ทำงานก็จะอยู่กับตัวจริง โดยจะมีตัวละครอื่นที่เกี่ยวข้องเข้ามาสอดแทรกบ้าง ซึ่งช่วงกลางเรื่องหลังจากตัวละครหลักเริ่มใกล้ชิดกับตัวจริงทำให้มักประสาทหลอนเห็นเหมือนตุ๊กตามีชีวิตเริ่มหึงหวงและอยากออกห่าง จนไม่อยากได้อีกต่อไปและอยากได้ตัวจริงมาแทนด้วยการเข้าหาตัวจริงมากขึ้นและทำเหมือนกับที่ทำกับตุ๊กตา ซึ่งก็จะมีฉากน่ารัก ๆ ของตัวละครสอดแทรกบ้างและฉากตลก ๆ บ้าง จนช่วงท้ายเรื่องจะมีเหตุให้ตัวละครไม่ถูกกัน ซึ่งตัวละครหลักจะเริ่มโหดขึ้น ดูแล้วชวนลุ้นเอาใจช่วยลิซ่า เบลเมอร์ดี

คะแนนส่วนตัว 5.5/10

ตัวอย่าง


ขอบคุณภาพจาก IMDb เครดิต Lolo Film รูปหน้าปก

วันเสาร์ที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2566

รีวิวหนัง The Ghost Within (2023)

 


          The Ghost Within (2023) เป็นภาพยนตร์สยองขวัญจากอเมริกาที่กำกับโดย Lawrence Fowler เขียนโดย Geoff Fowler และ Lawrence Fowler นำแสดงโดย Michaela Longden, Rebecca Phillipson และ Simon Davies

              การกลับบ้านเกิดเพื่อหาความจริงที่ต้องมาเจอกับปีศาจภายใน เรื่องราวของ มาร์กอท ริชาร์ดสัน ที่ต้องทนทุกข์ทรมานกับประสบการณ์ในวัยเด็กที่เจ็บปวดหลังการสูญเสียแม่เมื่อยังเด็กและ อีวี่ น้องสาวที่เสียโฉมมีชีวิตอยู่อย่างทรมาน ซึ่งถูกฆาตกรรม รวมทั้ง แนนซี่ โจนส์ ภรรยาใหม่ของพ่อที่ไม่ชอบเธอทั้งคู่ จึงตัดสินใจกลับบ้านเกิดพร้อมกับ เมสัน สามี นักเขียนหน้าใหม่ เพื่อสืบหาความจริงเกี่ยวกับการฆาตกรรมของน้องสาว แต่แล้วเขาก็ต้องทิ้งให้เธออยู่คนเดียว เมื่อเขาไม่อยากพลาดโอกาสในงาน โดยจะไปในคืนพรุ่งนี้และกลับในวันพรุ่งนี้ และการที่เธออยู่คนเดียว ทำให้เธอได้เจอกับเหตุการณ์ที่หลอกหลอนในวัยเด็กอีกครั้ง โดยเธอได้พบกับน้องสาวในช่วงเวลาก่อนที่จะเสียชีวิตเหมือนต้องการจะบอกอะไรเธอ

             เปิดเรื่องฉายถึงความฝันของตัวละครหลักเกี่ยวกับตัวเองในวัยเด็กที่ได้เจอปีศาจก่อนตัดมาฉายถึงตัวละครหลักในตอนโตที่มีเหตุให้ต้องกลับบ้านในวัยเด็ก ซึ่งเมื่อกลับมาบ้านจะค่อย ๆ ฉายถึงตัวละครที่นึกถึงเหตุการณ์ในวัยเด็กเป็นช่วง ๆ พร้อมกับปูเรื่องราวของตัวละคร โดยพยายามไม่ฉายถึงหน้าของน้องสาวที่ต้องสวมหน้ากากอยู่ตลอดเวลา จากนั้นก็ค่อย ๆ ฉายถึงบางอย่าง ซึ่งจะเน้นถึงเหตุการณ์ที่ตัวละครเจอในวัยเด็ก ปีศาจทำได้น่าสนใจดี แต่ดูจะเน้นฉายถึงเรื่องราวในอดีตมากไปหน่อย โดยช่วงหลอกหลอนจะชอบเน้นเสียงดนตรีดัง ๆ และจังหวะตุ้งแช่ให้ตกใจ รวมทั้งเน้นบรรยากาศมืด ๆ แต่ก็พอเดาเรื่องได้บ้าง การดำเนินเรื่องค่อนข้างยืดเยื้อน่าเบื่อไปหน่อย บวกกับดนตรีที่สอดแทรกเข้ามาด้วย โดยได้เปิดเผยเรื่องราวในช่วงท้ายเรื่องที่หักมุมบ้าง แต่ก็ไม่ได้แปลกใจมาก

คะแนนส่วนตัว 4/10

ตัวอย่าง


ขอบคุณภาพจาก IMDb เครดิต Fowler Media รูปหน้าปกที่ 1 / รูปหน้าปกที่ 2 / รูปหน้าปกที่ 3


วันเสาร์ที่ 27 พฤษภาคม พ.ศ. 2566

รีวิวหนัง Tin & Tina (2023) ตินกับตินา

 


             Tin & Tina (2023) ตินกับตินา เป็นภาพยนตร์ระทึกขวัญแนวจิตวิทยาที่มีองค์ประกอบสยองขวัญ กำกับโดย Rubin Stein ซึ่งแสดงโดย Milena Smit และ Jaime Lorente ร่วมกับ Carlos González Morollón และ Anastasia Russo เป็นการดัดแปลงจากหนังสั้นชื่อเดียวกันในปี 2013

              เพื่อต้องการให้คลายความโศกเศร้าจากการสูญเสียลูกไป จึงได้ไปรับเด็กกำพร้ามาเลี้ยงแทน แต่เด็กที่รับมาเลี้ยงไม่ได้ใสซื่อบริสุทธิ์เหมือนเด็ก

              เรื่องราวของ คู่รัก อะโดลโฟ และ มาเรีย เดโลสโดโลเรส (โลล่า) ที่เข้าพิธีแต่งงานกัน แต่แล้วในระหว่างพิธีแต่งงาน โลล่า ได้เกิดแท้งลูกและไม่อาจมีลูกได้อีก เนื่องจากภายในได้รับความเสียหายร้ายแรง ทำให้เธอเสียใจมานานถึงหกเดือนและอยากกลับเมืองเดิม แต่อะโดลโฟได้แนะนำให้ไปรับเลี้ยงเด็กกำพร้าจากสำนักชีที่อยู่ใกล้ ๆ ซึ่งสร้างขึ้นในศตวรรษที่ 15 หลังคริสต์กาลมาเลี้ยงแทน ซึ่งเดิมทีเธอไม่เห็นด้วย แต่แล้วก็ยินยอมไปยังสำนักชีและได้พบกับ ติน และ ตินา ซึ่งเป็นเด็กพิเศษอายุเพียงเจ็ดปีที่ถูกตั้งชื่อตามนักบุญออกัสติน แต่เมื่อพวกเขารับเด็ก ๆ มาเลี้ยงได้ไม่นาน ก็เริ่มรู้สึกไม่ค่อยพอใจเด็ก ๆ จึงตัดสินใจส่งคืนสำนักชี

              เปิดเรื่องด้วยการเกริ่นนำเรื่องราวการปรากฏองค์เทพทั้งทางธรรมชาติและเหนือธรรมชาติในธีโอฟานี ก่อนฉายถึงตัวละครที่กำลังแต่งงานกันและตัดมายังสเปน ปี 1981 ก่อนตัดเข้าเรื่อง ซึ่งดำเนินเรื่องต่อเนื่องกัน โดยเป็นช่วงมีเหตุให้ต้องรับเด็กมาเลี้ยง ซึ่งเด็กดูท่าทางแปลก ๆ ทำตัวลึกลับ โดยหนังจะดำเนินเรื่องเรื่อย ๆ ค่อย ๆ ฉายถึงเด็กที่แสดงพฤติกรรมบางอย่างที่ค่อย ๆ โหดร้ายขึ้น แต่ค่อนข้างจำเจน่าเบื่อไปหน่อยจนเริ่มยืดเยื้อกับความยาวของหนังที่ค่อนข้างมากเกิน ยังดีมีสอดแทรกความน่ารักพ่อแม่ลูกเข้ามาและมีช่วงให้ลุ้นบ้าง แต่ช่วงท้ายเรื่องค่อนข้างขัดใจตัวละครไปหน่อย รวมทั้งการใช้ตัวละครบางคนที่ดูขัดใจไปบ้าง ซึ่งตอนจบก็ไม่ได้เปิดเผยเรื่องราวของเด็กมากนัก

คะแนนส่วนตัว 4.5/10

ตัวอย่าง


ขอบคุณภาพจาก La Claqueta PC รูปหน้าปกที่ 1

ขอบคุณภาพจาก IMDb เครดิต La Claqueta PC รูปหน้าปกที่ 2 / รูปหน้าปกที่ 3

วันศุกร์ที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2566

รีวิวหนัง Bed Rest (2022)

 


              Bed Rest (2022) เป็นภาพยนตร์ระทึกขวัญสยองขวัญสัญชาติอเมริกันที่เขียนบทและกำกับโดย Lori Evans Taylor ซึ่งออกฉายใน Tubi เมื่อวันที่ 7 ธันวาคม 2022 เป็นภาพยนตร์เรื่องแรกภายใต้การได้มาซึ่งผู้นำของ The Najafi Companies หลังจาก STX Entertainment แยกออกจาก ErosSTX

              การนอนอยู่บนเตียงตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมงในระยะตั้งครรภ์โดยที่ห้ามทำอะไรที่ใช้แรงและห้ามเครียด เพื่อไม่ให้คลอดก่อนกำหนด กลับทำให้เธอเครียด เมื่อเธอมักจะเห็นเด็กตามหลอกหลอนอยู่ตลอดเวลา

              เรื่องราวของ จูลส์ และ แดเนียล ริเวอร์ส คู่รักที่ซื้อบ้านริมทะเลสาบ ซึ่งเป็นบ้านหลังใหม่ที่เก่าและกำลังทำการปรับปรุง เพื่อเริ่มต้นใหม่หลังจากที่พวกเขาสูญเสียลูกหลังคลอดไป แต่แล้วไม่นานจูลส์ก็เกิดอุบัติเหตุตกบันได ทำให้ลูกในครรภ์ที่ตอนนี้ตั้งครรภ์ได้สามสิบสองสัปดาห์ ได้เกิดรกลอกตัวก่อนกำหนดคือรกหลุดออกบางส่วนจากผนังมดลูก ต้องนอนพักผ่อนบนเตียงเฉย ๆ ตลอดระยะเวลาที่ตั้งครรภ์แปดสัปดาห์และหลีกเลี่ยงความเครียด เพื่อความปลอดภัยไม่ให้คลอดก่อนกำหนดที่อาจจะเสี่ยงต่อน้ำหนักแรกเกิดที่ต่ำหรืออาการหายใจลำบาก แต่เมื่อเธออยู่ไปได้สักพักก็เริ่มรู้สึกว่ามีคนอยู่ในบ้านหรืออาการโรคจิตของเธอกำเริบกันแน่

              เปิดเรื่องฉายถึงตัวละครหลักที่เดินทางมาที่บ้านหลังใหม่ จากนั้นก็เริ่มฉายบางอย่างแปลก ๆ ในบ้าน โดยช่วงแรกจะเป็นการปูที่มาที่ไปของตัวละครก่อนที่จะเกิดเหตุ ซึ่งช่วงเกิดเหตุก็มีการอธิบายสิ่งต่าง ๆ จากนั้นหนังจะดำเนินเรื่องผ่านไปทีละวันก่อนถึงกำหนดคลอด โดยจะเน้นฉายตัวละครที่อยู่บนเตียง แต่มีไปห้องน้ำบ้าง พร้อมกับค่อย ๆ ฉายถึงบางอย่างแปลก ๆ รวมทั้งใครบางคนในบ้านที่ตัวละครเห็นในช่วงแรกเป็นช่วง ๆ ซึ่งเป็นเด็ก ที่บางครั้งปรากฎตัวในหน้าตาน่ากลัว ซึ่งชวนลุ้นไปกับตัวละครว่าจะเจออะไร บางจุดก็ทำได้หลอนดี มีสอดแทรกความน่ารักของตัวละครบ้าง โดยจะฉายถึงเรื่องราวในอดีตของตัวละครเป็นช่วง ๆ แต่ช่วงหลอกหลอนชอบเน้นตุ้งแช่มากไปหน่อยและพอเดาเรื่องได้บ้าง โดยช่วงท้ายเรื่องจะเริ่มเปิดเผยเรื่องราวทีละน้อย ซึ่งก็ทำได้ชวนติดตามดี ดูแล้วชวนหวาดระแวงสงสัย ชวนลุ้นบ้าง แต่ค่อนข้างมืดไปหน่อย

คะแนนส่วนตัว 6/10

ตัวอย่าง


ขอบคุณภาพจาก IMDb เครดิต Project X Entertainment รูปหน้าปกที่ 1 / รูปหน้าปกที่ 2 / รูปหน้าปกที่ 3

วันเสาร์ที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2566

รีวิวหนัง Bring Out the Fear (2021)

 


           Bring Out the Fear (2021) เป็นภาพยนตร์จากไอร์แลนด์ที่กำกับและเขียนโดย Richard Waters นำแสดงโดย Ciara Bailey, James Devlin และ Tad Morari

               การแก้ไขความสัมพันธ์ที่พังทลายลงในป่ากลับทำให้พวกเขาต้องประสาทเสียจากความหวาดกลัวที่ต้องติดอยู่ในป่า

               เรื่องราวของ แดน ที่ชวน โรซี่ คนรักเข้าป่าที่เป็นพื้นที่อนุรักษ์ที่ล้อมรอบด้วยถนนและบ้านเรือน เพื่อแก้ไขความสัมพันธ์ที่พังทลายและถือโอกาสขอแต่งงาน แต่เธอยังไม่พร้อม พวกเขาจึงเดินกันต่อไป แต่แล้วก็เดินวนกลับมาที่เดิม โรซี่จึงโทรหาเอลลี่ ดูว่าจะมารับพวกเขาไหม แต่สักพักเธอก็ได้ยินเสียงใครบางคน รวมทั้งเสียงโทรศัพท์ดังขึ้น แต่สักพักก็เงียบหายไป ตอนนี้พวกเขากำลังหลงทาง จึงได้แต่หาทางออกและร้องขอความช่วยเหลือ แต่ไร้ซึ่งความช่วยเหลือ

              เปิดเรื่องฉายถึงตัวละครหลักก่อนที่จะเดินทางเข้าป่า ซึ่งเมื่อเข้าป่ามาสักพักก็เริ่มฉายถึงบางอย่าง โดยจะฉายตัวละครสองคนที่หาทางออกจากป่าตลอดทั้งเรื่อง ซึ่งบางครั้งมุมกล้องก็มีถ่ายจากที่สูงบ้าง ถ่ายให้เห็นเหมือนมีคนกำลังแอบดูอยู่และตัวละครที่กำลังมองสิ่งต่าง ๆ จนค่อย ๆ ฉายถึงบางอย่างในป่าและตัวละครที่รู้สึกได้ยินเสียงแปลก ๆ เหมือนเป็นภาพหลอน รวมทั้งความประสาทหลอนจากความหวาดกลัวที่ต้องติดอยู่ในป่า ซึ่งก็เดาเรื่องได้ง่าย หนังไม่ได้มีอะไรแปลกใหม่ ดำเนินเรื่องจนเกือบจบเรื่องยังไม่ค่อยมีอะไรน่าสนใจ เล่นกับความประสาทหลอนที่ต้องติดอยู่ในป่าทั้งเรื่อง

คะแนนส่วนตัว 3.5/10

ตัวอย่าง


ขอบคุณภาพจาก IMDb เครดิต Weird Pretty Pictures รูปหน้าปกที่ 1 / รูปหน้าปกที่ 2 / รูปหน้าปกที่ 3 / รูปหน้าปกที่ 4

วันอาทิตย์ที่ 12 มีนาคม พ.ศ. 2566

รีวิวหนัง Fear (2023)

 


               Fear (2023) เป็นภาพยนตร์สยองขวัญอเมริกันที่กำกับโดย Deon Taylor และนำแสดงโดย Joseph Sikora, Andrew Bachelor, Annie Ilonzeh, Ruby Modine, Iddo Goldberg, Terrence Jenkins, Jessica Allain และ Tip "T.I." Harris เข้าฉายในสหรัฐอเมริกา 27 มกราคม 2023 โดยมีชื่อเดิมว่า Don't Fear ถ่ายทำใน 17 วันในเมือง Kyburz รัฐแคลิฟอร์เนียในช่วงการระบาดของ COVID-19 ในเดือนสิงหาคม 2020 ดนตรีประกอบของภาพยนตร์เรื่องนี้แต่งโดย Geoff Zanelli ซึ่งเป็นผู้ประพันธ์ดนตรีประกอบในภาพยนตร์เรื่องก่อน ๆ ของ Taylor หลายเรื่อง

                การติดเชื้อไวรัสด้วยการสัมผัสทางอากาศ ทำให้ทุกคนต้องหลบอยู่ในบ้าน แต่การหลบอยู่ในบ้านก็ยังไม่ปลอดภัย เมื่อมีคนทยอยตายไปทีละคน

                เรื่องราวของ รอม ที่พา เซเรน่า ภรรยา มาเซอร์ไพรส์ฉลองวันเกิดในวันหยุดสุดสัปดาห์ยังบ้านในชนบท ที่สร้างขึ้นในปี 1838 และถูกไฟไหม้จนต้องสร้างใหม่อีกครั้งเมื่อปี 53 กับเพื่อนคนอื่น ๆ อย่าง ไมเคิล, ลู, รัสส์, เมก, มิเชล, เบนนี่ และ เบียนก้า จนเมื่อพวกเขาได้เล่าเรื่องราวความกลัวของตัวเองก็เริ่มเกิดเหตุการณ์แปลก ๆ รวมทั้งได้ยินข่าวเกี่ยวกับโรคระบาดทางอากาศ ถ้าสัมผัสจะติดเชื้อ จึงต้องหลบอยู่ที่นี่ เพื่อป้องกันการติดเชื้อ แต่พวกเขากลับคิดว่าทั้งหมดเป็นเพราะบ้านไม่ใช่ไวรัส

                เปิดเรื่องฉายถึงตัวละครหลักที่กำลังเดินทาง จนเมื่อเดินทางมาถึงสถานที่ยังไม่ค่อยมีอะไร ฉายถึงตัวละครที่พักผ่อน พูดคุยกันไปเรื่อย โดยช่วงพูดคุยจะมีพูดถึงความกลัวของแต่ละคน แต่ค่อนข้างน่าเบื่อไปหน่อย จนเมื่อหลังพูดถึงความกลัวแล้วก็เริ่มฉายถึงบางอย่างแปลก ๆ แต่ก็ยังไม่ค่อยมีอะไรน่าสนใจ จนเมื่อดำเนินเรื่องไปสักพักก็เริ่มฉายถึงเหตุการณ์แปลก ๆ อีกครั้ง โดยจะทยอยเกิดขึ้นกับแต่ละคน พร้อมกับค่อย ๆ เปิดเผยเรื่องราวทีละน้อยผ่านการสืบหาข้อมูลจากตัวละคร และช่วงกลางเรื่องจะมีพูดถึงโรคระบาด โดยเริ่มฉายตัวละครที่มีอาการป่วย เหมือนถูกไวรัสทำให้มีอาการเสียสติเห็นภาพหลอนจนเกิดความกลัว ซึ่งเหมือนจะดูน่าสนใจ แต่กลับไม่ค่อยได้เน้นจุดนี้เท่าไหร่ มาเน้นเอาช่วงท้ายเรื่องและดำเนินเรื่องได้ค่อนข้างน่าเบื่อไปหน่อย รวมทั้งบางช่วงฉายค่อนข้างนานไปบ้าง

คะแนนส่วนตัว 4.5/10

ตัวอย่าง


ขอบคุณภาพจาก Facebook FEAR รูปหน้าปกที่ 1 / รูปหน้าปกที่ 2 / รูปหน้าปกที่ 3


วันพุธที่ 8 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566

รีวิวหนัง Knock at the Cabin (2023) เสียงเคาะที่กระท่อม

 


               Knock at the Cabin (2023) เสียงเคาะที่กระท่อม เป็นภาพยนตร์สยองขวัญแนวจิตวิทยาอเมริกาที่เขียนบทและกำกับโดย M. Night Shyamalan ผู้เขียนบทภาพยนตร์จากร่างเริ่มต้นโดย Steve Desmond และ Michael Sherman สร้างจากนวนิยายปี 2018 เรื่อง The Cabin at the End of the World โดย Paul G. Tremblay ซึ่งเป็นการดัดแปลงครั้งแรกจากหนึ่งในผลงานของเขา นำแสดงโดย Dave Bautista, Jonathan Groff, Ben Aldridge, Nikki Amuka-Bird, Kristen Cui, Abby Quinn และ Rupert Grint ฉายรอบปฐมทัศน์ในนิวยอร์กซิตี้ที่ Rose Hall เมื่อวันที่ 30 มกราคม 2023 และเข้าฉายในโรงภาพยนตร์ในสหรัฐอเมริกาเมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2023 โดย Universal Pictures

"คนแปลกหน้า 4 คน ที่มาพร้อมกับความตายและวันสิ้นโลก"

               เรื่องราวของเมื่อ เอริค (โจนาธาน กรอฟฟ์)​ และ แอนดรูว์ (เบน อัลดริดจ์)​ คู่เกย์ที่พา เหวิน (คริสเตน คุย)​ ลูกสาวที่รับมาเลี้ยง ไปเที่ยวกันในป่าที่มีกระท่อมส่วนตัว แต่ใครจะไปรู้ว่าการพักร้อนครั้งนี้พวกเขาจะได้พบเจอกับคนแปลกหน้า 4 คน ประกอบไปด้วย ลีโอนาร์ด (เดฟ บอทิสตา), ซาบริน่า (นิกกี้ อามูก้า-เบิร์ด), เอเดียน (แอ็บบี้ ควินน์) และ เรดมอนด์ (รูเพิร์ท กรินท์)​ ที่บุกเข้ามาในกระท่อมของพวกเขาและบอกว่า ถ้าพวกเขาทั้ง 3 ไม่ฆ่าคนใดคนหนึ่งให้ตาย จะเกิดเหตุวันสิ้นโลก ซึ่งนี่จะนำไปสู่การตัดสินใจของพวกเขาทั้ง 3 ว่าเลือกจะเชื่อหรือไม่?

                เอาจริง ๆ เป็นพล็อตหนังที่ดูน่าสนใจ และเมื่อได้ดูตัวอย่างแล้วทำให้อยากรู้บทสรุปเลย แต่เอาเข้าจริงตัวหนังแม้จะมีให้ลุ้นระทึกบ้าง แต่ก็ไม่ได้รู้สึกว่ามันจะสนุกตามที่คาดหวังกับพล็อตเรื่องที่น่าจะตื่นเต้นมากกว่านี้ เพราะหนังเน้นขายความเชื่อเกี่ยวกับคำทำนายเป็นหลัก หนังไม่มีฉากไล่ล่าหรือแอ็คชั่นสักเท่าไร แต่เน้นการกดดันในเชิงจิตวิทยามากกว่า หนังมีจังหวะเนือยอยู่บ้างเป็นระยะ และดำเนินเรื่องเป็นเส้นตรงที่พอจะคาดเดาตอนจบได้ ในตอนจบแอบผิดหวังที่ไม่มีอะไรหักมุม ซึ่งก็ถือว่าผิดวิสัย  M. Night ไปหน่อย

คะแนนส่วนตัว 3/5

ตัวอย่าง


รีวิวโดย A.L. Lucky


ขอบคุณภาพจาก Universal Pictures รูปหน้าปกที่ 1

ขอบคุณภาพจาก Facebook Knock At The Cabin รูปหน้าปกที่ 2 / รูปหน้าปกที่ 3

วันจันทร์ที่ 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566

รีวิวหนัง Theres Something Wrong with the Children (2023)

 


           Theres Something Wrong with the Children (2023) เป็นภาพยนตร์สยองขวัญอเมริกันที่กำกับโดย Roxanne Benjamin และเขียนบทโดย T. J. Cimfel และ David White นำแสดงโดย Alisha Wainwright, Zach Gilford, Amanda Crew และ Carlos Santos โดย Jason Blum ทำหน้าที่เป็นผู้อำนวยการสร้างผ่านแบนเนอร์ Blumhouse Television ของเขา เผยแพร่แบบดิจิทัลในสหรัฐอเมริกาเมื่อวันที่ 17 มกราคม 2023 โดย Paramount Home Entertainment และในวันที่ 17 มีนาคม 2023 โดย MGM+

เด็กที่ใสซื่อบริสุทธิ์กลับเปลี่ยนเป็นปีศาจร้ายที่ฆ่าได้แม้กระทั่งครอบครัวตัวเอง

              เรื่องราวของ มาร์กาเร็ตและเบ็น ที่ได้ไปเที่ยวในวันหยุดสุดสัปดาห์กับเพื่อนเก่าแก่อย่างเอลลี่, โธมัสและลูกสองคน สเปนเซอร์ และ ลูซี่ โดยพวกเขาได้เข้าไปในป่ากันและได้เจอกับซากปรักหักพัง แต่เมื่อออกมาเด็ก ๆ กลับมีพฤติกรรมแปลก ๆ และหายตัวไปในตอนเช้า โดยเบ็นได้เจอพวกเขากระโดดลงไปในหลุมในป่า แต่เมื่อเขากลับมากลับได้เจอเด็ก ๆ อยู่ที่บ้านและแสดงพฤติกรรมที่เปลี่ยนไป

             เปิดเรื่องฉายถึงตัวละครก่อนที่จะเข้าป่า จากนั้นก็ตัดเข้าเรื่อง ดำเนินเรื่องต่อเนื่องกันเลย โดยฉายถึงตัวละครที่กำลังเดินป่า จนเมื่อได้เข้าไปข้างในก็เริ่มฉายเด็กที่มีอาการแปลก ๆ แต่เมื่อกลับมาช่วงนี้จะเน้นพูดคุยกัน การดำเนินเรื่องค่อนข้างน่าเบื่อไปหน่อยและบางฉากฉายค่อนข้างนาน จากนั้นก็เริ่มฉายถึงเด็กที่มีอาการแปลก ๆ กวนประสาท โดยจะเล่นกับตัวละครตัวใดตัวหนึ่งเป็นหลักก่อนที่จะเล่นกับตัวละครอื่น ๆ ทีละคน เหมือนใส่ร้ายตัวละครยุแหย่ให้แตกแยกกัน โดยบางครั้งก็เหมือนเห็นภาพหลอน ดูแล้วสงสารตัวละคร มีช่วงให้ลุ้นบ้างในช่วงท้ายเรื่อง แต่ดูจนจบกลับไม่ได้เปิดเผยเรื่องราวอะไร

คะแนนส่วนตัว 4.5/10

ตัวอย่าง


ขอบคุณภาพจาก IMDb เครดิต Blumhouse Television รูปหน้าปกที่ 1 / รูปหน้าปกที่ 2

วันเสาร์ที่ 24 ธันวาคม พ.ศ. 2565

รีวิวหนัง NANNY (2022) แนนนี่ พี่เลี้ยงหลอน

 


                NANNY (2022) แนนนี่ พี่เลี้ยงหลอน เป็นภาพยนตร์สยองขวัญอเมริกันที่เขียนบทและกำกับโดย Nikyatu Jusu ซึ่งเป็นผลงานการกำกับเรื่องแรกของเธอ นำแสดงโดย Anna Diop, Michelle Monaghan, Sinqua Walls, Morgan Spector, Rose Decker และ Leslie Uggams โดย Jason Blum ทำหน้าที่เป็นผู้อำนวยการสร้างผ่านแบนเนอร์ Blumhouse Television ซึ่งเปิดตัวทั่วโลกที่เทศกาลภาพยนตร์ซันแดนซ์เมื่อวันที่ 22 มกราคม 2022 ซึ่งได้รับรางวัล Grand Jury Prize ทำให้เป็นภาพยนตร์สยองขวัญเรื่องแรกที่ได้รับรางวัลนี้จากซันแดนซ์ ภาพยนตร์เรื่องนี้ฉายในโรงภาพยนตร์แบบจำกัดในวันที่ 23 พฤศจิกายน 2022 โดย Amazon Studios ก่อนที่จะสตรีมบน Prime Video ในวันที่ 16 ธันวาคม 2022

                เรื่องราวของ ไอชา แม่ม่ายชาวแอฟฟริกันจากเซเนกัล ที่ได้ไปทำงานเป็นพี่เลี้ยงครอบครัวแฮฟส์ชาวอเมริกัน (เอมี, อดัม และ โรส) เพื่อหาเงินมาจ่ายค่าเช่า โดยเริ่มงานพรุ่งนี้ ซึ่งเมื่อเธอมาถึงก็ได้เจอกับ เอมี แม่ของ โรส ซึ่งได้ให้เธอเริ่มงานอย่างเป็นทางการ โดยเริ่มจากการพาเธอเดินดูรอบ ๆ พร้อมให้คำแนะนำและตารางงานเบื้องต้น ซึ่งให้เธอพักค้างคืนเป็นเหมือนบ้านของเธอและสามารถเอาอะไรไปก็ได้ยกเว้นเรื่องหนึ่งคือ ห้ามจุดเทียนหรือธูป เนื่องจากโรสอ่อนไหวต่อกลิ่นเหล่านี้ แต่ในขณะที่เธอทำงานก็ติดต่อกับลามีน ลูกชายของเธอที่อยู่กับ น้าอาริอาตู ตลอดเวลา ซึ่งเริ่มแรกเธอก็ทำงานผ่านไปได้ด้วยดี แต่เมื่อผ่านไปได้สักพัก เธอเจ้านายเธอกลับไม่ได้จ่ายค่าจ้างให้เธอเลย รวมทั้งเธอรู้สึกเหมือนเห็นภาพหลอนต่าง ๆ 

               เปิดเรื่องฉายถึงตัวละครหลักก่อนที่จะได้งานพี่เลี้ยง ซึ่งไม่ได้ปูเรื่องราวมากมายก็เริ่มงานเลย แต่จะค่อย ๆ ปูเรื่องราวของตัวละครหลักทีละน้อย โดยเมื่อมาถึงก็ค่อย ๆ ฉายถึงสถานที่ต่าง ๆ โดยรอบ พร้อมกับอธิบายสิ่งต่าง ๆ คร่าว ๆ ซึ่งบางจุดก็ดูลึกลับเป็นปริศนาชวนติดตามดี แต่ก็แค่ช่วงแรกเท่านั้น จากนั้นก็ฉายถึงตัวละครที่ทำงานไปเรื่อย โดยมีไปทำอย่างอื่นข้างนอกส่วนตัวบ้าง แต่กลับค่อนข้างน่าเบื่อไปหน่อย โดยเฉพาะเริ่มเข้าสู่ช่วงกลางเรื่อง ซึ่งหนังจะค่อย ๆ ฉายเหมือนมีบางอย่างแปลก ๆ เหมือนเป็นภาพหลอน แต่กลับดูเน้นไปที่อย่างอื่นมากกว่าที่ไม่ค่อยจำเป็นและเกี่ยวกับหนังเท่าไหร่ เพิ่งมาเน้นฉายภาพหลอนเอาช่วงท้ายเรื่อง แต่ก็ทำได้ไม่ค่อยน่าสนใจเท่าไหร่และไม่ค่อยได้เปิดเผยเรื่องราวมากนัก

คะแนนส่วนตัว 4/10

ตัวอย่าง


ขอบคุณภาพจาก IMDb เครดิต Stay Gold Features รูปหน้าปกที่ 1 / รูปหน้าปกที่ 2 / รูปหน้าปกที่ 3 / รูปหน้าปกที่ 4

วันเสาร์ที่ 3 ธันวาคม พ.ศ. 2565

รีวิวหนัง THE LOST PATIENT (2022)

 


          THE LOST PATIENT (2022) เป็นภาพยนตร์ระทึกขวัญลึกลับดราม่าจากฝรั่งเศสที่กำกับโดย Christophe Charrier เขียนโดย Elodie Namer, Christophe Charrier และ Timothé Le Boucher (สร้างจากการ์ตูนโดย) นำแสดงโดย Txomin Vergez, Clotilde Hesme และ Rebecca Williams

              ชายผู้รอดชีวิตเพียงหนึ่งเดียวจากโศกนาฏกรรมครอบครัวถูกฆ่าตายที่ตื่นขึ้นมาในโรงพยาบาลและพยายามฟื้นความทรงจำเรื่องราวในอดีต

              เรื่องราวของ โธมัส ที่ตื่นขึ้นมาในโรงพยาบาลหลังเกิดเรื่องเลวร้ายที่บ้านเมื่อสามปีก่อน โดยพ่อแม่ เบ็ตตี้ กับ มาร์ค ถูกยิงตาย ดีแลน ญาติ ถูกยิงก่อนถูกรัดคอ ส่วนเขาเกือบตาย มีมีดปักอยู่ที่ท้องในตอนที่อายุสิบหก ซึ่งมีอาการโคม่ามานาน ทำให้กล้ามเนื้ออ่อนแอขยับร่างกายไม่ได้และจำเรื่องราวอะไรไม่ได้เลย จำได้แต่ ลอร่า พี่สาวของเขา ซึ่งตอนนี้ได้หายตัวไป โดยหลังจากที่เขาตื่นก็ได้เจอกับ แอนนา คีฟเฟอร์ นักจิตวิทยาของเขา ที่จะช่วยดูแลเขาและช่วยให้เขาฟื้นความทรงจำ โดยเขาต้องอยู่ในโรงพยาบาลคอยทำกายภาพบำบัดพร้อมกับรื้อฟื้นความทรงจำไปด้วยและได้เห็นคนลึกลับที่คิดว่าจะมาตามล่าเขา

           เปิดเรื่องฉายถึงตัวละครหลักในวัยเด็กที่ได้เห็นคนตายในบ้านก่อนฉายถึงตัวละครหลักในตอนโตที่อยู่ในโรงพยาบาล จากนั้นก็ได้ฉายถึงใครบางคน แต่ไม่ได้ฉายให้เห็นหน้าก่อนตัดเข้าเรื่อง ซึ่งดำเนินเรื่องต่อเนื่องกัน โดยช่วงนี้จะค่อย ๆ เปิดเผยถึงที่มาที่ไปที่ทำให้ตัวละครต้องมาอยู่ในโรงพยาบาล พร้อมทั้งฉายถึงตัวละครที่ค่อย ๆ เห็นภาพในอดีตของตัวเองไปด้วยจากการช่วยฟื้นความทรงจำของนักจิตวิทยา โดยบางช่วงมีฉายถึงตัวละครลึกลับในช่วงเปิดเรื่องบ้าง ซึ่งเป็นบุคคลที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับครอบครัว โดยเมื่อตัวละครเห็นจะรู้สึกหวาดกลัว ซึ่งดำเนินเรื่องเรื่อย ๆ ฉายสลับระหว่างอดีตกับปัจจุบัน โดยช่วงปัจจุบันตัวละครจะอยู่ในโรงพยาบาลตลอดทั้งเรื่อง แต่ก็ทำได้ชวนติดตามดีว่าคนลึกลับนั้นคือใครและครอบครัวของตัวละครหลักตายยังไง พี่สาวหายไปไหน ซึ่งช่วงกลางเรื่องจะค่อย ๆ เปิดเผยเรื่องราวของครอบครัวที่ดูเป็นปริศนา ซึ่งหักมุมในช่วงท้ายเรื่องแบบคิดไม่ถึง

คะแนนส่วนตัว 5.5/10

ตัวอย่าง


ขอบคุณภาพจาก IMDb เครดิต Stromboli Films รูปหน้าปก


วันอังคารที่ 28 มิถุนายน พ.ศ. 2565

รีวิวหนัง WATCHER (2022) วอทเชอร์

                


              WATCHER (2022) วอทเชอร์ เป็นภาพยนตร์ระทึกขวัญจิตวิทยาอเมริกันที่เขียนบทและกำกับโดย Chloe Okuno จากบทภาพยนตร์ดั้งเดิมของ Zack Ford ซึ่งฉายรอบปฐมทัศน์ในงานเทศกาลภาพยนตร์ซันแดนซ์ปี 2022 เมื่อวันที่ 22 มกราคม 2022 วางจำหน่ายเมื่อวันที่ 3 มิถุนายน 2022 โดย IFC Midnight

               คนที่อยู่ตรงข้ามอพาร์ทเม้นไม่ใช่เพื่อนบ้าน แต่คือฆาตกรต่อเนื่องที่ได้ฆ่าปาดคอเหยื่อที่เป็นผู้หญิงมาแล้วหลายศพ

              เรื่องราวของ จูเลีย (จูลส์) อดีตนักแสดง ที่ย้ายประเทศจากนิวยอร์คไปยังอพาร์ทเม้นท์ในบูคาเรสต์โรมาเนียพร้อมกับ ฟรานซิส ซึ่งเป็นบ้านเกิดของเขา หลังจากที่เขาได้เลื่อนขั้น ซึ่งบริษัทต้องการคนประจำที่ออฟฟิศในบูคาเรสต์ โดยเขาโตขึ้นในอเมริกา แต่แม่ของเขาเป็นคนโรมาเนีย โดยเธอพยายามเรียนรู้ภาษาโรมาเนียไปด้วยระหว่างอาศัยอยู่ในอพาร์ทเม้นท์ ซึ่งเมื่อเธอย้ายเข้ามาก็มีผู้ชายฝั่งตรงข้ามชอบมองมาที่ห้องเธอ โดยเธอจะเห็นเขาในตอนกลางคืน จากนั้นไม่นานก็เกิดเหตุฆาตกรรมขึ้นในอพาร์ทเม้นท์ฝั่งตรงข้าม ซึ่งเหยื่อหลายรายล้วนเป็นผู้หญิงที่ถูกปาดคอ หลังจากนั้นเธอก็เริ่มรู้สึกว่ามีผู้ชายติดตามเธอมาตลอด โดยคิดว่าน่าจะเป็นคนเดียวกับในอพาร์ทเม้นท์ฝั่งตรงข้าม จึงตัดสินใจโทรแจ้งตำรวจและเมื่อตำรวจกับฟรานซิสไปดูก็พบว่าเป็นคนเดียวกันที่ตามเธอ แต่ก็ไม่มีเหตุผลมากพอที่จะทำอะไรได้ เธอจึงต้องแอบตามเขาไปดูและไปดูเขาที่ห้องด้วยตัวเองว่าใช่คนเดียวกันไหม แต่แล้วในที่สุดเธอก็ตกเป็นเหยื่อรายต่อไป

              เปิดเรื่องฉายถึงตัวละครที่กำลังย้ายไปอพาร์ทเม้นท์และฉายเหมือนมีคนมองมาจากบนตึกก่อนตัดเข้าเรื่อง ซึ่งดำเนินเรื่องต่อเนื่องกันเลย โดยได้ฉายถึงใครบางคนที่มองอยู่ฝั่งตรงข้ามอีกครั้ง ซึ่งช่วงแรกจะฉายถึงตัวละครหลักที่ใช้ชีวิตไปเรื่อย พร้อมกับเรียนภาษาโรมาเนียไปด้วย จึงยังสื่อสารไม่ค่อยได้และฟังภาษาไม่ค่อยรู้เรื่อง ในขณะที่คนอื่นสื่อสารกันได้ จึงดูแล้วก็ชวนสงสารตัวละครไปด้วยตลอดทั้งเรื่อง จากนั้นก็ค่อย ๆ ฉายถึงตัวละครแต่ละคนในฝั่งตรงข้ามและเกิดเรื่องบางอย่างขึ้น ซึ่งยังไม่ได้บอกว่าคืออะไร จนค่อย ๆ เปิดเผยเรื่องราว พร้อมกับคำให้การของเหยื่อเกี่ยวกับคนร้าย จากนั้นก็ฉายเหมือนมีคนแอบตามตัวละคร จึงได้ตัดสินใจขอดูกล้องวงจรปิดจากสถานที่ที่ถูกติดตามว่าเป็นใคร แต่ก็เห็นหน้าไม่ชัดเจน รวมทั้งคนที่มองจากอพาร์ทเม้นท์ตรงข้ามก็เห็นเพียงแค่เงา ซึ่งจะเน้นฉายตัวละครหลักที่ต้องอยู่คนเดียวในตอนดึกคอยมองอพาร์ทเม้นท์ฝั่งตรงข้ามไปด้วย บางครั้งก็มีคนมาเคาะประตู จึงทำให้ชวนหวาดระแวงไปหมดว่าใครคือคนร้ายตัวจริงกันแน่ ซึ่งบางช่วงก็เน้นบรรยากาศมืด ๆ วังเวงดี โดยจะมีพูดถึงที่มาที่ไปของตัวละครในช่วงกลางเรื่อง ซึ่งช่วงท้ายเรื่องตัวละครจึงแอบตามผู้ต้องสงสัยไปดูและเริ่มมีคนในอพาร์ทเม้นท์หายไป จนฉายถึงบางคนที่ดูท่าทางน่ากลัวและได้ฉายให้เห็นหน้า แถมยังเจอกันในที่อื่นอีก ซึ่งต่อมาก็ได้เปิดเผยคนร้ายตัวจริง แต่ก็ไม่ถึงกับแปลกใจอะไรและดูจนจบหนังยังทำได้ไม่ค่อยลุ้นระทึกเท่าไหร่

คะแนนส่วนตัว 5.5/10

ตัวอย่าง


ขอบคุณภาพจาก IFC Midnight รูปหน้าปกที่ 1

ขอบคุณภาพจาก Facebook IFC Films รูปหน้าปกที่ 2 / รูปหน้าปกที่ 4

ขอบคุณภาพจาก Image Nation Abu Dhabi รูปหน้าปกที่ 3




วันศุกร์ที่ 27 พฤษภาคม พ.ศ. 2565

รีวิวหนัง İlk Seans: NMSM (2022)

 


             
İlk Seans: NMSM (2022) เป็นภาพยนตร์สยองขวัญจากประเทศตุรกีที่กำกับและเขียนโดย Murat Toktamisoglu นำแสดงโดย Eylul Ezgi Yilmaz

            เมื่อในรถไฟใต้ดินยามดึกถูกปิดไม่มีคนอยู่ แต่กลับมีบางสิ่งอยู่ มันไม่ใช่มนุษย์ เรื่องราวของ อัสลี ที่เผชิญกับความกลัวในวัยเด็กเกี่ยวกับความสกปรกและความมืด เวลาไปไหนหรือทำอะไรจึงต้องเช็ดให้สะอาดก่อนและไม่ชอบอยู่ในความมืด โดยเธอรอเรียกรถแท็กซี่ แต่ไม่มีใครรับเธอสักคัน จึงตัดสินใจลงไปยังรถไฟใต้ดินแทน แต่ในระหว่างที่เธอกำลังขึ้นรถ ได้มีชายคนหนึ่งออกมาจากรถและชนถูกเธอ ทำให้เธอขึ้นรถไม่ทัน เธอจึงได้รอรถคันถัดไป จนได้ขึ้นรถและได้นั่งรอ ในระหว่างนั่งรอจึงได้หยิบมือถือขึ้นมาฟังเพลงและเผลอหลับไปจนผู้โดยสารคนอื่น ๆ ออกไปหมดและจอดรถเทียบท่า ซึ่งในระหว่างนั้นมียามเดินตรวจตรา แต่ดันมีโทรศัพท์เรียกไปก่อน จึงยังเดินสำรวจไม่หมด จึงได้ปิดไฟและประตูรถ รวมทั้งสถานีรถไฟฟ้าใต้ดินด้วย ทำให้เธอติดอยู่ข้างใน เมื่อเธอจะโทรศัพท์ มือถือก็ดันแบตหมดอีก เธอจึงพยายามง้างประตูเปิดออกมา ซึ่งเมื่อออกมาได้ก็ได้ร้องเรียกหาคน แต่กลับไม่มีใครเห็นหรือได้ยินเลย เธอคิดว่าตอนนี้เธออยู่ข้างในคนเดียว แต่แล้วเธอก็ได้เจอบางสิ่งซึ่งไม่ใช่มนุษย์

             เปิดเรื่องฉายถึงตัวละครหลักที่กำลังเรียกรถแท็กซี่ก่อนที่จะลงไปยังรถไฟใต้ดินแทน ซึ่งมีฉายถึงเรื่องราวก่อนหน้าบ้างเป็นช่วง ๆ เกี่ยวกับอาการป่วยของตัวละคร จากนั้นก็มีเหตุให้เหลือคนเดียวในรถ ซึ่งหลังจากนี้จะเน้นฉายตัวละครหลักกับยามในรถไฟฟ้าใต้ดินทั้งคืน โดยจะเน้นบรรยากาศมืด ๆ หลอน ๆ มีเพียงแสงไฟจากหลอดไฟเท่านั้น ดูแล้วชวนอึดอัดดี โดยช่วงนี้จะฉายถึงตัวละครหลักกับยามที่อยู่ในป้อมที่ไม่ได้มองกล้องวงจรปิด ส่วนตัวละครหลักก็เดินหาคนไปเรื่อย ซึ่งในช่วงนี้หนังได้ใช้ดนตรีจังหวะตื่นเต้น ๆ ประกอบไปด้วย แต่ฉายถึงการหาคนค่อนข้างนานไปหน่อย ตามหาคนจนครึ่งเรื่องก็ยังไม่มีอะไร ส่วนตัวละครหลักก็ดูแล้วกลายเป็นน่ารำคาญมากกว่าน่าสงสาร จนค่อย ๆ เริ่มปิดไฟทีละดวงในบางส่วนและค่อย ๆ ฉายบางอย่างที่ไม่ได้ฉายให้เห็นชัดเจนมาก แต่ดูแล้วออกตลก ๆ ไปหน่อย แต่บางจุดก็ทำได้น่าสนใจชวนลุ้นดี โดยจะเน้นฉากโหดในช่วงท้าย ๆ เรื่อง ซึ่งสิ่งที่ตัวละครเห็นได้เปิดเผยในช่วงท้ายเรื่องเช่นกัน แต่ก็พอเดาเรื่องได้ พล็อตเรื่องคล้าย ๆ เรื่อง Creep 1 (2004) อสูรใต้ดิน คนกินมนุษย์

คะแนนส่วนตัว 4.5/10

ตัวอย่าง


อ่านรีวิว Creep 1 (2004) อสูรใต้ดิน คนกินมนุษย์


ขอบคุณภาพจาก Hann Media รูปหน้าปกที่ 1

วันพุธที่ 30 มีนาคม พ.ศ. 2565

รีวิวหนัง The Hypnosis (2021) สั่งจิตสยอง

 


              The Hypnosis (2021) สั่งจิตสยอง เป็นภาพยนตร์ระทึกขวัญสยองขวัญจากเกาหลีใต้ที่กำกับและเขียนโดย Jae-Hoon Choi นำแสดงโดย Lee Da-wit, Nam Min-Woo และ Yi-suk Seo

             การสะกดจิตที่ช่วยบำบัดอาการต่าง ๆ แต่หลังจากถูกสะกดจิต กลับเห็นภาพหลอนแปลก ๆ จนทำให้อยากฆ่าตัวตาย 

             เรื่องราวของ คิม โดฮยอน ประธานรุ่นนักศึกษาวิทยาลัยอันไซที่กำลังทำโปรเจคถ่ายวีดีโอทำสารคดีการบ้านจิตวิทยาและได้รับการแนะนำการสะกดจิตบำบัดจาก จินโฮ นักศึกษาที่เพิ่งย้ายเข้ามาใหม่ที่อาจารย์ฝากให้ช่วยดูแล ซึ่งมีอาการป่วยจากอุบัติเหตุไฟไหม้ ทำให้สูญเสียความทรงจำ จึงต้องเข้าบำบัดฟื้นฟูความจำสัปดาห์ละครั้งจากอาจารย์เซ แต่เมื่อเขาได้รับการสะกดจิต เขาก็เริ่มเห็นภาพหลอนแปลก ๆ รวมทั้งเพื่อนของเขาที่ไปสะกดจิตก็ได้เห็นด้วย และเมื่อหลุดจากภวังค์ของการสะกดจิต จะทำให้อยากฆ่าตัวตาย เนื่องด้วยถูกใส่ตัวกระตุ้น ใครกันที่ใส่ตัวกระตุ้นเข้าไปและทำไปเพื่ออะไร

             เปิดเรื่องฉายถึงตัวละครที่ถูกสะกดจิตก่อนตัดมาฉายตัวละครหลักก่อนที่จะได้รับการแนะนำให้มาสะกดจิต จากนั้นก็เริ่มการสะกดจิต ซึ่งก็ได้ฉายภาพการสะกดจิตให้เห็นทีละน้อย พร้อมกับการปูที่มาที่ไปของตัวละครอื่นที่เกี่ยวข้องกับตัวละครหลักและฉายถึงภาพหลอนของการสะกดจิตที่เกิดขึ้นกับตัวละครอื่นด้วย ซึ่งการสะกดจิตบางครั้งเกิดขึ้นเองไม่ได้เกิดจากคนสะกดจิต โดยเมื่อถูกสะกดจิตจะฉายถึงภาพหลอนแปลก ๆ ที่เห็น แต่บางฉากก็พอเดาเรื่องได้บ้างและบางช่วงค่อนข้างมืดไปหน่อย จากนั้นก็เริ่มฉายถึงตัวละครที่ถูกสะกดจิตมีท่าทางแปลก ๆ ก่อนฆ่าตัวตายโดยไม่ทราบสาเหตุ ซึ่งบางฉากทำได้น่าสนใจดี โดยมีการสืบสวนบ้างในช่วงท้ายเรื่องจากปริศนาที่ตัวละครได้ทิ้งไว้ก่อนฆ่าตัวตาย พร้อมกับค่อย ๆ เปิดเผยเรื่องราวทีละน้อย ซึ่งเกี่ยวข้องกับตัวละครบางคนในวัยเด็ก จนเปิดเผยถึงตัวละครที่เป็นคนสะกดจิตจริง ๆ รวมทั้งบทสรุปในช่วงเปิดเรื่อง ซึ่งก็ไม่ถึงกับแปลกใจมาก

คะแนนส่วนตัว 5/10

ตัวอย่าง 


ขอบคุณภาพจาก IMDb รูปหน้าปกที่ 1 / รูปหน้าปกที่ 2

วันพุธที่ 9 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2565

รีวิวหนัง The Privilege (2022) เดอะ พริวิเลจ

 


               The Privilege (2022) เดอะ พริวิเลจ เป็นภาพยนตร์สยองขวัญจากเยอรมันที่รู้จักกันในชื่อ Das Privileg กำกับโดย Felix Fuchssteiner และ Katharina Schöde เขียนโดย Felix Fuchssteiner, Sebastian Niemann และ Katharina Schöde นำแสดงโดย Max Schimmelpfennig, Lise Risom Olsen และ Caroline Hartig   

              เรื่องราวของ ฟินน์ ที่สูญเสีย อันนา พี่สาววัยสิบแปดปีหลังจากที่เธอหนีบางอย่างแล้วโดดสะพานฆ่าตัวตาย ทำให้เขาสะเทือนใจเป็นอย่างมากและมักจะเห็นภาพหลอน จนต้องคอยกินยาระงับประสาทของด็อกเตอร์ชไตน์เคอ รวมทั้งรู้สึกเหมือนมีบางอย่างไล่ตามเขาเช่นเดียวกับอันนา ซึ่งพ่อแม่เขาก็กลัวว่าเขาจะลงเอยเหมือนเธอ แต่เขากลับกลัวว่า โซฟี พี่สาวฝาแฝดอันนาจะลงเอยเช่นเดียวกับอันนา รวมทั้งหลายอย่างที่เกิดขึ้นทำให้เขาเริ่มสงสัยในครอบครัวของเขาโดยเฉพาะยาที่เขากิน ข้างในยามี เนโครฟังกัส ซิโลเบลิส เชื้อราที่ปกติมันจะงอกอยู่บนร่างคนตายและไม่ถูกพบในภูมิอากาศทั่วไป สิ่งที่ตามล่าเขาและเชื้อรานี้คืออะไร กันแน่

              เปิดเรื่องฉายถึงตัวละครหลักในวัยเด็กที่ถูกพี่สาวพาหนีบางอย่างโดยไม่ได้ฉายให้เห็นว่าคืออะไร จากนั้นก็ตัดเข้าเรื่อง ซึ่งดำเนินเรื่องต่อเนื่องกันเลย โดยฉายตัวละครหลักในวัยเด็กเล็กน้อยก่อนฉายในตอนโต ซึ่งช่วงแรกจะเป็นการฉายถึงการใช้ชีวิตทั่วไปของตัวละครที่มีฉากน่ารัก ๆ ของตัวละครสอดแทรกบ้าง พร้อมกับการฉายภาพหลอนที่ตัวละครเห็น บางอย่างที่ตามหลอกหลอนและบางสิ่งที่ตามไล่ล่า ซึ่งเกี่ยวข้องกับการสะเทือนใจต่อการจากไปของพี่สาวในวัยเด็ก ซึ่งชวนให้สงสัยว่าคือภาพหลอนหรือความจริงกันแน่ จนค่อย ๆ ฉายถึงตัวละครในครอบครัวที่มีท่าทางแปลก ๆ ดูลึกลับ รวมทั้งตัวละครอื่นด้วยจึงดูไม่น่าไว้วางใจ จากนั้นก็เริ่มฉายเหตุการณ์แปลก ๆ ที่เกิดขึ้นกับตัวละครบางคน ซึ่งฉากหลอกหลอนก็มีตุ้งแช่บ้าง และค่อย ๆ เปิดเผยเรื่องราวทีละน้อยที่เกี่ยวข้องกับยา พร้อมทั้งตามหาผู้เชี่ยวชาญโดยตรงมาช่วยแก้ไขด้วยการใช้วิธีสื่อสารกับสิ่งลึกลับนั้น โดยช่วงท้าย ๆ เรื่องจะเป็นการสืบสวนเกี่ยวกับตัวยาที่หักมุมแบบคิดไม่ถึง ซึ่งมีช่วงให้ลุ้นบ้างเล็กน้อยและจบแบบเหมือนมีต่อ โดยเป็นหนังที่มีหลายอย่างในตัว อย่างเช่น ปีศาจสยองขวัญ จิตวิทยา ลึกลับ สืบสวน แต่ว่าในแต่ละส่วน หนังใช้อย่างละนิดหน่อยเท่านั้น เลยยังไม่ค่อยสุดเท่าไหร่

คะแนนส่วนตัว 5.5/10

ตัวอย่าง  


ขอบคุณภาพจาก Facebook Bavaria Fiction รูปหน้าปกที่ 1 / รูปหน้าปกที่ 2

 

ป้ายกำกับ