วันเสาร์ที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2569

รีวิวหนัง Resident Evil (2026) เรสซิเดนท์ อีวิล

 



           Resident Evil (2026) เรสซิเดนท์ อีวิล เป็นภาพยนตร์สยองขวัญที่กำกับโดย Zach Cregger และเขียนบทโดย Cregger กับ Shay Hatten ดัดแปลงมาจากแฟรนไชส์วิดีโอเกม Resident Evil ของ Capcom นำแสดงโดย Austin Abrams, Zach Cherry, Kali Reis และ Paul Walter Hauser

           โดย Constantin Film เริ่มวางแผนรีบูตซีรีส์ภาพยนตร์ Resident Evil ตั้งแต่ต้นปี 2022 หลังจากที่ Resident Evil: Welcome to Raccoon City (2021) ล้มเหลว และการยกเลิกซีรีส์ทีวีของ Netflix ในปี 2022 Cregger ถูกจ้างในเดือนมกราคม 2025 และ Sony Pictures' PlayStation Productions เข้าร่วมการผลิต มีสตูดิโอสี่แห่ง รวมถึง Warner Bros. Pictures และ Netflix ยื่นประมูลสิทธิ์ภาพยนตร์ โดย Sony ชนะในเดือนมีนาคม การถ่ายทำเริ่มในเดือนตุลาคม 2025 ที่ปราก

           ออกฉายรอบปฐมทัศน์ที่ลอสแอนเจลิสเมื่อวันที่ 15 กันยายน และเข้าฉายในสหรัฐอเมริกาเมื่อวันที่ 18 กันยายน 2026 โดย Sony Pictures Releasing 

          เรื่องราวของ ไบรอัน โฮดูกาวิช ไปรษณีย์เวชภัณฑ์ที่ยอมรับงานส่งพัสดุด่วนไปยังโรงพยาบาลแรคคูนซิตี้ในภูเขาที่มีหิมะปกคลุมของโคโลราโด เนื่องจากค่าจ้างที่สูงขึ้น ซึ่งเขาคิดว่ามันคืองานง่าย ๆ แต่เขากลับคิดผิด เมื่อการไปส่งพัสดุที่นั่นไม่ได้ง่ายอย่างที่คิด เนื่องจากระหว่างทางที่เขาไปต้องเอาชีวิตรอดจากซอมบี้ที่มาในหลายรูปแบบ

          เปิดเรื่องฉายถึงตัวละครหลักที่มาทำงานส่งของให้กับโรงพยาบาลก่อนที่จะมีเหตุให้ต้องรับงานส่งของอีกชิ้นไปยังโรงพยาบาลแรคคูนซิตี้ ซึ่งเป็นสถานที่ทดลองต้นเหตุของเรื่อง โดยหนังดำเนินเรื่องได้ไวมากและไม่มีช่วงที่น่าเบื่อเลย ไม่ต้องปูเรื่องอะไรมากก็เข้าเรื่องเลย ถึงแม้เรื่องราวจะไม่ค่อยมีอะไรเท่าไหร่ ซึ่งไม่นานก็ฉายถึงซอมบี้ ซึ่งซอมบี้ตัวแรกก็ทำได้หลอนและฮาดี โดยหนังได้ใส่ฉากตลกตั้งแต่ช่วงแรกและสอดแทรกเป็นช่วง ๆ ให้หัวเราะไปด้วย พร้อมทั้งใส่ฉากลุ้นระทึกตลอดทั้งเรื่อง ให้ชวนลุ้นไปกับตัวละครด้วยว่าจะเจออะไรต่อไป ซึ่งฉากสถานที่แต่ละที่ทำได้น่าสนใจดี โดยตัวละครเป็นคนธรรมดาไม่ได้มีฝีมือเหมือนภาคก่อน ๆ แถมก็ไม่ค่อยเกี่ยวข้องกันเท่าไหร่ แต่ก็ทำให้ชวนลุ้นเอาใจช่วยได้ตลอดเวลา โดยบางช่วงทำได้เหมือนกำลังเล่นเกมไปในตัวและเหมือนในอนิเมชั่นกับภาพยนตร์บางส่วน ซอมบี้บางจุดก็มาแนวเดียวกัน แต่บางจุดก็แปลกไปอีกแบบ แต่แอบเสียดายที่หนังจบเร็วไปหน่อย แต่ก็ได้ทิ้งท้ายเหมือนมีต่อ

คะแนนส่วนตัว 8/10

ตัวอย่าง 


ขอบคุณภาพจาก IMDb เครดิต Columbia Pictures รูปหน้าปกที่ 1 / รูปหน้าปกที่ 2 / รูปหน้าปกที่ 3

ไม่มีความคิดเห็น:

ป้ายกำกับ