แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ หนังสัตว์​ประหลาด แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ หนังสัตว์​ประหลาด แสดงบทความทั้งหมด

วันศุกร์ที่ 6 พฤศจิกายน พ.ศ. 2569

รีวิวหนัง Chum (2026)

 



            รีวิวหนัง Chum (2026) เป็นภาพยนตร์สยองขวัญระทึกขวัญอเมริกันที่กำกับโดย Jonathan Zuck นำแสดงโดย Alice Eve, Eric Michael Cole, Elle Haymond, Sarah Siadat และ Jim Klock โดยมีกำหนดเข้าฉายพร้อมกันทั้งในโรงภาพยนตร์และบนแพลตฟอร์มดิจิทัลโดย IFC Films วันที่ 5 มิถุนายน 2026

           เรื่องราวของ ทีน่า กับ ทอม ที่เข้าพิธีแต่งงานใหม่หมาด ๆ บนเกาะ ได้ถูกเพื่อนอย่าง ริค, ซาดี, บริทนีย์ และ รจินดา ชวนไปทัวร์ล่องเรือสามชั่วโมงเป็นของขวัญวันแต่งงาน ซึ่งไม่เคยมีฉลามโจมตีในน่านน้ำแห่งนี้ แต่แล้วไม่นานก็มีฉลามจู่โจมเรือของพวกเขาและมีคนได้รับบาดเจ็บ จึงต้องรีบออกไปจากที่นี่

           เปิดเรื่องฉายถึงเหยื่อที่ลงเล่นน้ำและโดนฉลามกิน จากนั้นก็ตัดมาฉายถึงตัวละครหลัก ๆ ในเรื่อง ซึ่งตัวละครแต่ละคนถือว่าไม่ค่อยผ่าน ทั้งหน้าตาและการแสดง โดยเป็นช่วงก่อนที่จะเดินทาง ซึ่งหลังจากนั้นก็ฉายถึงละครที่ล่องเรือเล่นน้ำไปเรื่อย พร้อมกับฉายถึงใต้น้ำไปด้วย ซึ่งช่วงนี้ค่อนข้างน่าเบื่อไปหน่อย จากนั้นก็เริ่มฉายถึงฉลามที่เล่นงานเหยื่อและมีเหตุทำให้เรือไฟไหม้ ซึ่งฉลามพอจะดูสมจริงอยู่ แต่ฉากกินเหยื่อดูแปลก ๆ ไม่ค่อยสมจริงเท่าไหร่ และไม่ค่อยมีฉากลุ้นมากนัก ซึ่งจะเน้นอยู่บนเรือกันมากกว่า จากนั้นก็เริ่มฉายถึงตัวละครที่มีอาการแปลก ๆ ซึ่งก็มีหักมุมบ้างและได้เปิดเผยเรื่องราวเล็กน้อย แต่ก็ไม่ได้แปลกใจเท่าไหร่ ช่วงท้ายเหมือนจะชวนลุ้นเอาใจช่วยตัวละครขึ้นมาหน่อย แต่กลับดูขัดใจการกระทำของตัวละครแต่ละคนสุด ๆ พล็อตเรื่องก็ไม่ได้แปลกใหม่มาแนวเดิม ๆ เดาเรื่องได้ไม่ยาก

คะแนนส่วนตัว 2.5/10

ตัวอย่าง


ขอบคุณภาพจาก IMDb เครดิต KCD Media รูปหน้าปกที่ 1 / รูปหน้าปกที่ 2 / รูปหน้าปกที่ 3

วันอาทิตย์ที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2569

รีวิวหนัง Deep Water (2026)

 



            Deep Water (2026) เป็นภาพยนตร์แนวเอาชีวิตรอดที่กำกับโดย Renny Harlin นำแสดงโดย Aaron Eckhart และ Ben Kingsley

           โดยได้เปิดฉายรอบปฐมทัศน์ที่เทศกาลภาพยนตร์ซาราโซตา (Sarasota Film Festival) เมื่อวันที่ 10 เมษายน ค.ศ. 2026 และเข้าฉายในโรงภาพยนตร์เมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม ค.ศ. 2026

          เรื่องราวของ กลุ่มคนหลายเชื้อชาติ ที่กำลังเดินทางจากสายการบินนอร์ทอีสเทิร์นแอร์ไลน์ (N-140) ไปเซี่ยงไฮ้ แต่แล้วขณะบินได้เกิดเหตุเพลิงไหม้ที่เก็บสินค้า จึงตัดสินใจลงจอดฉุกเฉินที่สนามบินนานาชาติกวม ซึ่งใกล้ที่สุด แต่ไม่ทันกาลจึงต้องลงที่มหาสมุทรแทน ซึ่งการลงจอดนี้ทำให้มีคนเสียชีวิตจำนวนมาก แถมยังต้องเอาชีวิตรอดจากฉลามอีก

          เปิดเรื่องค่อย ๆ ฉายถึงตัวละครหลัก ๆ ในเรื่องก่อนที่จะเดินทางขึ้นเครื่อง ซึ่งใช้ตัวละครเยอะดี แต่ช่วงอยู่บนเครื่องค่อนข้างน่าเบื่อมาก โดยฉายแต่ละคนพูดคุยกัน ซึ่งยืดเยื้อเกินความจำเป็น จากนั้นก็ค่อย ๆ ฉายถึงเหตุการณ์บางอย่างที่ทำให้เกิดประกายไฟจนค่อย ๆ รุกรามมากขึ้นเรื่อย ๆ แต่แทนที่ตัวละครจะรีบไปดับไฟ กลับอืดอาดไม่ได้รีบร้อนเลยและไม่ได้สนใจผู้โดยสารเท่าไหร่ แต่ก็เริ่มน่าสนใจขึ้นเมื่อเครื่องระเบิดและเริ่มมีคนตาย ซึ่งจุดนี้ให้อารมณ์เหมือนดูหนังเรื่องโกงความตายเลย โดยเมื่อลงจอดที่มหาสมุทรแล้วก็ค่อย ๆ ฉายถึงคนที่รอดชีวิตและคนที่ไม่รอด ซึ่งก็พอจะเดาเรื่องได้บ้าง จากนั้นก็เริ่มฉายถึงบางอย่างในน้ำ ซึ่งก็ชวนลุ้นดีในช่วงนี้ จนได้ฉายถึงฉลามที่เล่นงานเหยื่อ ซึ่งการเล่นกับฉากสถานที่แบบนี้น่าสนใจเลย แต่เสียดายที่หนังกลับไม่ค่อยเน้นเท่าไหร่ ฉากลุ้นระทึกก็น้อยมาก ฉลามกลายเป็นตัวประกอบซะมากกว่า แถมก็ยังมีฉากพูดคุยกันเกินความจำเป็นและค่อนข้างยืดเยื้อตามเคย

คะแนนส่วนตัว 5/10

ตัวอย่าง


ขอบคุณภาพจาก Magenta Light Studios รูปหน้าปกที่ 1

ขอบคุณภาพจาก IMDb เครดิต Magenta Light Studios รูปหน้าปกที่ 2 / รูปหน้าปกที่ 3

วันพุธที่ 28 ตุลาคม พ.ศ. 2569

รีวิวหนัง Thrash (2026) ฉลามคลั่ง ทะเลเดือด

 


         
Thrash (2026) ฉลามคลั่ง ทะเลเดือด เป็นภาพยนตร์ระทึกขวัญเอาชีวิตรอดอเมริกันที่เขียนบทและกำกับโดย Tommy Wirkola แสดงโดย Phoebe Dynevor, Whitney Peak และ Djimon Hounsou โดย Wirkola ผลิตร่วมกับ Adam McKay และ Kevin Messick จาก Hyperobject Industries

           
           ซึ่ง Sony Pictures ประกาศอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับภาพยนตร์เรื่องนี้ในเดือนพฤษภาคม 2024 การถ่ายทำเริ่มขึ้นในเดือนกรกฎาคมที่เมลเบิร์น เดิมทีวางแผนจะฉายในโรงหนัง แต่ Sony ได้โอนสิทธิ์การจัดจำหน่ายไปยัง Netflix สำหรับการสตรีม ชื่อเรื่องนี้ได้ผ่านการเปลี่ยนแปลงหลายครั้ง รวมถึง Beneath the Storm และ Shiver โดยถูกปล่อยออกมาในสหรัฐอเมริกาเมื่อวันที่ 10 เมษายน 2026 

           เรื่องราวของ คนกลุ่มหนึ่ง ที่ไม่เชื่อเรื่องที่ประกาศให้ออกจากเมือง เนื่องจากพายุเฮนรี่จะพุ่งเข้าปะทะแอนนี่วิลล์ เซาท์แคโรไลนา แต่พวกเขาคิดผิด เมื่อพายุทวีความรุนแรงขึ้นและได้พาฉลามหัวบาตรเข้ามาด้วย พวกเขาจึงต้องเอาชีวิตรอดจากฉลามหัวบาตรในขณะที่น้ำค่อย ๆ สูงขึ้นเรื่อย ๆ 

           เปิดเรื่องด้วยการเกริ่นนำเรื่องราวเกี่ยวกับพายุเฮอริเคน ในปี 1980 ความรุนแรง ความถี่ และระยะเวลาของพายุเฮอริเคนแอตแลนติกเพิ่มขึ้น 250 % แม้ลมและฝนจะก่อให้เกิดอันตรายร้ายแรง แต่ภัยคุกคามที่ร้ายแรงที่สุดคือ คลื่นพายุซัดฝั่ง เริ่มก่อตัวจากพายุดีเปรสชั่น แต่ใน 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา พายุเฮนรี่ทวีกำลังเป็นระดับสองแล้ว จากนั้นก็ค่อย ๆ ฉายถึงภัยพิบัติที่เกิดขึ้นก่อนตัดเข้าเรื่อง ซึ่งเป็นหนังที่เล่นกับพายุและฉลาม โดยค่อย ๆ ฉายถึงตัวละครหลัก ๆ ในเรื่องทีละคน ซึ่งเป็นตัวละครที่ยังอยู่ในเมืองขณะพายุกำลังจะมา โดยพายุจะค่อย ๆ รุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ ซึ่งแต่ละคนล้วนไม่เชื่อเรื่องนี้ จากนั้นก็ค่อย ๆ พูดถึงฉลามที่เล่นงานคน ซึ่งก็เริ่มน่าสนใจขึ้นในช่วงนี้ เมื่อพายุขึ้นฝั่งและซัดเข้าบ้านทุกหลัง ซึ่งสถานที่น่าสนใจดี โดยช่วงนี้ได้ฉายถึงบางอย่างในน้ำด้วยก่อนที่จะฉายถึงฉลามเล่นงานเหยื่อ โดยจะฉายสลับไปมาระหว่างตัวละครหลัก ๆ แต่ละคนที่บางคนอยู่กันคนละที่ ซึ่งพล็อตเรื่องคล้าย ๆ เรื่อง Crawl (2019) คลานขย้ำ เพียงแต่เปลี่ยนจระเข้เป็นฉลามแทนและตัวละครที่เล่นเยอะกว่า โดยตัวละครแต่ละคนต้องเอาชีวิตรอดออกไปจากน้ำที่ค่อย ๆ สูงขึ้น และฉลามที่เยอะขึ้น บางช่วงชวนลุ้นดี แต่บางช่วงก็ไม่ค่อยลุ้น เพราะเดาเรื่องได้ง่ายไปหน่อย ซึ่งช่วงท้าย ๆ ความน่าสนใจดูลดลงไปบ้างและจบแบบง่ายไป แต่ก็มีทิ้งท้ายเหมือนมีต่อ

คะแนนส่วนตัว 5.5/10

อ่านรีวิว Crawl (2019) คลานขย้ำ

ตัวอย่าง


ขอบคุณภาพจาก Hyperobject Industries รูปหน้าปกที่ 1

ขอบคุณภาพจาก IMDb เครดิต Hyperobject Industries รูปหน้าปกที่ 2 / รูปหน้าปกที่ 3

วันศุกร์ที่ 16 ตุลาคม พ.ศ. 2569

รีวิวหนัง The Devil's Mouth (2026) ปากปีศาจ

 


           The Devil's Mouth (2026) ปากปีศาจ เป็นภาพยนตร์ระทึกขวัญเอาชีวิตรอดอเมริกัน กำกับโดย Jeff Wadlow นำแสดงโดย Kathryn Newton, Lana Condor, Gavin Casalegno และ Nico Hiraga ออกฉายเมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม 2026 บน Amazon Prime Video

           เรื่องราวของ ซาร่า, แมกซ์, เจมส์, เกล็ก และ เอเดี่ยน ที่ชวนกันไปเที่ยวถ้ำในประเทศไทยในวันหยุดที่เรียกกันว่า ปากปีศาจ ซึ่งเคยปิดไปครั้งหนึ่งช่วงพายุหมุน โดยเมื่อพวกเขามาถึงก็ได้รับการต้อนรับจาก วัด คนพาเที่ยว ซึ่งจะพาพวกเขาไปตามทางเส้นสีเขียวตามความต้องการของซาร่า แต่คนอื่นกลับอยากไปเส้นสีแดง ซึ่งเป็นเส้นที่น้ำท่วมหมด เนื่องจากเจอมรสุม แต่เพราะเสียงส่วนใหญ่อยากไปเส้นทางสีแดง จึงทำให้ซาร่าต้องยอมไปเส้นสีแดง และเมื่อพวกเขาเดินสำรวจลึกเข้าไปก็ได้เจอกับฉลาม ปีศาจที่รอกินพวกเขาอยู่

           เปิดเรื่องฉายถึงตัวละครหลักที่กำลังเดินทางไปเที่ยว ก่อนตัดเข้าเรื่อง โดยช่วงนี้ก็ฉายถึงตัวละครที่เที่ยวระหว่างทางไปเรื่อย ซึ่งค่อนข้างน่าเบื่อและนานไปหน่อยกว่าตัวละครจะไปยังปากปีศาจ โดยเมื่อมาถึงก็ได้ฉายถ้ำที่มีรูปร่างคล้ายปากปีศาจตามที่เรียกกัน ซึ่งจะค่อย ๆ พาสำรวจถ้ำไปเรื่อยพร้อมกับการอธิบายสิ่งต่าง ๆ ในถ้ำ โดยฉายถึงแผนที่ไปด้วย ซึ่งสถานที่ถือว่าน่าสนใจและน่าเที่ยวดี โดยให้อารมณ์เหมือนกำลังเดินสำรวจไปพร้อมกับตัวละครด้วย ซึ่งในระหว่างเดินสำรวจก็ค่อย ๆ ฉายถึงบางอย่างแปลก ๆ ก่อนที่จะเริ่มฉายถึงฉลาม แต่ในถ้ำค่อนข้างมืดไปหน่อย มีเพียงแสงไฟจากไฟฉายกับโคมไฟที่ตัวละครถือ เลยมองเห็นไม่ค่อยชัดเท่าไหร่ จากนั้นก็เริ่มฉายถึงฉลามที่เล่นงานเหยื่อ ซึ่งชวนลุ้นเอาใจช่วยตัวละครดี ดูแล้วอึดอัดตามไปด้วย แต่เดาเรื่องได้ง่ายไปหน่อย

คะแนนส่วนตัว 5.5/10

ตัวอย่าง


ขอบคุณภาพจาก IMDb เครดิต Lionsgate รูปหน้าปกที่ 1 / รูปหน้าปกที่ 2 / รูปหน้าปกที่ 3 / รูปหน้าปกที่ 4

วันเสาร์ที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2569

รีวิวหนัง The end of Oak street (2026) มหาภัยสุดถนนโอ๊ค



           The end of Oak street (2026) มหาภัยสุดถนนโอ๊ค เป็นภาพยนตร์เอาชีวิตรอดแนววิทยาศาสตร์อเมริกันที่เขียนบท ร่วมผลิต และกำกับโดย David Robert Mitchell นำแสดงโดย Anne Hathaway, Ewan McGregor, Maisy Stella และ Christian Convery มีกำหนดฉายในสหรัฐอเมริกาโดย Warner Bros. Pictures ในวันที่ 14 สิงหาคม 2026 

"เป็นหนังไดโนเสาร์ที่เล่นประเด็นเรื่องเวลา และมีความซีเรียส และตอบโจทย์ความลุ้นระทึกกันได้ทั้งเรื่อง"

          ใครที่ชื่นชอบหนังแนวไดโนเสาร์ แล้วอยากเห็นความสนุก ความโหด ความลุ้นระทึก ที่ไม่ได้เห็นมาจากหนังไดโนเสาร์มานานแล้ว คุณจะได้เห็นในเรื่องนี้

          หนังใช้พล็อตไอเดียสุดบรรเจิดเกี่ยวกับเวลา การวาป ซึ่งเอามาผสมผสานกับเหล่าไดโนเสาร์สุดโหด ที่สามารถออกมาวิ่งไล่ล่าในเมืองได้ หนังมีสอดแทรกประเด็นเรื่องครอบครัวเข้ามาช่วยขับเคลื่อนและสร้างดราม่า และจากพล็อตสุดล้ำนี้ ทำให้เราได้ลุ้นระทึกไปกับเหล่าไดโนเสาร์มากมายที่มี Location เป็นเมือง ที่ดูแปลกตาและดูไม่ซ้ำใครดี และสุดท้ายหนังก็สามารถหาบทสรุปออกมาได้อย่างลงตัวอีกด้วย

         การออกแบบไดโนเสาร์ และการใช้ CG ก็ทำออกมาใช้ได้ รวมถึงทำให้เรามีความรู้สึกอินกับการเอาใจช่วยทุกตัวละครที่หนังใส่เข้ามา

ภาพรวมไปดูเถอะครับ หนังสนุกมาก ขอแนะนำหนังไดโนเสาร์ดีๆ เรื่องนี้ครับ

คะแนนส่วนตัว 9/10

รีวิวโดย A.L. Lucky


          เรื่องราวของครอบครัวหนึ่งได้แก่ เดนิส แพลตต์, เกร็ก, ออเดรย์ และ ไบรอัน ที่อาศัยอยู่บนถนนโอ๊คในชานเมืองฟลาวเวอร์เวล มลรัฐมิชิแกน ต้องเผชิญหน้ากับสัตว์สูญพันธุ์หลายล้านปี เมื่อแสงขาวบางอย่างได้พาถนนสายนี้ย้อนมาสู่ยุคอดีตในสมัยนั้น โดยพวกเขาต้องหาทางเอาชีวิตรอดออกไปจากที่นี่ให้ได้

          เปิดเรื่องด้วยการปูที่มาที่ไปของตัวละครครอบครัว ซึ่งตลอดทั้งเรื่องจะสอดแทรกความสัมพันธ์ครอบครัวมาเป็นช่วง ๆ โดยมีช่วงดราม่าบ้าง จากนั้นก็เริ่มฉายถึงต้นไม้ลึกลับที่สูญพันธ์ุไปหลายล้านปี ซึ่งจุดนี้เป็นไปไม่ได้ เพราะยังไม่เกิดแสงที่พากลับไปสู่อดีต ก่อนที่จะเกิดเหตุแสงไฟสีขาวที่เมื่อเกิดขึ้นแล้วเริ่มทำให้ถนนสายนี้เหมือนอยู่ในยุคอดีต ซึ่งจุดนี้หนังทำได้น่าสนใจดี โดยหนังจะค่อย ๆ ดำเนินเรื่องเรื่อย ๆ ค่อย ๆ ฉายถึงสัตว์สูญพันธุ์ที่ปรากฎตัวทีละตัว ซึ่งก็ทำได้สมจริงดี แต่เสียดายที่ฉายถึงสัตว์พวกนี้น้อยไปหน่อย น่าจะเปิดตัวให้หลากหลายกว่านี้ บางตัวบทน้อยไป บางตัวดูน่ารักมากกว่าน่ากลัว แต่ก็ชวนลุ้นเอาใจช่วยตัวละครดี ถึงแม้บางช่วงจะง่ายไปหน่อย ไม่ได้เผชิญหน้ากับสัตว์ประหลาดเลยและเดาเรื่องได้ไม่ยาก

คะแนนส่วนตัว 5.5/10

รีวิวโดย 刘心爱

ตัวอย่าง


ขอบคุณภาพจาก Warner Bros. Pictures รูปหน้าปกที่ 1

ขอบคุณภาพจาก IMDb เครดิต Warner Bros. Pictures รูปหน้าปกที่ 2 / รูปหน้าปกที่ 3

วันพุธที่ 14 มกราคม พ.ศ. 2569

รีวิวหนัง Primate (2026) ลิงคลั่งพันธุ์ดิบ

 


            Primate (2026) ลิงคลั่งพันธุ์ดิบ เป็นภาพยนตร์สยองขวัญธรรมชาติของอเมริกาปี 2025 ที่กำกับโดย Johannes Roberts ซึ่งเขายังร่วมเขียนบทภาพยนตร์กับ Ernest Riera นำแสดงโดย Johnny Sequoyah, Jessica Alexander และ Troy Kotsur

            ซึ่งเข้าฉายรอบปฐมทัศน์ที่เทศกาล Fantastic Fest วันที่ 18 กันยายน 2025 และเข้าฉายตามโรงภาพยนตร์เมื่อวันที่ 9 มกราคม 2026 โดย Paramount Pictures

            เรื่องราวของ ลูซี่ ที่กลับมายังบ้านของตนที่ฮาวายในช่วงวันหยุด หลังจากใช้เวลาห่างไกลบ้านหลายปี พร้อมกับ เคท และ ฮันนาห์ เพื่อนของเธอ ซึ่งในบ้านเธอมี เอริน น้องสาว และอดัมพ่อ รวมทั้ง นิก พี่ชายเคท และ เบน ลิงชิมแปนซีที่เลี้ยงไว้ แต่แล้วอยู่ ๆ เบนก็มีอาการผิดปกติหลังจากถูกพังพอนที่เป็นโรคพิษสุนัขบ้ากัดเข้า ซึ่งทำให้มันเกิดอาการคลั่งฆ่าคน

            เปิดเรื่องด้วยการเกริ่นนำเรื่องราวเกี่ยวกับบันทึกกรณีแรกของโรคกลัวน้ำมีมาตั้งแต่ 2300 ปีก่อนคริสตกาล สัตว์ที่ได้รับผลกระทบจะคลุ้มคลั่งเมื่อเห็นน้ำ หากไม่ได้รับการรักษาภายใน 48 ชั่วโมงแรก โรคจะอยู่ในภาวะกำเริบ ในปัจจุบันโรคกลัวน้ำเป็นที่รู้จักกันดีในชื่อภาษาละตินที่แปลว่า ความบ้าคลั่ง หรือ ความโกรธเกรี้ยว จากนั้นก็ฉายถึงลิงที่ชื่อเบน ซึ่งเกิดอาการคลั่งฆ่าคนและฉายถึงข่าวเกี่ยวกับลิงก่อนตัดเข้าเรื่องในช่วงสามสิบหกชั่วโมงก่อนหน้าโดยฉายถึงตัวละครหลักและตัวละครอื่น ๆ ซึ่งช่วงนี้ค่อนข้างน่าเบื่อไปหน่อย จากนั้นก็ได้ฉายถึงลิง ซึ่งเจ้าของก็สามารถสื่อสารกับลิงได้ ก่อนพูดถึงลิงในช่วงเปิดเรื่อง ซึ่งเป็นตัวเดียวกับที่เลี้ยง โดยช่วงแรกลิงก็ทำตัวปกติทั่วไป จากนั้นก็เริ่มมีอาการแปลก ๆ ในบางครั้ง จนดำเนินเรื่องมาชนกับช่วงเปิดเรื่อง โดยลิงก็มีอาการดุร้ายขึ้นจนถึงขั้นฆ่าคน ซึ่งฉากฆ่าก็โหดดี โดยชวนลุ้นว่าจะเอาชีวิตรอดจากลิงยังไง แต่หนังดันเน้นอยู่ที่เดิมในวงแคบช่วงหนึ่งนานไปหน่อย จึงดูแล้วน่าเบื่อไปบ้าง หลายจุดดูแล้วค่อนข้างขัดใจตัวละครและเดาเรื่องได้ไม่ยาก

คะแนนส่วนตัว 4/10

ตัวอย่าง


ขอบคุณภาพจาก Paramount Pictures รูปหน้าปกที่ 1

ขอบคุณภาพจาก IMDb เครดิต Paramount Pictures รูปหน้าปกที่ 2 / รูปหน้าปกที่ 3

วันเสาร์ที่ 11 ตุลาคม พ.ศ. 2568

รีวิวหนัง Osiris (2025) มฤตยูล้างพันธุ์มนุษย์

 


           Osiris (2025) มฤตยูล้างพันธุ์มนุษย์ เป็นภาพยนตร์แอ็คชันนิยายวิทยาศาสตร์อเมริกัน ที่เขียนบทและกำกับโดย William Kaufman นำแสดงโดย Max Martini, Brianna Hildebrand, LaMonica Garrett, Michael Irby และ Linda Hamilton

           เรื่องราวของ หน่วยคอมมานโดในภารกิจอย่าง เคลลี่ ผู้นำทีม, แจ็กซ์, เรเยส, แนช และ โรดี้ ที่ถูกลักพาตัวมาขังไว้ในยานอวกาศร้าง โดยที่นี่พวกเขาได้พบกับ ราวี ที่ถูกล่ามโซ่อยู่ และเมื่อพวกเขาสำรวจหาทางออกก็ได้พบกับบางอย่างที่อยู่ที่นี่ จึงต้องรีบออกไปจากที่นี่ให้เร็วที่สุด

           เปิดเรื่องฉายถึงตัวละครที่กำลังทำสงครามกัน ซึ่งก็ทำสงครามกันค่อนข้างนานมาก นานจนเกินความจำเป็น ก่อนที่จะฉายถึงตัวละครที่ถูกจับและตื่นขึ้นมา ซึ่งช่วงนี้ก็พูดคุยกันนานไปหน่อย โดยตั้งแต่ช่วงนี้ไปจะฉายแค่สถานที่เดียว จากนั้นก็เริ่มเดินสำรวจสถานที่ ซึ่งก็จะค่อย ๆ เปิดเผยว่าสถานที่นี้คืออะไรและค่อย ๆ ฉายบางอย่างที่นี่ แต่หนังค่อนข้างมืดไปหน่อย มืดแทบทั้งเรื่องเลย บางช่วงจึงมองไม่ค่อยรู้เรื่อง รวมทั้งบางช่วงก็ค่อนข้างน่าเบื่อและชวนหลับ จากนั้นก็เริ่มฉายถึงสัตว์ประหลาด ซึ่งตัวค่อนข้างหนาใหญ่ตายยากมาก แถมมีเยอะและยังยิงปืนเป็นอีก ไม่รู้เป็นตัวอะไรกันแน่ แต่ก็ชวนลุ้นเอาใจช่วยตัวละครบ้าง โดยในระหว่างหาทางออกก็ได้ปะทะกับเอเลี่ยนไปตลอดทาง ซึ่งยิงกันไปมา แต่กระสุนไม่ค่อยหมดกันเลย ซึ่งเป็นไปไม่ค่อยได้ โดยจะค่อย ๆ เปิดเผยเรื่องราวในช่วงท้ายเรื่อง ซึ่งพล็อตเรื่องก็ไม่ค่อยมีอะไรเท่าไหร่ เดาเรื่องได้ง่าย

คะแนนส่วนตัว 3.5/10

ตัวอย่าง


ขอบคุณภาพจาก IMDb เครดิต XYZ Films รูปหน้าปกที่ 1 / รูปหน้าปกที่ 2 / รูปหน้าปกที่ 3

วันศุกร์ที่ 8 สิงหาคม พ.ศ. 2568

รีวิวหนัง Monster Island (Orang Ikan) เกาะอสูร (2024)

 



           Monster Island (Orang Ikan) เกาะอสูร (2024) เป็นภาพยนตร์ระทึกขวัญที่กำกับและเขียนโดย Mike Wiluan นำแสดงโดย Dean Fujioka, Callum Woodhouse และ Alan Maxson

           เรื่องราวของ บรอนสัน และ ไซโตะ เชลยศึกชาวอังกฤษและญี่ปุ่นที่หนีออกจากเรืออาริซังมารุหลังถูกโจมตี โดยได้โดดลงทะเลและได้มาติดอยู่บนเกาะแห่งหนึ่ง โดยหลังจากที่พวกเขาได้สติก็ได้ต่อสู้กัน แต่แล้วก็ต้องเปลี่ยนจากศัตรูเป็นมิตร เมื่อบนเกาะแห่งนี้มีสัตว์ประหลาดบางอย่างอาศัยอยู่

           เปิดเรื่องด้วยการเกริ่นนำเรื่องราวในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง กองทัพญี่ปุ่นขนส่งเชลยศึกฝ่ายพันธมิตรไปยังมาตุภูมิ เพื่อใช้เป็นแรงงานทาส เรือขนส่งเหล่านี้เป็นที่รู้จักในชื่อเรือนรก ซึ่งเรือนรกเหล่านี้ไร้มนุษยธรรมและคร่าชีวิต หลายลำถูกกองกำลังพันธมิตรโจมตีด้วยความเข้าใจผิด ทหารญี่ปุ่นและพันธมิตรกว่าสามหมื่นนายล้มตายระหว่างการเดินทาง จากนั้นก็ฉายถึงเชลยศึกในเรืออาริซังมารุ ปี 1944 ก่อนที่จะถูกโจมตีและตัดเข้าเรื่อง โดยฉายถึงตัวละครที่ติดอยู่บนเกาะ จากนั้นก็ค่อย ๆ ฉายถึงบางอย่าง ซึ่งไม่ได้ฉายให้เห็นชัดเจน แต่ตั้งแต่ช่วงนี้ไปหนังเล่นกันอยู่สองคน แถมไม่ค่อยพูดกันอีก จึงดูค่อนข้างเงียบ ๆ น่าเบื่อ จนเมื่อดำเนินเรื่องไปสักพักก็ได้ฉายถึงตัวละครอื่นเข้ามาสอดแทรกบ้าง แต่การดำเนินเรื่องค่อยข้างเนือย ๆ ไปหน่อย จากนั้นก็ฉายถึงบางอย่างอีกครั้ง ซึ่งเห็นชัดเจนขึ้น แต่ดูเหมือนหนังพยายามไม่ฉายให้เห็นเต็มตัว แต่เมื่อได้เห็นเต็มตัวแล้วกลับทำให้ความน่ากลัวลดลงและดูตลกมากกว่า ซึ่งก็มีอยู่ตัวเดียว โดยเมื่อเลยช่วงกลางเรื่องไปจะฉายถึงตัวละครสองคนสลับไปมา เนื่องจากมีเหตุที่ทำให้พลัดหลงกัน จนได้มาพบกันและสู้กับสัตว์ประหลาด ซึ่งการดำเนินเรื่องค่อนข้างเนือย ๆ น่าเบื่อและเงียบ ๆ หน่อยเพราะไม่ค่อยมีฉากพูดเท่าไหร่

คะแนนส่วนตัว 3.5/10

ตัวอย่าง


ขอบคุณภาพจาก SC Films International รูปหน้าปกที่ 1 

ขอบคุณภาพจาก IMDb เครดิต SC Films International รูปหน้าปกที่ 2 / รูปหน้าปกที่ 3

วันพฤหัสบดีที่ 3 กรกฎาคม พ.ศ. 2568

รีวิวหนัง Jurassic World Rebirth (2025) จูราสสิค เวิลด์ กำเนิดชีวิตใหม่

 



           Jurassic World Rebirth (2025) จูราสสิค เวิลด์ กำเนิดชีวิตใหม่ เป็นภาพยนตร์แอ็คชั่นระทึกขวัญนิยายวิทยาศาสตร์อเมริกันที่กำกับโดย Gareth Edwards และเขียนโดย David Koepp ซึ่งภาคต่อแบบเดี่ยวของ Jurassic World Dominion (2022) เป็นภาพยนตร์ Jurassic World ลำดับที่สี่และเป็นภาคที่เจ็ดโดยรวมในแฟรนไชส์ Jurassic Park ซึ่งนำแสดงโดย Scarlett Johansson, Mahershala Ali, Jonathan Bailey, Rupert Friend, Manuel Garcia-Rulfo และ Ed Skrein

            การทำงานในภาพยนตร์เริ่มขึ้นไม่นานหลังจากการเปิดตัว Jurassic World Dominion เมื่อผู้ผลิตบริหาร Steven Spielberg ได้ขอให้ Koepp ช่วยเขาพัฒนาตอนใหม่ในซีรีส์นี้ Koepp เคยร่วมเขียนบทภาพยนตร์จูราสสิคพาร์คฉบับดั้งเดิม (1993) และเขียนภาคต่อของคือ The Lost World: จูราสสิคพาร์ค (1997) การพัฒนา Rebirth ได้มีการรายงานครั้งแรกในเดือนมกราคม 2024 Edwards ถูกจ้างเป็นผู้กำกับหนึ่งเดือนต่อมา และกระบวนการเลือกนักแสดงเริ่มต้นขึ้นในไม่ช้า การถ่ายทำหลักเกิดขึ้นในประเทศไทย, มอลตา, และสหราชอาณาจักรตั้งแต่เดือนมิถุนายนถึงกันยายน 2024

             ได้จัดแสดงรอบปฐมทัศน์เมื่อวันที่ 17 มิถุนายน 2025 ที่ Odeon Luxe Leicester Square ในกรุงลอนดอน และถูกปล่อยในสหรัฐอเมริกาและแคนาดาโดย Universal Pictures เมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม 

           "ยังคงเป็นหนังเพื่อความบันเทิงเหมือนภาคก่อนๆ แต่ภาคนี้จะได้เห็นไดโนเสาร์พันธุ์ผสมหน้าตาแปลกๆ มากขึ้น"

           เมื่อมีคนค้นพบว่าสามารถเอา DNA ของไดโนเสาร์ 3 ชนิดมาผลิตยารักษาโรคหัวใจได้ ทำให้มีการส่งทีมเข้าไปในเกาะแห่งหนึ่ง เพื่อเอาตัวอย่างเลือดของไดโนเสาร์ ซึ่งพวกเขาจะต้องเสี่ยงชีวิตเอาตัวรอดจากไดโนเสาร์ทั้งพันธุ์ดั้งเดิม และพันธุ์ผสมที่ไม่มีอะไรควบคุมพวกมันเลยในภารกิจครั้งนี้..!!

            เดินมาถึงภาคที่ 7 จาก Jurassic park 1-3 และมาต่อที่ Jurassic world 1-3 ซึ่งเอาจริงๆ ถ้าดูดีๆ หนังจะมีการดำเนินเรื่องที่คล้ายกัน คือเปิดตัวด้วยความว้าวของไดโนเสาร์ ก่อนที่อะไรๆ จะเริ่มฉิบหายวายป่วง ซึ่งเอาจริงๆ มันก็คือหนังที่ขายความบันเทิงเกี่ยวกับมนุษย์ที่ต้องเอาชีวิตรอดจากไดโนเสาร์บนเกาะหรือพื้นที่ปิดนั่นเอง

            นอกจากความบันเทิงเกี่ยวกับการลุ้นเอาตัวรอดของมนุษย์จากไดโนเสาร์แล้ว มันก็ไม่ได้มีอะไรมากมายนักซึ่งก็เหมือนๆ กันในทุกๆ ภาค โดยในภาคนี้เองก็มาสไตล์เดียวกัน แต่อาจมีสิ่งที่เพิ่มเติมขึ้นมาคือ มีไดโนเสาร์ที่ตัดต่อพันธุกรรมเพิ่มขึ้น จึงมีตัวไดโนเสาร์หน้าตาแปลกๆ มาให้ได้ดูกัน

            ภาพรวมมันจึงเป็นหนังแฟรนไชส์ ที่เป็นที่รู้จักและสามารถขายได้ด้วยตัวมันเอง ต่อให้จากนี้จะมีภาคต่ออีกก็คงเป็นที่นิยมเหมือนเดิม และจุดขายก็ไม่มีอะไรมากนอกจากมาดูคนหาทางเอาตัวรอดจากไดโนเสาร์เหมือนเดิม...

คะแนนส่วนตัว 8/10

รีวิวโดย A.L. Lucky


            เรื่องราวของ โซรา เบนเน็ตต์ อดีตเจ้าหน้าที่ลับทางทหาร ที่ถูก มาร์ติน เครบส์ ผู้บริหารระดับสูงของบริษัทเภสัชกรรมปาร์คเกอร์เจนิกซ์ ว่าจ้าง ให้ไปเอาดีเอ็นเอจากไดโนเสาร์สามสายพันธุ์ที่ใหญ่ที่สุด เพื่อนำมาใช้ในการรักษาโรคหัวใจแบบใหม่ ซึ่งเธอได้ร่วมเดินทางกับ ดร. เฮนรี่ ลูมิส นักบรรพชีวินวิทยา เพื่อนร่วมงานของเธอ พร้อมด้วย ดันแคน คินเคด เพื่อนเก่าแก่ของเธอให้มาเป็นผู้นำการเดินทาง เลอแคลร์ก นีน่า ทหารรับจ้าง และบ็อบบี้ แอตวอเตอร์ หัวหน้าฝ่ายรักษาความปลอดภัย ซึ่งพวกเขาต้องเอาชีวิตรอดจากไดโนเสาร์หลากหลายสายพันธุ์บนเกาะแห่งนี้

            เปิดเรื่องด้วยการฉายถึงการทดลองไดโนเสาร์กลายพันธุ์ดัดแปลงพันธุกรรมเมื่อห้าปีก่อน ซึ่งเกิดเหตุผิดพลาดจนทำให้หลุดออกมาได้ โดยไดโนเสาร์กลายพันธุ์ที่เปิดตัวดูน่าสนใจดี ซึ่งก็ตามคาดที่มาฉายอีกทีเอาช่วงท้าย ๆ เรื่อง รวมทั้งหลาย ๆ อย่างที่เดาเรื่องได้ไม่ยาก จากนั้นก็ตัดมาในช่วงเจ็ดปีต่อมาซึ่งสภาพอากาศของโลกไม่เอื้อต่อการดำรงอยู่ของไดโนเสาร์ ทำให้ต้องไปอาศัยอยู่ในบริเวณรอบเส้นศูนย์สูตร ซึ่งมีภูมิอากาศคล้ายกับยุคมีโซโซอิกและเป็นสถานที่ที่ถูกกำหนดให้เป็นเขตห้ามเดินทาง โดยได้ฉายถึงตัวละครหลักก่อนที่จะมีเหตุให้เดินทางไปยังเกาะไดโนเสาร์ ซึ่งตัวละครได้เปลี่ยนใหม่หมดไม่เกี่ยวข้องกับภาคก่อน แต่บางจุด รวมทั้งดนตรียังคงมาในแนวภาคก่อน ๆ จากนั้นก็ฉายถึงตัวละครอื่น ๆ เพิ่มเติมที่ต้องร่วมเดินทางด้วย โดยในช่วงเดินทางค่อนข้างน่าเบื่อไปบ้าง จากนั้นก็ได้ฉายถึงตัวละครครอบครัวหนึ่งที่ได้มีส่วนสำคัญในการร่วมเดินทางและเอาชีวิตรอดจากไดโนเสาร์ด้วย หลังจากนั้นก็ค่อย ๆ เปิดตัวไดโนเสาร์ต่าง ๆ ซึ่งบางตัวก็คุ้นเคยดี แต่บางตัวก็ดูแปลกใหม่เหมือนเป็นการกลายพันธุ์ดัดแปลงพันธุกรรม แต่น่าเสียดายที่ไดโนเสาร์ออกน้อยไปหน่อย ทั้ง ๆ ที่อยู่บนเกาะไดโนเสาร์ น่าจะจัดไดโนเสาร์ให้เยอะกว่านี้และดีเอ็นเอไดโนเสาร์ที่ต้องการบางตัวได้มาง่ายเกินไป เนื่องจากเป็นไดโนเสาร์กินพืช จึงไม่มีอุปสรรคอะไรมากนัก น่าจะให้มีอุปสรรคที่ยากกว่านี้ แต่ก็ได้มาเน้นอุปสรรคกับการเอาชีวิตรอดออกจากเกาะแทน แต่ถือว่าทำได้ลุ้นดี ถึงแม้จะรู้ว่าตัวละครบางคนน่าจะรอด ซึ่งระหว่างนี้ก็มีฉากตลก ๆ ของตัวละครและฉากน่ารักของไดโนเสาร์สอดแทรกบ้าง ถึงแม้ไดโนเสาร์บางตัวจะดูเชื่องไม่สมเหตุสมผลไปหน่อย ซึ่งตอนจบก็ตัดจบง่าย ๆ และทิ้งท้ายเหมือนมีต่อ

คะแนนส่วนตัว 6/10

รีวิวโดย 刘心爱

ตัวอย่าง


ขอบคุณภาพจาก The Kennedy/Marshall Company รูปหน้าปกที่ 1

ขอบคุณภาพจาก Universal Pictures รูปหน้าปกที่ 2 / รูปหน้าปกที่ 3

วันจันทร์ที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2568

รีวิวหนัง Shortcut (2020)

 


             Shortcut (2020) เป็นภาพยนตร์สยองขวัญที่กํากับโดย Alessio Liguori ฉายรอบปฐมทัศน์ในเทศกาลภาพยนตร์ Giffoni ปี 2020 และเข้าฉายในสหรัฐอเมริกาเมื่อวันที่ 25 กันยายน 2020 โดย Gravitas Ventures

             มันเกลียดแสงสว่าง ชอบความมืด เหมือนกาฝากและจะไม่หยุดจนกว่าจะพอใจ เรื่องราวของ โนแลน, ไอคิว (ควีนนี่), เร็ก (เรจจี้), คาร์ล และ เบส ที่กำลังไปทัศนศึกษาโดยมี โจเซฟ เป็นคนขับรถ แต่แล้วระหว่างทางได้เจอขอนไม้ขวางข้างหน้า จึงต้องถอยรถเข้าไปอีกทาง แต่ก็ยังคงเจอซากสัตว์ขวางทาง โจเซฟจึงลงไปลากออกและถูกคนข่มขู่พวกเขาและยิ่งไปกว่านั้นมีบางอย่างที่ไม่ใช่มนุษย์รอพวกเขาอยู่

             เปิดเรื่องฉายถึงตัวละครที่กำลังหนีบางอย่างก่อนตัดเข้าเรื่องด้วยการฉายถึงตัวละครหลักที่กำลังเดินทาง ซึ่งตัวละครหลักจะเป็นเด็ก ๆ แต่ก็แสดงได้ดีสมบทบาท ซึ่งช่วงนี้พูดคุยกันไปเรื่อยค่อนข้างน่าเบื่อไปหน่อย จากนั้นก็ค่อย ๆ ฉายทิวทัศน์สิ่งต่าง ๆ ข้างนอก รวมถึงซากคนตายและซากสัตว์ ก่อนที่จะฉายถึงตัวละครลึกลับที่กำลังตามหา ซึ่งเริ่มน่าสนใจขึ้นและไม่รู้ว่าตัวละครลึกลับต้องการอะไรกันแน่ จากนั้นก็ค่อย ๆ ฉายถึงบางอย่างที่ไม่ได้ถ่ายให้เห็นชัด ๆ ซึ่งชวนลุ้นเอาใจช่วยตัวละครดี จนค่อย ๆ ฉายให้เห็นสัตว์ประหลาดที่ชัดเจนขึ้น แต่เน้นฉายอยู่บนรถค่อนข้างนานไปหน่อย รวมทั้งบางที่ด้วยที่ค่อนข้างนาน ซึ่งก็เด่น ๆ อยู่สองที่ ส่วนสัตว์ประหลาดก็มีจุดอ่อนคือกลัวแสง บวกกับตัวละครที่เป็นเด็กน่าจะรอดกันแน่นอน จึงกลายเป็นดูไม่ค่อยน่ากลัวและให้ชวนลุ้นมากเท่าไหร่ แต่ก็ชวนติดตามดีว่าจะเป็นยังไงต่อไป ซึ่งจะเน้นบรรยากาศมืด ๆ หน่อย เพราะสัตว์ประหลาดชอบความมืด โดยจะค่อย ๆ เปิดเผยเรื่องราวทีละน้อยจากสิ่งที่ตัวละครเจอ ซึ่งเกี่ยวข้องกับตัวละครในช่วงเปิดเรื่อง แต่การเปิดเผยเรื่องราวค่อนข้างน่าเบื่อไปบ้าง โดยช่วงท้ายเรื่องจะฉายถึงตัวละครที่ช่วยกันหาวิธีฆ่า แต่กำจัดง่ายไปหน่อย ซึ่งจบทิ้งท้ายเหมือนมีต่อ

คะแนนส่วนตัว 5/10

ตัวอย่าง


ขอบคุณภาพจาก Minerva Pictures International รูปหน้าปกที่ 1 / รูปหน้าปกที่ 2

วันจันทร์ที่ 24 มีนาคม พ.ศ. 2568

รีวิวหนัง Special Monster (2025) โคตรสัตว์ประหลาด

 


             Special Monster (2025) โคตรสัตว์ประหลาด ชื่อดั้งเดิมคือ 异形兽 หรือที่รู้จักในนาม 異形獸 (Yi Xing Shou) เป็นภาพยนตร์ระทึกขวัญผจญภัยจากจีนที่อำนวยการสร้างโดย 岳世龙 (Yue Shilong) นำแสดงโดย 谷峯 (Gu Feng), 马佳玮 (Ma Jiawei) และ 郭美林 子 (Guo Meilinzi)

             เนื่องจากสภาพแวดล้อมที่ปิดล้อมเกาะมานาน รังสีและอื่น ๆ เกิดการเปลี่ยนแปลง จึงวิวัฒนาการกลายเป็นสัตว์ประหลาดที่มีรูปลักษณ์แปลกประหลาด

            ชางหลง เกิดจากการผสมกันระหว่างกิ้งก่ากับปลา มีความยาวถึงยี่สิบกว่าเมตร น้ำหนักประมาณยี่สิบกว่าตัน มีนิสัยโหดร้าย

             อุลตร้าวา แมลงชนิดหนึ่งที่ซ่อนอยู่ในถ้ำ ซึ่งปกติจะใช้ชีวิตอยู่ในหุบเขาลึกทะเลใต้ เคยปรากฎในยุคหานอู่

            เรื่องราวของ เกาเฉิง และ หยวนเป่า สองพี่น้อง พร้อมด้วย หลินชินชิน นักชีวภาพ ที่ถูก ห้าเฉียน ชวนไปตามหาซากเรือเจิ้นเฟิงเมื่อเจ็ดร้อยกว่าปีก่อนที่เต็มไปด้วยของล้ำค่า ซึ่งหลังจากได้ไปอาร์ราเบิร์ตในยุคราชวงศ์ซ่งใต้ก็ได้เจอพายุฝนตกหนักจนหายไปในทะเลยังเกาะร้างลึกลับของชนเผ่าโบราณที่ไม่มีในแผนที่ มีเพียงแค่พิกัดที่ชาวประมงเก่าให้มา แต่ระหว่างทางที่พวกเขากำลังไปก็ได้เจอกับสัตว์ประหลาดชางหลงทำให้เรือล่มและอยู่บนเกาะที่พวกเขากำลังเดินทางมา พวกเขาจึงมุ่งหน้าไปยังทางที่มีแม่น้ำ โดยหารู้ไม่ว่ามีสิ่งมีชีวิตโบราณอาศัยอยู่ที่นี่

            เปิดเรื่องฉายถึงตัวละครที่เจอกับสัตว์ประหลาด ซึ่งยังกับหนังเรื่องเอเลี่ยนเลย สัตว์ประหลาดคล้ายเอเลี่ยนมาก จากนั้นก็ตัดมาฉายถึงตัวละครกลุ่มหนึ่งที่เจอกับสัตว์ประหลาดโจมตีก่อนตัดเข้าเรื่อง ซึ่งสถานที่สวยดีและทำได้น่าสนใจ โดยช่วงเข้าเรื่องได้ฉายถึงตัวละครหลักแต่ละคน ซึ่งเป็นตัวละครในช่วงก่อนหน้า โดยเป็นช่วงก่อนที่จะเดินทาง ซึ่งจะค่อย ๆ พูดถึงสิ่งที่ทำให้ตัวละครต้องเดินทาง แต่กว่าจะเริ่มเดินทางค่อนข้างนานไปหน่อย โดยในช่วงเดินทางก็ค่อย ๆ ฉายถึงสัตว์ประหลาด ซึ่งทำได้น่าสนใจดี โดยหลังจากเรือล่มก็เริ่มการผจญภัยในเกาะ ซึ่งจะค่อย ๆ ฉายสิ่งต่าง ๆ บนเกาะที่ดูลึกลับดี จากนั้นก็เริ่มฉายถึงบางอย่างในเกาะ ซึ่งสัตว์ประหลาดถือว่าหลากหลายดี ซึ่งมีการอธิบายสัตว์ประหลาดแต่ละชนิดไปด้วย โดยในช่วงกลางเรื่องจะเริ่มฉายถึงสัตว์ประหลาดในช่วงเปิดเรื่องอีกครั้ง ซึ่งเป็นสัตว์ประหลาดเด่นในเรื่องและมีหลายตัวด้วย แต่ฉากระทึกขวัญก็มาแนวเดิม ๆ เดาเรื่องได้ บางช่วงฉากพูดกันค่อนข้างนาน การกระทำของตัวละครบางคนก็ดูขัดใจไปบ้าง ฉากยิงยังทำได้ไม่ค่อยสมจริงเท่าไหร่และบางจุดก็ดูแล้วตลก ๆ ไม่ค่อยสมเหตุสมผล ซึ่งช่วงจบก็ตัดจบง่ายไปหน่อย

คะแนนส่วนตัว 4.5/10

ตัวอย่าง


ขอบคุณภาพจาก mydramalist รูปหน้าปก

วันพุธที่ 12 มีนาคม พ.ศ. 2568

รีวิวหนัง The Bayou (2025) มฤตยูงาบ

 


             The Bayou (2025) มฤตยูงาบ เป็นภาพยนตร์สยองขวัญเอาชีวิตรอดของอเมริกาที่กํากับโดย Taneli Mustonen และ Brad Watson ได้รับการคัดเลือกโดย Athena Strates, Madalena Aragão, Evan Sokol, Isabelle Bonfrer และ David Newman

             โดยปกติจระเข้จะหายหนีไป เมื่อมีคนเห็นหรือได้ยินเสียง แต่จระเข้เหล่านี้กลับก้าวร้าวและไม่กลัวคน

           เรื่องราวของ ไคล์ นักศึกษามหาวิทยาลัยฮูสตัน เท็กซัสด้านชีววิทยาที่ถูก อลิช, แซม และ มาลิกา ชวนไปไมอามี ฟลอริดา เพื่อพักผ่อนด้วยการโดยสารแฟรงค์แอร์ไลน์ส แต่ระหว่างบินเครื่องบินเกิดไฟไหม้ทำให้ตกไปยังหนองน้ำอันกว้างใหญ่ในรัฐลุยเซียนา แหล่งน้ำที่มีจระเข้อาศัยอยู่ พวกเขาได้แต่เดินหน้าต่อไป เพื่อไปยังสถานที่ที่จะไป แต่ไม่ง่ายอย่างที่คิดเมื่อมีจระเข้รองาบพวกเขาอยู่

           เปิดเรื่องฉายถึงตำรวจที่มาบุกจับยาบ้า ซึ่งดูแล้วไม่ค่อยเกี่ยวข้องกับหนัง คิดว่าดูผิดเรื่องซะอีก จากนั้นก็ตัดเข้าเรื่องฉายถึงตัวละครหลักที่กำลังเรียนเกี่ยวกับนักล่า ซึ่งมีพูดถึงจระเข้ด้วย และได้ฉายถึงตัวละครอื่น ๆ เพิ่มเติม โดยมีฉายถึงเรื่องราวของตัวละครหลักกับพี่ชายในอดีตเป็นช่วง ๆ ซึ่งเป็นช่วงก่อนที่จะออกเดินทาง แต่ค่อนข้างยืดเยื้อไปหน่อยก่อนที่จะเกิดเรื่อง แถมหลังเกิดเรื่องก็ยังมีฉากที่พูดคุยกันนานอีกกว่าจะเริ่มฉายถึงจระเข้ ซึ่งพอฉายถึงจระเข้ก็ดูเหมือนจะสมจริง แต่ฉากเล่นงานเหยื่อยังดูแปลก ๆ ไม่ค่อยสมจริงและสมเหตุสมผลเท่าไหร่ รวมทั้งหลาย ๆ จุดด้วย แถมเดาเรื่องได้ง่ายมาก มาแบบเดิม ๆ ไม่ได้แปลกใหม่เลย ทำให้ไม่ค่อยได้ลุ้นอะไรมาก แต่ก็มีสอนถึงวิธีเอาชีวิตรอดจากจระเข้อยู่บ้าง ซึ่งช่วงท้ายจะเป็นการเสี่ยงชีวิตออกไป โดยมีอุปสรรคและจระเข้โจมตีบ้าง ซึ่งดำเนินเรื่องมาเจอกับสถานที่ที่เกิดเหตุในช่วงเปิดเรื่อง มีช่วงให้ลุ้นขึ้นมาหน่อย 

คะแนนส่วนตัว 3.5/10

ตัวอย่าง


ขอบคุณภาพจาก IMDb รูปหน้าปกที่ 1 / รูปหน้าปกที่ 2

วันอาทิตย์ที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567

รีวิวหนัง Elevation (2024) อสุรกายขย้ำ 8000 ฟุต

 



            Elevation (2024) อสุรกายขย้ำ 8000 ฟุต เป็นภาพยนตร์แอ็คชั่นระทึกขวัญหลังวันสิ้นโลกที่กำกับโดย George Nolfi และเขียนบทโดย Kenny Ryan และ Jacob Roman นำแสดงโดย Anthony Mackie, Morena Baccarin และ Maddie Hasson เปิดตัวในสหรัฐอเมริกาเมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน 2024

           "มีลักษณะคล้ายสถานที่เงียบสงบ แต่เปลี่ยนมาเป็นสัตว์ประหลาดที่กลัวขึ้นเรื่อย เรื่องของมนุษย์คือไปเอาอุปกรณ์ทางการแพทย์และคิดวิธีการจัดการกับเรื่องนี้ เรียกได้ว่าเป็นของเรามา ยังไม่เยอะแต่มาลุ้นระทึกดี ก่อนทิ้งท้ายด้วยฉากที่จะนำไปสู่ภาคต่อ"

            เรื่องราวของวิล และลูกชายกับผู้คนอีกจำนวนหนึ่งที่ต้องหนีสัตว์ประหลาดที่เข้ามาบุกโลกไปอยู่บนภูเขาที่สูงเกิน 8,000 ฟุต เพราะสัตว์ประหลาดไม่สามารถขึ้นไปบนที่สูงเกินกว่า 8,000 ฟุตได้ แต่ลูกของวิลต้องพึ่งอุปกรณ์ทางการแพทย์ในการรักษาโรคประจำตัว เขาจึงต้องลงไปยังโรงพยาบาลในเมืองเพื่อเอาอุปกรณ์ทางการแพทย์มาช่วยลูกให้ทันเวลา พร้อมกับต้องหนีจากเจ้าตัวสัตว์ประหลาดที่อยู่ในเมืองด้วย...!

          ภาพยนตร์สัตว์ประหลาดบุกโลก ที่มีการเล่าเรื่องคล้ายๆ A quiet place แต่คราวนี้สัตว์ประหลาดไม่สามารถขึ้นที่สูงๆ เกิน 8,000 ฟุตได้ ด้วยข้อจำกัดบางอย่าง จึงทำให้มนุษย์ต้องอยู่แต่ที่สูง เพื่อให้หนังดูสนุกขึ้นจึงสร้างสถานการณ์ให้พระเอกต้องลงมาทำภารกิจที่พื้นดินข้างล่าง จึงทำให้มีโอกาสได้ผจญกับเจ้าสัตว์ประหลาด

           แต่ว่าในการสร้างสถานการณ์ในการเจอสัตว์ประหลาดในหนัง อาจจะไม่ได้มีมากมายนัก ซึ่งจะมีมาเป็นระยะ สลับกับการพูดคุยกันระหว่างตัวละครทำให้อาจมีช่วงเนือยอยู่บ้าง แต่ช่วงที่สัตว์ประหลาดออกมาก็ถือว่าได้ลุ้น ดูสนุก และออกแบบฉากมาได้ดีสร้างความบันเทิงเลย

           ในภาพรวมของหนังก็ไม่ได้มีอะไรมาก นอกจากเป็นหนังแนวสัตว์ประหลาดที่สร้างความบันเทิงพอใช้ได้ ก่อนที่จะทิ้งท้ายฉากระหว่าง End credit ที่จะนำไปสู่ภาคต่อไป

คะแนนส่วนตัว 7/10

รีวิวโดย A.L. Lucky

ตัวอย่าง 


ขอบคุณภาพจาก IMDb เครดิต Lyrical Media รูปหน้าปกที่ 1 / รูปหน้าปกที่ 2

วันเสาร์ที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. 2567

รีวิวหนัง Project Silence (2024) เขี้ยวชีวะ คลั่งสะพานนรก

 


            Project Silence (2024) เขี้ยวชีวะ คลั่งสะพานนรก เป็นภาพยนตร์ระทึกขวัญเกี่ยวกับภัยพิบัติของเกาหลีใต้ปี 2023 ที่เขียนบทและกำกับโดย Kim Tae-gon โดยถูกฉายในเทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์ครั้งที่ 76 เมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม 2023 ภาพยนตร์เรื่องนี้เข้าฉายในโรงภาพยนตร์ในเกาหลีใต้เมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม 2024

            Project Silence โครงการความเงียบที่เกี่ยวข้องกับบลูเฮ้าส์ได้ทำสัตว์ทดลองที่เรียกว่าอีโค่หลุดออกมาระหว่างขนส่งบนสะพานสนามบินที่มุ่งสู่กรุงโซล

            เรื่องราวของ ชาจุงวอน แผนกรักษาความปลอดภัยของบลูเฮ้าส์ ที่พาลูกสาว โอคยองมิน ไปเที่ยว โดยต้องขับรถผ่านสะพานสนามบินที่มุ่งสู่กรุงโซล แต่ระหว่างทางมีหมอกหนาทึบทำให้มองไม่ค่อยเห็นทางจนเกิดอุบัติเหตุเข้า แถมไม่มีสัญญาณ เขาจึงสันนิษฐานว่ามีคนใช้สัญญาณรบกวน แต่ที่นั่นไม่ได้มีแค่หมอกยังมีบางอย่างเข้าจู่โจม สิ่งที่เรียกว่า อีโค่ ที่พวกทหารกำลังนำไปยังห้องปฏิบัติการณ์อินชอน พวกเขาจึงต้องเปิดเสียงควบคุมพวกมัน แต่อีโค่เก้ากลับไม่สามารถควบคุมได้และมันยังสามารถตัดการเชื่อมต่อได้ด้วย 

             เปิดเรื่องด้วยการปูที่มาที่ไปของตัวละครหลัก พร้อมกับพูดถึงข่าวการทดลองกับตัวอย่างที่รอดชีวิตสองตัว สัตว์ที่ได้รับการทดลองในห้องปฏิบัติการตั้งแต่ปีที่แล้ว ก่อนเดินทางและค่อย ๆ ฉายถึงตัวละครอื่น ๆ เพิ่มเติม ซึ่งตั้งแต่ช่วงนี้ไปจะเน้นสะพานเป็นหลัก จากนั้นก็เริ่มฉายถึงหมอกบนสะพานที่ลงหนักจนมองไม่ค่อยเห็นทาง ซึ่งก็มีพวกคนขับเร็ว ขับแทรก จนค่อย ๆ ฉายถึงสัตว์บางอย่างในรถและมีเหตุให้เกิดอุบัติเหตุขึ้น ซึ่งถือได้ว่าลงทุนรถไปหลายคันเลย โดยเมื่อเกิดเหตุก็ได้ฉายถึงรถที่ขังบางอย่างข้างในอีกครั้ง แต่รอบนี้ประตูถูกเปิดและฉายถึงสุนัขที่มีอาการแปลก ๆ และเริ่มแสดงอาการดุร้ายที่ไม่สามารถควบคุมได้จนเริ่มออกทำร้ายเหยื่อ ซึ่งก็ดูวุ่นวายชวนลุ้นดี โดยจะค่อย ๆ เปิดเผยเรื่องราวในช่วงกลางเรื่องเป็นต้นไป ซึ่งผสมผสานเกี่ยวกับการเมืองหน่อย โดยจะเหลือเพียงตัวละครไม่กี่คนที่รอด รวมทั้งสุนัขน่ารักที่เป็นตัวขโมยซีนในเรื่องก็ว่าได้ ซึ่งต้องเอาชีวิตรอดต่อในสถานการณ์ที่หมอกยังคงหนาทึบมองไม่เห็น โดยนอกจากมีหมอก สัตว์ทดลองแล้ว ยังมีก๊าซพิษ รวมทั้งสะพานที่กำลังพัง ซึ่งฉากต่าง ๆ ก็ทำได้สมจริง แต่ฉากลุ้นระทึกน้อยไปหน่อยและความน่าสนใจของหนังดูดร็อปลงและผิดหวังเมื่อเปิดเผยว่าสัตว์ทดลองคือตัวอะไร ในช่วงท้ายเรื่องมีดราม่าบ้าง ซึ่งดูแล้วก็สงสารสัตว์ทดลอง

คะแนนส่วนตัว 5.5/10

รีวิวโดย 刘心爱


"หมาทดลอง หมอกมรณะ และสะพานถล่ม"

              เมื่อหมอกที่หนาแน่น แผ่ปกคลุมสะพานข้ามแม่น้ำแห่งหนึ่งในโซล ทำให้เกิดอุบัติเหตุรถชนกันวินาศสันตะโรบนสะพาน และบังเอิญทำให้สุนัขทดลองสุดโหดหลุดออกจากรถที่ขนส่งหลายตัวเลย ทำให้มันเข้าจู่โจมผู้คนบนสะพาน จนกระทั่งเหลือคนรอดอยู่กลุ่มหนึ่งประกอบไปด้วย ชาจองวอน (อีซอนคยุน) ผู้ช่วยรัฐมนตรีความมั่นคง ที่ขับรถไปกับชาคยองมิน (คิมซูอัน) ลูกสาว, ชิมยูรา (พัคจูฮยอน) โปรกอล์ฟ ที่เดินทางไปกับชิมมีรัน (พัคฮีบน) ผู้ช่วยที่เป็นทั้งพี่สาวของเธอด้วย, บยองฮัก (มุนซองกึน) และซอนอ๊ก (เยซูจอง) คู่สามีภรรยาที่มีอายุ และโจบัก (จูจีฮุน) คนลากรถกับโจดี้ สุนัขคู่ใจ โดยมีผู้เกี่ยวข้องกับโปรเจคสัตว์ทดลองอย่าง ดร.ยาง (คิมฮีวอน) และคังแทวี (ฮาโดควอน) หัวหน้าทหารที่เป็นผู้รับผิดชอบการขนส่งสุนัขทดลองครั้งนี้อยู่บนสะพานด้วย โดยพวกเขาจะต้องหาทางเอาตัวรอดจากสุนัขสุดโหด และสะพานที่กำลังจะถล่มให้ได้ โดยหารู้ไม่ว่าผู้ที่เกี่ยวข้องกับโครงการนี้คือ จองฮยอนแบค (คิมแทอู) รัฐมนตรีความมั่นคงหัวหน้าของ ชาจองวอน นั่นเอง...!

             นี่เป็นภาพยนตร์ตื่นเต้นระทึกขวัญ ที่มีหลากหลายเหตุการณ์ชวนตื่นเต้น มากมาย ซึ่งประกอบด้วย สุนัขสุดโหด หมอกหนาทึบ และสะพานที่กำลังจะถล่ม โดยผู้ประสบภัยจะต้องหาทางออกตัวรอด หาทางออก จากสะพานให้ได้ ก่อนที่จะสายไป ซึ่งในภาพรวมหนังสามารถขายความบันเทิงได้ดี หนังพาเราไปลุ้นระทึก และตื่นเต้นกับเหตุการณ์ที่หนังจัดมาเรื่อยๆ แม้ช่วงต้นจะมีจังหวะเหนื่อยไปบ้าง แต่จากกลางเรื่องลงมา ก็ถือว่าดูสนุกเพลินๆ ดี

              แม้หนังจะมีพล็อตและองค์ประกอบที่น่าสนใจหลายอย่าง แต่ในบางซีนก็น่าเสียดายที่ไม่สามารถดึงเอาองค์ประกอบที่ดีอยู่แล้วมาเล่นกับคนดูได้อย่างเต็มที่ บางทีมันจึงเหมือนผ่านไปอย่างรวดเร็ว โดยไม่ได้ใส่รายละเอียดที่ดูน่าจะสนุกและตื่นเต้นกว่านี้ลงไป เลยทำให้มีจังหวะที่ รู้สึกเฉยๆอยู่บ้าง ไม่ได้ตื่นเต้นอะไรกับหนังมากนักในบางซีน

             อย่างไรก็ตามในภาพรวมหนังก็ทำออกมาได้สนุก มีความบันเทิงพอใช้เหมาะที่จะไปดูในโรง และถือว่าเป็นหนัง ลุ้นระทึกที่มีความแปลกใหม่ใส่เข้ามาอยู่บ้าง ใครที่เป็นคอหนังระทึกขวัญก็ขอแนะนำครับ

คะแนนส่วนตัว 7.5/10

รีวิวโดย A.L. Lucky

ตัวอย่าง


ขอบคุณภาพจาก IMDb เครดิต Blaad Studio รูปหน้าปกที่ 1 / รูปหน้าปกที่ 3

ขอบคุณภาพจาก Blaad Studio รูปหน้าปกที่ 2

วันอาทิตย์ที่ 11 สิงหาคม พ.ศ. 2567

รีวิวหนัง The Last Breath (2024)

 



            The Last Breath (2024) เป็นภาพยนตร์ระทึกขวัญเอาชีวิตรอดที่กำกับโดย Alex Parkinson และเขียนบทโดย Mitchell LaFortune, Alex Parkinson และ David Brooks เป็นภาพยนตร์รีเมคจากสารคดีชื่อเดียวกับที่ Parkinson กำกับร่วมกับ Richard da Costa ในปี 2019 โดยมีกำหนดฉายในสหรัฐอเมริกาและสหราชอาณาจักรในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2025

            เรื่องราวของ แซม, โนอาห์, เบร็ท, ไรลีย์ และ โลแกน ที่ชวนกันไปทริปดำน้ำดูซากเรือยูเอสเอส ชาร์ลอตต์ จากสงครามโลกครั้งที่สองที่ถูกฝังอยู่ในทรายเป็นเวลาแปดสิบปี ซึ่งได้โผล่พ้นน้ำให้เห็น หลังจากเกิดพายุโซนร้อนเมื่อเดือนที่แล้ว โดยได้ว่าจ้าง ลีวายส์ ให้พาไปที่นั่น แต่เมื่อพวกเขากำลังสำรวจอยู่ก็ได้พบกับฉลามที่เข้าจู่โจมพวกเขา พวกเขาจึงต้องหาทางออกไปก่อนที่อากาศจะหมด

            เปิดเรื่องฉายถึงเหยื่อที่ถูกบางอย่างเล่นงานก่อนตัดเข้าเรื่องโดยฉายถึงตัวละครที่ค้นหาบางอย่างและค่อย ๆ ฉายตัวละครอื่นเพิ่มเติม ซึ่งช่วงนี้ค่อนข้างน่าเบื่อไปหน่อย ฉายถึงตัวละครที่พูดคุยกัน จากนั้นก็เริ่มพูดถึงซากเรือ ซึ่งเป็นจุดเด่นของหนัง แต่กว่าจะไปค่อนข้างนานหน่อย จากนั้นก็ฉายถึงตัวละครที่ไปดำน้ำและดำน้ำดูเรือไปเรื่อย ซึ่งพาให้ชมเรือไปพร้อมกับตัวละคร แต่ค่อนข้างมืดมองไม่ค่อยเห็นอะไรเท่าไหร่ ถึงแม้จะมีแสงจากไฟฉายที่ตัวละครถือก็ตาม แถมฉายจุดนี้นานจนเลยครึ่งเรื่องถึงจะเริ่มฉายฉลามที่ออกเล่นงาน ซึ่งช่วงนี้ไปก็จะเล่นกันในน้ำตลอดทั้งเรื่อง โดยช่วงที่ฉายฉลามออกล่าก็เริ่มชวนลุ้นขึ้นมาหน่อย ฉลามทำได้สมจริงดี แต่หลายฉากฉายนานเกิน ฉากลุ้นระทึกมีน้อยไปและบางจุดไม่ค่อยสมเหตุสมผลเท่าไหร่

คะแนนส่วนตัว 3.5/10

ตัวอย่าง


ขอบคุณภาพจาก IMDb เครดิต Longshot Films รูปหน้าปกที่ 1 / รูปหน้าปกที่ 2 / รูปหน้าปกที่ 3 / รูปหน้าปกที่ 4

วันศุกร์ที่ 28 มิถุนายน พ.ศ. 2567

รีวิวหนัง A Quiet Place Day One (2024) ดินแดนไร้เสียง วันที่หนึ่ง

 


              A Quiet Place Day One (2024) ดินแดนไร้เสียง วันที่หนึ่ง เป็นภาพยนตร์สยองขวัญอเมริกันที่เขียนบทและกํากับโดย Michael Sarnoski โดยอิงจากเรื่องราวที่เขาคิดร่วมกับ John Krasinski ซึ่งเป็นภาคที่สามในภาพยนตร์ชุด A Quiet Place โดยเป็นภาคแยกของภาพยนตร์เรื่องแรก นําแสดงโดย Lupita Nyong'o, Joseph Quinn และ Alex Wolff โดย Djimon Hounsou กลับมารับบทของเขาจาก A Quiet Place Part II (2020)

              Paramount Pictures เริ่มพัฒนาใน A Quiet Place: Day One ในเดือนพฤศจิกายน 2020 โดย Jeff Nichols จะเขียนบทและกํากับ ภายในเดือนพฤษภาคม 2021 สคริปต์ของ Nichols เสร็จสมบูรณ์ แต่ในเดือนตุลาคม 2021 เขาถูกปลดออกจากภาพยนตร์เรื่องนี้เนื่องจากความแตกต่างที่สร้างสรรค์ ในเดือนมกราคม 2022 Sarnoski ได้รับการประกาศให้แทนที่ Nichols ในฐานะนักเขียนและผู้กํากับ เขาได้รับการทาบทามจาก Krasinski เนื่องจากผลงานการกํากับภาพยนตร์อินดี้เรื่องแรกของเขา Pig (2021) การถ่ายภาพหลักเกิดขึ้นตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2023 ถึงเมษายน 2023 ในลอนดอน รัฐ England.es

              ฉายรอบปฐมทัศน์ที่ Tribeca Festival เมื่อวันที่ 26 มิถุนายน 2024 และจะวางจําหน่ายในสหรัฐอเมริกาโดย Paramount Pictures ในวันที่ 28 มิถุนายน 2024

"ย้อนกลับไปวันแรกกับชีวิตไร้เสียง เพราะการรุกรานของมนุษย์ต่างดาว โดยมีแมวและพิซซ่าเป็นตัวแปร?"

             เรื่องราวย้อนกลับไปวันแรกในการรุกรานของมนุษย์ต่างดาวที่จู่โจมมนุษย์ โดยเมื่อใดก็ตามที่ใครทำให้เกิดเสียงมันจะเข้าจัดการคนๆ นั้น ในครั้งนี้จะเล่าเรื่องราวของ แซมมี่ (ลูพิต้า เอ็นยองโง) หญิงสาวที่กำลังป่วยเป็นมะเร็งซึ่งอาศัยอยู่กับแมวตามลำพัง หลังเกิดเรื่องเธอกลับมีเป้าหมายที่จะเดินทางไปร้านพิซซ่าที่เคยมีความทรงจำกับพ่อในวัยเด็กเพื่อรำลึกความทรงจำเป็นครั้งสุดท้ายในชีวิต แต่ระหว่างเดินทางเธอต้องคอยหาทางหลบหนีพวกมนุษย์ต่างดาวและดูแลทั้งแมวและอีริก (โจเซฟ ควินน์) เพื่อนใหม่ที่เข้ามาร่วมเดินทางไปกับเธอ... 

              ภาพยนตร์ตื่นเต้นระทึกขวัญฟอร์มยักษ์ที่เคยพาคนดูลุ้นระทึกมาแล้ว 2 ภาค โดยในภาคนี้พาเราย้อนกลับไปวันแรกที่เกิดเรื่องขึ้นอีกครั้ง แต่จะเล่าเรื่องผ่านตัวละครใหม่ ซึ่งเราจะได้เห็นบุคลิก สถานการณ์ และเป้าหมายที่แตกต่างจากภาคแรก เราจะได้เห็นความโกลาหลวุ่นวายในเมืองใหญ่ และได้เห็นพวกมนุษย์ต่างดาวที่มากมายมาบุกเมืองกันอย่างโจ๋งครึ่มเลยทีเดียว

               การเล่าเรื่อง ในภาคนี้มีตัวละครหลักอยู่ 3 ตัวละครนั่นคือ 2 คนกับอีก 1 แมว ขอย้ำว่า 1 แมว เพราะแมวถือว่ามีบทบาทพอสมควร เป็นตัวกำหนดชีวิตของคน 2 คนเลยก็ว่าได้ ซึ่งพวกเขาจะได้เผชิญกับเหตุการณ์ต่างๆ ซึ่งพวกเขาต้องหาทางเอาตัวรอดไปจนถึงเป้าหมายที่วางไว้ให้ได้ ซึ่งฉากลุ้นระทึกเกี่ยวกับคนและมนุษย์ต่างดาวมีพอสมควร แต่ว่าข้อเสียคือถ้าใครได้ดูตัวอย่างภาพยนตร์ จะเห็นว่าปล่อยของออกมาเยอะไปหน่อยจนเราพอจะคาดเดาบางเหตุการณ์ได้ แต่ถ้าใครยังไม่ดูตัวอย่างภาพยนตร์จะได้อรรถรสมากขึ้น เสียดายนิดหน่อยช่วงไคลแมกซ์ ดูเคลียร์ง่ายไปนิดนึง ไม่ได้ลุ้นสักเท่าไหร่ ช่วงสถานการณ์อื่นบางซีนยังดูลุ้นกว่า จึงเสียดายกับช่วงไคลแมกซ์นิดหน่อย

              นอกจากนี้ ในภาค Day one ยังมีการสอดแทรกประเด็นดราม่าเกี่ยวกับชีวิตเข้ามาสอดแทรกเล็กน้อยเพื่อให้หนังมีมิติในมุมอื่นเข้ามาเป็นตัวเพิ่มรสชาติอีกด้วย

             ดังนั้นยังไงก็แล้วแต่ คอหนังตื่นเต้นระทึกขวัญ และ FC ภาคก่อนหน้าต้องดู ขอย้ำว่ายังไงก็ไม่ควรพลาด ส่วนใครที่ไม่เคยดูภาคก่อนหน้าก็สามารถมาดูภาคนี้ได้เลยเพราะเนื้อเรื่องอยู่คนละสถานการณ์กันครับ

              สุดท้ายอยากให้หนังมีภาคต่อเป็นอย่างยิ่ง ทำอีกเถอะขอร้อง..!!

คะแนนส่วนตัว 7.5/10

รีวิวโดย A.L. Lucky


           เรื่องราวของ แซม ผู้ป่วยศูนย์บริบาลที่กำลังจะกลับศูนย์บริบาลพร้อมกับ โฟโด แมวบำบัดของเธอ เนื่องจากในเมืองเกิดเรื่อง แต่ในระหว่างที่กำลังเดินทางกลับได้เกิดเหตุบางอย่างและมีบางสิ่งจู่โจม ซึ่งห้ามส่งเสียง โดยพลเรือนทั้งหมดจะต้องอพยพทางน้ำเพื่อเอาชีวิตรอด 

            เป็นภาคที่สามในเรื่อง A Quiet Place ซึ่งเป็นภาคแยกที่เหมือนเริ่มใหม่ตั้งแต่ต้น แต่ถือได้ว่าสร้างได้สนุกขึ้นกว่า โดยเปิดเรื่องด้วยการเกริ่นนำเรื่องราวคร่าว ๆ โดยเฉลี่ยเสียงในเมืองนิวยอร์กดังเก้าสิบเดซิเบล เทียบเท่าเสียงกรีดร้องตลอดเวลา จากนั้นก็ฉายถึงเรื่องราวของตัวละครหลักก่อนที่จะค่อย ๆ เกิดเหตุบางอย่าง จนมีบางสิ่งตกลงมาและระเบิดเป็นเหมือนหมอกควันมองไม่เห็น ซึ่งเมื่อใครส่งเสียงจะถูกบางอย่างเล่นงาน โดยจะฉายให้เห็นเลือนราง จึงไม่ค่อยมีฉากพูดเท่าไหร่เหมือนดูหนังใบ้เลย พอพูดกันก็พูดกันเบา ๆ บางครั้งแทบไม่ค่อยได้ยินว่าพูดอะไร จากนั้นก็ตัดเข้าเรื่องซึ่งฉายถึงตัวละครหลักที่หมดสติและตื่นมาอยู่กับคนกลุ่มหนึ่งที่ต้องอพยพไปยังที่ปลอดภัย ซึ่งก็มีฉากลุ้นระทึกเป็นช่วง ๆ มีช่วงที่น่าเบื่อบ้าง โดยจะฉายถึงสัตว์ประหลาดที่ชัดเจนขึ้น ซึ่งมีแมวที่คอยขโมยซีนความน่ารักและชวนลุ้นตลอดทั้งเรื่อง ซึ่งฉากสัตว์ประหลาดจู่โจมทำได้ลงทุนดี สัตว์ประหลาดทำได้สมจริงน่าสนใจและสถานที่ก็ทำได้เข้ากับสถานการณ์ โดยเมื่อเลยช่วงกลางเรื่องไปจะเน้นฉายตัวละครสองคนที่เอาขีวิตรอดจากสัตว์ประหลาด ซึ่งมีฉากหวาดเสียวบ้าง แต่ช่วงท้ายเรื่องดูขัดใจตัวละครไปบ้างและมีดราม่าเล็กน้อย โดยจบทิ้งท้ายเหมือนมีต่อ

คะแนนส่วนตัว 5.5/10

รีวิวโดย 刘心爱

ตัวอย่าง


ขอบคุณภาพจาก IMDb เครดิต Platinum Dunes รูปหน้าปกที่ 1 / รูปหน้าปกที่ 2 / รูปหน้าปกที่ 3

วันพฤหัสบดีที่ 6 มิถุนายน พ.ศ. 2567

รีวิวหนัง Under Paris (2024) มฤตยูใต้ปารีส

 


              Under Paris (2024) มฤตยูใต้ปารีส เป็นภาพยนตร์จากฝรั่งเศสที่กำกับโดย Xavier Gens เขียนโดย Sebastien Auscher, Yannick Dahan และ Xavier Gens นำแสดงโดย Bérénice Bejo, Léa Léviant และ Sandra Parfait

              เรื่องราวของ โซเฟีย นักวิทยาศาสตร์ที่สูญเสียลูกทีมจากการสำรวจฉลามใต้ทะเล โดยถูกฉลามที่ชื่อลิลิธที่มีขนาดใหญ่ขึ้นได้เข้าทำร้าย โดยเธอได้รู้ข้อมูลจาก มิคา นักเคลื่อนไหวด้านสิ่งแวดล้อมว่าฉลามตัวนี้ได้ผ่านประตูน้ำเข้ามายังแม่น้ำแซนในปารีสที่ตอนนี้กำลังมีการจัดงานไตรกีฬาโอลิมปิกอยู่ แต่เธอไม่คิดว่ามันจะเข้ามาได้ เนื่องจากเป็นน้ำจืด แต่ด้วยเพราะสภาพอากาศเปลี่ยนและมลพิษ รวมทั้งบางอย่างบนตัวมัน จึงทำให้ฉลามปรับตัวได้ เธอจึงต้องร่วมมือกับ สิบเอกตำรวจอาดิล เพื่อกำจัดมันก่อนงานไตรกีฬาจะเริ่มขึ้น

              เปิดเรื่องฉายถึงตัวละครหลักที่กำลังสำรวจฉลามใต้ทะเลที่มีแต่ขยะเต็มไปหมดทำให้สัตว์ในทะเลตาย ซึ่งก็เข้ากับสถานการณ์ในปัจจุบันได้ดี โดยเจอกับฉลามที่เปลี่ยนไปก่อนตัดเข้าเรื่อง ซึ่งพอเข้าเรื่องฉายถึงตัวละครที่เตรียมจัดงานไตรกีฬาในปารีสก็เข้ากับสถานการณ์โอลิมปิกที่จะเกิดขึ้นเร็ว ๆ นี้เลย ซึ่งใช้สถานที่สวยดี โดยได้เกิดเรื่องแปลก ๆ ในทะเล จากนั้นก็ตัดมาฉายถึงตัวละครหลัก ซึ่งต้องเข้ามาเกี่ยวข้องกับฉลามอีกครั้ง โดยฉลามได้เข้ามาเกี่ยวข้องกับสถานที่จัดงานขึ้นเรื่อย ๆ นำไปสู่การร่วมมือระหว่างตัวละครหลักกับตำรวจ ด้วยการเริ่มสำรวจใต้ทะเลและหาวิธีเอาออกไป โดยค่อย ๆ ฉายถึงฉลามที่ปรากฎตัว แต่ดำเนินเรื่องมาถึงครึ่งเรื่องก็ยังไม่ได้ฉายถึงฉลามชัดเจน กว่าจะฉายถึงฉลามที่เล่นงานเหยื่อก็ช่วงท้ายเรื่อง ซึ่งก็น่าสนใจดี แต่ดันเล่นกันแค่สถานที่วงแคบ ๆ และไม่ได้เล่นกับงานไตรกีฬาเลย โดยช่วงท้ายเรื่องจะค่อย ๆ เปิดเผยเรื่องราวเกี่ยวกับฉลามที่ไม่ใช่ฉลามทั่วไปและหาวิธีกำจัด ซึ่งชวนลุ้นดี แต่ก็พอเดาเรื่องได้บ้างและมาแนวเดิม ๆ เหมือนเรื่องอื่นไปหน่อย แต่ยังดีที่ช่วงท้ายเรื่องเล่นในสถานที่ที่กว้างขึ้น

คะแนนส่วนตัว 4.5/10

ตัวอย่าง


ขอบคุณภาพจาก IMDb เครดิต Let Me Be รูปหน้าปกที่ 1 / รูปหน้าปกที่ 2 / รูปหน้าปกที่ 3 / รูปหน้าปกที่ 4

วันอังคารที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2567

รีวิวหนัง Sting (2024) สติง

 


              Sting (2024) สติง เป็นภาพยนตร์สยองขวัญที่เขียนบทและกํากับโดย Kiah Roache-Turner และนําแสดงโดย Ryan Corr, Alyla Browne, Penelope Mitchell, Robyn Nevin, Noni Hazelhurst, Silvia Colloca, Danny Kim และ Jermaine Fowler วางจําหน่ายในสหรัฐอเมริกาและแคนาดาเมื่อวันที่ 12 เมษายน 2024

             แมงมุมที่เก็บมาเลี้ยงไม่ใช่แมงมุมทั่วไป มันมีขนาดที่ใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ แถมยังทำร้ายมนุษย์หรือแม้กระทั่งเจ้าของมันเอง

             เรื่องราวของ ชาร์ลอตต์ ที่ได้เจอแมงมุมตัวหนึ่งในอพาร์ทเม้นท์ที่ทรุดโทรมของเธอ จึงได้แอบเก็บมาเลี้ยงไว้ในขวดโหลและตั้งชื่อว่า สติง โดยที่พ่อแม่และยายของเธอไม่รู้ ซึ่งเป็นแมงมุมที่ไม่มีข้อมูลจากการค้นหาของเธอ แต่มันชอบความมืดและเมื่อเธอเลี้ยงมันไปสักพักก็เริ่มตัวใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ 

             เปิดเรื่องด้วยการฉายถึงข่าวเกี่ยวกับกลุ่มอุกกาบาตที่เคลื่อนผ่านวงโคจรโลก จากนั้นก็ฉายถึงตัวละครที่เจอกับแมงมุม แต่บางจุดไม่ค่อยสมเหตุสมผล จากนั้นก็ตัดมาในช่วงสี่วันก่อนฉายถึงอุกาบาตที่ตกลงมาและกลายเป็นแมงมุมที่ฟักออกมาก่อนฉายถึงตัวละครหลักที่ได้เจอกับแมงมุมและเก็บมาเลี้ยงโดยได้เรียกว่า สติง ซึ่งเป็นชื่อเรื่อง ซึ่งหนังจะเล่นแต่ในอพาร์ทเม้นท์แทบทั้งเรื่อง โดยช่วงนี้จะฉายถึงตัวละครที่เลี้ยงแมงมุมไปเรื่อย พร้อมกับฉายถึงตัวละครอื่น ๆ ในอพาร์ทเม้นท์ไปด้วย จากนั้นก็ค่อย ๆ ฉายถึงแมงมุมที่ออกมาล่าเหยื่อข้างนอกในตอนดึกและการเปลี่ยนแปลงของแมงมุมทีละน้อย แต่หนังดำเนินเรื่องได้ค่อนข้างยืดเยื้อน่าเบื่อไปหน่อย ยังดีที่มีความน่ารักของเด็กสอดแทรกให้คลายความน่าเบื่อไปบ้าง โดยหนังจะออกแนวตลก ๆ เล็กน้อย มีช่วงให้ลุ้นบ้าง ซึ่งจะคล้าย ๆ กับเรื่อง Infested (2023)Infested (2023) แต่เรื่องนี้มีแมงมุมตัวเดียว แต่จบทิ้งท้ายเหมือนมีต่อ

คะแนนส่วนตัว 4/10

อ่านรีวิว Infested (2023)

ตัวอย่าง


ขอบคุณภาพจาก Well Go USA Entertainment รูปหน้าปกที่ 1 / รูปหน้าปกที่ 2

วันจันทร์ที่ 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2567

รีวิวหนัง Infested (2023) ฝูง 8 ขากับดักสยอง

 


              Infested (2023) ฝูง 8 ขากับดักสยอง เป็นภาพยนตร์ระทึกขวัญที่กำกับโดย Sébastien Vanicek เขียนโดย Sébastien Vanicek และ Florent Bernard นำแสดงโดย Théo Christine, Sofia Lesaffre และ Jérôme Niel

              เมื่อแมงมุมที่ถูกซื้อมาได้หลุดออกมาได้และได้ไปกัดคนตาย ทำให้พวกเขาต้องถูกกักบริเวณอยู่ในอพาร์ทเม้นท์

             เรื่องราวของ คาเลบ ที่ชอบเลี้ยงสัตว์เลื้อยคลานพันธุ์หายากต่าง ๆ ไว้ในห้องอพาร์ทเม้นท์ของเขา โดยล่าสุดเขาได้ซื้อแมงมุมจากดูไบของร้านอาลีกลับมา พร้อมกับของที่ระลึกและได้ปล่อยมันลงไปในกล่องชั่วคราวก่อนที่จะหาที่อยู่ใหม่ แต่แล้วมันได้หลุดออกมาและได้ไปกัดคนเข้า ซึ่งยังไม่ทราบสาเหตุว่าเป็นเพราะอะไร เพื่อความปลอดภัยตำรวจจึงให้ทุกคนอยู่แต่ในอพาร์ทเม้นก่อน 

             เปิดเรื่องฉายถึงตัวละครที่เจอแมงมุมและถูกกัด ซึ่งมีคนหนึ่งที่จับแมงมุมกลับไปด้วยก่อนตัดเข้าเรื่องฉายถึงตัวละครที่มาซื้อของ ซึ่งเป็นของที่มาจากดูไบ ก่อนฉายถึงแมงมุมที่ถูกจับมา ซึ่งถูกซื้อกลับไปด้วย จากนั้นก็ฉายถึงสถานที่ที่ตัวละครอยู่ ก่อนฉายถึงสัตว์เลื้อยคลานต่าง ๆ ที่ตัวละครเลี้ยงไว้ในห้อง และค่อย ๆ ฉายถึงแมงมุมที่หลุดออกมาได้ แต่กว่าจะฉายถึงแมงมุมที่กัดคนและเกิดเรื่องนานไปหน่อย มัวแต่ไปเน้นอย่างอื่น ใส่ฉากพูดคุยที่ค่อนข้างเยอะเกินและมีช่วงน่าเบื่อบ้าง ซึ่งเมื่อถูกกัดจะมีอาการเหมือนถูกพิษแมงมุมที่ร้ายกว่าแมงมุมทั่วไป โดยจะเน้นฉายในสถานที่ตลอดทั้งเรื่อง ซึ่งมีถ่ายบริเวณรอบนอกบ้างเป็นช่วง ๆ โดยเมื่อเริ่มหลุดออกมาก็ค่อย ๆ ฉายถึงใยแมงมุมตามจุดต่าง ๆ ที่มากขึ้นจนไปถึงแมงมุมตัวอื่นที่ถูกแพร่พันธุ์ ซึ่งมีขนาดใหญ่และมากขึ้นเรื่อย ๆ และค่อย ๆ ฉายถึงตัวละครที่โดนแมงมุมเล่นงาน ซึ่งก็ชวนติดตามและชวนลุ้นเอาใจช่วยตัวละครบ้าง โดยเฉพาะช่วงท้าย ๆ เรื่อง แต่บางช่วงค่อนข้างมืดไปหน่อย

คะแนนส่วนตัว 5/10

รีวิวโดย 刘心爱


           "ช่วงแรกเอาเวลาไปตามหาแมงมุมหาย จนมันเนือย ช่วงท้ายจัดแมงมุมมาเยอะแยะมากมาย แต่ฉากสยองจากการจู่โจมของแมงมุมไม่มีเลย คนกลัวแมงมุมเท่านั้นที่น่าจะสยองกับหนังเรื่องนี้"

           คาเลบ ชายหนุ่มผู้ชอบเลี้ยงสัตว์แปลกๆ ได้ซื้อแมงมุมพันธ์ุที่ไม่รู้จักมาจากตลาดมืด และนำกลับมาเลี้ยงในห้องที่อพาร์ทเมนต์แห่งหนึ่ง แต่เขาทำมันหลุดหายไป และในเวลาไม่นาน อพาร์ทเมนท์ก็เต็มไปด้วยแมงมุมพันธุ์ใหม่ที่ไล่จู่โจมผู้คนที่อาศัยอยู่ที่นี่..!!

           ไม่ได้เห็นหนังสยองขวัญที่มีแมงมุมเป็นตัวละครหลักมานานแล้ว ซึ่งในเรื่องนี้ก็แอบคาดหวังนิดหน่อยก่อนดู

           การดำเนินเรื่องช่วงแรกไม่ได้มีอะไรมากมาย เพราะหนังพยายามเปิดตัวที่มาของแมงมุม และพาเราไปรู้จักอพาร์ทเมนท์หลัก ที่เป็นสถานที่ที่เกิดเรื่อง ก่อนที่แมงมุมมันจะหายไป แล้วพระเอกก็ง่วนอยู่กับการตามหาแมงมุม

           หลังจากนั้นช่วงกลางเรื่องลงมา หนังเริ่มใส่เรื่องราวให้คนดูเริ่มลุ้นระทึกละ กับเหตุการณ์การจู่โจมของแมงมุมต่อผู้คนในอพาร์ทเมนท์ เพียงแต่ทุกครั้งที่มีฉากการจู่โจมของแมงมุม เราจะไม่ค่อยเห็นแมงมุมแบบชัดเจน และชอบตัดซีนโดยปล่อยให้เราเดาว่าแมงมุมมันทำร้ายผู้คนยังไง

           ฉากที่ทำได้ดีคือฉากการใส่ฝูงแมงมุมให้วิ่งพล่านไปทั่ว สำหรับคนที่กลัวแมงมุมอาจจะสยองปนขนลุก แต่ถ้าคนดูหนังสยองขวัญมาเยอะแล้ว จะเฉยๆ ไปกับหนังเลย ส่วนซีนโหดๆ นั้นแทบจะไม่มี

           อาจมีฉากให้ได้ลุ้นบ้างอยู่ไม่กี่ฉากที่พอจะทำให้ความบันเทิงของหนังยังพอจะมี แต่ไม่ได้มาจากฉากสยองขวัญนะ เป็นแค่ไอเดียที่หนังใส่สถานการณ์เข้ามา แม้บางซีนจะดูขัดๆ ก็ตาม

           ภาพรวม มันอาจเหมาะกับคนขวัญอ่อนที่กลัวแมงมุม แล้วต้องการชาเลนท์ตัวเอง แต่ถ้าคนดูคอหนังสยองขวัญทั่วไปอาจเฉยๆ ได้ครับ

คะแนนส่วนตัว 5.5/10

รีวิวโดย A.L. Lucky

ตัวอย่าง


ขอบคุณภาพจาก IMDb เครดิต My Box Productions รูปหน้าปกที่ 1 / รูปหน้าปกที่ 2 / รูปหน้าปกที่ 3

วันพฤหัสบดีที่ 9 พฤษภาคม พ.ศ. 2567

รีวิวหนัง Kingdom of the Planet of the Apes (2024) อาณาจักรแห่งพิภพวานร

 



              Kingdom of the Planet of the Apes (2024) อาณาจักรแห่งพิภพวานร เป็นภาพยนตร์แอ็คชั่นนิยายวิทยาศาสตร์อเมริกันที่กํากับโดย Wes Ball และเขียนบทโดย Josh Friedman  ภาคต่อแบบสแตนด์อโลนของ War for the Planet of the Apes (2017) เป็นภาคที่สี่ในแฟรนไชส์รีบูต Planet of the Apes และเป็นภาพยนตร์เรื่องที่สิบโดยรวม นําแสดงโดย Owen Teague ในบทบาทนําร่วมกับ Freya Allan, Kevin Durand, Peter Macon และ William H. Macy ภาพยนตร์เรื่องนี้เกิดขึ้น 300 ปีหลังจากเหตุการณ์สงครามและติดตามลิงชิมแปนซีหนุ่มชื่อโนอา ซึ่งเริ่มต้นการเดินทางร่วมกับมนุษย์หญิงชื่อเม เพื่อกําหนดอนาคตของลิงและมนุษย์

             การพัฒนาภาพยนตร์เรื่องใหม่เริ่มขึ้นในเดือนเมษายน 2019 หลังจากการเข้าซื้อกิจการ 20th Century Fox ของดิสนีย์ โดยมี Ball เป็นผู้เขียนบทและผู้กํากับในเดือนธันวาคมนั้น สคริปต์ส่วนใหญ่เขียนขึ้นในช่วงการระบาดใหญ่ของ COVID-19 ในปี 2020 โดยจะเริ่มคัดเลือกนักแสดงในเดือนมิถุนายน 2022 หลังจากสคริปต์เสร็จสิ้น Teague ได้รับเลือกให้แสดงนําในเดือนสิงหาคมนั้น โดยมีการเปิดเผยชื่อภาพยนตร์เรื่องนี้และการคัดเลือกนักแสดงเพิ่มเติมในเดือนต่อๆ มา การถ่ายภาพหลักเริ่มขึ้นในเดือนตุลาคม 2022 ในซิดนีย์และสิ้นสุดในเดือนกุมภาพันธ์ 2023

               ฉายรอบปฐมทัศน์ที่ TCL Chinese Theatre ในลอสแองเจลิสเมื่อวันที่ 2 พฤษภาคม 2024 และมีกําหนดออกฉายโดย 20th Century Studios ในสหรัฐอเมริกาในวันที่ 10 พฤษภาคม

"จอมยุทธอินทรีย์ เวอร์ชั่นลิง"

หลังจากการตายของซีซาร์ เหล่าวานร ก็แตกแยกเป็นหลายเผ่า ซึ่งก็มีกลุ่มวานรที่ตั้งตนเป็นใหญ่ที่คอยจับทั้งพวกมนุษย์ที่เหลืออยู่ และวานรกลุ่มอื่นๆ มากดขี่ ข่มเหง รวมถึงเอามาบังคับเป็นทาส ทำให้วานรที่โดนกดขี่ต้องร่วมมือกับมนุษย์เพื่อโค่นล้มกลุ่มที่ทำตัวไม่ดีกลุ่มนี้ให้ได้เพื่อจะได้มีชีวิตเป็นอิสระ...

ในภาคนี้เป็นการต่อสู้กันระหว่างลิงกับลิงเป็นหลักโดยมีมนุษย์คนเดียวที่ร่วมกับลิงตัวเอกเพื่อโค่นล้มลิงวายร้าย ซึ่งภาพรวมก็ดูสนุกเพลินๆ ดีเวลามีฉากผจญภัยหรือฉากต่อสู้ แต่เสียดายที่ส่วนตัวรู้สึกว่ามันมีไม่เยอะ และมีน้อยไปหน่อย โดยมีบทพูดสอดแทรกค่อนข้างเยอะ ซึ่งบทพูดนั้นก็ไม่ได้มีอะไรมากนอกจากการนำคำกล่าวของซีซาร์มาตีความการดำรงอยู่ของลิง และการพูดถึงมนุษย์ หนังปูเรื่องไว้ในตอนท้ายเหมือนจะทิ้งท้ายคำถามไว้ว่าลิงกับคนจะอยู่ร่วมกันได้มั้ย ในรูปแบบที่เท่าเทียมกัน ซึ่งในภาคนี้จะเล่นประเด็นการแบ่งพรรคแบ่งพวกของลิง การเอารัดเอาเปรียบ การอยู่ร่วมกัน การไว้ใจ และวิถีชีวิตของลิงที่ถูกสร้างขึ้นมาใหม่เป็นขนบธรรมเนียมของบางเผ่า รวมถึงความเป็นอยู่ของมนุษย์ในฐานะผู้ถูกล่า ภาพรวมจึงเป็นหนัง Planet of the apes ที่ยังไม่ค่อย Peek เท่าไหร่ แต่น่าจะเป็นภาคปฐมบทหลังยุคซีซาร์ ก่อนที่จะนำไปสู่เรื่องราวใหม่ๆ ที่ถูกปูไว้ในตอนท้าย ยังไงแฟนคลับ Planet of the apes ก็ไม่ควรพลาดครับ

คะแนนส่วนตัว 7/10

รีวิวโดย A.L. Lucky

ตัวอย่าง


ขอบคุณภาพจาก 20th Century Studios รูปหน้าปกที่ 1

ขอบคุณภาพจาก IMDb เครดิต 20th Century Studios รูปหน้าปกที่ 2 / รูปหน้าปกที่ 3

ป้ายกำกับ