วันเสาร์ที่ 24 ตุลาคม พ.ศ. 2569
รีวิวหนัง Together (2025) ดูดร่างสร้างรัก
วันเสาร์ที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2569
รีวิวหนัง Resident Evil (2026) เรสซิเดนท์ อีวิล
Resident Evil (2026) เรสซิเดนท์ อีวิล เป็นภาพยนตร์สยองขวัญที่กำกับโดย Zach Cregger และเขียนบทโดย Cregger กับ Shay Hatten ดัดแปลงมาจากแฟรนไชส์วิดีโอเกม Resident Evil ของ Capcom นำแสดงโดย Austin Abrams, Zach Cherry, Kali Reis และ Paul Walter Hauser
โดย Constantin Film เริ่มวางแผนรีบูตซีรีส์ภาพยนตร์ Resident Evil ตั้งแต่ต้นปี 2022 หลังจากที่ Resident Evil: Welcome to Raccoon City (2021) ล้มเหลว และการยกเลิกซีรีส์ทีวีของ Netflix ในปี 2022 Cregger ถูกจ้างในเดือนมกราคม 2025 และ Sony Pictures' PlayStation Productions เข้าร่วมการผลิต มีสตูดิโอสี่แห่ง รวมถึง Warner Bros. Pictures และ Netflix ยื่นประมูลสิทธิ์ภาพยนตร์ โดย Sony ชนะในเดือนมีนาคม การถ่ายทำเริ่มในเดือนตุลาคม 2025 ที่ปราก
ออกฉายรอบปฐมทัศน์ที่ลอสแอนเจลิสเมื่อวันที่ 15 กันยายน และเข้าฉายในสหรัฐอเมริกาเมื่อวันที่ 18 กันยายน 2026 โดย Sony Pictures Releasing
เรื่องราวของ ไบรอัน โฮดูกาวิช ไปรษณีย์เวชภัณฑ์ที่ยอมรับงานส่งพัสดุด่วนไปยังโรงพยาบาลแรคคูนซิตี้ในภูเขาที่มีหิมะปกคลุมของโคโลราโด เนื่องจากค่าจ้างที่สูงขึ้น ซึ่งเขาคิดว่ามันคืองานง่าย ๆ แต่เขากลับคิดผิด เมื่อการไปส่งพัสดุที่นั่นไม่ได้ง่ายอย่างที่คิด เนื่องจากระหว่างทางที่เขาไปต้องเอาชีวิตรอดจากซอมบี้ที่มาในหลายรูปแบบ
เปิดเรื่องฉายถึงตัวละครหลักที่มาทำงานส่งของให้กับโรงพยาบาลก่อนที่จะมีเหตุให้ต้องรับงานส่งของอีกชิ้นไปยังโรงพยาบาลแรคคูนซิตี้ ซึ่งเป็นสถานที่ทดลองต้นเหตุของเรื่อง โดยหนังดำเนินเรื่องได้ไวมากและไม่มีช่วงที่น่าเบื่อเลย ไม่ต้องปูเรื่องอะไรมากก็เข้าเรื่องเลย ถึงแม้เรื่องราวจะไม่ค่อยมีอะไรเท่าไหร่ ซึ่งไม่นานก็ฉายถึงซอมบี้ ซึ่งซอมบี้ตัวแรกก็ทำได้หลอนและฮาดี โดยหนังได้ใส่ฉากตลกตั้งแต่ช่วงแรกและสอดแทรกเป็นช่วง ๆ ให้หัวเราะไปด้วย พร้อมทั้งใส่ฉากลุ้นระทึกตลอดทั้งเรื่อง ให้ชวนลุ้นไปกับตัวละครด้วยว่าจะเจออะไรต่อไป ซึ่งฉากสถานที่แต่ละที่ทำได้น่าสนใจดี โดยตัวละครเป็นคนธรรมดาไม่ได้มีฝีมือเหมือนภาคก่อน ๆ แถมก็ไม่ค่อยเกี่ยวข้องกันเท่าไหร่ แต่ก็ทำให้ชวนลุ้นเอาใจช่วยได้ตลอดเวลา โดยบางช่วงทำได้เหมือนกำลังเล่นเกมไปในตัวและเหมือนในอนิเมชั่นกับภาพยนตร์บางส่วน ซอมบี้บางจุดก็มาแนวเดียวกัน แต่บางจุดก็แปลกไปอีกแบบ แต่แอบเสียดายที่หนังจบเร็วไปหน่อย แต่ก็ได้ทิ้งท้ายเหมือนมีต่อ
คะแนนส่วนตัว 7.5/10
ตัวอย่าง
ขอบคุณภาพจาก IMDb เครดิต Columbia Pictures รูปหน้าปกที่ 1 / รูปหน้าปกที่ 2 / รูปหน้าปกที่ 3
วันอังคารที่ 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2569
รีวิวหนัง Pinocchio Unstrung (2026) พินอคคิโอ หุ่นไม้สายเชือด
Pinocchio Unstrung (2026) พินอคคิโอ หุ่นไม้สายเชือด เป็นภาพยนตร์สแลชเชอร์อิสระของอังกฤษที่เขียนบทและกำกับโดย Rhys Frake-Waterfield นำแสดงโดย Robert Englund และ Richard Brake ซึ่งเป็นภาคที่ห้าของจักรวาล Twisted Childhood (TCU) และเป็นการเล่าเรื่องสยองขวัญใหม่ของนิยายปี 1883 เรื่อง The Adventures of Pinocchio ของ Carlo Collodi ในสหราชอาณาจักรและประเทศอื่น ๆ ใช้ชื่อว่า Pinocchio: Unstrung
โดยเข้าฉายในงานเทศกาลภาพยนตร์แฟนตาสติกนานาชาติบรัสเซลส์เมื่อวันที่ 11 เมษายน 2026 ก่อนจะเข้าฉายในโรงภาพยนตร์ทั่วโลกในวันที่ 24 กรกฎาคม 2026 โดย ITN Distribution
เรื่องราวของ เจมส์ ที่สูญเสียแม่และเพื่อนรักคนหนึ่งไป ทำให้ตาของเขา เจเป็ตโต้ ได้สร้างหุ่นไม้ที่มีชีวิต ซึ่งมีชื่อว่า พินอคคิโอ ให้เป็นเพื่อนเขา ซึ่งทำให้พินอคคิโออยากเป็นมนุษย์เหมือนเจมส์และอยากปกป้องเจมส์ จึงได้ฆ่าทุกคนที่เป็นศัตรูกับเขาและทำให้เขาต้องเจ็บ รวมทั้งฆ่าเอาอวัยวะมนุษย์ เพื่อต้องการเป็นมนุษย์
เปิดเรื่องด้วยการเล่านิทานผ่านตัวละครเจเป็ตโต้ด้วยการเชิดหุ่นไม้ก่อนที่จะฉายถึงตัวละครที่เล่านิทานและเด็ก ซึ่งเป็นเหตุการณ์ก่อนที่เจเป็ตโต้จะแนะนำพินอคคิโอให้รู้จักกับเจมส์ ซึ่งฉากเปิดตัวพินอคคิโอถือว่าทำได้หลอนและน่าสนใจดี แต่เนื้อเรื่องคาดเดาได้ง่าย พล็อตเรื่องคล้าย ๆ กับเรื่อง Child's Play (2019) คลั่งฝังหุ่น จึงดูแล้วไม่ค่อยแปลกใหม่เท่าไหร่ โดยเปลี่ยนจากตุ๊กตาชัคกี้เป็นหุ่นไม้พินอคคิโอที่อ้างอิงตามนิทานเล็กน้อย คือ ถ้าโกหกจมูกจะยาวขึ้นเรื่อย ๆ โดยจะมาในสายโหด แต่ก็แอบแฝงข้อคิดบางอย่าง ซึ่งฆาตกรไม่ได้ร้ายตั้งแต่แรก แต่เกิดจากการสั่งสอนชักจูงและการเรียนรู้ผิด ๆ เป็นหุ่นไม้ที่มีชีวิตจิตใจเหมือนมนุษย์ ทำให้ดูแล้วไม่ได้เกลียดฆาตกรขนาดนั้น ซึ่งฉากฆ่าโหดดีและแฝงความฮาของพินอคคิโอ ที่ดูแล้วชวนขำตลอดทั้งเรื่อง ถึงแม้หุ่นไม้มีชีวิตนี้จะดูเป็นไปไม่ค่อยได้เท่าไหร่ โดยจบทิ้งท้ายเหมือนมีต่อ
คะแนนส่วนตัว 5.5/10
รีวิว Child's Play (2019) คลั่งฝังหุ่น
ตัวอย่าง
ขอบคุณภาพจาก IMDb เครดิต Jagged Edge Productions รูปหน้าปกที่ 1 / รูปหน้าปกที่ 2 / รูปหน้าปกที่ 3
วันอาทิตย์ที่ 12 กรกฎาคม พ.ศ. 2569
รีวิวหนัง Evil Dead Burn (2026) ผีอมตะแผดเผา
มีการประกาศเกี่ยวกับภาพยนตร์สปินออฟที่กำลังอยู่ในขั้นตอนการพัฒนาใน เดือนกุมภาพันธ์ 2024 โดย Vaniček ถูกจ้างให้กำกับบทภาพยนตร์ที่เขาร่วมเขียนกับ Florent Bernard ในขณะที่ Sam Raimi และ Robert Tapert ทำหน้าที่เป็นโปรดิวเซอร์ โดย Ghost House Pictures เป็นผู้ผลิตโปรเจกต์นี้ ต่อมาในเดือนธันวาคม 2024 Vaniček ได้เปิดเผยชื่อว่าจะเป็น Evil Dead Burn พร้อมกับกำหนดการออกฉายเบื้องต้นในปี 2026 การคัดเลือกนักแสดงเริ่มขึ้นในเดือนพฤษภาคม 2025 ส่วนการถ่ายทำเริ่มในเดือนกรกฎาคมและเสร็จสิ้นในเดือนตุลาคมปีเดียวกันที่นิวซีแลนด์
โดยออกฉายที่โรงภาพยนตร์ในฝรั่งเศสเมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม 2026 ตามด้วยสหรัฐอเมริกาในวันที่ 10 กรกฎาคม โดย Warner Bros. Pictures ในพื้นที่อเมริกาเหนือ และโดย Sony Pictures Releasing ผ่านแบรนด์ Screen Gems ของพวกเขาในต่างประเทศ
เรื่องราวของ อลิส แฟนของ วิล ที่ต้องมาอยู่กับครอบครัวฝั่งสามีอย่าง โจเซฟ น้องชายวิล, ทยา แฟนของโจเซฟ, ซูซาน แม่ของวิล, เอดการ์ พ่อของวิล และ พอลล่า แม่ของซูซาน ในบ้านพักริมทะเลสาบที่เธอกับสามีร่วมกันสร้าง หลังจากที่สามีเสียชีวิตจากอุบัติเหตุ และได้เจอกับงานวิจัยของเบนจามินสามีของพอลล่า ซึ่งทำให้เธอได้ปลุกปีศาจในหนังสือออกมา
ภาคนี้มีความคล้าย ๆ กับภาค Evil Dead Rise (2023) ในหลาย ๆ จุดเลย แต่เปลี่ยนตัวละครใหม่หมด ซึ่งก็น่าเสียดายที่น่าจะดำเนินเรื่องต่อเนื่องกัน โดยตอนได้เห็นจากตัวอย่างและเรื่องย่อดูเหมือนจะเป็นภาคใหม่ไม่น่าต่อเนื่องกันเท่าไหร่ แต่หนังก็สามารถทำได้น่าสนใจชวนติดตามตลอดทั้งเรื่องเช่นเดียวกัน และแอบมีเซอร์ไพส์ตัวละครจากภาคก่อนหน้าในช่วงเอนเครดิต ซึ่งก็ได้ทิ้งท้ายเหมือนมีต่อ โดยเปิดเรื่องได้น่าสนใจดีด้วยการฉายถึงปีศาจที่ปรากฎตัวมาเล่นงานเหยื่อ ซึ่งไม่ได้มีใครปลุกออกมาจากหนังสือ ก่อนที่จะฉายถึงตัวละครที่กำลังศึกษางานวิจัยของปู่ ซึ่งเกี่ยวข้องกับปีศาจตัวนี้ โดยมีอาวุธที่สามารถเล่นงานได้ ซึ่งก็เหมือนจะกำจัดปีศาจได้ง่าย แต่ก็ไม่ได้ง่ายอย่างที่คิดและก็มีฉากโหดให้ได้เห็นกันตามเคย จากนั้นก็ฉายถึงตัวละครหลัก ๆ ในเรื่องก่อนที่จะได้นำปีศาจกลับมาด้วย ซึ่งช่วงแรกจะมีดราม่าเล็กน้อย โดยภาคนี้ได้เน้นฉายถึงตัวละครที่เอาชีวิตรอดในบ้านหลังหนึ่ง เนื่องจากปีศาจพยายามขัดขวางไม่ให้ออกไปข้างนอกได้ ในขณะที่ปีศาจต้องการอาวุธที่สามารถกำจัดตนได้ ซึ่งปีศาจก็มาในรูปแบบเดิม แต่แอบแฝงความฮาอยู่ด้วย รวมทั้งตัวละครบางคนที่ช่วยสร้างสีสันในเรื่องได้ดี โดยปีศาจจะค่อย ๆ เผยความโหดขึ้นเรื่อย ๆ และไล่ฆ่าเหยื่ออย่างไม่ยั้ง ซึ่งก็ชวนลุ้นเอาใจช่วยตัวละครสุด ๆ โดยมีฉากให้ตกใจบ้างเล็กน้อย นอกจากปีศาจจะตายยากแล้ว ตัวละครหลักก็อึดและสู้ชีวิตไม่แพ้กัน ถึงแม้บางจุดจะเดาเรื่องได้บ้าง
คะแนนส่วนตัว 7.5/10
อ่านรีวิว Evil Dead Rise (2023) ผีอมตะผงาด
ตัวอย่าง
ขอบคุณภาพจาก Warner Bros. Pictures รูปหน้าปกที่ 1
ขอบคุณภาพจาก IMDb เครดิต Warner Bros. Pictures รูปหน้าปกที่ 2 / รูปหน้าปกที่ 3
วันพฤหัสบดีที่ 11 มิถุนายน พ.ศ. 2569
รีวิวหนัง Colony (2026) ยึดร่างคลั่ง
Colony (2026) ยึดร่างคลั่ง เป็นภาพยนตร์แอ็คชั่นสยองขวัญสัญชาติเกาหลีใต้ที่กำกับและเขียนบทโดย Yeon Sang-ho โดยมี Choi Gyu-seok เป็นผู้ร่วมเขียนบท นำแสดงโดย Jun Ji-hyun, Koo Kyo-hwan, Ji Chang-wook, Kim Shin-rok, Shin Hyun-been และ Go Soo
โดยฉายรอบปฐมทัศน์โลกในส่วน Midnight Screenings ของเทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์ปี 2026 เมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม 2026 จัดจำหน่ายโดย Showbox และเข้าฉายในโรงภาพยนตร์ในเกาหลีใต้เมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม
เรื่องราวของ ควอน เซ-จอง ที่ได้รับเชิญให้เข้าร่วมงานนำเสนอของบริษัท Chains Bio ที่อาคารดงอู-ริ โดยได้รับการแนะนำจาก ฮัน กยู-ซอง อดีตสามีของเธอ ซึ่งกำลังเตรียมตัวย้ายไปต่างประเทศ แต่แล้วไม่นานก็เกิดเหตุก่อการร้ายทางชีวภาพขึ้นด้วยฝีมือนักวิทยาศาสตร์ ซอ ยอง-ชอล ซึ่งเป็นวัคซีนของอาวุธชีวภาพนี้ เธอและคนอื่น ๆ ในอาคารนี้จึงต้องช่วยกันเอาตัวรอดออกไปจากที่นี่ให้ได้ ในขณะที่อาคารนี้ถูกกักกันระหว่างหาทางควบคุมเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
เปิดเรื่องฉายถึงตัวละครลึกลับที่โทรแจ้งตำรวจเรื่องก่อการร้ายทางชีวภาพที่อาคารดงอู-ริ โดยที่ตัวเองเป็นวัคซีน ก่อนตัดเข้าเรื่องฉายถึงตัวละครหลักที่ถูกเชิญมาร่วมงานของบริษัท Chains Bio ในอาคารดงอู-ริ โดยได้อธิบายถึงงานคร่าว ๆ จากนั้นก็ค่อย ๆ ฉายถึงตัวละครสำคัญ ๆ ในเรื่อง ก่อนที่จะฉายถึงตัวละครลึกลับในช่วงเปิดเรื่องที่จะก่อการร้าย ซึ่งตัวละครแต่ละคนก็แสดงได้สมบทบาทดี โดยใช้เวลาไม่นานก็เกิดเรื่องขึ้นทันที โดยตัวละครแต่ละคนก็มาในแนวคล้าย ๆ กับเรื่อง Train to Busan (2016) ด่วนนรกซอมบี้คลั่ง แต่สาเหตุของซอมบี้จะต่างออกไป โดยซอมบี้เรื่องนี้จะเกิดจากเชื้อราเมือกที่สาเหตุหลอมรวมตัวเชื่อมติดกันได้และค่อย ๆ วิวัฒนาการเรียนรู้จนค่อย ๆ ฉลาดขึ้น โดยมีตัวหัวหน้าที่เป็นตัวแรกของการแพร่เชื้อควบคุม แต่มีข้อเสียคือถ้าหัวหน้าตาย ซอมบี้ตัวอื่น ๆ ก็จะค้างหมด แต่ยากกว่าเรื่องอื่นตรงตัวหัวหน้าเป็นมนุษย์ ซึ่งพอเกิดเรื่องแล้วก็ชวนลุ้นเอาใจช่วยตัวละครตลอดทั้งเรื่อง ไม่มีช่วงที่น่าเบื่อเลย แต่ก็มีบางจุดที่พอเดาเรื่องได้บ้าง โดยจะฉายตัวละครทั้งข้างในอาคารและข้างนอกที่กำลังหาทางควบคุมเหตุการณ์ ซึ่งในช่วงแรกตัวละครจะช่วยกันเอาตัวรอดจากซอมบี้ พร้อมทั้งสังเกตพฤติกรรมของซอมบี้ เพื่อเอาตัวรอด หลังจากนั้นจะช่วยกันตามจับตัววัคซีน ก่อนจะเปลี่ยนเป็นช่วยกันกำจัดวัคซีนในช่วงท้ายเรื่อง ซึ่งดูแล้วก็สงสารตัวละครบางคน โดยมีดราม่าบ้างเล็กน้อยและจบทิ้งท้ายเหมือนมีต่อ
คะแนนส่วนตัว 7/10
อ่านรีวิว Train to Busan (2016) ด่วนนรกซอมบี้คลั่ง
ตัวอย่าง
ขอบคุณภาพจาก IMDb เครดิต Wow Point รูปหน้าปกที่ 1 / รูปหน้าปกที่ 2 / รูปหน้าปกที่ 3
วันจันทร์ที่ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2569
รีวิวหนัง Dolly (2026)
Dolly (2026) เป็นภาพยนตร์สแลชเชอร์ของอเมริกาปี 2025 ที่กำกับ เขียนบท และผลิตโดย Rod Blackhurst อิงจากภาพยนตร์สั้นของ Blackhurst ปี 2022 เรื่อง Babygirl นำแสดงโดย Fabianne Therese, Russ Tiller, Kate Cobb, Eve Blackhurst, Michalina Scorzelli, Ethan Suplee, Seann William Scott และ Max the Impaler
โดยมีการฉายรอบปฐมทัศน์โลกที่ Fantastic Fest เมื่อวันที่ 21 กันยายน 2025 และเข้าฉายในโรงภาพยนตร์ในสหรัฐอเมริกาเมื่อวันที่ 6 มีนาคม 2026
เรื่องราวของ คู่รัก เมซี่ และ เชส ที่เดินทางไปยังพื้นที่ภูเขาป่ารกร้าง เพื่อเดินป่า แต่ในขณะที่เชสจะขอแต่งงาน พวกเขาได้ยินเสียงบางอย่าง เชสจึงเดินไปดู โดยทิ้งให้เมซี่อยู่คนเดียว จนต้องออกตามหาและได้เจอกับหญิงสติฟั่นเฟืองที่สวมหน้ากากตุ๊กตา ซึ่งได้จับตัวเธอกลับบ้านและเลี้ยงดูเธอเหมือนลูกสาว เธอจึงต้องหาวิธีออกไปจากหญิงโรคจิตนี้ให้ได้
หนังดำเนินเรื่องเป็นบท ๆ โดยเริ่มจากบทที่หนึ่งแม่ ซึ่งช่วงเปิดเรื่องได้ฉายถึงตัวละครที่ทำบางอย่างกับศพ ก่อนที่จะฉายถึงคู่รักที่มาชมวิวในป่าและได้เจอกับตุ๊กตา โดยที่นั่นมีตัวละครโรคจิตในช่วงเปิดเรื่องอยู่ด้วยก่อนที่จะได้เจอกัน ซึ่งตัวร้ายจะสวมหน้ากากตลอดเวลา โดยเป็นหน้ากากตุ๊กตาและใช้จอบเป็นอาวุธ โดยกำลังหมกมุ่นอยู่กับตุ๊กตาเหมือนตัวเองกำลังเป็นแม่
บทที่สองลูกสาว หลังจากที่ตัวละครเจอกับคนร้ายก็เกิดการปะทะกันและถูกไล่ตาม โดยผู้หญิงจะถูกจับตัวไป ซึ่งคาดว่าน่าจะเห็นเป็นลูกสาว
บทที่สามบ้าน โดยตัวละครถูกจับมาที่บ้านของคนร้าย ซึ่งในบ้านยังมีคนอื่นอยู่ด้วย โดยได้เปิดเผยว่าทั้งหมดนี่เป็นเกม ต้องเล่นไปตามเกม ซึ่งจะต้องหากุญแจให้เจอ โดยชวนติดตามว่าคนร้ายจะทำอะไร ในขณะที่ตัวละครต้องหากุญแจให้เจอ โดยมีฉากโหดและฉากชวนแหวะอยู่บ้าง แต่ก็ยังมาในรูปแบบเดิม ๆ ที่ชวนขัดใจตัวละคร ส่วนคนร้ายอาจจะดูเปลี่ยนไปบ้างจากผู้ชายเป็นผู้หญิง แต่ก็ยังตายยากเหลือเกิน ซึ่งก็ชวนลุ้นเอาใจช่วยตัวละครดี ดูแล้วสงสารเหยื่อ โดยคนร้ายได้เห็นเหยื่อเป็นลูกสาวตัวเอง ถึงแม้จะดูร้าย แต่ก็ยังมีบางส่วนที่ดีเล็กน้อย
บทที่สี่พ่อ โดยช่วงนี้ตัวละครหลักได้เจอกุญแจแล้ว ซึ่งก็ชวนลุ้นว่าเอาชีวิตรอดออกไปได้หรือไม่ แต่บางจุดก็พอเดาเรื่องได้ไม่ยากและก็ยังดูขัดใจเหมือนเดิม โดยตอนนี้ได้ฉายถึงพ่อของโรคจิต
บทที่ห้าการพบปะสังสรรค์ ตัวละครได้เจอกับคนรักและหนีออกมาข้างนอก แต่ก็ถูกโรคจิตตามล่า
บทที่หกการรบ ตัวละครพบจุดอ่อนของคนร้าย ซึ่งช่วงนี้ก็มีการเอาคืนตัวร้ายไม่เหมือนกับช่วงก่อนหน้าหน่อย โดยตอนนี้เป็นการสู้รบกับคนร้าย
และปิดท้ายด้วยบทที่เจ็ดลาก่อน ซึ่งเป็นบทสุดท้ายที่มาในรูปแบบเดิม ๆ สำหรับหนังแนวนี้ แต่ยังดีที่ไม่ได้จบทิ้งท้ายเหมือนมีต่อ
คะแนนส่วนตัว 5/10
ตัวอย่าง
ขอบคุณภาพจาก Witchcraft Motion Picture Company รูปหน้าปก
วันจันทร์ที่ 20 เมษายน พ.ศ. 2569
รีวิวหนัง Lee Cronin's the mummy (2026) ลี โครนัน เดอะ มัมมี่
Lee Cronin's the mummy (2026) ลี โครนัน เดอะ มัมมี่ เป็นภาพยนตร์สยองขวัญเหนือธรรมชาติสัญชาติอเมริกันที่เขียนบทและกำกับโดย Lee Cronin การพลิกโฉมแฟรนไชส์ The Mummy นำแสดงโดย Jack Reynor, Laia Costa, May Calamawy, Natalie Grace และ Verónica Falcón โดย James Wan และ Jason Blum ร่วมกันอำนวยการสร้างภาพยนตร์ผ่านบริษัทผลิตภาพยนตร์ของตนเอง คือ Atomic Monster และ Blumhouse Productions ร่วมกับ Wicked/Good
โดยฉายรอบปฐมทัศน์ที่ลอสแอนเจลิสเมื่อวันที่ 9 เมษายน 2026 และเข้าฉายในสหรัฐอเมริกาโดย Warner Bros. Pictures เมื่อวันที่ 17 เมษายน
โดยเป็นเรื่องราวของครอบครัวหนึ่งที่ได้กลับมาพบกับลูกสาวที่หายสาบสูญไปนานและถูกทำให้เป็นมัมมี่ และพวกเขาพบว่ามีบางอย่างผิดปกติกับเธอ
" เป็นหนังเกี่ยวกับมัมมี่ที่ไม่เหมือนใครดี มีการผสมผสานกับความเชื่อเรื่องผีสิงร่างคนเข้ามาด้วย ฉากสยองขวัญนี่อย่างโหด ฉากแหวะก็ทำได้ดี ถือว่าเป็น Mummy เวอร์ชั่นที่ดูแล้วทำฉากสยองขวัญได้ดีที่สุดที่เคยดูมา"
นี่เป็นหนังมัมมี่ที่มีความแปลกใหม่ไม่ซ้ำใคร โดยมีการผสมผสานเรื่องเกี่ยวกับผีเข้าไปด้วย ซึ่งปรากฎว่ามันกลับเข้าท่ากว่าที่คิดแฮะ ส่วนหนึ่งก็เพราะผกก. มีกึ๋นในหนังแนวสยองขวัญด้วย ไอเดียในการนำเสนอฉากหลอนๆ สยองขวัญ ลุ้นระทึก รวมถึงฉากชวนแหวะ ทำออกมาได้ดีมาก CG และ Make up การแต่งหน้า แต่งตัว นี่สุดจริงๆ คิดว่าคนที่ไปดู ต้องลุ้น หวาดเสียวจนต้องจิกเบาะแน่นอน
ในด้านการแสดง คนที่มารับบทน้องมัมมี่เด็ก แสดงดีมาก ทั้งน่าสงสาร และน่ากลัวในเวลาเดียวกัน และเป็นตัวละครที่ทำให้หนังชวนหดหู่ กระอักกระอ่วนไปในตัวด้วย เรียกได้ว่ารับจบครบทุกอารมณ์
สรุปเลยว่านี่เป็นหนังสยองขวัญที่ทำออกมาตอบโจทย์คนดูที่ขอแนะนำเลยครับ ลุ้นตัวเก็งแน่นอน
คะแนนส่วนตัว 9/10
รีวิวโดย A.L. Lucky
เรื่องราวของ ชาลี กับ ลารี่ ที่สูญเสีย เคธี่ ลูกสาวคนรองไปเป็นเวลาแปดปี เหลือเพียงแค่ลูกสองคนอย่าง เซบาสเตียน (เซส) และ มอส แต่หลังจากนั้นไม่นานพวกเขาก็ได้ข่าวว่าเธอยังมีชีวิตอยู่ โดยพบเธอนอนอยู่ในโรงหินภูเขาไฟโบราณหลังจากเครื่องบินตก ซึ่งมีบาดแผลบนผิวหนังทั่วทั่งตัว โดยเกิดจากสภาพไร้แสงและขาดสารอาหารอย่างมาก โดยอยู่ในสภาวะที่เป็นอัมพาต ซึ่งจำพวกเขาไม่ได้และเมื่อพาเธอกลับบ้านกลับทำตัวแปลกประหลาด
เปิดเรื่องฉายถึงตัวละครที่เก็บความลับบางอย่างก่อนตัดเข้าเรื่อง โดยฉายถึงตัวละครหลักก่อนที่จะเจอกับตัวละครในช่วงเปิดเรื่องที่ทำตัวแปลก ๆ และพาตัวเด็กไป จากนั้นก็ตัดมาในช่วงแปดปีต่อมา ซึ่งเป็นช่วงหลังจากที่เด็กหายตัวไป โดยสักพักได้ฉายถึงบางอย่างก่อนที่จะฉายถึงศพที่ถูกพันเป็นมัมมี่และฟื้นคืนชีพ ซึ่งเป็นเด็กที่หายตัวไป โดยค่อย ๆ เปิดเผยถึงสภาพเด็กก่อนที่จะฉายถึงตัวเด็ก โดยมีสภาพที่น่ากลัว จากนั้นก็เริ่มมีอาการแปลก ๆ โดยมีฉากโหดบ้าง ซึ่งก็ชวนลุ้นดีและชวนติดตามว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่ โดยมีสอดแทรกความน่ารักของตัวละครและความตลกเล็กน้อย ซึ่งระหว่างนั้นพ่อแม่เด็กก็พยายามทำให้เด็กจำความได้ พร้อมกับการค้นหาข้อมูลจากสิ่งที่พบเจอ ซึ่งก็ทำได้ชวนสงสัยตามไปด้วย แต่เสียดายที่บางอย่างในหนังทำได้ไม่สมจริงเลย โดยจะค่อย ๆ เปิดเผยเรื่องราวทีละน้อย ซึ่งเกี่ยวข้องกับปีศาจอียิปต์โบราณ โดยจบทิ้งท้ายเหมือนมีต่อ
คะแนนส่วนตัว 6.5/10
รีวิวโดย 刘心爱
ตัวอย่าง
ขอบคุณภาพจาก Atomic Monster รูปหน้าปกที่ 1
ขอบคุณภาพจาก IMDb เครดิต Atomic Monster รูปหน้าปกที่ 2 / รูปหน้าปกที่ 3
วันศุกร์ที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569
รีวิวหนัง Whistle (2026) หวีดเรียกผี
Whistle (2026) หวีดเรียกผี เป็นภาพยนตร์สยองขวัญเหนือธรรมชาติปี 2025 ที่กำกับโดย Corin Hardy เขียนบทโดย Owen Egerton นำแสดงโดย Dafne Keen, Sophie Nélisse, Sky Yang, Jhaleil Swaby, Ali Skovbye, Percy Hynes White, Michelle Fairley และ Nick Frost
โดยถูกฉายรอบปฐมทัศน์ที่เทศกาล Fantastic Fest เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2025 ออกฉายในสหรัฐอเมริกาเมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2026 และออกฉายในสหราชอาณาจักรและไอร์แลนด์เมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์
"เป็นหนังผีที่มีความเป็น Final destination ปน Smile ฉากการตายโหดๆ ทำได้ดี"
ข้อเสียนิดหน่อยคือพอเดาทางได้ และมีความคล้ายกับหนังสยองขวัญบางเรื่อง ตัวละครบางตัวก็งี่เง่าตามสูตรหนังสยองขวัญเลย และมีฉาก End credit หนึ่งตัว ที่ดูๆ ก็มีความคล้ายหนังเรื่องนึงเหมือนกัน
คะแนนส่วนตัว 7/10
มันได้หาเธอเจอและได้เรียกความตายของคุณเกิดเร็วขึ้น เรื่องราวของ คริส วิลเล็ต หญิงสาวที่ติดยาเสพติดจนเป็นเหตุให้พ่อเสียชีวิต ได้ย้ายไปอยู่กับ เรล ญาติของเธอที่คริสแซนธีมัม ซึ่งเธอได้ล็อกเกอร์เก่าของ เมสัน ที่ตายไป โดยเมื่อเปิดล็อกเกอร์นี้ก็ได้เจอกับเครื่องดนตรีลึกลับชิ้นหนึ่ง ซึ่งใครก็ตามที่ได้เป่ามันจะเรียกความตายของตัวเอง และนั่นทำให้เธอต้องเจอกับเหตุการณ์นี้ เมื่อเพื่อนของเธอได้เป่ามันเข้า
เปิดเรื่องด้วยการฉายถึงตัวละครที่โดนปีศาจเล่นงานจากการเป่าเครื่องดนตรีโบราณ ก่อนตัดมาที่ช่วงหลายเดือนต่อมา ด้วยการฉายถึงตัวละครหลักที่ได้ย้ายมาอยู่ที่ใหม่ก่อนจะเจอกับวัตถุเครื่องดนตรีลึกลับ ซึ่งมีลักษณะสยดสยองไม่น่าจะมีใครกล้าไปเป่ามัน แต่เมื่อใครก็ตามที่ถือมัน จะเหมือนถูกควบคุมบังคับให้เป่า จากนั้นก็ค่อย ๆ เปิดเผยถึงสิ่งของชิ้นนี้ ก่อนที่จะฉายถึงตัวละครที่ถูกควบคุมให้เป่ามัน ซึ่งเมื่อเป่าก็ได้เกิดเหตุการณ์ประหลาดทันที โดยจะค่อย ๆ ฉายถึงบางอย่างที่ปรากฎตัว ซึ่งฉากปีศาจปรากฎตัวแต่ละครั้งก็หลอนน่าสนใจดี และเมื่อเล่นงานเหยื่อจะค่อนข้างโหดหน่อยตามที่ขึ้นบอกตั้งแต่เปิดเรื่องว่าเหมาะสำหรับผู้ที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป โดยจะค่อย ๆ เล่นงานเหยื่อที่เกี่ยวข้องทีละคน ซึ่งชวนลุ้นตรงปีศาจเรื่องนี้เล่นงานยาก เนื่องจากเป็นตัวเองในวัยชราว่าตายในรูปแบบไหน ทำให้จัดการปีศาจก็เหมือนจัดการตัวเอง แต่การดำเนินเรื่องและฉากเล่นงานเดาเรื่องได้ไม่ยาก เพราะมาในรูปแบบเดิม ๆ คล้าย ๆ เรื่องอื่น ๆ ในแนวของต้องห้าม โดยช่วงกลางเรื่องจะพาไปสู่เจ้าของเดิมที่มีวิธีแก้ไข ซึ่งตัวละครก็ต้องทำตาม โดยก่อนจนในช่วงสามเดือนต่อมาก็ได้ทิ้งท้ายเหมือนมีต่อ
คะแนนส่วนตัว 5.5/10
รีวิวโดย 刘心爱
วันพุธที่ 21 มกราคม พ.ศ. 2569
รีวิวหนัง Silent Hill 2 Revelation (2012) เมืองห่าผี เรฟเวเลชั่น
%20%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%AB%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%9C%E0%B8%B5%20%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%9F%E0%B9%80%E0%B8%A7%E0%B9%80%E0%B8%A5%E0%B8%8A%E0%B8%B1%E0%B9%88%E0%B8%99%20(1).jpg)
Silent Hill 2 Revelation (2012) เมืองห่าผี เรฟเวเลชั่น เป็นภาพยนตร์สยองขวัญเหนือธรรมชาติที่สร้างจากซีรีส์วิดีโอเกม Silent Hill ของคอนามิ และเป็นภาคที่สองของซีรีส์ภาพยนตร์ Silent Hill ภาคต่อของ Silent Hill (2006) เขียนบทและกำกับโดย M. J. Bassett นำแสดงโดย Adelaide Clemens, Kit Harington, Martin Donovan, Malcolm McDowell, and Carrie-Anne Moss, with Deborah Kara Unger, Sean Bean และ Radha Mitchell
การพูดคุยเกี่ยวกับภาคต่อเริ่มขึ้นในเดือนธันวาคม 2006 โดย Christophe Gans กลับมาทำหน้าที่กำกับและ Roger Avary เป็นผู้เขียนบท อย่างไรก็ตาม หลังจาก Gans ถอนตัว และ Avary ถูกจำคุกจากคดีฆ่าคนโดยประมาททางยานพาหนะ โครงการนี้เข้าสู่การพัฒนาอย่างล่าช้า ต่อมาในช่วงต้นปี 2010 Bassett ได้รับการว่าจ้างให้กำกับและเขียนบทแทน Gans และ Avary ด้วยงบประมาณประมาณ 20 ล้านดอลลาร์ การถ่ายทำเกิดขึ้นระหว่างเดือนมีนาคมถึงพฤษภาคม 2011 ที่แคนาดา โดยใช้กล้อง RED Epic 3 มิติสำหรับกระบวนการนี้ ส่วนการผสมเสียงเกิดขึ้นที่ฝรั่งเศส
โดยถูกฉายในโรงภาพยนตร์ในอเมริกาเหนือเมื่อวันที่ 26 ตุลาคม 2012 โดย Alliance Films และ Open Road Films ตามลำดับ ในฝรั่งเศสฉายเมื่อวันที่ 28 พฤศจิกายน โดย Metropolitan Filmexport
เรื่องราวของ ชารอน ดา ซิลวา หรือ เฮเทอร์ ที่ต้องกลับเข้าสู่เมืองไซเรนต์ฮิลล์อีกครั้ง เพื่อไปช่วย คริสโตเฟอร์ พ่อของเธอที่ถูกพวกภาคีจับตัวไป โดยเธอต้องหาเครื่องรางที่เรียกว่า ตราประทับแห่งเมทาทรอน อีกครึ่งหนึ่งให้พบถึงจะสามารถช่วยพ่อได้
ภาคนี้จะค่อนข้างสั้นกว่าภาคแรก จึงดูแล้วจบไวไปหน่อย โดยเปิดเรื่องด้วยการฉายถึงความฝันของตัวละครหลักในสวนสนุกของเมืองไซเรนต์ฮิลล์ที่ได้ฉายถึงอีกครั้งในช่วงท้ายเรื่อง ซึ่งดำเนินเรื่องต่อเนื่องจากภาคแรก โดยลูกสาวโตแล้วอายุสิบแปดปีและได้ย้ายมาอยู่อีกที่หนึ่งกับพ่อ ซึ่งพ่อพยายามไม่ให้ลูกสาวไปยังไซเรนต์ฮิลล์ แต่ก็มีเหตุให้ต้องกลับไป โดยภาคนี้พวกปีศาจได้ตามมาจับตัวลูกสาวถึงที่เลย ซึ่งช่วงแรกก็ชวนให้หลอนหวาดระแวงไปกับตัวละครด้วย โดยภาคนี้ยังคงมาในรูปแบบเดิม มีปีศาจบางตัวจากภาคแรก แต่ก็มีปีศาจแปลกใหม่เพิ่มเติม ซึ่งปีศาจแต่ละตัวก็ยังคงบทน้อยเหมือนเดิม พร้อมทั้งมีการเปิดเผยเรื่องราวเพิ่มเติมจากภาคแรกและยังคงใช้เสียงดนตรีเดิมที่ฟังแล้วเป็นเอกลักษณ์ประจำเรื่องนี้
คะแนนส่วนตัว 6/10
อ่านรีวิว Silent Hill (2006) เมืองห่าผี
อ่านรีวิว Return to Silent Hill (2026) เมืองห่าผี นรกคืนชีพ
ตัวอย่าง
ขอบคุณภาพจาก IMDb เครดิต Alliance Films รูปหน้าปกที่ 1 / รูปหน้าปกที่ 2 / รูปหน้าปกที่ 3
วันพุธที่ 14 มกราคม พ.ศ. 2569
รีวิวหนัง Primate (2026) ลิงคลั่งพันธุ์ดิบ
Primate (2026) ลิงคลั่งพันธุ์ดิบ เป็นภาพยนตร์สยองขวัญธรรมชาติของอเมริกาปี 2025 ที่กำกับโดย Johannes Roberts ซึ่งเขายังร่วมเขียนบทภาพยนตร์กับ Ernest Riera นำแสดงโดย Johnny Sequoyah, Jessica Alexander และ Troy Kotsur
ซึ่งเข้าฉายรอบปฐมทัศน์ที่เทศกาล Fantastic Fest วันที่ 18 กันยายน 2025 และเข้าฉายตามโรงภาพยนตร์เมื่อวันที่ 9 มกราคม 2026 โดย Paramount Pictures
เรื่องราวของ ลูซี่ ที่กลับมายังบ้านของตนที่ฮาวายในช่วงวันหยุด หลังจากใช้เวลาห่างไกลบ้านหลายปี พร้อมกับ เคท และ ฮันนาห์ เพื่อนของเธอ ซึ่งในบ้านเธอมี เอริน น้องสาว และอดัมพ่อ รวมทั้ง นิก พี่ชายเคท และ เบน ลิงชิมแปนซีที่เลี้ยงไว้ แต่แล้วอยู่ ๆ เบนก็มีอาการผิดปกติหลังจากถูกพังพอนที่เป็นโรคพิษสุนัขบ้ากัดเข้า ซึ่งทำให้มันเกิดอาการคลั่งฆ่าคน
เปิดเรื่องด้วยการเกริ่นนำเรื่องราวเกี่ยวกับบันทึกกรณีแรกของโรคกลัวน้ำมีมาตั้งแต่ 2300 ปีก่อนคริสตกาล สัตว์ที่ได้รับผลกระทบจะคลุ้มคลั่งเมื่อเห็นน้ำ หากไม่ได้รับการรักษาภายใน 48 ชั่วโมงแรก โรคจะอยู่ในภาวะกำเริบ ในปัจจุบันโรคกลัวน้ำเป็นที่รู้จักกันดีในชื่อภาษาละตินที่แปลว่า ความบ้าคลั่ง หรือ ความโกรธเกรี้ยว จากนั้นก็ฉายถึงลิงที่ชื่อเบน ซึ่งเกิดอาการคลั่งฆ่าคนและฉายถึงข่าวเกี่ยวกับลิงก่อนตัดเข้าเรื่องในช่วงสามสิบหกชั่วโมงก่อนหน้าโดยฉายถึงตัวละครหลักและตัวละครอื่น ๆ ซึ่งช่วงนี้ค่อนข้างน่าเบื่อไปหน่อย จากนั้นก็ได้ฉายถึงลิง ซึ่งเจ้าของก็สามารถสื่อสารกับลิงได้ ก่อนพูดถึงลิงในช่วงเปิดเรื่อง ซึ่งเป็นตัวเดียวกับที่เลี้ยง โดยช่วงแรกลิงก็ทำตัวปกติทั่วไป จากนั้นก็เริ่มมีอาการแปลก ๆ ในบางครั้ง จนดำเนินเรื่องมาชนกับช่วงเปิดเรื่อง โดยลิงก็มีอาการดุร้ายขึ้นจนถึงขั้นฆ่าคน ซึ่งฉากฆ่าก็โหดดี โดยชวนลุ้นว่าจะเอาชีวิตรอดจากลิงยังไง แต่หนังดันเน้นอยู่ที่เดิมในวงแคบช่วงหนึ่งนานไปหน่อย จึงดูแล้วน่าเบื่อไปบ้าง หลายจุดดูแล้วค่อนข้างขัดใจตัวละครและเดาเรื่องได้ไม่ยาก
คะแนนส่วนตัว 4/10
ตัวอย่าง
ขอบคุณภาพจาก Paramount Pictures รูปหน้าปกที่ 1
ขอบคุณภาพจาก IMDb เครดิต Paramount Pictures รูปหน้าปกที่ 2 / รูปหน้าปกที่ 3
วันศุกร์ที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2568
รีวิวหนัง Tormento (2025)
Tormento (2025) เป็นภาพยนตร์ระทึกขวัญจากประเทศเม็กซิโกที่กำกับโดย Olallo Rubio เขียนโดย Hugo Cardozo และ Olallo Rubio นำแสดงโดย Natalia Solián, Hoze Meléndez และ Fernando Banda
เรื่องราวของ แบรนดา มาร์ดินาส ที่เรียนทนายความและต้องการทำงานตอนกลางคืน โดยเธอถูกย้ายไปทำงานเวรยามกลางคืนที่ใหม่ในห้องเก็บศพเซเมโฟ โดยที่นั่นมีศพรายหนึ่งที่ถูกรถชนมาในคืนนั้น โดยเธอต้องอยู่เวรคนเดียวกับศพที่เธอเป็นคนชน ทำให้เธอรู้สึกหวาดกลัวมากและเริ่มถูกใครบางคนก่อกวน
เปิดเรื่องฉายถึงตัวละครหลักที่กำลังทำงานก่อนที่จะเกิดเหตุรถชนใครบางคน จากนั้นก็ตัดเข้าเรื่องโดยฉายถึงเหยื่อที่ถูกชนก่อนฉายถึงตัวละครหลักอีกครั้ง ซึ่งได้รับโทรศัพท์ให้ไปทำงานที่ใหม่ จากนั้นก็ได้ฉายถึงศพที่ถูกรถชน หลังจากนั้นจะฉายถึงตัวละครที่ทำงานคนเดียวในตอนกลางคืน จนเริ่มฉายถึงเสียงบางอย่าง ซึ่งตามระควานตัวละครตลอดเวลา รวมทั้งศพที่ดูแปลก ๆ และไฟที่ติด ๆ ดับ ๆ เป็นช่วง ๆ ซึ่งชวนลุ้นดีว่าจะเจออะไร บวกกับสถานที่บรรยากาศที่ดูวังเวงดี โดยเมื่อเข้าสู่ช่วงกลางเรื่องจะเริ่มฉายถึงคนที่มาก่อกวนข้างนอกและเริ่มฉายถึงใครบางคนข้างใน โดยชวนทำให้คนดูสับสนหวาดระแวงไปด้วยว่าตัวละครหลอนไปเองหรือว่าเรื่องจริงกันแน่ ซึ่งสักพักศพในห้องก็ได้หายไปและตัวละครถูกขังข้างในแทน โดยเหมือนตัวละครถูกสิ่งเหนือธรรมชาติเล่นงานก่อนที่จะฉายถึงตัวละครที่ก่อกวนข้างนอกอีกครั้ง ซึ่งหลังจากนี้จะหนีออกไปข้างนอกยังไงก็มักจะกลับมายังห้องดับจิตเดิม แต่ช่วงท้ายความลุ้นที่หนังได้ทำไว้ในช่วงก่อนหน้ากลับลดลง ซึ่งช่วงท้ายดำเนินเรื่องวนมายังจุดที่ตัวละครหลักขับรถชนคนอีกครั้ง
คะแนนส่วนตัว 5/10
ตัวอย่าง
วันอาทิตย์ที่ 26 ตุลาคม พ.ศ. 2568
รีวิวหนัง The Elixir (2025) น้ำทิพย์ชะโลมตาย
The Elixir (2025) น้ำทิพย์ชะโลมตาย หรือมีอีกชื่อว่า Abadi Nan Jaya เป็นภาพยนตร์ซอมบี้อินโดนีเซียที่กำกับโดย Kimo Stamboel ซึ่งบริการสตรีมมิง Netflix ได้นำภาพยนตร์เรื่องนี้เข้าฉายในรายการของตนทั่วโลกเมื่อวันที่ 23 ตุลาคม 2025
สมุนไพรเอเอ็นเจ23บี สมุนไพรอายุวัฒนะชั้นดีที่จะเปลี่ยนทุกอย่างให้ดีขึ้น รวมทั้งเปลี่ยนให้กลายเป็นซอมบี้
เรื่องราวของ ครอบครัวโรงงานวานี วารัส อย่าง คารีน่า, เนส (เคเนส) , รุด (รูดี้) , ดีมิน, บัง และ ฮาน (ไลฮาน) ที่แต่ละคนไม่ค่อยจะถูกคอกัน รวมทั้งโรงงานที่ถูกบีบให้ขาย เนื่องจากเป็นบริษัทระดับล่างที่ไม่เคยพัฒนาและไม่มีสมุนไพรชนิดพิเศษ จนกระทั่งได้สมุนไพรตัวใหม่มา ซึ่งจะเปลี่ยนทุกอย่างเป็นยาอายุวัฒนะชั้นดี แต่หารู้ไม่ว่ามีผลลัพธ์บางอย่างแอบแฝงอยู่
เปิดเรื่องฉายถึงตัวละครที่ติดเชื้อและกำลังกลายเป็นซอมบี้ก่อนตัดเข้าเรื่องฉายถึงการผลิตสินค้าบางอย่างและนำส่งให้แต่ละคน ซึ่งคนที่ได้รับเป็นครอบครัวที่เป็นตัวละครสำคัญในเรื่อง พร้อมกับปูที่มาที่ไปของครอบครัวนี้ จากนั้นก็เริ่มฉายถึงสินค้าที่ใช้แล้วทำให้เปลี่ยนไปจากคนแก่เป็นวัยหนุ่มสาว แต่ก็มีผลลัพธ์บางอย่างแอบแฝง ซึ่งช่วงนี้ก็ฉายถึงความสัมพันธ์ของครอบครัวก่อนที่ตัวละครที่ใช้สมุนไพรจะค่อย ๆ เปลี่ยนไป โดยบนตัวที่มีแผลค่อย ๆ กระจายตัว สายตาเริ่มฟ้าฟาง จากนั้นก็กระอักเลือดออกมาและหัวใจหยุดหายใจ โดยสักพักก็ได้ฟื้นคีนชีพและมีอาการเสียสติพุ่งเข้ากัดเหยื่อ ซึ่งอาการซอมบี้เรื่องนี้ก็คล้าย ๆ กับเรื่องอื่น ๆ แต่มีบางจุดที่ไม่เหมือนเรื่องอื่นเล็กน้อย ซึ่งซอมบี้ดูติดตลกไปหน่อย โดยเมื่อเกิดเรื่องก็ชวนลุ้นชวนหวาดเสียวดี แต่ก็มีฉากที่ขัดใจและรำคาญตัวละครบ้าง รวมทั้งเดาเรื่องได้ง่ายไปหน่อย จนเมื่อดำเนินเรื่องมาสักพักก็ฉายวนมาถึงเหตุการณ์ในช่วงเปิดเรื่อง ซึ่งเมื่อเข้าสู่ช่วงนี้กลับดูแล้วกลายเป็นน่ารำคาญและขัดใจตัวละครมากขึ้นกว่าเดิม ดูแล้วค่อนข้างหงุดหงิดทีเดียว ซึ่งจะฉายตัดสลับตัวละครสองฝ่ายที่มีเหตุให้อยู่คนละที่กันต้องเอาชีวิตรอดมาเจอกัน โดยมีตัวละครสองคนในช่วงเปิดเรื่องเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย ซึ่งช่วงท้ายเรื่องชวนลุ้นเอาใจช่วยตัวละครดีและชวนติดตามว่าตัวละครจะเอาชีวิตรอดยังไง โดยเริ่มมีดราม่าในช่วงท้ายเรื่องและจบทิ้งท้ายเหมือนมีต่อ
คะแนนส่วนตัว 4.5/10
ตัวอย่าง
ขอบคุณภาพจาก IMDb เครดิต Mowin Pictures รูปหน้าปกที่ 1 / รูปหน้าปกที่ 2
วันพุธที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2568
รีวิวหนัง Black Phone 2 (2025) สายหลอน ซ่อนวิญญาณ 2
Black Phone 2 (2025) สายหลอน ซ่อนวิญญาณ 2 เป็นภาพยนตร์สยองขวัญเหนือธรรมชาติของอเมริกันที่กำกับโดย Scott Derrickson ซึ่งเขียนบทร่วมกับ C. Robert Cargill และสร้างโดย Jason Blum เป็นภาคต่อของ The Black Phone (2021) นำแสดงโดย Ethan Hawke, Mason Thames, Madeleine McGraw และ Jeremy Davies กลับมารับบทเดิมของพวกเขา พร้อมกับ Demián Bichir เข้าร่วมแสดงด้วย
โดยฉายรอบปฐมทัศน์ที่ Fantastic Fest เมื่อวันที่ 20 กันยายน 2025 และเข้าฉายในสหรัฐอเมริกาโดย Universal Pictures เมื่อวันที่ 17 ตุลาคม
"ความสยอง และความโหด เพิ่มขึ้นกว่าภาคแรก มีความเป็น Horror-Action ที่เอาใจ FC มากขึ้น"
หลังจากเหตุการณ์ที่ ฟินนีย์ รอดชีวิตจากแกร์บเบอร์ฆาตกรโรคจิต เกวน น้องสาวของเขาก็ฝันถึงผีเด็กอยู่บ่อยๆ โดยเธอฝันเห็นพวกเขาโดนฆ่าตายที่ ค่ายฤดูหนาวอัลไพน์ เลค ซึ่งเป็นที่ที่แม่ของเธอฆ่าตัวตายด้วย ทำให้เกวน และฟินนีย์ ต้องเดินทางไปเพื่อไขปริศนาเรื่องราวการฝันของเกวน...
หนังลุ้นระทึกที่ในภาคนี้ค่อนข้างจะมีการนำเสนอที่ต่างจากภาคแรก แม้จะยังคงความเป็นหนังลุ้นระทึกอยู่ก็ตาม จากฆาตกรที่เคยเป็นคนกลับกลายมาเป็นผีร้าย ที่มีความโหด และความสยองที่มากขึ้นกว่าเดิม เพราะฉนั้นฉากแนวลุ้นกับจังหวะผีหลอกจะมีมากกว่า ฉากลุ้นระทึกเอาตัวรอดแบบไล่ล่ากับคนในภาคแรก
ส่วนตัวคิดว่าหนังก็ทำออกมาได้ดูสนุกอยู่ ในการออกแบบฉากลุ้นระทึกต่างๆ แต่ว่าแอดมินชอบการนำเสนอของภาคแรกมากกว่า เพราะฉากการเอาตัวรอดจากฆาตกรมันดูบิ๊วอารมณ์ได้ดีกว่า ในขณะที่ภาคนี้มีความเป็นระทึกขวัญ แบบ Action/Horror มันจึงมีความโฉ่งฉ่างกว่า และซัดกันซึ่งหน้ามากกว่า จึงทำให้กลิ่นอายของจังหวะความลุ้นระทึกลดไปนิดนึง แต่ก็จะได้ฟิลเลือดสาด และความโหดเข้ามาแทน
ภาคนี้มีตัวละครเพิ่มขึ้นมามากมายที่เข้ามาเกี่ยวข้อง และบทบาทของน้องสาวพระเอกจะโดดเด่นในภาคนี้แทนที่พระเอก เรียกได้ว่าพากันมาหลอนรับมือกับฆาตกรที่มีพลังมากขึ้นเพราะตัวร้ายเป็นผีแล้ว
ใครที่เป็น FC ของภาคแรก และชอบหนังแนวสยองขวัญลุ้นระทึก ก็ขอแนะนำครับ ไม่ควรพลาด
อ่านรีวิว The Black Phone (2022) สายหลอน ซ่อนวิญญาณ
คะแนนส่วนตัว 7/10
รีวิวโดย A.L. Lucky
ตัวอย่าง
ขอบคุณภาพจาก Universal Pictures รูปหน้าปกที่ 1
ขอบคุณภาพจาก IMDb เครดิต Universal Pictures รูปหน้าปกที่ 2 / รูปหน้าปกที่ 3
วันเสาร์ที่ 11 ตุลาคม พ.ศ. 2568
รีวิวหนัง Osiris (2025) มฤตยูล้างพันธุ์มนุษย์
Osiris (2025) มฤตยูล้างพันธุ์มนุษย์ เป็นภาพยนตร์แอ็คชันนิยายวิทยาศาสตร์อเมริกัน ที่เขียนบทและกำกับโดย William Kaufman นำแสดงโดย Max Martini, Brianna Hildebrand, LaMonica Garrett, Michael Irby และ Linda Hamilton
เรื่องราวของ หน่วยคอมมานโดในภารกิจอย่าง เคลลี่ ผู้นำทีม, แจ็กซ์, เรเยส, แนช และ โรดี้ ที่ถูกลักพาตัวมาขังไว้ในยานอวกาศร้าง โดยที่นี่พวกเขาได้พบกับ ราวี ที่ถูกล่ามโซ่อยู่ และเมื่อพวกเขาสำรวจหาทางออกก็ได้พบกับบางอย่างที่อยู่ที่นี่ จึงต้องรีบออกไปจากที่นี่ให้เร็วที่สุด
เปิดเรื่องฉายถึงตัวละครที่กำลังทำสงครามกัน ซึ่งก็ทำสงครามกันค่อนข้างนานมาก นานจนเกินความจำเป็น ก่อนที่จะฉายถึงตัวละครที่ถูกจับและตื่นขึ้นมา ซึ่งช่วงนี้ก็พูดคุยกันนานไปหน่อย โดยตั้งแต่ช่วงนี้ไปจะฉายแค่สถานที่เดียว จากนั้นก็เริ่มเดินสำรวจสถานที่ ซึ่งก็จะค่อย ๆ เปิดเผยว่าสถานที่นี้คืออะไรและค่อย ๆ ฉายบางอย่างที่นี่ แต่หนังค่อนข้างมืดไปหน่อย มืดแทบทั้งเรื่องเลย บางช่วงจึงมองไม่ค่อยรู้เรื่อง รวมทั้งบางช่วงก็ค่อนข้างน่าเบื่อและชวนหลับ จากนั้นก็เริ่มฉายถึงสัตว์ประหลาด ซึ่งตัวค่อนข้างหนาใหญ่ตายยากมาก แถมมีเยอะและยังยิงปืนเป็นอีก ไม่รู้เป็นตัวอะไรกันแน่ แต่ก็ชวนลุ้นเอาใจช่วยตัวละครบ้าง โดยในระหว่างหาทางออกก็ได้ปะทะกับเอเลี่ยนไปตลอดทาง ซึ่งยิงกันไปมา แต่กระสุนไม่ค่อยหมดกันเลย ซึ่งเป็นไปไม่ค่อยได้ โดยจะค่อย ๆ เปิดเผยเรื่องราวในช่วงท้ายเรื่อง ซึ่งพล็อตเรื่องก็ไม่ค่อยมีอะไรเท่าไหร่ เดาเรื่องได้ง่าย
คะแนนส่วนตัว 3.5/10
ตัวอย่าง
ขอบคุณภาพจาก IMDb เครดิต XYZ Films รูปหน้าปกที่ 1 / รูปหน้าปกที่ 2 / รูปหน้าปกที่ 3
วันศุกร์ที่ 5 กันยายน พ.ศ. 2568
รีวิวหนัง River of Blood (2024)
River of Blood (2024) เป็นภาพยนตร์ระทึกขวัญที่กำกับโดย Howard J. Ford เขียนโดย Tom Boyle นำแสดงโดย Joseph Millson, Sarah Alexandra Marks และ Louis James
เรื่องราวของ ริชชี ที่ชวน มายา แฟนของเอเจ, เอเจ เพื่อนสมัยเรียนและ จัสมิน แฟนของเขาไปทัวร์พายเรือพายัคบนแม่น้ำ โดยมี นิค เป็นไกด์นำเที่ยว ซึ่งพ่อของเขาเป็นไกด์นำเที่ยวมาสี่สิบปี แต่ปู่ของเขาและปู่ทวดได้หายตัวไป หลังจากค้นพบชนเผ่าที่นี่ แต่จะไม่เข้าใกล้สถานที่ที่พวกเขาอยู่ แต่แล้วหลังจากที่พวกเขาตื่นมีคนหายไปพร้อมกับเรือลำหนึ่งที่มีโทรศัพท์ของพวกเขา พวกเขาจึงต้องออกตามหาเพื่อนที่หายตัวไปและได้เจอกับคนป่าที่ตามไล่ฆ่าพวกเขา
เปิดเรื่องฉายถึงตัวละครที่เจอกับคนป่าในเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ก่อนตัดเข้าเรื่องด้วยการฉายถึงตัวละครหลักก่อนที่จะไปเที่ยว ซึ่งเมื่อเริ่มทริปก็ฉายถึงไกด์ที่สอนพายเรือคายัคก่อนที่จะเริ่มพายเที่ยวไปเรื่อย จากนั้นก็เริ่มพูดถึงชนเผ่าและเริ่มฉายเหมือนมีใครบางคนกำลังแอบดูอยู่ รวมทั้งป้ายห้ามเข้าที่ก็มีคนท้าทายเข้าไป ซึ่งช่วงนี้ก็ฉายสลับกับตัวละครหลักที่กำลังพายเรือเที่ยว จากนั้นก็ได้มีการเล่าเรื่องที่พูดไว้ต่อ ซึ่งเกี่ยวข้องกับตัวละครในช่วงเปิดเรื่อง โดยได้ฉายเหมือนมีคนแอบดูอีกครั้ง แต่กลับมีเรื่องความสัมพันธ์เพื่อนและความรักสอดแทรกที่ดูน่าเบื่อไปหน่อย ซึ่งก็มีบางช่วงที่ดูน่าเบื่อด้วย โดยชวนติดตามว่าตัวละครอีกคนหายไปไหน ซึ่งช่วงกลางเรื่องจะเป็นการออกตามหาคนหาย โดยจะค่อย ๆ ชวนลุ้นขึ้นเรื่อย ๆ ซึ่งคนป่าจะชอบหลบในที่มืดซึ่งไม่รู้จะโผล่มาเมื่อไหร่ ถึงแม้จะมีช่วงที่ขัดใจตัวละครบ้าง แต่ก็ถือว่าตัวละครช่วยกันจัดการกับคนป่าได้ดี แต่ก็มีบางฉากไม่ค่อยสมจริงเท่าไหร่และช่วงท้ายดูขัดใจการกระทำของตัวละครไปหน่อย
คะแนนส่วนตัว 4/10
ตัวอย่าง
วันเสาร์ที่ 30 สิงหาคม พ.ศ. 2568
รีวิวหนัง The Home (2025) บ้านพักคนเฮี้ยน
The Home (2025) บ้านพักคนเฮี้ยน เป็นภาพยนตร์สยองขวัญจิตวิทยาอเมริกันที่กำกับโดย James DeMonaco เขียนบทโดย DeMonaco และ Adam Cantor นำแสดงโดย Pete Davidson, John Glover และ Bruce Altman
ซึ่งถูกปล่อยฉายทางโรงภาพยนตร์โดย Lionsgate และ Roadside Attractions ในวันที่ 25 กรกฎาคม 2025
เรื่องราวของ แมกซ์ ศิลปินกราฟฟิตี้ที่ถูกจับเนื่องจากบุกเข้าไปในอาคารและสร้างความเสียหาย แต่ได้รับโอกาสให้เข้าไปช่วยเหลือในบ้านพักคนชรา โดยงานของเขาคือต้องทำให้บ้านยังอยู่ในสภาพที่ดีเสมอ ห้องน้ำจะต้องทำความสะอาดวันละสองครั้ง ห้องพักเปิดทุกวัน กุญแจดอกนี้สามารถเปิดประตูได้ทุกบานในบ้านยกเว้นบางห้องในชั้นใต้ดิน อย่าเข้าไปในห้องอื่นถ้าไม่จำเป็นและห้ามไปที่ชั้นสี่ คนไข้เหล่านี้ต้องการดูแลเป็นพิเศษ แต่แล้วเขาก็ได้ขึ้นไปที่ชั้นสี่และได้พบกับคนชราที่ดูไม่ปกติ อีกทั้งมีคนบอกว่าที่นี่ผิดปกติให้เขาออกไป ทำให้เขาต้องสืบค้นความจริง
เปิดเรื่องค่อนข้างน่าเบื่อไปหน่อย ด้วยการฉายถึงตัวละครหลัก พร้อมกับเรื่องราวในวัยเด็ก ก่อนที่จะมีเหตุให้ต้องเข้าไปในบ้านพักคนชรา จากนั้นก็ตัดเข้าเรื่องด้วยการอธิบายสิ่งที่ต้องทำในบ้านพักคนชรา ซึ่งมีบางอย่างที่ดูเป็นความลับ โดยหลังจากอธิบายเสร็จก็เริ่มฉายถึงตัวละครที่ทำงานไปเรื่อย ซึ่งก็ค่อย ๆ ฉายถึงตัวละครในบ้านพักที่ทำตัวแปลก ๆ โดยมักจะฉายถึงเสียงแปลก ๆ บนชั้นสี่ ซึ่งตัวละครก็ชอบฝันร้ายเวลานอน โดยเมื่อตื่นขึ้นมามักจะเห็นประตูห้องเปิดบ้างหรือมีบางอย่างในห้อง ซึ่งบางครั้งดูเหมือนจริงมาก แต่บางช่วงค่อนข้างน่าเบื่อไปหน่อย ซึ่งก็ตามคาดว่าตัวละครต้องตัดสินใจขึ้นไปชั้นสี่ เนื่องจากความสงสัย โดยจะค่อย ๆ ฉายถึงตัวละครที่ชั้นสี่ ซึ่งดูน่ากลัวเหมือนเป็นโรคบางอย่าง จากนั้นตัวละครในบ้านพักคนหนึ่งก็ได้บอกว่าที่นี่ผิดปกติ แต่ไม่ได้บอกอะไรมาก ซึ่งก็ชวนติดตามว่ามีอะไรผิดปกติที่นี่กันแน่ โดยจะเริ่มมีฉากสยองฉากโหดบ้าง โดยเฉพาะช่วงท้ายเรื่อง ซึ่งก็ค่อย ๆ เปิดเผยเรื่องราวทีละน้อย โดยเริ่มชวนลุ้นเอาใจช่วยตัวละครขึ้นเรื่อย ๆ ซึ่งตัวละครแต่ละคนก็ดูไม่น่าไว้วางใจเลย โดยได้หักมุมในช่วงท้าย แต่บางจุดไม่ค่อยแปลกใจเท่าไหร่
คะแนนส่วนตัว 5.5/10
ตัวอย่าง
ขอบคุณภาพจาก Lionsgate รูปหน้าปกที่ 1
ขอบคุณภาพจาก IMDb เครดิต Lionsgate รูปหน้าปกที่ 2
วันศุกร์ที่ 8 สิงหาคม พ.ศ. 2568
รีวิวหนัง Monster Island (Orang Ikan) เกาะอสูร (2024)
Monster Island (Orang Ikan) เกาะอสูร (2024) เป็นภาพยนตร์ระทึกขวัญที่กำกับและเขียนโดย Mike Wiluan นำแสดงโดย Dean Fujioka, Callum Woodhouse และ Alan Maxson
เรื่องราวของ บรอนสัน และ ไซโตะ เชลยศึกชาวอังกฤษและญี่ปุ่นที่หนีออกจากเรืออาริซังมารุหลังถูกโจมตี โดยได้โดดลงทะเลและได้มาติดอยู่บนเกาะแห่งหนึ่ง โดยหลังจากที่พวกเขาได้สติก็ได้ต่อสู้กัน แต่แล้วก็ต้องเปลี่ยนจากศัตรูเป็นมิตร เมื่อบนเกาะแห่งนี้มีสัตว์ประหลาดบางอย่างอาศัยอยู่
เปิดเรื่องด้วยการเกริ่นนำเรื่องราวในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง กองทัพญี่ปุ่นขนส่งเชลยศึกฝ่ายพันธมิตรไปยังมาตุภูมิ เพื่อใช้เป็นแรงงานทาส เรือขนส่งเหล่านี้เป็นที่รู้จักในชื่อเรือนรก ซึ่งเรือนรกเหล่านี้ไร้มนุษยธรรมและคร่าชีวิต หลายลำถูกกองกำลังพันธมิตรโจมตีด้วยความเข้าใจผิด ทหารญี่ปุ่นและพันธมิตรกว่าสามหมื่นนายล้มตายระหว่างการเดินทาง จากนั้นก็ฉายถึงเชลยศึกในเรืออาริซังมารุ ปี 1944 ก่อนที่จะถูกโจมตีและตัดเข้าเรื่อง โดยฉายถึงตัวละครที่ติดอยู่บนเกาะ จากนั้นก็ค่อย ๆ ฉายถึงบางอย่าง ซึ่งไม่ได้ฉายให้เห็นชัดเจน แต่ตั้งแต่ช่วงนี้ไปหนังเล่นกันอยู่สองคน แถมไม่ค่อยพูดกันอีก จึงดูค่อนข้างเงียบ ๆ น่าเบื่อ จนเมื่อดำเนินเรื่องไปสักพักก็ได้ฉายถึงตัวละครอื่นเข้ามาสอดแทรกบ้าง แต่การดำเนินเรื่องค่อยข้างเนือย ๆ ไปหน่อย จากนั้นก็ฉายถึงบางอย่างอีกครั้ง ซึ่งเห็นชัดเจนขึ้น แต่ดูเหมือนหนังพยายามไม่ฉายให้เห็นเต็มตัว แต่เมื่อได้เห็นเต็มตัวแล้วกลับทำให้ความน่ากลัวลดลงและดูตลกมากกว่า ซึ่งก็มีอยู่ตัวเดียว โดยเมื่อเลยช่วงกลางเรื่องไปจะฉายถึงตัวละครสองคนสลับไปมา เนื่องจากมีเหตุที่ทำให้พลัดหลงกัน จนได้มาพบกันและสู้กับสัตว์ประหลาด ซึ่งการดำเนินเรื่องค่อนข้างเนือย ๆ น่าเบื่อและเงียบ ๆ หน่อยเพราะไม่ค่อยมีฉากพูดเท่าไหร่
คะแนนส่วนตัว 3.5/10
ตัวอย่าง
ขอบคุณภาพจาก SC Films International รูปหน้าปกที่ 1
ขอบคุณภาพจาก IMDb เครดิต SC Films International รูปหน้าปกที่ 2 / รูปหน้าปกที่ 3
วันพฤหัสบดีที่ 31 กรกฎาคม พ.ศ. 2568
รีวิวหนัง I know what you did last summer (2025) ซัมเมอร์สยอง...ต้องหวีด
I know what you did last summer (2025) ซัมเมอร์สยอง...ต้องหวีด เป็นภาพยนตร์สเลชเชอร์อเมริกันที่กำกับโดย Jennifer Kaytin Robinson ซึ่งร่วมเขียนบทภาพยนตร์กับ Sam Lansky จากเรื่องเล่าโดย Leah McKendrick และ Robinson ซึ่งป็นภาคที่สี่ในแฟรนไชส์ I Know What You Did Last Summer และเป็นภาคต่อของ I Still Know What You Did Last Summer (1998) นำแสดงโดย Madelyn Cline, Chase Sui Wonders, Jonah Hauer-King, Tyriq Withers, Sarah Pidgeon, Billy Campbell, Gabbriette Bechtel และ Austin Nichols โดยมี Freddie Prinze Jr. และ Jennifer Love Hewitt กลับมารับบท Ray Bronson และ Julie James จากภาพยนตร์ก่อนหน้า
แผนสำหรับภาพยนตร์เรื่องที่สี่ในแฟรนไชส์เริ่มขึ้นในปี 2014 เมื่อ Mike Flanagan และ Jeff Howard ได้ลงนาม เพื่อเขียนบทรีเมคที่ไม่มีความเชื่อมโยงกับภาคก่อนหน้านี้ อย่างไรก็ตามเวอร์ชันนี้ในที่สุดก็ไม่ประสบความสำเร็จ หลังจากการยกเลิกการดัดแปลงซีรีส์โทรทัศน์ในปี 2021 โครงการนี้ถูกฟื้นฟูเมื่อ Robinson เสนอเวอร์ชันของเธอให้กับ Sony Pictures ภาพยนตร์เริ่มการพัฒนาในช่วงต้นในเดือนกุมภาพันธ์ 2023 โดยมีผู้ผลิต Neal H. Moritz กลับมาด้วย Prinze Jr. และ Hewitt ได้รับการยืนยันว่าจะกลับมาในปี 2024 โดยมีนักแสดงใหม่เข้าร่วมตลอดทั้งปี การถ่ายทำเกิดขึ้นระหว่างเดือนตุลาคม 2024 ถึงมีนาคม 2025 ที่ซิดนีย์และลอสแองเจลิส
โดยฉายที่โรงละครยูไนเต็ดในบรอดเวย์ในลอสแองเจลิสเมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม 2025 และถูกจัดจำหน่ายในโรงภาพยนตร์โดยโซนี่พิคเจอร์สรีลีสในสหรัฐอเมริกาเมื่อวันที่ 18 กรกฎาคม
"ชวนให้คิดถึงบรรยากาศเก่าๆ ของหนังเรื่องนี้ และเจ้ามือตะขอยังคงสร้างความสะพรึงได้ไม่เปลี่ยนในทุกครั้งที่ปรากฏตัว"
เมื่อเจ้าฆาตกรมือตะขอในตำนานของเมืองผู้โด่งดัง ได้กลับมาไล่ฆ่ากลุ่มวัยรุ่นทั้ง 5 คน ที่ปกปิดเรื่องราวที่ก่อไว้เมื่อปีที่แล้ว ทำให้ผู้เกี่ยวข้องในอดีต และเด็กรุ่นใหม่จะร่วมมือกันจัดการฆาตกรเหมือนสมัยอดีตได้หรือไม่...?
ส่วนตัวเคยดูภาคก่อนตั้งแต่สมัยมัธยม และเป็น FC เรื่องนี้ด้วย หลังจบไตรภาค ก็คิดว่าหนังน่าจะจบไปแล้ว แต่พอได้รู้ข่าวว่ามีการสร้างภาคใหม่ก็อยากดูมากๆ จนวันนี้ก็มาถึง ซึ่งหลังรับชม มันทำให้เราได้คิดถึงบรรยากาศเก่าๆ ของหนังเรื่องนี้ในอดีต รายละเอียดต่างๆ ค่อยๆ ผุดขึ้นมา และเคยจำได้ว่าตอนนั้นเราเคยลุ้นกับหนังเรื่องนี้แค่ไหนเวลาฆาตกรมือตะขอโผล่มา ซึ่งหนังยังคงคอนเซ็ปเหล่านี้ได้อย่างดี กับบรรยากาศ และบุคลิกของฆาตกร ที่สวมชุดกันฝน รองเท้าบู๊ต และตะขออันแหลมคม การย่างกรายอันหนักแน่น และมีความนิ่งในการลงมือฆ่าเหยื่อ สิ่งเหล่านี้มันกลับมาอีกครั้งจริงๆ ซึ่งในแง่ของความลุ้นระทึก มันยังคงทำหน้าที่ได้ดี พร้อมกับการร่วมคาดเดาถึงฆาตกรว่าจะเป็นใครในตัวละครต่างๆ ที่โผล่มามากมาย
นอกจากนี้เรายังจะได้เห็นตัวละครเก่าๆ มาร่วมแจม ให้เราหายคิดถึงอีกด้วย ซึ่งเชื่อว่า FC ต้องชอบแน่นอน แถมหนังยังมีฉากระหว่าง End Credit ให้แฟนๆ เซอร์ไพร์ทพร้อมทิ้งท้ายเรื่องราวภาคต่อที่ชวนให้เราติดตามต่อไปอีกด้วย
ภาพรวมนี่เป็นหนังตื่นเต้นลุ้นระทึก ที่ทำออกมาได้บันเทิง เหมาะกับคอหนังแนวฆาตกรไล่ฆ่าที่มีกลิ่นอายบรรยากาศยุค 90 และ FC I know what you did last summer ที่ไม่ควรพลาด
คะแนนส่วนตัว 8/10
รีวิวโดย A.L. Lucky
ตัวอย่าง
ขอบคุณภาพจาก IMDb เครดิต Columbia Pictures รูปหน้าปกที่ 1 / รูปหน้าปกที่ 2 / รูปหน้าปกที่ 3 / รูปหน้าปกที่ 4
ป้ายกำกับ
- ซีรีส์แก้แค้น (3)
- ซีรีส์คอมเมดี้ (1)
- ซีรีส์ซอมบี้ (1)
- ซีรีส์ดราม่า (2)
- ซีรีส์ที่สร้างจากเรื่องจริง (3)
- ซีรีส์ผจญภัย (3)
- ซีรีส์ฝรั่ง (2)
- ซีรีส์แฟนตาซี (2)
- ซีรีส์ระทึกขวัญ (1)
- ซีรีส์โรแมนติก (3)
- ซีรีส์สงคราม (1)
- ซีรีส์สัตว์ประหลาด (1)
- ซีรีส์สืบสวน (5)
- ซีรีส์หักมุม (3)
- ซีรีส์อิงประวัติศาสตร์ (1)
- ซีรีส์เอเซีย (11)
- ซีรีส์แอ็คชั่น (3)
- หนังเกมเอาชีวิตรอด (28)
- หนังแก้แค้น (46)
- หนังของต้องห้าม (33)
- หนังคอมเมดี้ (23)
- หนังฆาตกร (59)
- หนังจิตวิทยา (42)
- หนังซอมบี้ (39)
- หนังไซไฟ (18)
- หนังดราม่า (10)
- หนังเด็กนรก (8)
- หนังตำนาน ลัทธิ ความเชื่อ (83)
- หนังตุ๊กตาผี (8)
- หนังที่สร้างจากเรื่องจริง (53)
- หนังปราบผีปีศาจ (18)
- หนังปล้น (8)
- หนังปิดตาย (50)
- หนังผจญภัย (3)
- หนังผีสิง (57)
- หนังฝรั่ง (623)
- หนังฟาวด์ฟุตเทจ (32)
- หนังแฟนตาซี (17)
- หนังภัยพิบัติ (9)
- หนังมนุษย์กินคน (10)
- หนังแม่มด ปีศาจ ซาตาน (62)
- หนังระทึกขวัญ (361)
- หนังโรแมนติก (6)
- หนังลึกลับ (210)
- หนังวนลูป (4)
- หนังแวมไพร์ หมาป่า แดร็กคูล่า (16)
- หนังสงคราม (5)
- หนังสถานที่ต้องห้าม (1)
- หนังสยองขวัญ (248)
- หนังสัตว์ประหลาด (73)
- หนังสืบสวน (64)
- หนังหักมุม (153)
- หนังอนิเมชั่น (4)
- หนังเอเซีย (131)
- หนังเอเลี่ยน (11)
- หนังเอาชีวิตรอด (101)
- หนังแอ็คชั่น (27)
%20%E0%B8%94%E0%B8%B9%E0%B8%94%E0%B8%A3%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%AA%E0%B8%A3%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%81.jpg)
%20%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%AA%E0%B8%8B%E0%B8%B4%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B9%8C%20%E0%B8%AD%E0%B8%B5%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%A5%20(1).jpg)
%20%E0%B8%9E%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B8%AD%E0%B8%84%E0%B8%84%E0%B8%B4%E0%B9%82%E0%B8%AD%20%E0%B8%AB%E0%B8%B8%E0%B9%88%E0%B8%99%E0%B9%84%E0%B8%A1%E0%B9%89%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B9%80%E0%B8%8A%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%94.jpg)
%20%E0%B8%9C%E0%B8%B5%E0%B8%AD%E0%B8%A1%E0%B8%95%E0%B8%B0%E0%B9%81%E0%B8%9C%E0%B8%94%E0%B9%80%E0%B8%9C%E0%B8%B2%20(1).jpg)
%20%E0%B8%A1%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%AD%E0%B8%AD%E0%B8%81%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%82%E0%B8%A2%E0%B9%89%E0%B8%B3.jpg)
.jpg)
%20%E0%B8%A5%E0%B8%B5%20%E0%B9%82%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%99%E0%B8%B1%E0%B8%99%20%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B8%AD%E0%B8%B0%20%E0%B8%A1%E0%B8%B1%E0%B8%A1%E0%B8%A1%E0%B8%B5%E0%B9%88.jpg)

%20%E0%B8%A5%E0%B8%B4%E0%B8%87%E0%B8%84%E0%B8%A5%E0%B8%B1%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B8%9E%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%98%E0%B8%B8%E0%B9%8C%E0%B8%94%E0%B8%B4%E0%B8%9A.jpg)
%20(1).jpg)

%20%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B8%AD%E0%B8%99%20%E0%B8%8B%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%8D%E0%B8%8D%E0%B8%B2%E0%B8%93%202.jpg)

.jpg)
%20%E0%B8%9A%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%9E%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%84%E0%B8%99%E0%B9%80%E0%B8%AE%E0%B8%B5%E0%B9%89%E0%B8%A2%E0%B8%99%20(1).jpg)
%20%E0%B9%80%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%B0%E0%B8%AD%E0%B8%AA%E0%B8%B9%E0%B8%A3%20(2024)%20(1).jpg)
%20%E0%B8%8B%E0%B8%B1%E0%B8%A1%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B8%AD%E0%B8%A3%E0%B9%8C%E0%B8%AA%E0%B8%A2%E0%B8%AD%E0%B8%87...%E0%B8%95%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%AB%E0%B8%A7%E0%B8%B5%E0%B8%94.jpg)