แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ หนังแฟนตาซี แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ หนังแฟนตาซี แสดงบทความทั้งหมด

วันอังคารที่ 30 ธันวาคม พ.ศ. 2568

รีวิวหนัง Avatar: Fire and Ash (2025) อวตาร 3 อวตาร อัคนีและธุลีดิน

 


            Avatar: Fire and Ash (2025) อวตาร 3 อวตาร อัคนีและธุลีดิน เป็นภาพยนตร์วิทยาศาสตร์มหากาพย์อเมริกันที่กำกับโดย James Cameron ซึ่งร่วมเขียนบทภาพยนตร์กับ Rick Jaffa และ Amanda Silver จากเรื่องราวที่ทั้งสามเขียนร่วมกับ Josh Friedman และ Shane Salerno จัดจำหน่ายโดย 20th Century Studios และสร้างโดย Lightstorm Entertainment ซึ่งเป็นภาคต่อของ Avatar: The Way of Water (2022) และเป็นผลงานลำดับที่สามในแฟรนไชส์ Avatar โดย Sam Worthington, Zoe Saldaña, Sigourney Weaver, Stephen Lang และ Kate Winslet กลับมารับบทเดิมจากภาพยนตร์ภาคก่อน ๆ

            James Cameron ผู้ซึ่งเคยระบุในกลางปี 2006 ว่าเขาต้องการสร้างภาคต่อของ Avatar (2009) หากประสบความสำเร็จ ได้ประกาศภาคต่อสองภาคแรกในช่วงต้นปี 2010 หลังจากความสำเร็จของภาพยนตร์ภาคแรก โดย Avatar 3 ที่ยังไม่ได้ตั้งชื่อในเวลานั้นมีกำหนดฉายในเดือนธันวาคม 2015 อย่างไรก็ตาม การเพิ่มภาคต่ออีกสองภาค (รวมเป็นสี่ภาค) และการพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ที่จำเป็นในการถ่ายทำฉากจับภาพการแสดงใต้น้ำ ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่เคยทำมาก่อน ทำให้เกิดความล่าช้าอย่างมาก เพื่อให้ทีมงานมีเวลาในการทำงานเกี่ยวกับการเขียนบท การเตรียมการผลิต และเอฟเฟกต์ภาพมากขึ้น โดยเริ่มถ่ายทำพร้อมกับ The Way of Water ในประเทศนิวซีแลนด์เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2017 การถ่ายทำเสร็จสิ้นในช่วงปลายเดือนธันวาคม 2020 หลังจากถ่ายทำต่อเนื่องกว่า 3 ปี ด้วยงบประมาณประมาณกว่า 400 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ทำให้เป็นหนึ่งในภาพยนตร์ที่มีค่าใช้จ่ายสูงที่สุดเท่าที่เคยสร้างมา โดยอุทิศให้กับบรรณาธิการ John Refoua ผู้ซึ่งเสียชีวิตในปี 2023 และโปรดิว Jon Landau ผู้ซึ่งเสียชีวิตในปี 2024 โดยเปิดตัวครั้งแรกที่โรงละครดอลบี้ ฮอลลีวูด เมื่อวันที่ 1 ธันวาคม 2025 และเข้าฉายในสหรัฐอเมริกาเมื่อวันที่ 19 ธันวาคม โดยภาคต่ออีกสองภาคคือ Avatar 4 และ Avatar 5 กำลังอยู่ในขั้นตอนการผลิตต่าง ๆ และมีกำหนดฉายในปี 2029 และ 2031 

           เรื่องราวของ เจค ซัลลี่และครอบครัวที่ได้อยู่กับชุมชนเมตคายินาและต้องเผชิญกับความเศร้าโศกจากการตายของ เนเทยัม ลูกชายคนโตไป ทำให้เจคกับเนย์ทิริตัดสินใจจะส่งตัวสไปเดอร์กลับไปยังค่ายนักวิทยาศาสตร์ แต่ระหว่างทางถูกโจมตีโดยเผ่ามังกวาน ซึ่งเป็นเผ่า นาวีที่ก้าวร้าวและปฏิเสธเอวาที่นำโดย ทซาฮิก วารัง ซึ่งต่อมาได้ร่วมมือกับนายพันควาริช เพื่อไล่ล่าพวกเขา

           เปิดเรื่องด้วยการฉายถึงเรื่องราวในอดีตระหว่างพี่น้องโลอัคกับเนเทยัมที่ได้ผันแปรเป็นความเศร้าโศก ซึ่งเปิดเรื่องมาก็มีดราม่าเล็กน้อย โดยได้ดำเนินเรื่องต่อเนื่องจากภาคสอง ใช้ตัวละครเดิม แต่เพิ่มตัวละคนใหม่ที่เป็นตัวร้ายใหม่เข้ามา ซึ่งเกี่ยวข้องกับชื่อตอน โดยยังคงกระจายบทตัวละครแต่ละคนใกล้เคียงกัน ซึ่งจะมีทั้งหมดสามคู่เด่นๆ แต่พล็อตเรื่องก็ยังคงมาแนวเดิม ๆ และเดาเรื่องได้ง่าย โดยเมื่อดำเนินเรื่องไม่นานก็ได้ฉายถึงตัวร้ายตัวใหม่เลย จากนั้นก็ได้ฉายถึงนายพันตัวร้ายภาคก่อนที่ยังคงตามตัวลูกชายและตามกำจัดเจค โดยภาคนี้ได้เห็นวิวัฒนาการใหม่เกิดขึ้นคือ มนุษย์สามารถหายใจเองได้บนดาวแพนดอร่าโดยไม่ต้องใช้เครื่องหายใจ รวมทั้งสามารถเชื่อมต่อกับสัตว์ป่าในแพนดอร่าได้เช่นเดียวกับนาวี ทำให้เป็นหนึ่งในสาเหตุของการตามจับตัวตัวละครดังกล่าวด้วย โดยตัวละครหลักต้องคอยหนีการตามล่าทั้งนายพัน นายพลและทซาฮิก วารัง พร้อมทั้งร่วมต่อสู้กับชนเผ่าไปด้วย ซึ่งก็มีฉากแอคชั่นสอดแทรกให้ได้ลุ้นตลอดทั้งเรื่องและยังมีฉากตลกให้ชวนยิ้มและหัวเราะไปด้วย โดยภาคนี้ได้มีการต่อสู้บนโลกมนุษย์ด้วย ซึ่งช่วงท้ายครอบครัวเจคก็มีเหตุให้ได้ลูกสาวเพิ่มเติมมาอีกคนและได้ฉายถึงดวงวิญญาณชาวนาวีที่ตายไปตั้งแต่ภาคแรก 

คะแนนส่วนตัว 7.5/10

อ่านรีวิว  Avatar 1 (2009) อวตาร

อ่านรีวิว AVATAR 2 : THE WAY OF WATER (2022) อวตาร 2 วิถีแห่งสายน้ำ

ตัวอย่าง 



ขอบคุณภาพจาก 20th Century Studios รูปหน้าปกที่ 1 / รูปหน้าปกที่ 2 / รูปหน้าปกที่ 3

วันศุกร์ที่ 13 มิถุนายน พ.ศ. 2568

รีวิวหนัง How to Train Your Dragon (2025) อภินิหารไวกิ้งพิชิตมังกร

 


           How to Train Your Dragon (2025) อภินิหารไวกิ้งพิชิตมังกร เป็นภาพยนตร์แฟนตาซีอเมริกันกำกับโดย Dean DeBlois เขียนและร่วมผลิตภาพยนตร์กับ Marc Platt และ Adam Siegel เป็นการสร้างใหม่แบบคนแสดงจากภาพยนตร์ปี 2010 ที่มีชื่อเดียวกัน

            การถ่ายทำหลักสำหรับภาพยนตร์เริ่มต้นที่ Belfast ประเทศไอร์แลนด์เหนือ ในวันที่ 15 มกราคม 2024 และสิ้นสุดในวันที่ 16 พฤษภาคม

           "น้ำหวานรสเก่าในขวดใหม่ ที่ถ่ายทอดความสวยงาม และความรู้สึกได้ดีกว่าขวดใบเก่าที่เป็น Animation"

            เรื่องราวของ ฮิคคัพ ที่ได้เป็นมิตรกับมังกรอย่างเขี้ยวกุด ทำให้ผู้คนในชนเผ่าไวกิ้งที่เป็นศัตรูกับพวกมังกรไม่พอใจเป็นอย่างมาก โดยหารู้ไม่ว่า ฮิคคัพและเขี้ยวกุดจะเป็นกุญแจที่สามารถแก้ไขปัญหาที่กำลังจะเกิดขึ้นในอนาคตได้..!

            จาก Animation สู่ Live-Action ซึ่งน่าจะเป็นเรื่องแรกของ UIP ซึ่งต่างจาก Disney ที่ทำออกมาแล้วหลายเรื่อง สำหรับ How to train your dragon ใน Version Animation เดิมก็ทำออกมาได้ดีมากจนมีภาคต่อออกมาถึงภาค 3 และมียังมีซีรีส์ออกฉายอีกด้วย

           สำหรับใน Version คนแสดงนี้ในภาพรวมเรื่องราวจะเหมือนต้นฉบับแบบ 100 % แต่สิ่งที่จะทำให้อรรถรสในการรับชมแตกต่างจาก Animation คือ ภาพสวยๆ ที่ได้จาก CG และอารมณ์ร่วมจากสีหน้าของตัวละครที่ทำให้เรารู้สึกถึงความสมจริงมากขึ้น จึงทำให้เราได้อินและเก็บรายละเอียดในหนังได้เพิ่มขึ้นกว่าเดิม

            ใครที่เคยดู Animation มาแล้ว ก็ขอแนะนำให้มารื้อฟื้นความทรงจำและเก็บรายละเอียดเพิ่มเติมได้อีกครั้งกับรูปลักษณ์ที่แปลกใหม่ ส่วนใครยังไม่เคยดู Animation มาก่อน รับประกันว่าจะทำให้คุณหลงรักหนังเรื่องนี้จนต้องอยากกลับไปดูภาคต่อที่เป็น Animation แน่นอน 

คะแนนส่วนตัว 7/10 

รีวิวโดย A.L. Lucky 


            เรื่องราวของ ฮิคคัพ ลูกชายหัวหน้าเผ่าไวกิ้งแห่งหมู่บ้านไวกิ้งเบิร์ค ซึ่งเหล่าไวกิ้งต่างโกรธแค้นมังกรกันมาเนิ่นนาน เนื่องจากได้ทำร้ายผู้คนล้มตายเป็นจำนวนมาก โดยเขาได้ออกตามหามังกรที่เขายิงได้และได้เจอกับเขี้ยวกุด แต่เขากลับไม่กล้าลงมือฆ่ามันและได้ช่วยเหลือมันจนกลายเป็นเพื่อนกัน ซึ่งหลังจากนั้นทำให้เขาไม่อยากฆ่ามังกร โดยเขาได้เรียนรู้วิธีปราบมังกรและนำมาใช้ในลานประลองจนสามารถเอาชนะทุกคนและเป็นผู้ปราบมังกร แต่แล้วในพิธีเขากลับทำให้ทุกคนผิดหวัง โดยเฉพาะเมื่อเขี้ยวกุดได้ปรากฎตัวมาช่วยเขา จึงทำให้มันถูกจับเพื่อให้พาไปยังรังมังกร ซึ่งที่นั่นมีพญามังกรอยู่ พวกเขาจึงต้องช่วยกันปราบพญามังกร

            เป็นภาพยนตร์ที่สร้างมาจากอนิเมชั่น ซึ่งถือว่าแทบจะลอกเลียนแบบมาเหมือนกันเลย จึงทำให้เดาเรื่องได้ง่าย แต่มาในภาพยนตร์จึงทำให้ดูสมจริงมากขึ้นและเข้าถึงอารมณ์ได้มากกว่า โดยเปิดเรื่องด้วยการเกริ่นนำเรื่องราวของตัวละครหลักก่อนที่จะฉายถึงตัวละครหลัก ซึ่งเปิดมาก็ฉายถึงหมู่บ้านไวกิ้งที่ถูกเหล่ามังกรจู่โจมและกำลังทำสงครามกันอยู่ ซึ่งมังกรทำได้สมจริงและเหมือนในอนิเมชั่นเลย แต่บางจุดก็ยังไม่ค่อยสมเหตุสมผลเท่าไหร่ ฉากสถานที่ก็ดูสวยดี โดยเป็นช่วงก่อนที่ตัวละครหลักจะเจอกับเขี้ยวกุด ซึ่งเมื่อได้เจอกันก็ค่อย ๆ ฉายถึงความสัมพันธ์ระหว่างกัน การช่วยเหลือกันจนทำให้กลายเป็นเพื่อนกัน ซึ่งในช่วงนี้ก็สอดแทรกความน่ารักของทั้งมนุษย์และมังกรจนทำให้ชวนหลงรักทั้งคู่ โดยฉายไปพร้อมกับการประลองของตัวละครหลักที่ช่วงบ่ายหลังเลิกประลองมักจะแอบหนีไปหาเขี้ยวกุด ซึ่งได้นำการศึกษากับมังกรเขี้ยวกุดมาใช้จนทำให้เอาชนะการประลอง โดยนอกจากจะมีฉากน่ารักระหว่างมนุษย์กับมังกรแล้ว ก็มีฉากน่ารักระหว่างพระนางด้วย รวมทั้งฉากตลก ๆ ของตัวละครอื่นที่ช่วยส่งเสริม โดยในหนังก็ได้สอนให้รู้ว่ามังกรไม่ได้โหดร้ายอย่างที่คิด แต่เป็นมนุษย์ต่างหากที่ไปรุกล้ำและทำร้ายพวกมันก่อนและสิ่งที่พวกมันทำเพราะการอยู่รอด เมื่อมนุษย์ไม่ได้ทำร้ายพวกมัน พวกมันก็ไม่ทำร้ายมนุษย์เช่นเดียวกัน ซึ่งดูแล้วก็ชวนเอาใจช่วยเขี้ยวกุดและมีช่วงที่บีบอารมณ์ให้ชวนเศร้าตามไปด้วยในช่วงท้ายเรื่อง

คะแนนส่วนตัว 7.5/10

รีวิวโดย 刘心爱

ตัวอย่าง 


ขอบคุณภาพจาก DreamWorks Animation รูปหน้าปกที่ 1

ขอบคุณภาพจาก Facebook How To Train Your Dragon รูปหน้าปกที่ 2 / รูปหน้าปกที่ 3

วันศุกร์ที่ 26 กรกฎาคม พ.ศ. 2567

รีวิวหนัง Curse of Crom The Legend of Halloween (2022)

 


             Curse of Crom The Legend of Halloween (2022) คำสาปครอม : ตำนานฮาโลวีน เป็นภาพยนตร์แฟนตาซีสยองขวัญจากอเมริกาที่กำกับโดย Rob York เขียนโดย Rob York, Scott Baird และ R.H. Grimly นำแสดงโดย Chelsea Jurkiewicz, Tanner Gillman และ Colin Cunningham

             ลูเกดห์ มหาราชาแห่งไอร์แลนด์ บรรพบุรุษของตระกูลเมอร์ฟี่ พบว่าภรรยาของเขาไม่ซื่อสัตย์แอบมีอะไรกันกับหลายชายไนออลแห่งตัวประกันทั้งเก้า จึงลงโทษด้วยการขังเธอไว้ในหอคอยในป่าจนตายอย่างเจ็บปวด วิญญาณโบราณนอกรีตปีศาจที่ชื่อครอมเคราช์ถูกดึงดูดด้วยความทุกข์ทรมานของผู้หญิงจึงเริ่มหลอกทุกคนในตระกูลของลูเกดห์ เกาะติดพวกเขาและมักจะเห็นมันในคืนที่มืดมิดและพายุโหมกระหน่ำ โดยเฉพาะช่วงที่เรียกว่า ซาวิน ฮาโลวีนแบบดั้งเดิม วันส่งท้ายปีเก่าของเคลติก

             เรื่องราวของ แมรี่ เอลดริตซ์ นักศึกษาที่ต้องรับงานนอกเวลาเป็นพนักงานเดลิเวอรี่ เพื่อหาเงินจ่ายค่าเทอมมหาวิทยาลัย โดยเธอต้องยอมรับออเดอร์จาก เมอร์ฟี่ เพื่อนข้างบ้านสุดประหลาดที่ชอบสั่งอาหารเดิม ๆ จากร้านวิงส์ไชนีสแล้วให้เปิดกล่องวางไว้ตรงบันไดหน้าบ้านประจำ โดยไม่ให้ทิปเธอสักครั้งและไม่ได้สนใจเรื่องเหล่านี้ ทำให้เธอโกรธจนเลิกรับออเดอร์จากเขา และได้เผลอไปเรียกบางอย่างออกมา เธอกับ ฮาร์วีย์ (ฮาร์ฟ) จึงต้องเข้าไปในบ้านของเมอร์ฟี่เพื่อดูว่าจะค้นพบอะไรและก็ได้พบกับตำนานฮาโลวีนและคำสาปครอม แม่รี่, ฮาร์วีย์, สตีฟ (สตีเฟน) และ จอร์เจีย จึงต้องช่วยกันหยุดยั้งมัน

              เปิดเรื่องฉายถึงตัวละครหลักที่ทำงานส่งอาหารไปเรื่อย โดยเฉพาะต้องรับอาหารจากร้านเดิมไปส่งที่เดิมประจำและทำแบบเดิม ๆ ซึ่งจะชอบฉายถึงฟักทองหน้าบ้าน จากนั้นก็มีเหตุให้เกิดบางอย่างแปลก ๆ หลังชนถูกฟักทองล้ม แต่กว่าจะเข้าเรื่องค่อนข้างนานไปหน่อย ซึ่งได้ฉายถึงปีศาจครอมเคราช์ ซึ่งเป็นจุดเด่นของหนัง แต่บางช่วงค่อนข้างน่าเบื่อไปหน่อย โดยปีศาจจะค่อย ๆ ปรากฎตัว ซึ่งเมื่อเริ่มเข้าสู่ช่วงกลางเรื่องจะฉายถึงตัวละครที่ออกค้นหาในบ้านเหยื่อ โดยได้พบความลับบางอย่างในบ้านและค่อย ๆ เปิดเผยเรื่องราว ซึ่งเกี่ยวกับตำนานฮาโลวีนและปีศาจครอมเคราช์ แต่หนังทำได้ไม่ค่อยน่าสนใจเท่าไหร่ไม่ค่อยเน้นฉายถึงปีศาจดันไปเน้นจุดอื่นมากไป รวมทั้งการเปิดเผยเรื่องราวและวิธีแก้ปัญหาก็ดูง่ายไปหมด ปีศาจก็ดูตลก ๆ 

คะแนนส่วนตัว 3.5/10

ตัวอย่าง


ขอบคุณภาพจาก IMDb เครดิต Arrowstorm Entertainment รูปหน้าปกที่ 1 / รูปหน้าปกที่ 2 / รูปหน้าปกที่ 3

วันอังคารที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2565

รีวิวหนัง Avatar 1 (2009) อวตาร

 


              Avatar 1 (2009) อวตาร เป็นภาพยนตร์นิยายวิทยาศาสตร์มหากาพย์ที่กำกับ เขียนบท ร่วมผลิต และร่วมตัดต่อโดย James Cameron และนำแสดงโดย Sam Worthington, Zoe Saldana, Stephen Lang, Michelle Rodriguez และ Sigourney Weaver 

              การพัฒนาเริ่มขึ้นในปี 1994 เมื่อ James Cameron เขียนบทภาพยนตร์ความยาว 80 หน้า การถ่ายทำควรจะเกิดขึ้นหลังจากภาพยนตร์ไททานิคของ James Cameron ในปี 1997 เสร็จสิ้น โดยมีกำหนดออกฉายในปี 1999 อย่างไรก็ตาม ตามคำกล่าวของ James Cameron เทคโนโลยีที่จำเป็นยังไม่พร้อมสำหรับการบรรลุวิสัยทัศน์ของภาพยนตร์เรื่องนี้ การทำงานเกี่ยวกับภาษาของ Na'vi เริ่มขึ้นในปี 2005 โดยเริ่มพัฒนาบทภาพยนตร์และจักรวาลสมมติในช่วงต้นปี 2006 ได้รับงบประมาณอย่างเป็นทางการที่ 237 ล้านดอลลาร์ เนื่องจากวิชวลเอ็ฟเฟ็กต์ใหม่ที่ได้รับจากความร่วมมือกับ Weta Digital ในเมืองเวลลิงตัน การประมาณการอื่น ๆ ระบุต้นทุนระหว่าง 280 ล้านถึง 310 ล้านดอลลาร์สำหรับการผลิต และ 150 ล้านดอลลาร์สำหรับการโปรโมต ภาพยนตร์เรื่องนี้ใช้เทคนิคการถ่ายทำโมชันแคปเจอร์แบบใหม่อย่างกว้างขวาง และเผยแพร่สำหรับการรับชมแบบดั้งเดิม การรับชมแบบ 3 มิติ (โดยใช้รูปแบบ RealD 3D, Dolby 3D, XpanD 3D และ IMAX 3D) และประสบการณ์ "4D" ในโรงภาพยนตร์ของเกาหลีใต้ที่ถูกเลือก 

              ฉายรอบปฐมทัศน์ในลอนดอนเมื่อวันที่ 10 ธันวาคม 2009 และออกฉายในสหรัฐอเมริกาเมื่อวันที่ 18 ธันวาคม ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลออสการ์ 9 รางวัล รวมถึงภาพยนตร์ยอดเยี่ยมและผู้กำกับยอดเยี่ยม และได้รับรางวัล 3 รางวัลในสาขากำกับศิลป์ยอดเยี่ยม, กำกับภาพยอดเยี่ยม, และวิชวลเอฟเฟกต์ยอดเยี่ยม ความสำเร็จของภาพยนตร์เรื่องนี้ยังทำให้ผู้ผลิตอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ออกโทรทัศน์ 3 มิติ และทำให้ภาพยนตร์ 3 มิติ ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้น หลังจากความสำเร็จของภาพยนตร์เรื่องนี้ Cameron ได้เซ็นสัญญากับ 20th Century Fox เพื่อสร้างภาคต่อสี่ภาค ภาคต่อเรื่องแรก Avatar: The Way of Water ออกฉายเมื่อวันที่ 16 ธันวาคม 2022 ผ่านบทวิจารณ์ที่เหมือนกัน แต่ก็สังเกตเห็นการปรับปรุงเช่นกัน และ Avatar 3 ได้เสร็จสิ้นการถ่ายทำหลักแล้วและจะออกฉายในปี 2024 ภาคต่อมีกำหนดฉายในปี 2026 และในปี 2028 สมาชิกนักแสดงหลายคนกลับมา รวมทั้ง Worthington, Saldana, Lang และ Weaver

              เรื่องราวของ เจค ซัลลี่ อดีตนาวิกโยธินพิการ ซึ่งกลายเป็นส่วนหนึ่งของโครงการอวตาร ด้วยการจับคู่ทางพันธุกรรม ใช้มนุษย์ลูกผสมนาวี ที่เรียกว่า "อวตาร" หลังจากพี่ชายฝาแฝดของเขาถูกฆ่าตาย โดยมีเป้าหมาย เพื่อสานสัมพันธ์และเจรจากับนาวี ให้ข้อมูลแก่ พันเอกไมล์ส ควาริช หัวหน้ากองกำลังรักษาความปลอดภัยของ RDA แลกกับขาใหม่ของเขา เพื่อขุดแร่อูนอบแทนเนียมอันมีค่า โดยในระหว่างที่เขาทำงานได้พบกับ เนย์ติริ ลูกสาวของผู้นำโอมาติยา ที่ได้ช่วยชีวิตเขาไว้และได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของชาวนาวี และนั่นทำให้ พันเอกไมล์ส ควาริช โมโห จึงสั่งกองกำลังจู่โจมแพนดอร่า

               ช่วงแรกจะฉายถึงมนุษย์ที่ใช้วิธีให้สามารถอยู่ในร่างอวตารได้ เพื่อให้บางส่วนไปปะปนกับชาวนาวีในแพนดอร่าและการทำงานไปเรื่อย ช่วงนี้หนังจึงค่อนข้างน่าเบื่อฉายนานไปหน่อย หลังจากนั้นเมื่อมายังแพนดอร่าก็เริ่มฉายถึงสัตว์ต่าง ๆ ในแพนดอร่า รวมทั้งชาวนาวี โดยช่วงนี้จะฉายสลับกันระหว่างมนุษย์กับอวตารที่ต้องคอยเข้าสู่ร่างอวตารเป็นช่วง ๆ โดยจะเน้นไปที่ตัวละครหลัก ซึ่งฉากสถานที่ดูสวยดี โดยช่วงกลางเรื่องจะเน้นไปที่การฝึกฝนต่าง ๆ ของตัวละครในร่างอวตาร แต่ก็ไม่ได้มีช่วงน่าเบื่ออะไรมาก จนค่อย ๆ เริ่มเข้าสู่ฉากแอคชั่น ซึ่งก็มาเน้นฉายเอาช่วงท้าย ๆ เรื่อง แต่ฉากแอคชั่นก็ทำได้สนุกน่าสนใจ มีดราม่าบ้าง ดูแล้วสงสารสัตว์และชาวนาวี แต่พล็อตเรื่องก็เดาได้ง่ายไปหน่อย

คะแนนส่วนตัว 6.5/10

อ่านรีวิว AVATAR 2 : THE WAY OF WATER (2022) อวตาร 2 วิถีแห่งสายน้ำ

ตัวอย่าง


วันอาทิตย์ที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2565

รีวิวหนัง AVATAR 2 : THE WAY OF WATER (2022) อวตาร 2 วิถีแห่งสายน้ำ

 


          AVATAR 2 : THE WAY OF WATER (2022) อวตาร 2 วิถีแห่งสายน้ำ เป็นภาพยนตร์นิยายวิทยาศาสตร์มหากาพย์ของอเมริกา ซึ่งเป็นภาคต่อของภาพยนตร์เรื่อง Avatar ในปี 2009 ที่กำกับโดย James Cameron จัดจำหน่ายโดย 20th Century Studios โดย Cameron อำนวยการสร้างร่วมกับ Jon Landau และเขียนบทร่วมกับ Rick Jaffa และ Amanda Silver ซึ่งอิงจากเรื่องราวที่ทั้งสามเขียนร่วมกับ Josh Friedman และ Shane Salerno นำแสดงโดย Sam Worthington, Zoe Saldaña, Stephen Lang, Joel David Moore, CCH Pounder, Giovanni Ribisi, Dileep Rao และ Matt Gerald กลับมารับบทเดิมจากภาพยนตร์ต้นฉบับ โดย Sigourney Weaver กลับมาในบทบาทที่แตกต่างออกไป นักแสดงใหม่ประกอบด้วย Kate Winslet, Cliff Curtis, Edie Falco และ Jemaine Clement 

               โดย Cameron ระบุในปี 2006 ว่าเขาต้องการสร้างภาคต่อของ Avatar หากประสบความสำเร็จ และประกาศภาคต่อสองภาคแรกในปี 2010 หลังจากประสบความสำเร็จอย่างแพร่หลายของภาพยนตร์เรื่องแรก โดย The Way of Water มีเป้าหมายที่จะออกฉายในปี 2014 อย่างไรก็ตาม การเพิ่มภาคต่ออีก 3 ภาค รวมเป็นภาพยนตร์ Avatar ทั้งหมด 5 เรื่อง และความจำเป็นในการพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ เพื่อถ่ายทำฉากการจับภาพใต้น้ำ ซึ่งเป็นผลงานที่ไม่เคยทำได้มาก่อน ทำให้เกิดความล่าช้าอย่างมาก เพื่อให้ทีมงานมีเวลามากขึ้นในการ งานเขียน งานเตรียมการและวิชวลเอฟเฟกต์ กระบวนการถ่ายทำซึ่งเกิดขึ้นพร้อมกันกับภาพยนตร์เรื่อง Avatar เรื่องที่สามที่ยังไม่มีชื่อในปัจจุบัน เริ่มขึ้นที่แมนฮัตตันบีช แคลิฟอร์เนีย เมื่อวันที่ 15 สิงหาคม 2017 สถานที่ถ่ายทำย้ายไปที่เวลลิงตันเมื่อวันที่ 25 กันยายน 2017 และสิ้นสุดในปลายเดือนกันยายน 2020 หลังจากสามปี 

                 หลังจากความล่าช้าซ้ำแล้วซ้ำอีกในกำหนดการฉายที่คาดไว้ Avatar: The Way of Water ฉายรอบปฐมทัศน์ในลอนดอนเมื่อวันที่ 6 ธันวาคม 2022 และเข้าฉายในโรงภาพยนตร์ในสหรัฐอเมริกาในวันที่ 16 ธันวาคม 2022 องค์กรต่าง ๆ เช่น National Board of Review และ American Film Institute ยกให้ Avatar: The Way of Water เป็น 1 ใน 10 ภาพยนตร์ยอดเยี่ยมแห่งปี 2022 และได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลภาพยนตร์ยอดเยี่ยม – ดราม่า และผู้กำกับยอดเยี่ยมจากงานประกาศผลรางวัลลูกโลกทองคำครั้งที่ 80

                เรื่องราวของ เจค ซัลลี่ ที่ได้ใช้ชีวิตในฐานะหัวหน้าของโอมาติยา พร้อมทั้งต้องเลี้ยงดูครอบครัวอย่าง เนย์ติริ ภรรยา, เนเตยัม ลูกชายคนโต, โลอัค ลูกชายคนรอง, คิรี ลูกสาวคนโต และ ทู้ค น้องสาวคนเล็ก รวมทั้ง สไปเดอร์ ลูกชายของพันเอกไมล์ส ควาริช ที่เกิดบนแพนดอร่า ซึ่งไม่สามารถถูกส่งมายังโลกด้วยความเย็นได้เนื่องจากอายุยังน้อย พวกเขาใช้ชีวิตกันอย่างมีความสุข จนกระทั่ง คนจากฟ้าที่นำโดยพันเอกไมล์ส ควาริช ในร่างของอวตารพร้อมกับพรรคพวกของเขา ร่วมด้วยนายพลอาร์คมอได้บุกเข้ามายังแพนดอร่า เพื่อหาแหล่งอาณานิคมใหม่อย่างแพนดอร่า เนื่องจากโลกใกล้ล่มสลายและต้องการล่าตัวคนทรยศอย่าง เจค ซัลลี่ ที่ได้ช่วยเหล่าอวตารกำจัดพวกเดียวกัน เขาจึงต้องไถ่โทษตัวเอง เพื่อหนีสงครามด้วยการเนรเทศตัวเองออกจากโอมาติยาพร้อมกับครอบครัวไปหาที่พักพิงอื่นยังกลุ่มชาวแนวปะการัง เมตเคยิน่าที่ชายฝั่งตะวันออกของแพนดอร่า โดยพวกเขาต้องเรียนรู้วิถีชีวิตของผู้คนในแนวปะการัง แต่ไม่นานพวกเขาก็ต้องทำให้ชาวเมตเคยิน่าเดือดร้อน เมื่อพันเอกไมล์ส ควาริชไม่ปล่อยเขาไปและยังคงตามล่าตัวจนเจอ

                เปิดเรื่องจะมีพูดอธิบายเรื่องราวคร่าว ๆ ผ่านตัวละครหลัก ซึ่งเป็นเรื่องราวของตัวเองตั้งแต่ภาคแรกจนมาถึงภาคสอง แต่ถ้าจะดูให้เข้าใจมากขึ้นอาจจะต้องดูภาคแรกมาก่อนด้วย เนื่องจากมีการพูดถึงตัวละครและเรื่องราวจากภาคแรกที่ภาคนี้ไม่ได้อธิบายบ้าง ซึ่งภาคนี้ตัวละครหลักของเรื่องมีครอบครัวแล้วและทุกคนในครอบครัวก็มีส่วนในบทบาทหลักของเรื่องด้วย ซึ่งก็กลายเป็นตัวช่วยสร้างสีสันในเรื่องให้ดูสนุกเฮฮามากขึ้น ดูแล้วก็ชวนยิ้มและหัวเราะตลอดทั้งเรื่อง โดยตัวละครแต่ละคนก็มีบุคคลิกลักษณะที่แตกต่างกันเป็นที่น่าจดจำได้ดี ถึงแม้บางคนจะไม่ค่อยโดดเด่นเท่าไหร่ รวมทั้งยังมีตัวละครใหม่ ๆ เพิ่มเติมด้วยอย่างชาวปะการังสีฟ้า ที่ดูแล้วออกจะเหมือนกับหลาย ๆ เรื่องไปหน่อย จากนั้นก็ค่อย ๆ ฉายถึงตัวร้ายในเรื่อง ซึ่งก็คือพวกมนุษย์ ดังนั้นภาคนี้จึงไม่ต่างจากภาคแรกคือต้องสู้กับมนุษย์ แต่จะต่างออกไปตรงที่ตัวร้ายบางคนเป็นอวตารเหมือนกัน ส่วนพล็อตเรื่องก็ง่าย ๆ ไม่ค่อยมีอะไร เน้นการตามล่าตัวละครหลักที่ทรยศทั้งเรื่อง โดยใช้วิธีจับลูกเป็นตัวประกันบ้าง เอาเหยื่อมาหลอกล่อบ้าง ทำร้ายผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องบ้าง ซึ่งเดาเรื่องไม่ค่อยยาก โดยหลังจากช่วงที่ตัวละครไปอยู่กับชาวปะการังก็จะเริ่มเข้าสู่เรื่องราวของภาคสองอย่างวิถีแห่งสายน้ำตามชื่อตอน จึงต้องมีสายน้ำเข้ามาเกี่ยวข้อง ซึ่งฉากแอคชั่นก็ทำได้สนุกมีสอดแทรกเข้ามาเป็นช่วง ๆ ถือได้ว่าฉากแอคชั่นมีเยอะกว่าภาคแรก แต่ก็มีช่วงที่ตัวละครต้องฝึกฝนเหมือนเดิม เอฟเฟกต์ฉากสถานที่ต่าง ๆ ดูเนียนสวยงาม แทบไม่มีช่วงที่น่าเบื่อเลย โดยจะมีดราม่าสอดแทรกบ้าง ซึ่งก็ทำได้เข้าถึงอารมณ์ดี ภาคนี้ดูแล้วสงสารสัตว์ชวนลุ้นเอาใจช่วยตัวดีและดูเกลียดมนุษย์ขึ้นมาทันที

คะแนนส่วนตัว 7.5/10

อ่านรีวิว Avatar 1 (2009) อวตาร 

อ่านรีวิว Avatar: Fire and Ash (2025) อวตาร 3 อวตาร อัคนีและธุลีดิน

รีวิวโดย 刘心爱 


"จากพงไพร สู่วิถีและดินแดนแห่งสายน้ำ"

              เรื่องราวจะเล่าเรื่องหลังจากภาคแรก เมื่อ เจค (Sam Worthington) และเนย์ทีรี (Zoe Saldana) ได้มาอาศัยอยู่ด้วยกันเป็นครอบครัวซัลลี และมีลูกอีก 3 คน โดยพวกเขาใช้ชีวิตในป่าอย่างสงบสุข จนกระทั่งฝ่ายมนุษย์ได้โคลนนิ่งวายร้ายที่เคยสู้กับเจคและเนย์ทีรีขึ้นมา และออกตามล่าพวกเขา ทำให้ เจค และครอบครัวต้องพากันเดินทางเพื่อนหนีการตามล่าไปยังดินแดนแห่งใหม่ที่ไกลแสนไกล ซึ่งดินแดนแห่งนี้เป็นที่ของเผ่าพันธ์ุน้ำ ที่ใช้ชีวิตอยู่กับสายน้ำและทะเล โดยมี นัล (Kate Winslet) และ โทโนวารี (Cliff Curtis) เป็นตัวแทนของเผ่าพันธุ์น้ำที่คอยดูแลพวกเขา เจคและครอบครัวต้องเรียนรู้และปรับตัว เพื่อให้เข้ากับวิถีของชาวบ้านแห่งนี้ที่อยู่อาศัยกับสายน้ำมาทั้งชีวิต และต้องคอยหลบซ่อนจากพวกมนุษย์ที่ถูกส่งมาตามล่าพวกเขาอีกด้วย...

             ในภาคที่ 2 นี้งานภาพ งาน CG ยังสวยงามเหมือนเดิม เรียกได้ว่า ผกก. อย่างเจมส์ คาเมรอน ใส่ใจรายละเอียด CG แบบเก็บทุกเม็ด ซึ่งกว่าจะได้ชมภาคที่ 2 นี้ก็ใช้เวลาการสร้างห่างจากภาคแรก ถึง 10 กว่าปีกันเลย

             ถึงแม้ว่าหนังมันจะทำ CG ออกมาดีมากๆ แต่ส่วนตัวรู้สึกไม่ตื่นเต้นเหมือนภาคแรก นั่นอาจจะเพราะเราได้เห็นอะไรหลาย ๆ อย่างมาจากภาคแรกแล้ว ทำให้ความตื่นเต้นที่มีต่อภาค 2 ดร็อปลงไปหน่อย

             ในส่วนของการเล่าเรื่อง ก็ถือว่าดูสนุกน่าติดตามกับความยาวหนังประมาณ 3 ชม. ที่แม้อาจจะมีช่วงเนือยไปบ้างแต่ก็ถูกชดเชยด้วยงาน CG ที่ทำออกมาสวยมากตลอดทั้งเรื่อง

             เอาจริง ๆ ความบันเทิงภาพรวมมันดูสนุกนะ กับหนังแนวผจญภัยที่เราสามารถดูได้เรื่อย ๆ ตลอดทั้งเรื่อง แต่ส่วนตัวแค่รู้สึกว่าความตื่นเต้นลดลงจากภาคแรก อย่างไรก็ตามแต่ เป็นหนังที่ควรหามาดูเพราะแค่ดู CG อย่างเดียวก็คุ้มแล้วครับ

มีฉายผ่าน Streaming online แล้วในช่องทางต่าง ๆ ครับ

คะแนนส่วนตัว 4/5

รีวิวโดย A.L. Lucky

ตัวอย่าง


ขอบคุณภาพจาก 20th Century Studios รูปหน้าปกที่ 1รูปหน้าปกที่ 2รูปหน้าปกที่ 3

วันอังคารที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565

รีวิวหนัง Spirit Halloween The Movie (2022)

 


              Spirit Halloween The Movie (2022) เป็นภาพยนตร์สยองขวัญเหนือธรรมชาติของอเมริกาที่กำกับโดย David Poag ในการกำกับภาพยนตร์เรื่องแรกของเขาและเขียนโดย Billie Bates อำนวยการสร้างร่วมกับ the Spirit Halloween นำแสดงโดย Christopher Lloyd และ Rachael Leigh Cook เข้าฉายในโรงภาพยนตร์วันที่ 30 กันยายน 2022 ก่อนเข้าฉายบนแพลตฟอร์มวิดีโอออนดีมานด์ (VOD) ในวันที่ 11 ตุลาคม 2022

              วิญญาณที่ถูกทรมาน หนึ่งชั่วโมงในวันครบรอบการจากไปของพวกมัน พวกเขาสามารถครอบครองสิ่งของต่าง ๆ ได้ 

              เรื่องราวของ เจค, คาร์สัน และ โบ เด็กชายสามคน ที่ชวนกันไปค้างคืนในร้าน Spirit Halloween ในวันฮาโลวีนวันเสาร์ วันหยุดที่ดีที่สุดของปี โดยแอบอยู่ในสิ่งของในร้านและออกมาตอนที่ร้านปิด เมื่อเจ้าของไม่อยู่พวกเขาก็เล่นสนุกสนานกัน จากนั้นไม่นานไฟก็เริ่มดับบางส่วน และพวกเขาก็เห็นแสงประหลาดสีฟ้า ซึ่งมันเคลื่อนไหวได้โดยได้เข้าไปสิงในสิ่งของฮาโลวีนเข้า ทำให้มันมีชีวิตไล่ล่าพวกเขา พวกเขาจึงต้องเอาชีวิตรอดจากมันพร้อมกับการหาทางออกจากที่นี่

              เปิดเรื่องฉายถึงตัวละครที่มาทวงที่ดินและถูกผู้ถูกทวงใช้มนตร์ดำเล่นงานและมีแสงมีฟ้าปรากำออกมาก่อนตัดเข้าเรื่อง โดยฉายถึงตัวละครหลักที่มาร้าน Spirit Halloween ซึ่งสิ่งของตกแต่งในร้านล้วนเกี่ยวกับฮาโลวีนที่ทำได้น่าสนใจดี พร้อมกับค่อย ๆ ฉายถึงบางอย่างที่เคลื่อนไหวได้ จากนั้นก็ตัดเปลี่ยนฉากไปเน้นฉายตัวละครเจคเป็นหลัก ซึ่งค่อนข้างน่าเบื่อไปหน่อย โดยหลังจากนี้จะดำเนินเรื่องเหมือนเป็นตอน ๆ มีสองตอน ซึ่งเริ่มจากตอน Fright Night ซึ่งเป็นช่วงที่ตัวละครชวนกันไปค้างคืน ตามด้วยตอน Halloween เป็นช่วงที่ตัวละครไปยังร้าน Spirit Halloween แต่กว่าจะเริ่มค้างคืนค่อนข้างนานไปหน่อย ซึ่งเมื่อมาถึงก็ฉายถึงแสงสีฟ้าในช่วงเปิดเรื่องและฉายถึงตัวละครที่เล่นสนุกกันก่อนที่ไฟจะดับบางส่วนและเกิดเรื่องแปลก ๆ ซึ่งดูหลอน ๆ ดี โดยมีฉายถึงตัวละครอื่นที่เกี่ยวข้องข้างนอกบ้าง จากนั้นก็ฉายถึงแสงสีฟ้าอีกครั้งที่เมื่อเข้าไปสิงที่ไหนทำให้สิ่งนั้นมีชีวิต โดยตัวที่สิงมีหลากหลายดีและจะออกตามล่าตัวละคร ซึ่งตัวละครก็ต้องเอาชีวิตรอดและหาทางออกไปด้วย ช่วงไล่ล่าก็ชวนลุ้นบ้าง แต่หนังจะค่อนข้างออกไปทางแฟนตาซีหน่อย จึงดูแล้วไม่ค่อยลุ้นระทึกน่ากลัว โดยก่อนจบได้ทิ้งท้ายในช่วงหนึ่งปีต่อมา ซึ่งพล็อตเรื่องคล้าย ๆ เรื่อง The Curse Of Bridge Hollow (2022) คำสาปแห่งบริดจ์ฮอลโลว์ 

คะแนนส่วนตัว 5.5/10

ตัวอย่าง


อ่านรีวิว The Curse Of Bridge Hollow (2022) คำสาปแห่งบริดจ์ฮอลโลว์


ขอบคุณภาพจาก Facebook Hideout Pictures รูปหน้าปกที่ 1

ขอบคุณภาพจาก IMDb เครดิต Strike Back Studios รูปหน้าปกที่ 2รูปหน้าปกที่ 3รูปหน้าปกที่ 4


วันเสาร์ที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2565

รีวิวหนัง THE SCHOOL FOR GOOD AND EVIL (2022) โรงเรียนแห่งความดีและความชั่ว

 


               THE SCHOOL FOR GOOD AND EVIL (2022) โรงเรียนแห่งความดีและความชั่ว เป็นภาพยนตร์แฟนตาซีที่กำกับโดย Paul Feig สร้างจากนวนิยายชื่อเดียวกันในปี 2013 โดย Soman Chainani บทภาพยนตร์ที่เขียนโดย David Magee และ Paul Feig นำแสดงโดย Sophia Anne Caruso, Sofia Wylie, Charlize Theron, Kerry Washington, Laurence Fishburne, Michelle Yeoh, Jamie Flatters, Kit Young และ Peter Serafinowicz โดย Universal Pictures ถูกกำหนดให้เปิดตัวภาพยนตร์เรื่องนี้ในตอนแรก Netflix เข้าครอบครองในปี 2020 โดย Universal ได้รับการรับรอง การผลิตเริ่มขึ้นในต้นปี 2021 ในเมืองเบลฟัสต์และหลังจากนั้นในปีนั้น ภาพยนตร์เรื่องนี้เข้าฉายเมื่อวันที่ 19 ตุลาคม2022 

              โรงเรียนดีงามฝึกสอนเหล่าตัวเอกฝ่ายธรรมะ โรงเรียนทรามชั่วฝึกสอนเหล่าตัวร้ายฝ่ายอธรรม

              เรื่องราวของ โซฟี ที่อยู่กับแม่เลี้ยงใจร้าย และ อกาธา (แอ็กกี้) เมืองกาวัลดอน ไกลจากชานเมือง ในหมู่บ้านเล็ก ๆ บนเนินเกรฟส์ฮิลล์ ผู้ถูกกล่าวหาว่าเป็นแม่มด ทั้งสองได้มาเจอกันโดยบังเอิญ จนกลายเป็นมิตรภาพที่แตกต่าง และได้ชวนกันไปร้านหนังสือนิทานของโดวิลล์ เผื่อมีหนังสืออะไรใหม่ ๆ เข้ามา โดยเจ้าของร้านได้แนะนำหนังสือเกี่ยวกับโรงเรียนแห่งความดีงามและความชั่วร้าย ให้พวกเธอ ซึ่งเมื่อยี่สิบปีที่แล้วเด็กสาวชื่อลีโอโนร่าถูกพาตัวไปจากหมู่บ้านในคืนท้องฟ้าแดงฉาน โดยเชื่อว่าโรงเรียนต้องการตัวไปทำอะไรสักอย่าง ทำให้โซฟีสนใจอยากเข้าเรียน เพื่อเป็นทางออกจากเมืองนี้ จนในที่สุดพวกเธอก็ถูกพามายังโรงเรียนแห่งความดีและความชั่ว โดยโซฟีถูกพามายังโรงเรียนแห่งความชั่วที่มีเลดี้เลซโซ่เป็นครูใหญ่ของโรงเรียนและอกาธาถูกพามายังโรงเรียนแห่งความดีที่มีอาจารย์โดวีย์เป็นครูใหญ่ของโรงเรียน 

               เป็นหนังแนวแฟนตาซีเวทมนตร์ที่มาจากในนิยาย โดยเปิดเรื่องได้น่าสนใจดีด้วยการเกริ่นนำเรื่องราวเมื่อหลายปีก่อนสองพี่น้องราเฟลและริอานผู้ทรงพลังได้สร้างโรงเรียนแห่งหนึ่ง เพื่อรักษาสมดุลระหว่างความดีงามทรามร้ายในโลกเทพนิยาย สองพี่น้องแบ่งสรรพลังอย่างสงบเป็นเวลาหลายชั่วกัลป์ แต่เรื่องมักไม่ค่อยจะสงบ จากนั้นก็ฉายถึงตัวละครสองพี่น้องที่กำลังต่อสู้กัน ซึ่งฉากแอคชั่นเอฟเฟคปล่อยพลังทำได้น่าสนใจเลย จากนั้นก็ตัดมาที่ช่วงหลายปีต่อมาในดินแดนแสนไกลห่างด้วยการพูดถึงเรื่องราวของตัวละครหลักเป็นช่วง ๆ และฉายถึงตัวละครหลักก่อนจะมาเจอกัน โดยฉายถึงความสัมพันธ์ของทั้งคู่ก่อนเจอโรงเรียนแห่งความดีและความชั่ว ซึ่งช่วงนี้ค่อนข้างน่าเบื่อหน่อย จนเมื่อฉายถึงโรงเรียนเริ่มน่าสนใจขึ้น สถานที่ดูสวยงามอลังการ การแต่งกายของตัวละครดูสวยงามดี โดยจะฉายถึงตัวละครหลักสองคนสลับกันในช่วงแรก ซึ่งสถานที่ทั้งสองฝ่ายดูมีเอกลักษณ์แตกต่างกัน จากนั้นก็ค่อย ๆ ฉายถึงตัวละครอื่นเพิ่มเติม ซึ่งใช้ตัวละครค่อนข้างเยอะ โดยจะเน้นฉายถึงการเรียนที่ทั้งสองฝ่ายต้องมาเจอกันบ้างที่มีความสัมพันธ์ของเพื่อนรักมาเกี่ยวข้อง การคัดเลือกตัวละครก็สมบทบาทดี แต่หนังค่อนข้างยาว เนื้อเรื่องไม่ค่อยมีอะไรมาก ดูแล้วค่อนข้างยืดเยื้อไปหน่อยเหมือนดูซีรีส์มากกว่า แต่ก็สอดแทรกข้อคิดสอนใจได้ดี และหนังจะออกตลก ๆ ซึ่งบางจุดก็ดูตลกไปหน่อย โดยจะมีฉากแอคชั่นปล่อยพลังสอดแทรกบ้าง ซึ่งฉากแอคชั่นทำได้สนุกดี แต่ก็ค่อนข้างน้อยไปหน่อยและพล็อตเรื่องเดาง่ายไม่ค่อยยาก โดยจบทิ้งท้ายเหมือนมีต่อ

คะแนนส่วนตัว 5.5/10

ตัวอย่าง


ขอบคุณภาพจาก IMDb เครดิต Universal Pictures รูปหน้าปกที่ 1รูปหน้าปกที่ 2

วันศุกร์ที่ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2565

รีวิวหนัง The Curse Of Bridge Hollow (2022) คำสาปแห่งบริดจ์ฮอลโลว์

 


           The Curse Of Bridge Hollow (2022) คำสาปแห่งบริดจ์ฮอลโลว์ เป็นภาพยนตร์จากอเมริกาที่กำกับโดย Jeff Wadlow เขียนโดย Todd Berger (บทภาพยนตร์) Robert Rugan (บทภาพยนตร์) John R. Morey (เรื่องราว) นำแสดงโดย Priah Ferguson, Lauren Lapkus และ Marlon Wayans

              สติงกี้ แจ็ค ซึ่งเป็นตำนานเก่าแก่ของชาวไอริชที่เคยมีผู้ชายชั่วร้ายชื่อ สติงกี้ แจ็ค เขาเลวมากจนชาวบ้านสังหารเขา แต่ปีศาจรู้สึกเห็นใจเลยเสกให้เขาเป็นตะเกียงฟักทองแกะสลักที่มีเปลวไฟจากนรกโลกันตร์ โดยทุกฮาโลวีนเขาจะกลับมาสู่เมืองบริดจ์ฮอลโลว์ เพื่อแก้แค้นทายาทของชาวบ้านที่ฆ่าเขา

              เรื่องราวของ ครอบครัวกอร์ดอนได้แก่ ฮาเวิร์ด พ่อที่เกลียดฮาโลวีนเข้าไส้ ครูสอนวิทยาศาสตร์,  เอมิลี่ และ ซิดนีย์ ลูกสาวของพวกเขา ผู้เชี่ยวชาญคาราเต้ ที่ย้ายบ้านใหม่จากบรุกลินมายังบ้านฮอว์ธอร์นเมืองบริดจ์ฮอลโลว์ เมืองที่ได้ชื่อว่าเป็นเมืองเล็กที่ปลอดภัยที่สุดในสหรัฐอเมริกาสิบปีซ้อน ซึ่งพวกเขาได้ย้ายมาในช่วงเทศกาลสติงกี้ แจ็ค คืนฮาโลวีน โดยเมื่อมาถึงก็ได้รู้จักกับเพื่อนบ้านอย่าง จอห์น ซัลลิแวน (ซัลลี่) ซึ่งที่นี่คลั่งฮาโลวีนกันมาก ทุกคนแถวนี้เลือกธีมแต่งบ้านของตัวเอง ส่วนซิดนีย์ก็ได้รู้จักกับ เจมี่, ราโมน่า และ มาริโอ ที่สุสานบริดจ์ฮอลโลว์ แต่แล้วตะเกียงโบราณที่ซิดนีย์เอามาได้ไปปลดปล่อยวิญญาณร้ายออกอาละวาดเข้าสิงหุ่นผีฮาโลวีนจนทำให้พวกมันมีชีวิตและตอนนี้เมืองบริดจ์ฮอลโลว์ ที่ปลอดภัยที่สุดไม่ได้ปลอดภัยอย่างที่คิด ซิดนีย์ และ ฮาเวิร์ด รวมทั้งเพื่อน ๆ ของเธอจึงต้องช่วยกันหาวิธีหยุดยั้งพวกมันให้ได้

               เป็นหนังแนวแฟนตาซีที่ออกตลก ๆ โดยเปิดเรื่องฉายถึงตัวละครที่กำลังเดินทางเข้าสู่เมืองบริดจ์ฮอลโลว์ก่อนตัดเข้าเรื่อง โดยดำเนินเรื่องต่อเนื่องกันเลย ซึ่งเมื่อเข้าเมืองจะฉายถึงสิ่งต่าง ๆ ในเมืองของเทศกาลสติงกี้ แจ็ค คืนฮาโลวีนที่ดูตื่นตาตื่นใจน่าสนใจดี โดยจะเกี่ยวกับตัวละครสยองขวัญจากหลาย ๆ เรื่องรวมกันก่อนที่จะมาถึงบ้าน โดยช่วงแรกจะเป็นการปูเรื่องราวที่มาที่ไปของตัวละคร จากนั้นก็ค่อย ๆ ฉายถึงตัวละครอื่นทีละน้อยและมีพูดเสียดสีถึงหนังเรื่องอื่น ๆ ด้วย รวมทั้งเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับสติงกี้ แจ็ค จากนั้นก็ค่อย ๆ ฉายสิ่งต่าง ๆ ในเมืองเพิ่มเติมและเล่าเรื่องราวของฮอว์ธอร์น ร่างทรงที่หาตัวจับยากแห่งศตวรรษที่ยี่สิบ ซึ่งเคยอยู่และตายในบ้านฮอว์ธอร์น จากนั้นก็จะเริ่มฉายถึงตัวบ้านที่เกิดเหตุการณ์แปลก ๆ การใช้ชีวิตของตัวละครที่เกี่ยวข้องกับฮาโลวีนก่อนที่หุ่นผีฮาโลวีนจะมีชีวิต หลังจากนั้นก็เริ่มลงมือเล่นงาน โดยมีเล่าเรื่องราวของสติงกี้ แจ็คเพิ่มเติม ซึ่งหนังจะเน้นการเล่าเรื่องราวมากไปหน่อยและพล็อตเรื่องมาแนวเดิม ๆ ตามสไตล์ เดาเรื่องไม่ยาก แต่ผีฮาโลวีนแต่ละตัวทำได้น่าสนใจหลากหลายดี โดยช่วงครึ่งเรื่องเป็นต้นไปจะเป็นการหาวิธีหยุดยั้งผีฮาโลวีน

คะแนนส่วนตัว 4.5/10

ตัวอย่าง


ขอบคุณภาพจาก IMDb เครดิต Ugly Baby Productions รูปหน้าปกที่ 1รูปหน้าปกที่ 2รูปหน้าปกที่ 3

วันเสาร์ที่ 6 สิงหาคม พ.ศ. 2565

รีวิวหนัง R.L. STINE’S THE HAUNTING HOUR: DON’T THINK ABOUT IT (2007) อาร์ แอล สไตน์ส : ชั่วโมงหลอน หนังสือปีศาจ

 


             R.L. STINE’S THE HAUNTING HOUR: DON’T THINK ABOUT IT (2007) อาร์ แอล สไตน์ส : ชั่วโมงหลอน หนังสือปีศาจ เป็นภาพยนตร์สยองขวัญสำหรับเด็กอเมริกัน ซึ่งสร้างจากหนังสือเด็กชื่อเดียวกันโดย R. L. Stine กำกับโดย Alex Zamm เขียนโดย Dan Angel และ Billy Brown และนำแสดงโดย Emily Osment, Cody Linley, Brittany Curran และ Tobin Bell เป็นการผลิตร่วมกับ Universal Studios Home Entertainment Family Productions, The Hatchery และ Steeltown Entertainment ได้รับการปล่อยตัวในรูปแบบดีวีดีโดย Universal Studios Home Entertainment เมื่อวันที่ 4 กันยายน 2007 และออกอากาศทาง Cartoon Network เมื่อวันที่ 7 กันยายน 2007

             หนังสือปีศาจ อย่าอ่านเสียงดัง เจ้าปีศาจร้าย เป็นสัตว์น่ากลัว อาหารของมันคือเนื้อสด ๆ มันเป็นสัตว์สองหัว ซึ่งเจ้าไม่อยากพบพาน หัวหนึ่งดูดเลือดเจ้า หัวหนึ่งกินเนื้อเจ้า มันแบกลูกของมันกับไข่ชุ่มเมือกไว้บนหลัง ลูก ๆ มันหิวโหย เมื่อฟักตัวจากไข่ เจ้าปีศาจร้าย จึงดักเหยื่อทั้งเป็นเก็บไว้ให้ลูกกิน เมื่อพวกมันเกิดมา แต่อย่าวิตก อย่าร้อง อย่าโวยวาย เจ้าปีศาจร้ายไม่มีจริง เว้นแต่จะนึกถึงมัน

             เรื่องราวของ แคสซี่ เคลเลอร์ สาวชาวเยอรมันที่ได้ย้ายเข้ามาอยู่ในเมืองใหม่กับครอบครัว จึงต้องย้ายโรงเรียนด้วย ซึ่งการเรียนที่โรงเรียนก็ไม่ค่อยดีนัก เธอแอบชอบ ชอน เรดฟอร์ด หนุ่มชื่อดังในโรงเรียนมัธยมต้นที่ชอบ พริสซิลลา ไรท์ ผู้ซึ่งไม่ถูกกับเธออย่างมาก โดยก่อนที่เธอจะไปงานฮาโลวีนได้แวะไปดูร้านฮาโลวีนที่ไม่เคยเห็นมาก่อน ในร้านเธอได้พบกับชายประหลาดคนหนึ่งที่แนะนำแผนกหนังสือให้เธอหลังจากเห็นเธอถือหนังสือ ซึ่งพอดีกับที่เธอชอบอ่านหนังสือ แต่แผนกหนังสือของเขากลับมีหนังสืออยู่เล่มเดียวที่เขียนว่า The Evil Thing เธอจึงขอดู แต่มันถูกล็อคไว้ต้องซื้อถึงจะได้กุญแจสำหรับเปิด โดยราคาตามที่เธอจ่ายได้ เธอจึงจ่าย 5 ดอลล่าร์ ซึ่งเขาก็ขายให้ทันที พร้อมกับล็อคประตูปิดไล่ให้เธอไปเปิดที่อื่น แต่เมื่อเธอเปิดหนังสือกลับเจอข้อความที่ว่า ห้ามอ่านเสียงดัง และเธอก็ได้เผลออ่านออกมาให้ แม็กซ์ น้องชายของเธอฟังก่อนนอน ทำให้ปีศาจได้ออกมา เธอจึงต้องหาวิธีเอามันกลับไปให้ได้

            เปิดเรื่องฉายถึงตัวละครที่เห็นเหมือนมีบางอย่างแอบดูอยู่และของที่ขยับเองได้ก่อนที่จะเปิดเผยว่าเป็นฝีมือใคร ซึ่งช่วงแรกจะเป็นการปูเรื่องราวของตัวละครหลักและการเรียนที่มีงานเทศกาลฮาโลวีนเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย โดยจะเน้นไปที่เทศกาลฮาโลวีนเป็นหลัก รวมทั้งตัวละครที่แกล้งกันไปมาครึ่งเรื่อง พร้อมกับฉายถึงร้านฮาโลวีนที่ดูหลอน ๆ เจ้าของร้านที่ดูแปลก ๆ ที่ปรากฎตัวเป็นช่วง ๆ และหนังสือปีศาจที่เมื่อเปิดแล้วเจอข้อความแปลก ๆ และเหตุการณ์ผิดปกติตามมา แต่กว่าจะฉายถึงปีศาจจากหนังสือก็ครึ่งเรื่องไปแล้ว ซึ่งก็เดาเรื่องได้ง่ายตามสไตล์แนวแฟนตาซี โดยจะฉายถึงปีศาจที่เริ่มออกเล่นงาน ค่อย ๆ เผยให้เห็นทีละนิดว่าคือตัวอะไร แต่ปีศาจดูตลก ๆ ไม่ค่อยสมจริงเท่าไหร่และมีอยู่ตัวเดียว ซึ่งน่าจะมีหลาย ๆ ตัวจะน่าสนใจกว่านี้ โดยช่วงท้ายเรื่องจะฉายถึงตัวละครที่ต้องช่วยคนจากปีศาจ ซึ่งก็ชวนลุ้นอยู่บ้างและจบทิ้งท้ายเหมือนมีต่อ

คะแนนส่วนตัว 4.5/10

ตัวอย่าง


อ่านรีวิว R.L. Stine’s Monsterville: Cabinet of Souls (2015) อาร์ แอล สไตน์ส เมืองอสุรกาย ตอนตู้กักวิญญาณ



ขอบคุณภาพจาก Universal Studios Home รูปหน้าปกที่ 1 

ขอบคุณภาพจาก IMDb เครดิต Universal Studios Home รูปหน้าปกที่ 2

วันพฤหัสบดีที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2565

รีวิวหนัง Erax (2022) อีแร็กซ์

 

 


          Erax (2022) อีแร็กซ์ เป็นภาพยนตร์สั้นแนวครอบครัวลึกลับจากอเมริกาที่กำกับโดย Hebru Brantley เขียนโดย Hebru Brantley และ Henry G.M. Jones นำแสดงโดย Lance Gross, Jasmine Cephas Jones และ Nicolette Santino   

             เมื่ออีแร็กซ์ในตำนานจากหนังสือฉบับนักสะสมได้ออกมาจริง ๆ และก่อเรื่องวุ่นวายในบ้าน พวกมันต้องการหนังสือ ในขณะที่พวกเธอต้องเอาพวกมันกลับเข้าไปให้ทันก่อนจะหมดเวลา

             เรื่องราวของโอปอล์ที่พลาดวันเกิดของนีน่าหลานสาว จึงได้มอบหนังสือฉบับนักสะสมที่แปลกไม่เหมือนใครให้เธอเป็นของขวัญวันเกิดอวยพรแทนคำขอโทษ โดยเธอให้นีน่าอ่านไประหว่างรอทำผม แต่เมื่อเธอได้เปิดอ่านก็เจอคำพูดที่ว่า " จิตใจอาสำนึกผิดที่พลาดวันเกิดของนีน่า " ทำให้เธองุนงงสงสัยว่า หนังสือเล่มนี้มีเรื่องเด็กหญิงนีน่ากับอาของเธอด้วยหรือ จึงขอดูและก็ได้เจอเรื่องราวเกี่ยวกับ อีแร็กซ์ที่ได้กลิ่นความกลัวและรู้ว่าพวกเธอสงสัย พวกมันซุกซ่อนอยู่ข้างในและตอนนี้เผยร่างออกมา ถ้าเธอพลาด เธอจะกลายเป็นมัน เวลาหมดเมื่อทรายหมด จากนั้นเธอก็ได้เปิดอ่านต่อไปจนต้องแปลกใจอย่างมากเมื่อเรื่องที่อ่านเป็นเรื่องราวของเธอจริง และการที่เธอได้อ่านเรื่องราวนั้นก็เท่ากับว่าเธอได้ปลดปล่อยอีแร็กซ์ในตำนานออกมา

              เป็นหนังที่สั้นมากแค่สิบห้านาทีเท่านั้น ซึ่งจะออกไปทางแฟนตาซีที่ภาพสวยดี โดยเนื่องเรื่องไม่ค่อยมีอะไรมาก เน้นฉายแค่ตัวละครสองคนอาหลานเป็นหลักที่ได้ปลดปล่อยอีแร็กซ์และต้องเอาอีแร็กซ์กลับเข้าไปในหนังสือให้ทันเวลา ซึ่งช่วงแรกจะเป็นช่วงก่อนที่ตัวละครจะปลดปล่อยอีแร็กซ์ในตำนานออกมา จากนั้นก็เกิดไฟดับและฉายถึงอีแร็กซ์ที่หน้าตาน่าเกลียดเหมือนในหนังสือเลย แถมยังสามารถพูดได้ด้วย จึงดูแล้วออกตลก ๆ หลังจากนั้นก็ฉายตัวละครกันแค่สองคนและในบ้านก็เหมือนกลายเป็นในหนังสือ แต่หนังสือสามารถทำให้พวกมันหายไปได้ ซึ่งวิธีเอาพวกมันเข้าไปในหนังสือดูง่ายไปหน่อย

คะแนนส่วนตัว 4/10

ตัวอย่าง https://www.imdb.com/video/vi3473916697/?

 https://www.imdb.com/video/vi3473916697?playlistId=tt17162512https://www.imdb.com/video/vi3473916697?playlistId=tt17162512https://www.imdb.com/video/vi3473916697?playlistId=tt17162512https://www.imdb.com/video/vi3473916697?playlistId=tt17162512

ขอบคุณภาพจาก IMDb รูปหน้าปก


วันอาทิตย์ที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564

รีวิวหนัง Chronicles of the Ghostly Tribe (2015) อสูรยักษ์แห่งหุบเขามรณะ

 


              Chronicles of the Ghostly Tribe (2015) อสูรยักษ์แห่งหุบเขามรณะ ชื่อจีน 九层妖塔 เป็นภาพยนตร์แอ็คชั่นผจญภัย 3 มิติของจีนที่กำกับและเขียนบทโดย Lu Chuan โดยดัดแปลงจากนวนิยายขายดีปี 2006 ของ Zhang Muye เรื่อง Ghost Blows Out the Light ซึ่งเข้าฉายในจีนเมื่อวันที่ 30 กันยายน 2015 นำแสดงโดย Mark Chao, Yao Chen, Rhydian Vaughan, Li Chen, Tiffany Tang และ Daniel Feng

            เรื่องราวของหูปาอีหน่วยที่สามกลุ่มหนึ่งที่ได้อาสาเข้าร่วมภารกิจเข้าไปในถ้ำใหม่ ที่เพิ่งเกิดขึ้นหลังแรงระเบิดจากถ้ำที่ค้นพบฟอสซิลขนาดยักษ์ เพื่อหาสาเหตุจากการระเบิด พร้อมกับคนอื่น ๆ ซึ่งเมื่อพวกเขาเข้ามาก็ได้พบกับอารยธรรมที่เพิ่งถูกค้นพบและพบอุโมงค์ พร้อมทั้งรอยเท้าสิ่งมีชีวิตประหลาดขนาดใหญ่ แต่ในระหว่างนั้นพวกเขาได้พบกับค้างคาวไฟที่เมื่อสัมผัสถูกมันจะเป็นอันตรายถึงชีวิต พวกเขาจึงได้ยิงพวกมันจนทำให้หิมะถล่มและได้หนีจนมาพบกับแท่นบูชาคุนหลุนหรือเจดีย์ปีศาจที่มีความลับของเผ่าวิญญาณอยู่ โดยเขาและหยางผิงได้ไปปลดผนึกตามที่อาจารย์หยางต้องการ ทำไมอาจารย์หยางต้องการให้พวกเขาไปปลดผนึก

            เปิดเรื่องด้วยการพูดเกริ่นนำเรื่องราวคร่าว ๆ ก่อนตัดเข้าเรื่อง ในเดือนสิงหาคม ปี 1934 มีการพบศพมังกรในจังหวัดเหลียวหนิง ปี 1956 นักโบราณคดีได้ค้นพบถ้ำใต้ดินที่ปักกื่ง ปี 1972 ที่หูหนาน มีการพบมัมมี่เพศหญิงในสุสานโบราณโดยที่ร่างมัมมี่ค่อนข้างสมบูรณ์ ปี 1974 มีการพบฟอสซิลที่หุบเขาคุนหลุน ปี 1978 ศาสตราจารย์หลางจือหมิงจากสถาบันบรรพชีวินได้เดินทางไปที่สำรวจและได้ค้นพบสิ่งสำคัญ ปี 1979 ก่อตั้งหน่วยตรวจการณ์ 749 และได้เริ่มต้นสำรวจในระดับที่ใหญ่ขึ้นจนพบโครงกระดูกของมนุษย์ประหลาดสองคน ซึ่งช่วงเข้าเรื่องก็ได้ฉายถึงตัวละครที่ได้ค้นพบซากฟอสซิลของสัตว์ขนาดใหญ่ในถ้ำ จากนั้นก็เกิดเหตุระเบิดหลังถ้ำ ซึ่งเป็นช่วงก่อนที่จะเข้าไปหาสาเหตุในถ้ำ จากนั้นก็เข้าถ้ำทันที จนค่อย ๆ ฉายสิ่งที่พบเจอ รวมทั้งการปรากฎตัวของสัตว์ประหลาดยักษ์และค่อย ๆ เปิดเผยเรื่องราวทีละน้อย ซึ่งสัตว์ประหลาดทำได้สมจริงดี โดยช่วงแรกจะเป็นการเอาชีวิตรอดจากหิมะถล่มในหุบเขาที่ชวนลุ้นอยู่บ้าง แต่ช่วงกลางเรื่องเป็นต้นไป หนังค่อนข้างออกไปในแนวแฟนตาซีที่เกี่ยวกับตำนานของเผ่าวิญญาณมากกว่า ไม่ค่อยเกี่ยวกับชื่อเรื่องเลย โดยมีสัตว์ประหลาดยักษ์เหมือนเป็นตัวประกอบที่แทบไม่ได้ฉายเลย มาเน้นฉายเอาช่วงท้าย ๆ เรื่อง ซึ่งมีฉากแอ็คชั่นบ้าง

คะแนนส่วนตัว 5/10

ตัวอย่าง 


ขอบคุณภาพจาก LeTV รูปหน้าปกที่ 1

ขอบคุณภาพจาก IMDb เครดิต China Film Group Corporation รูปหน้าปกที่ 2รูปหน้าปกที่ 3

วันอาทิตย์ที่ 3 ตุลาคม พ.ศ. 2564

รีวิวหนัง R.L. Stine’s Monsterville: Cabinet of Souls (2015) อาร์ แอล สไตน์ส เมืองอสุรกาย ตอนตู้กักวิญญาณ

 


             R.L. Stine’s Monsterville: Cabinet of Souls (2015) อาร์ แอล สไตน์ส เมืองอสุรกาย ตอนตู้กักวิญญาณ เป็นภาพยนตร์สยองขวัญแนวตลกอเมริกันที่สร้างจากนวนิยายชื่อเดียวกันในปี 2012 ของR.L. Stine กำกับโดย Peter DeLuise เขียนบทและอำนวยการสร้างโดย Dan Angel และ Billy Brown นำแสดงโดย Dove Cameron, Katherine McNamara, Braeden Lemasters, Tiffany Espensen และ Ryan McCartan

            เรื่องราวของนักเรียนโรงเรียนมัธยมปลายแดนฟิลด์ เคลเลน, เบธ, นิโคล และ ลุค พร้อมด้วย ฮันเตอร์ เพื่อนใหม่ ที่ได้รับคำชวนจากผู้ลึกลับสองคน ฮิสทีเรีย และ ลิลิธในระหว่างที่พวกเขากำลังสนุกสนานกับงานเทศกาลฮาโลวีนและฤดูเก็บเกี่ยวประจำปีที่เมืองโอลด์ ทาวน์ ให้เข้าสู่ห้องสยองขวัญของด็อกเตอร์ฮิสทีเรีย กากอยล์ส-ก๊อบลิน ห้องที่ไม่เหมาะกับคนขวัญอ่อน แต่เหมาะกับผู้แสวงหาความเขย่าขวัญสั่นประสาทในคืนพรุ่งนี้และปิดตอนเที่ยงคืนของวันฮาโลวีน เมื่อพวกเขาได้ยินดังนั้นจึงสนใจมากและมาซื้อตั้วเข้าห้องสยองขวัญ แต่ในระหว่างกำลังเดินชมห้องสยองขวัญ เบธได้หลงทางจนไปเจอกับบางสิ่งที่ดูสมจริงมาก อีกทั้งเธอยังค้นพบว่ามีสาวน้อย แอนเดรีย เพย์ตัน หายตัวไปจากเมืองเฟเดอร์สัน ทำให้เธอสงสัยว่ามีบางอย่างในนั้นที่ไม่อยากให้เห็น จึงได้แอบเข้ามาดูและได้พบกับตู้เก็บวิญญาณ ที่บอกว่าอย่าเปิดตู้แห่งวิญญาณในห้องสยองขวัญเด็ดขาด และตอนนี้ตู้เก็บวิญญาณก็ต้องการวิญญาณดวงใหม่

             เป็นหนังที่ออกแนวแฟนตาซีตลก ๆ เล็กน้อย โดยเปิดเรื่องฉายถึงตัวละครที่กลายเป็นอสูรกายในงานฮาโลวีนก่อนตัดเข้าเรื่องฉายถึงเทศกาลฮาโลวีนและฤดูเก็บเกี่ยวประจำปีที่เมืองโอลด์ ทาวน์ ช่วงหนึ่งปีต่อมา ก่อนที่จะฉายถึงตัวละครลึกลับสองคนที่ดูไม่น่าไว้วางใจ ที่ชวนให้เดินผ่านประตูสีดำน่ากลัว เพื่อเข้าสู่ห้องสยองขวัญ ซึ่งเป็นช่วงก่อนที่ตัวละครจะเข้าห้องสยองขวัญที่มีช่วงน่ารัก ๆ ของตัวละครสอดแทรกบ้าง จนเมื่อได้เข้าห้องสยองขวัญก็ดูน่าสนใจดี มีตัวละครจากหนังสยองขวัญหลาย ๆ เรื่อง จากนั้นค่อย ๆ ชวนลุ้นเอาใจช่วยตัวละคร เมื่อตัวละครจากหนังสยองขวัญเหมือนกับของจริง จึงชวนหวาดระแวงว่าเป็นตัวจริงหรือนักแสดง แต่ก็ชวนลุ้นแค่นิดเดียว รวมทั้งนิโคล และ ลุค ที่มีท่าทางแปลกไปหลังจากถูกมนต์สะกด โดยค่อย ๆ เปิดเผยเรื่องราวในช่วงกลาง ๆ เรื่องที่รวมถึงตัวละครที่หายตัวไปในช่วงเปิดเรื่องด้วย ซึ่งช่วงท้ายเรื่องจะเป็นการตามหาตัวละครที่หายตัวไปที่ต้องเข้าไปยังห้องสยองขวัญอีกครั้ง มีหักมุมบ้างเล็กน้อย ซึ่งก็จบได้ดี

คะแนน 6.5/10

ตัวอย่าง 


ขอบคุณภาพจาก Universal 1440 Entertainment รูปหน้าปกที่ 1

ขอบคุณภาพจาก IMDb เครดิต Universal 1440 Entertainment รูปหน้าปกที่ 2 / รูปหน้าปกที่ 3

วันพุธที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2564

รีวิวหนัง Legend of The Naga Pearls (2017) อภินิหารตำนานมุกนาคี

 


                Legend of The Naga Pearls (2017) อภินิหารตำนานมุกนาคี ชื่อจีน 鲛珠传 (Jiāo zhū chuán) เป็นภาพยนตร์แฟนตาซีผจญภัยของจีนที่กำกับโดย Yang Lei ซึ่งเป็นภาพยนตร์เรื่องแรกที่ตั้งขึ้นในโลกสมมุติของ Novoland เข้าฉายเมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2017 ในประเทศจีน นำแสดงโดย Wang Talu, Zhang Tianai และ Sheng Guansen

             เรื่องราวของหนีคงคงหรือเจ้าของฉายาเซียนดาวโจร เด็กกำพร้าผู้มีฝ่ามือเรืองแสงติดตัวมาแต่เด็ก จนถูกมองว่าเป็นตัวประหลาดที่ถูกเพื่อนแกล้ง จึงไม่มีเพื่อน มีเพียงโอก้าที่เป็นเพื่อนเล่นกับเขา จนเมื่อเขาถูกจับและได้เสนอ เพื่อแลกกับการปล่อยตัว เธอจึงมอบงานชิ้นใหญ่ให้เขาไปทำ โดยต้องไปยังสถานที่ต้องห้ามขององค์ชายที่ชอบสะสมของล้ำค่าหายากในอีกสองวัน ซึ่งจะเปิดให้คนได้เข้าชมของหายากทุกชิ้นที่ประเมินค่าไม่ได้ ทำให้เขาได้เผลอไปครอบครองกล่องใบหนึ่งที่มีไข่มุกนาคีอยู่ข้างใน ซึ่งเป็นอาวุธทรงพลังที่หัวหน้าเผ่าปักษาหรือเซวี่ยเลี่ยกำลังตามหาอยู่ เพื่อนำไปเปิดดวงตาสวรรค์สร้างความวิบัติล้างเผ่าพันธุ์มนุษย์และกอบกู้ศักดิ์ศรีคืนมา แต่เขาเปิดกล่องยังไงก็เปิดไม่ได้ เขาจึงต้องร่วมมือกับเฮยอวี่เผ่าปักษาและกาลี่ องค์ชาย เพื่อหาคนที่เปิดกล่องได้ แต่ยังไม่ทันไรก็ถูกเซวี่ยเลี่ยแย่งไปได้ พวกเขาจึงต้องรีบไปขัดขวางและช่วยฮ่องเต้ให้ทัน

             เป็นหนังแนวแฟนตาซีจินตนการระหว่างมนุษย์กับเผ่าปักษา ซึ่งเนื้อเรื่องไม่ค่อยมีอะไรมาก จะเน้นไปที่ตัวละครสามคนที่ต้องการเปิดกล่องและทำลาย โดยต้องเผชิญกับตัวร้ายที่ตามแย่งกล่อง เพื่อนำไข่มุกนาคีข้างในกล่องไปเปิดดวงตาสวรรค์ โดยเปิดเรื่องด้วยการพูดเกริ่นนำเรื่องราวคร่าว ๆ ระหว่างเผ่าปักษาที่ปกครองโดยเชวี่ยเลี่ยกับมนุษย์หรืออาณาจักรสวรรค์ก่อนที่จะตัดมาฉายถึงตัวละครหลักในวัยเด็ก ซึ่งฉายให้เห็นฝ่ามือเรืองแสงและตัดมาฉายตัวละครหลักในตอนโต ซึ่งเป็นช่วงก่อนที่ตัวละครหลักจะได้ครอบครองไข่มุกนาคี จากนั้นก็ค่อย ๆ ฉายตัวร้าย พร้อมกับตัวละครอีกสองคนที่ต้องร่วมมือกับตัวละครหลัก ซึ่งตลอดทั้งเรื่องก็จะมีฉากตลกน่ารักของตัวละครสอดแทรกให้ยิ้มและหัวเราะบ้าง ซึ่งพระเอกแสดงได้น่ารักทะเล้นดีและยังมีโอก้าเป็นตัวช่วยสร้างสีสันในเรื่องอีกด้วย ถึงแม้จะออกไปทางแฟนตาซีก็ตามและฉากบินบางฉากดูลอย ๆ ไปบ้าง โดยจะมีเล่าเรื่องราวอีกครั้งเกี่ยวกับไข่มุกนาคีในช่วงท้าย ๆ เรื่อง มีฉากแอคชั่นเป็นช่วง ๆ ซึ่งฉากแอคชั่นทำได้สนุกดี ซึ่งในช่วงท้ายจะเป็นช่วงที่ตัวละครต้องไปหยุดยั้งตัวร้ายและช่วยฮ่องเต้ ซึ่งก็จบได้ดี แต่เหมือนทิ้งท้ายมีต่อ

คะแนน 6.5/10

ตัวอย่าง


ขอบคุณภาพจาก IMDb เครดิต Media Asia Films รูปหน้าปกที่ 1 / รูปหน้าปกที่ 2 /
รูปหน้าปกที่ 3 

ป้ายกำกับ