แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ หนังเอเซีย แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ หนังเอเซีย แสดงบทความทั้งหมด

วันอังคารที่ 15 กันยายน พ.ศ. 2569

รีวิวหนัง Hope (2026) โฮป

 


            Hope (2026) โฮป เป็นภาพยนตร์แอ็กชันไซไฟระทึกขวัญมหากาพย์ของเกาหลีใต้ที่เขียนบท กำกับ และร่วมผลิตโดย Na Hong-jin นำแสดงโดย Hwang Jung-min, Zo In-sung, Hoyeon, Taylor Russell, Cameron Britton, Alicia Vikander และ Michael Fassbender

           โดยได้ฉายรอบปฐมทัศน์โลกในสายการประกวดหลักของเทศกาลภาพยนตร์คานส์ 2026 เมื่อวันที่ 17 พฤษภาคม 2026 ซึ่งเข้าชิงรางวัลปาล์มทองคำ และได้เข้าฉายในโรงภาพยนตร์โดย Plus M Entertainment ในเกาหลีใต้เมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม

           เรื่องราวของ โก บุม-ซอก หัวหน้าตำรวจของ โฮป ฮาร์เบอร์ หมู่บ้านเล็ก ๆ ใกล้เขตปลอดทหารเกาหลี และ โคซองกี ญาติของเขา ที่ต้องมาสืบหาต้นตอรอยแผลของเหยื่อ ซึ่งพวกเขาคิดว่าเป็นฝีมือของเสือ แต่เมื่อพวกเขาสืบลึกเท่าไหร่ก็ยิ่งต้องตกใจ เมื่อสิ่งที่พวกเขาเผชิญหน้าไม่ใช่เสือ แต่เป็นเอเลี่ยนขนาดมหึมา พวกเขาจึงต้องร่วมมือกันกำจัดเอเลี่ยนให้ได้ก่อนที่จะมีคนตายเพิ่มขึ้น

           เปิดเรื่องฉายถึงเหยื่อที่ถูกบางอย่างฆ่าตาย โดยเป็นรอยแผลที่แปลกประหลาด จนทำให้ต้องแยกทางกันสืบสวน โดยจะฉายสลับกันระหว่างกลุ่มหนึ่งที่เข้าไปสืบในป่า ส่วนอีกตัวละครต้องเข้าไปสืบตามหมู่บ้าน ซึ่งในระหว่างนั้นก็ค่อย ๆ ฉายถึงเหยื่อที่ตายแบบแปลกประหลาดและเกิดเหตุบางอย่างขึ้น แต่หนังพยายามไม่ฉายให้เห็นว่าคือตัวอะไร ซึ่งก็ชวนลุ้นและติดตามไปกับตัวละครด้วย แต่กว่าจะเปิดเผยถึงสัตว์ประหลาดที่เป็นต้นเหตุของเรื่องก็ค่อนข้างนานมาก แต่สถานที่ในเรื่องก็ทำได้น่าสนใจเข้ากับบรรยากาศดี ซึ่งฉากเปิดตัวเอเลี่ยนก็ทำได้น่าสนใจ โดยเอเลี่ยนไม่ได้มีแค่ตัวเดียว มีหลายตัว และแต่ละตัวก็มาในรูปแบบที่แตกต่างกัน แถมบางตัวพูดได้ด้วย ซึ่งดูแล้วกลับรู้สึกสงสารเอเลี่ยนมากกว่า โดยเฉพาะช่วงท้ายเรื่อง แต่หลังจากที่เอเลี่ยนปรากฎตัวหนังกลับไม่มีอะไรให้น่าติดตามมากนัก เพราะเน้นไปที่มนุษย์ไล่กำจัดเอเลี่ยนและเอเลี่ยนไล่ล่ามนุษย์ทั้งเรื่อง และก็เดาเรื่องได้ไม่ยาก บางจุดก็ไม่สมเหตุสมผลเลย จึงดูแล้วไม่ค่อยชวนลุ้นเท่าไหร่ ตัวละครบางตัวดูแล้วก็น่ารำคาญ ซึ่งหนังพยายามใส่ความตลกเข้ามา แต่กลับดูแล้วไม่ตลกเลย โดยดูจนจบก็ไม่ได้เปิดเผยเรื่องราวเกี่ยวกับเอเลี่ยนมากนัก เพียงแต่เปิดเผยแค่บางจุดเกี่ยวกับเอเลี่ยน ซึ่งได้จบทิ้งท้ายไปภาคต่อ

คะแนนส่วนตัว 4.5/10

ตัวอย่าง


ขอบคุณภาพจาก IMDb เครดิต Forged Films รูปหน้าปกที่ 1 / รูปหน้าปกที่ 2 / รูปหน้าปกที่ 3

วันพฤหัสบดีที่ 11 มิถุนายน พ.ศ. 2569

รีวิวหนัง Colony (2026) ยึดร่างคลั่ง

 

           Colony (2026) ยึดร่างคลั่ง เป็นภาพยนตร์แอ็คชั่นสยองขวัญสัญชาติเกาหลีใต้ที่กำกับและเขียนบทโดย Yeon Sang-ho โดยมี Choi Gyu-seok เป็นผู้ร่วมเขียนบท นำแสดงโดย Jun Ji-hyun, Koo Kyo-hwan, Ji Chang-wook, Kim Shin-rok, Shin Hyun-been และ Go Soo

          โดยฉายรอบปฐมทัศน์โลกในส่วน Midnight Screenings ของเทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์ปี 2026 เมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม 2026 จัดจำหน่ายโดย Showbox และเข้าฉายในโรงภาพยนตร์ในเกาหลีใต้เมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม

          เรื่องราวของ ควอน เซ-จอง ที่ได้รับเชิญให้เข้าร่วมงานนำเสนอของบริษัท Chains Bio ที่อาคารดงอู-ริ โดยได้รับการแนะนำจาก ฮัน กยู-ซอง อดีตสามีของเธอ ซึ่งกำลังเตรียมตัวย้ายไปต่างประเทศ แต่แล้วไม่นานก็เกิดเหตุก่อการร้ายทางชีวภาพขึ้นด้วยฝีมือนักวิทยาศาสตร์ ซอ ยอง-ชอล ซึ่งเป็นวัคซีนของอาวุธชีวภาพนี้ เธอและคนอื่น ๆ ในอาคารนี้จึงต้องช่วยกันเอาตัวรอดออกไปจากที่นี่ให้ได้ ในขณะที่อาคารนี้ถูกกักกันระหว่างหาทางควบคุมเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

          เปิดเรื่องฉายถึงตัวละครลึกลับที่โทรแจ้งตำรวจเรื่องก่อการร้ายทางชีวภาพที่อาคารดงอู-ริ โดยที่ตัวเองเป็นวัคซีน ก่อนตัดเข้าเรื่องฉายถึงตัวละครหลักที่ถูกเชิญมาร่วมงานของบริษัท Chains Bio ในอาคารดงอู-ริ โดยได้อธิบายถึงงานคร่าว ๆ จากนั้นก็ค่อย ๆ ฉายถึงตัวละครสำคัญ ๆ ในเรื่อง ก่อนที่จะฉายถึงตัวละครลึกลับในช่วงเปิดเรื่องที่จะก่อการร้าย ซึ่งตัวละครแต่ละคนก็แสดงได้สมบทบาทดี โดยใช้เวลาไม่นานก็เกิดเรื่องขึ้นทันที โดยตัวละครแต่ละคนก็มาในแนวคล้าย ๆ กับเรื่อง Train to Busan (2016) ด่วนนรกซอมบี้คลั่ง แต่สาเหตุของซอมบี้จะต่างออกไป โดยซอมบี้เรื่องนี้จะเกิดจากเชื้อราเมือกที่สาเหตุหลอมรวมตัวเชื่อมติดกันได้และค่อย ๆ วิวัฒนาการเรียนรู้จนค่อย ๆ ฉลาดขึ้น โดยมีตัวหัวหน้าที่เป็นตัวแรกของการแพร่เชื้อควบคุม แต่มีข้อเสียคือถ้าหัวหน้าตาย ซอมบี้ตัวอื่น ๆ ก็จะค้างหมด แต่ยากกว่าเรื่องอื่นตรงตัวหัวหน้าเป็นมนุษย์ ซึ่งพอเกิดเรื่องแล้วก็ชวนลุ้นเอาใจช่วยตัวละครตลอดทั้งเรื่อง ไม่มีช่วงที่น่าเบื่อเลย แต่ก็มีบางจุดที่พอเดาเรื่องได้บ้าง โดยจะฉายตัวละครทั้งข้างในอาคารและข้างนอกที่กำลังหาทางควบคุมเหตุการณ์ ซึ่งในช่วงแรกตัวละครจะช่วยกันเอาตัวรอดจากซอมบี้ พร้อมทั้งสังเกตพฤติกรรมของซอมบี้ เพื่อเอาตัวรอด หลังจากนั้นจะช่วยกันตามจับตัววัคซีน ก่อนจะเปลี่ยนเป็นช่วยกันกำจัดวัคซีนในช่วงท้ายเรื่อง ซึ่งดูแล้วก็สงสารตัวละครบางคน โดยมีดราม่าบ้างเล็กน้อยและจบทิ้งท้ายเหมือนมีต่อ

คะแนนส่วนตัว 7/10

อ่านรีวิว Train to Busan (2016) ด่วนนรกซอมบี้คลั่ง

ตัวอย่าง


ขอบคุณภาพจาก IMDb เครดิต Wow Point รูปหน้าปกที่ 1 / รูปหน้าปกที่ 2 / รูปหน้าปกที่ 3

วันอาทิตย์ที่ 26 ตุลาคม พ.ศ. 2568

รีวิวหนัง The Elixir (2025) น้ำทิพย์ชะโลมตาย

 


         The Elixir (2025) น้ำทิพย์ชะโลมตาย หรือมีอีกชื่อว่า Abadi Nan Jaya เป็นภาพยนตร์ซอมบี้อินโดนีเซียที่กำกับโดย Kimo Stamboel ซึ่งบริการสตรีมมิง Netflix ได้นำภาพยนตร์เรื่องนี้เข้าฉายในรายการของตนทั่วโลกเมื่อวันที่ 23 ตุลาคม 2025

          สมุนไพรเอเอ็นเจ23บี สมุนไพรอายุวัฒนะชั้นดีที่จะเปลี่ยนทุกอย่างให้ดีขึ้น รวมทั้งเปลี่ยนให้กลายเป็นซอมบี้

          เรื่องราวของ ครอบครัวโรงงานวานี วารัส อย่าง คารีน่า, เนส (เคเนส) , รุด (รูดี้) , ดีมิน, บัง และ ฮาน (ไลฮาน) ที่แต่ละคนไม่ค่อยจะถูกคอกัน รวมทั้งโรงงานที่ถูกบีบให้ขาย เนื่องจากเป็นบริษัทระดับล่างที่ไม่เคยพัฒนาและไม่มีสมุนไพรชนิดพิเศษ จนกระทั่งได้สมุนไพรตัวใหม่มา ซึ่งจะเปลี่ยนทุกอย่างเป็นยาอายุวัฒนะชั้นดี แต่หารู้ไม่ว่ามีผลลัพธ์บางอย่างแอบแฝงอยู่

           เปิดเรื่องฉายถึงตัวละครที่ติดเชื้อและกำลังกลายเป็นซอมบี้ก่อนตัดเข้าเรื่องฉายถึงการผลิตสินค้าบางอย่างและนำส่งให้แต่ละคน ซึ่งคนที่ได้รับเป็นครอบครัวที่เป็นตัวละครสำคัญในเรื่อง พร้อมกับปูที่มาที่ไปของครอบครัวนี้ จากนั้นก็เริ่มฉายถึงสินค้าที่ใช้แล้วทำให้เปลี่ยนไปจากคนแก่เป็นวัยหนุ่มสาว แต่ก็มีผลลัพธ์บางอย่างแอบแฝง ซึ่งช่วงนี้ก็ฉายถึงความสัมพันธ์ของครอบครัวก่อนที่ตัวละครที่ใช้สมุนไพรจะค่อย ๆ เปลี่ยนไป โดยบนตัวที่มีแผลค่อย ๆ กระจายตัว  สายตาเริ่มฟ้าฟาง จากนั้นก็กระอักเลือดออกมาและหัวใจหยุดหายใจ โดยสักพักก็ได้ฟื้นคีนชีพและมีอาการเสียสติพุ่งเข้ากัดเหยื่อ ซึ่งอาการซอมบี้เรื่องนี้ก็คล้าย ๆ กับเรื่องอื่น ๆ แต่มีบางจุดที่ไม่เหมือนเรื่องอื่นเล็กน้อย ซึ่งซอมบี้ดูติดตลกไปหน่อย โดยเมื่อเกิดเรื่องก็ชวนลุ้นชวนหวาดเสียวดี แต่ก็มีฉากที่ขัดใจและรำคาญตัวละครบ้าง รวมทั้งเดาเรื่องได้ง่ายไปหน่อย จนเมื่อดำเนินเรื่องมาสักพักก็ฉายวนมาถึงเหตุการณ์ในช่วงเปิดเรื่อง ซึ่งเมื่อเข้าสู่ช่วงนี้กลับดูแล้วกลายเป็นน่ารำคาญและขัดใจตัวละครมากขึ้นกว่าเดิม ดูแล้วค่อนข้างหงุดหงิดทีเดียว ซึ่งจะฉายตัดสลับตัวละครสองฝ่ายที่มีเหตุให้อยู่คนละที่กันต้องเอาชีวิตรอดมาเจอกัน โดยมีตัวละครสองคนในช่วงเปิดเรื่องเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย ซึ่งช่วงท้ายเรื่องชวนลุ้นเอาใจช่วยตัวละครดีและชวนติดตามว่าตัวละครจะเอาชีวิตรอดยังไง โดยเริ่มมีดราม่าในช่วงท้ายเรื่องและจบทิ้งท้ายเหมือนมีต่อ

คะแนนส่วนตัว 4.5/10

ตัวอย่าง


ขอบคุณภาพจาก IMDb เครดิต Mowin Pictures รูปหน้าปกที่ 1 / รูปหน้าปกที่ 2

วันอาทิตย์ที่ 28 กันยายน พ.ศ. 2568

รีวิวหนัง Isolated (2025) ตัดขาด

 


            Isolated (2025) ตัดขาด เป็นภาพยนตร์สยองขวัญจิตวิทยาของฟิลิปปินส์ที่ กำกับและเขียนบทโดย Benedict Mique บทภาพยนตร์โดย Mique, Juvy Galamiton และ Shania Vonzel Obena นำแสดงโดย Joel Torre และ Yassi Pressman โดยเป็นภาพยนตร์สยองขวัญเรื่องแรกของ Yassi Pressman 

           เรื่องราวของ โรส พยาบาลที่เดือดร้อนเงินในการช่วยเหลือครอบครัว บังเอิญเจอประกาศหางานพยาบาลส่วนตัวอยู่ประจำเข้า ถึงแม้จะห่างไกลบ้าน แต่ก็ต้องตัดสินใจไปทำ ซึ่งเมื่อมาถึงที่นัดหมาย เธอได้รับการต้อนรับจาก มาเบธ พยาบาลเก่าที่ไม่ว่างดูแลต่อ โดยได้ขับพาเธอมายังบ้าน ที่ซึ่งเคยเป็นรีสอร์ทมาก่อน แต่ถูกผู้จัดการโกงจนเหลือแต่เงินบำนาญ โดยเธอต้องคอยดูแล ปีเตอร์ ผู้จัดการคนนี้ที่ตอนนี้มีอาการสมองเสื่อม ซึ่งมาเบธจะมาส่งของกินของใช้ให้ทุกวันอาทิตย์ แต่เมื่อเธออยู่ที่นี่ก็มักจะถูกหลอกหลอนจากใครบางคนอยู่ตลอดเวลา ซึ่งเธอคิดว่าเป็นเพราะกัญชาที่เธอสูบ แต่เมื่อเธอรู้ตัวก็ไม่ทันเสียแล้ว

          เปิดเรื่องฉายถึงตัวละครหลัก ซึ่งเป็นการปูเรื่องราวของตัวละครก่อนที่จะไปยังสถานที่แห่งหนึ่ง โดยระหว่างทางและเมื่อมาถึงก็ได้อธิบายสิ่งต่าง ๆ ที่นี่ก่อนที่จะแนะนำผู้ที่ต้องดูแล พร้อมทั้งคำแนะนำต่าง ๆ เกี่ยวกับตัวผู้ป่วย ซึ่งบางจุดก็ดูน่าสงสัย โดยช่วงนี้ไปจะเน้นฉายตัวละครอยู่สองสามคน หลังจากนั้นก็เริ่มฉายถึงบางอย่างหลอน ๆ รวมทั้งตัวละครลึกลับ ซึ่งไม่รู้คนหรือผี ส่วนปีเตอร์ก็มีอาการแปลก ๆ เหมือนคนเสียสติ ซึ่งมักจะเรียกตัวละครหลักว่าแอนน์อยู่เสมอ โดยหลังจากช่วงนี้ไปตัวละครมักถูกหลอกหลอนด้วยตัวละครลึกลับนี้ตลอด ซึ่งเหมือนต้องการบอกบางอย่าง แต่ช่วงที่พูดคุยกันค่อนข้างน่าเบื่อไปหน่อย โดยเมื่อเลยช่วงกลางเรื่องไปได้ฉายถึงคนที่แอบอยู่ในบ้าน ซึ่งเปิดเผยในเวลาต่อมาว่ามาตามหาแฟนที่หายตัวไปล่าสุดที่นี่ ทำให้เริ่มชวนสงสัยตามไปด้วย ก่อนจะเปิดเผยเรื่องราว ซึ่งก็ได้หักมุม แต่ไม่ได้แปลกใจมากนัก ซึ่งก็ชวนลุ้นเอาใจช่วยตัวละคร โดยช่วงท้ายมีฉากโหดบ้าง แต่ช่วงเปิดเผยเรื่องราวค่อนข้างนานไปหน่อยและดูขัดใจตัวละครไปบ้าง ทั้ง ๆ ที่มีโอกาสลงมือ แต่ยังดีที่ช่วงท้ายยังเอาคืนได้และมีหักมุมอีกครั้ง

คะแนนส่วนตัว 5.5/10

ตัวอย่าง


ขอบคุณภาพจาก IMDb เครดิต Lonewolf Films รูปหน้าปกที่ 1 / รูปหน้าปกที่ 2 / รูปหน้าปกที่ 3

วันเสาร์ที่ 23 สิงหาคม พ.ศ. 2568

รีวิวหนัง Pabrik Gula (2025) โรงงานผีดุ

 


            Pabrik Gula (2025) โรงงานผีดุ เป็นภาพยนตร์สยองขวัญเหนือธรรมชาติจากอินโดนีเซียที่กำกับโดย Awi Suryadi โดยอิงจากเรื่องราวไวรัลที่มีชื่อเดียวกันซึ่งเขียนโดย SimpleMan ผลิตโดย MD Pictures แสดงนำโดย Arbani Yasiz, Ersya Aurelia และ Erika Carlina

           เมื่อเจ็ดปีที่แล้วเกิดไฟไหม้โกดังครั้งใหญ่ ทุกคนได้เสียชีวิต เพราะว่าพวกเขาออกไปเดินเล่นข้างนอกในเวลากลางคืน ทุกคืนวิญญาณของพวกเขาจะเดินวนไปวนมาอยู่ในโรงงาน

          เรื่องราวของ หนานหนิง, เอ็นดาห์, วาติ, เฮนดรา, ฟาดุล, แฟรงกี้ และ ดวี คนงานจากเมืองอื่นที่ถูกจ้างมาทำงานที่โรงงานน้ำตาลเก่าในชนบท เนื่องจากคนในพื้นที่ไม่อยากทำงานที่นี่ ซึ่งที่นี่ได้เงินเดือนเยอะ แถมมีที่พักให้ แต่เมื่อถึงเวลาเคอร์ฟิวพวกเขาต้องอยู่ในที่พักห้ามออกมาข้างนอก แต่ก่อนที่จะกำหนดเคอร์ฟิวได้มีคนติดตามใครบางคนออกจากที่พักไปยังโรงงาน และได้เห็นบางอย่างที่นั่น ซึ่งหลังจากนั้นก็ได้เกิดเรื่องแปลก ๆ ขึ้น โดยมีบางสิ่งที่ทำให้พวกมันโกรธ

           เปิดเรื่องฉายถึงตัวละครหลักที่กำลังถูกพาไปยังโรงงานในชวาตะวันออก 2003 ซึ่งเมื่อมาถึงก็ค่อย ๆ ฉายถึงบางอย่างที่นี่ แต่บางจุดก็มาแนวเดิม ๆ จากนั้นก็ตัดเข้าเรื่อง โดยฉายถึงตัวละครที่มาทำงาน ซึ่งก็มีอธิบายสิ่งต่าง ๆ คร่าว ๆ จากนั้นก็ฉายถึงตัวละครที่ทำงานไปเรื่อย และเริ่มพูดถึงเรื่องราวเกี่ยวกับโรงงาน ซึ่งหลังจากที่ตัวละครได้เดินออกจากกระท่อมในตอนกลางคืนก็เริ่มเจอเรื่องลี้ลับต่าง ๆ โดยจะฉายถึงวิญญาณที่ตายแล้วในสภาพที่ถูกเผา ซึ่งก็ชวนลุ้นดีว่าจะโผล่มาเมื่อไหร่ ซึ่งบรรยากาศก็ทำได้ชวนขนลุกดี โดยจะค่อย ๆ เกิดกับตัวละครทีละคน ในขณะที่ตัวละครอีกสองคนก็กำลังทำพิธีไปด้วย ซึ่งได้เข้ามาช่วยทำพิธีในเวลาต่อมา และค่อย ๆ เปิดเผยเรื่องราวในสิ่งที่ทำให้วิญญาณโกรธจากการเล่าเรื่องของตัวละครที่เกิดขึ้น ซึ่งก็ชวนติดตามว่าเป็นฝีมือใคร โดยหลังจากนั้นก็ได้เปิดเผยทันที ซึ่งได้ฉายถึงปีศาจด้วย แต่ฉายแค่นิดเดียว โดยช่วงท้ายจะมาในแนวเข้าสิง ซึ่งดูแล้วค่อนข้างน่าเบื่อไปหน่อย โดยจบทิ้งท้ายเหมือนมีต่อ

คะแนนส่วนตัว 5.5/10

ตัวอย่าง


ขอบคุณภาพจาก MD Pictures รูปหน้าปกที่ 1 / รูปหน้าปกที่ 2

วันอังคารที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2568

รีวิวหนัง Lilim (2025) ซ่อนในเงามืด

 


          Lilim (2025) ซ่อนในเงามืด เป็นภาพยนตร์สยองขวัญเหนือธรรมชาติของฟิลิปปินส์ที่เขียนบทโดย Nikolas Red กำกับโดย Mikhail Red นำแสดงโดย Heaven Peralejo, Eula Valdez และ Ryza Cenon ซึ่งเป็นการร่วมงานครั้งแรกของ Mikhail Red กับพ่อของเขา Raymond Red ผู้ที่ทำหน้าที่เป็นผู้ถ่ายทำภาพยนตร์

          เรื่องราวของ อิสซา ที่ตัดสินใจฆ่าพ่อตัวเอง เนื่องจากชอบทำร้ายเธอ ซึ่งหลังจากที่เธอได้ลงมือฆ่าพ่อตัวเอง ก็ได้พา โทมัส น้องชายหนีไปยังสถานที่ตามที่แม่เคยเล่าให้ฟัง แต่ในระหว่างทางรถได้เสียบนทางหลวง ส่วนน้องชายได้หนีเข้าป่า เธอจึงตามหาเขาจนมาเจอบ้านเด็กกำพร้า ซึ่งที่นั่นเธอได้เจอน้องชาย โดยซิสเตอร์มาร์กาให้เธอค้างที่นี่ ทำให้เธอตัดสินใจขออยู่ที่นี่ไปก่อนและก็ได้พบกับบางอย่างในความมืด

           เปิดเรื่องฉายถึงตัวละครหลักที่ฆ่าพ่อตัวเองก่อนตัดมาที่ นอธเทิร์น ลูซัน ปี 1983 โดยฉายถึงตัวละครหลักที่พาน้องหนี ซึ่งเมื่อมาในป่าได้ฉายถึงตัวละครลึกลับ จากนั้นก็ค่อย ๆ ฉายถึงบ้านเด็กกำพร้าและบางอย่างในบ้านก่อนจะฉายถึงคนข้างใน ซึ่งบ้านก็ค่อนข้างมืด ๆ หลอน ๆ หน่อย ตัวละครข้างในก็ดูแปลก ๆ น่าสงสัย จากนั้นก็เริ่มพูดถึงสิ่งแปลก ๆ ไม่ว่าจะเป็นเด็กกำพร้าที่มีแต่ผู้ชาย ผู้อาวุโสสุดที่อยู่แต่ในห้องและห้ามเข้าห้องนั้น ซึ่งในระหว่างที่อยู่ที่นี่คนพี่ก็มักจะหลอนเห็นพ่อที่ตาย ส่วนคนน้องก็มักจะถูกเด็กคนอื่นแกล้ง จากนั้นก็ค่อย ๆ ฉายถึงความโหดร้ายที่นี่ รวมทั้งพูดถึงลิลิธ ตัวละครที่ทำบางอย่างลับ ๆ บางอย่างที่ปรากฎตัว ซึ่งก็ชวนติดตามดี แต่การดำเนินเรื่องค่อนข้างเนือย ๆ ไปหน่อย โดยช่วงท้ายเรื่องได้ฉายถึงห้องลับและค่อย ๆ เปิดเผยเรื่องราว ซึ่งก็พอเดาได้บ้าง แต่บางจุดก็คิดไม่ถึง ซึ่งมีจุดที่ขัดใจตัวละครอยู่บ้าง

คะแนนส่วนตัว 5/10

ตัวอย่าง

 

ขอบคุณภาพจาก IMDb เครดิต Viva Films รูปหน้าปกที่ 1 / รูปหน้าปกที่ 2 / รูปหน้าปกที่ 3

วันเสาร์ที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2568

รีวิวหนัง Noise (2025) เสียงซ่อนผี

 


            Noise (2025) เสียงซ่อนผี เป็นภาพยนตร์สยองขวัญระทึกขวัญจากเกาหลีใต้ในปี 2024 กำกับโดย Kim Soo-jin ซึ่งเป็นผลงานกำกับภาพยนตร์ครั้งแรก นำแสดงโดย Lee Sun-bin, Kim Min-seok, Han Su-a, Ryu Kyung-soo, Jeon Ik-ryung และ Baek Joo-hee

            โดยเปิดตัวที่เทศกาลภาพยนตร์นานาชาติทอรอนโต 2024 ในวันที่ 7 กันยายน 2024 ถูกฉายโรงภาพยนตร์ในวันที่ 25 มิถุนายน 2025 ที่ประเทศเกาหลีใต้

            "Location ในแต่ละซีนออกแบบได้หลอนมาก หนังเล่นกับเสียง และบรรยากาศที่ชวนเสียวสันหลัง แต่เสียดายที่บทบาทของผีมีน้อยไปหน่อย"

            เรื่องราวของ จูยอง (อีซนบิน)​ สาวหูหนวกที่กำลังตามหา จูฮี (ฮันซูเอ)​ น้องสาวที่หายตัวไปจากห้องพักในอพาร์ทเมนต์ของพวกเธอเอง โดยมีเบาะแสจากคำบอกเล่าของจูฮีก่อนที่จะหายตัวไปว่าเธอมักจะได้ยินเสียงแปลกๆ รบกวนมาจากห้องข้างบนอยู่บ่อยๆ จูยองจึงต้องตามสืบว่าเสียงที่มาจากห้องข้างบนเกี่ยวข้องกับการหายไปของน้องสาวเธอหรือไม่...?

            หนังผีจากเกาหลี ที่ได้บรรยากาศและ Location เป็นตัวบิ๊วอารมณ์และบรรยากาศหลอนๆ ทำให้หนังยังคงลุ้นและเสียวสันหลังไปกับการสร้างซีนที่ว่ามา เพียงแต่ว่าถ้าคาดหวังจะเจอผีโผล่มาบ่อยๆ อาจผิดหวังได้ อย่างที่ว่ามาส่วนตัวจึงรู้สึกว่าเสียดายบรรยากาศ และ Location ที่บิ๊วมาให้หวาดเสียวเล่นๆ แต่มันไม่ค่อยมีอะไรโผล่มาให้สะดุ้งเลย ผีนี่ออกมา 2-3 ฉาก แบบวับๆ แวมๆ ให้ขนลุกอยู่บ้าง ส่วนไคลแมกซ์ก็มาแนวสไตล์เกาหลีที่หักมุมนิดหน่อย

           การแสดงของ อีซนบิน และฮันซูเอ ในบทสองพี่น้องการทำได้ดี ทำให้รู้สึกน่าสงสารที่คนน่ารักทั้งสองคนต้องมาเจออะไรแบบนี้

           ใครที่ชอบหนังผีแนวเน้นบรรยากาศและ Location หลอนๆ ไม่เน้นผีสะดุ้งตุ้งแช่สักเท่าไหร่ก็ขอแนะนำเลยครับ

คะแนนส่วนตัว 6.5/10

รีวิวโดย A.L. Lucky

ตัวอย่าง


ขอบคุณภาพจาก Studio Finecut รูปหน้าปกที่ 1

ขอบคุณภาพจาก IMDb เครดิต Studio Finecut รูปหน้าปกที่ 2 / รูปหน้าปกที่ 3

วันอาทิตย์ที่ 13 กรกฎาคม พ.ศ. 2568

รีวิวหนัง The Mimic (2017)

 

            The Mimic (2017) เป็นภาพยนตร์สยองขวัญเกาหลีใต้ที่เขียนและกำกับโดย Huh Jung นำแสดงโดย Yum Jung-ah และ Park Hyuk-kwon เข้าฉายเมื่อวันที่ 17 สิงหาคม 2017

           เรื่องราวของ พัคฮียอน ที่ได้เห็น จุนซอ ที่หายตัวไปที่โซลห้าปี ซึ่งคิดว่าเขามาตามหาคุณปู่ จึงได้ตามเขาไปจนได้พบกับศพในถ้ำและเด็กคนหนึ่งในเขาจางซาน ซึ่งได้ตามมาหาเธอถึงที่บ้าน เธอจึงให้เด็กอยู่ที่นี่และถามว่าชื่ออะไร แต่พอบอกชื่อตัวเองก็ต้องตกใจมากเมื่อชื่อของเด็กคือ จุนฮี ชื่อเดียวกับลูกสาวเธอเลย แถมอะไร ๆ ก็เหมือนลูกสาวของเธอด้วย ซึ่งเมื่อเธอได้เห็นก็มักจะนึกถึงลูกชาย เด็กคนนี้คือใครกันแน่

           เปิดเรื่องด้วยการทิ้งเป็นปริศนาก่อนตัดเข้าเรื่องด้วยการฉายถึงตัวละครหลัก ซึ่งเป็นการปูที่มาที่ไปของตัวละคร จากนั้นก็ฉายถึงสถานที่ในช่วงเปิดเรื่องและบางอย่างข้างใน รวมทั้งเด็กลึกลับและมีรอยบางอย่างบนตัว จากนั้นก็พูดถึงคดีคนหาย ซึ่งต่างก็พูดว่าได้ยินเสียงอะไรสักอย่าง ซึ่งดำเนินเรื่องสลับกับการสืบสวน โดยเมื่อเด็กมาอยู่ที่บ้านก็เริ่มทำตัวแปลก ๆ และเริ่มเหมือนลูกสาว โดยสักพักก็มีคนมาเตือนเกี่ยวกับถ้ำว่าอันตราย ซึ่งก็ชวนติดตามดีว่าเด็กคนนี้เป็นใครกันแน่ โดยช่วงกลางเรื่องจะเน้นฉายเกี่ยวกับเสียงที่ตามหลอกหลอน โดยเด็กทั้งสองคนก็แสดงได้น่ารักดี แต่การดำเนินเรื่องค่อนข้างเนือย ๆ ไปหน่อย โดยช่วงท้ายได้เปิดเผยถึงคำให้การของคนที่หายไปเพิ่มเติม ซึ่งเกี่ยวข้องกับเด็กผู้หญิง พร้อมทั้งบางอย่างที่คิดไม่ถึงและได้เปิดเผยเรื่องราวทีละน้อย แต่ช่วงที่เปิดเผยเรื่องราวจุดนี้ไม่ค่อยน่าสนใจเท่าไหร่ แต่ก็ชวนลุ้นบ้างในช่วงท้ายเรื่อง ซึ่งดูแล้วชวนหวาดระแวงตามไปด้วย

คะแนนส่วนตัว 5/10

ตัวอย่าง


ขอบคุณภาพจาก IMDb เครดิต Studio Dream Capture รูปหน้าปกที่ 1 / รูปหน้าปกที่ 2 / รูปหน้าปกที่ 3

วันอังคารที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2568

รีวิวหนัง Them, Behind the Door (2025) เปิด DOOR เห็นผี

 


        Them, Behind the Door (2025) เปิด DOOR เห็นผี เป็นภาพยนตร์สยองขวัญจากจีนที่กำกับโดย Joe Chien นำแสดงโดย Amber An, Run-yin Bai และ Kaiser Chuang

           "หนังผีจีนที่ใส่ผีเข้ามารัวๆ พร้อมกับบรรยากาศอพาร์ทเมนต์หลอนๆ ที่คนขวัญอ่อนมีสะดุ้ง"

            เรื่องราวของ เฉินเหว่ย (ไอวี่ หยิน)​ พาลูกสาวหลบหนีจากสามีที่จ้องจะทำร้ายร่างกายเธอและลูก โดยเธอมาหาเช่าอพาร์ทเมนต์ที่บัตเตอร์ฟลายแมนชั่น ซึ่งลุงเหลียงผู้จัดการอพาร์ทเมนต์ได้ให้เธอไปพักที่ชั้น 6 ซึ่งเป็นชั้นที่มีห้องปิดตาย และลือกันว่าเป็นชั้นที่มีผีดุ ทำให้ลุงชาน หมอผีต้องมาช่วยทำพิธีขับไล่วิญญาณให้เธอ แต่เรื่องราวมันไม่ได้จบง่ายๆ เพราะที่พักแห่งนี้มีความลับอันน่าสะพรึง และมีวิญญาณที่อาฆาตแค้นอยู่อีกหลายดวง...!

           เป็นหนังผีสัญชาติจีน ที่ทำออกมาตอบโจทย์คอหนังสยองขวัญ ที่อยากเห็นผีรัวๆ มีโผล่กันมาหลายตัวอีกด้วย แถมยังคาดเดาเนื้อเรื่องไม่ได้อีก บอกเลยว่ามีหักมุมไปมาแน่นอน แถมบรรยากาศของสถานที่ถ่ายทำก็ดูหลอนดี เป็นอพาร์ทเมนต์ที่ทั้งเก่า ทั้งหลอน จะถูกแค่ไหน เราคนนึงล่ะที่ไม่ขอไปอยู่ 

            แต่ถึงแม้ข้อดีของหนังคือมีผีโผล่บ่อยๆ แต่ถ้าสำหรับใครที่มีภูมิคุ้มกัน ดูหนังผีมาบ่อยแล้ว ก็พอที่จะคาดเดาได้บ้าง ว่าผีมันจะโผล่มาตอนไหน แบบไหน ท่าไหน ก็น่าจะเอาอยู่ แต่ถ้าคนขวัญอ่อนแต่ชอบดูหนังผีนี่ น่าจะลุ้นระทึกตอบโจทย์ความน่ากลัวตามประเภทหนังเลย 

           ฉากตัดต่ออาจมีงงๆ นิดหน่อย ดูบางซีนอาจตัดห้วนๆ แปลกๆ แต่ก็พอจะรับรู้และเข้าใจเนื้อเรื่องได้อยู่ 

           ภาพรวมก็เป็นหนังผีที่ดูสนุก ทำออกมาเพื่อความบันเทิงจริงๆ แถมยังหักมุมสับขาหลอกให้คนดูเดาทางไม่ถูกด้วย ใครอยากรู้ว่าดอ เอ้ยประตูเกี่ยวข้องยังไงกับผีก็ลองเข้าไปชมกันนะครับ

คะแนนส่วนตัว 6.5/10

รีวิวโดย A.L. Lucky


           ตึกที่มีคนตายมากมาย โดยเฉพาะการโดดตึกฆ่าตัวตาย เมื่อย้ายเข้าแล้วไม่สามารถย้ายออกได้

          เรื่องราวของ เฉินเหว่ย ที่พา ซือหย่า (หย่าหยา) ลูกสาวย้ายมาอยู่ที่อพาร์ทเมนต์บัตเตอร์ฟลายแมนชั่นในราคาถูก เพื่อหนีสามีที่ชอบทำร้ายพวกเธอ โดยลุงเหลียงผู้จัดการได้ให้เธอไปพักที่ชั้นหกห้องหกศูนย์หก แต่เมื่อเธอมาอยู่ที่นี่ก็ได้พบเจอเรื่องราวเหนือธรรมชาติที่นี่

           เปิดเรื่องฉายถึงตัวละครหลักที่มาขอเช่าห้อง ซึ่งได้ฉายถึงความลับบางอย่างที่ตัวละครปกปิดไว้ โดยสถานที่บรรยากาศทำได้หลอนดีและสักพักก็ได้ฉายถึงผีเลย แถมฉายบ่อยอีกต่างหาก รวมทั้งลูกสาวที่เหมือนกำลังเล่นกับใครบางคนและมักจะฉายถึงคนที่โดดตึกฆ่าตัวตายบ่อย ๆ ซึ่งถือได้ว่าเข้าเรื่องได้เร็วดี แต่บางจุดก็มาแนวเดิม ๆ ซึ่งจะค่อย ๆ ฉายถึงเรื่องแปลก ๆ ที่เกิดขึ้นกับตัวละครหลัก รวมทั้งคำพูดที่ดูน่าสงสัยและตัวละครลึกลับที่มีปัญหาภายในครอบครัว โดยจะค่อย ๆ เปิดเผยเรื่องราวทีละน้อย ซึ่งเกี่ยวข้องกับห้องหกศูนย์หก แต่ดูไปดูมาไม่ค่อยเกี่ยวกับชื่อเรื่องเท่าไหร่ แถมทำได้ไม่ค่อยน่าสนใจมากนัก โดยช่วงท้ายเกิดโรคระบาดทำให้ทุกคนข้างในต้องถูกกักตัว ซึ่งตัวละครหลักต้องเอาชีวิตรอดจากสามีเพิ่มด้วยและมีหักมุมแบบคิดไม่ถึง แต่ก็มีบางจุดที่ดูขัดใจไปหน่อย

คะแนนส่วนตัว 5/10

รีวิวโดย 刘心爱

ตัวอย่าง


ขอบคุณภาพจาก IMDb รูปหน้าปกที่ 1 / รูปหน้าปกที่ 2 / รูปหน้าปกที่ 3

วันพฤหัสบดีที่ 29 พฤษภาคม พ.ศ. 2568

รีวิวหนัง The Haunted Apartment Miss K (2024) ผีนรก 610

 


             The Haunted Apartment Miss K (2024) ผีนรก 610 เป็นภาพยนตร์สยองขวัญจากอินโดนีเซียที่กำกับโดย Guntur Soeharjanto เขียนโดย Riheam Junianti นำแสดงโดย Cinta Laura Kiehl, Arifin Putra และ Callista Arum

             ไม่ว่าใครก็ตามที่ล่วงล้ำเข้าไปในห้อง 610 ไม่เกินสี่วันพบคล่ำ คนผู้นั้นจะต้องตายภายในสี่วันตอนพบคล่ำ

            เรื่องราวของ อัลมา ที่ต้องทำงานในร้านอาหารหาเงินมารักษาแม่และส่ง มียา น้องสาวเรียนหนังสือ แต่แล้วก็ได้ข่าวร้ายว่าแม่เสียชีวิต ในขณะที่ ไรยาน แฟนของเธอต้องไปทำงานที่สุราบายา จึงแนะนำให้เธอย้ายไปอยู่สุราบายาด้วย เพื่อจะได้ช่วยเหลือได้สะดวก อีกทั้งที่นั่นเป็นเมืองใหญ่สามารถหางานทำได้ง่ายและเป็นการเริ่มต้นชีวิตใหม่ แต่แล้วเธอก็ได้งานผู้จัดการอพาร์ตเมนต์ซัสมายา ซึ่งเป็นที่เดียวที่รับเธอและเงินเดือนดี แต่เมื่อเธอได้เข้ามาทำงานที่นี่ก็มีเหตุให้ต้องขึ้นไปยังห้อง 610 ในชั้นหก และใครก็ตามที่ได้เข้าไปที่นั่นจะต้องตายภายในสี่วันตอนพบคล่ำ

            เปิดเรื่องฉายถึงสุราบายา พฤศจิกายน ปี 1998 โดยฉายถึงตัวละครที่เล่าเรื่องราวทุกอย่างเกี่ยวกับห้อง 610 โดยเริ่มต้นขึ้นเมื่อสี่วันก่อน ตั้งแต่เพดานห้อง 510 ที่มีน้ำรั่ว ซึ่งเกิดจากห้อง 610 แต่ว่าชั้น 6 ปิดอยู่และไม่ให้ใครเข้าไป จากนั้นก็ฉายถึงตัวละครที่ตัดสินใจขึ้นไปดูเอง ซึ่งบรรยากาศสถานที่มืด ๆ หลอน ๆ น่ากลัวดี ก่อนที่จะฉายถึงเสียงพูดของผู้หญิงลึกลับ ซึ่งเสียงพูดก็บ่งบอกว่าไม่น่าใช่มนุษย์ โดยทิ้งท้ายคำพูดบางอย่าง จากนั้นก็ตัดมาที่ตัวละครที่เป็นคนเล่าเรื่อง ซึ่งหลังจากนั้นก็มีบางอย่างไม่ชอบมาพากลรู้สึกเหมือนมีคนตามตลอด โดยวันนี้เป็นวันที่สี่ จากนั้นก็เริ่มฉายถึงบางอย่างที่มาเอาชีวิตก่อนตัดเข้าเรื่องฉายถึงตัวละครหลักในจาร์กาตา ธันวาคม ปี 1998 ซึ่งเป็นการปูที่มาที่ไปของตัวละครก่อนมีเหตุให้ไปยังอพาร์ตเมนต์ พร้อมกับพูดถึงเหตุฆาตกรรมฆ่าหั่นศพของตัวละครในช่วงเปิดเรื่อง ซึ่งเมื่อมาถึงอพาร์ตเมนต์เจ้าของก็ได้แนะนำสิ่งต่าง ๆ ซึ่งดูเหมือนมีความลับปกปิดไว้และได้พูดถึงคดีฆ่าหั่นศพที่เคยเกิดขึ้นในปีเดียวกัน โดยไม่พบร่องรอยฆาตกรและเหยื่อไม่ได้ตายที่อพาร์ตเมนต์ แต่ตายที่อื่น ซึ่งดำเนินเรื่องสอดแทรกการสืบสวนคดีไปด้วย ทำได้ชวนติดตามดี จากนั้นก็เริ่มฉายถึงอาการน้ำรั่วบนเพดานที่เกิดขึ้น โดยมาจากชั้นหก รวมทั้งเหยื่อที่ตายที่อาศัยอยู่ห้องข้าง ๆ จนมีเหตุให้ตัวละครต้องขึ้นไปชั้นหกและห้อง 610 จากนั้นก็มาในรูปแบบเดียวกันในช่วงเปิดเรื่องและเริ่มเกิดเรื่องแปลก ๆ ขึ้นกับตัวละคร ซึ่งก็ทำได้น่าสนใจดี ถึงแม้จะพอเดาเรื่องได้บ้าง โดยเมื่อดำเนินเรื่องไปสักพักก็ค่อย ๆ เปิดเผยเรื่องราวทีละน้อยจากเจ้าของส่วนหนึ่งและจากการสืบสวนอีกส่วน โดยช่วงกลางเรื่องมีคนได้แนะนำหมอผีให้ ซึ่งไม่สามารถไล่ผีได้ แต่ต้องหาทางช่วยให้หมดห่วงด้วยการหาสื่อกลางที่เป็นของรักของเจ้าของมาเพื่อสื่อสาร ซึ่งก็ชวนลุ้นเอาใจช่วยตัวละครว่าจะแก้ปัญหายังไง โดยช่วงท้ายจะเน้นไปที่การสืบสวนตามเบาะแสที่พบ จนเมื่อได้สื่อสารกับวิญญาณก็ได้เปิดเผยเรื่องราวเพิ่มเติม แต่ไม่ได้ฉายถึงฆาตกรชัดเจน ซึ่งก็ชวนให้ติดตามต่อไป โดยมีหักมุมในช่วงท้ายเรื่อง ถึงแม้ว่าจะไม่ได้แปลกใจมาก แต่ก็ถือว่าทำได้เนียนดี ซึ่งก็ชวนลุ้นเอาใจช่วยตัวละครสุด ๆ โดยก่อนจบได้เล่าถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นจริงจากอพาร์ตเมนต์สุดหลอนในสุราบายา ผู้อยู่อาศัยยังพบมิสเคและลูกสาววนเวียนอยู่บ่อย ๆ ได้ยินเสียงร้องไห้ในยามค่ำคืน ข้าวของเคลื่อนย้ายเองได้ และมีหลายคนถูกผีสิง ผู้อยู่อาศัยทยอยออกจากอพาร์ตเมนต์และต้องปิดกิจการจนถึงปัจจุบัน

คะแนนส่วนตัว 6.5/10

ตัวอย่าง


ขอบคุณภาพจาก IMDb เครดิต D.T. Films รูปหน้าปกที่ 1 / รูปหน้าปกที่ 2 / รูปหน้าปกที่ 3

วันจันทร์ที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2568

รีวิวหนัง Sorop (2024)

 



              Sorop (2024) เป็นภาพยนตร์สยองขวัญอินโดนีเซียปี 2024 ที่กำกับโดย Upi และผลิตโดย Manoj Punjabi นำแสดงโดย Hana Malasan, Yasamin Jasem, Ratu Felisha, Egi Fedly และ Brilliana Arfira เข้าฉายในวันที่ 19 ธันวาคม 2024

            จากแสงสว่างสู่ความมืดมิด ถึงเวลาที่ดวงวิญญาณจะออกมา หากคุณต้องการทำลายมนุษยชาติและได้สิ่งที่คุณต้องการ คุณจะต้องถือศีลอดโซโรป วิญญาณของผู้ที่เจ้ากินแผ่นดินของเขาจะช่วยคุณ สี่สิบวันคนที่คุณเกลียดจะถูกทรมานแล้วถูกทำลาย แต่ถ้าไม่ถือศีลอดโซโรปจนครบ ดวงวิญญาณของผู้ที่เจ้ากินหลุมศพของเขาจะหันมาทรมานคุณจนกระทั่งคุณกลับคืนสู่ดินแดนที่คุณกินเข้าไป

            เรื่องราวของ ฮานีฟ และ อิสตี สองพี่น้อง ที่ได้รับข่าวร้ายจาก ป้าไซด้า ว่า ลุงโคอร์ กำลังจะตายและเรียกตัวกลับ พวกเธอจึงรีบกลับมาทันทีและเมื่อได้เจอลุงก็ต้องแปลกใจที่ตัวของเขาเย็นและอยู่ ๆ ก็มีอาการชักก่อนเสียชีวิตลง ซึ่งป้าไซด้าบอกว่าก่อนหน้าลุงโคเออร์พยายามฆ่าตัวตายมาหลายครั้ง พวกเธอจึงต้องอยู่รอส่งศพลุงก่อนกลับบ้าน รวมทั้งต้องอยู่ที่นี่เจ็ดวัน แต่เมื่อพวกเธออยู่ที่นี่ได้ไม่นานก็รู้สึกถึงบางอย่างแปลก ๆ และสัมผัสได้ถึงลุงที่ตามหลอกหลอน ซึ่งจะหนีกลับบ้านก็ไม่ได้

            เปิดเรื่องฉายถึงตัวละครที่มาส่งของและได้เจอกับเจ้าของบ้านที่มีอาการเหมือนถูกผีเข้าก่อนผูกคอฆ่าตัวตายและตัดเข้าเรื่องฉายถึงตัวละครหลักก่อนที่จะถูกเรียกตัว ซึ่งช่วงที่กำลังเดินทางได้ฉายถึงเรื่องราวของตัวละครหลักในวัยเด็กที่เจอกับเหตุการณ์ถูกปีศาจเข้าสิง โดยจะฉายถึงเรื่องราวในวัยเด็กเป็นช่วง ๆ ซึ่งตัวละครที่ถูกสิงเป็นคนในครอบครัวทั้งสิ้น จนเมื่อมาเจอลุง ก็ฉายถึงลุงที่มีอาการแปลก ๆ พร้อมทั้งพูดถึงเรื่องราวลึกลับของลุง โดยจะเน้นฉายในบ้านตลอดทั้งเรื่อง ซึ่งหลังจากลุงตายก็ได้ฉายถึงลุงที่เหมือนยังมีชีวิตอยู่และบางอย่างแปลก ๆ ในบ้าน เน้นบรรยากาศมืด ๆ หลอน ๆ ชวนลุ้นว่าจะเจออะไร โดยมักจะเกิดกับคนน้องเป็นหลัก จนมาถึงช่วงกลางเรื่องจะมีอาการแปลก ๆ เหมือนถูกเข้าสิง จนทำให้ตัวละครเริ่มสงสัยสาเหตุที่ลุงเรียกกลับมา นำไปสู่การสืบหาข้อมูล ซึ่งก็ชวนติดตามว่าเกิดอะไรขึ้นกับลุงกันแน่ โดยจะค่อย ๆ เปิดเผยเรื่องราวในช่วงนี้ ซึ่งเกี่ยวข้องกับชื่อเรื่อง แต่ฉากหลอกหลอนมาแนวเดิม ๆ ไปหน่อย โดยจบทิ้งท้ายเหมือนมีต่อ

คะแนนส่วนตัว 5/10

ตัวอย่าง


ขอบคุณภาพจาก IMDb เครดิต MD Pictures รูปหน้าปกที่ 1 / รูปหน้าปกที่ 2 / รูปหน้าปกที่ 3

วันอาทิตย์ที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2568

รีวิวหนัง Pusaka (2024)

 


              Pusaka (2024) เป็นภาพยนตร์ระทึกขวัญสยองขวัญจากอินโดนีเซียที่กํากับโดย Rizal Mantovani อํานวยการสร้างโดย MVP Pictures และ A&Z Films มี Slamet Rahardjo Djarot, Bukie B. Mansyur, Shofia Shireen, Sahila Hisyam และ Coki Anwar เข้าฉายในวันที่ 18 กรกฎาคม 2024

           เรื่องราวของ นีน่า, แซนดร้า, เดวิด, ฮานนา และ เอเด ที่ได้รับมอบหมายให้บันทึกวัตถุทางประวัติศาสตร์เป็นเวลาสามวันในคฤหาสน์อันห่างไกลที่เป็นบ้านมรดกของ Risang Wisangko นักสะสมโบราณวัตถุในอดีตมากมาย ซึ่งจะได้รับการซ่อมแซม เพื่อใช้เป็นพิพิธภัณฑ์ โดยได้รับความช่วยเหลือจากศาสตราจารย์ ดีร์ก้า และ มายาง แต่แล้วพวกเขาก็ได้พบห้องใต้ดินลับและได้เผลอปล่อยคําสาปบางอย่างเข้า 

           เปิดเรื่องด้วยการฉายถึงกริซก่อนตัดเข้าเรื่อง โดยฉายถึงตัวละครหลักที่กำลังเดินทางมายังสถานที่หนึ่ง ซึ่งเมื่อมาถึงการมีการแนะนำตัวและแนะนำสิ่งต่าง ๆ ข้างใน พร้อมทั้งฉายถึงตัวละครบางคนที่ดูแปลก ๆ แต่ช่วงนี้ค่อนข้างน่าเบื่อไปหน่อย โดยจะเน้นฉายแต่ในบ้านทั้งเรื่อง จากนั้นก็เริ่มฉายถึงห้องลับที่มีกริซซ่อนอยู่ ซึ่งเมื่อถูกกริซจะเริ่มมีอาการแปลก ๆ จนเหมือนถูกผีเข้าสิง จากนั้นก็ฉายไฟติด ๆ ดับ ๆ ก่อนจะเน้นบรรยากาศมืด ๆ และตัวละครที่ถูกสิงก็ได้ออกเล่นงานเหยื่อด้วยกริซ ซึ่งฉากฆ่าโหดดี ชวนลุ้นดี แต่บางจุดก็ดูขัดใจตัวละครและเดาเรื่องได้ไม่ยาก โดยจะค่อย ๆ เปิดเผยเรื่องราวในช่วงกลางเรื่อง ซึ่งปีศาจตายยากดี ใครที่โดนกริซจะถูกสิงเป็นรายต่อไป

คะแนนส่วนตัว 5/10

ตัวอย่าง


ขอบคุณภาพจาก IMDb เครดิต A&Z Films รูปหน้าปกที่ 1 / รูปหน้าปกที่ 2 / รูปหน้าปกที่ 3

วันจันทร์ที่ 24 มีนาคม พ.ศ. 2568

รีวิวหนัง Special Monster (2025) โคตรสัตว์ประหลาด

 


             Special Monster (2025) โคตรสัตว์ประหลาด ชื่อดั้งเดิมคือ 异形兽 หรือที่รู้จักในนาม 異形獸 (Yi Xing Shou) เป็นภาพยนตร์ระทึกขวัญผจญภัยจากจีนที่อำนวยการสร้างโดย 岳世龙 (Yue Shilong) นำแสดงโดย 谷峯 (Gu Feng), 马佳玮 (Ma Jiawei) และ 郭美林 子 (Guo Meilinzi)

             เนื่องจากสภาพแวดล้อมที่ปิดล้อมเกาะมานาน รังสีและอื่น ๆ เกิดการเปลี่ยนแปลง จึงวิวัฒนาการกลายเป็นสัตว์ประหลาดที่มีรูปลักษณ์แปลกประหลาด

            ชางหลง เกิดจากการผสมกันระหว่างกิ้งก่ากับปลา มีความยาวถึงยี่สิบกว่าเมตร น้ำหนักประมาณยี่สิบกว่าตัน มีนิสัยโหดร้าย

             อุลตร้าวา แมลงชนิดหนึ่งที่ซ่อนอยู่ในถ้ำ ซึ่งปกติจะใช้ชีวิตอยู่ในหุบเขาลึกทะเลใต้ เคยปรากฎในยุคหานอู่

            เรื่องราวของ เกาเฉิง และ หยวนเป่า สองพี่น้อง พร้อมด้วย หลินชินชิน นักชีวภาพ ที่ถูก ห้าเฉียน ชวนไปตามหาซากเรือเจิ้นเฟิงเมื่อเจ็ดร้อยกว่าปีก่อนที่เต็มไปด้วยของล้ำค่า ซึ่งหลังจากได้ไปอาร์ราเบิร์ตในยุคราชวงศ์ซ่งใต้ก็ได้เจอพายุฝนตกหนักจนหายไปในทะเลยังเกาะร้างลึกลับของชนเผ่าโบราณที่ไม่มีในแผนที่ มีเพียงแค่พิกัดที่ชาวประมงเก่าให้มา แต่ระหว่างทางที่พวกเขากำลังไปก็ได้เจอกับสัตว์ประหลาดชางหลงทำให้เรือล่มและอยู่บนเกาะที่พวกเขากำลังเดินทางมา พวกเขาจึงมุ่งหน้าไปยังทางที่มีแม่น้ำ โดยหารู้ไม่ว่ามีสิ่งมีชีวิตโบราณอาศัยอยู่ที่นี่

            เปิดเรื่องฉายถึงตัวละครที่เจอกับสัตว์ประหลาด ซึ่งยังกับหนังเรื่องเอเลี่ยนเลย สัตว์ประหลาดคล้ายเอเลี่ยนมาก จากนั้นก็ตัดมาฉายถึงตัวละครกลุ่มหนึ่งที่เจอกับสัตว์ประหลาดโจมตีก่อนตัดเข้าเรื่อง ซึ่งสถานที่สวยดีและทำได้น่าสนใจ โดยช่วงเข้าเรื่องได้ฉายถึงตัวละครหลักแต่ละคน ซึ่งเป็นตัวละครในช่วงก่อนหน้า โดยเป็นช่วงก่อนที่จะเดินทาง ซึ่งจะค่อย ๆ พูดถึงสิ่งที่ทำให้ตัวละครต้องเดินทาง แต่กว่าจะเริ่มเดินทางค่อนข้างนานไปหน่อย โดยในช่วงเดินทางก็ค่อย ๆ ฉายถึงสัตว์ประหลาด ซึ่งทำได้น่าสนใจดี โดยหลังจากเรือล่มก็เริ่มการผจญภัยในเกาะ ซึ่งจะค่อย ๆ ฉายสิ่งต่าง ๆ บนเกาะที่ดูลึกลับดี จากนั้นก็เริ่มฉายถึงบางอย่างในเกาะ ซึ่งสัตว์ประหลาดถือว่าหลากหลายดี ซึ่งมีการอธิบายสัตว์ประหลาดแต่ละชนิดไปด้วย โดยในช่วงกลางเรื่องจะเริ่มฉายถึงสัตว์ประหลาดในช่วงเปิดเรื่องอีกครั้ง ซึ่งเป็นสัตว์ประหลาดเด่นในเรื่องและมีหลายตัวด้วย แต่ฉากระทึกขวัญก็มาแนวเดิม ๆ เดาเรื่องได้ บางช่วงฉากพูดกันค่อนข้างนาน การกระทำของตัวละครบางคนก็ดูขัดใจไปบ้าง ฉากยิงยังทำได้ไม่ค่อยสมจริงเท่าไหร่และบางจุดก็ดูแล้วตลก ๆ ไม่ค่อยสมเหตุสมผล ซึ่งช่วงจบก็ตัดจบง่ายไปหน่อย

คะแนนส่วนตัว 4.5/10

ตัวอย่าง


ขอบคุณภาพจาก mydramalist รูปหน้าปก

วันเสาร์ที่ 22 มีนาคม พ.ศ. 2568

รีวิวหนัง Lembayung (2024) โรงพยาบาท

 


            Lembayung (2024) โรงพยาบาท เป็นภาพยนตร์สยองขวัญจากอินโดนีเซียที่กํากับโดย Baim Wong ผลิตโดย MNC Pictures นําแสดงโดย Anna Jobling, Taskya Namya, Yasamin Jasem และ Arya Saloka ฉายรอบปฐมทัศน์ในโรงภาพยนตร์อินโดนีเซียในวันที่ 19 กันยายน 2024 

             เรื่องราวของ อารุม และ ปีกา นักศึกษาจากมหาวิทยาลัยพยาบาลมหาการียะที่เดินทางมาพบ หมอเตโต ที่คลินิกรัมบายุง เพื่อฝึกงานตามคำแนะนำของ อาริส อาจารย์ที่ปรึกษา แต่ที่นี่รับแต่เด็กฝึกงานผู้ชายเท่านั้น แถมเพิ่งกลับมาเปิดใหม่หลังปิดไปห้าปี ซึ่งกำลังก่อสร้างอยู่ โดยมี หมอบากัส เป็นเจ้าของที่นี่ พวกเธอจึงให้อาริสคุยกับหมอเตโต ซึ่งจริง ๆ แล้วที่นี่ต้องการเจ้าหน้าที่หลายคน เพราะกำลังรีโนเวทอยู่ แต่เมื่อพวกเธอมาอยู่ที่นี่ก็ได้เห็นคนไข้ลึกลับที่หลังจากนั้นไม่นานก็เริ่มมีคนที่นี่ตายไปทีละคน

            เปิดเรื่องด้วยการเกริ่นนำเรื่องราวของอารุมเพื่อนสนิทปีกา จากนั้นก็ฉายถึงตัวละครที่กำลังทำคลอดเด็กก่อนที่จะฉายถึงตัวละครที่ผูกคอฆ่าตัวตายและตัดไปยังช่วงห้าปีต่อมาด้วยการฉายถึงตัวละครหลักที่กำลังเดินทางมายังโรงพยาบาลในช่วงเปิดเรื่อง โดยมีอธิบายถึงสิ่งต่าง ๆ ในโรงพยาบาล จากนั้นก็เริ่มฉายถึงใครบางคนก่อนตัดเข้าเรื่อง ซึ่งสร้างจากเรื่องจริง โดยได้ฉายถึงบางอย่างแปลก ๆ ซึ่งจะเล่นกับตัวละครอารุมที่กินยา จึงชวนคิดว่าเป็นเพราะยาทำให้หลอนไปเอง โดยมักจะเกิดเหตุในห้องน้ำ จากนั้นก็เริ่มพูดถึงคดีคนฆ่าตัวตาย พร้อมทั้งค่อย ๆ พูดถึงที่มาที่ไปของตัวละครหลัก จากนั้นก็เริ่มฉายถึงใครบางคนอีกครั้ง แต่ก็พอเดาเรื่องได้บ้าง โดยจะชอบทำหน้านิ่ง ๆ ยิ้มสยอง ๆ และทำตัวแปลก ๆ ซึ่งก็ชวนลุ้นดีว่าจะมาในรูปแบบไหน มีตุ้งแช่บ้าง แต่อาจไม่ได้ตกใจมาก ซึ่งหลังจากที่หลอกหลอนตัวละครหลัก ก็ได้ไปเล่นงานคนอื่นที่เกี่ยวข้องกับห้องน้ำ พร้อมทั้งเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งฉากฆ่าโหดดี โดยช่วงเกิดเหตุได้ฉายถึงเรื่องราวในอดีตของเหยื่อที่เกี่ยวข้องกับหมอตันตรีด้วย โดยค่อย ๆ เปิดเผยเรื่องราวในช่วงนี้ ซึ่งบางส่วนก็เกี่ยวข้องกับตัวละครหลัก โดยช่วงท้ายตัวละครหลักเหมือนถูกเข้าสิงและมีการเปิดเผยเรื่องราวเพิ่มเติมผ่านการสืบหาข้อมูลของตัวละคร ซึ่งมีหักมุม แต่บางจุดก็ไม่ได้แปลกใจมาก โดยช่วงท้ายชวนลุ้นเอาใจช่วยตัวละครดี แต่ก็มีจุดที่ขัดใจตัวละครบ้าง

คะแนนส่วนตัว 5/10

ตัวอย่าง


ขอบคุณภาพจาก IMDb เครดิต MNC Pictures รูปหน้าปกที่ 1 / รูปหน้าปกที่ 2 / รูปหน้าปกที่ 3

วันจันทร์ที่ 10 มีนาคม พ.ศ. 2568

รีวิวหนัง Dominion of Darkness (2024) กัวซา ผีสาปนรกส่ง

 



               Dominion of Darkness (2024) กัวซา ผีสาปนรกส่ง เป็นภาพยนตร์สยองขวัญอินโดนีเซียที่มีชื่ออินโดนีเซียว่า Kuasa Gelap กํากับโดย Bobby Prasetyo นำแสดงโดย Lukman Sardi, Astrid Tiar, Jerome Kurnia, Lea Ciarachel และ Freya JKT48 ซึ่งบอกเล่าเรื่องจริงเกี่ยวกับกรณีการไล่ผีของคําสอนทางศาสนาคาทอลิกที่เกิดขึ้นในอินโดนีเซีย และได้รับแรงบันดาลใจจากเรื่องจริงของนักบวชไล่ผีในโบสถ์ในพื้นที่เซมารัง โดยเริ่มการถ่ายทําเมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2024 และเข้าฉายในโรงภาพยนตร์อินโดนีเซียในวันที่ 3 ตุลาคม พ.ศ. 2024 

               พลังแห่งความมืดที่เล่นกับจิตใจคน ต้องกล้าหาญและศรัทธา ยอมรับอดีตของตัวเองได้ ต้องสารภาพบาปก่อนเริ่มพิธีไล่ผี โดยสิ่งที่สำคัญที่สุดคือศรัทธา

             เรื่องราวของ บาทหลวงโทมัส ที่อยากสึกและออกจากคริสจักร เนื่องจากศรัทธาอ่อนแอ แต่ต้องมาช่วย คุณพ่อเรนดรา ทำเคสไล่ผีของ ไคย์ลา เนื่องจากวาติกันไม่ให้บาทหลวงประกอบพิธีไล่ผีด้วยตัวคนเดียว ซึ่งไคย์ลาถูกผีสิงหลังจากให้ ซิลลา ใช้เจลังกุงอัญเชิญดวงวิญญาณของพ่อที่สุสาน เพื่อไม่ต้องการให้ เดนิส แฟนใหม่ของแม่เข้าใกล้แม่และเลิกกับแม่ แต่การไล่ผีไม่ได้ง่ายขนาดนั้นเมื่อมีวิญญาณร้ายมากกว่าหนึ่งตน

             เปิดเรื่องด้วยการเกริ่นนำเรื่องราวที่อิงจากเรื่องจริงของการไล่ผีในอินโดนีเซีย จากกรณีการถูกผีสิงคริสจักรนิกายโรมันคาทอลิกเก้าสิบเปอร์เซ็นต์เกี่ยวข้องกับอาการป่วยหรืออาการป่วยทางจิต มีเพียงสิบเปอร์เซ็นต์ที่ต้องเข้ารับการไล่ผี จากนั้นก็ตัดมาฉายถึงตัวละครหลักที่เกิดอุบัติเหตุรถคว่ำก่อนตัดเข้าเรื่องฉายถึงตัวละครหลัก ซึ่งเป็นเรื่องราวหลังเกิดเหตุ พร้อมฉายตัวละครอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องก่อนที่จะอัญเชิญดวงวิญญาณเข้าตุ๊กตา ซึ่งหลังจากอัญเชิญก็ค่อย ๆ ฉายถึงใครบางคน รวมทั้งเหตุการณ์แปลก ๆ และตุ๊กตาที่ขยับเองได้ ซึ่งจะฉายถึงใครบางคนลึกลับบ่อยขึ้นจนเริ่มเข้าสิงเหยื่อ ซึ่งกลังจากที่เข้าสิง เหยื่อก็มีพฤติกรรมแปลก ๆ โดยจะมีอาการผีเข้าสิงเป็นช่วง ๆ ซึ่งจะทำร้ายตัวเอง จากนั้นก็ฉายถึงบาทหลวงอีกคนที่กำลังไล่ผี ซึ่งเป็นตัวละครที่ตัวละครหลักต้องไปหา แต่การไล่ผีและการล่อลวงของปีศาจก็มาแนวเดิม ๆ ที่ไม่ได้แปลกใหม่กว่าเรื่องอื่น ๆ มากนัก โดยช่วงท้ายตัวละครหลักจึงต้องหาวิธีไล่ผีและมาทำพิธีไล่ผี และได้เริ่มฉายถึงตุ๊กตา รวมถึงปีศาจอีกครั้ง พร้อมทั้งเปิดเผยชื่อปีศาจ

คะแนนส่วนตัว 4.5/10

ตัวอย่าง


ขอบคุณภาพจาก IMDb เครดิต Ideosource Entertainment รูปหน้าปกที่ 1 / รูปหน้าปกที่ 2 / รูปหน้าปกที่ 3 / รูปหน้าปกที่ 4

วันอังคารที่ 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568

รีวิวหนัง Devils Stay (2024) ปีศาจปรสิต

 


              Devils Stay (2024) ปีศาจปรสิต เป็นภาพยนตร์สยองขวัญจากเกาหลีใต้ที่กำกับโดย Moon-Sub Hyun นำแสดงโดย Park Shin-yang, Lee Min-ki และ Lee Re

            บาเรียว ปีศาจที่คืนชีพผ่านร่างของฝาแฝด ครอบงำจิตใจของมนุษย์ ทำให้มนุษย์ฆ่าฟันกันเอง เมื่อตะวันขึ้นครบสามครั้ง ปีศาจจะฟื้นคืนชีพจากร่างที่สิง 

            เรื่องราวของ หมอชาซึงโด ที่ช่วย ชาโซมี ลูกสาว ผ่าตัดหัวใจ ซึ่งหัวใจที่ได้รับการปลูกถ่ายมาจากคนรู้จัก โดยสามารถทำการผ่าตัดได้สมบูรณ์ แต่หลังการผ่าตัดกลับมีอาการแปลกไป โดย สาเหตุของการเสียชีวิตคือภาวะหัวใจหยุดเต้น แต่ศพที่เสียชีวิตแล้วร่างควรจะแข็งแต่กลับไม่แข็ง อีกทั้งเขายังรับรู้ว่าเธอยังไม่ตายจึงหาทางช่วยเธอให้ฟื้นขึ้นมา ในขณะที่ แฮชิน นักบวชปราบปีศาจ ที่สัญญาว่าจะไล่ปีศาจไปให้ได้ ได้เข้ามาช่วยเหลือเขา เนื่องจากเกี่ยวพันถึงปีศาจ

             เปิดเรื่องฉายถึงตัวละครที่กำลังขับไล่ปีศาจก่อนที่เหยื่อที่ถูกสิงจะเสียชีวิต จากนั้นก็ตัดเข้าเรื่องฉายถึงเรื่องราวในอดีตของตัวละครพ่อลูกในช่วงเปิดเรื่อง ซึ่งก็มีฉายเรื่องราวในอดีตเป็นช่วง ๆ โดยเป็นเรื่องราวความสัมพันธ์พ่อลูกและการผ่าตัด จากนั้นก็ฉายถึงปัจจุบัน โดยดำเนินเรื่องเป็นวัน ๆ ซึ่งเป็นช่วงที่ลูกเสียชีวิตแล้ว แต่ศพกลับมีอาการแปลกประหลาด โดยมีพูดถึงศพด้วย ซึ่งไม่ใช่ตัวตนที่แท้จริง และฉายย้อนถึงการไล่ปีศาจ หลังจากนั้นก็ค่อย ๆ เกิดเหตุการณ์แปลก ๆ ขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเห็นศพฟื้น ได้ยินเสียงร้องเรียก บางอย่างออกมาจากศพ ตัวละครบางคนที่ถูกปีศาจสิง รวมทั้งฉายถึงปีศาจที่บงการร่างอยู่ โดยจะค่อย ๆ เปิดเผยถึงเรื่องราวของปีศาจในช่วงกลางเรื่อง ซึ่งยังคงมีปีศาจอยู่ในร่าง รวมทั้งค่อย ๆ เปิดเผยถึงที่มาที่ไปของหัวใจที่ปลูกถ่าย ซึ่งก็ชวนลุ้นเอาใจช่วยตัวละครในการขับไล่ปีศาจไปด้วย โดยจะเน้นไปที่การขับไล่ปีศาจเยอะหน่อย

คะแนนส่วนตัว 5/10

ตัวอย่าง



ขอบคุณภาพจาก IMDb เครดิต iFilm Co. รูปหน้าปกที่ 1 / รูปหน้าปกที่ 2 / รูปหน้าปกที่ 3

วันจันทร์ที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568

รีวิวหนัง Sijjin (2023)

 


               Sijjin (2023) เป็นภาพยนตร์สยองขวัญชาวอินโดนีเซียที่กํากับโดย Hadrah Daeng Ratu ซึ่งสร้างจากภาพยนตร์ตุรกีชื่อเดียวกันในปี 2014 ผลิตโดย Rapi Films นําแสดงโดย Niken Anjani, Anggika Bölsterli และ Ibrahim Risyad เข้าฉายในโรงภาพยนตร์อินโดนีเซียเมื่อวันที่ 9 พฤศจิกายน 2023

          ดัดแปลงมาจากบทภาพยนตร์ตุรกี ซิกจิน (บันทึกคนบาป) เขียนโดย  เอร์ซอน โอเซอร์ และ อัลเปอร์ เมสซี 

            เรื่องราวของ เอียร์มา ที่ต้องการที่พิ่ง โดยไปหา หมอผีอิคซาน เพื่อต้องการครอบครอง กาลัง ญาติของเธอ ผู้เป็นลูกชายพี่สาวแม่ที่เคยคบกันมาสามปีก่อนที่เขาจะหนีไปแต่งงานกับ นิซา และมีลูกชื่อโซเฟีย แต่กลับถูกแนะนำว่าอย่าไปยุ่งกับเขา ไม่งั้นเขาจะเป็นต้นเหตุที่ทำให้เธอต้องตาย โดยตอนนี้เธอได้ตั้งท้องกับเขาแล้ว แต่มีเหตุให้เธอแท้งลูก ซึ่งเธอก็ต้องการให้เขารับผิดชอบ แต่กลับได้คำตอบว่าอย่ามายุ่งกับเขาและครอบครัวอีก ทำให้เธอโมโหและไม่สนคำแนะนำนั้น แต่การครอบครองเขา ต้องติดต่อและโน้มน้าว อันซาร์ เผ่าญินกลุ่มหนึ่งที่เกลียดชังชาวมุสลิมให้เข้าสิง นิซา ซึ่งจะฆ่าผู้ถูกสิงภายในห้าค่ำคืนและบรรดาผู้ร่วมสายเลือดทุกคนต้องตาย แต่แล้วมันไม่ได้เป็นอย่างที่บอกไว้

            เปิดเรื่องด้วยการฉายถึงหมอผีที่กำลังทำพิธีบางอย่างก่อนฉายถึงตัวละครหลักที่มาให้หมอผีในช่วงเปิดเรื่องทำพิธีมนต์ดำ ซึ่งมีฉายถึงปีศาจญิน ก่อนตัดเข้าเรื่องในช่วงสิบสองปีผ่านไปด้วยการฉายถึงตัวละครหลักที่มาหาญาติ แต่จริง ๆ แล้วต้องการมาหาคนที่ชอบ ซึ่งเคยมีอะไรกันมาก่อนและยังไม่ยอมเลิกรา จากนั้นก็เริ่มพูดถึงสิจญีน ที่แปลว่า นรก ซึ่งเป็นชื่อเรื่อง โดยจะมีปีศาจญินเข้ามาเกี่ยวข้อง โดยเป็นเรื่องราวก่อนที่จะเข้ามาเกี่ยวข้องกับมนต์ดำอีก จากนั้นจะเริ่มฉายถึงพิธี พร้อมกับตัวละครหลักที่ต้องไปเอาสิ่งของที่ต้องใช้ จากนั้นจะฉายเป็นคืน ๆ จนถึงคืนที่ห้า ซึ่งจะเริ่มมีบางอย่างแปลก ๆ เกิดขึ้นกับนิซาโดยเกี่ยวกับพิธีที่ทำ ซึ่งก็ชวนติดตามว่าจะมีอะไรเกิดขึ้นต่อไป แต่ไม่ได้เกิดเหตุกับนิซาคนเดียวยังเกิดกับตัวละครอื่นอีกด้วย โดยตัวละครทางสายเลือดจะค่อย ๆ ตายไปทีละคน แต่บางจุดก็พอจะเดาเรื่องได้บ้าง โดยช่วงท้ายเรื่องจะเป็นการหาวิธีขับไล่ปีศาจที่สิง ซึ่งมีหักมุมเล็กน้อย โดยมีการสรุปเรื่องราวก่อนจบและจบทิ้งท้ายเหมือนมีต่อ

คะแนนส่วนตัว 5/10

ตัวอย่าง


ขอบคุณภาพจาก IMDb เครดิต Rapi Films รูปหน้าปกที่ 1 / รูปหน้าปกที่ 2 / รูปหน้าปกที่ 3

วันเสาร์ที่ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2567

รีวิวหนัง Sumala (2024) สุมาลา

 


            Sumala (2024) สุมาลา เป็นภาพยนตร์สยองขวัญชาวอินโดนีเซียที่ผลิตโดย Hitmaker Studios และกํากับโดย Rizal Mantovani นําแสดงโดย Luna Maya, Darius Sinathrya และ Makayla Rose โดยเรื่องราวของภาพยนตร์เรื่องนี้สร้างจากตํานานที่อ้างว่าเป็นเรื่องจริงที่เกิดขึ้นในหมู่บ้านห่างไกลแห่งหนึ่งในเขตปกครองเซมารังในช่วงทศวรรษที่ 1940 บรรยายโดยภาพประกอบของ BANG BETZ ผ่านช่อง YouTube dan utas X miliknya ซึ่งเข้าฉายเมื่อวันที่ 26 กันยายน 2024 

           "หนังผีอินโด ที่แม้จะเป็นผีเด็ก แต่ก็โคตรโหด เพราะนอกจากน่ากลัวแล้ว ยังเป็นผีที่มีสกิลวิชาการต่อสู้สูงมาก อย่าได้ทำให้เธอแค้น เพราะพ่อแม่เธอก็ไม่เว้น"

            เรื่องเล่าของตำนานผี สุมาลา ซึ่งมีที่มาจาก ซึดจิมาน และ สุลาสตรี คู่สามีภรรยาเศรษฐีคู่หนึ่งที่อยากมีลูกมากๆ แต่ก็ไม่ได้มีสักทีจน สุลาสตรี ต้องไปขอลูกจากหมอผี แล้วไม่นานสุลาสตรีก็ท้องลูกแฝด แต่เมื่อถึงเวลาคลอด สุมาลา กลับเกิดมาเป็นเด็กพิการ จึงโดนซึดจิมานผู้เป็นพ่อฆ่าทิ้งตั้งแต่กำเนิด ส่วนกุมาลาเด็กอีกคนที่รอดชีวิตก็เติบโตขึ้นมาเป็นเด็กขี้โรค เลี้ยงยาก จึงทำให้ซึดจิมานต้องคอยตีและและทารุณกรรมกุมาลาอยู่บ่อยๆ จนกระทั่งวันหนึ่ง วิญญาณสุมาลา ได้กลับมาบังคับให้กุมาลาคอยฆ่าคนที่รังแกเธอด้วยความแค้น โดยที่ไม่เว้นแมัแต่บุพการี...!

          นี่เป็นหนังผีที่สร้างจากตำนานเรื่องเล่าที่เป็นเรื่องจริง เกี่ยวกับผีสุมาลา ที่คอยจับพวกเด็กๆ หรือผู้คนที่ออกมาข้างนอกบ้านในเวลากลางคืน และฆ่าทิัง ซึ่งเรื่องราวของเธอจริงๆ น่าสงสารมาก จากการโดนทารุณกรรมจากพ่อแม่ และเพื่อนๆ จนสะสมกลายเป็นความแค้น บวกกับเรื่องไสยศาสตร์ จึงทำให้ความเฮี้ยนของผีอินโดตัวนี้มีความโหดเพิ่มขึ้น

          นอกจากความน่ากลัวแล้ว ผีสุมาลาก็ยังมีสกิลในการฆ่าคนระดับสูงเหมือนไปเรียนมาจากนรก ไม่ว่าจะเป็นการใช้มีด ใช้เชือก และท่าจับทุ่ม หรือแม้กระทั่งการพังประตู นี่น้องๆ จาพนมบ้านเราเลย และเหยื่อของเธอจะรอดได้ไง

           เป็นหนังที่เกี่ยวกับกฏแห่งกรรมด้วยเมื่อไปทำเขาไว้ วันหนึ่งเขาก็มาเอาคืน ชดเชยกันไปด้วยชีวิต นี่จึงถือว่าเป็นหนังผีอินโดที่ทำออกมาได้โครตโหด จนคิดว่าถ้าไปเที่ยวอินโด คงไม่กล้าออกมาเที่ยวตอนดึกๆ แน่นอน

คะแนนส่วนตัว 7/10

รีวิวโดย A.L. Lucky


            ใครก็ตามที่ทำร้ายเหยียบย่ำกุมาลาจะต้องถูกฆ่าตายด้วยฝีมือของสุมาลา เรื่องราวของ สุลาสตรี ที่แต่งงานกับ เซอจิมัน แต่ไม่มีลูกให้เขา จึงได้ตัดสินใจไปหา แม่หมอโตกินะ แม่เฒ่าที่มีวิชาทำให้คนตั้งท้องได้ โดยมีอาคมที่ไม่เหมือนใครเป็นไสยดำ ซึ่งจะทำสำเร็จได้ต้องเป็นพันธะกับปีศาจ โดยจะได้ลูกสาวฝาแฝดคือ กุมาลา ผู้มีรูปงามโอบอ้อมอารีมีเลือดเนื้อเชื้อไขจากมนุษย์กับ สุมาลา ที่มีเลือดเนื้อเชื้อไขจากปีศาจและมีหน้าตาอัปลักษ์จิตใจต่ำช้า ซึ่งเมื่ออายุครบสิบขวบสุมาลาจะถูกพรากไปอยู่ใต้อานัตของปีศาจ ครอบครัวจะต้องเผชิญกับเรื่องอัปมงคล ยิ่งเวลาผ่านไปเนิ่นนานก็ยิ่งร้ายแรงขึ้น แต่สุมาลากลับถูกเซอจิมันฆ่าตายตั้งแต่เด็ก จึงทำให้เธอโกรธแค้น

            เปิดเรื่องฉายถึงตัวละครที่เจอเด็กผู้หญิงหน้าตาน่าเกลียดในเซอมารัง ปี 1976 ก่อนที่จะเปิดเผยชื่อ ซึ่งเป็นชื่อของหนังก่อนตัดเข้าเรื่องด้วยการฉายย้อนไปยังเซอมารัง ปี 1947 โดยจะค่อย ๆ ดำเนินเรื่องไปจนถึงปัจจุบัน ซึ่งเป็นเรื่องราวที่มาที่ไปของสุมาลารวมทั้งฝาแฝดอีกคนตั้งแต่ยังไม่เกิดจนผ่านไปสองเดือน ซึ่งเป็นช่วงที่อยู่ในครรภ์จนคลอด จากนั้นก็เริ่มฉายถึงปีศาจและตัดมาที่เซอมารัง ปี 1950 ซึ่งเป็นช่วงที่กุมาลา อายุสามขวบ แต่กลับพูดและเดินไม่ได้ และสักพักก็ตัดมาที่เซอมารัง ปี 1952 โดยฉายถึงกุมาลาที่มีนิสัยตรงข้ามกับที่แม่หมอโตกินะบอก เซอมารัง ปี 1955 ฉายถึงกุมาลาที่แอบหนีออกจากบ้านและถูกเด็กคนอื่นรังแก ซึ่งช่วงนี้อายุใกล้แปดขวบแล้ว จากนั้นก็เริ่มฉายถึงสุมาลาที่มาแสดงตัวกับกุมาลาว่าเป็นฝาแฝดและเริ่มลงมือจัดการกับคนที่ทำร้ายกุมาลาด้วยการเข้าสิงกุมาลา ทำให้กุมาลาโดนลงโทษต่าง ๆ ซึ่งก็ดูแล้วน่าสงสาร โดยจะเข้าสิงแค่ช่วงดึก ๆ เซอมารัง ปี 1956 สุมาลาตามเล่นงานคนที่ทำร้ายกุมาลาโหดขึ้น ซึ่งฉากฆ่าทำได้โหดดี มีช่วงให้ลุ้นบ้าง โดยกุมาลาอายุใกล้สิบขวบแล้ว ซึ่งเมื่ออายุสิบขวบจะถูกสุมาลาเข้าสิงเต็มตัว โดยช่วงท้ายจะเป็นการหาวิธีขับไล่สุมาลาออกจากร่างและจบทิ้งท้ายเหมือนมีต่อ ซึ่งก่อนจบได้สรุปเรื่องราวที่สร้างจากเรื่องจริง โดยสุมาลายังคงวนเวียนอยู่ในเซอมารัง ซึ่งผู้ใหญ่ได้ย้ำเตือนลูกหลานไม่ให้ออกจากบ้านหลังตะวันตกดิน 

คะแนนส่วนตัว 5.5/10

รีวิวโดย 刘心爱

ตัวอย่าง


ขอบคุณภาพจาก IMDb เครดิต Hitmaker Studios รูปหน้าปกที่ 1 / รูปหน้าปกที่ 2 / รูปหน้าปกที่ 3

วันเสาร์ที่ 19 ตุลาคม พ.ศ. 2567

รีวิวหนัง Satan’s Slaves 2: Communion (2022) เดี๋ยวแม่ลากไปลงนรก 2

 



              Satan’s Slaves 2: Communion (2022) เดี๋ยวแม่ลากไปลงนรก 2 เป็นภาพยนตร์สยองขวัญเหนือธรรมชาติของอินโดนีเซียที่เขียนบทและกํากับโดย Joko Anwar เป็นภาคต่อของภาพยนตร์เรื่อง Satan's Slaves ในปี 2017 ซึ่งสร้างจากภาพยนตร์เรื่อง Satan's Slave ในปี 1980  เป็นภาพยนตร์อินโดนีเซียเรื่องแรกที่ออกฉายในรูปแบบ IMAX เมื่อเปิดตัว Anwar ระบุแผนสําหรับภาคที่สามที่เป็นไปได้ในซีรีส์ 

            รามิโนมผู้ที่ทำข้อตกลงด้วยเพื่อให้ได้สิ่งที่ต้องการ เรื่องราวของ รินิ ที่ย้ายมาอยู่อพาร์ทเม้นท์มันดาราชั้นแปดในจาการ์ตาชั่วคราว พร้อมกับ พ่อ, โทนี่ และ บอนได ก่อนที่จะย้ายไปที่อื่นหลังจากที่เธอได้รับปริญญาวิทยาลัย ได้งานที่ดีและมีรายได้มากขึ้น แต่ที่นี่มักจะเกิดพายุและน้ำท่วมเป็นประจำ และการมาอยู่ที่นี่ก็ยังหนีไม่พ้นความตาย

             เปิดเรื่องไม่ค่อยน่าสนใจเท่าไหร่ก่อนตัดมาฉายถึงตัวละครหลักในภาคแรก ซึ่งดำเนินเรื่องต่อเนื่องจากภาคแรกที่พาครอบครัวย้ายไปที่อื่น ซึ่งสถานที่ใหม่ดูมืด ๆ น่ากลัวดี โดยจะเน้นฉายในสถานที่นี้เป็นหลัก แต่ภาคนี้ไม่มีเสียงกระดิ่งเหมือนภาคแรก ซึ่งเมื่อตัดเข้าเรื่องจะค่อย ๆ ฉายถึงตัวละครอื่นเพิ่มเติม พร้อมกับปูเรื่องราวตัวละครเล็กน้อย จากนั้นก็เริ่มใส่ฉากสยองขวัญด้วยการฉายถึงบรรยากาศมืด ๆ หลอน ๆ และค่อย ๆ ฉายถึงบางอย่างแปลก ๆ โดยจะเล่นกับตัวละครแต่ละคน ซึ่งชวนลุ้นดีว่าจะเจออะไรและมีสอดแทรกฉากตลก ๆ บ้าง แต่จะชอบเน้นตุ้งแช่มากไปหน่อยและพอเดาเรื่องได้บ้าง โดยเมื่อเลยช่วงกลางเรื่องมาหน่อยจะเริ่มฉายถึงความผิดปกติของบางอย่าง พร้อมกับค่อย ๆ เปิดเผยเรื่องราวทีละน้อยที่บางเรื่องไม่ได้เปิดเผยในภาคแรก ซึ่งชวนติดตามดี โดยช่วงท้ายเรื่องจะเน้นถ่ายถึงผู้หญิงลึกลับ ซึ่งก็ชวนลุ้นดี แต่เสียดายที่มาช้าไปหน่อย

คะแนนส่วนตัว 6/10

อ่านรีวิว SATAN’S SLAVES (2018) เดี๋ยวแม่ลากไปลงนรก

ตัวอย่าง


ขอบคุณภาพจาก IMDb เครดิต Rapi Films รูปหน้าปกที่ 1 / รูปหน้าปกที่ 2 / รูปหน้าปกที่ 3

วันเสาร์ที่ 28 กันยายน พ.ศ. 2567

รีวิวหนัง The Wig (2005) วิก ซ่อนวิญญาณ

 


             The Wig (2005) วิก ซ่อนวิญญาณ เป็นภาพยนตร์สยองขวัญเกาหลีใต้ที่กํากับโดย Won Shin-yun และนําแสดงโดย Chae Min-seo และ Yoo Sun เปิดตัวครั้งแรกเมื่อวันที่ 12 สิงหาคม 2005 ในเกาหลีใต้ และออกเป็นดีวีดีในสหรัฐอเมริกาในปี 2008

            เรื่องราวของ ชูฮยอน ที่ได้กลับบ้านหลังจากอยู่ในโรงพยาบาลมาหลายวันด้วยอาการป่วยเป็นโรคลูคีเมีย โดยเธอได้รับวิกผมเป็นของขวัญกลับบ้านจาก จีฮยอน พี่สาว แต่เมื่อเธอสวมวิกผมก็เริ่มเปลี่ยนไป และจีฮยอนก็เริ่มรู้สึกว่าวิกนี้มีวิญญาณสิงอยู่ จึงต้องหาทางทำลายวิกผมให้ได้ก่อนที่มันจะเข้าควบคุมน้องสาว

            เปิดเรื่องด้วยการพูดถึงข่าวการเสียชีวิตของเจ้าของวิกผมก่อนตัดเข้าเรื่อง โดยฉายถึงตัวละครหลักก่อนที่จะได้รับวิกผม ซึ่งวิกผมดูหลอน ๆ ดี จากนั้นก็ค่อย ๆ ฉายถึงบางอย่างแปลก ๆ ซึ่งบรรยากาศจะมืด ๆ หลอน ๆ หน่อย โดยเมื่อตัวละครใส่วิกผมแล้วบางครั้งจะมีพฤติกรรมเปลี่ยนไป พร้อมทั้งค่อย ๆ ฉายถึงฉากหลอกหลอนของวิกผม รวมทั้งตัวละครหลักที่เห็นสื่งลี้ลับ ซึ่งมีสอดแทรกเรื่องราวในอดีตของตัวละครเล็กน้อยและมีดราม่าบ้าง แต่การดำเนินเรื่องดูเนือย ๆ ไปหน่อยและช่วงกลางเรื่องไปจะเน้นไปที่ตัวละครที่เหมือนถูกควบคุมมากกว่าเล่นกับวิกผม ซึ่งหลังจากนั้นจะกลายเป็นพี่สาวที่เห็นสิ่งลี้ลับแทน โดยช่วงท้ายจะค่อย ๆ เปิดเผยเรื่องราว แต่ไม่ค่อยมีฉากหลอน ๆ อย่างช่วงแรก

คะแนนส่วนตัว 5/10

ตัวอย่าง


ขอบคุณภาพจาก IMDb เครดิต Korea Entertainment รูปหน้าปกที่ 1 / รูปหน้าปกที่ 2 / รูปหน้าปกที่ 3

ป้ายกำกับ