วันอังคารที่ 15 กันยายน พ.ศ. 2569

รีวิวหนัง Hope (2026) โฮป

 


            Hope (2026) โฮป เป็นภาพยนตร์แอ็กชันไซไฟระทึกขวัญมหากาพย์ของเกาหลีใต้ที่เขียนบท กำกับ และร่วมผลิตโดย Na Hong-jin นำแสดงโดย Hwang Jung-min, Zo In-sung, Hoyeon, Taylor Russell, Cameron Britton, Alicia Vikander และ Michael Fassbender

           โดยได้ฉายรอบปฐมทัศน์โลกในสายการประกวดหลักของเทศกาลภาพยนตร์คานส์ 2026 เมื่อวันที่ 17 พฤษภาคม 2026 ซึ่งเข้าชิงรางวัลปาล์มทองคำ และได้เข้าฉายในโรงภาพยนตร์โดย Plus M Entertainment ในเกาหลีใต้เมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม

           เรื่องราวของ โก บุม-ซอก หัวหน้าตำรวจของ โฮป ฮาร์เบอร์ หมู่บ้านเล็ก ๆ ใกล้เขตปลอดทหารเกาหลี และ โคซองกี ญาติของเขา ที่ต้องมาสืบหาต้นตอรอยแผลของเหยื่อ ซึ่งพวกเขาคิดว่าเป็นฝีมือของเสือ แต่เมื่อพวกเขาสืบลึกเท่าไหร่ก็ยิ่งต้องตกใจ เมื่อสิ่งที่พวกเขาเผชิญหน้าไม่ใช่เสือ แต่เป็นเอเลี่ยนขนาดมหึมา พวกเขาจึงต้องร่วมมือกันกำจัดเอเลี่ยนให้ได้ก่อนที่จะมีคนตายเพิ่มขึ้น

           เปิดเรื่องฉายถึงเหยื่อที่ถูกบางอย่างฆ่าตาย โดยเป็นรอยแผลที่แปลกประหลาด จนทำให้ต้องแยกทางกันสืบสวน โดยจะฉายสลับกันระหว่างกลุ่มหนึ่งที่เข้าไปสืบในป่า ส่วนอีกตัวละครต้องเข้าไปสืบตามหมู่บ้าน ซึ่งในระหว่างนั้นก็ค่อย ๆ ฉายถึงเหยื่อที่ตายแบบแปลกประหลาดและเกิดเหตุบางอย่างขึ้น แต่หนังพยายามไม่ฉายให้เห็นว่าคือตัวอะไร ซึ่งก็ชวนลุ้นและติดตามไปกับตัวละครด้วย แต่กว่าจะเปิดเผยถึงสัตว์ประหลาดที่เป็นต้นเหตุของเรื่องก็ค่อนข้างนานมาก แต่สถานที่ในเรื่องก็ทำได้น่าสนใจเข้ากับบรรยากาศดี ซึ่งฉากเปิดตัวเอเลี่ยนก็ทำได้น่าสนใจ โดยเอเลี่ยนไม่ได้มีแค่ตัวเดียว มีหลายตัว และแต่ละตัวก็มาในรูปแบบที่แตกต่างกัน แถมบางตัวพูดได้ด้วย ซึ่งดูแล้วกลับรู้สึกสงสารเอเลี่ยนมากกว่า โดยเฉพาะช่วงท้ายเรื่อง แต่หลังจากที่เอเลี่ยนปรากฎตัวหนังกลับไม่มีอะไรให้น่าติดตามมากนัก เพราะเน้นไปที่มนุษย์ไล่กำจัดเอเลี่ยนและเอเลี่ยนไล่ล่ามนุษย์ทั้งเรื่อง และก็เดาเรื่องได้ไม่ยาก บางจุดก็ไม่สมเหตุสมผลเลย จึงดูแล้วไม่ค่อยชวนลุ้นเท่าไหร่ ตัวละครบางตัวดูแล้วก็น่ารำคาญ ซึ่งหนังพยายามใส่ความตลกเข้ามา แต่กลับดูแล้วไม่ตลกเลย โดยดูจนจบก็ไม่ได้เปิดเผยเรื่องราวเกี่ยวกับเอเลี่ยนมากนัก เพียงแต่เปิดเผยแค่บางจุดเกี่ยวกับเอเลี่ยน ซึ่งได้จบทิ้งท้ายไปภาคต่อ

คะแนนส่วนตัว 4.5/10

ตัวอย่าง


ขอบคุณภาพจาก IMDb เครดิต Forged Films รูปหน้าปกที่ 1 / รูปหน้าปกที่ 2 / รูปหน้าปกที่ 3

วันเสาร์ที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2569

รีวิวหนัง The end of Oak street (2026) มหาภัยสุดถนนโอ๊ค



           The end of Oak street (2026) มหาภัยสุดถนนโอ๊ค เป็นภาพยนตร์เอาชีวิตรอดแนววิทยาศาสตร์อเมริกันที่เขียนบท ร่วมผลิต และกำกับโดย David Robert Mitchell นำแสดงโดย Anne Hathaway, Ewan McGregor, Maisy Stella และ Christian Convery มีกำหนดฉายในสหรัฐอเมริกาโดย Warner Bros. Pictures ในวันที่ 14 สิงหาคม 2026 

"เป็นหนังไดโนเสาร์ที่เล่นประเด็นเรื่องเวลา และมีความซีเรียส และตอบโจทย์ความลุ้นระทึกกันได้ทั้งเรื่อง"

          ใครที่ชื่นชอบหนังแนวไดโนเสาร์ แล้วอยากเห็นความสนุก ความโหด ความลุ้นระทึก ที่ไม่ได้เห็นมาจากหนังไดโนเสาร์มานานแล้ว คุณจะได้เห็นในเรื่องนี้

          หนังใช้พล็อตไอเดียสุดบรรเจิดเกี่ยวกับเวลา การวาป ซึ่งเอามาผสมผสานกับเหล่าไดโนเสาร์สุดโหด ที่สามารถออกมาวิ่งไล่ล่าในเมืองได้ หนังมีสอดแทรกประเด็นเรื่องครอบครัวเข้ามาช่วยขับเคลื่อนและสร้างดราม่า และจากพล็อตสุดล้ำนี้ ทำให้เราได้ลุ้นระทึกไปกับเหล่าไดโนเสาร์มากมายที่มี Location เป็นเมือง ที่ดูแปลกตาและดูไม่ซ้ำใครดี และสุดท้ายหนังก็สามารถหาบทสรุปออกมาได้อย่างลงตัวอีกด้วย

         การออกแบบไดโนเสาร์ และการใช้ CG ก็ทำออกมาใช้ได้ รวมถึงทำให้เรามีความรู้สึกอินกับการเอาใจช่วยทุกตัวละครที่หนังใส่เข้ามา

ภาพรวมไปดูเถอะครับ หนังสนุกมาก ขอแนะนำหนังไดโนเสาร์ดีๆ เรื่องนี้ครับ

คะแนนส่วนตัว 9/10

รีวิวโดย A.L. Lucky


          เรื่องราวของครอบครัวหนึ่งได้แก่ เดนิส แพลตต์, เกร็ก, ออเดรย์ และ ไบรอัน ที่อาศัยอยู่บนถนนโอ๊คในชานเมืองฟลาวเวอร์เวล มลรัฐมิชิแกน ต้องเผชิญหน้ากับสัตว์สูญพันธุ์หลายล้านปี เมื่อแสงขาวบางอย่างได้พาถนนสายนี้ย้อนมาสู่ยุคอดีตในสมัยนั้น โดยพวกเขาต้องหาทางเอาชีวิตรอดออกไปจากที่นี่ให้ได้

          เปิดเรื่องด้วยการปูที่มาที่ไปของตัวละครครอบครัว ซึ่งตลอดทั้งเรื่องจะสอดแทรกความสัมพันธ์ครอบครัวมาเป็นช่วง ๆ โดยมีช่วงดราม่าบ้าง จากนั้นก็เริ่มฉายถึงต้นไม้ลึกลับที่สูญพันธ์ุไปหลายล้านปี ซึ่งจุดนี้เป็นไปไม่ได้ เพราะยังไม่เกิดแสงที่พากลับไปสู่อดีต ก่อนที่จะเกิดเหตุแสงไฟสีขาวที่เมื่อเกิดขึ้นแล้วเริ่มทำให้ถนนสายนี้เหมือนอยู่ในยุคอดีต ซึ่งจุดนี้หนังทำได้น่าสนใจดี โดยหนังจะค่อย ๆ ดำเนินเรื่องเรื่อย ๆ ค่อย ๆ ฉายถึงสัตว์สูญพันธุ์ที่ปรากฎตัวทีละตัว ซึ่งก็ทำได้สมจริงดี แต่เสียดายที่ฉายถึงสัตว์พวกนี้น้อยไปหน่อย น่าจะเปิดตัวให้หลากหลายกว่านี้ บางตัวบทน้อยไป บางตัวดูน่ารักมากกว่าน่ากลัว แต่ก็ชวนลุ้นเอาใจช่วยตัวละครดี ถึงแม้บางช่วงจะง่ายไปหน่อย ไม่ได้เผชิญหน้ากับสัตว์ประหลาดเลยและเดาเรื่องได้ไม่ยาก

คะแนนส่วนตัว 5.5/10

รีวิวโดย 刘心爱

ตัวอย่าง


ขอบคุณภาพจาก Warner Bros. Pictures รูปหน้าปกที่ 1

ขอบคุณภาพจาก IMDb เครดิต Warner Bros. Pictures รูปหน้าปกที่ 2 / รูปหน้าปกที่ 3

วันอังคารที่ 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2569

รีวิวหนัง Pinocchio Unstrung (2026) พินอคคิโอ หุ่นไม้สายเชือด

 


           Pinocchio Unstrung (2026) พินอคคิโอ หุ่นไม้สายเชือด เป็นภาพยนตร์สแลชเชอร์อิสระของอังกฤษที่เขียนบทและกำกับโดย Rhys Frake-Waterfield นำแสดงโดย Robert Englund และ Richard Brake ซึ่งเป็นภาคที่ห้าของจักรวาล Twisted Childhood (TCU) และเป็นการเล่าเรื่องสยองขวัญใหม่ของนิยายปี 1883 เรื่อง The Adventures of Pinocchio ของ Carlo Collodi ในสหราชอาณาจักรและประเทศอื่น ๆ ใช้ชื่อว่า Pinocchio: Unstrung

           โดยเข้าฉายในงานเทศกาลภาพยนตร์แฟนตาสติกนานาชาติบรัสเซลส์เมื่อวันที่ 11 เมษายน 2026 ก่อนจะเข้าฉายในโรงภาพยนตร์ทั่วโลกในวันที่ 24 กรกฎาคม 2026 โดย ITN Distribution 

          เรื่องราวของ เจมส์ ที่สูญเสียแม่และเพื่อนรักคนหนึ่งไป ทำให้ตาของเขา เจเป็ตโต้ ได้สร้างหุ่นไม้ที่มีชีวิต ซึ่งมีชื่อว่า พินอคคิโอ ให้เป็นเพื่อนเขา ซึ่งทำให้พินอคคิโออยากเป็นมนุษย์เหมือนเจมส์และอยากปกป้องเจมส์ จึงได้ฆ่าทุกคนที่เป็นศัตรูกับเขาและทำให้เขาต้องเจ็บ รวมทั้งฆ่าเอาอวัยวะมนุษย์ เพื่อต้องการเป็นมนุษย์

           เปิดเรื่องด้วยการเล่านิทานผ่านตัวละครเจเป็ตโต้ด้วยการเชิดหุ่นไม้ก่อนที่จะฉายถึงตัวละครที่เล่านิทานและเด็ก ซึ่งเป็นเหตุการณ์ก่อนที่เจเป็ตโต้จะแนะนำพินอคคิโอให้รู้จักกับเจมส์ ซึ่งฉากเปิดตัวพินอคคิโอถือว่าทำได้หลอนและน่าสนใจดี แต่เนื้อเรื่องคาดเดาได้ง่าย พล็อตเรื่องคล้าย ๆ กับเรื่อง Child's Play (2019) คลั่งฝังหุ่น จึงดูแล้วไม่ค่อยแปลกใหม่เท่าไหร่ โดยเปลี่ยนจากตุ๊กตาชัคกี้เป็นหุ่นไม้พินอคคิโอที่อ้างอิงตามนิทานเล็กน้อย คือ ถ้าโกหกจมูกจะยาวขึ้นเรื่อย ๆ โดยจะมาในสายโหด แต่ก็แอบแฝงข้อคิดบางอย่าง ซึ่งฆาตกรไม่ได้ร้ายตั้งแต่แรก แต่เกิดจากการสั่งสอนชักจูงและการเรียนรู้ผิด ๆ เป็นหุ่นไม้ที่มีชีวิตจิตใจเหมือนมนุษย์ ทำให้ดูแล้วไม่ได้เกลียดฆาตกรขนาดนั้น ซึ่งฉากฆ่าโหดดีและแฝงความฮาของพินอคคิโอ ที่ดูแล้วชวนขำตลอดทั้งเรื่อง ถึงแม้หุ่นไม้มีชีวิตนี้จะดูเป็นไปไม่ค่อยได้เท่าไหร่ โดยจบทิ้งท้ายเหมือนมีต่อ

คะแนนส่วนตัว 5.5/10

รีวิว Child's Play (2019) คลั่งฝังหุ่น

ตัวอย่าง


ขอบคุณภาพจาก IMDb เครดิต Jagged Edge Productions รูปหน้าปกที่ 1 / รูปหน้าปกที่ 2 / รูปหน้าปกที่ 3

วันอาทิตย์ที่ 12 กรกฎาคม พ.ศ. 2569

รีวิวหนัง Evil Dead Burn (2026) ผีอมตะแผดเผา

 

 
           Evil Dead Burn (2026) ผีอมตะแผดเผา เป็นภาพยนตร์สยองขวัญเหนือธรรมชาติอเมริกัน ซึ่งเป็นภาคที่หกในซีรีส์ภาพยนตร์ Evil Dead และเป็นภาครีบูตที่สาม หลังจาก Evil Dead (2013) และ Evil Dead Rise (2023) กำกับและเขียนบทร่วมโดย Sébastien Vaniček อำนวยการสร้างโดย Rob Tapert และผู้สร้างซีรีส์ Sam Raimi นำแสดงโดย Souheila Yacoub, Tandi Wright, Hunter Doohan, Luciane Buchanan, Erroll Shand และ Maude Davey

           มีการประกาศเกี่ยวกับภาพยนตร์สปินออฟที่กำลังอยู่ในขั้นตอนการพัฒนาใน เดือนกุมภาพันธ์ 2024 โดย Vaniček ถูกจ้างให้กำกับบทภาพยนตร์ที่เขาร่วมเขียนกับ Florent Bernard ในขณะที่ Sam Raimi และ Robert Tapert ทำหน้าที่เป็นโปรดิวเซอร์ โดย Ghost House Pictures เป็นผู้ผลิตโปรเจกต์นี้ ต่อมาในเดือนธันวาคม 2024 Vaniček ได้เปิดเผยชื่อว่าจะเป็น Evil Dead Burn พร้อมกับกำหนดการออกฉายเบื้องต้นในปี 2026 การคัดเลือกนักแสดงเริ่มขึ้นในเดือนพฤษภาคม 2025 ส่วนการถ่ายทำเริ่มในเดือนกรกฎาคมและเสร็จสิ้นในเดือนตุลาคมปีเดียวกันที่นิวซีแลนด์

           โดยออกฉายที่โรงภาพยนตร์ในฝรั่งเศสเมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม 2026 ตามด้วยสหรัฐอเมริกาในวันที่ 10 กรกฎาคม โดย Warner Bros. Pictures ในพื้นที่อเมริกาเหนือ และโดย Sony Pictures Releasing ผ่านแบรนด์ Screen Gems ของพวกเขาในต่างประเทศ

          เรื่องราวของ อลิส แฟนของ วิล ที่ต้องมาอยู่กับครอบครัวฝั่งสามีอย่าง โจเซฟ น้องชายวิล, ทยา แฟนของโจเซฟ, ซูซาน แม่ของวิล, เอดการ์ พ่อของวิล และ พอลล่า แม่ของซูซาน ในบ้านพักริมทะเลสาบที่เธอกับสามีร่วมกันสร้าง หลังจากที่สามีเสียชีวิตจากอุบัติเหตุ และได้เจอกับงานวิจัยของเบนจามินสามีของพอลล่า ซึ่งทำให้เธอได้ปลุกปีศาจในหนังสือออกมา

          ภาคนี้มีความคล้าย ๆ กับภาค Evil Dead Rise (2023) ในหลาย ๆ จุดเลย แต่เปลี่ยนตัวละครใหม่หมด ซึ่งก็น่าเสียดายที่น่าจะดำเนินเรื่องต่อเนื่องกัน โดยตอนได้เห็นจากตัวอย่างและเรื่องย่อดูเหมือนจะเป็นภาคใหม่ไม่น่าต่อเนื่องกันเท่าไหร่ แต่หนังก็สามารถทำได้น่าสนใจชวนติดตามตลอดทั้งเรื่องเช่นเดียวกัน และแอบมีเซอร์ไพส์ตัวละครจากภาคก่อนหน้าในช่วงเอนเครดิต ซึ่งก็ได้ทิ้งท้ายเหมือนมีต่อ โดยเปิดเรื่องได้น่าสนใจดีด้วยการฉายถึงปีศาจที่ปรากฎตัวมาเล่นงานเหยื่อ ซึ่งไม่ได้มีใครปลุกออกมาจากหนังสือ ก่อนที่จะฉายถึงตัวละครที่กำลังศึกษางานวิจัยของปู่ ซึ่งเกี่ยวข้องกับปีศาจตัวนี้ โดยมีอาวุธที่สามารถเล่นงานได้ ซึ่งก็เหมือนจะกำจัดปีศาจได้ง่าย แต่ก็ไม่ได้ง่ายอย่างที่คิดและก็มีฉากโหดให้ได้เห็นกันตามเคย จากนั้นก็ฉายถึงตัวละครหลัก ๆ ในเรื่องก่อนที่จะได้นำปีศาจกลับมาด้วย ซึ่งช่วงแรกจะมีดราม่าเล็กน้อย โดยภาคนี้ได้เน้นฉายถึงตัวละครที่เอาชีวิตรอดในบ้านหลังหนึ่ง เนื่องจากปีศาจพยายามขัดขวางไม่ให้ออกไปข้างนอกได้ ในขณะที่ปีศาจต้องการอาวุธที่สามารถกำจัดตนได้ ซึ่งปีศาจก็มาในรูปแบบเดิม แต่แอบแฝงความฮาอยู่ด้วย รวมทั้งตัวละครบางคนที่ช่วยสร้างสีสันในเรื่องได้ดี โดยปีศาจจะค่อย ๆ เผยความโหดขึ้นเรื่อย ๆ และไล่ฆ่าเหยื่ออย่างไม่ยั้ง ซึ่งก็ชวนลุ้นเอาใจช่วยตัวละครสุด ๆ โดยมีฉากให้ตกใจบ้างเล็กน้อย นอกจากปีศาจจะตายยากแล้ว ตัวละครหลักก็อึดและสู้ชีวิตไม่แพ้กัน ถึงแม้บางจุดจะเดาเรื่องได้บ้าง

คะแนนส่วนตัว 7.5/10

อ่านรีวิว Evil Dead Rise (2023) ผีอมตะผงาด

ตัวอย่าง


ขอบคุณภาพจาก Warner Bros. Pictures รูปหน้าปกที่ 1

ขอบคุณภาพจาก IMDb เครดิต Warner Bros. Pictures รูปหน้าปกที่ 2 / รูปหน้าปกที่ 3

วันพฤหัสบดีที่ 11 มิถุนายน พ.ศ. 2569

รีวิวหนัง Colony (2026) ยึดร่างคลั่ง

 

           Colony (2026) ยึดร่างคลั่ง เป็นภาพยนตร์แอ็คชั่นสยองขวัญสัญชาติเกาหลีใต้ที่กำกับและเขียนบทโดย Yeon Sang-ho โดยมี Choi Gyu-seok เป็นผู้ร่วมเขียนบท นำแสดงโดย Jun Ji-hyun, Koo Kyo-hwan, Ji Chang-wook, Kim Shin-rok, Shin Hyun-been และ Go Soo

          โดยฉายรอบปฐมทัศน์โลกในส่วน Midnight Screenings ของเทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์ปี 2026 เมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม 2026 จัดจำหน่ายโดย Showbox และเข้าฉายในโรงภาพยนตร์ในเกาหลีใต้เมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม

          เรื่องราวของ ควอน เซ-จอง ที่ได้รับเชิญให้เข้าร่วมงานนำเสนอของบริษัท Chains Bio ที่อาคารดงอู-ริ โดยได้รับการแนะนำจาก ฮัน กยู-ซอง อดีตสามีของเธอ ซึ่งกำลังเตรียมตัวย้ายไปต่างประเทศ แต่แล้วไม่นานก็เกิดเหตุก่อการร้ายทางชีวภาพขึ้นด้วยฝีมือนักวิทยาศาสตร์ ซอ ยอง-ชอล ซึ่งเป็นวัคซีนของอาวุธชีวภาพนี้ เธอและคนอื่น ๆ ในอาคารนี้จึงต้องช่วยกันเอาตัวรอดออกไปจากที่นี่ให้ได้ ในขณะที่อาคารนี้ถูกกักกันระหว่างหาทางควบคุมเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

          เปิดเรื่องฉายถึงตัวละครลึกลับที่โทรแจ้งตำรวจเรื่องก่อการร้ายทางชีวภาพที่อาคารดงอู-ริ โดยที่ตัวเองเป็นวัคซีน ก่อนตัดเข้าเรื่องฉายถึงตัวละครหลักที่ถูกเชิญมาร่วมงานของบริษัท Chains Bio ในอาคารดงอู-ริ โดยได้อธิบายถึงงานคร่าว ๆ จากนั้นก็ค่อย ๆ ฉายถึงตัวละครสำคัญ ๆ ในเรื่อง ก่อนที่จะฉายถึงตัวละครลึกลับในช่วงเปิดเรื่องที่จะก่อการร้าย ซึ่งตัวละครแต่ละคนก็แสดงได้สมบทบาทดี โดยใช้เวลาไม่นานก็เกิดเรื่องขึ้นทันที โดยตัวละครแต่ละคนก็มาในแนวคล้าย ๆ กับเรื่อง Train to Busan (2016) ด่วนนรกซอมบี้คลั่ง แต่สาเหตุของซอมบี้จะต่างออกไป โดยซอมบี้เรื่องนี้จะเกิดจากเชื้อราเมือกที่สาเหตุหลอมรวมตัวเชื่อมติดกันได้และค่อย ๆ วิวัฒนาการเรียนรู้จนค่อย ๆ ฉลาดขึ้น โดยมีตัวหัวหน้าที่เป็นตัวแรกของการแพร่เชื้อควบคุม แต่มีข้อเสียคือถ้าหัวหน้าตาย ซอมบี้ตัวอื่น ๆ ก็จะค้างหมด แต่ยากกว่าเรื่องอื่นตรงตัวหัวหน้าเป็นมนุษย์ ซึ่งพอเกิดเรื่องแล้วก็ชวนลุ้นเอาใจช่วยตัวละครตลอดทั้งเรื่อง ไม่มีช่วงที่น่าเบื่อเลย แต่ก็มีบางจุดที่พอเดาเรื่องได้บ้าง โดยจะฉายตัวละครทั้งข้างในอาคารและข้างนอกที่กำลังหาทางควบคุมเหตุการณ์ ซึ่งในช่วงแรกตัวละครจะช่วยกันเอาตัวรอดจากซอมบี้ พร้อมทั้งสังเกตพฤติกรรมของซอมบี้ เพื่อเอาตัวรอด หลังจากนั้นจะช่วยกันตามจับตัววัคซีน ก่อนจะเปลี่ยนเป็นช่วยกันกำจัดวัคซีนในช่วงท้ายเรื่อง ซึ่งดูแล้วก็สงสารตัวละครบางคน โดยมีดราม่าบ้างเล็กน้อยและจบทิ้งท้ายเหมือนมีต่อ

คะแนนส่วนตัว 7/10

อ่านรีวิว Train to Busan (2016) ด่วนนรกซอมบี้คลั่ง

ตัวอย่าง


ขอบคุณภาพจาก IMDb เครดิต Wow Point รูปหน้าปกที่ 1 / รูปหน้าปกที่ 2 / รูปหน้าปกที่ 3

วันเสาร์ที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ. 2569

รีวิวหนัง Lights Out (2016) มันออกมาขย้ำ

 


           Lights Out (2016) มันออกมาขย้ำ เป็นภาพยนตร์สยองขวัญเหนือธรรมชาติของอเมริกาที่กำกับโดย David F. Sandberg เขียนโดย Eric Heisserer ซึ่งได้ดัดแปลงบทภาพยนตร์มาจากภาพยนตร์สั้นชื่อเดียวกันของ Sandberg ในปี 2013 นำแสดงโดย Teresa Palmer, Gabriel Bateman, Alexander DiPersia, Billy Burke และ Maria Bello นอกจากนี้ยังมีภรรยาของ Sandberg คือ Lotta Losten ซึ่งเคยแสดงในภาพยนตร์สั้น

           ผลิตโดย Heisserer, Lawrence Grey และ James Wan ถ่ายทำในลอสแอนเจลิสตั้งแต่เดือนมิถุนายนถึงสิงหาคม 2015 ได้เข้าฉายรอบปฐมทัศน์โลกที่เทศกาลภาพยนตร์ลอสแองเจลิสเมื่อวันที่ 8 มิถุนายน 2016 และถูกปล่อยในสหรัฐอเมริกาและแคนาดาโดย Warner Bros. Pictures เมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม 2016

           ไดอาน่า ผู้ป่วยที่มีอาการเกี่ยวกับปัญหาผิวหนังขั้นรุนแรงจนไม่สามารถออกไปเจอแสงแดดได้ ซึ่งได้เสียชีวิตจากการรักษา

          เรื่องราวของ รีเบคก้า พี่สาวต่างแม่ของ มาร์ติน ที่ต้องมาช่วยดูแลมาร์ตินจากปีศาจที่ชื่อ ไดอาน่า ซึ่งเกี่ยวข้องกับแม่ของมาร์ตินที่มีอาการป่วยจากเหตุการณ์ในอดีตตั้งแต่เด็ก โดยเธอได้ค้นพบว่าต้องอยู่ในที่สว่างถึงจะปลอดภัยจากปีศาจตนนี้

           เปิดเรื่องได้น่าสนใจดี โดยปีศาจเรื่องนี้จะมากับความมืด และกลัวแสงสว่าง ถึงแม้จะไม่ได้แปลกใหม่มากก็ตาม ซึ่งตลอดทั้งเรื่องจะไม่ได้ฉายให้เห็นหน้าของปีศาจเลย จะเห็นเพียงแค่เงาดำ ๆ ซึ่งเหมือนจะง่าย แค่อยู่ในที่สว่างก็ปลอดภัยจากปีศาจ แต่ต่อให้อยู่ที่สว่าง ปีศาจก็สามารถทำให้มืดและฆ่าเหยื่อได้ โดยจะค่อย ๆ เปิดเผยเรื่องราวของปีศาจในช่วงกลาง ๆ เรื่อง โดยตัวละครในเรื่องมีอยู่ไม่กี่คนและเน้นสถานที่ในบ้านเป็นหลัก ซึ่งฉากที่ปีศาจจะปรากฎตัวก็ชวนลุ้นดี แต่ความหลอนดูลดลงจากช่วงเปิดเรื่องและการดำเนินเรื่องค่อนข้างน่าเบื่อไปหน่อย ไม่ค่อยชวนติดตามสักเท่าไหร่ ฉากปีศาจก็ดูน้อยไป พอจะตายก็ตายง่ายเกินไป แถมหนังก็ดูสั้นไปหน่อยแค่ชั่วโมงกว่า ๆ เอง 

คะแนนส่วนตัว 4.5/10

ตัวอย่าง


ขอบคุณภาพจาก Warner Bros. Pictures รูปหน้าปกที่ 1 / รูปหน้าปกที่ 2 / รูปหน้าปกที่ 3

วันพฤหัสบดีที่ 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2569

รีวิวหนัง Capture (2026)



            Capture (2026) เป็นภาพยนตร์สยองขวัญจากอเมริกาที่กำกับโดย Bruce Wemple นำแสดงโดย Kaitlyn Lunardi, Cedric Gegel และ Chris Cimperman

           กล้องวีดีโอที่เหมือนมีปีศาจสิงอยู่ด้วยการเซ่นสังเวยเหยื่อ เพื่อแลกกับชีวิต เรื่องราวของ เอบิเกล เบ็คเกอร์ (แอบบี้) ที่โตมาในสถานสงเคราห์และอยากรู้จักพ่อแม่ของตน โดยเธอได้รับมรดกพินัยกรรมฉบับเมื่อเดือนสิงหาคม 1994 เป็นบ้านนอกเมืองที่ถูกทิ้งร้าง ทำให้เธอตัดสินใจเดินทางไปทันที โดยได้รับความช่วยเหลือจาก ไคล์ บาร์เทนเดอร์ ที่ช่วยขับรถพาเธอไปส่งที่นั่น ซึ่งที่นั่นเธอได้พบกับกล้องวีดีโอและเทปวีดีโอที่บันทึกครอบครัวไว้ ซึ่งทำให้เธอต้องค้นหาความจริงที่เกิดขึ้น

          เปิดเรื่องฉายถึงตัวละครที่เจอบ้านหลังหนึ่งและได้เข้าไปหาโทรศัพท์ ในขณะที่มีใครบางคนกำลังถ่ายวีดีโออยู่ ซึ่งตัวละครที่ถูกถ่ายก็เริ่มมีอาการเหมือนถูกผีสิงก่อนตัดเข้าเรื่อง โดยฉายถึงตัวละครหลักก่อนที่จะมีเหตุให้เดินทางไปยังบ้านนอกเมือง ซึ่งในระหว่างที่เดินทางไป ก็ได้ฉายถึงตัวละครที่ดูเหมือนมีความลับเกี่ยวกับบ้านหลังนัน้ปกปิดไว้ ซึ่งเป็นบ้านเดียวกับในช่วงเปิดเรื่อง จากนั้นก็ค่อย ๆ ฉายบรรยากาศเหมือนกับช่วงเปิดเรื่องและสิ่งของต่าง ๆ ในบ้าน จนมาเจอกับกล้องวีดีโอที่หันออกไปนอกบ้านและวีดีโอหลายม้วน ก่อนที่จะฉายถึงบางอย่างในจุดนั้น ซึ่งก็มักจะฉายเหมือนมีใครกำลังถ่ายวีดีโออยู่และมีคนอยู่ในบ้าน จากนั้นก็ได้ฉายถึงเหตุการณ์ในเทปวีดีโอ ซึ่งเกี่ยวข้องกับบันทึกครอบครัว จนต้องกรอเทปย้อนกลับไปยังบางจุด ซึ่งมีบางอย่างเกิดขึ้น โดยชวนลุ้นว่าจะเจออะไรในคลิป รวมทั้งเหตุการณ์แปลก ๆ ในบ้าน โดยเฉพาะภาพในกล้องวีดีโอที่กำลังมองอยู่ โดยช่วงกลางเรื่องจะค่อย ๆ เปิดเผยเรื่องราวทีละน้อย ไปพร้อมกับการดูเทปบันทึกและดูผ่านกล้องวีดีโอ ซึ่งเป็นเทปคนไข้ของแม่ที่มีอาการแปลก ๆ แต่ช่วงที่ดูเทปช่วงนี้ดูน่าเบื่อไปหน่อย ซึ่งความน่ากลัวดูลดลงไป แต่มาดูน่ากลัวขึ้นเมื่อตัวละครดูผ่านกล้องวีดีโอ ซึ่งช่วงท้ายเรื่องก็มีจุดที่ดูขัดใจไปบ้าง โดยจบทิ้งท้ายเหมือนมีต่อ

คะแนนส่วนตัว 5/10

ตัวอย่าง


ขอบคุณภาพจาก IMDb เครดิต 377 Films รูปหน้าปก

วันจันทร์ที่ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2569

รีวิวหนัง Dolly (2026)

 


          Dolly (2026) เป็นภาพยนตร์สแลชเชอร์ของอเมริกาปี 2025 ที่กำกับ เขียนบท และผลิตโดย Rod Blackhurst อิงจากภาพยนตร์สั้นของ Blackhurst ปี 2022 เรื่อง Babygirl นำแสดงโดย Fabianne Therese, Russ Tiller, Kate Cobb, Eve Blackhurst, Michalina Scorzelli, Ethan Suplee, Seann William Scott และ Max the Impaler

          โดยมีการฉายรอบปฐมทัศน์โลกที่ Fantastic Fest เมื่อวันที่ 21 กันยายน 2025 และเข้าฉายในโรงภาพยนตร์ในสหรัฐอเมริกาเมื่อวันที่ 6 มีนาคม 2026

          เรื่องราวของ คู่รัก เมซี่ และ เชส ที่เดินทางไปยังพื้นที่ภูเขาป่ารกร้าง เพื่อเดินป่า แต่ในขณะที่เชสจะขอแต่งงาน พวกเขาได้ยินเสียงบางอย่าง เชสจึงเดินไปดู โดยทิ้งให้เมซี่อยู่คนเดียว จนต้องออกตามหาและได้เจอกับหญิงสติฟั่นเฟืองที่สวมหน้ากากตุ๊กตา ซึ่งได้จับตัวเธอกลับบ้านและเลี้ยงดูเธอเหมือนลูกสาว เธอจึงต้องหาวิธีออกไปจากหญิงโรคจิตนี้ให้ได้

          หนังดำเนินเรื่องเป็นบท ๆ โดยเริ่มจากบทที่หนึ่งแม่ ซึ่งช่วงเปิดเรื่องได้ฉายถึงตัวละครที่ทำบางอย่างกับศพ ก่อนที่จะฉายถึงคู่รักที่มาชมวิวในป่าและได้เจอกับตุ๊กตา โดยที่นั่นมีตัวละครโรคจิตในช่วงเปิดเรื่องอยู่ด้วยก่อนที่จะได้เจอกัน ซึ่งตัวร้ายจะสวมหน้ากากตลอดเวลา โดยเป็นหน้ากากตุ๊กตาและใช้จอบเป็นอาวุธ โดยกำลังหมกมุ่นอยู่กับตุ๊กตาเหมือนตัวเองกำลังเป็นแม่

          บทที่สองลูกสาว หลังจากที่ตัวละครเจอกับคนร้ายก็เกิดการปะทะกันและถูกไล่ตาม โดยผู้หญิงจะถูกจับตัวไป ซึ่งคาดว่าน่าจะเห็นเป็นลูกสาว

          บทที่สามบ้าน โดยตัวละครถูกจับมาที่บ้านของคนร้าย ซึ่งในบ้านยังมีคนอื่นอยู่ด้วย โดยได้เปิดเผยว่าทั้งหมดนี่เป็นเกม ต้องเล่นไปตามเกม ซึ่งจะต้องหากุญแจให้เจอ โดยชวนติดตามว่าคนร้ายจะทำอะไร ในขณะที่ตัวละครต้องหากุญแจให้เจอ โดยมีฉากโหดและฉากชวนแหวะอยู่บ้าง แต่ก็ยังมาในรูปแบบเดิม ๆ ที่ชวนขัดใจตัวละคร ส่วนคนร้ายอาจจะดูเปลี่ยนไปบ้างจากผู้ชายเป็นผู้หญิง แต่ก็ยังตายยากเหลือเกิน ซึ่งก็ชวนลุ้นเอาใจช่วยตัวละครดี ดูแล้วสงสารเหยื่อ โดยคนร้ายได้เห็นเหยื่อเป็นลูกสาวตัวเอง ถึงแม้จะดูร้าย แต่ก็ยังมีบางส่วนที่ดีเล็กน้อย

          บทที่สี่พ่อ โดยช่วงนี้ตัวละครหลักได้เจอกุญแจแล้ว ซึ่งก็ชวนลุ้นว่าเอาชีวิตรอดออกไปได้หรือไม่ แต่บางจุดก็พอเดาเรื่องได้ไม่ยากและก็ยังดูขัดใจเหมือนเดิม โดยตอนนี้ได้ฉายถึงพ่อของโรคจิต

           บทที่ห้าการพบปะสังสรรค์ ตัวละครได้เจอกับคนรักและหนีออกมาข้างนอก แต่ก็ถูกโรคจิตตามล่า

           บทที่หกการรบ ตัวละครพบจุดอ่อนของคนร้าย ซึ่งช่วงนี้ก็มีการเอาคืนตัวร้ายไม่เหมือนกับช่วงก่อนหน้าหน่อย โดยตอนนี้เป็นการสู้รบกับคนร้าย

          และปิดท้ายด้วยบทที่เจ็ดลาก่อน ซึ่งเป็นบทสุดท้ายที่มาในรูปแบบเดิม ๆ สำหรับหนังแนวนี้ แต่ยังดีที่ไม่ได้จบทิ้งท้ายเหมือนมีต่อ

คะแนนส่วนตัว 5/10

ตัวอย่าง


ขอบคุณภาพจาก Witchcraft Motion Picture Company รูปหน้าปก

รีวิวซีรีส์จีน Kill Me Love Me (2024) ผลิบานชั่วกาลวสันต์ หรือ ใบไม้ผลิบานที่มอดไหม้

 


           Kill Me Love Me (2024) ผลิบานชั่วกาลวสันต์ หรือ ใบไม้ผลิบานที่มอดไหม้ ชื่อภาษาจีนคือ 春花焰 เป็นซีรีสืจีนที่สร้างจากนวนิยาย Chun Hua Yan โดย Hei Yan นำแสดงโดย Liu Xueyi และ Wu Jinyan ในบทนำ เปิดตัวทาง Youku เมื่อวันที่ 14 ตุลาคม 2024 มีทั้งหมด 32 ตอน

           เรื่องราวของ เหมยหลิน ที่ได้เข้าร่วมการฝึกกับลัทธิมืดจนกลายเป็นนักฆ่า เพื่อสังหารมู่หรงจิ่งเหอ ที่ได้วางเพลิงสังหารล้างเมืองชิงโจวทำให้บิดาเสียชีวิต ซึ่งพอดีกับที่เจ้าลัทธิแห่งลัทธิมืดได้ออกคำสั่งให้ไปสังหารมู่หรงจิ่งเหอ องค์ชายสามแห่งต้าเหยียน เพื่อแลกกับยาถอนพิษ เธอจึงปลอมตัวเป็นหญิงงามแห่งซีเยียนที่มาร่วมอภิเษกสมรสกับต้าเหยียน พร้อมทั้งหาคนร้ายวางเพลิงชิงโจวตัวจริง แต่แล้วก็ได้ร่วมมือกับมู่หรงจิ่งเหอ เพื่อล้มล้างคนร้ายตัวจริง

           เปิดเรื่องด้วยการเกริ่นนำเรื่องราวเกี่ยวกับต้าเหยียนและซีเยียน แผ่นดินใหญ่แห่งจงหยวน สู้รบกันมาหลายปี หลังจากกองทัพเวยเป่ยเอาชิงโจวแผ่นดินที่สูญหายของต้าเหยียนคืนมาได้ กลับออกคำสั่งให้วางเพลิงสังหารล้างเมือง โดยได้ทิ้งชื่อผู้ที่วางเพลิงสังหารบิดาของนางเอกก่อนตัดเข้าเรื่องในช่วงหลังไฟไหม้รุนแรงเมื่อสิบปีก่อน โดยฉายถึงนางเอกที่เข้าร่วมการฝึกกับลัทธิมืดก่อนจะฉายถึงเจ้าลัทธิแห่งลัทธิมืด แต่ไม่ได้เปิดเผยหน้าตาให้เห็น โดยได้สั่งให้นางเอกสังหารองค์ชายสามแห่งต้าเหยียนในงานอภิเษกสมรส เพื่อแลกกับยาถอนพิษ จากนั้นก็ได้ตัดมาฉายถึงเมืองต้าเหยียน โดยค่อย ๆ ฉายถึงเชื้อพระวงศ์และฮ่องเต้เมืองต้าเหยียนก่อนฉายถึงนางเอกที่เดินทางมากับเหล่าหญิงงามที่มาอภิเษกสมรส โดยหนึ่งในนั้นมีองค์หญิงจื่อกู้ที่ประมุขซีเยียนส่งตัวมา จากนั้นก็เปิดตัวพระเอก ซึ่งมาในมาดเย็นชาเหี้ยมโหด ส่วนนางเอกก็มาในมาดเย็นชาแบบนักฆ่า ซึ่งพระนางฉลาดมีไหวพริบทั้งคู่ โดยจะได้เห็นฉากแอคชั่นของนางเอกเป็นช่วง ๆ พร้อมกับฉายถึงที่มาของสาเหตุที่ทำให้พระเอกต้องพิการเล็กน้อย จากนั้นก็มีฉากให้นางเอกกับพระเอกได้อยู่ด้วยกันบ้าง ซึ่งก็ชวนลุ้นเอาใจช่วยตัวละครไปด้วย โดยก่อนจบได้เปิดเผยให้ความลับของพระเอกบางอย่างและรู้จักกับนางเอกมาก่อน พร้อมทั้งมีฝีมือไม่แพ้นางเอกเลย แถมยังเข้าถึงตัวได้ยาก ซึ่งพระนางแสดงได้สมบทบาทดีทีเดียว 

           ตอนที่สองได้ฉายถึงเรื่องราวที่พระเอกถูกนางเอกลอบสังหารในช่วงสิบปีก่อน ซึ่งมีที่มาที่ทำให้พระเอกก็โกรธแค้นชาวชิงโจวและต้องการให้นางเอกมีชีวิตอยู่ถึงจะทรมานกว่าตาย จากนั้นก็ตัดมาในช่วงปัจจุบัน ซึ่งฉายถึงพระเอกในอีกแง่มุมหนึ่ง ก่อนที่จะฉายอีกแง่มุมที่เหี้ยมโหดให้นางเอกเห็น จากนั้นก็เปิดเผยถึงสายสืบที่องค์รัชทายาทส่งมาสืบพระเอก ซึ่งบ่งบอกให้รู้ว่าองค์รัชทายาทก็ต้องการกำจัดพระเอกเช่นกัน โดยเมื่อรัชทายาทกับพระเอกเจอกันมักจะพูดจาเสียดสีกันตลอด ในขณะที่ชาวชิงโจวก็ยังคงแค้นพระเอก ซึ่งพระเอกก็แสดงได้ร้ายโดนใจเหลือเกิน ถือได้ว่าเรื่องนี้พลิกบทพระเอกต่างจากเรื่องอื่น ๆ แม้กระทั่งพี่น้องก็ไม่อ่อนข้อให้และต้องการตำแหน่งสูงสุดเช่นกัน โดยตอนนี้ช่วงที่พระเอกจะเข้าเฝ้าฮองเฮา ได้ฉายถึงเรื่องราวเมื่อสิบปีก่อนที่ทำให้หลายคนเข้าใจผิด ในขณะที่นางเอกแอบสืบเรื่องพระเอก ซึ่งนางเอกเป็นคนช่างสังเกตและมีไหวพริบเช่นเดียวกับพระเอก พร้อมกับเปิดเผยหน้าตาของเจ้าลัทธิมืดในช่วงท้ายตอน

           ตอนที่สามพระเอกกับองค์รัชทายาทได้พบกันและพูดคุยกันเรื่องวัยเด็ก ซึ่งก็มีย้อนฉายเรื่องราวในวัยเด็กของตัวละครสำคัญเป็นช่วง ๆ โดยพระเอกได้เคารพวิญญาณเหล่าทหารต้าเหยียน พร้อมได้ฉายถึงเรื่องราวในช่วงสิบปีก่อนครั้งนั้น ซึ่งพระเอกจะต้องคืนความเป็นธรรมให้ โดยตอนนี้ได้ฉายถึงพี่องค์หญิงจื่อกู้ ซึ่งรู้จักกับนางเอกมาก่อนและแอบชอบนางเอก โดยช่วงกลางตอนงานอภิเษกได้เริ่มขึ้น องค์หญิงเป็นสนมของฮ่องเต้ ส่วนคนอื่น ๆ จะถูกคัดเลือกในเวลาต่อมา โดยนางเอกเป็นที่ถูกใจขององค์รัชทายาท ซึ่งช่วงนั้นพิษของนางเอกก็เริ่มกำเริบและได้ทำตามคำสั่งเจ้าแห่งลัทธิมืด พร้อมกับพูดบางอย่างกับพระเอก ซึ่งก็ชวนลุ้นเอาใจช่วยนางเอก โดยช่วงท้ายได้เปิดเผยว่าพระเอกก็รู้เบื้องหลังที่แท้จริงของคนวางเพลิงชิงโจวตั้งนานแล้ว แต่ต้องการหลักฐานมาเปิดเผยตัวตน

            ตอนที่สี่องค์ชายซีเยียนต้องการช่วยนางเอก ส่วนนางเอกก็ยังตายไม่ได้ เพราะยังหาคนร้ายวางเพลิงตัวจริงไม่ได้ โดยระหว่างนั้นมีคนร้ายลอบสังหารนางเอก ซึ่งนางเอกได้ให้เงื่อนไขกับพระเอกถ้าออกจากคุกหลวงได้จะมอบหลักฐานป้ายคำสั่งปลอมของเวยเป่ยให้ พระเอกจึงตัดสินใจช่วยนางเอกให้ยกเว้นโทษประหาร แต่ก็ต้องลงโทษด้วยการใช้แส้แทน ซึ่งดูมาถึงตรงนี้ก็ชวนให้สับสนว่าพระเอกเห็นนางเอกเป็นอะไรกันแน่ บางครั้งก็โหดกับนางเอก แต่ก็แอบช่วยนางเอกแบบเงียบ ๆ โดยช่วงท้ายได้เปิดเผยเรื่องราวความสัมพันธ์ระหว่างนางเอกกับองค์ชายซีเยียนช่วงสิบปีก่อน และได้เปิดตัวละครใหม่อีกคนคือแม่ทัพต้าเหยียน ซึ่งเป็นตัวละครที่แอบชอบพระเอก

           ตอนที่ห้าพระเอกได้ป้ายคำสั่งปลอมเวยเป่ยแล้ว จากนั้นก็ฉายถึงแม่ทัพต้าเหยียน พร้อมเรื่องราวเมื่อสิบสามปีก่อน ซึ่งสนิทสนมกับพระเอกตั้งแต่เด็ก ซึ่งหน้าตามีความคล้ายกับนางเอกเลย โดยตอนนี้ได้ฉายถึงหญิงปริศนาคนหนึ่ง ซึ่งก็มีฝีมือดี โดยช่วงนี้มีฉากพระเอกนางเอกอยู่ด้วยกันและในตอนอื่น ๆ เป็นช่วง ๆ โดยเวลาอยู่ด้วยกันก็จะมีหลากหลายอารมณ์ ไม่ว่าจะากที่ชวนให้ยิ้มและหัวเราะ โดยพระเอกหาวิธีถอนพิษให้นางเอก แต่ยาถอนพิษกลับยืดชีวิตได้แค่หนึ่งปี

            ตอนที่หกนางเอกพระเอกมีศัตรูคนเดียวกัน ซึ่งนางเอกต้องการร่วมมือกับพระเอก โดยต้องการตามหาหญิงซีเยียนที่ช่วยคนร้ายให้ที่หลบซ่อน ซึ่งดูจนถึงตอนนี้ก็ลุ้นว่าเมื่อไหร่พระเอกจะใจอ่อนกับนางเอกสักที โดยช่วงท้ายเกิดการตายปริศนาของหญิงงามเชื่อมสัมพันธ์ที่ถูกฆ่าผิดตัว ทำให้นางเอกต้องปลอมตัวเป็นเหยื่อล่อ

           ตอนที่เจ็ดแผนหลอกล่อของนางเอกได้เริ่มขึ้น โดยนางเอกต้องรับผิดชอบซ่อมแซมฉากปักที่ขาด ซึ่งมีองค์ชายซีเยียนคอยช่วยเหลือ โดยในระหว่างการซ่อมแซมฉากปักนางเอกได้พบด้ายลับที่ชี้ไปยังจุดที่บอกข้อความบางอย่างไว้ ซึ่งทำให้พระเอกเข้าใจมารดาตนและเมื่อซ่อมฉากปักสร็จนางเอกก็ยังต้องรออยู่ที่นั่นระหว่างตามหาตัวคนร้าย โดยช่วงท้ายแม่ทัพอินลั่วเหมยได้มาสืบคดีและได้ปะทะฝีมือกับนางเอก พร้อมทั้งได้เปิดเผยหน้าตาของหญิงลึกลับ

           ตอนที่แปดแม่ทัพอินลั่วเหมยได้เริ่มสืบที่มาที่ไปของนางเอก องค์หญิงจื่อกู้พยายามช่วยพี่ชายเชื่อมสัมพันธ์กับนางเอก ส่วนองค์ชายซีเยียนก็พยายามช่วยนางเอกออกจากต้าเหยียน โดยตอนนี้ได้เปิดเผยว่าหลังเหตุเพลิงไหม้นางเอกได้สูญเสียบางอย่างไปด้วย พร้อมทั้งคนร้ายจะปรากฎตัวในเทศกาลซ่างซื่อ ซึ่งเป็นเทศกาลรับวสันต์ บูชาเทพเจ้าที่สืบทอดมาจากสมัยก่อน โดยพระเอกนางเอก รัชทายาทกับแม่ทัพอินได้ไปร่วมเทศกาลด้วย โดยพระนางต้องทำตัวให้เป็นจุดสนใจในระหว่างปฎิบัติภารกิจ ส่วนที่รัชทายาทมาก็เพื่อจับตาดูพระเอกและพยายามเอาใจแม่ทัพอินที่แอบชอบตั้งแต่เด็ก

            ตอนที่เก้าคนร้ายถูกจับ แต่ไม่ยอมบอกผู้บงการเบื้องหลัง บอกเพียงแค่ที่ปรึกษาคนหนึ่ง ที่พระเอกต้องตามหา โดยตอนนี้พระเอกได้บอกผู้บงการตัวจริงกับนางเอก ซึ่งช่วงท้ายตอนมีดราม่าเล็กน้อย โดยองค์ชายซีเยียนได้กลับเมืองของตนเอง ดูแล้วสงสารองค์ชายซีเยียน

           ตอนที่สิบหลังจากเทศกาลซ่างซื่อทำให้รัชทายาทสั่งคนจับตาดูนางเอกและตามสืบพระเอก ซึ่งตอนนี้ช่วงที่นางเอกฝึกเรียนก็จะได้เห็นฉากตลก ๆ ของพระนาง โดยในฐานะที่นางเอกเป็นนักฆ่าจึงไม่เชี่ยวชาญในเรื่องความรักก็ดูแล้วน่ารักไปอีกแบบ ซึ่งพระเอกต้องแกล้งแสดงละครตบตารัชทายาท โดยจะได้เห็นฉากพระเอกกับองค์ชายซีเยียนแย่งตัวนางเอกกัน ซึ่งจะได้เห็นในหลายตอนที่พระเอกใส่ใจนางเอก แต่ก็ทำให้ชวนสับสนว่าจริงหรือปลอมกันแน่

           ตอนที่สิบเอ็ดพระเอกวางแผนปล้นตัวที่ปรึกษาและหาพยานที่ฮ่องเต้เชื่อใจ ส่วนรัชทายาทหาวิธีใส่ร้ายพระเอกเรื่องสายลับซีเยียน ซึ่งในขณะนั้นคนร้ายได้หายตัวไป โดยพระเอกต้องการจับตัว แต่รัชทายาทต้องการกำจัดทิ้ง ซึ่งตอนนี้รัชทายาทได้พูดความในใจกับแม่ทัพอิน แต่ถูกปฏิเสธ โดยช่วงท้ายพระเอกแกล้งเมา เพื่อเปิดเผยสิ่งที่นางเอกทำไว้และได้ยึดของบางอย่างไป โดยจะคืนเมื่อล้มรัชทายาทได้แล้ว สาวงามซีเยียนถูกปล่อยตัวกลับพร้อมองค์ชายซีเยียน แม่ทัพอินได้รับราชโองการให้เลือกสามีด้วยตัวเอง นางเอกเริ่มสงสัยว่าพระเอกเป็นห่วงตนจริงไหม

           ตอนที่สิบสองก่อนอภิเษกห้ามหญิงงามออกจากโรงหงหลู องค์หญิงซีเยียนขอฮ่องเต้ให้แต่งตั้งนางเอกไปยังตำหนักฟางหัวของตัวเอง องค์ชายซีเยียนได้ร่วมมือกับรัชทายาท โดยระหว่างที่องค์ชายซีเยียนเดินทางกลับได้ฉายถึงทหารที่มีท่าทางแปลก ๆ ซึ่งทำให้นางเอกต้องไปเตือนองค์ชายซีเยียน แต่ก็มีเหตุให้สงสัยในตัวพระเอกจนไม่อยากร่วมทางด้วย ซึ่งในช่วงท้ายพระเอกก็ได้เปิดเผยบางอย่างและได้นำจดหมายขององค์ชายซีเยียนกับของขวัญมาให้นางเอก ฮ่องเต้พยายามเป็นพ่อสื่อเรื่องแต่งงานของแม่ทัพอินกับพระเอก ในขณะที่แม่ทัพอินได้เสนอว่าจะแต่งงานกับผู้ที่ชนะการล่าสัตว์

            ตอนที่สิบสามแม่ทัพอินสารภาพกับพระเอก การล่าสัตว์ในวสันตฤดูได้เริ่มขึ้น ซึ่งในงานนี้รัชทายาทได้วางแผนปล่อยเชลยศึกออกมา พร้อมแฝงตัวนักฆ่าเข้าไป แต่พระเอกกลับไม่ได้สนใจเข้าร่วมการแข่งขันเลย โดยนางเอกได้มาเกี่ยวข้องด้วยและได้เจอกับพระเอก ซึ่งได้ร่วมทางและอยู่ด้วยกันด้วยความจำเป็น และด้วยเหตุที่เชลยศึกหลุดออกมา ฮ่องเต้จึงส่งคนไปตามหาพระเอก

           ตอนที่สิบสี่แม่ทัพอินนำทัพล้อมเขาซีซาน เชลยศึกก่อกบฎ พวกพระเอกฉวยโอกาสช่วยคนออกมา รัชทายาทสั่งคนไปขัดขวางและตามฆ่าพระเอก พระเอกจึงต้องเปิดเผยตัวตน ซึ่งช่วงนี้ก็ชวนลุ้นเอาใจช่วยพระนางหน่อย โดยตอนนี้ได้แสดงให้เห็นว่ามีคนยอมสละชีวิตเพื่อรัชทายาทและพระเอกทั้งคู่ เนื่องจากความดีที่ทั้งสองมี โดยช่วงท้ายมีเหตุให้ฮ่องเต้โมโหเรื่องพระเอก

           ตอนที่สิบห้ายังคงออกตามหาพระเอก โดยรัชทายาทได้วางแผนหาเหยื่อเป็นตัวแทนการตายของพระเอก เพื่อหลอกให้คนอื่นกลับไป ในขณะที่พระเอกนางเอกขาดแคลนอาหารและน้ำ ซึ่งนางเอกคอยดูแลช่วยเหลือพระเอกตลอดเวลา โดยเมื่อเลยช่วงกลางตอนไปได้ฉายถึงทางฝั่งซีเยียนบ้าง ซึ่งจะได้เห็นถึงวัฒนธรรมของซีเยียนและวัยเด็กขององค์ชายซีเยียน ส่วนพระเอกหลังจากถูกหลอกว่าตายไปแล้วจึงได้อาศัยอยู่ในหมู่บ้านลับกับนางเอก เพื่อรอเวลากลับไป

           ตอนที่สิบหกฮ่องเต้สงสัยในตัวนางเอกที่หายตัวไปกับพระเอก จึงได้สั่งคนตามหา รวมถึงรัชทายาทด้วย และได้สงสัยว่าการตายของพระเอกเป็นฝีมือของรัชทายาท งานศพพระเอกได้เริ่มต้นขึ้น ในขณะที่พระเอกนางเอกถูกกล่าวหาว่าเป็นตัวแพร่โรคระบาด แต่มียารักษาโรค ซึ่งตอนนี้พระเอกเริ่มแสดงอาการหึงหวงนางเอกอีกครั้ง ซึ่งช่วงที่พระเอกอยู่กับนางเอกในหมู่บ้านลับก็จะได้เห็นรอยยิ้มของพระเอกที่มีให้นางเอกมากขึ้น ซึ่งก็ชวนหัวเราะและยิ้มตามไปด้วย โดยใช้ชีวิตเหมือนคนธรรมดาทั่วไป ส่วนทางด้านซีเยียนก็เกิดการแย่งชิงกันระหว่างองค์ชายหกกับองค์ชายรอง

          ตอนที่สิบเจ็ดพระสนมได้ช่วยรัชทายาทในการจับคู่กับแม่ทัพอินตามคำสัญญาที่ให้ไว้ ส่วนพระเอกในระหว่างที่อาศัยในหมู่บ้านลับก็หาวิธีรักษาบุคคลสำคัญที่จะช่วยล้มรัชทายาทให้หายโดยเร็ว ซึ่งพระเอกนางเอกก็อยากใช้ชีวิตอยู่อย่างอิสระแบบนี้ตลอดไป โดยพระเอกมักจะเรียกนางเอกเป็นภรรยาอยู่ตลอดจนเริ่มสงสัยว่าเป็นการแสดงละครหรือคิดจริง ๆ กันแน่ ซึ่งก็มีการถามกันไปมาเรื่องลักษณะของสามีภรรยาที่ตัวเองชอบ โดยช่วงท้ายตอนประมุขน้อยซีเยียนจะเป็นผู้ตามหาเทพธิดาซีเยียนด้วยตัวเอง ซึ่งก็คือนางเอก

           ตอนที่สิบแปดพระเอกได้สารภาพคนที่รักกับนางเอก รัชทายาทต้องการแต่งงานกับลั่วเหมยให้ได้ โดยมีพระสนมช่วยส่งเสริมอีกแรง ซึ่งก็ได้สารภาพกับฮ่องเต้ด้วยเช่นกัน และรัชทายาทก็ได้คำตอบจากลั่วเหมย โดยช่วงท้ายทางด้านที่ปรึกษายินยอมช่วยล้มรัชทายาท ซึ่งพระเอกต้องหาทางกลับเมืองหลวงเอง โดยระหว่างทางได้ขอนางเอกแต่งงานและการกลับเมืองหลวงต้องผ่านการตรวจสอบคนเข้าเมืองจากรัชทายาทที่รอการกลับมาขององค์ชายซีเยียน

          ตอนที่สิบเก้านางเอกส่งสัญลักษณ์การผูกเงื่อนของตนให้องค์ชายซีเยียน เพื่อขอความช่วยเหลือในการเข้าเมือง โดยพระเอกและนางเอกได้มาแสดงตัวต่อหน้ารัชทายาทกับแม่ทัพอินระหว่างการส่งมอบสินสอด ซึ่งช่วงท้ายได้เปิดเผยถึงตัวตนที่แท้จริงของที่ปรึกษาที่สามารถล้มรัชทายาทได้ พร้อมทั้งยอมรับความผิดที่ทำไว้ โดยพระเอกได้เปิดโปงรัชทายาทกับฮ่องเต้ในช่วงท้ายตอน ส่วนนางเอกเริ่มมีอาการแปลก ๆ ซึ่งเป็นผลจากการมีพิษอยู่ในตัวและได้เปิดเผยความในใจที่มีต่อพระเอกกับองค์หญิงซีเยียน

           ตอนที่ยี่สิบรัชทายาทถูกเปิดโปงต่อฮ่องเต้ ซึ่งระหว่างนั้นฮ่องเต้ได้เกิดประชวรอย่างน่าสงสัย พระเอกนางเอกจึงต้องตรวจสอบอาการป่วย โดยช่วงนี้รัชทายาทเริ่มวางแผนการกำจัดฮ่องเต้และดึงองค์ชายซีเยียนเป็นพวก ซึ่งในระหว่างที่ฮ่องเต้ประชวรก็ได้ขึ้นรับราชการแทน โดยแม่ทัพอินก็ได้สารภาพกับรัชทายาท แต่ก็ยังชวนสงสัยว่าเป็นความจริงหรือแผนการอื่นกันแน่ ซึ่งช่วงท้ายตอนก็ได้ค้นพบสาเหตุของอาการป่วยของฮ่องเต้และเกิดการแย่งชิงนางเอกกันระหว่างพระเอกกับองค์ชายซีเยียน

           ตอนที่ยี่สิบเอ็ดพระเอกกำลังหาวิธีรักษาฮ่องเต้ด้วยการหาวิธีส่งยาถอนพิษพร้อมเปิดโปงสาเหตุที่แท้จริงของอาการป่วย ซึ่งรัชทายาทก็ได้ให้คนจับตาดูอยู่ จึงต้องทำอย่างแนบเนียน โดยตอนนี้แม่ทัพอินก็ได้รู้ความจริงของรัชทายาทแล้ว ส่วนช่วงท้ายตอนได้เปิดเผยถึงอาการป่วยของพระเอกที่ปกปิดไว้

          ตอนที่ยี่สิบสองนางเอกต้องยอมล่อรัชทายาทออกไป เพื่อให้องค์หญิงซีเยียนช่วยถอนพิษฮ่องเต้ ซึ่งช่วงนี้ได้เห็นฝีมือของคนสนิทรัชทายาทว่าเป็นยังไง ซึ่งก็ชวนลุ้นเอาใจช่วยนางเอก โดยช่วงนี้ได้เปิดเพลงเปิดเรื่องประกอบ ซึ่งเป็นครั้งแรกที่เปิดเลย น่าเสียดายที่เปิดเพลงนี้น้อยไปหน่อย ส่วนใหญ่จะเน้นเพลงปิด แต่ทั้งสองเพลงก็ถือว่าไพเราะทั้งคู่ โดยช่วงกลางเรื่องพระเอกจึงต้องเตรียมบุกเมืองช่วยคนและต้องยอมรับผิด เพื่อแลกกับยามาช่วยนางเอก รวมทั้งยอมมอบนางเอกให้กับองค์ชายซีเยียน จึงต้องแสดงละครกับนางเอกอีกครั้ง ซึ่งก็มีฉากดราม่าบ้าง โดยช่วงท้ายพระเอกเริ่มบุกเมืองช่วยคน

           ตอนที่ยี่สิบสามเป็นช่วงที่พระเอกบุกเมืองช่วยฮ่องเต้ ส่วนรัชทายาทต้องคอยขวางให้ได้ โดยตอนนี้ได้เห็นพระเอกกับรัชทายาทสู้กัน ซึ่งฝีมือรัชทายาทถือว่าดีขึ้นกว่าอดีต แต่เสียดายที่ฉากแอคชั่นแบบนี้มีน้อยมาก ส่วนนางเอกถูกพากลับซีเยียนและต้องกลับต้าเหยียนเมื่อได้ข่าวจากในเมือง โดยนางเอกตัดสินใจแต่งงานกับองค์ชายซีเยียนและกลับเมืองซีเยียนอีกครั้ง ซึ่งตอนนี้ก็มีช่วงดราม่าอีก โดยจะมาเน้นเอาช่วงท้าย ๆ เรื่อง แต่ดราม่าทำได้เข้าถึงอารมณ์ดี

          ตอนที่ยี่สิบสี่แม่ทัพอินถูกส่งตัวไปชายแดน ส่วนพระเอกขอไปชิงโจว เพื่อสานงานการค้าสองเมือง รวมทั้งสำรวจเมืองชิงโจวและหาวิธีซ่อมปิ่นหยกของนางเอก ซึ่งตอนนี้ก็จะได้เห็นสภาพบ้านเมืองของชิงโจว ในขณะที่นางเอกถูกพามาชิงโจวบ้านเกิดก่อนกลับซีเยียน โดยจะเตรียมเข้าพิธีสมรส ซึ่งช่วงที่พระเอกนางเอกไม่ได้อยู่ด้วยกันมักจะฉายถึงเรื่องราวในอดีตตอนอยู่ร่วมกัน โดยช่วงท้ายพระเอกได้เห็นนางเอกกับองค์ชายซีเยียน ในขณะที่นางเอกยังไม่เห็น

           ตอนที่ยี่สิบห้าพระเอกนางเอกได้พบกัน โดยพระเอกอยู่ในฐานะไต้เท้าเมืองชิงโจว ซึ่งนางเอกก็ไม่อาจกลับไปเป็นเหมือนเดิมได้ แต่พระเอกก็แอบช่วยนางเอกอย่างลับ ๆ อยู่ตลอด ซึ่งนางเอกก็รู้ตัว โดยตอนนี้จะเกี่ยวข้องกับการทำธุรกิจการค้ากับชิงโจว ซึ่งเน้นไปที่เครื่องหอม โดยมีเหตุทำให้ชาวเมืองเข้าใจว่าไม่ใช่ถุงหอมไล่แมลง แต่เป็นยาพิษ ที่พระเอกจะทำร้ายประชาชน โดยช่วงท้ายตอนมีคนต้องการเล่นงานประมุขน้อยซีเยียน 

          ตอนที่ยี่สิบหกนางเอกได้รับบาดเจ็บที่ตาระหว่างช่วยประมุขน้อยซีเยียน โดยรู้ตัวผู้กระทำเรื่องนี้ ซึ่งเยว่ฉินถูกเรียกตัวกลับ จึงต้องให้นางเอกอยู่ชิงโจวทำการค้าต่อและได้พูดให้ชาวชิงโจวเข้าใจเรื่องการวางเพลิงในอดีตอย่างถูกต้อง โดยช่วงกลางตอนมีการเกริ่นนำเรื่องราวคร่าว ๆ เกี่ยวกับองค์ชายสามจิ่งเหอหลังชิงโจวฟื้นตัว ส่งเสริมการค้าชายแดน ลดภาษีการค้า อำนวยความสะดวกให้ประชาชนและผู้ค้า เจาะเขาเปิดเหมืองแร่ เพิ่มเติมเต็มคลัง แลกเปลี่ยนสำนักศึกษา สร้างถนนและสะพาน เพื่อการเดินทางของประชาชน โดยได้รับคืนตราพยัคฆ์และธงรบของเวยเป่ย ยินยอมให้ฟื้นฟูระบบทหาร เพื่อปลอบโยนวิญญาณผู้กล้า ซึ่งหลังจากปัญหาภายในแคว้นต้าเหยียนคลี่คลายลงแล้วก็ดูค่อนข้างน่าเบื่อไปหน่อย แต่ก็มีผู้ที่ไม่หวังดีต่อแคว้นซีเยียนมาแทนที่

           ตอนที่ยี่สิบเจ็ดหลังจากเยว่ฉินทำพิธีจุดดวงไฟและอธิษฐานที่ชิงโจวเสร็จก็ได้เตรียมหย่ากับนางเอก เพื่อให้นางเอกเป็นอิสระ ไปพร้อมกับรอยาถอนพิษของนางเอก แต่ได้ถูกขโมยไป เพื่อความเป็นอมตะของฮ่องเต้ซีเยียน ซึ่งตอนนี้จะเน้นไปที่ปัญหาภายในของแคว้นซีเยียนบ้าง โดยแคว้นนี้จะค่อนข้างงมงายในเทพเจ้าและความเชื่อ โดยตอนนี้พิษของนางเอกกำเริบบ่อยขึ้น ซึ่งต้องใช้คนที่มีเลือดเข้ากันกับนางเอก แต่ก็ไม่อาจขจัดพิษได้สิ้นเชิงเหมือนเครามังกรหิมะ โดยช่วงท้ายนางเอกก็ได้รู้ความลับของเยว่ฉิน ซึ่งยอมตายแต่ไม่ยอมให้ใครมาตายแทน

           ตอนที่ยี่สิบแปดพระเอกพานางเอกกลับบ้าน ซึ่งระหว่างทางก็อยู่กับนางเอกตลอดเวลา ส่วนเยว่ฉินถูกพ่อทำโทษด้วยการขังและยอมทำร้ายตัวเอง เพื่อหนีออกมา ซึ่งตอนนี้ดูแล้วสงสารทั้งพระเอกและพระรอง โดยช่วงท้ายนางเอกได้หายตัวไป เนื่องจากไม่ต้องการเจอพระเอกและพระรอง

          ตอนที่ยี่สิบเก้าพระเอกรู้ที่ซ่อนตัวของนางเอกและก็ได้พบกัน แต่นางเอกต้องการเริ่มต้นชีวิตใหม่ของตน โดยพระเอกคอยดูแลนางเอกอย่างลับ ๆ เกิดเรื่องขึ้นกับสองพี่น้องซีเยียน โดยช่วงท้ายได้มีพวกที่สนับสนุนสงครามซีเยียนปรากฎตัว ซึ่งนางเอกได้สูญเสียวรยุทธ์แล้ว

           ตอนที่สามสิบแม่ทัพเหมยอินต้องการชวนนางเอกมาอยู่จวนแม่ทัพ แต่นางเอกต้องการใช้ชีวิตเยี่ยงคนธรรมดา ซึ่งในระหว่างนี้มีคนต้องการตัวนางเอกกลับซีเยียน โดยถูกจับตัวพร้อมกับแม่ทัพอิน เพื่อแลกกับของตอบแทนจากประมุขน้อยซีเยียน ซึ่งต้องการกำจัดพระเอกและได้ใจนางเอก แต่ก็พอจะคาดเดาได้บ้าง โดยช่วงท้ายซีเยียนมีแผนจะทำลายชิงโจว เพื่อความเป็นอมตะตามความเชื่อ 

           ตอนที่สามสิบเอ็ดนางเอกมีอาการไม่ดี ซึ่งก็ไม่ต้องการให้พระเอกรู้ โดยพระเอกต้องหาทางดับไฟชิงโจว ส่วนแม่ทัพอินต้องกลับไปขอกำลังเสริม ซึ่งซีเยียนมีการเคลื่อนไหวเข้าโจมตีชิงโจว พระเอกจึงตัดสินใจโจมตีกองทัพใหญ่ซีเยียนกลับระหว่างรอกำลังเสริมมาสมทบ 

           ตอนที่สามสิบสอง (ตอนจบ) พระเอกรู้ความจริงของอาการป่วยนางเอกและหาวิธีช่วยนางเอกให้ได้ ซึ่งช่วงนี้จะเน้นไปที่พระนางที่อยู่ด้วยกัน โดยซีเยียนและต้าเหยียนได้ลงนามสัญญาพันธมิตรชิงโจว ให้สัตยาบันเป็นบ้านพี่เมืองน้องกัน ปกป้องดินแดนของตนเอง ไม่รุกล้ำต่อกัน พระเอกนางเอกตัดสินใจแต่งงานกัน ซึ่งดูแล้วก็แอบดีใจและสงสารตามไปด้วย โดยฉากดราม่าทำได้เข้าถึงอารมณ์ดี ซึ่งก่อนจบได้สรุปเรื่องราวคร่าว ๆ เกี่ยวกับเหยียนเหวินจงมู่หรงเฉียนได้สละราชสมบัติ มู่หรงจิ่งเหอขึ้นครองราชย์ รัชศกเจินหยวน

คะแนนส่วนตัว 6.5/10

ตัวอย่าง


ขอบคุณภาพจาก IMDb เครดิต Youku รูปหน้าปกที่ 1 รูปหน้าปกที่ 2 / รูปหน้าปกที่ 3

วันจันทร์ที่ 20 เมษายน พ.ศ. 2569

รีวิวหนัง Lee Cronin's the mummy (2026) ลี โครนัน เดอะ มัมมี่

 

            Lee Cronin's the mummy (2026) ลี โครนัน เดอะ มัมมี่ เป็นภาพยนตร์สยองขวัญเหนือธรรมชาติสัญชาติอเมริกันที่เขียนบทและกำกับโดย Lee Cronin การพลิกโฉมแฟรนไชส์ ​​​​The Mummy นำแสดงโดย Jack Reynor, Laia Costa, May Calamawy, Natalie Grace และ Verónica Falcón โดย James Wan และ Jason Blum ร่วมกันอำนวยการสร้างภาพยนตร์ผ่านบริษัทผลิตภาพยนตร์ของตนเอง คือ Atomic Monster และ Blumhouse Productions ร่วมกับ Wicked/Good

           โดยฉายรอบปฐมทัศน์ที่ลอสแอนเจลิสเมื่อวันที่ 9 เมษายน 2026 และเข้าฉายในสหรัฐอเมริกาโดย Warner Bros. Pictures เมื่อวันที่ 17 เมษายน 

            โดยเป็นเรื่องราวของครอบครัวหนึ่งที่ได้กลับมาพบกับลูกสาวที่หายสาบสูญไปนานและถูกทำให้เป็นมัมมี่ และพวกเขาพบว่ามีบางอย่างผิดปกติกับเธอ

" เป็นหนังเกี่ยวกับมัมมี่ที่ไม่เหมือนใครดี มีการผสมผสานกับความเชื่อเรื่องผีสิงร่างคนเข้ามาด้วย ฉากสยองขวัญนี่อย่างโหด ฉากแหวะก็ทำได้ดี ถือว่าเป็น Mummy เวอร์ชั่นที่ดูแล้วทำฉากสยองขวัญได้ดีที่สุดที่เคยดูมา"

            นี่เป็นหนังมัมมี่ที่มีความแปลกใหม่ไม่ซ้ำใคร โดยมีการผสมผสานเรื่องเกี่ยวกับผีเข้าไปด้วย ซึ่งปรากฎว่ามันกลับเข้าท่ากว่าที่คิดแฮะ ส่วนหนึ่งก็เพราะผกก. มีกึ๋นในหนังแนวสยองขวัญด้วย ไอเดียในการนำเสนอฉากหลอนๆ สยองขวัญ ลุ้นระทึก รวมถึงฉากชวนแหวะ ทำออกมาได้ดีมาก CG และ Make up การแต่งหน้า แต่งตัว นี่สุดจริงๆ คิดว่าคนที่ไปดู ต้องลุ้น หวาดเสียวจนต้องจิกเบาะแน่นอน 

           ในด้านการแสดง คนที่มารับบทน้องมัมมี่เด็ก แสดงดีมาก ทั้งน่าสงสาร และน่ากลัวในเวลาเดียวกัน และเป็นตัวละครที่ทำให้หนังชวนหดหู่ กระอักกระอ่วนไปในตัวด้วย เรียกได้ว่ารับจบครบทุกอารมณ์ 

            สรุปเลยว่านี่เป็นหนังสยองขวัญที่ทำออกมาตอบโจทย์คนดูที่ขอแนะนำเลยครับ ลุ้นตัวเก็งแน่นอน

คะแนนส่วนตัว 9/10

รีวิวโดย A.L. Lucky

ตัวอย่าง


ขอบคุณภาพจาก Atomic Monster รูปหน้าปกที่ 1

ขอบคุณภาพจาก IMDb เครดิต Atomic Monster รูปหน้าปกที่ 2 / รูปหน้าปกที่ 3

วันอังคารที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2569

รีวิวหนัง They Will Kill You (2026) พวกมันจะฆ่าแก

 


           They Will Kill You (2026) พวกมันจะฆ่าแก เป็นภาพยนตร์สยองขวัญคอมเมดี้แอ็กชันอเมริกันที่กำกับโดย Kirill Sokolov จากบทภาพยนตร์ที่เขียนร่วมกับ Alex Litvak นำแสดงโดย Zazie Beetz, Myha'la, Paterson Joseph, Tom Felton, Heather Graham และ Patricia Arquette ถูกจัดจำหน่ายในสหรัฐอเมริกาโดย Warner Bros. Pictures เมื่อวันที่ 27 มีนาคม 2026

           อาคารเวอร์จิลมีอายุ 100 ปี โดยมีคนรวยและชนชั้นสูงอาศัยอยู่ ซึ่งพวกเขามีชีวิตเป็นอมตะ เพื่อแลกกับวิญญาณคนตาย

           เรื่องราวของ เอเชีย รีฟส์ ที่สมัครเป็นแม่บ้านคนใหม่ของเดอะเวอร์จิลในนิวยอร์ก ซิตี้ แต่แท้จริงแล้วเธอต้องการมาตามหา มาเรีย น้องสาวที่แยกจากกันหลังจากเธอถูกจับเข้าคุก โดยที่นั่นมี ลิลิธ วู้ดเฮาส์ เป็นผู้ดูแล ซึ่งเมื่อเธอมาอยู่ที่นี่ได้ไม่นานก็ถูกตามไล่ล่าจากคนที่นั่นโดยต้องการจับเป็นเธอ เพื่อนำไปบูชาซาตาน

           เปิดเรื่องฉายถึงตัวละครหลักที่หนีการทำร้ายจากพ่อและได้มีเหตุให้ถูกจับเข้าคุก จากนั้นก็ตัดมาในช่วงสิบปีต่อมา ฉายถึงตัวละครหลักที่มาทำงานยังสถานที่แห่งหนึ่ง ซึ่งหลังจากนั้นจะเน้นฉายสถานที่นี้เป็นหลัก โดยเมื่อมาถึงก็มีการอธิบายสถานที่และสิ่งต่าง ๆ คร่าว ๆ พร้อมกับค่อย ๆ ฉายถึงบางอย่างแปลก ๆ ในห้องก่อนที่จะมีใครบางคนแอบดูอยู่ ซึ่งหลังจากนั้นหนังก็ได้ใส่ฉากแอคชั่นของตัวละครหลักทันที ซึ่งก็ชวนลุ้นเอาใจช่วยตัวละครตลอด พร้อมกับใส่ความตลกร้ายของตัวละครเข้าไปตลอดทั้งเรื่อง โดยมีฉายย้อนเรื่องราวในอดีตเป็นช่วง ๆ  ซึ่งฉากฆ่าก็ทำได้โหดเลย แต่หนังกลับได้เรดแค่สิบหกบวก จากนั้นก็ได้เปิดเผยเรื่องราว ซึ่งเกี่ยวข้องกับการบูชาซาตาน เพื่อความเป็นอมตะ ซึ่งบางจุดก็ดูเว่อและออกตลกเกินไปหน่อย โดยพล็อตเรื่องและหลาย ๆ อย่างมีความคล้ายเรื่อง Ready or Not (2019) เกมพร้อมตาย กับ Ready or Not 2 Here I Come (2026) เกมพร้อมตาย 2 มาก อย่างเช่น ปัญหาความสัมพันธ์พี่น้อง มีพี่น้องเข้ามาเกี่ยวข้องและช่วยเหลือกัน การบูชาซาตาน การไล่ล่าตัวละคร ซึ่งต่างกันแค่นิดเดียว โดยตัวร้ายเรื่องนี้มีเยอะมาก แถมตายยากอีกต่างหาก แต่ตัวละครหลักก็มีฝีมือ จึงทำให้ดูแล้วลุ้นดี

คะแนนส่วนตัว 6.5

อ่านรีวิว Ready or Not (2019) เกมพร้อมตาย

อ่านรีวิว Ready or Not 2 Here I Come (2026) เกมพร้อมตาย 2

ตัวอย่าง


ขอบคุณภาพจาก IMDb เครดิต New Line Cinema รูปหน้าปกที่ 1 / รูปหน้าปกที่ 2 / รูปหน้าปกที่ 3 / รูปหน้าปกที่ 4

วันอาทิตย์ที่ 29 มีนาคม พ.ศ. 2569

รีวิวหนัง Ready or Not 2 Here I Come (2026) เกมพร้อมตาย 2

 



            Ready or Not 2 Here I Come (2026) เกมพร้อมตาย 2 เป็นภาพยนตร์สยองขวัญคอมเมดี้อเมริกันที่กำกับโดย Matt Bettinelli-Olpin และ Tyler Gillett เขียนโดย Guy Busick และ R. Christopher Murphy ซึ่งเป็นภาคต่อโดยตรงของ Ready or Not (2019) โดยมี Samara Weaving กลับมารับบทเป็น Grace MacCaullay นอกจากนี้ยังมีนักแสดงนำ ได้แก่ Kathryn Newton, Sarah Michelle Gellar, Shawn Hatosy, David Cronenberg และ Elijah Wood

           โดยเข้าฉายรอบปฐมทัศน์ที่เทศกาลภาพยนตร์และโทรทัศน์ South by Southwest เมื่อวันที่ 13 มีนาคม 2026 และถูกจัดฉายทางโรงภาพยนตร์ในสหรัฐอเมริกาโดย Searchlight Pictures เมื่อวันที่ 20 มีนาคม 

            เรื่องราวของ เกรซ แมคคอลลีย์ ที่รอดชีวิตจากเกมซ่อนหาของตระกูลเลเดอมาส แต่แล้วไม่นานเธอก็ถูกจับ พร้อมกับ เฟธ น้องสาว ที่มีปัญหากัน เพื่อให้มาเล่นเกมต่อ โดยต้องถูกไล่ล่าจากสี่ตระกูลก่อนรุ่งเช้า ซึ่งใครก็ตามที่ได้แหวนจะได้ครองที่นั่งสูงสุด

            เปิดเรื่องต่อเนื่องจากภาคแรกในตอนจบเลย ซึ่งมีเล่าเรื่องราวของภาคแรกคร่าว ๆ ก่อนฉายถึงตัวละครน้องสาว ที่ต้องเข้ามาร่วมเล่นเกมด้วย พร้อมพูดถึงความสัมพันธ์ตัวละครพี่น้อง ซึ่งจะสอดแทรกเป็นช่วง ๆ แต่ดูจะมากไปหน่อย จากนั้นก็ค่อย ๆ ฉายถึงสี่ตระกูลที่มารวมตัวกัน ซึ่งแต่ละตระกูลมาจากคนละประเทศ โดยเมื่อตัวละครหลักถูกจับไม่นานก็เริ่มเกมทันที ซึ่งรูปแบบการตายของตัวร้ายยังคงเหมือนเดิม รวมทั้งสาเหตุของการไล่ล่าที่เกี่ยวข้องกับพิธีบูชาซาตาน ความโหดและความตลกร้ายของตัวละคร โดยเกมไล่ล่าจะต่างออกไปจากภาคแรกเล็กน้อย ซึ่งจะให้เจ้าบ้านของแต่ละตระกูลเป็นผู้ไล่ล่าก่อนจนกว่าจะมีเหตุที่ต้องให้รุ่นถัดไปเล่นเกมแทน แต่กลับมีจุดอ่อนของเกมแฝงอยู่ ซึ่งก็ชวนลุ้นเอาใจช่วยตัวละครหลักเหมือนเดิมตลอดทั้งเรื่อง แต่ก็พอเดาเรื่องได้บ้าง โดยตัวร้ายบางคนตัวละครหลักเอาคืนถึงตาย แต่กลับบางคนแอบดูขัดใจไปหน่อยและฉากไล่ล่าในภาคนี้ก็ดูน้อยไปหน่อย ซึ่งก็น่าเสียดาย ทำให้หนังดูจบเร็วไป ถึงแม้ช่วงท้ายตัวละครหลักจะเอาคืนได้สาสมดี

อ่านรีวิว Ready or Not (2019) เกมพร้อมตาย

คะแนนส่วนตัว 6.5/10

ตัวอย่าง


ขอบคุณภาพจาก Searchlight Pictures รูปหน้าปกที่ 1

ขอบคุณภาพจาก IMDb เครดิต Searchlight Pictures รูปหน้าปกที่ 2 / รูปหน้าปกที่ 3

วันจันทร์ที่ 16 มีนาคม พ.ศ. 2569

รีวิวหนัง The Mortuary Assistant (2026) คืนสยอง ห้องดับจิต

 



           The Mortuary Assistant (2026) คืนสยอง ห้องดับจิต เป็นภาพยนตร์สยองขวัญเหนือธรรมชาติของอเมริกาที่กำกับโดย Jeremiah Kipp จากบทภาพยนตร์โดย Tracee Beebe และ Brian Clarke อิงจากวิดีโอเกมปี 2022 โดย DreadXP มี Willa Holland และ Paul Sparks แสดง เข้าฉายในวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2026 ในโรงภาพยนตร์จำกัด มันจะฉายบน Shudder ในวันที่ 26 มีนาคม 2026

            เรื่องราวของ รีเบคก้า โอเวนส์ ผู้สำเร็จการศึกษาด้านวิทยาศาสตร์ศพที่รับงานกลางคืนที่ห้องดับจิตริเวอร์ฟิลด์จาก เรย์มอนด์ เดลเวอร์ โดยเขาให้เธอทำงานกลางวัน ในขณะที่เธอยินยอมทำกลางคืน แต่เมื่อเธอได้ทำงานที่นี่ก็ได้พบกับเรื่องราวเหนือธรรมชาติและค้นพบบางอย่างที่เรย์มอนด์ เดลเวอร์กำลังทำ

           เปิดเรื่องก็ฉายถึงตัวละครหลักที่กำลังทำงานกับศพเลยและได้ฉายถึงศพที่เหมือนมีชีวิต ในขณะที่ตัวละครอีกคนดูมีความลับปกปิดไว้ ซึ่งก็มีบางอย่างในห้องใต้ดินด้วย ซึ่งสถานที่ก็จะเน้นในห้องดับจิตเป็นหลักกับตัวละครหลักที่ต้องทำงานที่นั่น โดยมีตัวละครไม่กี่คนในเรื่องสอดแทรกบ้าง ซึ่งเมื่อตัวละครหลักทำงานไปสักพักก็ได้ฉายถึงศพที่เหมือนยังไม่ตายและมีลักษณะเหมือนถูกสิง รวมทั้งได้ฉายถึงปีศาจในห้องใต้ดินอีกครั้ง ซึ่งจะฉายถึงเป็นช่วง ๆ โดยมักจะเล่นกับตัวละครหลัก ซึ่งปีศาจและฉากที่ศพเคลื่อนไหวเองได้ทำได้น่าสนใจดี แต่ฉากหลอกหลอนกลับทำได้ไม่น่ากลัวเลย ปีศาจเป็นเหมือนตัวประกอบที่แทบไม่มีบทบาทอะไรเลย ซึ่งไม่ได้ดึงจุดเด่นของหนังออกมา แต่กลับไปเน้นเหมือนตัวละครหลักหลอนไปเองทั้งเรื่องกับอาการเครียดไมเกนและมีการใช้ยาในวัยเด็ก แถมบางช่วงยังดูแล้วสับสนว่าเกิดอะไรขึ้น เนื่องจากหนังตัดมาฉายถึงตัวละครที่อยู่อีกที่ ทั้ง ๆ ที่เรื่องเกิดในสถานที่หนึ่ง การดำเนินเรื่องก็ทำได้ค่อนข้างน่าเบื่อชวนหลับและตัดจบเรื่องแบบงง ๆ ยังไม่ค่อยเปิดเผยเรื่องราวอะไรมากนัก

คะแนนส่วนตัว 3.5/10

ตัวอย่าง


ขอบคุณภาพจาก Epic Pictures Group รูปหน้าปก

วันศุกร์ที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569

รีวิวหนัง Whistle (2026) หวีดเรียกผี

 


            Whistle (2026) หวีดเรียกผี เป็นภาพยนตร์สยองขวัญเหนือธรรมชาติปี 2025 ที่กำกับโดย Corin Hardy เขียนบทโดย Owen Egerton นำแสดงโดย Dafne Keen, Sophie Nélisse, Sky Yang, Jhaleil Swaby, Ali Skovbye, Percy Hynes White, Michelle Fairley และ Nick Frost

           โดยถูกฉายรอบปฐมทัศน์ที่เทศกาล Fantastic Fest เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2025 ออกฉายในสหรัฐอเมริกาเมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2026 และออกฉายในสหราชอาณาจักรและไอร์แลนด์เมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์

"เป็นหนังผีที่มีความเป็น Final destination ปน Smile ฉากการตายโหดๆ ทำได้ดี"

ตอนที่ดูตัวอย่างก็ไม่คิดว่าหนังจะทำออกมาได้ดีกว่าที่คิดไว้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับฉากการตายของแต่ละตัวละครโคตรโหดจริงๆ หนังจะเล่าถึงนกหวีดอาถรรพ์ที่ถ้าใครเผลอไปเป่า หรือได้ยินเสียงของมัน นั่นคือความตายจะมาทวงชีวิตคนๆ นั้น ก่อนถึงเวลาที่ต้องตายจริง...
           
           ในแง่ของความระทึกขวัญ ถือว่าหนังสอบผ่านทำได้ดีใช้ได้เลย เพราะนอกจากการออกแบบฉากการตายอันสุดโหดแล้ว หนังยังบิ๊วอารมณ์คนดูให้ลุ้น และตื่นเต้นไปด้วย เรียกว่าขายไอเดียฉากการตายเลย และเรายังต้องลุ้นไปกับการไขปริศนานกหวีดอาถรรพ์ การแก้ปม และการเอาตัวรอดของตัวละครด้วย

           ข้อเสียนิดหน่อยคือพอเดาทางได้ และมีความคล้ายกับหนังสยองขวัญบางเรื่อง ตัวละครบางตัวก็งี่เง่าตามสูตรหนังสยองขวัญเลย และมีฉาก End credit หนึ่งตัว ที่ดูๆ ก็มีความคล้ายหนังเรื่องนึงเหมือนกัน

คะแนนส่วนตัว 7/10
รีวิวโดย A.L. Lucky

         มันได้หาเธอเจอและได้เรียกความตายของคุณเกิดเร็วขึ้น เรื่องราวของ คริส วิลเล็ต หญิงสาวที่ติดยาเสพติดจนเป็นเหตุให้พ่อเสียชีวิต ได้ย้ายไปอยู่กับ รล ญาติของเธอที่คริสแซนธีมัม ซึ่งเธอได้ล็อกเกอร์เก่าของ เมสัน ที่ตายไป โดยเมื่อเปิดล็อกเกอร์นี้ก็ได้เจอกับเครื่องดนตรีลึกลับชิ้นหนึ่ง ซึ่งใครก็ตามที่ได้เป่ามันจะเรียกความตายของตัวเอง และนั่นทำให้เธอต้องเจอกับเหตุการณ์นี้ เมื่อเพื่อนของเธอได้เป่ามันเข้า

           เปิดเรื่องด้วยการฉายถึงตัวละครที่โดนปีศาจเล่นงานจากการเป่าเครื่องดนตรีโบราณ ก่อนตัดมาที่ช่วงหลายเดือนต่อมา ด้วยการฉายถึงตัวละครหลักที่ได้ย้ายมาอยู่ที่ใหม่ก่อนจะเจอกับวัตถุเครื่องดนตรีลึกลับ ซึ่งมีลักษณะสยดสยองไม่น่าจะมีใครกล้าไปเป่ามัน แต่เมื่อใครก็ตามที่ถือมัน จะเหมือนถูกควบคุมบังคับให้เป่า จากนั้นก็ค่อย ๆ เปิดเผยถึงสิ่งของชิ้นนี้ ก่อนที่จะฉายถึงตัวละครที่ถูกควบคุมให้เป่ามัน ซึ่งเมื่อเป่าก็ได้เกิดเหตุการณ์ประหลาดทันที โดยจะค่อย ๆ ฉายถึงบางอย่างที่ปรากฎตัว ซึ่งฉากปีศาจปรากฎตัวแต่ละครั้งก็หลอนน่าสนใจดี และเมื่อเล่นงานเหยื่อจะค่อนข้างโหดหน่อยตามที่ขึ้นบอกตั้งแต่เปิดเรื่องว่าเหมาะสำหรับผู้ที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป โดยจะค่อย ๆ เล่นงานเหยื่อที่เกี่ยวข้องทีละคน ซึ่งชวนลุ้นตรงปีศาจเรื่องนี้เล่นงานยาก เนื่องจากเป็นตัวเองในวัยชราว่าตายในรูปแบบไหน ทำให้จัดการปีศาจก็เหมือนจัดการตัวเอง แต่การดำเนินเรื่องและฉากเล่นงานเดาเรื่องได้ไม่ยาก เพราะมาในรูปแบบเดิม ๆ คล้าย ๆ เรื่องอื่น ๆ ในแนวของต้องห้าม โดยช่วงกลางเรื่องจะพาไปสู่เจ้าของเดิมที่มีวิธีแก้ไข ซึ่งตัวละครก็ต้องทำตาม โดยก่อนจนในช่วงสามเดือนต่อมาก็ได้ทิ้งท้ายเหมือนมีต่อ

คะแนนส่วนตัว 5.5/10

รีวิวโดย 刘心爱

ตัวอย่าง

วันจันทร์ที่ 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569

รีวิวหนัง Bring Her Back (2025) เรียกมันกลับมาหลอน

 


        Bring Her Back (2025) เรียกมันกลับมาหลอน เป็นภาพยนตร์สยองขวัญเหนือธรรมชาติของออสเตรเลียที่กำกับโดย Danny และ Michael Philippou โดยผู้กำกับคนแรกร่วมเขียนบทภาพยนตร์กับ Bill Hinzman นำแสดงโดย Billy Barratt, Sora Wong, Jonah Wren Phillips และ Sally Hawkins 

          ซึ่งเข้าฉายโรงภาพยนตร์โดย Sony Pictures Releasing International ในออสเตรเลียเมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม 2025

           เพื่อต้องการคนรักกลับคืนมาจากความตาย จึงนำไปสู่พิธีเรียกบางอย่างกลับมา เรื่องราวของ แอนดี้ และ ไพเพอร์ สองพี่น้องต่างแม่ที่สูญเสียพ่อกระทันหัน โดย ลอร่า แม่อุปถัมภ์ จะรับเลี้ยง ไพเพอร์ เพียงคนเดียว เนื่องจากไม่ต้องการรับเด็กที่มีปัญหา นอกจากทำตัวดีสามเดือน ซึ่งลอร่าก็เคยมีลูกสาว แคธี่ แต่เสียชีวิตจากการจมน้ำ โดยตอนนี้เหลือแต่ โอลิเวอร์ ลูกบุญธรรมอีกคน โดยพวกเขาต้องอยู่กับลอร่าเป็นเวลาสามเดือนจนกว่าแอนดี้จะมีอายุครบสิบแปดและเป็นผู้ปกครองไพเพอร์ได้ แต่เมื่อแอนดี้ได้มาอยู่ที่นี่ก็เริ่มรับรู้ถึงเรื่องแปลก ๆ ที่นี่

           ก่อนเข้าเรื่องฉายถึงพิธีกรรมบางอย่าง และเมื่อเข้าเรื่องก็ได้ฉายถึงเด็กสองพี่น้องก่อนที่จะได้เจอกับการตายที่แปลกประหลาดของพ่อ ซึ่งเป็นช่วงก่อนที่จะย้ายไปอยู่กับแม่อุปถัมภ์ โดยเมื่อมาถึงก็เริ่มฉายถึงบางอย่างแปลก ๆ รวมทั้งแม่อุปถัมภ์และเด็กอีกคนที่ทำตัวลึกลับ จากนั้นก็เริ่มฉายถึงพิธีกรรมในช่วงก่อนเข้าเรื่องอีกครั้ง โดยลอร่าจะเริ่มเข้าสู่พิธีกรรม ส่วนโอลิเวอร์เริ่มมีพฤติกรรมรุนแรงขึ้น ซึ่งมีฉากโหดเหวอะหวะบ้าง โดยชวนติดตามดีว่าจะเป็นยังไงต่อไป ซึ่งในระหว่างนี้ก็มีฉากตลก ๆ น่ารักของตัวละครและช่วงดราม่าสอดแทรกบ้าง โดยเมื่อเข้าสู่ช่วงกลางเรื่องก็ค่อย ๆ เปิดเผยเรื่องราวบางอย่างเกี่ยวกับอลิเวอร์และพิธีกรรม ซึ่งชวนลุ้นเอาใจช่วยเด็กสองคน โดยเฉพาะช่วงท้ายเรื่อง ในขณะที่ทั้งสองคนไม่รู้เรื่องอะไรเลยเกี่ยวกับลอร่าและโอลิเวอร์ โดยคนหนึ่งตาบอด จึงไม่สามารถรับรู้ได้ว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง ซึ่งช่วงท้ายลอร่าเริ่มใส่ร้ายแอนดี้ ทำให้แอนดี้เริ่มรู้เรื่องราวทีละน้อย 

คะแนนส่วนตัว 6.5/10

ตัวอย่าง


ขอบคุณภาพจาก Causeway Films รูปหน้าปกที่ 1

ขอบคุณภาพจาก IMDb เครดิต Causeway Films รูปหน้าปกที่ 2 / รูปหน้าปกที่ 3

ป้ายกำกับ