วันอาทิตย์ที่ 16 พฤษภาคม พ.ศ. 2564

รีวิวหนัง Achoura (2020) อาซูร่า มันกลับมาจากนรก

 


             Achoura (2020) อาซูร่า มันกลับมาจากนรก ภาพยนตร์สยองขวัญของประเทศโมร็อกโกที่ร่วมทุนสร้าระหว่างฝรั่งเศส-โมร็อกโก ที่ได้ชื่อว่าน่ากลัวที่สุดในรอบ 10 ปี ซึ่งกำกับโดย Talal Selhami จากสตูดิโอผู้สร้าง Valerian and City of a Thousand Planets และ The Little Prince การันตีความสะพรึงด้วยรางวัล Golden Razor Blade รางวัลสูงสุดของเทศกาลหนังสยองขวัญ Hard Line Film Festival 

               โดยอาซูร่าหมายถึงเทศกาลอาซูร่า ซึ่งเป็นประเพณีช่วงวันที่ 10 ของพิธีเจ้าเซ็นของชาวอิสลามนิกายสุหนี่ เป็นวันที่มีความหมายมากสำหรับชาวโมร็อกโก โดนภายในค่ำคืนของเทศกาล เด็ก ๆ จะออกมาเล่นรอบกองไฟ จุดประทัด สาดน้ำและเดินไปเคาะตามประตูบ้าน เพื่อขอขนม โดยผู้กำกับต้องการนำเสนอประเพณีประจำประเทศของตนให้เป็นที่รู้จักด้วยการผสมผสานประเพณีนี้เข้ากับตำนานของปีศาจบูกัตตาที่จะมาจับเด็ก ๆ ไปกินเป็นอาหาร เพื่อเพิ่มความน่าสนใจให้กับหนังมากขึ้น
 
             เรื่องราวของเด็กเพื่อนรัก 4 คนซึ่งเป็นเพื่อนรักกัน ได้แก่ เด็กชายสามคน เด็กหญิงสี่คน คือ อาลี ชาเมีย (น้องชายอาลี) สเตฟาน และ นาเดีย ที่ได้พบเจอเด็กผู้หญิงที่หลงทางในไร่ข้าวโพด แต่แล้วก็มีชายแก่รูปร่างสูงใหญ่ไว้หนวดเคราปรากฎตัวขึ้น พร้อมมุ่งหน้ามาที่พวกเขา ทำให้พวกเขาตกใจกลัววิ่งหนีเข้าไปหลบซ่อนในบ้านร้างแห่งหนึ่ง บ้านที่พวกเขาเรียกว่า บ้านฝรั่งเศส ตามคำชี้แนะของเด็กหญิงหลงทางคนนั้น ซึ่งบ้านดูรกร้างน่ากลัวดี ยิ่งเมื่อเข้าไปข้างใน บรรยากาศมืด ๆ หลอน ๆ ยิ่งดูน่ากลัวมากขึ้น ซึ่งบางช่วงหนังให้บรรยากาศมืด ๆ หลอน ๆ ดี แต่ไม่ได้ดูน่ากลัวขนาดที่สมกับที่ได้ชื่อว่าเป็นภาพยนตร์ที่น่ากลัวที่สุดในรอบ 10 ปี ด้วยรางวัลสูงสุดของเทศกาลหนังสยองขวัญ ซึ่งจะออกไปทางสยองขวัญแฟนตาซีมากกว่า และเมื่อพวกเขาเข้าไปข้างในก็ได้เจอชายคนหนึ่งที่ถูกจับมัดไว้และถูกปิดปาก ด้วยสภาพที่ไม่สู้ดีนัก พวกเขาจึงได้เปิดปากชองชายคนนั้น และการเปิดปากนี้ได้ปลดปล่อยสิ่งชั่วร้ายบางอย่างออกมาจากตัวเขา ตัวประหลาดที่มีรูปร่างน่าตาน่าเกลียดที่ค่อย ๆ ขยายใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ รูปร่างที่สูงใหญ่ ดวงตาดำ เคลื่อนไหวรวดเร็วเป็นเงามืด ที่พวกเขาเรียกมันว่า ปีศาจบูกัตตา ปีศาจที่จับเด็กไปกินเป็นอาหาร ในค่ำคืนของเทศกาลอาซูร่า ซึ่งเวลาปีศาจบูกัตตาจะกินเด็ก มันจะอ้าปากกว้างแล้วค่อย ๆ เขมือบตัวเด็กลงไปในท้องของมัน ซึ่งการออกแบบปีศาจดูน่าสนใจดี แถมยังเคลื่อนไหวรวดเร็ว มีพลังที่ร้ายกาจ ที่มนุษย์ทั่วไปใช่ว่าจะกำจัดได้ง่าย ๆ แต่ดูจะมีจุดอ่อนและวิธีหยุดยั้งที่ง่ายไปหน่อย โดยการเป่าแตร เพื่อส่งเสียงรบกวนมัน ทำให้พลังอ่อนแอ และควบคุมมันด้วยการชี้มือสั่งให้มันเข้าไปในร่างมนุษย์ เพื่อกักขังมันไว้ข้างใน จากนั้นก็ปิดปากคนผู้นั้น เพื่อไม่ให้มันออกมา
 
               โดยช่วงเปิดเรื่องจะฉายถึงเทศกาลเฉลิมฉลองของอาซูร่าหรือที่เรียกอีกอย่างว่า เทศกาลของเด็ก ซึ่งการที่ผู้กำกับต้องการเสนอเทศกาลอาซูร่าให้เป็นที่รู้จัก แต่ไม่ได้ใส่รายละเอียดของเทศกาลลงไปเท่าที่ควร แต่เน้นไปที่ปีศาจบูกัตตามากกว่า และก็ไม่ได้พูดถึงที่มาที่ไปของปีศาจเช่นกัน ซึ่งช่วงเปิดเรื่องจะฉายถึงเหยื่อที่ต้องเจอกับปีศาจบูกัตตา ก่อนตัดเข้าเรื่องค่อย ๆ ฉายตัวละครแต่ละคน ซึ่งตัวละครบางคนดูลึกลับน่าสงสัยดี โดยช่วงแรกตัวละครจะค่อนข้างเยอะ จึงอาจสับสน แต่จะค่อย ๆ เปิดเผยปูมหลังของตัวละคร ด้วยการดำเนินเรื่องโดยการฉายสลับเรื่องราวในช่วง 20 ปีก่อน ในวัยเด็กของตัวละครที่ค่อย ๆ พบเจอกับปีศาจบูกัตตากับเรื่องราวในวัยที่เด็ก ๆ เติบโต ซึ่งต่างคนก็พยายามลืมเลือนความทรงจำที่เลวร้ายในอดีตไป แต่แล้วก็ได้มาพบกับปีศาจบูกัตตาอีกครั้ง เมื่อเด็กบางคนหายตัวไปด้วยฝีมือของปีศาจบูกัตตา ทำให้พวกเขาต้องมารวมตัวกันอีกครั้ง เพื่อหาวิธีหยุดยั้งมันให้ได้ ซึ่งในจุดนี้คล้าย ๆ กับเรื่องอิท โผล่จากนรก ที่ว่าตัวละครหลักเป็นเด็กที่ได้พบเจอกับปีศาจและได้พบเจออักครั้งในตอนโต จนต้องกลับมารวมกัน เพื่อหยุดยั้ง และตัวปีศาจที่จับเด็กไปกินเป็นอาหาร แต่การดำเนินเรื่องในช่วงแรกค่อนข้างน่าเบื่อไปหน่อยกว่าจะฉายปีศาจก็เกือบครึ่งเรื่องแล้ว บางจุดพอเดาเรื่องได้บ้าง โดยเฉพาะช่วงที่ปีศาจปรากฎตัว ซึ่งเดาได้ไม่ยากว่าจะต้องมายังไง มีบางจุดที่ขัดใจตัวละครบ้างเล็กน้อยและมีดราม่าบ้าง

คะแนน 5/10
 
ตัวอย่าง


อ่านรีวิวเรื่องอื่น ๆ



ขอบคุณภาพจาก IMDb เครดิต World in Progress Films รูปหน้าปกที่ 1

ขอบคุณภาพจาก World in Progress Films รูปหน้าปกที่ 2

ไม่มีความคิดเห็น:

ป้ายกำกับ